คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Final Fantasy XV] The Beautiful Mind

โดย LittleBear

การสร้างความทรงจำที่สวยงามกับคนที่ถูกใจนั้น ถึงแม้ไม่ได้บอกรักอีกฝ่ายก็ย่อมรับรู้

ยอดวิวรวม

545

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


545

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


7
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ม.ค. 60 / 14:32 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่านผมเองหมีน้อยคนเดิมหรือจะเรียกพี่หมีก็ได้ไม่ว่ากัน วันนี้ผมกลับมาแล้ว ก็เลยมาเคาะๆสนิมกันก่อนโดยการแต่งฟิคคู่ที่ตัวเองชอบในfinal fantasy xv ก็คือคู่ของกราดิโอ้กับอาเจ้สาวแกร่งอาราเนียนั่นเอง คือการอวยคู่นี้อวยตอนที่อาราเนียมาแทนตำแหน่งของการดิโอ้ช่วงนึงนั่นแหละครับคำสั้นๆคำเดียวเหมือนอาราเนียเบิ้มของนายไม่อยู่เหรอแค่นั้นแหละครับอวยตั้งแต่ตอนนั้นมาแถมมีบัคที่เอาเจ้เข้าทีมมีรูปคู่อีกก็สุขใจไม่น้อยถึงแฟนอาร์ตจะไม่มีเลยก็เสร้าใจเบาๆ

คือเรื่องนี้เป็นฟิคเรื่องแรกในรอบ3ปี อาจจะมีอะไรติดขัดบ้างอะไรบ้างก็ขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ
ขอให้สนุกกับเรื่องนี้ติชมกันได้ตามสบาย

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 30 ม.ค. 60 / 14:32

บันทึกเป็น Favorite





"ไม่เห็นจำเป็นต้องเลียนแบบใคร ถึงแม้จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวไปบ้าง ถึงอย่างนั้นเป็นตัวของตัวเองย่อมดีที่สุด"



Aranea Highwind



......      ......      ......     ......      ......      ......      ......      ......      .....




     หญิงสาวคนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังอ่านสมุดบันทึกอยู่คนเดียวบริเวณอดีตหน้าร้านขายอาหารที่แฮมเมอร์เฮด ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่านักล่าเสียมากกว่าจะเป็นร้านอาหารแบบเดียวกับเมื่อ10ปีที่แล้ว เธอเปิดอ่านมันไปช้าๆราวกับมันเป็นนวนิยายที่มีเรื่องราวสนุกสนานซับซ้อน จนถึงหน้าๆหนึ่งที่เริ่มต้นเขียนด้วยคำขึ้นต้นต่างจากหน้าอื่นๆที่ขึ้นต้นด้วยว่าสัญญาใต้แสงจันทร์ หลังจากที่หญิงสาวได้อ่านถึงตรงนี้เธอก็ได้เงยหน้าไปมองท้องฟ้าที่เคยไร้แสงรุ่งอรุณมานานนับ10ปี 


      ยามเย็นวันนี้ไร้เมฆหมอกเลยทำให้เห็นดวงจันทร์ที่สวยงามอยู่คนละฝั่งกับดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นดวงจันทร์ดวงเดิมที่สวยงามเหมือนตอนที่เธอสัญญากับเจ้าของสมุดเล่นนี้ไว้เมื่อ2ปีที่แล้ว เธอหลับตานึกถึงวันนั้นไว้สักพัก จากนั้นจึงลืมตาแล้วเริ่มอ่านบันทึก


2ปีที่แล้ว......


      ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่เหมือนทุกๆคืนที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนฟ้าเปิดไร้เมฆหมอก ดวงจันทร์จะสาดแสงส่องสว่างงดงามเคียงคู่กับท้องฝ้ายามราตรี ทว่ามันกลับดูธรรมาสามัญหาได้ดูน่าสนใจเช่นทุกที เป็นไปได้ว่าเป็นเพราะตั้งแต่8ปีที่แล้วดวงตะวันมิได้ปรากฏให้เห็นอีกเลย ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับราชาผู้นั้นได้หายตัวไปอย่างลึกลับ นับตั้งแต่นั้นทุกๆวันจึงเป็นค่ำคืนที่แสนยาวนานอย่างแท้จริง


      แม้คืนนี้จะเหมือนทุกๆคืนที่ผ่านมา แต่อย่างน้อยก็ยังมีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังจ้องมองดวงจันทร์อย่างสนใจ 


"วันนี้ท้องฟ้าสวยนะว่าไหม" เสียงทุ้มดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เจ้าของเสียงก็ได้ก้มมองคนที่กำลังงีบหลับอยู่บนตักและกำลังพิงตัวเขาอยู่ 


      พอเห็นอีกฝ่ายที่งีบหลับอย่างสบายใจเขาก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ แม้เมื่อก่อนเค้าจะยิ้มไม่บ่อยยกเว้นอยู่กับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แต่เดียวนี้เขากลับยิ้มบ่อยขึ้น เพียงเพราะหญิงสาวที่งีบหลับอยู่บอกชอบรอยยิ้มของเขาเพราะมันดูน่ารัก ระหว่างที่กำลังนั่งยิ้มอยู่นั่นจู่ๆหญิงสาวที่งีบอยู่ก็ขยับพลิกตัวราวกับต้องการความอบอุ่น เขาจึงออกแรงกอดมากขึ้นเพื่อให้หญิงสาวรู้สึกอุ่นขึ้นเล็กน้อย พอเวลาผ่านไปสักพักเหมือนคราวนี้เหมือนหญิงสาวจะนอนหลับในอ้อมกอดของเขาไปเสียแล้ว เขาจึงหัวเราะออกมาเบาๆเพราะการกระทำไร้เดียงสาของคนตรงหน้า 


      เขาลูบศีรษะของเธอเบาๆด้วยความเอ็นดูประหนึ่งให้เธอได้พักอย่างสบายใจ เพราะจากหน้าที่ที่เธอต้องปกป้องผู้คนที่มาจากนครหลวงอิซอมเนียจากเหล่าปีศาจที่นับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่พวกเขาและคนอื่นๆช่วยกันกำจัดพวกมันมาตลอด8ปี ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เธอไม่ค่อยได้มีเวลาพักอย่างสบายใจมากเท่าไหร่ ระหว่างนั้นเขาก็ได้กอดไปพลางลูบหัวไปพลางอยู่นั้น สักพักก็ได้ยินเสียงลมหายใจของหญิงสาวที่กรนออกมาเบาๆ


ฟี่.....


ฟี่....


ฟี่.....


      การกระทำของเธอช่างน่ารักน่าเอ็นดูราวกับสาวน้อยย่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ทั้งๆที่เธออายุจะขึ้นเลข4ในอีกไม่กี่ปี 


      จากกระทำดังกล่าวของหญิงสาวได้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ถึงแม้จะดูไม่มากแต่สำหรับเขาแล้วมันคือยาชั้นดีที่ทำให้เขามีกำลังใจที่จะอยู่ต่อ เขาจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังหลับตานอนอย่างสบายใจ ระหว่านั้นเขาก็นั่งพิจารณาวิเคราะห์ใบหน้าของหญิงสาว แม้หญิงสาวตรงหน้าจะหลับตาแต่ก็รับรู้ได้ถึงตาที่คมสวย สันจมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีชมพูเหมือนสีของดอกกุหลาบ เขามองใบหน้าของเธอด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนพลางลูบผมสีบรอนซ์แพล็ตตินัมที่ตอนนี้ถูกปล่อยยาวเอาไว้อย่างเบามือ ไม่รู้ว่าเวลานั้นได้ผ่านไปนานสักเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ดวงจันทร์ขยับลอยขึ้นจากขอบฟ้ามาพอสมควร เขาถือวิสาสะก้มหน้าไปจูบตรงกลางศีรษะของหญิงสาวพร้อมๆกับสูดดมกลิ่นที่ติดผมของเธอราวมันเป็นเรื่องปกติ สักพักเหมือนหญิงสาวจะเริ่มได้สติ เธอค่อยๆลืมตาตื่นอย่างเกียจคร้าน จากนั้นจึงบิดตัวเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายนั้นตื่นตัว พอเห็นหญิงสาวเริ่มได้สติขึ้นมาเขาทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม


"หลับสบายไหม...อาเรีย" อาเรียหรือชื่อเต็มๆ อาราเนีย ไฮวินด์ เป็นชื่อของหญิงสาวที่เขาให้เธอพักพิงและโอบกอดตลอดคืนที่ผ่านมา ซึ่งดูจากชื่อที่เรียกทำให้รู้ว่าทั้งสองคยนั้นสนิทสนมพอสมควร


      อาราเนียไม่ตอบกลับเป็นคำพูด แต่ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้เป็นคำตอบแทนทำให้ชายที่คอยโอบกอดเธอหน้าขึ้นสี เหมือนเธอจะพึ่งรู้สึกตัวว่าอยู่ในอ้อมกอด แทนที่เธอจะเกิดอาการเคอะเขินเช่นหญิงสาวทั่วไปเธอ แต่เธอนั้นกลับไม่มีอาการเหล่านั้นปรากฏให้เห็น อาจเป็นเพราะช่วงอายุของเธอเลยวัยที่จะมาเคอะเขินแล้วหรือไม่ก็เพราะความที่อายุแก่กว่าชายที่กอดเธอถึง7ปี เลยทำให้เธอมองเขาเหมือนเด็ก แต่ถึงอย่างไรอาราเนียก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจแล้วแกะมือคนที่กอดเธออยู่ พร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วยืดกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้เกิดการติดขัดเวลาขยับร่างกาย ถึงแม้อายุของเธอใกล้จะขึ้นเลข4 แต่ลักษณะรูปร่างของเธอนั้นจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ว่าใครต้องตกตะลึงในความสวยงามและสมส่วน ไม่ว่าจะเป็นขาที่ยาวเรียวสวยเช่นเดียวกับท่อนแขนถึงแม้ทั้งสองส่วนที่ถูกปกปิดไปด้วยกางเกงขายาวปลอกแขน หน้าอกที่รูปทรงสวยงามไม่หย่อนคล้อยและมีขนาดที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ และหน้าท้องที่แบนราบแต่มีกล้ามเนื้อพอประมาณบ่งบอกถึงการฝึกฝนที่หนักพอตัว ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้เธอดูเป็นเป้าสายตาของชายหลายๆคน ระหว่างที่เธอยืดกล้ามเนื้ออยู่นั้นเธอก็ได้ถามชายที่คอยปกป้องเธอยามที่เธอได้พักผ่อน


"แล้วนายละ...ได้นอนบ้างรึเปล่ากราดิโอ้" การดิโอ้หรือชื่อเต็มๆ กราดิโอลัส อามิซิเทีย คนที่คอยปกป้องไม่ให้เธอเหงาหรือว่าเหว่ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา


"กราดิโอ้?" 

"กราดี้?" เธอเริ่มเรียกชื่อเล่นที่น้องของเขาชอบเรียกแต่ก็ไม่มีการตอบกลับจากชายที่ถาม


      หลังจากที่เธอยืดกล้ามเนื้อเสร็จแล้วก็ได้หันกลังกลับไปมองชายที่คอยปกป้องเธอไม่ให้หนาวตลอดคืน ตอนนี้เหมือนเขาจะนั่งเหม่อหรือคิดอะไรสักอย่างอยู่ ไม่รอช้าอาราเนียเดินเข้าไปหาพร้อมกับก้มตัวลงไปจูบหน้าผากเพื่อเรียกสติ สักพักเหมือนกราดิโอ้จะเริ่มได้สติขึ้นมาประติดประต่อเนื่องราวได้ หน้าจึงขึ้นสีและตะโกนถามแก้เขินไป


"ธะ...เธอทำอะไร" กราดิโอ้พูดขึ้นพร้อมกับกำลังเอามือแตะตรงจุดที่ถูกจูบ แต่หญิงสาวเร็วกว่าจึงคว้าเอาไว้ได้ทัน


"ก็ฉันถามแล้วนายไม่ตอบนะสิหนุ่มน้อย" อาราเนียพูดเสร็จก็เอานิ้วดีดหน้าผากเขาไปอีก1ที แล้วปล่อยมือข้างที่จับแขนของกราดิโอ้ไว้อยู่ ไม่ทันที่กราดิโอ้จะเริ่มอ้าปากถาม อาราเนียก็พูดสวนกลับไปด้วยสายตาที่หงอหงอยเล็กน้อย


"เพราะว่าถ้านายไม่ได้นอนเลย ฉันก็ห่วงว่านายจะเป็นอะไร" เธอกอดอกพร้อมกับก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด


"ฉันไม่เป็นไรหรอก" เขาพูดพลางลูบหัวคนตรงหน้าไปพลาง "ไว้ถึงเลสทาลัมฉันค่อยนอนพักก็ได้แค่นี้ไม่มีปัญหาหรอก" ที่พูดแบบนี้เขาเคยปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้นอนทั้งสัปดาห์ยังเคยมาแล้ว 


      พออาราเรียได้ยินแบบนั้นก็ได้ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ แต่ถึงอย่างไรเธอก็อดเป็นห่วงคนตรงหน้าไม่ได้เธอจึงจับคางของเขาแล้วเชยคางขึ้นมา บิดหน้าหันซ้ายขวาพลางตรวจเช็คสภาพใบหน้าของคนตรงหน้าว่ามีอาการอ่อนเพลียหรือง่วงนอนไหม เธอเอามือแนบแก้มทั้งสองข้างของเขา กราดิโอ้รู้ว่าเธอต้องการจะทำอะไรเขาจึงก้มหัวให้อย่างรู้งาน อาราเรียเอื้อมมือไปหลังคอของเขาตอนนี้เส้นผมสีดำเหมือนสีของถ่านของกราดิโอ้นั้นยาวจนเสมอบ่าของเขาแล้วอาราเนียจึงทำการหยิบปอยผมมาส่วนนึงแล้วมัดมันไว้อย่างใจเย็น ระหว่างที่เธอกำลังมัดผมให้กราดิโอ้อยู่นั้นก็ได้หลับตาลงด้วยเพราะจากประสบการณ์เจอแตงโม2ลูก ขณะที่อาราเนียมัดผมให้นั้นติดตาจึงทำให้เขาหลับตาเวลาที่เธอมันผมให้ตั้งแต่นั้น


      หลังจากอาราเนียมัดผมให้กราดิโอ้เสร็จเรียบร้อยเธอจึงจูบเปลือกตาของเขาเบาๆเป็นสัญญาณว่าให้ลืมตา กราดิโอ้ค่อยๆลืมตาอย่างช้าๆสิ่งแรกที่เขาได้เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวที่เขารักตอนนี้ที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนไม่ใช่รอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์แบบทุกที ซึ่งเขาไม่รู้ตัวเลยว่ารอยยิ้มที่เขายิ้มตอบกลับมานั้นมันดูเย้ายวนจนหัวใจของหญิงสาวตรงหน้านั้นเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเสียแล้ว 


      ถึงตอนทั้งสองคนมองหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่ตั้งใจแต่ตอนนี้ทั้งคู่ไม่สามารถหลบสายตาหนีจากอีกฝ่ายได้เลย ฝ่ายนึงที่ตอนแรกต้องการจะแกล้งหยอกอีกฝ่ายตามนิสัยแต่กลับถูกตอบโต้กลับมา หากหลบหน้าตอนนี้ถือเธอต้องรู้สึกเสียหน้าแน่ๆเธอจึงพยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุด อีกฝ่ายที่อายุอ่อนกว่าตอนแรกรู้สึกตะลึงใบหน้าของคนตรงหน้า จนกระทั่งเขารับรู้ได้ถึงใบที่หน้าที่แดงกับท่าทีที่ฝืนทำให้ดูปกติที่สุดของอีกฝ่ายมันดูน่ารักจนอดแกล้งคืนไม่ได้ เพราะนานๆทีเขานั้นจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ดูเหมือนตอนนี้หญิงสาวกำลังจะพ่ายแพ้เธอจึงเปลี่ยนไปเป็นจ้องตาของอีกฝ่ายเพื่อแก้อาการเขินอายของเธอ แต่ทว่าเธอนั้นคิดผิด และจากนี้อาราเนียจะต้องจดบันทึกไว้ในสมองไว้ว่าถ้าจะอยากจะแกล้งหรือหยอกกราดิโอลัสห้ามจ้องดวงตาของเขาเป็นอันขาด


      ทันทีที่ดวงตาสีเขียวมรกตได้สบประสานเข้ากับดวงตาสีเหลืองอำพันนั้น อาราเนียรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกดทำให้ไม่สามารถหลบหนีหรือมองสิ่งอื่นนอกจากดวงตาสีเหลืองอำพันคู่นี้ได้เลย เช่นเดียวกับกราดิโอ้ที่รู้สึกเหมือนตัวเองถูกดึงดูดจากดวงตาสีเขียวมรกตของหญิงสาวตรงหน้า ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ใบหน้าของทั้งสองค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ แต่ดูเหมือนอาราเนียจะหลุดออกจากห้วงภวังค์เพราะมือซ้ายของเธอรับรู้ถึงความเย็นชุดเกราะที่เธอถอดวางไว้ใกล้ๆตอนที่ใบหน้ากำลังเคลื่อนตัวเข้าไปหาคนตรงหน้า ไม่รู้ว่าเพราะสัญชาติญาณของลูกผู้หญิงหรือนิสัยของเธอทำให้อาราเนียง้างมือขึ้นแล้วตบใบบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรงจนทำให้ทั้งตัวหันไปตามทิศทางแรงตบของเธอ


"ฉะ...ฉันไปตะ...แต่งตัวก่อนนะ" ตอนนี้ไม่รู้ว่าอาราเนียรู้สึกอย่างไร เธอเขิน อาย รู้สึกผิด กลัว ประหม่า หรือดีไม่ดีอาจจะเป็นทุกอาการก็เป็นไปได้ 


      ถึงแม้ว่าอาราเนียจะบอกว่าแต่งตัวแต่จริงๆแล้วเธอเพียงแค่ใส่ชุดเกราะของเธอเท่านั้นเอง ตอนนี้กราดิโอ้ได้ลุกขึ้นมาแล้วหันหลังให้กับอาราเนีย ระหว่างที่อาราเนียสวมชุดเกราะของเธอกราดิโอ้ก็ได้แต่ยิ้มมีความสุขที่อาราเนียแสดงสีหน้าท่าทางแบบนี้กับเขา ถึงจะเจ็บตัวนิดหน่อยแต่ก็คุ้มค่าที่ได้เห็นสีหน้าท่าทางเขินอายของคนที่เขารัก เวลาผ่านไปสักพักเหมือนอาราเนียจะแต่งตัวเสร็จแล้วจึงได้สะกิดไหล่ของกราดิโอ้เป็นสัญญาณให้หันกลับมา พอเขาหันกลับมาได้สักพักนึงแล้ว อาราเนียที่กำลังยืนกอดอกแล้วยิ้มออกมาบางๆเพราะเครื่องแต่งกายของกราดิโอ้วันนี้นั้นเป็นแบบที่เธอนั้นขอให้เขาสวม เสื้อกล้ามสีดำขนาดพอดีตัว ทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีเขียวขี้ม้าและท่อนล่างเป็นกางเกงขายาวสีขาวที่ขาซ้ายรัดด้วยกระเป๋าขนาดเล็กที่บรรจุของจำพวกยาและอุปกรณ์ทำแผลแบบพกพาแล้วสวมบู๊ททะเลทรายน้ำตาลตัดกับสีของเสื้อ พอกลาดิโอ้เห็นสีหน้าของเธอที่กำลังยิ้มกรุ่มกริ่มก็อดถามไปไม่ได้


"ยิ้มอะไรของเธอ"


"ก็..." อาราเนียค่อยๆเดินเข้าหาชายหนุ่มสูง198เซนติเมตรพร้อมกับเอียงคอกำคางเหมือนนึกคำอะไรซักอย่าง 

"ดีใจที่นายไม่สวมเสื้อโชว์พุงออกมาเดินนะสิ" อาราเนียพูดขึ้นพร้อมกับจิ้มไปที่หน้าท้องของกราดิโอ้แรงๆ ถึงเธอจะรู้ว่าเขานั้นไม่มีพุงแต่ก็อดแกล้งเรื่องรูปร่างของคนตรงหน้าไม่ได้


"ไม่มีพุงซะหน่อยมีแต่กล้าม" เขาพูดขึ้นพร้อมหับเลิกเสื้อโชว์หน้าท้องให้อีกฝ่ายดู


"จ้าๆ รู้ตั้งแต่เอานิ้วจิ้มไปแล้วพ่อมั่นใจในตัวเอง" อาราเนียรุกเข้าใกล้แล้วเอามือเท้าเอวเอาไว้แล้วเอนตัวไปข้างหน้าพอประมาณแล้วเงยหน้าจ้องมองชายตรงหน้า พอกราดิโอ้ก้มมองตามเสียงเห็นเธอทำท่าแบบนี้กลับทำให้เขาหน้าขึ้นสีเพราะว่าท่าทีของเธอบวกกับรูปร่างนั่นทำให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนมากเหลือเกิน ตอนนี้หน้าของเขาแดงมากซึ่งแดงจนต้องเอามือปิดหน้าแล้วหันหนี


      พอเห็นท่าทีของกราดิโอ้เป็นไปตามที่คาด อาราเนียก็ได้ยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วกลับมายืนตามปกติ เธอนั้นชอบสีหน้าของกราดิโอ้ที่เป็นแบบนี้จริงๆ จึงทำให้เธอชอบแกล้งชอบหยอกเขาอยู่ตลอดนั่นเอง ด้วยความหมั่นไส้ของกราดิโอ้เขาเลยเอามือไปขยี้ผมของอาราเนียอย่างมันมือ หลังจากที่ทั้งคู่แกล้งกันเสร็จแล้วทั้งคู่ได้เตรียมตัวเดินทางกลับไปยังค่ายของอาราเนียต่อ แต่ทว่าระหว่างทางเกิดมีแขกผู้ที่ไม่ได้รับเชิญมา


ครืด.......


ครืด.......


ครืด.......


      เสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ กราดิโอ้ได้เรียก 1 ในดาบยักษ์ที่อยู่ในคลังของอาวุธของราชาองค์ปัจจุบัน ลักษณะของดาบยักษ์นั้นเป็นดาบตัดปลายยอดมีโลหะคมเดียว2ใบที่ติดอยู่คนละฝั่งตรงกลางมีแท่งโลหะยื่นออกมาแล้วเชื่อม2ใบมีดยักษ์ไว้ด้วยกัน เขาได้เรียกมันออกมาไว้ที่มือขวาพร้อมกับก้าวเดินช้าๆแล้วมองไปรอบๆว่าปีศาจจะปรากฏตัวจากตรงไหน ขณะเดียวกันอาราเนียก็ได้หยิบหน้ากากที่ดูเหมือนซี่กรงเข้ามาสวมแล้วกำหอกประจำตัวไว้แน่นแล้วทำแบบเดียวกันกับกราดิโอ้ 


      สักพักมีแขนขนาดยักษ์โผล่ขึ้นอกมาจากพืนพร้อมกับออร่าสีม่วงน้ำเงินผุดขึ้นรอบๆ พอแขนนั้นฟาดลงพื้นปีศาจน์สูงประมาณ6เมตรค่อยๆปีนออกจากบ่อออร่าสีม่วงน้ำเงิน พอมันปรากฏตัวขึ้นมาบ่อนั้นก็หายไปราวกับบริเวณนั้นไม่เคยมีมาก่อน 


      ทันทีที่ปีศาจปรากฎตัว กราดิโอ้ไม่รอช้าเขาปาดาบยักษ์ไปที่หัวของปีศาจทันที ทันทีที่คมดาบเข้ากระแทก กราดิโอ้วาร์ปตัวเองไปที่ดาบยักษ์ของตน จากนั้นเขากำด้ามดาบไว้แน่นแล้วหมุนตัวกลางอากาศเพื่อเพิ่มความเร็วในการฟัน ทันทีที่คมดาบฟังตัวเข้าไปในเนื้อของปีศาจแล้วเขาออกแรงเพิ่มเพื่อเฉือนจึงเกิดแผลเป็นทางยาวตั้งแต่หัวถึงลำตัว ทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้น อาราเนียได้โผล่เข้ามาจากด้านหลังเขาแล้วเอามือซ้ายแตะไหล่ของกราดิโอ้แล้วใช้เขาเป็นฐานส่ง ทันที่เธอเธอสะบัดมือตัวเธอได้พุ่งทะยานไปพร้อมหอกแล้วแทงปีศาจตรงหน้าจนเกือบทะลุ แต่ด้วยปีศาจนั้นมีพลังชีวิตมากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นจึงทำให้มันยังไม่ตายแถมยังสามารถสู้ต่อได้โดยไม่มีอาการเจ็บปวดอะไรปรากฎให้เห็น


      อาราเนียพยายามจะดึงหอกของตนออกแต่ปีศาจตนนั้นจับด้ามหอกไว้ไม่ยอมให้เธอดึงมันออก มันยกแขนที่ถือดาบขนาดยักษ์ขนาดพอๆกับตัวมันขึ้นมาเหนือหัว ทันทีที่มันยกจนสุดอาราเนียปล่อยมือแล้วถีบท้ายของหอกของเธอแทน ทันทีที่เธอถีบหอกเธอก็ได้กระโดดตีลังกากลับหลังหลบดาบนั้นได้อย่างหวุดหวิด พอเท้าทั้ง2ของอาราเนียแตะพื้น เธอย่อเข่าลงเล็กน้อยแล้วพุ่งตัวไปข้างหน้าหาปีศาจโดยไม่ได้ถืออาวุธ 


      ทันที่ที่อาราเนียเข้าใกล้ปีศาจตนนั้น เธอได้เตะเข้าไปที่บริเวณข้อต่อของปีศาจโดยใช้ส้นของรองเท้าที่ดูเหมือนใบมีดเฉือนส่วนที่เหมือนจะเป็นเส้นเอ็น ถึงมันจะไม่ขาดอย่างน้อยๆก็ย่อมทำให้ปีศาจอ่อนแอลง จากนั้นเธอก็ได้กระโดดข้ามไหล่ปีศาจแล้วใช้เท้ายันท้ายทอยของมันเป็นฐานเพื่อส่งตัวเธอไปเก็บหอกที่ทะลุร่างของปีศาจ กราดิโอ้เห็นโอกาสจึงทำการเหวี่ยงดาบไปรอบตัวแล้วรุกเข้าประชิดทันที พอได้ระยะแล้วกราดิโอ้ได้เหวี่ยงดาบฟันจากซ้ายไปขวาเข้าไปที่บริเวณข้อพับแถวเข่าของปีศาจทำให้มันล้มลงทันที อาราเนียเห็นโอกาสเธอรีบกระโดดขึ้นฟ้าพร้อมกับหอกของเธอแล้วหมุนควงสว่านลงมาเป็นการปลิดชีพของปีศาจตนนั้นลง หลังจากที่รอร่างของปีศาจสลายไปกราดิโอ้ก็เอ่ยชมคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม


"เข้าจังหวะจู่โจมได้ดีเหมือนเดิมเลยนะอาเรีย" กราดิโอ้ที่คืนดาบสู่คลังกษัตริย์เรียบร้อยแล้วกำลังจะเดินไปแปะมือกับอาราเสียก็ได้มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น


ปึ้ง!!!


      จู่ๆมีปีศาจที่แต่งตัวเหมือนพวกตะวันออกได้ฟันลงมาที่กราดิโอ้อย่างรวดเร็วทำให้เกิดฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่ว


"กราดิ..."


 ปึ้ง!!!


      ไม่ทันที่อาราเนียจะพูดจบประโยค ดาบขนาดยักษ์ได้ฟาดเข้าที่ด้านขวาจนเธอปลิวไปชนก้อนหินยักษ์ก้อนหนึ่งเลยเกิดควันคละคลุ้งพอๆกัน


"อาเรีย!!!" ทันทีที่ได้ยินเสียงดังสนั่นไปทั่วกราดิโอ้เลยตะโกนเรียกชื่อหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ฝุ่นควันฝั่งกราดิโอ้เริ่มจางลงปรากฏว่ากราดิโอ้ได้เรียกโล่ห์ของเขามากันดาบคาตะนะไว้ได้ 


"ฉันสบายดี...ฉันไม่เป็นอะไร" อาราเนียตะโกนตอบกลับมาทันทีเมื่อได้ยินเสียง


      หลังจากที่ฝุ่นควันจากลงก็เห็นปีศาจ7-8ตนกำลังรอจู่โจมพวกเขาอยู่ กราดิโอ้เก็บโล่ห์แล้วเรียกดาบยักษ์ที่ใช้เมื่อครู่ออกมาอีกครั้งแล้วยกมันขึ้นด้านหน้าขนานกับลำตัวเหมือนเป็นการเคารพอีกฝ่ายก่อนการต่อสู้ เขารวบรวมสมาธิแล้วตวัดฟันดาบเแนวนอนอย่างรวดเร็วจนเกิดรัศมีดาบลักษณะสายฟ้า แล้วทะยานพุ่งออกไปสัมผัสปีศาจเหล่านั้น ทันที่ที่ปีศาจสัมผัสรัศมีดาบบางตัวก็ตายในทันทีแต่บางตัวก็รอด กราดิโอ้ใช้จังหวะนี้กระโดดลอยขึ้นไปบนอากาศสูงพอสมควรแล้วฟาดดาบลงไปอย่างรุนแรงในจังหวะที่เขาร่วงหล่นลงมาจู่โจมใส่ปีศาจที่ยังเหลืออยู่ 


      ทางฝั่งของอาราเรียนทันทีที่ฝุ่นควันจางลงเธอได้ใช้วิชาการจู่โจมที่ขึ้นชื่อของตระกูล เธอได้กระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า ไม่รู้ว่าจะเรียกการกระทำของเธอว่ากระโดดหรือบินดีเพราะเธอทะยานขึ้นไปสูงมากประมาณ10เมตรหรือสูงยิ่งกว่า ช่วงที่เธอล่องลอยอยู่บนฟ้าเธอก็ได้กำหนดเป้าหมายในการโจมตีจากเบื้องบนเล็กน้อย เธอคว้าหอกของเธอแล้วให้ปลายหอกเล็งไปยังเป้าหมายแล้วเธอขึ้นไปเหยียบฐานใบมีดเพื่อควบคุมทิศทางจากนั้นเริ่มเหวี่ยงหมุนตัวไปรอบๆโดยให้ด้ามหอกเป็นจุดศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มความรุนแรงในการโจมตี เธอหมุนไวขึ้นเรื่อยๆจนมองจากภายนอกเห็นเป็นวัตถุทรงกรวยกำลังร่วงหล่นจากท้องฟ้า ทันที่ที่คมหอกกระแทกเป้าหมาย มันได้ฉีกร่างตรงหน้าราวกับสิ่งนั้นเป็นเพียงปุยนุ่น และมันไม่หยุดแค่นั้นมันพุ่งทะยานไปข้างหน้าต่อจนกว่าจะตกถึงพื้น พอคมหอกสัมผัสพื้นได้เกิดการระเบิดรุนแรงมีรัศมีการทำลายยกว้างพอสมควร ราวกับวัตถุที่ทรงพลังตกลงมา การต่อสู้กับปีศาจนั้นกินเวลาไปพอสมควรทันทีที่ทั้งคู่กำจัดตัวสุดท้ายที่ปรากฏตัวได้แล้ว ทั้งคู่ได้แต่ยืนพักหายใจจากความเหนื่อยล้า


"ทำไม...วันนี้...มันมาเยอะแบบนี้" กราดิโอ้บ่นไปพลางหอบหายใจด้วยเสียงทุ้มที่เป็นเอกลักษณ์ 


"ฉันก็ไม่รู้" อาราเนียที่ยืนกอดอกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเฉยทำเป็นเหมือนไม่เป็นอะไรหากสังเกตดีๆจะเห็นเธอสูดลมหายใจเข้าออกแรงและเร็วกว่าปกติพอสมควร "หรือว่านายรู้?"


"จะไปรู้ได้ยังไงละ" กราดิโอ้เดินไปหาอาราเนียพร้อมกับถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกแล้วคลุมตัวของเธอไว้ "เพราะฉันก็อยู่กับเธอตลอด" พออาราเนียได้ยินก็ยิ้มออกมาบางๆไม่ใช่เพราะคำตอบที่ได้แต่เป็นเพราะจากการกระทำ


"นึกว่าจะปล่อยพี่สาวคนนี้ให้หนาวตายซะอีก"


"ดูสภาพตัวเองซะบ้างแม่คนเก่ง" หลังจากที่กราดิโอ้พูดเสร็จเขาก็ได้หันหน้าหนีไปอีกทาง อาราเนียก็ได้ก้มมองตัวเองตอนนี้ชุดเกราะของเธอเสียหายไปพอสมควรมิน่าเธอถึงรู้สึกหนาวกว่าปกติ


"นี่...ขอฉันขี่หลังนายได้ป่าว"


"ขอปฏิเสธ"


"น่านะ ขอขี่หน่อยขาฉันเจ็บ" อาราเนียเริ่มทำเสียงออดอ้อน


"เฮ้อ...ก็ได้ขึ้นมาสิ" ทันทีที่พูดจบกราดิโอ้ก็ย่อเข่าลงให้อาราเสียขึ้นขี่อยู่ด้านหลัง


      ระหว่างการเดินทางกลับไปยังที่ค่ายไม่ค่อยมีปีศาจเดินเพ่นพ่านอยู่มากมายทำให้กระดิโอ้ที่แบกอาราเนียอยู่นั้นสามารถหาช่องทางในการหลบสายตาปีศาจเหล่านั้นได้ จนถึงเขตที่พวกลูกน้องของอาราเนียได้ทำการกวาดล้างปีศาจ ทำให้พวกเขาเดินทางได้สะดวกขึ้นไม่จำเป็นต้องหลบปีศาจต่อ


"นี่ อาเรีย" 


"หืม...มีอะไรเหรอ"


"เธอเป็นยังไงบ้าง"


"ก็ดีขึ้นบ้างแล้วละ ว่าแต่นายเถอะเหนื่อยไหมเล่นแบกฉันมาตลอดทาง"


"ฉันไม่เป็นอะไรถึงจะเหนื่อยบ้างนิดหน่อย อีกอย่าเธอก็ไม่ได้ตัวหนักสักนิด"


"ขอให้มันจริงเถอะ ใครละบ่นออดๆแอดๆตอนที่สู้กับปีศาจเมื่อกี้นะ"


"ว่าแต่คนอื่นเธอนั่นแหละที่ยืนอยู่เฉยๆให้มันโจมตี"


"ก็เพราะใครละทำให้ฉันห่วง" อาราเนียพูดด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจเสร็จเธอก็เอาหน้าแนบหลัง


"ขอโทษ" เสียงคำพูดเบาๆดังมาจากคนตรงหน้าถึงจะสั้นๆห้วนๆแค่นี้ก็พอแล้ว


"นี่...จะนอนพักกันก่อนก็ได้นะฉันไม่ว่า" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง


"ไม่เป็นไรหรอก เวลาจะพักยังมีอีกเยอะ" 


"อื้อ"


"จะว่าเถอะหลังจากเรื่องพวกนี้จบลงแล้วเธอจะทำอะไรต่อ"


"ไม่รู้สิ..." อาราเนียพูดเสร็จก็พักคางตัวเองไว้ที่ไหล่ของกราดิโอ้ "อาจจะเลิกเป็นทหารรับจ้าง ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา แล้วคงจะแต่งงานละมั้ง แล้วนายละ"


"ฉันเหรอ?" ทันที่ที่กราดิโอ้ถามอาราเนียก็พยักหน้าที่ตอนนี้พักอยู่ที่ไหล่ของเขา "หลังจากจบเรื่องนี้แล้ว ฉันกับพรรคพวกคงจะต้องฟื้นฟูอิซอมเนียไปก่อน แล้วจากนั้นค่อยว่ากัน อาจจะทำเหมือนเธอ ไม่ก็อย่างอื่น" 


"แล้วนายเจอคนที่ถูกใจนายแล้วรึยัง" อาราเนียกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา


"หึ...ไม่รู้สิ บางทีเป็นเธอก็ไม่เลว" ทันทีที่กราดิโอ้พูดจบอาราเนียก็เกิดชะงักไปครู่นึงก่อนจะเริ่มพูดต่อ


"แต่ฉันจะ40แล้วนะแถมแก่กว่าตั้ง7ปี" อาราเนียเงียบไปพักนึง "ทำไมถึงเป็นฉันละ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาแล้วซุกหน้าลงไหล่ของคนที่ถาม


"เพราะเธอที่เป็นเธอ" กราดิโอ้ตอบสั้นๆห้วนๆ "อีกอย่าง ถึงอายุจะน้อยกว่ามันก็มีข้อดีของมันอยู่" 


"อย่างน้อยๆเมื่อถึงเวลาที่พวกเราจะต้องตาย..." เขานิ่งเงียบไปครู่นึงก่อนที่จะเริ่มพูดต่อ "พวกเราจะได้แก่ตายพร้อมกัน" 


      ทันทีที่กราดิโอ้พูดจบอาราเนียได้ยิ้มออกมา รอยยิ้มนี้ไม่ใช่รอยยิ้มแบบเจ้าเล่ห์แบบทุกทีหรือรอยยิ้มบางๆ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ปลื้มปิติยินดี เธอซุกหน้าไปที่กลางหลังของเขา


"ขอบคุณนะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นเล็กน้อยด้วยความดีใจ


      กราดิโอ้ยิ้มอย่างพอใจกับคำตอบที่เขาได้รับ ที่การพูดระหว่างทั้งสองเป็นแบบนี้ เพราะความสัมพันธ์นั้นจะดูคลุมเครือ ไม่ว่าจะเหมือนเพื่อนร่วมงาน คล้ายลูกน้อง ดูเหมือนเพื่อนสนิท หรือว่าเป็นคนรัก ต่างฝ่ายต่างรู้สึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายและไม่คิดที่จะขีดเส้นกั้น เพราะพร้อมที่จะตอบตกลงทันทีที่อีกฝ่ายร้องขอ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆทั้งคู่กลับไม่ยอมมันออกมา ราวกับว่าพวกเขายังมีพันธะกับหน้าที่ที่ยังต้องจัดการให้เสร็จก่อน จึงทำให้ทั้งคู่ได้แต่พูดกันอ้อมๆเพื่อบอกอีกฝ่าย


"นี่ตอนนี้ความฝันของนายคืออะไรเหรอกราดิโอ้" ทันทีที่กราดิโอ้ได้ยินคำถามเขาก็หยุดเดินแล้วเงยหน้ามองบนท้องฟ้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่


"นายยังไม่มีเหรอ..." อาราเนียที่ขี่หลังอยู่พูดเสียงแผ่วอย่างน้อยใจ


"ใครว่าละ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับพูดต่อ "ความฝันก็หลังจากที่เราได้อยู่ด้วยกันจากนี้อย่างน้อยๆอีก20ปี ฉันอยากให้เรานั่งมองดวงจันทร์อยู่ด้วยกัน" 


"เจ้าเล่ห์นักนะ" เธอบิดหูของกราดิโอ้เบาๆ


"ฉันพูดจริงนะ อาเรีย" กราดิโอ้หันหน้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง


"อื้อ ฉันจะรอนะ" อาราเนียตอบด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะนึกอะไรได้


"เดี๋ยวสิ กว่านายจะฟื้นฟูอิซอมเนียเสร็จ ก็อีกนานเลยละสิกว่าเราจะได้อยู่ด้วยกัน" 


"ใครว่าจะรอให้ฟื้นฟูเสร็จก่อนละ ก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่จบเรื่องเลยซะสิ พอทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเรา..." กราดิโอ้ตอบคำถามไปแต่นิ่งไปครู่หนึ่ง


"แล้วเรา?" 


".....แล้วเราก็จะได้พักผ่อนกันจริงๆซะที" เขาพูดขึ้นแล้วหันหน้ายิ้มให้อาราเนีย 


      พออาราเนียได้ยินก็บีบจมูกของกราดิโอ้ด้วยความหมั่นไส้ แทนที่เขาจะหันหน้าหลบกลับยิ้มอย่างยินดีกลับมาแทน จู่ๆกราดิโอ้ก็พูดขึ้นมาว่า


"ดวงจันทร์คืนนี้มันสวยมากเลยว่าไหม" ตอนที่กราดิโอ้พูดขึ้นมาแทนที่เขามองดวงจันทร์เขากลับมองไปที่อาราเนียนแทน


"ถึงให้ตายตอนนี้ก็ไม่มีอะไรติดใจแล้วละ" เธอตอบกลับมาพร้อมกับออกแรงกอดคอของกราดิโอ้แน่นขึ้น 


      หลังจากที่อาราเนียพูดเสร็จเธอก็ได้หาวออกมาทั้งๆที่เธอได้นอนไปแล้วอาจจะเพราะความเหนื่อยล้าหรืออะไรก็แล้วแต่ กราดิโอ้ก็บอกให้เธอพักจนกว่าจะถึงที่หมาย


      พอถึงจุดหมายแล้วกราดิโอ้ค่อยๆย่อตัวลงให้หญิงสาวที่ขี่หลังค่อยๆวางเท้าลงอย่างระมัดระวังเขาคอยระวังเธอราวกับว่าเธอสิ่งของที่เปราะบางออกแรงมากไปแม้เพียงนิดเดียวสามารถแตกสลายได้ หลังจากที่เธอลงจากหลังเขาเรียบร้อยแล้ว เขาได้ลุกขึ้นแล้วหันกลับมาไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรกราดิโอ้ก็ได้สวมกอดเธอแน่นราวกับเธอจะหายไปแล้วไม่กลับมาอีก 


      อาราเนียหลับตาลงแล้วกอดเขาตอบพร้อมกับยิ้มแล้วลูบหลังชายตัวสูงใหญ่ตรงหน้า บางทีการจากกันอาจจะทำให้เขารู้สึกเหงาก็เป็นได้ ตามความจริงเธออยากจะทำแบบเขาบ้างแต่เนื่องด้วยอายุที่ใกล้เลข4และมากกว่าชายตรงหน้าทำให้เธอคิดว่ามันดูไม่เหมาะ ผิดกับเขาที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกต่อให้อายุจะมากขึ้นเท่าไหร่ก็ตาม


"อ้อนเป็นเด็กเชียว..." เธอเขย่งตัวกระซิบข้างหูชายตรงหน้าแล้วหอมแก้มให้อย่างแผ่วเบา


"มีแค่เธอเท่านั้นแหละที่เห็น" กราดิโอ้ลูบหัวของอาราเนียอย่างแผ่วเบาแล้วค่อยๆคลายกอดออกแล้วจับมือของเธอเบาๆ


"เดินทางปลอดภัย อย่าให้ฉันต้องตามไปช่วยละ" เธอกำมือของเขาแน่นเป็นการกำชับคำสั่ง


"แน่นอน" เขายิ้มออกมาบางๆพร้อมกับกำลังก้มตัวไปแล้วย่อตัวเพื่อให้หน้าผากชนกันเหมือนคอยอวยพรให้อีกฝ่ายปลอดภัยแต่อาราเนียเอามือขวางระหว่างศีรษะของเธอและเขาไว้ก่อน


"ถิ่นของฉัน" อาราเนียดันศีรษะของกราดิโอ้ออก "กฏของฉัน" พอพูดจบเธอก็เขย่งขาไปจูบริมฝีปากของกราดิโอ้เบาๆแล้วเดินถอยหลังไปสักนิดแล้วดันหน้าผากของกราดิโอ้ที่ไม่ได้สติจนล้มลงไปมองดาวที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้า


"แล้วเจอกันนะจ๊ะ พ่อตัวโต" กราดิโอ้แทนที่จะโมโหเขากลับนอนมองท้องฟ้าแล้วยิ้มอยู่ตรงนั้นอย่างพอใจ แล้ววันนี้เขาจะไม่มีวันลืม


2ปีต่อมา......


      อาราเนียที่อ่านบันทึกถึงหน้าสุดท้ายที่มีข้อความเธอก็ยิ้มออกมาบางๆ เธอยังจำเรื่องที่เสียใจที่สุดเมื่อ2เดือนที่แล้วได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าคนอื่นๆจะยินดีเรื่องที่แสงสว่างนั้นได้หวนคืนกลับมา แต่สำหรับเธอมันเป็นวันที่เสียใจที่สุดสักพักเธอได้ยินเสียงเคาะประตู เธอเลยเตรียมหยิบอาวุธที่อยู่ข้างตัวเพราะตอนนี้เวลาดึกแล้ว ทันทีที่ได้ยินเสียงคนเรียกที่หน้าประตูเสียงเรียกนั้นช่างคุ้นเคย เธอจึงวางบันทึกนั้นลงบนโต๊ะแล้วเดินไปที่ประตู ทันทีที่เธอเปิดประตูเธอก็พบหญิงสาวผมสีดำประบ่าสวมเสื้อยืดแขนกุดสีขาวรัดรูปสวมทับด้วยเสื้อหนังเอวลอยสีดำเอวลอยที่รูดซิบจนบริเวณต้นคอ หญิงสาวคนนั้นสวมกระโปรงแบบเดียวกับเธอทำให้เห็นกางเกงขาสั้นเหนือเข้าเล็กน้อยกับรองเท้าคอมแบตสีดำ 


"พี่อาเรีย" หญิงสาวที่ดูอ่อนกว่าทักทายแล้วเข้าไปกอดอาราเนีย


"เป็นยังไงบ้างอิริส" 


"หนูสบายดีคะแล้วพี่ละคะ" ทันทีที่อิริสถาม อาราเนียก็มีสีหน้าที่เศร้าครู่หนึ่งแล้วรีบกลับมาปั้นยิ้ม


"สบายดีไม่เป็นไรหรอก แค่เหงานิดหน่อย" เธอหัวเราะออกมาเบาๆ


"หนูห่วงพี่อาเรียนะคะเพราะว่าพี่กราดี้..." อิริสกำลังจะพูดอาราเนียได้ยกมือห้ามไว้ก่อนพร้อมกับพยายามฝืนยิ้มเต็มที่


"หนะ...หนูขอโทษค่ะ"


"ไม่เป็นไรหรอกแค่พี่ยังไม่พร้อม" พออาราเนียพูดจบ อิริสก็กำมือให้กำลังใจเธอไว้หลวมๆ


"ไหนๆก็มาแล้วเข้ามาในบ้านมาดื่มน้ำสักหน่อยก็ยังดี"


"ไม่เป็นไรค่ะ หนูแค่เอาของมาให้เดี๋ยวหนูต้องไปแล้ว" ทันทีอิริสพูดจบเธอก็ได้หยิบกล่องเล็กๆกล่องนึงขึ้นมา "นี่ค่ะ"


"มันคือ?"


"หนูเองก็ไม่รู้ว่าในกล่องนี้คืออะไร แต่หนูมันเจอบนโต๊ะของพี่กราดี้"


"ของกราดิโอ้...งั้นเหรอ" ทันทีที่อาราเนียถามอิริสพยักหน้าเป็นคำตอบ


"ขอบคุณนะ" เธอยิ้มออกมาบางๆ


"หนูยินดีช่วยค่ะ อย่างน้อยของของพี่กราดี้น่าจะทำให้พี่อาเรียไม่รู้สึกเหงา"


"ทำเป็นรู้ดี" อาราเนียขยี้ผมของอิริสด้วยความหมั่นไส้ "แต่ยังไงก็เถอะขอบคุณนะ"


"ค่า~~~ แต่หนูจะไปแล้วนะขอกอดหน่อย" อิริสอ้าแขนเข้าไปกอดหญิงสาวตรงหน้าอาราเนียก็กอดตอบ


"25แล้วนะขี้อ้อนเชียว" อาราเนียพูดพร้อมกับลูบหลังอิริสเบาๆ


"ก็ตอนนี้หนูเหลือให้อ้อนแค่พี่แล้วนี่นา" อิริสพูดเสร็จก็กอดเธอแน่น สักพักเธอก็คลายกอด


"แต่พี่อาเรียกินอะไรคะเนี่ย อายุก็40แล้วทั้งหน้าเหมือนทั้งหุ่นเปะเหมือนเดิมเลย" อาราเนียได้ยินก็หัวเราะออกมาเบาๆ


"ความลับ" อาราเนียดีดหน้าผากคนตรงหน้าเบาๆ


"หนูไปก่อนนะคะ ไว้คราวหน้าว่างๆฝึกให้หนูด้วยนะ" อิริสโบกมือลาคนตรงหน้า อาราเนียก็โบกมือลาช้าๆจนอิริสพ้นสายตา เธอจึงเข้าไปในบ้านและปิดประตู 


      ทันทีที่ปิดประตูอาราเนียทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความอ่อนเพลีย เธอฝืนทำตัวให้ปกติที่สุดไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไร อยากเป็นฝ่ายถูกปลอบบ้าง ทันช่างทรมานเหลือเกินสำหรับการเสียใจ ถึงโลกจะกลับมาเหมือนเดิมแต่เธอก็เสียใจอยู่ดี อาราเนียที่นั่งพิงประตูอยู่ได้เปิดกล่องที่อิริสให้มา สิ่งแรกที่เธอเห็นคือรูปถ่ายของเธอกับกราดิโอ้เมื่อ10ปีที่แล้วที่ยืนข้างกันแต่หันหลังให้กับกล้อง ภาพแต่ละภาพเป็นภาพที่เธอได้เข้าร่วมเดินทางกับพวกของน็อคติสเพียง2-3วันกับภาพช่วงที่โลกไร้แสงตะวันในตอนที่เธอช่วยสนันสนุนกลุ่มของอิคนิส กราดิโอ้ และพรอมโต้ เธอก็ดูภาพไปเรื่อยๆทุกภาพจะมีเธอกับกราดิโอลัสติดมาด้วยเสมอซึ่งมันทำให้เธอยิ้มได้ขึ้นมาบ้าง จนกระทั่งภาพสุดท้ายทำเอาน้ำตาที่ปริ่มๆอยู่แล้วให้ไหลออกมา ภาพนั้นเป็นภาพของเธอเมื่อปีที่แล้วที่กำลังนั่งหลับพิงกราดิโอ้ไว้อยู่ ซึ่งในภาพกราดิโอ้ทำมือบอกพรอมโตะให้เงียบๆแต่รอยยิ้มของเขานั้นเป็นรอยยิ้มที่สดใสรอยยิ้มนั้นที่ตอนนี้เธอรู้สึกโหยหาเหลือเกิน เธอพลิกภาพถ่ายนั้นมาที่หลังภาพนั้นมีข้อความเขียนอยู่สั้นๆ ทันทีที่เธออ่านจบเหมือนเรี่ยวแรงเมื่อครู่ได้หายไปอีกครั้ง น้ำตาที่กำลังจะหยุดกลับมาไหลอีกครั้ง เธอนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด


ข้อความหลังภาพถ่าย


[

ฉันสัญญาไว่ว่าจะเกิดอะไร

ฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ

]

......      ......      ......     ......      ......      ......      ......      ......      .....




เอาละครับจบไปแล้วกับคู่ที่คนส่วนใหญ่อวยกันน้อยจนแทบจะนับคนได้ เพราะคนส่วนใหญ่จะอวยให้คู่กับน็อคติสบ้าง อิคนิสบ้าง และส่วนใหญ่จะอวยให้คู่กับอิคนิสเพราะเคมีสาวขี้แกล้งกับนายจริงจัง 5555555+ พูดแล้วก็เจ็บใจค้นหาคู่นี้ในกูเกิ้ล พิกซีฟ ทรัมเบอร์ พริ้นเทอร์เทรส ไม่มีแฟนอาร์ตคู่นี้เลย พอของคู่คืนนี้เยอะเลย ยังดีที่ในเกมหลักที่ใช้บัคมีรูปคู่ของคู่นี้บ้างถึงส่วนใหญ่จะเป็นรูปยืนข้างกันไม่ค่อยมีโมเมนต์อะไรมากก็เถอะ ออลืมบอกดูเอาในยูทูปล้วนๆทั้งคนไทยหรือต่างชาติดูหมด ข้อมูลก็หาในวิกิบ้าง วิเกียบ้าง ในเพจบ้าง แล้วมโนมันเข้าไปแล้วจับยัดลงซะ อย่างเครื่องแต่งกายของอิริสนี้เรียกได้ว่าก๊อปทีฟามาเลยถึงจะเปลี่ยนนั่นนี่อะไรนิดหน่อย ส่วนบ้านของอาราเนียผมก็คิดว่าให้ตายยังไงเธอไม่ใช้ชีวิตในเมืองแน่ๆ ผมเลยให้เธออยู่บนเขาซะเลย ถ้าสงัสยเรื่องสรรพนาม เนื่องจากผมฟังญี่ปุ่นไม่ออกผมเลยมโนว่าแต่ละคนใช้คำแทนตัวเองว่าอะไรตามนิสัย อย่างกราดิโอ้กับน็อคติสใช้ฉัน พรอมโต้ใช้คำว่าเค้า อิคนิสใช้คำว่าผม ลูน่าเฟรย่าใช้คำว่าเรา ซินดี้ใช้คำว่าเค้า อาราเนียใช้คำว่าฉัน อิริสใช้คำว่าหนู ไม่รู้ว่าจะมึนๆกันรึเปล่า แต่ถึงอย่างไรก็ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ


เอาละว่าด้วยเรื่องฟิคชั่นย่อเรื่องนี้ก็ว่ามาด้วยอวยคู่นี้เลยอยากให้คู่นี้มีความรู้สึกอะไรต่อกันบ้าง และพยายามคงคอนเซปตัวเองที่ว่ารักกันไม่จำเป็นต้องมีอะไรกันเสมอไป ถ้าผู้อ่านสังเกตจะเห็นว่าพระนางไม่ได้บอกรักกันเลยนะครับซึ่งสำหรับผมก็พยายามแต่งแล้วละมันก็ได้ประมาณนี่ ด้วยประสบการณ์ไม่ค่อยจะมี  ไหนจะเว้นห่างจากการแต่งถึง3ปี การใช้คำบางทีเก่าบ้างใหม่บ้าง การยัดเยียดบทหรืออะไรแบบนี้อ่านแล้วรู้สึกไม่ชอบตรงไหนอยากให้แก้ตรงไหนยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นครับผม แล้วก็อย่าพึ่งว่าผมใจร้ายจบไม่สวยนะครับ ในความคิดผมคือเรามาอ่านฟิคหรือนิยายเรื่องนั้นๆเพราะเราชอบหรือเราอยากอ่าน เราอ่านนิยายรักเพราะมันเกี่ยวข้องกับความรักแล้วมีใครอยากให้มันจบร้ายถูกไหมละครับ ซึ่งผมเองก็เป็นคนแบบนั้น ผมก็จะทำคล้ายๆภาพยนตร์ที่ว่ามีการขอบคุณอะไรเสร็จแล้วก็ใส่วีดีโอสั้นๆมาแทนคำขอบคุณที่ดูจนจบ แต่ผมเป็นคนแต่งฟิคแต่งนิยายดังนั้นเลยจะใส่บทสั้นๆไปแทนแล้วกันนะครับ นี่คือรางวัลสำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้โดยไม่รีบปิดจอไปนะครับ ขอให้สนุกนะครับ 




......      ......      ......     ......      ......      ......      ......      ......      .....


      อาราเนียค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึก ทันทีที่ตื่นขึ้นมาเธอก็เช็ดคราบน้ำตาออกไป สักพักก็ได้ลุกขึ้นนั่งแล้วมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงที่ตอนนี้เป็นเลข22.36 อาราเนียครุ่นคิดอยู่ในใจครู่นึงแล้วไม่สนใจเตรียมตัวกำลังจะนอนต่อ ไม่ทันที่ศีรษะของเธอถึงหมอนเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอนั้นนั่งร้องไห้แล้วหลับไปน่าจะช่วง18.41แถมเธออยู่ตรงที่ประตูบ้านแล้วทำไมถึงมานอนอยู่บนเตียง 

พอเธอได้สติขึ้นมาก็ได้รีบสำรวจตัวเองทันที ซึ่งเธอก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นไปอีกเพราะตอนนี้เธอชุดนอนที่เป็นชุดกระโปรงยาวคลุมหน้าขาสีครีม ซึ่งเธอจำได้ว่าตอนแรกเธอสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวสีเทา เธอหยิบกระจกที่อยู่ในลิ้นชักในโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมาดูก็ต้องตกใจเพราะใบหน้าที่แต้มด้วยเครื่องสำอางถูล้างออกจนหมด แต่ด้วยใบหน้าที่อ่อนเยาว์ รวมกับตาที่คมสวยตามธรรมชาติและริมฝีปากที่ชมพูอยู่แล้วจึงไม่ต่างจากตอนที่แต่งสักเท่าไหร่ เธอวางกระจกลงไว้ในลิ้นชักเธอแล้วค่อยๆปิดมันอย่างเบามือ 


      ตอนนี้เธอรู้สึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ ดีไม่ดีอาจจะเป็นอิริสที่วกกลับมาแต่เจอเธอนอนอยู่เลยพาเธอแล้วเปลี่ยนชุดให้ เพราะตอนตรวจร่างกายเมื่อกี้ก็ไม่ได้มีร่องรอยฟกช้ำหรือรอยตำหนิใดๆบนร่างกาย อาราเนียบิดตัวเล็กน้อยเพื่อคลายอาการง่วงนอนเมื่อครู่แล้วเดินไปที่ครัวเพื่อทำอะไรเบาๆกินก่อนนอน ทันทีที่ถึงห้องครัวเธอเจอถ้วยถ้วยนึงวางอยู่บนโต๊ะเธอจึงเดินไปดูที่ถ้วยนั่น ทันทีที่เธอมองสิ่งที่อยู่ในถ้วยเธอก็เห็นของเหลวชนิดหนึ่งที่มีสีเหลืองทองหมือนแสงแดดยรมรุ่งเช้า ผิวที่สะท้อนกับแทงไฟนั้นดูแวววาวทำให้ดูเหมือนเยลลี่ชามโตที่ยังทำไม่เสร็จ สักพักเธอเหลือบไปเห็นกระดาษโน๊ตที่ถูกช้อนโลหะวางไว้อยู่ถูกเขียนว่า [กินซะได้มีแรง] อาราเนียที่เข้าใจว่าเป็นฝีมือของอิริสที่ห่วงเธอก็ยิ่มออกมาบางๆกับความไร้เดียงสาของน้องสาวคนนี่ เธอวางกระโน๊ตไว้ที่เดิมจากนั้นก็หยิบช้อนตักของเหลวนั้นเข้าปาก สัมผัสแรกที่รับรู้คือความร้อนของตัวของเหลวนี้ที่อุ่นกำลังพอดี กลิ่นที่หอมของเครื่องเทศและวัตถุดิบที่ใส่ไป และรสสัมผัสทำให้รู้ว่ามันเป็นซุป 

  

      อาราเนียใช้เวลาทานซุปจานนั้นนานพอสมควรเพราะเธอต้องการรับรสชาติของมันให้เต็มที่ ทันที่ที่ซุปสีเหลืองทองนั้นหมดลง เธอก็หยิบกระดาษแผ่นเดิมขึ้นมาดูอีกครั้งเธอก็ยิ้มออกมาบางๆ


"นิสัยแบบเดียวกับคนพี่ไม่มีผิด" พูดเสร็จเธอก็วางกระดาษลงที่เดิม จังหวะที่เธอวางเหมือนหางตาจะไปเห็นใครสักคนที่ระเบียงหลังบ้านของเธอทำให้เธอหันไปมองให้แน่ใจ


       ทันทีที่อาราเนียหันไปมองเธอถึงกับตะลึงกับภาพตรงหน้า ภาพที่เธอเห็นคือชายที่ร่างกายกำยำสูงใหญ่ที่มีผมที่หยักศกไว้ยาวประบ่า ที่ตอนนี้กำลังนั่งหันหลังให้กับเธอแล้วมองดวงจันทร์อยู่ อาราเนียที่ตอนนี้รู้สึกสับสนกับภาพตรงหน้าจนเธอทำอะไรไม่ถูก แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเดินไปที่ระเบียงหลังบ้านตรงที่ชายคนนั้นนั่งอยู่ อาราเนียก้าวเดินอย่างช้าๆและระวังไม่ให้เกิดเสียงพอเธอเข้าใกล้ชายที่นั่งชมดวงจันทร์มากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าคนตรงหน้าคือใครนั้นทำให้เธอเริ่มยิ้มออกมา


      เหมือนชายที่นั่งอยู่รู้ว่าใครเดินมาเขาจึงค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วกลับหลังหันมาหา พออาเห็นหน้าคนตรงหน้าเธอได้แต่ยิ้มด้วยความดีใจ เธอไม่มีวันลืมได้ใบหน้าของคนที่เธอโหยหามาตลอด ใบหน้าที่คมเข้มที่ดูเย้ายวนแต่ก็ดูน่ารักในอีกมุม รอยแผลตำหนิที่หน้าผากกับดวงตาข้างซ้าย ทั้งหมดนั้นทำให้เธอไม่แน่ใจว่านี่คือความจริงรึเปล่าจึงทำให้เธอกอดอกแล้วหยิกแขนตัวเองเเพื่อเช็คว่าเธอนั้นกำลังฝันอยู่รึเปล่า สักพักชายคนนั้นก็อ้าแขนขึ้นมา


"คิดถึงฉันไหม อาเรีย" ชายตรงหน้าพูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มมาให้


"คิดเอาเองสิ" ทันทีที่พูดจบอาราเนียก็เดินเข้าหาเอาหน้าพิงอกคนตรงหน้าแล้วสวมกอดเขาทันที


"ฉันกลับมาแล้ว" ชายตัวสูงกอดแล้วลูบหัวอาราเนียเบาๆ อาราเนียไม่พูดอะไรตอบกลับมา เธอพยักหน้าหงึกๆเหมือนรับทราบ สักพักเธอก็คลายกอดแล้วมองใบหน้าคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม


"ยินดีต้อนรับกลับมานะ"

.

.

.

.

.

.

"กราดิโอ้"


......      ......      ......     ......      ......      ......      ......      ......      .....


เอาละครับจบแบบจบบริบูรณ์เลยนะครับที่เหลือจะเป็นยังไงแต่งต่อเองได้เลย ถ้าสงสัยว่าอ้าวเห้ยไหนบอกว่าตายไปแล้วไงทำไมกลับมาได้ละ เอาแบบนี้แล้วกันนะครับว่าอยากให้เป็นจริงก็ได้อยากให้เป็นฝันก็ได้ เพราะคนเรานั้นชอบอะไรที่แตกต่างกันดังนั้นเลยเอาไปกลางๆถ้าจะถามผมผมก็จะตอบไปว่า ผมได้บอกรึเปล่าว่ากราดิโอ้ตายไปแล้ว2เดือน ขอบคุณที่อ่านจนถึงตอนนี้นะครับไว้โอกาสหน้าค่อยเจอกันใหม่นะครับ


ปล.จากนี้ผมจะได้แต่งorigin of artoriasให้จบได้ซะทีดองซะบูดหมดแล้วติดตามได้นะครับกับ ฟิคในส่วนมโนของdark souls ขอบคุณที่เข้ามาเม้นเข้ามาอ่าน สวัสดีครับ


ปล2.ใครไม่เก็ตที่กราดิโอบอกว่า "วันนี้ดวงจันทร์สวยมากเลยว่าไหม" คือเอามาจากบทประพันธ์ของชาวญี่ปุ่นสักคนนี่ละครับที่แปลคำว่า I love you ออกมาแต่ถ้าบอกว่าฉันรักเธอมันดูสั้นๆห้วนๆเลยกลายเป็นคำนี้ครับ แล้วก็วลีที่ว่า "ต่อให้ตายตอนนี้ก็ไม่เสียดายอะไรแล้ว" ก็คือคำว่า I love you too นั่นเองครับ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ LittleBear จากทั้งหมด 3 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • ฟิคนิยาย การ์ตูน เกม

    เรื่องสั้น

    1/545

    11

    0%

    30 ม.ค. 60

  • แฟนฟิคอื่นๆ

    1

    4/240

    2

    0%

    1 ส.ค. 57

  • แฟนฟิคอื่นๆ

    15

    52/4714

    144

    100%

    6 มิ.ย. 57

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 เมษายน 2560 / 10:08
    โอ้ยยยยยยยยยยยยย  ชอบคู่นี้  >///<
    #11
    1
    • 19 เมษายน 2560 / 19:51
      เฮ~~~ ยินดีต้อนรับสู่เรือลำนี้ครับผม55555+ เป็นยังไงบ้างครับมีส่วนตรงไหนอยากติหรือส่วนที่ชอบเป็นพิเศษกันรึเปล่าครับผม

      ปล.ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับผมติดตามผลงานคุณอยู่นะครับ พยายามเข้านะครับ
      #11-1
  2. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:41
    มีอะไรจะบอก~
    อ่านจบแล้วววววววว~ คือน้องอ่านช้าแต่พิมพ์ไวอีหลี555
    ฟินนนนนน>< โอยยยยยยยยยคู่นี้♡♡♡♡ แบบว่าตกใจมากนึกว่าความตายจะพรากเราสองซะแล้ว555 อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นมากเลยอ่ะพี่หมี>< แล้วก็บรรยายซะเจ๊สวยแฮง555 ผมนี่ไปต่อของตัวเองไม่เป็นเลยครับ5555
    #10
    5
    • 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:02
      จะรอ>< รักพี่หมีจุงเบย????
      #10-4
    • 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:37
      รอเลยคงช่วงต้นๆมีนาเพราะใกล้สอบแล้ว55555+
      #10-5
  3. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:34
    งืออออ อ่านแล้วเขิน5555
    ชอบๆ พี่เบิ้มกับสาวแก่555
    แอบใจหายนะเนี่ย นึกว่าตาย
    ถ้าตายอีกจะเศร้าครบสูตรไฟนอลแฟนมาก555
    (เกมส์รักคุด)
    แอบอ่านยากตรงที่ไรท์ไม่ได้แบ่งพาร์ท
    เวลาไปขรี้(?)แล้วจะมาอ่านต่อ
    มันเลื่อนหาไม่เจอ555(นี่ความผิดใครกันแน่)
    อยากให้แต่งอิพร้อมกะซินดี้จัง
    คงตะมุ้งตะมิ้งน่าดูเลย
    ปล.อยากให้โมเม้นในเกมส์คู่นี้เยอะกว่านี้จัง
    #9
    1
    • 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:21
      55555+อย่างน้อยก็ดีใจที่ไม่อ่านข้ามละนะ ขอโทษนะที่แบ่งไม่ค่อยดีแต่ใจจริงแบ่งนะ บทปกติกับส่วนเสริมไง(โดนโบก) 55555+

      คู่พรอมโต้กับซินดี้(หรือซิดนี่ในภาษาญี่ปุ่น)ก็ต้องบทตามจีบน่าจะสนุกน่าดูแต่ก่อนจะเข็นคู่นี้ก็ต้องให้ลุงอาร์ดีนกับเจ้เจนเทียน่ามีก่อนละนะ
      #9-1
  4. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:29
    คู่นี้จริงๆผมก็ชอบนะ ดูมีเคมีเข้ากันดี(ฮา แต่คู่ที่ชอบสุดนี่ยังไงก็ต้องน๊อคติสสเตลล่า.....สเตลล่าาาาาาาาา! T_T)
    เป็นตอนสั้นที่อบอุ่นมากครับ โรแมนติกแบบเรียบง่ายไม่หวือหวาแต่มันเป็นอะไรที่....ไม่รู้นะ แต่สำหรับผม ถ้าผมจะมีความรักกับใครสักคนก็อยากได้แบบนี้แหละ ไม่ต้องอะไรเยอะแค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว(หรืออาจเป็นเพราะอายุที่เพิ่มขึ้น มุมมองความรักเลยเปลี่ยนไปด้วยก็เป็นได้ ฮา) แล้วผมว่าความโรแมนติกแบบนี้มันเข้ากับคู่นี้ดีเพราะทั้งสองฝ่ายกราดิโอกับอาราเนียต่างก็เป็นผู้ใหญ่ทั้งคู่แต่แอบเล่นนิดๆหน่อยๆไม่เยอะมาก ขอบคุณมากครับผม
    #8
    2
    • 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:05
      ขอบคุณมากๆเลยครับที่ติดตามอ่านจนจบอันนี้ไม่ได้ข้ามใช่ไหมครับยินดีด้วยที่อ่านจบนะครับ

      เรื่องความรักของคู่นี้คือผมชอบตรงที่ทั้งคู่คือจะเป็นเหมือนพี่ใหญ่ประจำกลุ่ม(อาราเนียจะเห็นชัดมากดูจากที่ออกจากนิฟเฟอร์ไฮม์แล้วลูกน้องตามออกมาด้วย) ก็เลยแต่งแบบให้ดูเป็นคนมีอายุมากขึ้นไม่ใช่วัยมัธยมอะไรประมาณนั้น คือผมชอบคู่นี้ตรงที่เหมือนรักนะแต่ไม่แสดงออกอยู่เพราะภาพคู่ที่จากบัคนี่แหละ ถึงส่วนใหญ่จะชิบคู่อาราเนียกับอิคนิสเพราะเคมีสาวมั่นกับหนุ่มจริงจังแต่ส่วนตัวผมชอบแบบนี้มากกว่า ก็อย่างที่ว่ารสนิยมความรักคือไม่ต้องหวือหวาเรียบง่ายก็พอแล้วแบบเดียวกันคือชอบอะไรๆที่เรียบง่ายนี้ดีใจเลยครับผม ใช่อายุผมก็20กว่าๆแล้วฟิคสั้นต่อไปมีแผนจะลองใส่เพลงยุคเก่ามาเล่นเลยไม่รู้จะโอเครึเปล่าด้วย

      ออถ้าอ่านคอมเม้นที่แล้วจะรู้เนื้อเรื่องเดิมที่ผมแต่งก่อนจะตัดมาเหลือแค่นี้นะครับ ขอบคุณที่อ่านนะครับ
      #8-1
    • 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:13
      โอ้ งั้นหรือครับ เดี๋ยวผมจะลองไล่อ่านดู
      ไม่ข้ามหรอกครับ นิยายน่ะผมอ่านหมดทุกบรรทัดอยู่แล้ว แต่ถ้าหนังสือเรียนนี่แทบจะskipรัวๆ(ฮา ล้อเล่น)
      เรื่องเพลงลองดูสักตอนแล้วค่อยดูกระแสตอบรับก็ได้ครับ ของแบบนี้ไม่ลองก็ไม่รู้ล่ะ
      #8-2
  5. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:38
    พี่จ้าหนูอ่านจบแล้ววว  ช่างเป็นคู่ที่แสดงความรักแบบอบอุ่นซะจริงๆ  ตอนกลางเรื่องแอบสงสารเจ้อาราเนียเหมือนกัน ต้องอยู่เหงาคนเดียว แงๆ  แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็กลับมาเจอกัน   ใช้ภาษาได้ดีมากค่ะ  เหมือนแบบความรักของผู้ใหญ่  ที่ไม่ได้ติ๊งต๊องเหมือนซึบากิกับริดจี้ 555555  ถ้าจะให้ดีทำคู่อื่นมาให้อ่านด้วยจะดีมาก อิอิ ชอบคู่นี้เหมือนกันอารมณ์มันได้ 55555555555555


    #7
    2
    • 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:52
      ข้าขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ สิ่งที่กลัวคือภาษานั่นแหละ ใจจริงตอนแรกที่แต่งจะยาวกว่านี้มากแต่ก็ตัดๆจนเหลือเท่านี้แหละ เพราะกลัวมันจะเยอะไป

      อย่างตอนแรกจะทำเป็น2ช่วงโดยเป็นมุมมองกราดิโอ้นำครึ่งแรก แล้วครึ่งหลังเป็นอาราเนีย เปิดมาก็หน้าวังซิทาเดลตอนที่ฝนตกกราดิโอ้นอนอาการสาหัส(แขนซ้ายหัก ม้ามแตก ไตขวาหาย ตับเป็นรู) เพราะไปช่วยพรอมโต้ตอนจะโดนตี กับเอาตัวไปบังให้อิคนิส เนื้อเรื่องก็จะย้อนไปเหตุการณ์ที่ว่าตะกี้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วทำไมถึงอยู่คนเดียวเพราะสั่งให้2คนกลับไปแจ้งข่าว จากนั้นตัดมาปัจจุบันที่นอนรอความตายอยู่จนพี่เบิ้มมา(ปีศาจที่ตัวใหญ่แค่ท่อนบนโผล่แต่ตอนกลางคืนถือดาบเป้งๆถ้ายังจำกันได้) กราดิโอ้ก็พยายามฝืนกลิ้งหลบจนท้อและยอมแพ้แต่ตอนที่กลิ้งหลบของที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อตกเป็นสายรัดผมของอาราเนียจากนั้นก็ฮึดเรียกดาบมาปาเข้าหัวพี่เบิ้มแต่พี่เบิ้มถึกเลยไม่ตายพอพี่เบิ้มง้างดาบยักษ์ก็เกิดแสงสว่างจากวังออกมา(ตามเนื้อเรื่องหลัก) พี่เบิ้มที่กำลังจะฟันก็สลายหายไปเลยจากนั้นกราดิโอ้ก็หยิบสายรัดผมมากุมไว้แล้วพยายามลุกขึ้นแล้วลากสังขารไปแฮมเมอร์เฮด จากนั้นก็ย้อนมาเป็นเนื้อเรื่องที่อ่านกัน พอจบก็จะเป็นอาราเนียปิดสมุดบันทึกแล้วเล่าส่วนอาราเนีย

      ส่วนอาราเนียก็ที่อยู่ในป้อมเจออิริสที่ยืนทะเลาะกับทหารยามและมีเทาคอทเช็ครถอยู่ซักพักก็เจอซินดี้ สักพักก็มีทหารตะโกนบอกว่าดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วกลับมาแล้วอาราเนียกับอิริสก็หันไปมองตามแล้วสักพักเห็นคนเดินกระเพกหิ้วกันมา2คนใกล้ๆแฮมเมอร์เฮดอิริสมองสักพักก็รู้ว่าเป็นพริมโต้กับอิคนิสก็สั่งคนให้รีบออกไปช่วย พอทั้งคู่มาถึงฐานในสภาพที่สะบักสะบอมอาราเนียก็รีบไปหาไปแซะ2หนุ่มว่าไปทำอะไรมาถึงโทรมอะไรขนาดนั้น ทั้ง3ก็คุยกันสักแปปแล้วอาราเนียก็ถามว่าอีก2คนจะตามมาทีหลังใช่ไหม อิคนิสกับพรอมโต้ก็เงียบออคนสก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้อาราเนียฟังอาราเนียก็ได้แต่ยืนกอดอกพิงกำแพงฟังด้วยสีหน้านิ่งๆ แล้วสักพักพรอมโต้ก็เปลี่ยนเรื่องบอกว่ากราดิโอ้ฝากของมาให้ก่อนแยกเมื่อกี้จากนั้นก็หยิบกล่องเล็กๆขนาดเท่าฝ่ามือสีดำมาให้อาราเนียตอนนี้ก็รับไว้แล้วขอตัวไปด้านนอก อาราเนียที่เดินกับอาการกึ่งเหม่อกึ่งเศร้าก็เจออิริสที่รีบวิ่งมาหาบอกว่าตอนนี้เจอกราดิโอ้แล้วแต่สภาพตอนนี้สาหัสกำลังทำการรักษาอยู่ อาราเนียที่ได้ยินก็รีบตามอิริสไปแล้วระหว่างทางก็ถามว่าเจอที่ไหนอาการเป็นยังไงพอถึงเต้นท์ของฝ่ายพยาบาลที่กำลังวุ่นกับการรักษาก็มีหมอคนนึงเดินออกมาบอกว่าตอนนี้อาการคนไข้ดียังไม่แย่ลงและยังชมว่ามีจิตใจที่เข้มแข็งมากไม่ยอมแพ้ พออาราเนียได้ฟังก็เริ่มมีความหวังบ้างก็นั่งรอจนกระทั่งทุกอย่างเรียบร้อย ตอนกลางคืนหลังจากที่ช่วยได้แล้วกราดิโอ้ก็ลืมตาตื่นเจออาราเนียที่ฟุบอยู่กราดิโอ้ก็ลูบหัวปลุกจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันนิดหน่อย แล้วทำไมถึงเจ็บหนักแล้วเดินทางมายังไง แล้วทำไมไม่มาพร้อมกัน แล้วซักพักกราดิโอ้ก็ถามว่าได้ของจากพรอมโต้รึยังอาราเนียก็พยักหน้าแล้วก็ตอบว่ายังไม่ได้เปิดดู กราดิโอ้ก็บอกว่าให้เปิดเลย พอเปิดมาด้านในกล่องมีแหวนอยู่ด้านใน2วง กราดิโอ้ก็พูดแบบตอนที่เหตุการณ์ยังไม่สงบมีปัญญาหาได้แค่นี้ถึงจะไม่สวยมากแต่ก็ตั้งใจเลือกตั้งใจแกะสลักลายบนแหวน อาราเนียก็หัวเราะออกมา กราดิโอ้ก็ยิ้มเมื่อเห็นอาราเนียหัวเราะก็บอกเห็นไหมยิ้มแบบนี้มันน่ารักกว่าเยอะแล้วกุมมือไว้ จากนั้นก็ถามว่าจะยินดีใช้นามสกุลอามิซิเทียรึเปล่า อาราเนียก็อ้ำอึ้งกราดิโอ้ก็เลยเกริ่นข้อดีของอาราเนียข้อเสียของตัวเองไม่ทันจะพูดจบอาราเนียก็ตอบตกลง กราดิโอ้ก็ยิ้มออกมาแล้วขอมือซ้ายอาราเนัยแล้วหยิบแหวนใส่ให้ พอใส่เสร็จอาราเนียก็ทักว่าไม่ให้ใส่ให้รึไงกราดิโอ้ก็ยิ้มแล้วพยายามยกมือซ้ายไปให้ จากนั้นอาราเนียก็ใส่แหวนให้ พอใส่เรียบร้อยแล้วกราดิโอ้ก็จูบหน้าผากอาราเนียแล้วบอกว่าไว้วันแต่งค่อยตรงปาก แต่อาราเนียเหรอจะยอมก็จูบเบาๆแล้วจูบหน้าผากของกราดิโอ้แล้วบอกให้นอนพักซะ กราดิโอ้ก็ตกลงก่อนจะเข้านอนก็สัญญาว่าจะอยู่ข้างๆฉะนั้นไม่ต้องกลัวอะไร พอกราดิโอ้นอนอาราเนียก็จะไปนอนพักแต่มือซ้ายกำมืออาราเนียไว้แน่นอาราเนียจึงตัดสินใจนอนฟุบข้างๆ พอตอนเข้าอาราเนียลืมตาตื่นเพราะเสียงแหลมดังค้างอย่างต่อเนื่อง พออาราเนียก็รีบปลุกกราดิโอ้เพราะความกลัว พอได้สติก็ตกใจรีบเรียกพยาบาลให้มาช่วยพวกพยาบาลก็พยายามแกะมือกราดิโอ้จนออกอาราเนียก็ได้แต่ยืนช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิด ผ่านไปอีก2เดือนก็จะเป็นไปตามเหตุการณ์ที่ลง

      จบแล้วเนื้อเรื่องยาว80กว่าหน้ายาวเป็นพรืดเลยตัดมาเหลือตามที่เห็นฉบับเต็มไม่ลงขอเก็บไว้คนเดียว55555+


      อ้อๆอีกอย่างคืออยากรีเควสคู่อะไรบอกมาได้เลย เดี๋ยวจะแต่งให้ ถือซะว่าเป็นคนแรกที่เข้ามาอ่าน(ถึงจะพึ่งอ่านเสร็จก็เถอะ55555+) มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะ
      #7-1
    • 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:23
      มีขอแต่งงานด้วยยยยยยยยย อิจฉาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ขนาดป่วยยังหวานขนาดนี้ ตอนแต่งงานจะหวานมากเท่าไรเนี่ย
      #7-2
  6. #6 belo
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:02
    ชอบคู่นี้มากกกกอวยสุดๆๆๆ ตั้งแต่ในเกมที่มีรูปหลุดถ่ายคู่กัน,,>/////< พอมาเจอฟิคนี้เข้าไปตายสนิทอินจัด ปล.ตอนแรกทำใจแล้วกลาดี้ตายแหงๆ อ่านเรื่อยๆๆ ยิ้มเลยน้ำตาปริ้มๆๆ ^///////^ (ส่วนตัวชอบเฮียแกมาก)
    #6
    1
    • 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:29
      ขอบคุณมากๆเลยครับที่เข้ามาอ่านกัน รู้สึกเป็นเกียรติจริงๆที่พอมีผู้ร่วมลงเรือเล็กๆลำนี้และมีความสุขจากการอ่านกันนะครับ

      ปล.ดีใจนะครับที่อ่านจนหมดไม่ได้อ่านข้ามกันไปก่อนรางวัลคุ้มค่ากันรึเปล่าขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ
      #6-1
  7. วันที่ 31 มกราคม 2560 / 13:48
    อาราเนียนี่จับคู่ใครก็ดีงามไปหมดจริงๆ ชอบฉากต่อสู้อ่ะดูเข้าขากันดี น่ารักน่าชังมากเลยยย 555 รอติดตามเรื่องต่อไปของคู่นี้นะถ้าไรท์จะแต่ง ภาษาดีค่ะ สู้ๆ เป็นกำลังใจให้
    #5
    1
    • 31 มกราคม 2560 / 16:20
      ขอบคุณมากๆเลยที่มาอ่านน้า รู้สึกดีใจมีคนชอบฉากบู้ด้วย นึกว่าจะรู้สึกแปลกๆกันซะอีก

      ที่กังวลนอกจากภาษาก็ความลื่นนี่แหละครับมีอะไรอยากให้แก้อยากให้เพิ่มบอกได้เลยนะครับ ส่วนเรื่องจะแต่งต่อไหมนี่ไม่แน่ใจนะครับ อาจจะแต่งเป็นตอนสั้นๆแบบนี้หรือไม่ก็เอาไปโผล่บ้างอะไรแบบนี้ครับ

      ปล.เม้นแบบนี้แสดงว่าอ่านหมดแน่ๆเลย นึกว่าเห็นขีดแบ่งแล้วข้ามมาเม้นรู้สึกดีใจจริงๆครับผม

      ปล2.เรื่องของรีดก็ตอดตามนะครับแบ่งเวลาดีๆนะครับสู้ๆ
      #5-1
  8. วันที่ 28 มกราคม 2560 / 13:26
    น่ารักกอ่า~~~ ตอนแรกแอบใจเสียที่นึกว่ากราดี้จะเป็นอะไรไปซะแล้ว ชอบๆสนุกมากครับ >< 
    #4
    1
    • 28 มกราคม 2560 / 16:16
      ยินดีด้วยที่ไม่อ่านข้ามนะครับนึกว่าจะติดกำดักที่วางไว้ซะแล้ว 55555+ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านแล้วติชมนะครับ มีส่วนไหนที่ไม่โอเคบอกได้นะครับ
      #4-1
  9. วันที่ 27 มกราคม 2560 / 12:36
    มาอ่านแล้ววววว ยาวมาก5555 ขนาดอวยคู่อิกนิสอาราเนียอ่านคู่นี้แล้วยังรู้สึกเขินเลย อ๊ายยยยย>< อ่านแล้วเขินจริงนะ เจ๊อาราเนียก็เข้ากับกลาดิโอดีนะ สายมันเข้ากันดี เจ๊เข้ากับใครก็ได้ แต่อวยให้ได้กับอิกนิส(?)555555 แต่งดีนะ ชอบๆ
    #3
    3
    • 27 มกราคม 2560 / 22:18
      อ่านจนจบเลยยยย พอดีวันนี้ชั่วโมงเรียนว่างสามชั่วโมง มีเวลานั่งเล่นยาวก็เลยอ่านเนอะ การใช้คำโอเคนะ ชอบโมเม้นท์เจ๊ตอนแกล้งกลาดี้ ความมิ้งนี้ เขินจริงๆ///-/// ตอนอ่านก็นั่งยิ้มเขินจนเพื่อนถามเป็นไรของแก5555555
      #3-2
    • 28 มกราคม 2560 / 08:49
      55555+ ดีแล้วที่ชอบกลัวว่าจะไม่ค่อยชอบเพราะภาษามันดูกลางเก่ากลางใหม่ ว่าแต่เรียนอะไรถึงว่า3ชั่วโมงอาจารย์ไปประชุมเหรอ แต่ก็ดีใจที่อ่านแล้วเขินชวนเพื่อนมาด้วยสิ55555+

      ปล.อย่าลืมแต่งของตัวเองด้วยนะพี่เองก็รออยู่
      #3-3
  10. วันที่ 22 มกราคม 2560 / 15:03
    รู้สึกอวยคู่นี้มากกว่าเดิมเลยล่ะค่ะ งานดี
    #2
    1
    • 22 มกราคม 2560 / 18:12
      ขอบคุณมากๆเลยครับผม มีอะไรติชมอีกไหมครับ หวังว่าจะชอบนะครับ
      #2-1
  11. วันที่ 21 มกราคม 2560 / 22:17
    อาราเนียกินกับอะไรก็อร่อย   พี่หมียาวมากกกกก  หนูสัญญาจะอ่านของพี่จบแน่นอน  // มองความยาวของนิยายขอหาปี๊บคลุมหัวแปป รู้เลยของตนสั้นเพียงใด
    #1
    3
    • 21 มกราคม 2560 / 23:11
      เป็นความยาวที่น่ากลัวสำหรับน้องมากกก อ่านจบเมื่อไรบอกแน่นอนค่ะ ตอนนี้ขอพักสายตาแปปปั่นงานพึ่งเสร็จ จะกลายเป็นแพนด้าแล้ว
      #1-2
    • 28 มกราคม 2560 / 08:51
      เป็นยังไงอ่านจบรึยังหนูน้อย งานเยอะพักซะบ้างไม่มีใครว่าอะไรหรอกสู้ๆ
      #1-3