คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Fic Boyfriend

#Heroอาทิตย์ละครั้ง
#Heroแฟนหนุ่ม

Barry / Jason

     ประกาศๆ แบร์รี่ท็อป เจสันบอท ประกาศๆ เจสันเป็นบอทจริงๆนะ5555 หลังจากที่สับสนโพซิชั่นอยู่สักพัก  สรุปว่าให้เจย์ลองบอทดูก็แซ่บดี ฮาาา



 

Barry Allen a.k.a. The Flash




Jason Todd a.k.a. Red Hood (รูปขวานี่อะไรดลใจให้ตูใช้รูปนี้วะ55555555)

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 28 ม.ค. 60 / 23:34

บันทึกเป็น Favorite


Boyfriend 
Pairing : Barry Allen x Jason Todd 
__________________________________




“ฉันคิดว่าฉันจะเลิกกับเจ้าเด็กนั่น”

 

ฮาล จอร์แดนแสดงสีหน้างุนงง คล้ายกำลังขอให้คนพูดทวนประโยคนั้นอีกครั้ง  ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสับสน และยุ่งเหยิงตามลำดับ  กระทั่งรู้ตัวว่าต้องวางแก้วกาแฟลงเพื่อแนบแขนลงกับพื้นโต๊ะโน้มตัวเข้าไปใกล้ใครอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายพิจารณาผสมวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่ปิดบัง

            “นายหมายถึง แบทบอยนั่น?”

            “เฮ้ ถึงเด็กนั่นจะออกแนวแอนตี้ฮีโร่ แต่ก็ไม่ถึงกับแบดบอย” แบร์รี่เอ่ยแก้ สายตาจริงจังราวกับไม่ยอมให้ใครมาเข้าใจบุคคลที่เขากำลังพูดถึงในทางที่ผิด  ซึ่งฮาลเผลอกลอกตาใส่ประโยคนั้น

            “ไม่ใช่แบด ฉันหมายถึงแบท... เรากำลังพูดถึงคนเดียวกันอยู่หรือเปล่า?”

            “โอ้ ใช่ แบทนั่น ใช่ คนเดียวกัน”

       สีหน้าของฮาลกลับมางุนงงอีกครั้ง  ดวงตาหรี่ลงมองคู่สนทนา “ทำไม?  ฉันนึกว่าพวกนายกำลังไปได้สวย แล้วแบทแมนก็เหมือนจะรู้และไม่ว่าอะไร”

            คนถูกถามผ่อนลมหายใจยาว  เอนหลังแนบเก้าอี้ พรมปลายนิ้วลงบนโต๊ะแก้วกลมขนาดพอเหมาะสำหรับร้านกาแฟเล็กๆ ณ ตำแหน่งมุมสี่แยก  สีหน้าครุ่นคิดราวกับสิ่งที่ได้ยินจำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์อันหนักหน่วงเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ

            “ตอบยากอะไรขนาดนั้น... เด็กนั่นมีกิ๊ก?”

            “เปล่า”

            “งั้น... นายมีกิ๊ก?”

            “เฮ้ นี่ฉันดูเป็นคนแบบไหนหือ?” ดวงตาสีฟ้าหรี่ลงมองตรงไปยังคู่สนทนาอย่างไม่ชอบใจนัก

            “ฉันไม่รู้ แล้วมันเป็นเพราะอะไรล่ะ ความต่างของอายุหรือไง? หรือระยะทาง?...พวกนายไม่ค่อยได้เจอกันบ่อย แบบนี้หรือเปล่า?”  ฮาลไหวไหล่ มองตอบสายตาคู่นั้นที่กลอกขึ้นด้านบน พร้อมกับเจ้าของที่ถอนหายใจยาวและเริ่มยกมือขึ้นขยี้ผมให้ยุ่งเหยิงหนักกว่าที่ควรจะเป็น

            “ไม่ได้ห่างอะไรขนาดนั้น ...นายว่าบรูซจะฆ่าฉันไหมถ้าเขารู้ว่าฉันจะทิ้งลูกชาย---อดีตลูกบุญธรรมตามเอกสารรับเลี้ยงของเขา”  แบร์รี่ห้ามตัวเองไม่ให้จินตนาการถึงสีหน้าของแบทแมนที่แอบห่วงลูกชายของตัวเองอยู่ห่างๆ  เขารู้ว่าแฟนหนุ่มของเขากับผู้มีศักดิ์เป็นพ่อคนนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเท่าไรนัก  แต่ก็รับรู้ถึงความห่วงใยของแบทแมนเช่นกัน

            ฮาลส่ายหน้า ไม่มีคำตอบให้อีกฝ่าย แต่มีคำถาม

“แล้วตกลง... อะไรที่ทำให้Flashอยากสะบั้นรักRed hood?”

            แบร์รี่ถอนหายใจยาวอีกครั้ง  อดรู้สึกว่าพักหลังมานี้ถอนหายใจเท่าจำนวนอายุของตัวเองแทบทุกวัน

           

            ใช่... เด็กนั่น  เจสัน ทอดด์---Red hood

            แบร์รี่ อัลเลน กับลังคบหากับเจสัน ทอดด์   และกำลังอยากหยุดความสัมพันธ์นี้ลง

            ส่วนเหตุผลน่ะ... มีเป็นร้อย

 

            _________________________

 

 

 

       เจสัน ทอดด์ เป็นผู้ชายที่...อารมณ์แปรปรวน

 

            แบร์รี่ไม่คิดว่าการตักเตือนเพียงเล็กน้อยผ่านคำพูดจะทำให้เรื่องราวแย่ลงได้ถึงขนาดนี้   เขาติดสปีดเข้ามาห้ามไม่ให้ลูกกระสุนในกระบอกปืนขัดเงานั่นพุ่งทะลุผ่านสมองของหญิงร่างท้วมที่เกือบจะพรากชีวิตเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ไป

            ใช่  ผู้หญิงคนนี้เป็นอาชญากรที่เกือบเป็นฆาตกร

            แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการปลิดชีวิตอาชญากรจะเป็นทางออกของการแก้ปัญหา  ไม่อย่างนั้นกระบวนการยุติธรรมจะมีไว้ทำไม?

            เขาพยายามพูดอธิบายให้แฟนหนุ่มของเขาเข้าใจหลังจากที่เขาปัดปืนสุดรักของอีกฝ่ายตกพื้น

            และตอนนี้ปืนอีกกระบอกกลับถูกชักขึ้นมาจ่อหน้าผากเขาแทน

 

          ...คุณพระคุณเจ้าช่วย เกิดมาทั้งชีวิตเพิ่งเคยโดนคนที่ตัวเองเรียกว่ายาหยี,สวีทตี้,สวีทฮาร์ท ทุกครั้งที่นอนด้วยกันเอาปืนจ่อหัวเป็นครั้งแรก...

 

            “โว้ว  ..ใจเย็นที่รัก”   ปกติแล้วไม่ใช่สถานการณ์ที่ยากลำบากอะไร ...เขาเร็วกว่ากระสุน แน่นอนอยู่แล้ว   แต่บอกตามตรงว่าเขาไม่แน่ใจจริงๆหลังจากที่คบกับเด็กบ้าเลือดคนนี้มาร่วมสองปี... เจ้าเด็กสมองดีคนนี้อาจเรียนรู้ที่จะตามการเคลื่อนไหวของSpeedsterมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้ก็ได้

            “อ้าว? ก็เห็นปกป้องดีนัก  นึกว่าอยากตายแทน”  น้ำเสียงติดตลกดังลอดผ่านฮู้ดสีแดง ขัดกับความมั่นคงของปากกระบอกปืนที่กดแนบหน้าผากของแฟนหนุ่มจนแทบจะฝังลงไปในตำแหน่งที่หากเผลอลั่นไกปืนแม้เพียงปลายนิ้วสะกิด  กระสุนคงพุ่งผ่านชั้นสมองทะลุออกทางเนื้อกะโหลกด้านหลังอย่างแม่นยำ

            “แบบนี้เรียกหึงหรือเปล่า?” แฟลชหรี่ตาลงยกมือขึ้นสองข้างเชิงยอมแพ้ พยายามคุมโทนสถานการณ์ให้ดูเหมือนเป็นการหยอกล้อปกติ

            “เรียกหึงก็ได้มั้ง?”  แบร์รี่สัมผัสได้ถึงรอยยิ้มหยันในคำพูดที่เหมือนจะจริงจังก็ไม่เชิงนั่น

            “จำเป็นต้องหึงแรงขนาดนี้เลยเหรอ เบ๊บบบ” คนอายุมากกว่าช่วยไม่ได้...แต่ต้องลากเสียงประชดประชันตอบกลับไปในขณะที่เจสันระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมากะทันหัน

            พอเห็นแฟนหนุ่มหัวเราะเสมือนว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นเพียงการหยอกล้อเท่านั้น แบร์รี่ก็คลายความตึงเครียดลงได้บ้าง  ...แต่ก็ไม่นานนัก

“ตลกเหรอ?” จู่ๆเจสันก็หยุดหัวเราะ  น้ำเสียงกลับมาจริงจัง มันแฝงไปด้วยความโกรธอยู่ในตัวสะกดหลังจบประโยคจนคนฟังแอบลอบกลืนน้ำลาย

            “ไม่.. นั่นไม่ตลก  นี่ด้วย  นายจะยิงฉันจริงอ่ะ?”

            “คิดว่าฉันไม่กล้าทำ?”

            แบร์รี่เผลอจินตนาการถึงอีกฝ่ายในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง  ...คนคนนี้ยังกอดรัดรอบแผ่นหลังของเขา ร้องขอให้****และ****ด้วยแววตาหวานหยาดเยิ้มอยู่เลยแท้ๆ  ....ให้ตายสิ เด็กนี่เป็นประจำเดือนหรือไง อารมณ์สวิงสี่ครั้งในวันเดียว  ขนาดเจ้าแห่งความเร็วอย่างเขายังตามไม่ทัน

            “ถามจริง?  นี่คบกันมาตั้งสองปียังไม่รู้อีกเหรอว่าต้องทำยังไงในสถานการณ์แบบนี้?” เจสันลดปืนลง  ปลายปืนย้ายตัวเองกลับไปอยู่ในซองเก็บขณะที่เจ้าของกระโดดคล่อมบิ๊กไบค์

          เอ้านั่น...งอนอีก

            “แล้วฉันต้องทำไง?”  เจสันไม่อยู่รอให้คำตอบ  เขาเบี่ยงทิศของล้อไปอีกทางทันทีที่เครื่องยนต์คำรามเสียงดัง  ทิ้งให้แบร์รี่ยืนสับสนกับการตีความพฤติกรรมของอีกฝ่าย

 

          ต้องวิ่งไปง้อใช่ไหมเนี่ย?

            ________________________

 

 

       เจสัน ทอดด์ เป็นผู้ชายที่...เรียกว่าอะไรดีล่ะ  Drama Queen?

 

       แบร์รี่ อัลเลนกำลังกุมขมับ... นวด...เรียกนวดขมับอย่างหนักหน่วงเลยน่าจะได้  มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู ฟังเสียงที่ค่อนไปทางเกรี้ยวกราดจากปลายสายที่เหมือนจะกลายร่างเป็นปิศาจได้ทุกเมื่อที่เขาเอ่ยตอบอะไรผิดหู

            “มันเป็นปัญหาอะไรนักหนาเล่า เบ๊บ” แบร์รี่ถอนหายใจ เอนหลังพิงเบาะโซฟา นึกทบทวนสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแล้วยังไม่สามารถจับต้นชนปลายได้ถูก

            Red hoodต้องการความช่วยเหลือ...  แน่นอนว่าคนอย่างเจสันไม่มีทางพูดมันออกมาว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก   เจสันมีแกงค์...มีเพื่อน  มีแบ็คอัพ  พยายามตีตัวออกห่างจากความช่วยเหลือของลีค...ของครอบครัว  กระทั่งของคนรัก  เจสันยืนยันชัดเจนว่าในเรื่องของความต่างระหว่างคำว่า ฮีโร่กับสิ่งที่เจสันเป็น---สิ่งที่Red hoodเป็น จะต้องไม่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในความสัมพันธ์ของพวกเขามากจนเกินไป  ว่าง่ายๆเป็นภาษาของเจสันก็คือ ทางเดินของฉัน อย่าแส่ไม่เข้าเรื่อง

            แน่นอนว่าเขาทนไม่ได้ถ้าต้องเห็นอีกฝ่ายเป็นอะไรไป  แต่ตัวเขาเองกำลังติดพันกับภารกิจบางอย่าง  เขาไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือเจ้าเด็กหัวดื้อที่ยืนยันว่าไม่ต้องการได้  ดังนั้นสิ่งที่เขาทำน่ะเหรอ...?

 

            บอกแบทแมนน่ะสิ...

 

            เขารู้ว่าต้องโดนเจสันด่าแน่ๆที่สะเออะเข้าไปยุ่ง  แถมยังเป็นแบทแมนอีกต่างหาก  แบทแมน---บรูซ เวย์น  แบทแมน!

            เรื่องราวดราม่าของนกน้อยโรบินที่โดนโจ๊กเกอร์ตีจนตายด้วยชะแลง ความคิดตัดพ้อที่แบทแมนยังคงปล่อยโจ๊กเกอร์ให้มีชีวิตอยู่ต่อ  ความบาดหมางในครอบครัวที่ทำให้เจสันกลายเป็นเจสันในปัจจุบัน

            ปมในใจของเจสันยุ่งเหยิงและซับซ้อน  เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องไม่พอใจที่ได้เห็นแบทแมนโผล่มาให้ความช่วยเหลือ

       แต่ไม่คิดว่าเจสันจะโวยวายใส่เขาได้นานขนาดนี้

            “อย่ามาเรียกฉันว่าเบ๊บ”

            นั่น...เหวี่ยงอีกแล้ว

            “ไม่เอาน่า  เราต่างรู้ดีว่านายต้องการความช่วยเหลือ”  แบร์รี่พูดประโยคเดิมซ้ำเป็นครั้งที่แปดตั้งแต่รับสายจากแฟนหนุ่ม

            “นายก็เลยส่งเขามา  เยี่ยม  ฉลาดมาก แบร์รี่ อัลเลน”

            “ฉันแค่บอกเขา  เขาก็แค่เป็นห่วงนาย”

            เจสันส่งเสียงไม่พอใจ แบร์รี่มั่นใจว่าตัวเองได้ยินเสียงคล้ายอะไรบางอย่างโดนเตะจนล้ม---คาดว่าน่าจะเป็นเก้าอี้

            “ฉันเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง”

 

            อา... เริ่มอีกแล้ว สถานการณ์ Jason ‘I died once’ Todd

           

            แบร์รี่ถอนหายใจยาว พวกเขาถกเรื่องนี้กันมาประมาณเกือบสี่สิบครั้งในสองปี เจสันมีรูปแบบความคิดเดิมๆ  เขาเองก็พยายามอธิบายว่าการเคยตายไม่ได้ทำให้ความตายน่ากลัวน้อยลง  เขาเฝ้าพูดเรื่องเดิมๆ เฝ้าบอกความรู้สึกของเขาหากต้องสูญเสียอีกฝ่ายไป  แต่เจสันไม่เคยพยายามทำความเข้าใจเลยสักครั้ง

            “รู้แล้ว รู้แล้ว... เราจะเข้าลูปเดิมกันอีกแล้วใช่ไหม?”

            “ไม่ใช่ความผิดของฉัน  นายไม่พยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของฉันเลยด้วยซ้ำ”

            ตรงนี้แบร์รี่เริ่มโกรธ  แม้ว่าไม่บ่อยนักที่เจสันจะพูดจาตัดพ้อ แต่มันก็ไม่ได้น่าฟัง

            “เฮ้ ฉันไม่รู้ว่าการตายมาแล้วครั้งหนึ่งมันเป็นยังไง แต่----

            “ใช่ นายไม่รู้หรอก เพราะงั้นหยุดตัดสินแทนฉันได้แล้วว่าฉันต้องการหรือไม่ต้องการอะไร”

            พระเจ้า! เด็กนี่ไม่ปล่อยให้เขาพูดจนจบประโยคด้วยซ้ำ

            “เจสัน การสร้างข้อจำกัดมากมายมาปิดกั้นตัวเองแบบนี้มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอกนะ”        

             “อ้อ  ทีนี้จะหาว่าฉันข้อจำกัดเยอะงั้นสิ?”  เจสันเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ฟังดูไม่พอใจมากเสียจนแบร์รี่มองเห็นเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นผ่านน้ำเสียงนั่น

            “ฉันไม่ได้จะสื่อแบบนั้น นี่... ใจความหลักๆคือฉันเป็นห่วงนาย ฉันไม่---

       “เก็บความเป็นห่วงของนายไว้ใช้ตอนช่วยตัวเองเหอะ”  ประโยคของเจสันจบลงพร้อมกับบทสนทนาที่ยืดยาวโดยเปล่าประโยชน์

            เจสันวางสายไปแล้ว  ทิ้งให้แบร์รี่จิกทึ้งขมับตัวเองจนปวดหนึบ

 

          จำเป็นต้องดราม่าไหมเนี่ย เบ๊บบบบบบบบบ!

                       

            _____________________________

 


       เจสัน ทอดด์ เป็นผู้ชายที่...ไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกของคนรัก

 

            สำคัญมาก ...สำคัญมากๆ นอกจากจะไม่เข้าใจว่าทำไมคนรักต้องคอยเป็นห่วงแล้วยังไม่เข้าใจว่าการกระทำไหนบ้างที่ทำให้คนรักอารมณ์เสีย....ไม่ ไม่สิ  ความจริงแล้วเจสันเข้าใจ  แต่ไม่สนใจ

            แบร์รี่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการคิดให้น้อยเข้าไว้  ไม่ว่าเจสันจะทำอะไร ที่ไหน  ...กับใคร

            “จำเป็นต้องกอดอะไรขนาดนั้นเลยเหรอ?”

            อย่างเช่นที่เป็นอยู่ตอนนี้

            “หา?”

            ชายผู้อายุน้อยกว่าแสดงสีหน้างุนงงเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว  สายตาเลื่อนสบประสานกับใครอีกคนที่อุตส่าห์เดินทางไกลเพื่อมาหาเขา

            แบร์รี่กลอกตาขึ้นด้านบน  สีหน้าไม่อยากเชื่อกับท่าทีของอีกฝ่าย

            “ไม่รู้เหรอ ถามจริ๊ง?”

            “นายหมายถึงฉันกับรอย?” เจสันหรี่ตาลง พิจารณาท่าทางของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนจากยืนล้วงกระเป๋าเป็นยกมือขึ้นกอดอกเบนสายตาหลบไปอีกทาง  มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับแบร์รี่ที่ต้องพูดอะไรในเชิงนี้ออกมาจนหมด

            ดูเหมือนแบร์รี่จะเก็บกดเรื่องนี้ไว้นานพอสมควร

            รอย ฮาร์เปอร์เป็นเพื่อน---สุดยอดเพื่อน ของเจสัน  หากวัดระดับความสนิทสนมและความไว้เนื้อเชื่อใจคงทะลุเพดานมาตรฐาน  เรื่องนี้แบร์รี่เองก็รู้  เขาเคยเห็นอาร์เซนอลกับเร้ดฮู้ดสู้เคียงไหล่กันหลายครั้ง และต้องยอมรับว่าเป็นคู่หูที่เข้าขากันได้ดีราวกับรู้จักกันมานานและสามารถสื่อสารกันผ่านสายตา  หรือกระทั่งไม่ต้องมองตาก็รู้ลำดับการสอดแทรกที่ช่าง...สมบูรณ์แบบ

       และโดยนิสัยส่วนตัวของรอย ฮาร์เปอร์  แบร์รี่อดไม่ได้ที่จะ....

            “หมอนั่นแหละ  ไม่มีอะไรหรอก แค่ถามดู”

            “งี่เง่า”  ริมฝีปากหยัดขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน  เจสันหัวเราะในลำคอราวกับสิ่งที่ได้ยินทำให้เขาต้องเช็คให้แน่ใจว่ามันเป็นตลกหรือเรื่องซีเรียส

            “เฮ้  นายเคยนอนกับแม่สาวฮอตนั่นฉันยังไม่พูดอะไรเลย  นี่แค่ถามดูเฉยๆ”  คนอายุมากกว่ากระแอมไอเล็กน้อย  หวนนึกถึงหญิงสาวจากต่างดาวอีกหนึ่งที่ได้ยินมาว่าเจสันเคยนอนด้วย

            “นั่นมันนานมากแล้ว  แถมคอรี่ไม่ใช่พวกผูกมัดอะไร  เฟรนด์วิทเบเนฟิทน่ะรู้จักไหม?”

       แบร์รี่รู้สึกจะเป็นลม...

       “นาย...มีความคิดแบบนี้ด้วยเหรอ?”   เจสันมองคนถามที่ทำหน้าเหมือนตามไม่ทัน  เขาคำนวณอายุและประสบการณ์ของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะอยู่ในใจ

            “ยินดีต้อนรับสู่อนาคต” เจสันไหวไหล่  เลือกที่จะไม่ใส่ใจคำพูดพวกนั้น

 

          พระเจ้า! ต้องรู้สึกยังไงดีที่แฟนของตัวเองมีความคิดเรื่องเพศกับเพื่อนอย่างเสรีขนาดนี้!

 

            แบร์รี่รู้สึกจะเป็นลม...

            จากที่กะว่าจะเช็คอินโรงแรมสักที่แถวๆนี้  เขาเคารพความเป็นส่วนตัวของเจสัน  และรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง...แถมช่วงนี้ไม่นอนตอนกลางคืนอีกต่างหาก  แต่ตอนนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น(และหึงหวงแรงมาก) กลายเป็นว่าเขาต้องพาตัวเองเกาะติดเจสันไปยังที่พักที่อีกฝ่ายเรียกมันว่าเซฟเฮาส์

 

            และจะเป็นลมอีกครั้งเมื่อเปิดประตูเข้ามาเจอรอย ฮาร์เปอร์

            “เฮ้ เจย์! ฉันทำของเล่นใหม่  นายไปนานมาก ฉันเกือบเผาบ้านแล้ว”

            รอย ฮาร์เปอร์...ที่โผเข้ากอดแฟนหนุ่มของเขาและหอมแก้มไปฟอดใหญ่อย่างจงใจ

 

            ต่อหน้าต่อหน้ากันเลยเฮ้ยยยย!!

            “เออๆ ดีใจที่นายยังไม่เผา”  และเจสันที่แสดงท่าทีนิ่งเฉยเหมือนการกระทำเหล่านั้นเป็นเรื่องปกติแถมยังพูดคุยต่อบทสนทนากับสุดยอดเพื่อนโดยไม่แม้แต่จะหันมามองปฏิกิริยาของแฟนหนุ่มที่พามาด้วย

 

          เฮ้ย เบ๊บ เฮ้ย! สนใจกันหน่อยเว้ย เบ๊บบบบบบ

 

 

            __________________________

 

 

 

       แบร์รี่  อัลเลน พยายามอย่างหนักในการลดความเร็วของฝีเท้าลงยามเมื่อกำลังเดินไปเดินมา วนอยู่ในระยะเดิมหน้าบานประตูห้องพักแห่งในCentral city

            มันไม่ใช่ที่ที่เขาอาศัยอยู่...แต่เป็นที่ที่แฟนหนุ่มของเขาเช็คอินทุกครั้งที่แวะมาเมืองนี้   เจสันไม่ใช่คนที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แถมแต่ละที่ยังเข้าถึงได้ยากจนเกือบเป็นปริศนา  ดังนั้นโอกาสที่จะได้เจอผู้ชายคนนี้จึงน้อยจนจัดได้ว่าเป็นรักระยะไกล

 

            แบร์รี่ อัลเลน วางแผนจะบอกเลิกเจสัน ทอดด์

 

            ปัญหาความรักของพวกเขาค่อนข้างเรื้อรัง  แบร์รี่รู้ และคาดว่าเจสันก็คงสัมผัสได้เช่นกัน  ไม่ว่าจะพูดคุยกันตรงๆกี่ครั้ง เรื่องเล็กน้อยทั้งหลายมักจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเสมอ  ทัศนคติของพวกเขาไม่ค่อยตรงกันนัก

            ...อย่างแรกเลย  เขาเป็นฮีโร่  ไม่ฆ่าผู้ร้าย  ในขณะที่อีกฝ่ายจะทำตรงกันข้ามทุกครั้งที่มีโอกาส

            บางทีความสัมพันธ์ก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะยื้อเอาไว้ให้เหนื่อยเปล่า

            เขาตัดสินใจแล้ว

 

            ก๊อก...ก๊อก

            “ช้า”  ทันทีที่ประตูไม้ถูกเปิดออกโดยคนด้านใน  ใบหน้าของแฟนหนุ่มที่เหมือนเพิ่งผ่านการอาบน้ำก็โผล่ออกมา   เจสันดึงชายผู้เป็นที่รักเข้ามาภายในอาณาเขตของตนแล้วปิดประตูตามหลัง

            เจ้าของชื่อเดอะแฟลชชะงักไปเล็กน้อยกับคำทักทายนั่น  คำว่า ช้าที่ถูกใช้กับเขาแลดูน่าขำพอๆกับคำว่า สดใสร่าเริง ที่ถูกใช้กับแบทแมน

            “เฮ้ ไง...” คำพูดที่เตรียมไว้ในหัวเริ่มเลือนหายเมื่อมาอยู่ต่อหน้าคนที่อยากพูดด้วย

          โอเค แบร์รี่ นายทำได้  อย่างที่ฝึกหน้ากระจกไง  ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย  ตลอดเวลาที่ผ่านมามันเป็นสิ่งแปลกใหม่ ฉันไม่เคยมีแฟนหนุ่มมาก่อน และนี่เป็นครั้งแรก   ฉันว่านายคงเห็นเหมือนกันว่าอะไรหลายๆอย่างมันไม่ลงตัว  นายเหนื่อยที่ต้องปรับตัว ฉันเองก็เหมือนกัน เราน่าจะลองใช้เวลาทบทวนดูว่าเราต้องการแบบนี้จริงไหม บางทีมันอาจจะมีสถานะอื่นที่ดีกว่าการเป็นแฟนกันระหว่างฉันกับนาย

            “เจสัน ฉันมี----

            ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยแม้แต่ประโยคเกริ่น  แบร์รี่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก

            ร่างของชายผู้อายุมากกว่าถูกดันชิดผนังห้องอย่างไม่ทันตั้งตัว คอเสื้อถูกดึงรั้งเข้าหาผู้กระทำ  ริมฝีปากชุ่มหยาดน้ำเปียกลื่นประทับลงแนบอวัยวะเดียวกัน จังหวะบดเบียดรุ่มร้อนและยิ่งเผาไหม้หนักขึ้นไปอีกยามเมื่อเรียวลิ้นกระหวัดเย้า 

            คนโดนชิงจูบอย่างไม่ทันตั้งตัวได้แต่ชะงักด้วยความตกใจ  ริมฝีปากของเจสันทำหน้าที่ของมันได้ดีมากจนแบร์รี่จำเป็นต้องคล้อยตามในวินาทีต่อมาอย่างเผลอไผล สองมือไล้ลงคล้องกอดรอบเอวของแฟนหนุ่มที่ตอนนี้เหมือนเป็นเชื้อเพลิงซึ่งไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเผาไหม้  ทุกผิวสัมผัสทิ้งไอร้อนไว้ในลมหายใจของอีกฝ่าย

            จนถึงจังหวะที่เขาต้องการมากขึ้น เจสันจึงผละออกกะทันหัน  แบร์รี่ที่จู่ๆก็ถูกตัดอารมณ์ดื้อๆได้แต่ส่งเสียงประท้วงในลำคอ

            “เฮ้... แบร์รี่”  ปลายจมูกแตะสัมผัสกันแผ่วเบา  ไล้ขึ้นมาตามเนินสันกระทั่งริมฝีปากของคนอายุน้อยกว่าสัมผัสเหนือบริเวณลมหายใจ

            “ขอโทษนะ”  เจสันเอ่ยต่อ  และคำพูดนั้นเรียกน้ำเสียงประหลาดใจระคนสงสัยลอดผ่านลำคอผู้ฟัง  “ฉันทำตัวมีปัญหา  เป็นเด็กไม่ดี...ฉันรู้”

            โอ้...

            ดวงตาสีฟ้าสองเฉดสบประสาน  เจสันมองเห็นกระแสความสับสนในแววตาคนรัก

            “ขอบคุณที่อดทน ฉันจะพยายามสร้างปัญหาให้น้อยลง”

          โอ้...

            แบร์รี่พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ขัดคำพูดเหล่านี้ที่กลั่นกรองมาจากความรู้สึกของอีกฝ่าย  แต่ยากเหลือเกินเมื่อดวงตาคู่คมตรงหน้าช่างหวานหยาดเยิ้มและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์  เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่เขาต้องจูบเจสันอีกครั้ง ...เดี่ยวนี้

            “เฮ้... สุขสันต์วันครบรอบ” เจสันละริมฝีปากออกห่างเมื่อตัวเองยังพูดไม่จบและเห็นท่าทีของอีกฝ่ายเหมือนหยุดไม่อยู่

            โอ้... จริงด้วยสินะ

            เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบของพวกเขา  และประหลาดใจอย่างถึงที่สุดที่เจสันจำมันได้ เพราะสองปีที่ผ่านมาเจสันลืมตลอด  แต่เหมือนคราวนี้จะสลับกัน

           

            ให้ตาย... นี่เรามีความคิดจะบอกเลิกผู้ชายคนนี้ได้ยังไงกัน?

 

            “ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว  ก่อนหน้านี้นายจะพูดอะไรนะ?”

            แบร์รี่ยิ้มตอบคำถามนั้น  สองแขนกระชับรวบเอวคนรักเข้ามาแนบร่างตนขณะก้มลงสูดกลิ่นครีมอาบน้ำจากใต้สันกรามของอีกฝ่าย

 

            “ลืมไปแล้ว ช่างมันเถอะ


       ______________[END]_______________



สุ่มจนเสียเลือดเสียเนื้อเลยค่ะสำหรับหัวข้อวีคนี้5555 มีความอยากเสี่ยงดวง อารมณ์เล่นหวย  

เจย์บอทแซ่บดีค่ะ ว่าไปไม่เคยแต่งเจย์เป้นรับเลยแฮะ แต่อ่านนะ ฮาาา 

ขออภัยในบางจุดที่ไม่สามารถเขียนเป็นตัวอักษรได้ เช่น****และ****  55555 แง ทำไมติดเรท /ปิดหน้าเขิน(?) 

รู้สึกว่าเจย์เถื่อนแต่มีความละเอียดอ่อนด้านอารมณ์สูงดีค่ะ /เรฟก็เหมือนเดิมค่ะ new52อ่านกี่รอบแล้วเนี่ย อ่านแล้วไฮป์รอยทุกครั้งเลยให้ตายยยยย

พูดมากเนาะ ไปละบาย 555555

ปล. มุก Jason ' I died once' Todd นี่เห็นแม่ยกเกาหลีเขาเล่นกันในทวิตแล้วชอบมากอ่ะให้ตาย555 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ K. pneumoniae จากทั้งหมด 38 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 กันยายน 2560 / 10:01
    ชอบมากค่ะะะะ ขอแบบเจย์เคะอีกได้ไหมคะ?? ชอบเจย์เคะมากกกกก แต่มันหายากเหลือเกินน /////
    #6
    0
  2. วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 08:44
    อมกอมกอมกอมกอมกอมกอมกอมกอมกอมกอมกอมกอมกอมกอมกอมก
    รอเจย์บอทมานานมากกกก พอเจอนี่นำ้หูนำเตาไหล อ้ากกกก 
    ชอบความดราม่าควีนของนางเป็นที่สุด จะรีบูทจักรวาลซักกี่รอบนางก็พูดอยู่แต่เรื่องนี้นี่แหละ ฮาาาา
    ไม่เคยเจอคู่ชิปนี้มาก่อนเลยค่ะ ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากกก 
    ขอเจย์บอทอีกได้มั้ยคะไรท์ขาาาาาาา >/////<
    #5
    1
    • 12 เมษายน 2560 / 21:25
      ดีใจที่ชอบค่า><
      จริงๆชิปเปอร์เจย์บอทมีเยอะนะคะ แต่ในเด็กดีนี่ไม่ค่อยเจอ555
      จริงค่ะ ฮาาา ดราม่าควีนเหลือเกินพ่อคุณ
      นี่ก็สุ่มของกิจกรรมHero weeklyได้คู่นี้มาค่ะ ไม่เคยคิดว่ามันชิปได้ด้วยเหมือนกัน ฮาาา
      อาจมีอีกค่า ไม่แน่ใจน้า><;
      #5-1
  3. วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 20:02
    เพิ่งเคยเจอคู่นี้เป็นครั้งแรกเลยนะ เขียนสนุกดีค่ะเรราชอบ แบร์รี่ดูกากไปหน่อย ทำให้เนื้อเรื่องดูตลกดี 
    มีคู่นี้อีกมั้ย จ้วงไม้พายแป๊ป 
    #4
    1
    • 19 มีนาคม 2560 / 00:28
      ไม่เคยเจอคู่นี้เหมือนกันค่ะ ร่วมกิจกรรมแล้วสุ่มได้สองคนนี้ แอบเครียดเหมือนกันว่าจะเอาโมเมนท์ไหนมาใช้ดี แต่สุดท้ายก็มโนได้5555
      ไม่แน่ใจค่ะ เพราะไม่มีโมเมนท์จริงๆเลยแบบบ เจอกันตอนไหนวะคู่นี้555555555555 แต่เอามาอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักดีค่ะ ชอบความกากาของแบร์รี่
      #4-1
  4. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:35
    ไม่รู้จักคาร์เจสันมากเท่าไร แต่ชอบเรื่องนี้มากค่ะ ชอบความดราม่าควีนของเจสัน
    ยิ่งพอถึงตรงประโยคว่า Jason I died once Todd นี่ลั่นเลย 
    แบร์รี่นี่ออกแนววงวารอ่ะ ตลกมาก มีความกากนะคะ ความเป็นพ่อบ้านใจกล้าเหมือนจะติดลบ55555
    แต่งดีมากค่ะ อ่านเพลินเลย ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ
    #3
    1
    • 19 มีนาคม 2560 / 00:27
      ชอบความดราม่าควีนของอิตานี่เหมือนกันค่ะ5555 โอ๊ยย จะดราม่าเรื่องเดิมๆไปถึงไหนลูกเอ๊ยยย
      แล้วตลกมากค่ะ แม่ยกเกาหลีนางเอาไปแซวกันสนุกดี ฮาาา
      5555555555555 ขำตรงมีความกาก ว้ายยย แบร์รี่พ่อบ้านใจกล้า
      ดีใจที่ชอบค่ะ ขอบคุณที่แวะมาเมนท์ให้น้า><
      #3-1
  5. #2 เฮเลน่า เวย์น
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 10:55
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย รอมานานมากกับเจย์บอท โฮร

    จะแต่งเองฝีไม้ลายมือก็ไม่ค่อยจะดี ฮ่าาา เอาเป็นว่าขอบคุณนะคะ



    อ่านเสร็จพบว่าแบร์รี่กับเจสันนี่ก็กร๊าวดีเหมือนกันแหะ.... อิ....อิ ชอบในหลายๆอย่างมากกกก /มรั่ย ฉันจะไม่ลงเรือเพิ่ม!



    ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะที่อุส่าแต่งให้อ่านได้ /แล้วก็ดีด้วย เก่งมากค่ะ~
    #2
    1
    • 29 มกราคม 2560 / 20:26
      โฮววว มีคนแต่งประจำอยู่นะคะสำหรับเจย์บอทนี้(ในไทย มีนะคะ หลายเจ้าอยู่ ลองไปคุ้ยๆดู555)
      ดีใจที่ชอบค่า >< ฮาาาาา คู่นี้ไม่มีโมเมนท์ให้ชงเลยค่ะ แต่สุม่ได็...ฌลยมโนเอาก็ได้อ่ะ55555
      ขอบคุณมากค่าาา ></
      #2-1
  6. วันที่ 28 มกราคม 2560 / 23:28
    อ่านไปยิ้มไป เจสันนี่มันเจสันจริงๆเลยค่ะ 55555555

    ก็จริงนะ ดรามาควีน แอนติฮีโร่ ไม่ค่อยคิดถึงอารมณ์คนอื่น เห็นเพื่อน(บางคน)สำคัญกว่ามนุษย์อื่น แต่แล้วไงอ่ะ(ยักไหล่) รักอยู่ดีใช่ม้า~

    เอาใจช่วยแบร์รี่ให้ผ่านวิกฤตการณ์แฟนหนุ่ม 'ฉันเคยตายไปแล้วครั้งนึง' ไปได้ด้วยดีนะคะ...

    /สุ่มอีกสิคะ---
    #1
    1
    • 29 มกราคม 2560 / 00:16
      เจย์ก็คือเจย์อ่าทำไงได้ 55555
      รักแล้วต้องทำใจ ฮือออ
      ก๊ากกกก ขำวิกฤตการณ์แฟนหนุ่ม โอ๊ย ดราม่าควีนมาก พี่ดิ๊กก็เคยตายไม่เห็นเพ้องี้เลอออ ทำเป็นดราม่าาา(โดนแฟนคลับเจย์ตบ)

      ฮอลลล เหมือนโดนชักชวนไปในทางที่ไม่ดีเลยค่ะว้ายยย 55555
      #1-1