[BTS HopeV] I'm Seme. You're Uke? ใครเมะใครเคะ

ตอนที่ 35 : I'm Seme. You're Uke? : chapter 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 ธ.ค. 57


chapter 29



 



 

 

                เมื่อวานสองพี่น้องต่างขลุกอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปไหนทั้งวัน แทฮยองจำต้องคอยดูแลหาข้าวหาน้ำให้คนน้อง ก็ตั้งแต่กลับมาที่ห้องเมื่อวันก่อนทันทีที่ประตูห้องปิดลงร่างเล็กก็สั่นเทาไปด้วยแรงสะอื้น ร้องไห้เงียบๆอยู่หน้าประตูนั่นแหละ แม้หลังจากนั้นไม่นานแรงสะอื้นจะหยุดลงก็เถอะแต่ก็ไม่มีคำพูดใดหลุดจากเรียวปากบางเช่นกัน

 

 

 

 

 

                เช้านี้ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะไปเรียนตามปกติเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต ถึงแม้เมื่อวานจินจะมาถามเหตุผลที่โดดทั้งคู่แล้วก็ตาม แทฮยองก็ได้แต่ตอบเลี่ยงๆไป จินเองก็สงสัยแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ

 

 

 

 

 

                ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะกะเวลาออกจากห้องได้ดีไปหน่อยเพราะชูก้าเองก็เปิดประตูออกมาพอดี ทั้งสามชะงักกับสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนที่แทฮยองจะเป็นฝ่ายเริ่มพูด

 

 

 

 

 

                “มึงลงลิฟท์ไปก่อนเลย

 

 

 

 

 

                “วี กูขอคุยกับฮยอกหน่อยสิ

               

 

 

 

 

                นี่แหละเหตุผลที่เขารีบไล่น้องชายไป เพราะกลัวว่าเพื่อนของเขาจะขออะไรแบบนี้ เขาไม่ได้อยากผิดใจกับชูก้าแต่ความหวงน้องมันมีมากบวกสภาพฮยอกทั้งเมื่อวานและวันก่อนทำให้เขาตัดสินใจไม่ถูก คิดผิดจริงๆที่พาน้องออกมาตอนนี้

 

 

 

 

 

                “กูว่าคงไม่เหมาะเท่าไหร่

 

 

 

 

                “ตั้งแต่เมื่อวันนั้นกูยังไม่ได้คุยกับน้องมึงเลยนะ

 

 

 

 

 

                ชูก้าเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยายามกันฮยอกมินออกจากเขา เขาไม่โกรธถ้าวีจะไม่อยากให้น้องเข้าใกล้ตัวเขาเองเพราะหลังจากที่ออกจากห้องไปในวันนั้นก็เดาได้ไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้น สังเกตจากขอบตาที่บวมช้ำกับนัยตาหม่นของคนตัวเล็กที่เคยร่างเริงและขี้เล่น เรียวปากบางที่ฉีกยิ้มตลอดเวลาตอนนี้กลับเม้มแน่น แต่ยังไงเขาก็ยังต้องการที่จะอธิบาย

 

 

 

 

 

                “ฮยอกไม่เป็นไร

 

 

 

 

 

                “ไอเด็กนี้พูดมาก ไสหัวไปเรียนได้แล้วแทฮยองหันขวับพร้อมผลักหัวผลักตัวฮยอกมินให้หันไปทางลิฟท์โดยด่วนเมื่อเห็นว่าน้องชายพยายามเปิดช่องให้อีกฝ่ายได้คุยด้วย

 

 

 

 

 

                แอดดดด

 

 

 

 

 

                ในขณะที่ฮยอกมินกำลังโดนประทุษร้ายจากพี่ชายตัวเอง โฮซอกก็เปิดประตูออกมาจากห้องแรพมอนเตอร์พอดิบพอดีทำเอาแทฮยองชะงัก ร่างบางเสมองไปทางอื่นทำเป็นไม่เห็นผู้มาใหม่

 

 

 

 

 

                …ใครเป็นคนปล่อยคิวครับ พอดีไปนะ

 

 

 

 

 

                “แค่บังเอิญเปิดประตูออกมา ไม่ได้ตั้งใจแอบฟังไปละโฮซอกมองสถานการณ์ตรงหน้าก่อนถอนหายใจ ยิ่งเห็นใครอีกคนทำเมินเขาก็เลยตัดสินใจออกไปคงดีกว่า ที่สำคัญเขาเองก็ไม่อยากให้สถานการณ์มันอึดอัดไปกว่านี้ ส่วนต้นเหตุของเรื่องจะอะไรนั้น เขาว่าเขาพอจะเดาออก

 

 

 

 

 

                “ออกมาทำห่าอะไรตอนนี้พอแน่ใจว่าอีกฝ่ายเดินออกไปแล้วร่างบางก็เบ้ปากพึมพำ บางทีเขาก็แอบสงสัยว่าเจโฮปนั่นคนหรือผีชอบโผล่มาถูกจังหวะทุกทีทั้งที่ไม่ต้องการ

               

 

 

 

 

                “ไม่ต้องมองเพื่อนกูตาละห้อยเลยนะมึง ไม่ก็คือเห้ย!!”

 

 

 

 

 

                แทฮยองหันไปดุน้องชายตัวเองอีกทีเมื่อเห็นสายตาอาลัยอาวอนเสียเหลือเกินถูกส่งไปให้ชูก้า เขาทำเจ็บขนาดนี้ยังไม่เข็ดอีกนะ (เหมือนพาลยังไงไม่รู้เนอะ) ยังไม่ทันได้สั่งสอนอะไรฮยอกมินมากนัก คนที่คิดว่าไปแล้วไปลับก็กลับมาเฉย แถมไม่กลับมาธรรมดา มือหนาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่นแล้วลากออกไปจากตรงนั้นแทนที่จะเป็นชูก้า!

 

 

 

 

 

                “เดี๋ยวกูจัดการให้เองแล้วโฮซอกก็จัดการลากแทฮยองออกไปโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของคนโดนลากอีกเช่นเคย

 

 

 

 

 

                “เอ่อ…”

 

 

 

 

 

                “ฮยอกไม่เป็นไร ^^”

 

 

 

 

 

                ฮยอกมินเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนของอีกฝ่ายจึงพูดดักเพื่อให้คนตรงหน้าสบายใจ จะว่าแปลกก็ได้เพราะถ้าดูจากสถานการณ์ตัวเขาเองควรเป็นฝ่ายหลบหน้าแต่พอเป็นกรณีของชูก้าเขากลับอยากอยู่ใกล้ให้มากกว่านี้ อยากอยู่ใกล้ๆในวันที่ชูก้ายังมีสถานะแอบชอบจีมินอยู่ หากวันใดวันนึงทั้งคู่เกิดใจตรงกันขึ้นมาเขาคงไม่มีหน้ามาวอแวด้วยแล้วแหละ

 

 

 

 

 

 

                “คือเรื่องจีมินมัน…”

 

 

 

 

 

 

                “ฮยอกเข้าใจ ฮยอกไม่บอกจีมินฮยองหรอก มันจะเป็นความลับระหว่างเราสามคน

 

 

 

 

 

 

                ฮยอกมินรีบพูดแทรกเมื่อได้ยินชื่อของจีมิน ที่ทำแบบนั้นก็เพราะตัวเขายังไม่พร้อมจะได้ยินชื่อของใครอีกคนจากปากชูก้า ชื่อคนที่กุมหัวใจของคนที่เขาชอบ กลัวจะได้ยินคำว่ารัก คำที่เขาไม่เคยได้ครอบครองมัน กลัวว่าจะสักวันจะเกลียด ปาร์คจีมิน

 

 

 

 

 

                ฮยอกมินเองก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของจีมิน แต่ทำไงในเมื่อใจมันริษยา

 

 

 

 

 

 

                “…อืม

 

 

 

 

 

 

                “เมื่อวานนี้ฮยอกคิดแผนเจ๋งๆให้ฮยองเข้าใกล้จีมินฮยองด้วยแหละถึงจะไม่อยากพูดถึงคนนั้นขนาดไหน แต่ยังไงก็ต้องใช้เป็นอ้างอยู่ดีเพราะมันเรื่องเดียวที่เขาคิดออกในตอนนี้ ต่อให้เจ็บก็ทนถ้ามันแลกกับการได้เข้าใกล้ชูก้าเหมือนอย่างเคย

 

 

 

 

 

 

                “ไม่ต้องหรอก

 

 

 

 

 

 

                “ทำไม่เล่า! ใครๆก็อยากอยู่ใกล้คนที่ชอบกันทั้งนั้น

 

 

 

 

 

 

                ใช่! ใครๆก็อยากอยู่ใกล้ๆกับคนที่ตัวเองชอบ นั้นรวมถึงตัวเขาด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

                “ปล่อยไว้แบบนี้แหละ

 

 

 

 

 

 

                “…”

 

 

 

 

 

 

                …จะหยุดได้ไง ในเมื่อมันเป็นทางเดียวที่จะได้อยู่ใกล้ๆฮยอง

 

 

 

 

 

 

                ป๊อก!

 

 

 

 

 

 

                “โอ้ยย ทำไมชอบตีฮยอกนักล่ะชูก้ายิ้มบางๆก่อนจะดีดหน้าผากมนไปทีด้วยความเอ็นดูเป็นผลให้คนตัวเล็กที่จมอยู่ในภวังค์ร้องโอดโอย

 

 

 

 

 

 

                “เล่นละครไม่เก่งเอาซะเลยไม่พูดเปล่า ชูก้าคว้าไหล่บางโอบไว้มั่นกดหัวทุยให้แนบกับไหล่ผายของตัวเองปลอบโยนเป็นนัย เหมือนพยายามจะบอกคนตัวเล็กผ่านอ้อมแขน ไม่ไหวก็อย่าฝืน

 

 

 

 

 

 

                “…ช่างสิ

 

 

 

 

 

 

                ฮยอกมินเถียงอย่างไม่เต็มเสียงนักเมื่อโดนอีกฝ่ายรู้ทัน ยิ่งโดนทำแบบนี้น้ำตามันก็รืนขึ้นมาซะงั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงคิดว่าคนเย็นชาคนนี้กำลังแสดงออกว่าชอบ แต่วันนี้มันกลับมีแต่คำว่าเป็นไปไม่ได้

 

 

 

 

 

 

                ฮยอกมินสะบัดหัวสองสามที กระพริบตาถี่ไล่น้ำใสๆที่กำลังมาในไม่ช้าก่อนจะผละตัวออก

 

 

 

 

 

 

                “แล้วเรื่องแจ็คสันเมื่อไหร่จะหยุดเล่นเหมือนชูก้าจะรู้ดีว่าอีกฝ่ายผลักเขาออกทำไม เขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนประเด็นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเครียดจนเกินไป เรื่องมันยังใหม่ต้องค่อยๆพูด

 

 

 

 

 

 

                “คงอีกสักพัก

 

 

 

 

 

 

                “อืมดูเหมือนเขาจะแก้สถานการณ์ได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก เพราะขนาดเปลี่ยนเรื่องแล้วฮยอกมินก็ยังมีท่าทีซึมอย่างเดิม ทั้งๆที่ปกติพูดเรื่องนี้ทีไรเป็นต้องอวดความเก่งกาจที่สามารถเข้าใกล้ศัตรูได้มากกว่าใครทุกที

 

 

 

 

 

 

                เด็กแสบคนนั้นหายไปแล้วจริงๆหรอ

 

 

 

 

 

 

 

                “นี่!”

 

 

 

 

 

 

                หลังจากถูกลากมาสักพักแทฮยองส่งเสียงเตือนคนข้างหน้าที่เอาแต่ลากเขาท่าเดียว รู้นะว่าจะพยายามเปิดโอกาสให้ชูก้าและฮยอกได้คุยกันแต่ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้น ลิฟท์ดีๆมีไม่ลงลากเขามาทางบันไดหนีไฟเฉย มือก็ไม่ยอมปล่อย

 

 

 

 

 

 

                “ไม่เห็นหรอว่าเขามีเรื่องจะต้องเคลียร์กันมือหนายอมผละจากข้อมือบางโดยดีเมื่ออีกฝ่ายประท้วง นอกจากจะไม่ขอโทษใดๆแล้วยังมีหน้ามาถามความเห็นอีก

 

 

 

 

 

 

                “ไม่!”

 

 

 

 

 

 

                “ชูก้าไม่ใช่คนดีหรอ?

 

 

 

 

 

 

                “…”

 

 

 

 

 

 

                “แตกคอกัน?

 

 

 

 

 

 

                แต่พอคำถามต่อมาเท่านั้น ทำเอาร่างบางหยุดคิดแทบไม่ทัน

 

 

 

 

 

 

            ‘ชูก้าไม่ใช่คนดีหรอ?

 

 

 

 

 

 

                เขาสามารถตอบได้เต็มปากว่าคนนี้ถึงจะเย็นชา เจ้าวางแผน แต่เป็นคนที่เขาสามารถฝากความหวังไว้ได้ ถึงจะไม่ดีมากแต่ดีพอในความคิดของเขา อันที่จริงชูก้าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ถ้าไม่ติดว่ามันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เขาคงไม่หวงฮยอกมินขนาดนี้

 

 

 

 

 

 

                “…ก็ป่าว

 

 

 

 

 

 

                “แล้วทำไมไม่ให้มันยุ่งกับน้องล่ะ

 

 

 

 

 

 

                “ก็มัน…!”

 

 

 

 

 

 

                ร่างบางเกือบตอบไปตามความคิดแต่ดีที่ยังยั้งตัวเองไว้ได้ทัน ไม่งั้นเรื่องที่ชูก้าชอบจีมินได้หลุดไปแน่ๆ ดันว่าคนอื่นไว้มาก จะกลายเป็นคนที่ถูกล้วงความลับง่ายๆเพราะอารมณ์ไม่ดีไม่ได้ ยิ่งรู้เรื่องของเรามากเท่าไหร่เราจะยิ่งเสียเปรียบมากเท่านั้น ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม

 

 

 

 

 

 

                “ชูก้าทำไม

 

 

 

 

 

 

                “ช่างหัวไอก้าเถอะน่า

 

 

 

 

 

 

                พอโดนจี้มากๆร่างบางเผลอหลุดมาดเหวี่ยงด้วยความรำคาญ ตั้งแต่มีเรื่องกันที่ทะเลวันนั้นแทฮยองไม่เคยแสดงสีหน้าอะไรให้โฮซอกได้เดาออก นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีไหมนะ

 

 

 

 

 

 

                จะเป็นสัญญาที่ดีไหมไม่รู้ แต่โฮซอกก็รู้สึกดีไปแล้ว ยิ้มกว้างไปแล้วด้วย

 

 

 

 

 

 

                “ยิ้มไรของมึงคิ้วสวยขมวดเป็นปมเมื่อเห็นยิ้มกวนของอีกฝ่ายที่ร่างบางเองก็ไม่ได้เห็นมันมาสักพัก

 

 

 

 

 

 

                “ยิ้มให้คนหวงน้อง

 

 

 

 

 

 

                “ประสาท!”

 

 

 

 

 

 

                ร่างหนาจี้จุดอีกครั้ง จะว่าโรคจิตก็ได้นะแต่หน้าเหวี่ยงๆเพราะความไม่สบอารมร์ของแทฮยองนี่เป็นอะไรที่คุ้มค่า มองให้ตายก็ไม่เบื่อจริงๆ

 

 

 

 

 

 

                “วันศุกร์พวกนายมีแผนจะทำไรกัน

 

 

 

 

 

 

 

                ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเขาถึงรู้ว่าพวกผู้คุมวางแผนจะทำไรกัน ก็เพราะเขารู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับแทฮยองยังไงล่ะ

 

 

 

 

 

 

                “เข้าใกล้กูเพราะแบบนี้สินะ หึ!”

 

 

 

 

 

 

                เพราะคิดว่าบรรยากาศระหว่างกันดีขึ้นแล้วโฮซอกจึงได้ถามออกไปด้วยความเป็นห่วงแต่เหมือนจะคิดผิด ทันทีจบประโยคบรรยากาศที่คิดว่าดีกลายเป็นแย่อีกครั้ง ด้วยคำถามที่ตรงไปตรงมาทำแทฮยองตีความหมายผิด ร่างบางคิดไปว่าที่อีกฝ่ายพยายามทำมาทั้งหมดเพื่อแค่จะล้วงความลับจากตนก็เท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

                “มันไม่ใช่แบบนั่น ก็แค่เป็นห่วง

 

 

 

 

 

 

 

                “…งั้นหรอ

 

 

 

 

 

 

 

                “มีอะไรให้ช่วยก็บอก

 

 

 

 

 

 

 

                “งั้นช่วยอยู่เฉยๆละกัน นี่มันหน้าที่ผู้คุมกฎอย่างพวกกู ถ้ามึงไม่ได้ตั้งใจจะแย่งตำแหน่งกูอย่างที่ปากมึงพูด มึงน่าจะรู้ว่าควรทำตัวยังไง

 

 

 

 

 

 

 

                ร่างบางผลักไหล่หนาเต็มแรงก่อนจะกระแทกไหล่ตัวเองซ้ำขณะเดินที่กำลังเดินผ่าน ความหงุดหงิดฉายชัดบนหน้าเรียว ทิ้งให้ใครอีกคนมองตามด้วยสีหน้าเป็นห่วง

 

 

 

 

 

 

 

                …นายไม่ได้จัดการได้ทุกคนนะ แทฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

               

                “รู้ว่าเล่นละครทำไมยังทำท่าไม่สนใจกันอีก นิสัยไม่ดีฮยอกมินบ่นพึมพำตลอดทางจนถึงห้องเรียนตัวเอง มือเรียวทึ้งหัวอย่างหงุดหงิดอยากจะน้อยใจ จะโวยวายอย่างที่เคยทำก็ทำไม่ได้ มองหน้าทีไรไม่รู้ทำไมน้ำตามันทำท่าจะไหลได้ตลอดเวลา

 

 

 

 

 

 

 

                “ฮายยย

 

 

 

 

 

 

 

                “แจคสัน หวัง!”

 

 

 

 

 

 

 

                ความหงุดหงิด เสียใจทั้งหมดที่ผมมีเป็นอันต้องพับเก็บไปก่อนเมื่อเจอกับแจคสัน ยังไงหน้าที่ตอนนี้ก็สำคัญกว่า แม้จะตกใจบ้างที่ต้องมาเจอเป้าหมายแต่เช้าขนาดนี้ก็เถอะ

 

 

 

 

 

 

 

                แล้วดูมันสิ นั่งที่เก้าอี้หน้าชั้นเรียนแบบไม่สนใจอะไรมีการเอาขาฟาดด้วยครับ นั่นของอาจารย์นะอาจารย์ ถ้าไม่ให้เกียรติอ่าจารย์ก็ให้เกียรติไม้สักที่เอามาทำโต๊ะหน่อยเหอะ เงินยุนกิฮยองนะเว้ย!

 

 

 

 

 

 

 

                อ่ายุนกิฮยอง TT_TT

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ก็กูน่ะสิ ไมทำท่าตกใจขนาดนั้น เมื่อวันก่อนก็เพิ่งเจอกันไปหรือความจำสั้น?

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ก็ตกใจที่มาได้บ่อยๆนี่แหละ ไม่กลัวพวกนั้นมาเห็นหรอ

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ชีวิตต้องมีเสี่ยงกันบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

                “อ๋อหรออออขอแอบเบ้ปากนิดนึงกับคำโอ้อวดตัวเองของแจคสัน อยากเสี่ยงแต่มาวนเวียนแค่ตึกที่พวกวีไม่ค่อยให้ความสนใจเนี่ยนะ เสี่ยงตรงไหน

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ใครทำอะไรมึงไอเปี๊ยก ตาบวมๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ห๊ะอ่อเอ่อ ช่างแม่งเหอะพวกที่หัวหดกลัวคำสั่งงี่เง่าพวกนั้นแหละผมรีบยกมือลูบๆคลำๆแถวรอยช้ำตามสัญชาตญาณเพราะโดนทัก ปากก็แก้ต่างถึงจะติดๆขัดๆไปบ้างเพราะยังไม่ได้คิดก็เถอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

                …ไอนี่มันช่างสังเกตชะมัด

 

 

 

 

 

 

 

 

                “หนักขนาดร้องไห้?

 

 

 

 

 

 

 

 

                “เล่นละคร = =”

 

 

 

 

 

 

 

 

                “เจ๋ง!”

 

 

 

 

 

 

 

 

                แจคสันค่อนข้างประหลาดใจกับคำตอบที่ได้รับ ปกติเขาจะเจอแต่พวกเลียแข้งเลียขาน่ารำคาญ แต่ฮยอกมินต่างออกไปนอกจากจะไม่พยายามประจบเขาแล้วยังตรงไปตรงมา แม้ว่ามีหลายๆอย่างน่าสงสัยก็เถอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

                วันนั้นหลังจากที่เขากับน้องชายหลบชูก้าที่แทบจะไม่เคยมาแถวนั้นเลยสร้างความคลางแคลงใจให้เขานิดหน่อย เขาให้ลูกน้องไปสืบประวัติของฮยอกมินมา แต่ก็รู้แค่ว่าย้ายมาจากญี่ปุ่นและเข้ามาด้วยเส้นพิเศษ แต่เพียงแค่คำว่าเส้นพิเศษมันก็มากพอให้เขากลับมาที่นี้อีกครั้ง มาเพื่อดูท่าทีของเด็กนั่น

 

 

 

 

 

 

 

 

                ว่ามาอย่างมิตรหรืออย่างศัตรู

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ว่าแต่นายมาทำไรแต่เช้า ขอไม่เรียกพี่นะ พอดีเป็นลูกคนเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

                ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า ว่าสายตาของแจคสันวันนี้มันต่างออกไป ถึงแม้จะไม่ใช่จับผิดแต่ดูก็รู้ว่าสงสัยในตัวผมไม่น้อย ตอนนี้ทำได้ก็แค่พยายามเบี่ยงประเด็นเมื่อเห็นว่ามันจะสนใจเรื่องเหตุผลที่ผมร้องไห้มากเกินไป

 

 

 

 

 

 

 

 

                “มากไปแล้วนะมึงสงสัยรูปประโยคคำถามที่ผมใช้คงจะไปกระตุกหนวดของน้องชายหน้านิ่งเกินหน่อย ถึงได้หลุดจำศีลอ้าปากคำรามใส่ผมแบบนี้ ตกใจหมด แม่ง แปลงร่างจากรูปปั้นเป็นหมาก็ไม่บอก = =

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ใจอยากเรียกมึงด้วยซ้ำ แต่ติดยังไม่สนิท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ มึงนี่มันไม่เหมือนใครจริงๆวะชิมฮยอกมิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เอาสิ คนน้องไม่ชอบแต่ผมว่าผมได้ใจคนพี่ไปเต็มๆเลยแหละ เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องแคร์ แบคหลังพี่คือแจคสันนะรู้ยังแต่แบคหลังที่เหนือกว่าคือแทฮยองจะสู้ปะละ (ตะโกนอยู่ในใจ)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ขอบคุณ แต่ถ้าไม่บอกว่ามาทำไมก็ขอตัวนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ผมบอกลาและเตรียมเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเองแต่ก็ต้องหยุดความคิดไว้เมื่อแจคสันลดขาลงจากโต๊ะและลุกขึ้นมายืนยิ้มต่อหน้าผม จะทำอะไรวะ…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “โดดเช้ากัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “เฮ้ยยยยยยยยยยย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ตัวปลิวสิครับงานนี้

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “สกปรกชะมัดหน้าผมตอนนี้คือโรงยิมเก่าๆร้างๆที่เหมือนว่าจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้มันถ้าดูจากสภาพอะนะ หยากไย่ใยแมงมุมเพียบฝุ่นนี่พรึบ ถ้าผมเข้าไปจะเป็นภูมิแพ้เฉียบพลันไหมถาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “กูโดนล้มจะให้กูไปชูคออยู่ที่ไหนล่ะ ห้องบังทัน?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “นี่ก็ประชดประชันจัง พามานี่ทำไมอะดูจากรูปการที่นี้คงเป็นแหล่งกบดานของพวกมันที่วีบอกสินะ ถามเป็นพิธีไปงั้นแหละดูก็รู้อยู่แล้ว แต่ก็นะอยู่เข้าไปได้ยังไงมิทราบ ไม่อยากเข้าไปเลยจริงๆให้ตายเถอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “จุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่อยู่ที่นี้ไง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “อ่า…”ขี้โม้ชะมัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “เข้าไปเถอะทุกคนรออยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ผมเดินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย ดีที่ภายในยังพอมีความสะอาดอยู่บ้างเลยไม่อึดอัดที่จะอยู่ต่อ แจคสันกับน้องชายที่ชื่อมาร์ค(มั้ง)เดินขึ้นไปบนเวทีแล้ว มันปล่อยให้ผมนั่งโดดเดี่ยวท่ามกลางใครก็ไม่รู้นับสิบ ถึงแม้บางคนจะคุณหน้าคุ้นตาก็เถอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ตอนแรกก็คิดว่าจะได้ข่าวเด็ดอะไรหรือเปล่าแต่ก็ไม่ แจคสันแค่พาเขามาให้พวกของมันรู้จักหน้าไว้เฉยๆ แต่ที่ดูจะให้ผมสนใจเป็นพิเศษก็ยูคยอม ผู้ชายตัวสูงโย่งเป็นเสาไฟฟ้าคนนั้น มันบอกว่าต่อไปอาจจะต้องเจอกันบ่อยๆซึ่งผมเดาว่ามันอาจจะให้ผมจับคู่ทำงานกับคนนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                Rrrrrrrrrrrr

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ชิบหาย!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                อยู่ๆโทรศัพท์ของผมก็ดังแบบไม่ให้สัญญาณกันก่อน ผมรีบหยิบมันขึ้นมากดตัดสายทันที เห็นแว๊บๆว่าเป็นชื่อของคนที่เพิ่งคุยกันเมื่อเช้านี้ อยากจะดีใจนะที่เขาโทรมาแต่ทำไมต้องตอนนี้!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ขอตัวก่อนนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

                ท่าทีลุกลี้ลุกรนของฮยอกมินบวกหน้าซีดเผือดตอนที่เห็นเจ้าของเบอร์ที่โทรเข้ามายิ่งสร้างความคลางแคลงใจให้แจคสันมากขึ้นไปอีก ต่างจากมาร์คที่รู้สึกไม่ถูกชะตาอยู่แล้ว เขาเตรียมไปกระชากมาเค้นความจริงเสียเดี๋ยวนั้นแต่ก็ถูกผู้เป็นพี่ห้ามไว้เสียก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “อย่าทำกระต่ายตื่นตูมสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “เด็กนั่นมันไม่น่าไว้ใจมาร์ค

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “คนที่โทรเข้ามาเมื่อกี้ใครแจคสันไม่ได้ให้ความสนใจกับน้องชายตัวเองนัก เขาสนใจรายชื่อที่โชว์บนโทรศัพท์ของเด็กคนนั้นมากกว่า ถ้าไม่มีอะไรจริงทำไมต้องปิดบังแล้วรีบร้อนออกไปขนาดนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ยุนกิครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เหมือนเขาจะมองคนผิดไป เส้นพิเศษครั้งนี้ไม่ได้มากจากผู้อำนวยการแต่มาจากลูกชายผู้อำนวยการสินะ ให้ปลอมเป็นเหยื่อเพื่อคลายความสงสัยของทุกคนถือเป็นวิธีที่ฉลาดจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ไปสืบมาว่าไอเปี๊ยกนั่นเป็นใครมาจากไหนอย่างละเอียด ทำไมถึงกล้ามาเป็นไส้ศึกให้กับชูก้า ให้คนไปตามพวกมันด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ครับ!”   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “โทมาไม่รู้จักเวล่ำเวลาเลยให้ตายสิ พวกนั้นเห็นหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ฮยอกมินบ่นกระปอดกระแปดขณะวิ่งออกมาจากโรงยิม ตอนที่ชูก้าโทรเข้ามาเขาคิดได้แค่ว่าจะโดนสงสัยก็ช่างแต่โดนจับได้ตอนนี้ไม่ดีแน่จึงได้รีบชิ่งนั้นแหละ พอออกมาได้นิ้วเรียวกดที่หน้าจอโทรศัพท์สองสามทีเพื่อต่อสายกลับไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ตัดสายทำไม!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ไม่เห็นต้องตะโกนนี่ แค่ไปหาข้อมูลมาเองไม่มีคำทักทายใดๆจากปลายสาย มีแค่คำถามคาดคั้นกับน้ำเสียงที่ไม่ต้องเห็นหน้าก็รู้ว่ากำลังหงุดหงิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                …เวลาคุยกับจีมินฮยองเคยขึ้นเสียงแบบนี้หรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ระดับความน้อยใจพุ่งพรวด บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเอาการกระทำของชูก้าที่มีต่อตนเองไปเทียบกับจีมินให้เจ็บเองด้วยก็ไม่รู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “มันอันตรายนะเว้ย มึงไปไหนทำไมไม่หัดบอกโทรศัพท์ก็ใช้ได้นิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ผมเกือบซวยเพราะฮยองโทรมาเนี่ยแหละสุดท้ายก็ต้องพยายามกลืนความน้อยใจที่มีลงคอแล้วแสร้งร่าเริง แสร้งต่อล้อต่อเถียงเหมือนเดิมแม้มันจะดูไม่เนียนเท่าไหร่ก็เถอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ยังจะเถียง รีบๆขึ้นมาห้องบังทันเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ไปให้โง่หรอสิ่งที่คิดไว้ตั้งแต่ก่อนโทรกลับไปคือไม่ว่าอีกฝ่ายบังคับให้ไปเจอยังไงเขาก็จะไม่ไปเด็ดขาด ยิ่งห้องบังทันยิ่งแล้วใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ฮยอกมินแต่เพราะเสียงทุ้มที่เรียกชื่อเขาอย่างกดดันทำเอาคนตัวเล็กเปลี่ยนคำตอบแทบไม่ทัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “อยู่ใต้ตึกละเนี่ย รีบจัง - -”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เข้าใจใช่ไหมว่าเขาหมายถึงอะไร ไม่ว่ายังไงจีมินต้องอยู่ที่นั้นแน่ๆแล้วเขาก็ยังไม่พร้อมอย่างมากที่จะเจอ 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ถ้ายุนกิฮยองกำลังเล่นกับจีมินฮยองล่ะ

 

 

 

 

            ถ้ายุนกิฮยองกำลังนอนหนุนตักจีมินฮยองล่ะ

 

 

 

 

            ถ้ายุนกิฮยองกำลังป้อนขนมจีมินฮยองล่ะ

 

 

 

 

            แค่คิดน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

 

 

 

 

 

                “อ่าว ยุนกิฮยองไมไม่เข้าไปอ…”ทันทีที่ขึ้นมาถึงฮยอกมินก็เห็นชูก้ายืนอยู่หน้าประตูห้องบังทันที่นัดหมายของพวกเขาตกลงกันไว้ แอบคิดเข้าข้างตัวเองได้หรือเปล่าว่าอีกฝ่ายมารอเพราะกลัวหลง

 

 

 

 

 

 

 

 

                พอเดินเข้าไปใกล้ๆเท่านั้นแหละ คนตัวเล็กถึงได้รู้ว่าทำไมชูก้าถึงไม่ยอมเข้าไปเสียที ก็ตอนนี้ในห้องมีแค่จองกุกกับจีมินที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกันอยู่สองคน ถ้าดูไม่ผิดเมื่อกี้เหมือนจองกุกพยายามที่จะหอมแก้มจีมิน

 

 

 

 

 

 

 

 

                …ใครเจ็บกว่ากันนะ ฉันหรือฮยอง

 

 

 

 

 

 

 

 

                “เข้าไปสิฮยอง เดี๋ยวฮยอกช่วย

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ไม่ต้องเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

                “เชื่อมือฮยอกเหอะ รายไหนรายนั่นถ้าชูก้าสังเกตสักหน่อยก็คงเห็น แม้คำพูดหรือท่าทางจะเหมือนเดิมแต่แววตาเศร้าศร้อยกับรอยยิ้มฝืนๆนั่นมันไม่ใช่

 

 

 

 

 

 

 

 

                ฮยอกมินคว้ามือหนาให้เดินเข้าห้องไปด้วยกัน ตาคู่สวยกระพริบไล่ในสิ่งที่กำลังมาในไม่ช้าให้กลับไป มือบางกระชับแน่นกันไม่ให้อีกคนสบัดออก เขาไม่เคยคิดเลยว่าต้องมานั่งทำอะไรขัดกับใจตัวเองขนาดนี้มาก่อน ทั้งๆที่อยากจะตะโกนแทบตาย

 

 

 

 

 

 

 

 

                มีใครอยู่ตรงนี้ มองอยู่ตรงนี้มาตลอด ทำไมฮยองถึงเอาแต่มองไปที่คนอื่นล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

            ในขณะที่ตอนนี้เขาพยายามช่วยให้ชูก้าเข้าใกล้จีมินมากยิ่งขึ้น สร้างโอกาสให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ช่างเป็นการกระทำกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะฮะ แต่จีมินฮยองช่วยไปนั่งข้างยุนกิฮยองแป๊บนึงได้มะ พอดีฮยอกมีเรื่องจะถามคนนี้หน่อยนิ้วเรียวชี้ไปยังบุคคลที่อยู่ถัดจากจีมินโดยที่มือยังไม่ปล่อยจากชูก้าที่อยู่ด้านหลัง จองกุกเงยหน้ามองไปยังคนทั้งคู่อย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้คนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนของเขาตัดสินใจคงจะดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

                “อ่า…”

 

 

 

 

 

 

 

 

                จีมินถึงกับงงที่อยู่ๆฮยอกมินมีเรื่องจะคุยกับจองกุกทั้งๆที่ปกติไม่เห็นจะสนใจด้วยซ้ำ แต่เพราะจีมินก็คือจีมินผู้ยอมทุกอย่างบนโลกนี้ พี่ชายตัวเล็กจึงได้แต่พยักหน้าก่อนจะลุกหลีกทางให้

 

 

 

 

 

 

 

 

                อันที่จริงต่อให้โดยพื้นฐานจะเป็นคนที่ไม่ยอมอะไรง่ายๆ ถ้าได้มาเห็นท่าทางเว้าวอนที่ขัดกับพูดขนาดนั้นใครจะใจแข็งได้กัน

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ยุนกิรีบพาไปสิฮะ เรื่องนี้เป็นความลับของลูกผู้ชายนะ!” 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ฮยอกมินที่ปล่อยมือชูก้าก่อนจะแทรกตัวไปนั่งแทนที่จีมินโดยไม่มองมาทางเขาอีกเลย ขนาดพูดเมื่อกี้ยังไม่แม้แต่หันมามอง คนถูกเมินทำท่าจะเข้าไปคุยให้รู้เรื่องเสียเดี๋ยวนั้นถ้าไม่ติดว่าจีมินห้ามเขาไว้ก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ชูก้าไม่เคยต้องการใช้ฮยอกเป็นสะพานให้ตัวเขากับจีมินมีเวลาอยู่ด้วยกันหรืออะไรด้วยซ้ำ เพราะนั่นถือเป็นการเหยียบย่ำความรู้สึกของอีกฝ่ายไปพร้อมๆกัน แต่ดูสิ่งที่เด็กคนนั้นทำสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “คุยกันเร็วๆล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

                ทั้งชูก้าและจีมินออกไปแล้ว ฮยอกมินฟุบลงกับโต๊ะด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน ในหัวคิดแต่ว่านี่มันดีแล้วใช่ไหม ดีแล้วสิหรือว่าไม่ดีวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะคนตัวเล็กจะคิดจนหัวระเบิดก็โดนขัดจังหวะโดยใครอีกคนที่มองเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อฉันยังมีเรื่องคุยอีกหรอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ก็นี่แหละเรื่องที่จะถามฮยอกมินเงยหน้าขึ้นมองคนขัดจังหวะ มือบางสางกลุ่มผมนุ่มหวังจะไล่ความคิดต่างๆนานาออกไปพลางตอบ ถึงจะอ้างว่ามีเรื่องอยากคุยด้วยแต่ไม่ต้องคุยจริงๆได้ไหม มันก็แค่ข้ออ้างน่ะข้ออ้าง!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ฉันว่านายอยากอยู่ตรงนั่นมากกว่าคุยกับฉันนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                คนตัวเล็กมองไปยังที่ที่อีกฝ่ายพูดถึง ถ้าเขารู้ว่าหันไปแล้วจะพบกับอะไรเขาจะไม่หันไปแน่ๆ ภาพชูก้าที่มองจีมินด้วยสายตาแบบที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมันเลยแม้สักครั้งทำหน้าชา ขอบตาร้อนผ่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

                สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

 

 

 

 

 

 

 

 

                คนถูกจ้องเหมือนจะรู้ตัว ตาคมเหลือบมองที่หางตาแวบนึงที่สายตาทั้งคู่สบตาทำเอาน้ำตาที่พยายามกักกั้นมาตลอดทั้งวันพังครืนราวกับเขื่อนแตก ก่อนที่ฮยอกมินจะเป็นฝ่ายหลบตา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “…”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ดีแล้วจริงๆหรอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                หลบคนนั้นก็มาเจอคนนี้ จองกุกที่มองอยู่ก่อนแล้วส่งยิ้มบางๆมาให้ ไม่ใช่รอยยิ้มแบบเห็นใจแต่เหมือนกำลังเยอะเย้ยเขามากกว่า คนตัวเล็กปาดน้ำตาที่ข้างแก้มแรงๆสองสามที ตาช้ำจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “นายมาทีหลังเขา ยอมถอยไปดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “แต่ฉันคบกับจีมินแล้วนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “…”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ยังต้องถอยอีกไหม












 







 

______________________________________________
กลับมาแล้วค่าา ฮื่อออ หายไปนานมากเลย แบบว่าวุ่นๆหลายเรื่อง
ติดคอนบังบวกติดสอบแบบมหากาฬ เป็นครั้งแรกที่มีสอบไฟนอลทั้งเดือน
เลยไม่มีเวลามาอัพเลย เค้าขอโต๊ดดดด แถมห่างหายไปนานทำเอาสนิมขึ้นด้วยแหละ
คือแบบภาษาวนไปวนมา เขียนแล้วลบๆหลายรอบมาก จากที่จัพตังแต่พฤ เลื่อนมาศุกร์ 
จนถึงวันนี้แหละ คงต้องขัดสนิมกันยกใหญ่ ฮื่อออ ตอนนี้อาจจะป่วงอย่าโกรธกันนะ แง




 

               

 

 

 

 

 

 

 

               

               THE ORA



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

523 ความคิดเห็น

  1. #500 Marsktoki (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 10:44
    จอนจองกุกกับความเหนือนี้
    ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ
    ไอเด็กมั่นหน้าา
    #500
    0
  2. #420 monster (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 13:21
    ขอฉากสวีท โฮปวี เยอะๆ ได้ม้ายยยยยย 

    สงสาร ฮยอกเนอะ แต่ก้าก็น่าสงสารกว่า

    แต่ กุกคบกะมินละอ้ะ ถอยให้ไม่ได้ละล่ะ ทำใจๆ

    #420
    0
  3. #401 Chuckler Aom Vasov (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 10:22
    โอ้ยยย ไรต์ เค้าสงสารฮยอก ไรต์อ่าาา หายไปนานเลย TT รีบมาต่อไวๆเลยนะ งอลลล
    #401
    0
  4. #384 Malo (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 15:18
    สงสารฮยอกอ่า เอาเด็กแสบคืนมาเถอะนะ มันดูฝืนๆไงไม่รู้ อยากให้ฮยอกแสบๆแบบแต่ก่อนอ่า แบบนี้ไม่ดีเลยน้าฮยอกมิน T^T พี่ก้าก็เลิกปากแข็ง ฝังใจเถอะ มีคนๆหนึ่งรอพี่อยุ่นะ อยู่ข้างๆพี่ตลอดเลยด้วย เปิดใจให้ฮยอกที่เถอะ

    แล้วนี่แจ๊คสันจับได้แล้วเหรอ? แล้วหนูฮยอกจะเอาไงล่ะ ตัวยิ่งบางๆอยู่ พี่กินี่ก็โทรมาได้จังหวะดีเนอะ -*- //อยุ่ในโหมดพาลยุนกิ รอไรท์มาอัพต่อนะครัช ตอนนี้แอบอยากรู้แล้วว่าถ้าฝ่ายแจ๊คสันปะทะวีขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ความสัมพันธ์ของอิโฮปกะวี รวมถึงพี่กะน้องฮยอกด้วย เป็นกำลังใจให้น้า ^^
    #384
    0
  5. #379 kaTanghaeyo (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 09:50
    สงสารฮยอก ฮืออออออออออ
    โดนพี่ก้าหักอกว่าหนักแล้ว แจ็คสันยังมาจับได้อีก หวังว่าจะเอาตัวรอดได้นะ TT
    พี่ก้านี่ก็อีกคน เห็นมั้ยว่าน้องร้องไห้ เดี๋ยวจะฟ้องแทแท!!
    เค้าคบกันแล้ว กุกมินคบกันแล้ว พี่ก้าต้องถอยนะ ออกตัวช้าก็งี้ล่ะพี่
    แล้วก็หันมาสนใจฮยอกบ้าง ไม่ต้องร้กก็ได้ แค่อย่าให้น้องเสียใจ ไม่งั้นจะแย่งน้องคืนมา -3-

    รอตอนหน้านะคะไรท์ ตอนนี้ก็สนุกอยู่นะ อินมาก สงสารฮยอก ไม่ป่วงค่ะๆ
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ^^
    #379
    0
  6. #378 Pk.Bunnie (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 23:10
    ฮยอกลูกพี่ละสงสารหนู กับพี่ก้าก็ช้ำรัก กับพี่แจ็คก็โดนจับได้ หนีมาหาพี่มาโธ่ลูก
    #378
    0
  7. #377 newfear_ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 15:49
    โอ้ยยยยยย ฮยอกมินลูกแม่ ฮรือออออออออออออ เจ็บมากไหมลูก ต้องมาฝืนทำอะไรแบบนี้ แงงงงง โหดร้ายมากกกกกกก
    #377
    0
  8. #376 Mvp Ppn (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 15:07
    โอ้ยยยยยทำไมทำแบบนี้หล่ะฮยอกมินนน T..T
    #376
    0
  9. #374 Silent_96 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 07:26
    สนุกมากเลยงับ รอตอนต่อไปอยู่~~
    #374
    0
  10. #372 kokkak (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 21:41
    โอ้โห อย่างเด็ด นี่อยากเห็นศึกแย่งจีมิน แต่ก็กลัวฮยอกมินเสียใจ โห้ยยยยยยยยยยยยยย พี่ก้ารู้ตัวสักทีว่าชอบฮยอกไปแล้วววววววว ไรต์มาต่อไวๆนะค้างมากบอกเลย โคตรค้างงงงงงงง
    #372
    0