ONE PIECE. - LOVELY TAXI METER.

ตอนที่ 8 : TAXI METER 07 : คนบ้า 2 คน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    23 ธ.ค. 58



ในบางครั้ง...

ฮีโร่กับตัวร้ายก็อาจเป็นคนๆ เดียวกัน

 



      ทราฟาลก้า ลอว์

ไอ้คนขับแท็กซี่หน้าตาย จิตใจด้านชานั่น...

มันจบลงแล้วจริงๆ ใช่มั้ย เราคงไม่มีทางเจอกันอีก หมอนั่นอาจจะเจอฉันจากหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวในอินเตอร์เน็ตอะไรอยู่ดี แต่ฉันนี่สิ...จะได้เจอเขาอีกเมื่อไหร่นะ

จากคู่กัดที่ต้องมาทำเรื่องแผลงๆ หลอกคนทั้งเมือง ต้องกลายมาเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน ฟังดูแล้ว...ใจหายชะมัด

อะไรนะ นี่ฉันใจหายงั้นหรอ? -_- ไม่มั้ง...ที่ผ่านมาเราก็เดทกับผู้ชายไม่รู้กี่สิบคน ยังไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึง...

“เป็นอะไรไปนามิ หรือว่าไม่ชอบรถคันนี้?” น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเป็นห่วงดังขึ้นจากเบาะข้างๆ เจ้าของโครงหน้าคมผิวสีน้ำผึ้ง ผมหยักโศกสีดำสนิทของเขาถูกคลุมทับด้วยผ้าโพกศีรษะทำจากไหมชั้นดีบ่งบอกถึงฐานะของเจ้าตัว

เจ้าชายอาร์มิล อลอนโซ่ เดอลาลูนที่ 3 จากเมืองแห่งการค้าทางตะวันออก ซึ่งกำลังจะเป็นคู่หมั้นตัวจริงเสียงจริงของฉันในอีกไม่ช้านี้...

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ คุณดีกับฉันมากจริงๆ ถึงขนาดที่มารับด้วยตัวคุณเองแทนที่จะส่งคนอื่นมา”

“แล้วอะไรทำให้คุณดูไม่มีความสุขเลยล่ะ” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาส่องประกายยามส่องกระทบกับแสงไฟด้านนอก แววตานั้นช่างอ่อนโยนแต่ฉันไม่รู้สึกหลงใหลเลยสักนิด

“ตอนแรกฉันคิดว่าการไปจากเมืองนี้คือการหลุดพ้นจากเวรกรรม”

“...”

“แต่มันกลับรู้สึกใจหายแทนที่จะโล่งใจ”

“เดาว่าที่นี่คงสร้างความทรงจำดีๆ ให้คุณไม่น้อย” เจ้าชายยิ้มอย่างเข้าใจ

            “คงงั้นมั้งคะ”

            “หรือก็เป็นใครบางคนที่ทำให้คุณไม่อยากไปจากที่นี่”

            “เอ๋?”

            “ใครสักคนที่ผูกติดคุณเอาไว้กับความทรงจำ ถึงตัวจะไม่อยู่ที่นี่แต่หัวใจของคุณยังอยู่ที่เดิม และมันจะไม่มีวันไปไหน”

            “คือ...คือ...ฉัน...” ไอ้อาการพูดติดขัดนี่มันอะไรกัน และยิ่งแววตาของเจ้าชายจะอ่อนโยนมากเท่าไหร่ ฉันกลับยิ่งคิดถึงดวงตาเฉื่อยชานั่น มันมีเสน่ห์และน่าหงุดหงิด

            ใช่...โคตรน่าหงุดหงิดเลย

           



ส้ม ส้ม ส้ม แอบเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้ม~~~’

            ขอบคุณพระเจ้า!!! ในขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรไม่ออก โทรศัพท์ก็ร้องขึ้นแม้เสียงริงโทนจะทำให้เจ้าชายขมวดคิ้วมองอย่างไม่เชื่อสายตาก็เหอะ...

            ฉันกดรับทันทีโดยไม่สนใจว่ามันจะเป็นเบอร์ประหลาดจากที่ไหน จะขายประกัน ขายของ โทรโมชั่นโทรฟรีก็ได้ เอาวะ...ขอแค่ไม่ต้องมานั่งจ้องตาเจ้าชายไปจนกว่าจะถึงก็พอ บอกตรงๆ ว่าโคตรอึดอัด!!

            (ไง~ยัยแมวน้อย ชอบรถที่ฉันส่งไปให้มั้ย) น้ำเสียงยียวนทำให้เส้นประสาทของฉันบิดไม่เป็นรูปทันที เดี๋ยวนะ...

            นี่มันไอ้โรคจิตผมแดงนั่น...ยูทัส คิด!!! =[]=!!

            “นาย!!!” เจ้าชายหันมามอง ฉันก้มหัวขอโทษเขารัวๆ และเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบแทน “...พูดบ้าอะไรของนาย”

            (เฮ้...อย่ามาทำเป็นตกใจน่า ฉันอุตส่าห์ช่วยเธอไว้นะ คำขอบคุณน่ะมีบ้างมั้ยวะ)

            “ช่วย?...ช่วยบ้าอะไรของนาย แล้วเรื่องรถ...” ก็เรื่องนี้มีแค่ฉันกับเจ้าชายที่รู้เรื่องนี่นา

            ดะ...เดี๋ยวก่อนนะ

            (หึ...ความลับมันไม่มีในโลกใบนี้หรอกนะ คนสวย)

            “มะ...หมายความว่ายังไง”

            (ถ้าฉันจะบอกว่าตระกูลยูทัสกับราชวงศ์เดอ ลาลูนเป็นมิตรกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นทวดของทวดของทวดของทวดของทวด เออ!!จะกี่ทวดก็ช่างแม่งเหอะ!...เธอคิดว่าไงล่ะ J)

            ประโยคนั้นเป็นข้อมูลมากพอจะทำให้ฉันแทบทำโทรศัพท์หลุดมือ สายตาเหลือบไปมองคู่หมั้นสุดเพอร์เฟคที่นั่งมองวิวรถไม่รู้ร้อนรู้หนาวก็ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกใจ...

            “ใครใช้ให้แกมาจุ้นจ้านกับเรื่องของฉัน”

            (หยาบคาย! เค้าเรียกว่าให้ความช่วยเหลือแบบครบวงจรต่างหาก :P) จินตนาการภาพใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกอยากชูนิ้วกลางใส่หน้ามันชะมัด -*-

            “ด้วยการจัดการหาคนมาให้ฉันอย่างรู้ใจแบบนี้น่ะหรอ” ฉันแค่นเสียง โชคดีที่รถเปิดเพลงไปตลอดทางเสียงของฉันจึงถูกเพลงกลบไปมิด

            (ไม่เอาน่า มันก็ดีกว่าเธอตาต่ำไปคว้าไอ้บ้าข้างถนนที่ไหนไม่รู้มาทำผัวนะ ฉันอุตส่าห์ให้เพื่อนสนิทที่เป็นถึงเจ้าชายมาช่วยเธอแล้ว ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงจะกระโดดเข้าหาไม่คิดหน้าคิดหลัง)

            “...”

            (แต่ว่าขอโทษทีนะ เธอคงติดใจในฐานะเจ้าชายจนลืมสืบประวัติไปว่าเพื่อนของฉันคนนี้เคยมีประวัติเสพยาเกินขนาดและชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิงของตัวเองเวลายาออกฤทธิ์...)

            “นี่แก...”

            (แต่ผู้หญิงหน้าเลือดหิวเงินอย่างเธอคงไม่ติดใจอะไรหรอกเนอะ ยังไงซะ มันก็ดีกว่าสร้างภาพโกหกไปเรื่อยๆ ล่ะนะ ไอ้หน้าหมาง่วงนั่นมันมีดีแค่เปลือก)

            “...”

            (ยอมรับข้อเสนอของฉันแล้วใช้เงินให้เป็นประโยชน์ซะ แต่ถ้าเธอไม่พอใจอยากกลับไปเล่นละครตบตาสื่อ ให้บริษัทตัวเองล้มละลายต่อไปก็เชิญ) ฉันกัดปากตัวเองแน่น มือก็กำโทรศัพท์จนแทบจะขยำมันทิ้งได้

            ไอ้วิธีการของหมอนี่มันทำให้ฉันอยากรวบรวมนิ้วกลางของคนทั้งเมืองชูใส่หน้ามันเหลือเกิน!!

            “ใครจะไปรับความช่วยเหลือจากนาย”

            (ตามใจอยากลงจากรถตอนนี้ก็เชิญ ฉันว่าอาร์มิลคงเข้าใจ...น้ำพริกถ้วยเก่าคงจะอร่อยเกินกว่าจะวางลงสินะ ถึงมันจะเป็นน้ำพริกรสชาติห่วย สกปรกและทำมาจากของปลอมก็เถอะ)

            “หุบปาก...อย่างน้อยผู้ชายคนนั้นก็wไม่มีสิ่งที่นายมี”

            (อะไรล่ะ~)

            “หน้าตัวเมียไงล่ะ!!

            “ยัยนี่!!! !@##^&%$^#@*^%


            ปี๊บ!!

            ฉันกดวางโทรศัพท์ทันทีเมื่อถ้อยคำหยาบคายเริ่มเพิ่มมากขึ้น อันที่จริงฉันก็คิดว่ามันแปลกมาตั้งแต่แรกแล้ว ที่ผ่านมาการตามหาผู้ชายโปรไฟล์ดีๆ นั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเจ้าชายรูปงามจากที่ไหนไม่รู้มาเสนอตัวให้ฉันถึงที่แบบนี้

            มันเกือบจะเป็นความฝันที่สวยงามแล้วเชียว ถ้าไม่ติดว่ามีใครสักคนกำลังชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อแก้แค้นฉัน

            ไอ้บ้ายูทัส คิด ไอ้ปีศาจหัวแดงนั่น...

           



            “ขอโทษค่ะ หยุดรถให้ฉันที”

            “ดูท่าทางไม่ดีเลยนะนามิ คุณเป็นอะไรรึเปล่า?” เจ้าชายถามขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันดูหงุดหงิดหลังจากวางสายไปไม่กี่นาที ก็มันแน่อยู่แล้วล่ะ...

            เหอะ!! เจ้าชายรูปหล่อ จิตใจดี ความสามารถล้นเหลืองั้นหรอ!!

            “นี่เป็นหนึ่งในการแสดงรึเปล่าคะ”

            “นามิ...ผมไม่เข้าใจ...คุณหมายถึงอะไร”

            “พอทีเถอะ หยุดทำตัวอ่อนโยน เป็นห่วงเป็นใยฉันสักที ฉันไม่ใช่เทเลทับบี้ หมดเวลาสนุกแล้ว ฉันไม่อยากกลายเป็นหนึ่งในกระสอบทรายของคุณหรอกนะ !!

            “ดะ....เดี๋ยวสิ คุณ...คุณรู้เรื่องแล้วหรอ”

            “ใช่ค่ะ มันแย่กว่าเดิมเมื่อคุณร่วมมือกับผู้ชายคนนั้น คนที่ต้องการจะสมน้ำหน้าเวลาเห็นฉันล้ม พอกันที...มันจะไม่มีงานหมั้นอะไรทั้งนั้น ลากันตรงนี้เลยล่ะกันนะคะ เจ้าชาย” ฉันเปิดประตูรถและโค้งให้เจ้าชายอย่างสุภาพ

            พวกองค์รักษ์ของเจ้าชายที่ขับรถตามพวกเรามาห่างๆ รีบหยุดรถและเดินเข้ามาล้อมฉันอย่างรู้ทัน

            “ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ยังไงฉันก็รักที่นี่ ต่อให้เมืองนี้จะทำร้ายฉันก็ตาม”

            “หยุด...อย่าแตะต้องตัวเธอ” เจ้าชายยกมือห้าม เมื่อพวกองค์รักษ์เข้ามารวบตัวฉันไว้

            “...”

            “ผมจะปล่อยคุณไป แต่คุณต้องตอบคำถามมา 2 ข้อ”           

            “...”

            “ข้อแรก คุณแน่ใจแล้วหรอว่าจะกลับไป ถ้าคุณยืนยัน จะไม่มีที่ไหนให้ความช่วยเหลือคุณได้อีกแล้วนะ”

            “ขอข้ามไปข้อ 2 ก่อนได้มั้ยคะ ฉันยังคิดไม่ออก”

            “=O=;

            “ข้อสองเลยค่ะ”

            “ขะ...ข้อสอง คุณเจอแล้วใช่มั้ย ใครบางคนที่ผูกติดคุณไว้กับเมืองนี้” ฉันไม่ตอบแค่ยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้าอย่างช้าๆ

            “เพราะใครคนนั้นทำให้ฉันไม่คิดจะตอบคำถามข้อแรก”

            “...”

            “ความช่วยเหลือจากเขามันมากพอแล้วสำหรับฉัน ไม่ใช่เงิน ฐานะ ชื่อเสียงหรืออะไรก็แล้วแต่”

            ต่อให้มันมีช่องทางมากมายที่เขาจะทำเป็นเมินเฉย แต่ผู้ชายคนนั้นกลับไม่เลือกแบบนั้น เขากระโจนเข้ามาในทุกเวลาของฉัน

 

            ชีวิตของคุณมันสำคัญกว่ารองเท้าโลกแตกแค่ข้างเดียวนั่นอีก

          .

          คู่หมั้นบ้าๆ นั่น ผมจะเป็นให้คุณเอง

.

เพราะผมแคร์เธอ...ผมถึงมาอยู่ตรงนี้ไงล่ะ

.

 

 “งั้นคุณก็ไปเถอะ คำถามของผมมีเท่านั้น” เจ้าชายถอนหายใจและสั่งให้พวกองค์รักษ์เปิดทางให้ ในขณะที่ฉันกำลังยืนงงอยู่

“เอ๋?”

“ใครคนนั้นอาจจะรอคุณอยู่ก็ได้”

“ขอโทษที่หยาบคายใส่คุณนะคะ ความจริงแล้วคุณเป็นคนดี เพียงแต่ว่าฉันหมั้นกับคุณไม่ได้จริงๆ”

“ผมแค่กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองน่ะ หวังว่าการปล่อยคุณไปครั้งนี้จะช่วยลบความผิดที่ผมเคยทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ ได้บ้างนะ” รอยยิ้มอ่อนโยนของเขายังปรากฏอยู่บนใบหน้าคม

เฮ้อ...เจ้าชายทำไมถึงไปคบกันคนอย่างคิดนะ เจ้าบ้านั่นนิสัยเสียเกินกว่าจะเข้ากับความอ่อนโยนของเจ้าชายด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ -_-

“โชคดีนะ นามิ” ฉันขึ้นรถอีกคันขององค์รักษ์ที่จะพาฉันไปส่งที่บ้าน รถของเจ้าชายแล่นออกไปอีกทางในขณะที่รถของฉันเลี้ยวกลับไปยังทางเข้าเมือง...

ในที่สุดก็ไปจากเมืองนี้ไม่ได้สักทีสินะ

แกรนด์ไลน์ ทาวน์ เป็นเมืองที่สกปรกและสะอาดเกินกว่าจะหนีออกไปได้จริงๆ...

“ขอโทษนะ ช่วยพาฉันไปส่งอีกที่หนึ่งแทนได้มั้ย”

 

 

ติ๊ง ต่อง...

ฉันกดกริ่งที่มีใยแมงมุมเกาะจนมองไม่ออกว่าเป็นกริ่ง รอไม่นานประตูห้อง 505 ก็ถูกเปิดออก แสงไฟสีนวลจากในห้องส่องทาบใบหน้าของฉัน

ลอว์ยังอยู่ในชุดสูทเดิมที่ใส่ไปงานเต้นรำเมื่อตอนหัวค่ำ แม้จะถอดเสื้อตัวนอกออกไปแล้วเหลือแค่เสื้อเชิ้ตสีขาว

ร่างสูงที่ยืนอยู่หลังประตูขมวดคิ้วเป็นปมเล็กๆ ลอว์ไม่ได้ทำสีหน้าตกใจเหมือนเจอซานตาคลอสตัวเป็นๆ หรือร้องอุทานอะไร เขาแค่ขมวดคิ้วมองเหมือนฉันไปทำเรื่องร้ายแรงอะไรมากสักอย่างและมองด้วยสายตาตำหนิ

“มองแบบนั้นได้ยังไง คู่หมั้นกลับมาบ้านทั้งทีก็ช่วยทำท่าดีใจหน่อยสิ”

“...กลับมาทำไม” นี่เป็นคำพูดเดียวที่คิดออกหรอยะ!!! =[]=^^

“อย่างน้อยก็ช่วยแกล้งทำเป็นดีใจหน่อยเหอะ” ฉันเดินเข้าไปกอดคนตรงหน้าเงียบๆ ฉันรู้สึกได้ว่าลอว์ดูผงะไปเล็กน้อยจนกระทั่ง...

“ไหนบอกว่าอยากไปดูเสือโคร่งสัตว์เลี้ยงของเจ้าชายไง ผมไม่มีสัตว์เลี้ยงหรอกนะ ปลาทองตัวเดียวยังเลี้ยงไม่รอดเลย -_-

“จะสัตว์บ้าบออะไรก็ช่างมันเถอะ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นแล้ว” คราวนี้ลอว์ถอนหายใจ สังเกตได้จากแผงอกของเขาขยับขึ้นลง

“ทำแบบนี้คุณนั่นแหละที่จะแย่”

“ช่างมันสิ” ฉันเริ่มทำเสียงสั่นและกอดเขาแน่นเข้าไปอีก

“นามิ” ลอว์ทำเสียงดุแต่ก็ไม่ผละฉันออกจากตัว “...ร้องไห้หรอ”

“อยากจะด่า จะพูดอะไรก็เชิญแต่ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น คู่หมั้นไม่ได้เรื่องอย่างนายฉันไม่สะทกสะท้านหรอก” น้ำตาฉันเริ่มไหลอาบแก้ม ไม่รู้ทำไมว่าจู่ๆ ถึงร้องไห้ออกมา มันรู้สึกสบายใจ รู้สึกอบอุ่น ไม่อยากให้ช่วงเวลาแบบนี้หมดไปเลย

“คุณมันบ้า” ลอว์ถอนหายใจอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็ยอมกอดฉันตอบและลูบหลังเบาๆ

“ก็บ้ากันทั้งคู่นั่นแหละ” ฉันสูดจมูก และกอดเขาอยู่อย่างนั้น

ใช่...นี่มันบ้าชะมัด ทำไมล่ะ...ทำไมฉันถึงเลือกที่มาที่นี่ อพาร์ตเม้นซ่อมซ่อแทนที่จะเป็นคฤหาสน์สุดหรูของตัวเอง ทำไมฉันถึงอยากร้องไห้ออกมา ทำไมฉันถึงเข้าไปกอดเขา

ทำไม...

           








TALK W/ WRITER

ก่อนอื่น... ซอรี่นะค้าาาาาาา หายไปสามเดือนเต็มๆ!! อ่านหนังสือสอบมิดเทอม + ไฟนอล หนักหน่วงป่วงสมองมากตอนนี้ปิดเทอมปีใหม่แล้วค่าาาา ได้เวลาของการอัพนิยายสักที เชื่อเลยว่าหลายคนลืมตอนก่อนหน้าไปแล้วแน่ๆ ฮืออออออ ไรต์ขอโทษนะคะ เว้นช่วงนานเกินไปหน่อย ถ้าจำไม่ได้ ไปอ่านอีกรอบได้เลยค่า ขอบอกว่าตอนนี้เขียนไปเขินไป อีเจ้าชายก็พระเอกสุดๆ ใครหมั่นไส้คุณคิดยกมือขึ้น!! ( ' ')// เอาเป็นว่าติดตามกันต่อไปเนอะ ว่าคู่บ้าสองคนนี้จะแก้ปัญหายังไงกันต่อไปปปปป รับรองว่าแซ่บ!! ขอบคุณที่คอยติดตามผลงานของไรต์ค่ะ รักทุกคนเลย <333

            Ⓒ QRD
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

306 ความคิดเห็น

  1. #295 -ymmij (@-ymmij) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 23:06
    เพราะเธอรักเค้าไงนามิ!
    #295
    0
  2. #270 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 04:05
    สนุกมากๆๆๆเลยค่ะ
    #270
    0
  3. #195 โลลิค่อน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 21:25
    สนุกมากค่ะ
    #195
    0
  4. #142 ◇ ZAICO ◇ (@soraaki) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 23:12
    หักมุมที่เจ้าชายเป็นพระเอกมากนี่แหละค่ะ 55555 สนุกมากกกก
    #142
    0
  5. #66 mook12098 (@mook12098) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 21:11
    หนูอ่านรวดเลยคะ *_* (พึ่งเจอ)
    #66
    0
  6. #65 Kangsadan Thaweesub (@fiidomgalz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 21:04
    ไม่ลืมตอนเก่าค่ะ เพราะกลับมาอ่านบ่อยมาก ขอบคุณที่ไรท์กลับมาแล้ววววว T ^ T รีบชดเชยที่หายไปนานเลยยยยย
    #65
    0
  7. #64 MERMAID_JOKER (@jp_bluesky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 11:18
    น่ารักกก ชอบมากกกก><
    #64
    0
  8. #63 Belle_Chayada (@Belle_Chayada) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 07:17


    ในที่สุด!!! ไรท์ก็มาอัพแล้ววววว ฟินค่ะฟิน # บิดไปบิดมา

    #63
    0
  9. #62 BNRB (@lookmeesecret) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 01:23
    เย่! ไรต์กลับมาแล้ววววว รอมาตลอดดดดดด 55555 เขินมากกกลอว์น่ารักอ่าาาา >< ชอบคู่นี้ที่สุดดด ตอนต่อไปก็สู้ๆนะไรต์ ^^
    #62
    0
  10. #61 oTartaruSo (@A-D_C) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 00:00
    รอไรท์นานมาก แต่อัพก็ให้อภัยแล้วค่ะ  กัปตันคิด นี่หน้าหมั่นไส้มากตอนนี้ เห็นกับนามิที่ไปคบกับเจ้าชายได้ไงหว่า  

    ปล.ฟิคนี้ลอว์นารักมากค่ะ(ถึงจะกวนๆ) 
    #61
    0
  11. #60 thawitar (@thawitar) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 14:14
    เกือบเลิกกดดาวแล้ว ดีใจนะคะที่กลับมา รออ่านมานานมากเลยย :)
    #60
    0
  12. #59 lala22 (@rara22) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 03:48
    สนุกค้าา
    ตอนแรกนึกว่าจะดอง
    ขอบคุณที่อัพต่อนะคะ
    จะรอต่อไปคะ



    #59
    0