คัดลอกลิงก์เเล้ว

Boyfriend's shirt [Jon x Damian | Jondami]

โดย K. pneumoniae

“มันง่ายมากๆเลยเดเมี่ยน แค่วันนี้ทั้งวัน ฉันอยากให้นายใส่เสื้อตัวนั้นเอาไว้ตลอดเวลา”

ยอดวิวรวม

1,945

ยอดวิวเดือนนี้

27

ยอดวิวรวม


1,945

ความคิดเห็น


13

คนติดตาม


47
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 ส.ค. 59 / 20:19 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Fic Jondami

Jonathan Kent x Damian Wayne

อัพฟิคอีกสักเรื่อง

วันจันทร์นี้เราเปิดเทอมแล้วน้า

อาจหายหัวไปนาน ฮือฮือออออ

ช่วงปิดเทอมนี่แต่งฟิคเยอะมากกกกกก  ขยันแต่งฟิคมากกกก

ขอบคุณที่คนที่แวะมาพูดคุยกัน มาเมนท์ให้กำลังใจ มาหวีดด้วยกันตลอดนะคะTwT)  รักกกก

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 5 ส.ค. 59 / 20:19

บันทึกเป็น Favorite


Boyfriend's shirt

pairing : Jonathan Kent x Damian Wayne | Jondami

__________________________________________





        เดเมี่ยน เวย์น กำลังหงุดหงิดสุดๆ

 

            ต้องมีใครสักคนบอกให้เกรย์สันเลิกมองเขาด้วยสายตาล้อเลียนแบบนั้นได้แล้ว

 

            ใช่... เดเมี่ยน เวย์น กำลังหงุดหงิดสุดๆ

 

            ดวงตามรกตคู่สวยนั่นไม่ใช่แค่ฉายแววไม่เป็นมิตร แต่ยังฉาบเคลือบด้วยคมดาบแห่งจิตสังหารเพียงแค่ตวัดมองปราดเดียวก็แทบทำให้คนที่เผลอสบตาร่างขาดสองท่อนได้อย่างง่ายดาย  แล้วยิ่งถูกเสริมด้วยท่าทีล้อเลียนเป็นนัยๆจากพี่ชายต่างสายเลือดด้วยแล้ว.... เดเมี่ยน เวย์น กำลังพร้อมจะฆ่าใครสักคนโดยไม่ต้องขยับแม้แต่ปลายนิ้ว

            ทั้งหมดทั้งมวลนี่เกิดจากสิ่งของธรรมดาๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วๆไป...

 

            เจ้าเสื้อสีแดงฟ้าสลักตัวอักษร ‘S’ กลางอกซึ่งถูกผ่ากลางด้วยซิปที่รูดปิดขึ้นมาถึงคอ

            เสื้อเจ้าปัญหาที่เขากำลังสวมใส่อยู่นั่น

            เสื้อเจ้าปัญหาที่ทำให้เขานั่งหงุดหงิดตลอดบ่าย

         

       เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อเช้า...

 

            _________________________

 

            “นายห้ามทำแบบนี้อีก เดเมี่ยน!

            เสียงโวยวายเกรี้ยวกราดเปี่ยมไปด้วยอารมณ์โกรธนั่นดังสะท้อนผนังถ้ำจนแม้แต่ค้างคางตัวเล็กตัวน้อยที่ห้อยหัวอยู่ด้านบนยังสะดุ้งตีปีกวนไปรอบๆ   เด็กหนุ่มใต้เสื้อสีแดงฟ้าและสัญลักษณ์ตัวอักษร S กลางหน้าอกกำลังยืนตะคอกเสียงดังอยู่เบื้องหน้าเด็กชายอีกคนซึ่งนั่งพันผ้าพันแผลรอบแขนตัวเองอยู่

            เดเมี่ยน เวย์นเหลือบสายตาขึ้นมองเจ้าของเสียงนั่น ตามเนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผล ทั้งแผลถลอก รอยกรีดแทง แต่ที่สร้างความเสียหายหลักๆให้กับร่างกายเห็นจะเป็นแผลจากการโดนไฟถากเป็นทางยาวบริเวณแขนข้างซ้าย

            และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้โจนาธาน เคนท์ เดือดจัด...

            “นายเหวี่ยงที่ฉันเห็นพวกมันก่อนนายเหรอ? โฮ่!  ระดับประสบการณ์ของฉันกับนายมันต่างกันหลายขุม เบบี้เคนท์” เด็กหนุ่มผู้ที่โดนตะคอกใส่กระแทกเสียงกลับไม่แพ้กัน ริมฝีปากเชิดขึ้นพร้อมกับสายตาดูหมิ่นซึ่งๆหน้าถูกส่งไปให้อีกฝ่าย จงใจเน้นถ้อยคำเหน็บแนมชื่อเรียก  แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คนที่กำลังเดือดรู้สึกโมโห

            “ไม่! นายไม่เข้าใจ!” โจนาธาน เคนท์---จอน ยกมือขึ้นขยี้ผมของตัวเองที่ยุ่งฟูไม่เป็นทรงอยู่แล้วให้ยิ่งยุ่งหนักเข้าไปอีก  พยายามเค้นหาคำมาอธิบายภายใต้แรงอารมณ์ที่กำลังเดือดจัดของตัวเองจะสามารถพูดมันออกมาให้อีกฝ่ายเข้าใจได้

            “เดเมี่ยน...” เขาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามสงบสติอารมณ์อย่างที่พ่อของเขามักจะชอบสอนอยู่เป็นประจำหลังจากที่เขาต้องมาเป็นคู่หูกับว่าที่แบทแมนรุ่นต่อไปคนนี้  “เราทำงานด้วยกันมานานแล้ว... ฉันอยากให้นายช่วยใช้สมองของนายคิดสักนิดนึง  แค่นิดเดียว... สักส่วนหนึ่งของเสี้ยวความรู้สึกของนายว่าฉันจะสติแตกแค่ไหนถ้านายเป็นอะไรไป  และขอทีเถอะ ถ้านายเห็นหรือรับรู้อะไร  ช่วยพูดมันออกมาหน่อย ช่วยเตือนให้ฉันรู้ทีว่านายกำลังจะทำอะไรโง่ๆอย่างการพุ่งเข้าใส่มันตรงๆเสมือนว่านายมีเก้าชีวิตแบบนี้!!

         

       ว่าจะไม่ใสอารมณ์แล้ว ....แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จอนต้องรับมือกับความบ้าระห่ำของเดเมี่ยน  ไม่ใช่ครั้งที่สอง หรือสาม... ไม่ใช่เลขหลักเดียวด้วยซ้ำ

            เดเมี่ยนมุ่นหัวคิ้วมองตรงไปยังเด็กหนุ่มที่เพิ่งพ่นคำพูดผิดวิสัยของเจ้าตัวออกมา  เขาไม่เคยเห็นจอนโมโหได้ขนาดนี้ ไม่เคยเห็นจอนใช้คำพูดรุนแรงขนาดนี้มาก่อน  ด้วยความที่เด็กหนุ่มบ้านไร่ลูกครึ่งคริปโตเนียนคนนี้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างอบอุ่นจากครอบครัวที่แสนเพอร์เฟ็ค  มีเพียงเรื่องไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่ทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าฟิวส์ขาดจนสติแตกได้ขนาดนี้

            ...หนึ่งในเรื่องพวกนั้นคือการสูญเสียสิ่งสำคัญ

            “ถ้าฉันต้องเสียเวลาบอกให้นายรู้ทุกครั้งว่าฉันเห็นอะไร อะไรกำลังมา ฉันจะทำอะไร  โลกคงถล่มไปแล้ว เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะนายมันห่วยแตก ซูเปอร์เฮียริ่งของนายน่ะมีไว้ทำอะไร? ประดับคั่นสมองกลวงๆของนายงั้นเหรอ?  แต่ฉันไม่โทษนายหรอก เพราะถ้าฉันเป็นนายก็คงจะหงุดหงิดเหมือนกัน   หงุดหงิดที่ตัวเองอ่อนแอและกระจอกได้ขนาดนี้ไง ตามอะไรไม่เคยทันสักอย่าง!” สีหน้าโอหังของเดเมี่ยนรับกับคำพูดเสียดแทงนั่นเป็นอย่างดี  เขาไม่เคยเห็นจอนโกรธแบบนี้  แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมถูกด่าอยู่ฝ่ายเดียว

            คนอย่างเดเมี่ยน เวย์น มีหรือจะยอม... ไม่มีทาง

            จอนชะงักไปกับคำพูดของเขา คมฟันขบลงบนริมฝีปากล่างราวกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันทิ่มแทงลงกลางใจ  แน่นอนว่าเขาเองก็รู้สึกแบบนั้น รู้สึกว่าตัวเองช้ากว่าเดเมี่ยนอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ เขาอายุน้อยกว่า ประสบการณ์น้อยกว่า สิ่งที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงนี้เป็นเพราะพลังในตัวของเขาที่ได้มาจากผู้เป็นพ่อ การฝึกและควบคุมพลังของเขาใช้เวลานานหลายปีก็จริงอยู่ แต่นั่นเป็นเพียงข้อได้เปรียบเดียวที่เขาเหนือกว่าอีกฝ่ายผู้ซึ่งเกิดมาในดงนักฆ่า เติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอันตราย และถูกฝึกมาโดยบุรุษแห่งรัตติกาลผู้เลื่องชื่อ

            นั่นทำให้พวกเขาแตกต่าง

            จอนมีพละกำลังมีมากกว่าคนปกติหลายเท่าโดยที่ไม่ต้องฝึกฝนอะไร  เดเมี่ยนบอกเสมอว่าเรื่องพวกนี้ทำให้พวกที่มีซูเปอร์พาวเวอร์ประมาท  และมันก็จริงอย่างที่เขาว่า

            นั่นทำให้เดเมี่ยนมักนำเขาอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ  ...แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ชอบให้เดเมี่ยนเป็นฝ่ายนำ เขาแค่ไม่ชอบที่อีกฝ่ายเอาตัวเองไปเสี่ยงโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวใดๆ   และเดเมี่ยนไม่เคยฟัง

            กระนั้นจอนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะนิสัยของเดเมี่ยนไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ  เขามีทิฐิ มีหลักการ และไม่สนว่าคนอื่นจะมองว่าเขาเลวร้ายแค่ไหน  ไม่เคยใส่ใจสายตาที่มองมา

            แต่.... ก็มีบางเรื่องที่เดเมี่ยนยอม

            ดวงตาสีมรกตฉายแววอ่อนลงหลังจากเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์เจ็บปวด จอนกำลังสับสน ทั้งโมโห หงุดหงิด เสียใจ เป็นกังวล และเจ็บปวด  เดเมี่ยนรู้ดีว่าทำไม และเขาเพิ่งพูดให้มันแย่ลงไปอีก

            เด็กหนุ่มผู้บาดเจ็บถอนหายใจ ใบหน้าเบือนไปด้านข้างหลบสายตาสีฟ้าที่ฉายแววรวดร้าวนั่น

            “ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น  ...หมายถึง ก็ตั้งใจแหละ  แต่ไม่ได้ตั้งใจให้มันทำร้ายนายขนาดนี้” น้ำเสียงที่เคยกราดเกรี้ยวแผ่วเบาลงจนเหมือนเสียงกระซิบ  มือข้างที่ไร้บาดเผลยกขึ้นดึงชายเสื้ออีกฝ่ายให้ขยับเข้ามาใกล้

            จอนเคลื่อนเข้าไปหาอีกฝ่าย เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน กระนั้นในแววตาก็ยังมีความคุกรุ่นอยู่เล็กน้อย

            “นายทำแบบนั้นเสมอแหละ ...แต่นายพูดถูก ฉันอ่อนแอเกินไป” นัยน์ตาสีฟ้าหลุบลงมองคนที่นั่งอยู่

            “ฉันรู้  และอยากให้นายรู้ว่าฉันไม่เสียใจกับคำพูดของตัวเองหรอก” ลูกแก้วสีมรกตเลื่อนขึ้นสบประสานสายตากับอีกฝ่าย  สิ่งที่เดเมี่ยนพูดนั้นไม่ใช่คำปลอบประโลม  ฟังผ่านๆเหมือนเป็นการเติมเชื้อเพลิงลงกองไฟมากกว่าเสียด้วยซ้ำ  แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จอนได้ยิน และเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร

            “อืม...ฉันเข้าใจ ฉันแค่อยากให้นายยอมฟังฉันบ้าง” จอนกระซิบตอบเสียงแผ่วผิดกับตอนแรก

            เดเมี่ยนไม่ได้ตอบอะไร เขาไม่ได้คิดว่าบทสนทนาจะกลายเป็นแบบนี้ได้ด้วยซ้ำกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

            “นายเป็นแบบนี้เสมอเลย ใจร้อน ไม่ฟังใคร ไม่สนใจ มองข้ามข้อผิดพลาดที่ตัวเองก่อกับคนอื่น ชอบทำให้ฉันเป็นห่วงจนแทบเสียสติ” จอนยังคงพูดจ่อ แต่คำพูดเหล่านั้นเริ่มทำให้เดเมี่ยนอยู่ไม่สุข เขาเริ่มทำเสียงไม่พอใจลอดผ่านริมฝีปากอย่างที่มักจะชอบทำจนติดเป็นนิสัย

            “แล้วอยากเลิกไหมล่ะ?”

            “อะไรนะ? ไม่ ไม่!  นี่ไง นายเป็นแบบนี้อีกแล้ว จะชวนบอกเลิกทุกครั้งที่เราทะเลาะกันเลยใช่ไหม” จอนเริ่มกลับมาขมวดคิ้วอีกครั้ง

            “โอ้  ก็แลดูฉันทำนายหนักใจเหลือเกินนี่”  ริมฝีปากนั่นเชิดขึ้นอีกครั้ง มือที่เคยจับชายเสื้ออีกฝ่ายผละออกมากอดอกตัวเอง

            “นั่นก็ใช่ ก็รู้ตัวนี่” จอนกอดอกบ้าง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าทำแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์อะไรจึงเริ่มสงบสติอารมณ์อีกครั้ง  “หมายถึง  ใช่ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่รักนาย”

                “รู้ไหม จากการที่ฉันเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่  ทำให้ฉันรู้ว่ารักอย่างเดียวบางทีมันไม่สามารถทำให้คนสองคนไปด้วยกันได้”

            จอนเริ่มกุมขมับ ยกมือลูบหน้าตัวเองแล้วเสยขึ้นไปขยี้ผมอย่างขัดใจ

            “ไม่! เดเมี่ยน  ฟังนะ ฉันแค่ไม่อยากให้นายเป็นอะไรไป โอเคไหม?”  เด็กหนุ่มคุกเข่าลงเบื้องหน้าเก้าอี้ที่อีกฝ่ายนั่งอยู่  เขาหลับตาลงผ่อนลมหายใจยาวแล้วพูดต่อ

            “ฟังนะ ฉันสูญเสียนายไม่ได้ เดเมี่ยน...ฉันรู้ว่าฉันรักนายมากเกินไป  แต่ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนาย  ฉันไม่รู้วิธีการใช้ชีวิตโดยปราศจากนาย เพราะงั้นนายต้องไม่เป็นอะไร นายต้องห้ามบาดเจ็บปางตาย  นายต้องไม่เสี่ยงชีวิตจนเกินความจำเป็น  ต้องไม่ทำเหมือนว่านายมีเก้าชีวิต” มือของเด็กหนุ่มเลื่อนไปดึงเอาฝ่ามืออีกฝ่ายมากอบกุมไว้ทั้งสองข้าง  ดวงตาสีฟ้าทอประกายเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเอ่อล้น

            “นายเป็นมากกว่าสิ่งสำคัญสำหรับฉัน  และได้โปรดเถอะ ...ช่วยดูแลความปลอดภัยของตัวเองเพื่อฉันบ้างสักนิดก็ยังดี” น้ำเสียงนุ่มลึกของจอนซึมซับลงบนหัวใจของคนฟัง

            เดเมี่ยนถอนหายใจ พยายามอย่างยิ่งในการลดทิฐิของตัวเองลง

            “ได้... ฉันจะพยายาม”

            “นายก็พูดงี้ทุกครั้งอ่ะ ไม่เห็นทำได้”

            “แล้วจะให้พูดอะไรวะ คำพูดอื่นๆที่อยู่ในหัวฉันตอนนี้มันจะทำนายร้องไห้ เชื่อเถอะ ฉันทำดีที่สุดแล้ว”  เดเมี่ยนคิ้วกระตุก

            จอนมุ่ยหน้า เขาปล่อยมืออีกฝ่ายแล้วลุกขึ้นยืน แววตาแข็งกร้าวต่างจากปกติจนคนมองเริ่มรู้สึกลางไม่ดี

            “นายรักฉันไหม”

 

            เดเมี่ยนคิ้วกระตุกหนักขึ้น

            “เป็นคำถามที่ไร้ประโยชน์ชะมัด”

 

        “ตอบ” จอนใช้น้ำเสียงคาดคั้นสั้นๆ พร้อมกับสองมือที่เท้าลงบนพื้นโต๊ะด้านหลังเดเมี่ยน ใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้าไปใกล้อีกฝ่าย แววตาดุดันผิดวิสัยสบมองกับลูกแก้วสีมรกตตรงๆ

            เดเมี่ยนส่งเสียงไม่พอใจอีกครั้ง

            “เออ  รัก พอใจหรือยัง”

            “ไม่  นายพูดแบบนี้ทุกครั้งแหละ”

            เดเมี่ยนเริ่มกลับมาหงุดหงิดอีกครั้ง ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะพูดขึ้นมาทำไม  “แล้วนายต้องการอะไร? อยากให้ฉันขนดอกกุหลาบไปเททับไร่ของนายหรือไง?”

            “ยอมฉัน”

            “...อะไรนะ?”

            “ยอมฉันสักครั้ง”

            สีหน้าจริงจังของคนอายุน้อยกว่าทำเอาเดเมี่ยนปั้นหน้าไม่ถูกไปชั่วขณะหนึ่ง  พยายามคิดหาความหมายของสิ่งที่แฟนหนุ่มครึ่งคริปโตเนียนตรงหน้านี่พูดออกมา

            “หา?... หมายถึงยอมแบบไหน?” เขาสัมผัสได้ว่าเสียงของตัวเองแผ่วเบาลงและฟังดูสับสนมากจนน่าหงุดหงิด

            จอนเว้นระยะห่างออกไป นั่นเหมือนจะเป็นเรื่องดี ถ้าไม่ใช่ว่ามือข้างนั้นกำลังรูดซิปเสื้อลงจากคอไปจนสุดปลายอยู่ล่ะก็นะ

            เด็กหนุ่มถอดเสื้อที่มีสัญลักษณ์ตัวSกลางอกออก ดวงตาสีฟ้าฉายแววจริงจังและดูมุ่งมั่นมากเสียจนคนมองเริ่มสับสนและเริ่มคิดวิเคราะห์ว่าแฟนหนุ่มของตัวเองเข้าช่วงวัยรุ่นมากี่ปีแล้ว  ก่อนจะทำสีหน้าปั้นยากออกมาให้เห็น

       “ทำหน้าแบบนั้นคืออะไร? นายกำลังคิดอะไรอยู่ พ่อนกน้อยของฉัน

 

            คำพูดคำจา...

 

           เดเมี่ยนรู้สึกอยากยกเท้าถีบหน้าอีกฝ่าย  และไวเท่าความคิดนั้น เท้าข้างขวาของเขายกขึ้นนาบใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วถีบส่งเต็มแรง

            แน่นอนว่าไม่สะทกสะท้านต่อลูกครึ่งคริปโตเนียนสักเท่าไร และจอนก็มองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยด้วย

            “โฮ่... คำพูดเมื่อกี้นี้อะไร? ช่วงนี้นายติดการ์ตูนตาหวานอยู่ใช่ไหม เลิกอ่านซะ” เดเมี่ยนหรี่ตาลง อย่างพิจารณา ในขณะที่จอนโยนเสื้อของตัวเองส่งมาให้

            “ฉันไม่รู้ว่านายกำลังพูดถึงอะไร และไม่สนใจแล้ว ฉันแค่อยากให้นายยอมฉันบ้าง  เริ่มจากเรื่องง่ายๆ...” เด็กชายผู้อายุน้อยกว่าคล้องแขนกอดอกมองไปยังแฟนหนุ่มของตน

            “มันง่ายมากๆเลยเดเมี่ยน  แค่วันนี้ทั้งวัน  ฉันอยากให้นายใส่เสื้อตัวนั้นเอาไว้ตลอดเวลา” จอนว่าต่อ

            “หา? ฉันไม่ใส่เสื้อโง่ๆของนายหรอกนะ” และเป็นไปตามที่คาดไว้ เดเมี่ยนชักสีหน้าทันที  คิ้วเรียวขมวดมุ่นเป็นปม

            จอนไหวไหล่ แล้วเริ่มมุ่ยหน้าอีกครั้ง  “เห็นไหม  นายบอกว่าจะพยายาม แต่นายไม่เคยทำอะไรเลย”

            เดเมี่ยนอ้าปากจะเถียงกลับ แต่ชั่วครู่หนึ่งเขาเห็นดวงตาสีฟ้าเบื้องหน้าไหววูบด้วยความรู้สึกน้อยใจ  เขารู้จักสายตานั่นดี มันมักจะถูกส่งมาหาเขาบ่อยๆ และนั่นทำให้เขานึกได้ว่าตัวเองทำตัวน่าปวดหัวขนาดไหนในฐานะคู่หู และในฐานะคนรัก

            แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาเสียใจกับการกระทำของตัวเองหรอกนะ

            “โอเค ได้!” เด็กหนุ่มสะบัดเสื้อที่ถูกส่งมาให้พาดไปด้านหลัง สอดแขนเข้าสวมกระชับมันเข้ามาแนบตัวแล้วรูดซิปขึ้นมาชิดถึงคอ

            ริมฝีปากของจอนเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ  เดเมี่ยนมองแฟนหนุ่มของตัวเองฉีกยิ้มสดใสอีกครั้งแล้วอดถอนหายใจออกมาไม่ได้

             ไม่มีใครพูดอะไรต่อ  บทสนทนาเหมือนจะจบลงดื้อๆทั้งอย่างนั้น และด้วยความเงียบที่โรยตัวกะทันหันทำให้จอนสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

            ...เขาเห็นว่าเดเมี่ยนกำลังถูกกอดด้วยเสื้อตัวโปรดของเขา เสื้อที่มีสัญลักษณ์ S กลางหน้าอก ...สัญลักษณ์ของเขา

            “ช่วยบอกเหตุผลที่จู่ๆนายก็หน้าแดงทีได้ไหม” เดเมี่ยนมุ่นหัวคิ้ว เอ่ยปากทำลายความเงียบ

            จอนไม่ตอบอะไร เขาเบนสายตาหลบพลางเม้มริมฝีปาก แสร้งทำเป็นมองนู่นมองนี่ในถ้ำไปเรื่อย  พอดีกับที่แบทแมนและซูเปอร์แมนเดินเข้ามา พวกเขาคุยอะไรกันบางอย่างก่อนจะสาวเท้ามาใกล้เด็กหนุ่มผู้เป็นลูกชายทั้งสองคน เป็นสัญญาณว่าจอนจะต้องกลับไปพร้อมกับพ่อของเขาแล้ว   บุรุษเหล็กแลดูแปลกใจกับสิ่งที่เห็นไม่น้อย ในขณะที่แบทแมนดูไม่ประหลาดใจสักนิด

            ก่อนที่ร่างของสองพ่อลูกชาวคริปโตเนียนจะลอยตัวบินออกจากถ้ำไป

            _________________________________________

 

 

            ...เดเมี่ยน เวย์น กำลังอยากจะฆ่าใครสักคน

           

            “ว้าว  เสื้อนั่น... ว้าว... บรูซ ลูกชายคุณโตเป็นวัยรุ่นแล้วดูสิ”

 

            ต้องมีใครสักคนบอกให้เกรย์สันเลิกล้อเขาได้แล้ว

           

            “เกรย์สัน  ถ้านายยังไม่หุบปาก... ฉันสาบานว่าจะมีป้ายหลุมศพของนายอยู่ที่สวนหลังบ้าน” เดเมี่ยนขบฟันกรอดขณะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น

            บรูซที่กำลังคลายปมเน็คไทออกเบนสายตามามองลูกชายแท้ๆของตัวเอง สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมแม้แต่น้อย เขาเดินไปนั่งลงบนโซฟาที่ถูกจัดวางให้หันข้างเข้าหาโต๊ะแก้วตรงกลาง

            “ไม่เอาน่า แบทแมนไม่ฆ่าคน  ใช่ไหมแบทแมน?” ดิ๊ก เกรย์สันยิ้มหน้าระรื่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีพร้อมหันไปมองคนที่ถูกพูดถึง

            เดเมี่ยนกลอกตาขึ้นด้านบนอย่างไม่อยากสนใจนัก  มือของเขาหยิบเอาหนังสือบนโต๊ะแก้วขึ้นมากรีดเปิดไปยังหน้าที่ถูกขั้นเอาไว้  ทำท่าเหมือนจะทิ้งโลกทั้งใบไว้ข้างหลังแล้วเริ่มจมจ่อกับมัน  ทว่ากลับถูกขัดขึ้นมาเสียก่อน

            “พวกคริปโตเนียนน่ะรับมือยาก” น้ำเสียงทุ้มลึกของผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจจากทั้งสองคน

            ดิ๊กทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวเดียวกันกับเดเมี่ยน หัวของเขาหนุนลงบนตักเด็กชายผู้มีศักดิ์เป็นน้องในขณะที่สายตามองไปยังบรูซ

            เดเมี่ยนไม่ว่าอะไร  เขารู้ดีอยู่แล้วว่าพูดไปก็เท่านั้น ตอนนี้เกรย์สันกำลังทำให้มันกลายเป็นบรรยากาศของครอบครัวปกติทั่วไปที่นั่งคุยกัน  พี่ชายคนนี้มักจะทำแบบนี้เป็นประจำ และนั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่เขากับดิ๊กสนิทกันมากเสียจนเขายอมเล่าอะไรหลายๆอย่างให้ดิ๊กฟัง

            รวมไปถึงเรื่องที่คบกับจอนอยู่ด้วย

            “ผมรู้ว่าคุณรู้ดีเลยล่ะ บรูซ” ดิ๊กหัวเราะเบาๆ

            บรูซไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เขาทำเพียงแค่ยิ้มมุมปากมองตอบดิ๊ก ก่อนจะเบนสายตาไปยังลูกชายแท้ๆของตัวเอง

            “แต่จริงๆแล้วเขาก็แค่เป็นห่วง แล้วพยายามดัดนิสัยลูก”  เดเมี่ยนพยักหน้ารับคำพูดของผู้เป็นพ่อ

            “ผมทำหมอนั่นปวดหัวไว้เยอะ” เขายอมรับออกมาตรงๆ

            “ใช่ นายทำ” เป็นดิ๊กที่เสริม  และนั่นไม่ช่วยอะไรเท่าไร  ดวงตาสีมรกตตวัดมองชายหนุ่มที่นอนหนุนตักตน

            “เพราะหมอนั่นห่วงเว่อร์เกินไปหรอก” เขาชักสีหน้าพร้อมส่งเสียงไม่พอใจ

            “ไม่หรอก... เพราะเขารักลูกไง”

            ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบหลังประโยคนั้นของบรูซ  เดเมี่ยนเบือนหน้าไปอีกทาง เริ่มรู้สึกแปลกๆที่พ่อของเขาหยิบยกเรื่องพวกนี้มาเป็นประเด็น  เขาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้พ่อฟัง และดิ๊กเองก็คงไม่เล่าให้ฟังเช่นกัน แต่ก็พอเข้าใจได้อยู่ว่าคุณพ่อของเขาต้องสังเกตเห็นแน่นอนอยู่แล้ว...

            กระทั่งดิ๊กขยับตัวยุกยิก หยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาพร้อมยันกายลุกขึ้น

            “ฉันต้องถ่ายเก็บไว้” แขนของคนอายุมากกว่ารวบคอน้องชายเข้ามาใกล้แล้วฉีกยิ้ม ก่อนจะกดถ่ายรูปไว้ได้อย่างรวดเร็ว

            เดเมี่ยนโวยวาย พยายามแย่งสิ่งที่อยู่ในมือเกรย์สันที่ทำท่าจะถ่ายต่ออีกหลายรูป  แต่ไม่ได้ลงไม้ลงมือรุนแรงอะไรจนเหมือนแค่พี่น้องหยอกกันธรรมดาทั่วๆไป    บรูซมองภาพเบื้องหน้าแล้วเผลอเหยียดริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

            ...ลูกชายของเขากำลังเติบโต

 

            _____________________________

 

 

          ครืด.... ครืด....

 

            เสียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สั่นครืดคราดเรียกความสนใจจากเด็กหนุ่มที่ยืนเช็ดผมซึ่งเปียกชุ่มจากการอาบน้ำให้หันไปมอง  สองขาก้าวเข้าไปหาต้นเสียงนั่นแล้วหยิบมันขึ้นมาดู

            เป็นข้อความจากเบอร์ที่เขาไม่คุ้น กระนั้นปลายนิ้วก็สัมผัสหน้าจอเปิดมันอยู่ดี และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตานั่นทำให้เขาเผลอเม้มปากไม่รู้ตัว

            มันเป็นรูปภาพ ...เด็กหนุ่มที่เขาคุ้นเคยภายใต้เสื้อสีฟ้าแดง สลักตัวอักษณ์ S ไว้กลางหน้าอก ใบหน้าผ่อนคลายกำลังหลับตาพริ้ม ริมฝีปากที่มักจะเชิดขึ้นอย่างเย่อหยิ่งนั่นเผยอออกเล็กน้อย ท่าทางกำลังหลับลึกไม่รู้เรื่องรู้ราว   มือข้างหนึ่งของเด็กชายในภาพวางทาบทับตัวSกลางหน้าอกของตัวเองราวกับจงใจ

Good job , bro   

 - N

            ข้อความสั้นๆที่ปรากฏใต้ภาพเดเมี่ยนนั่นทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่าใครเป็นคนส่งมา และเขาจะหาทางขอบคุณทีหลังแน่นอน

            จอนทิ้งตัวลงบนเตียงของตัวเอง  ฉีกยิ้มกว้างจนปวดแก้มขณะไล้ปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าของคนในภาพพลางนึกไปว่าได้เวลาเปลี่ยนรูปวอลเปเปอร์บนหน้าจอใหม่แล้ว...และแฟนหนุ่มของเขาต้องไม่ชอบแน่ถ้ามาเห็นเข้า


____________________________________________________________

ขอบคุณทุกคนที่มาหวีดมาเมนท์ให้กันนะคะะะะ

ทางนี้เปิดเทอมวันจันทร์นี้แล้ว  ฝากฟิคทุกเรื่องไว้ในใจทุกคนด้วยนะคะ55555

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ K. pneumoniae จากทั้งหมด 38 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

13 ความคิดเห็น

  1. #13 fahkuma (@fahkuma) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 12:11
    กรี๊ดดดดด น่ารัก ยัยเด็กเมี่ยนปากร้าย แต่ในใจก็รักเขา ฮือ
    #13
    0
  2. วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:17

    น่ารักมากค่ะ อ่านไปยิ้มไป555+https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png

    #12
    0
  3. #11 munaminus
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 23:02
    ไม่คิดว่าจะเจอฟิคจอนเดมิในเด็กดีด้วย ดีใจมากเลยค่ะ อมก ;-; หัวใจน้องงงง

    ชอบมากเลย เดมิยอมใส่เสื้อน้องด้วย นึกถึง ep นั้นที่เดเมี่ยนไปค้างบ้านจอนเลย

    สภาพนี้แขนเสื้อต้องเลยออกมาคลุมนิ้วแน่ๆ <3<3<3



    รักมากค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคออกมาเยอะขนาดนี้นะคะ (///-///)
    #11
    0
  4. #10 kewalinn
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:41
    ว้ากกก น่ารัก ฮือ

    ทำไมถึงพึ่งมาเห็นก็ไม่รู้ สกรีมตอนนี้ทันมั้ยคะ? 55555

    ฮืออออออ มีความใส่เสื้อแฟน---- ชอบสำนวนการแต่งของไรท์มากๆเลยล่ะค่ะ รู้สึกมีความเรียลและอร่อย---- ////7////

    ชอบความปากร้ายของเมี่ยนที่ไรท์ใส่ไปจริงๆค่ะ5555 &#128514;
    #10
    0
  5. วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 19:06
    โดนดาเมจรัวๆเลยค่ะ กรี๊ดดดดด เมี่ยนน่ารักกกก

    จอน มีความแกร่งและสตรองกว่าพ่อมาก รับมือเดเมี่ยนนี่ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะคะ โฮกฮาก

    บรูซผู้มีประสบการณ์กับการรับมือคริปโตเนี่ยน ฮา

    พี่ดิ๊กส่งรูปให้เราบ้างงงง

    #แบทแฟมผู้แพ้ทางการตื้ออ้อนของซุปแฟม

    ขอบคุณค่ะ ปลื้มปริ่มคู่นี้มาก <3
    #9
    0
  6. #8 mcsuit89 (@mcsuit89) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 13:52
    อมกกกกก ความน่ารักนี้ ชอบซีนครอบครัวจังค่ะ ลูกชายแบทแมนเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว TwwwwwwT
    #8
    0
  7. #7 JLoveD
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 22:50
    มีความกรี๊ดหนักมากค่ะะะ จะน่ารักไปไหน จอนปราบเมี่ยนได้ดีมาก คุณพี่ก็ช่างแซวได้นะ โอ๊ย น่ารัก น่ารักมากๆเลย T///T ขอให้มีคู่นี้จ่อนะค้าาา รักน้า <3
    #7
    0
  8. วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 21:09
    เขินนนนนนแรงงงงมากกกก นอนดิ้นแด่วๆๆ โอ้ยนุ่งเมี่ยนน่ารักเกินไปแล้ว ฟ้ก่กาสกสดน
    #6
    0
  9. วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 21:36
    โอ๊ย~น่ารักจังคู่นี้ แต่ก็ชอบเวลาดิ๊กเข้ามาสร้างบรรยากาศอบอุ่นในครอบครัว ชอบตรงนี้ที่สุด><
    #5
    0
  10. วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 23:16
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! ลูกคริปโตเนี่ยนนี่ตื้อเท่านั้นที่ครอบโลกสกิลนี่ได้พ่อมาเต็มๆ//ฮา

    น่ารักน่าหยิกอะไรปานนี้♥ ขอบคุณสำหรับฟิคคู่นี้ให้เราได้กรี๊ดคอแตก><'(?)
    #4
    0
  11. วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 22:28
    น้องเมี่ยนต้องเชื่อบรูซเพราะบรูซมีประสบการณ์กับพวกคริปโตเนี่ยนมาแล้ว-----

    พี่ดิ๊กคะ แอบวางแผนอะไรกับน้องจอนคะะะ บ้านแบทมีความควีน บ้านซุปก็มีความลูกหมารุ่นสู่รุ่นจริงๆค่ะ กรี้ดดด(มีฟิคไหนที่เราจะไม่กรี้ดบ้างมั้ยT////v///T)
    #3
    0
  12. #2 สายฝน
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 21:15
    จอน นายแน่มาก อีกไม่นานต้องแกร่งกว่าตาซุปแน่ๆ แอบขำบรูซที่พูดเรื่องเกี่ยวกับการรับมือชาวคริปโตเนี่ยน(555 ถ้ามีคอนทิมด้วยจะครบสูตรเลย) หวังว่าไรท์พอเปิดเทอมแล้วว่างๆมาแต่งคู่นี้อีกนะคะ
    #2
    1
    • 5 สิงหาคม 2559 / 22:15
      จอนสายแข็ง55555555 สารภาพว่ากะจะใส่ทิมเข้าไปค่ะ แล้วลืมค่ะ 555555555 น่าเสียดายมาก ทิมคงแบบใส่เสื้อคอนมาด้วยแล้วทำหน้างงๆว่า นี่เทศกาลใส่เสื้อแฟนหรอ ดิ๊กคงเชียร์ให้ทิมสอนน้องรับมือพวกคริปโตเนียน5555555
      ขอบคุณที่มาเมนท์ให้นะคะ TwT)/
      #2-1
  13. วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 21:04
    อั้ยยยยยย!!! ดาเมจแรงมากกกกกกก
    จอนนายมันสตรองกว่าพ่ออีก5555
    ถึงบรูซจะเย็นชาแต่ปากไม่ร้ายเท่าเดเมี่ยนอ่าจิงๆ
    แต่ถ้าพูดกันจิงๆพ่อลูกค้างคาวมักจะแพ้สายตาหมาอ้อนของพ่อลูกคริปโตเนี่ยน5555 #นังไม่รวมทิมกะคอนอีกนะ
    ยังไงก้เป็นกำลังให้แต่งคู่นี้เยอะนะคะ~~~~ #หายากมาก #หวังว่าจะมีจุ๊บๆอินเลฟกันเยอะ
    #1
    1
    • 5 สิงหาคม 2559 / 22:14
      จอนสตรองมากค่ะ มีการสั่ง มีความกดดัน กล้าตายมาก โดนถีบไปทีนึง 555555555
      อารมณ์แบบลุกขึ้นสู้ความดื้อของแฟนไรงี้ 555น่ารักกกก
      ใช่ค่ะ เมี่ยนนี่ปากร้ายที่สุดในบ้าน...นอกบ้านด้วย555555555
      อาใช่่่ นี่ว่าจะใส่ทิมลงไปด้วย แล้วลืมค่ะ ฮือ ไม่ทันแล้ว ปล่อยไปแล้วกันเดี๋ยวจะยาว
      ขอบคุณที่มาเมนท์ให้กันนะคะTwT)
      #1-1