ONE PIECE. - LOVELY TAXI METER.

ตอนที่ 7 : TAXI METER 06 : เจ้าชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 422
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 ก.ย. 58



ต่อให้โลกนี้ไม่มีคุณอยู่

ผมก็คงไม่เจ็บเท่าไหร่

คิดว่านะ..

 


            ทราฟาลก้า ลอว์ไม่ชอบแสงแฟลช เกลียดที่ที่มีเสียงดังๆ เกลียดการเป็นจุดเด่น และการตกเป็นเป้าสายตาของคนหมู่มาก แถมยังไม่เรื่องมากด้านการแต่งตัว

            แต่ตอนนี้ทุกอย่างที่ลอว์ชอบกำลังถูกสวมทับด้วยสิ่งตรงข้ามด้วยชุดสูทสีเทาเข้มติดกระดุมจนถึงเม็ดบน ผมสีดำสนิทที่ถูกเสยจนเรียบแปล้เจลแทบหมดกระปุกและรองเท้าหนังที่เงาแว้บจนแทบจะใช้ส่องแทนกระจกได้

            ลอว์เห็นใบหน้าตัวเองบนเงารองเท้านั่นและขมวดคิ้วเบาๆ เขามาทำบ้าอะไรทีนี่...

            อย่าเพิ่งเข้าใจผิด...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญกับความน่าเบื่อนี้หรอก -_-

            เพราะนี่เป็นครั้งที่ 5 ที่เขาต้องสวมชุดสูท ปาดเจลแหยะๆ ลงบนหัวและสวมรองเท้าหนังมางานปาร์ตี้ของพวกคนรวยไร้สาระพวกนี้ หลังจากนามิพาเขาไปเปิดตัวในฐานะคู่หมั้นอย่างเป็นทางการกับโลกภายนอก มันเลยมีครั้งที่สอง...สาม...สี่และห้าตามมาอีกเป็นโขยง

            เอาวะ...ถึงมันจะน่าเบื่อแต่การได้ออกงานสังคมติดต่อกันถึง 5 ครั้ง มันหมายความว่าละครของพวกเขาหลอกคนดูได้อย่างสนิทใจ

            “ปาดเจลยังไงน่ะ ผมปรกลงมาหมดแล้ว -_-” เสียงหวานๆ ปนความหงุดหงิดดังขึ้นตรงหน้า ทำให้ลอว์ที่กำลังก้มหน้าอยู่ชำเลืองมองตามเสียงและสบตาเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั่น

            ลอว์ซ่อนความดีใจไว้ภายใต้ใบหน้าเบื่อหน่าย แต่สายตาของเขากลับไล่มองร่างบางอย่างไม่วางตา วันนี้นามิเลือกถักเปียหลวมๆ แทนการเกล้าผมอย่างเช่นทุกครั้ง และเสียบดอกไม้เล็กๆ ไว้ตามร่องเปียแทน

            ลอว์ชอบสไตล์ของผู้หญิงคนนี้..มันไม่มากและน้อยเกินไป ซ้ำยังเป็นเหมือนความสดใสที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในโลกสีเทาทึมๆ ที่น่าเบื่อของเขาอีกด้วย

            “เงียบน่า...พวกนักข่าวสงสัยรึเปล่าที่เราไม่ได้มาพร้อมกันน่ะ” นามิถามและเขย่งเท้าขึ้นปัดปอยผมสีดำของลอว์ที่ปรกลงมา จนได้กลิ่นส้มผสมวนิลาจางๆ ลอยมาแตะจมูก

            “แล้วใครใช้ให้ไปทำเล็บอยู่ตั้งสี่ห้าชั่วโมงจนมาสายล่ะ -_-

            “ผู้หญิงกับความสวยเป็นของคู่กัน ไม่เคยได้ยินหรอยะ -^-!

            “คู่หมั้นไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดสักหน่อย” ลอว์ถอนหายใจและส่งแก้วไวน์ที่ยังไม่ได้ดื่มคืนบริกร “งานที่ผ่านๆ มาพวกเราเล่นได้เนียนมาก ไม่มีใครสงสัยหรอก”

            “ไม่ได้ พวกนั้นจ้องจะจับผิดพวกเราทุกเมื่อที่พลาดนั่นแหละ” นามิบอกก่อนจะก้มหน้ากดโทรศัพท์ ลอว์ปรายตามองใบหน้าสวยที่จ้องหน้าจออย่างจริงจัง เขาสังเกตว่าเธอจดจ่อกับมันมาตั้งแต่มาถึงแล้ว

            “เรื่องตามหาคู่หมั้นตัวจริงไปถึงไหนแล้ว?”

            “ก็คุยๆ กันอยู่” นามิยักไหล่และชูจอโทรศัพท์ที่เปิดหน้าจอแชทค้างไว้  “...หนึ่งในนี้มีเจ้าชายจากเมืองทางตะวันออกสนใจฉันด้วยล่ะ” ลอว์มองใบหน้าเพ้อฝันของอีกฝ่าย เขาไม่ควรจะแสดงสีหน้าหรือรู้สึกอะไรทั้งนั้นแต่...

            “คุณอยู่เมืองร้อนๆ แบบนั้นไม่ได้หรอก -_-

            “แต่เขาเป็นถึงเจ้าชายเชียวนะ นายคิดว่าเขาจะไม่สร้างโอเอซิสส่วนตัวไว้กลางทะเลทรายรึไง”

            “...”

            “อุ๊ยตาย...เขาเพิ่งจะส่งตั๋วเครื่องบินเจ็ทมารับฉันไปดินเนอร์ที่วังของเขาด้วยล่ะ >_<

            “จากที่นี่ไปทางตะวันออกใช้เวลาตั้งหกชั่วโมง ...จะทนไหวหรอ -_-

            “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ...กรี๊ดดดดด เจ้าชายมีสัตว์เลี้ยงเป็นเสือโคร่งด้วยล่ะ เท่สุดๆ เลย”

            “มันอาจจะขย้ำหัวคุณก็ได้ -_-

            “นี่!! นายมีปัญหาอะไรกับฉันไม่ทราบยะ =[]=!!

            “-_-

            “หรือว่า...”

            “-_-

            “หึงฉันหรอ...”

            “-_-

            “จริงๆ มันก็ไม่แปลกหรอกที่นายจะรู้สึกแบบนั้น ก็ฉันทั้งน่ารักและมีเสน่ห์นี่นา”

            “ผมไม่ได้หึงคุณสักหน่อย -_-

            “ฮะๆ นั่นสินะ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน” ลอว์เลิกคิ้วช้าๆ เมื่ออีกฝ่ายหัวเราะอย่างโล่งใจ ไอ้ท่าทีโล่งอกแบบนั้นมันหมายความว่าไงน่ะ -*-

            “...”

            “ก็ที่พวกเราทำกันอยู่...มันเป็นแค่การแสดงนี่นา” ลอว์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนามิ มันไม่มีความหวั่นไหวหรือลังเลในประโยคนั้นเลย นั่นสินะ...เธอคิดว่ามันเป็นการจัดฉาก

            “ใช่...มันเป็นแค่การแสดงและมันจะจบลงก็ต่อเมื่อคุณหาตัวจริงเจอ จากนั้นผมจะได้กลับไปขับแท็กซี่อย่างสบายใจสักที”

            “นั่นสินะ ขอโทษด้วยที่ฉันทำให้นายทำงานไม่ได้ แต่ฉันสัญญาว่าทันทีที่หาคู่หมั้นได้นายจะกลับไปขับรถได้อย่างปกติ”

            นอกจากจะไม่คิดอะไร ไม่รู้สึกอะไรแล้ว...เธอยังพร้อมที่จะเฉดหัวเขาทิ้งได้ทุกเมื่ออีกต่างหาก

ลอว์ไม่รู้สึกเจ็บแต่เขาสมเพชตัวเอง เขาคงลืมไปว่าที่ตรงนี้ที่เขายืนอยู่สักวันก็ต้องมีใครสักคนเข้ามายืนแทนในฐานะตัวจริงไม่ใช่ตัวแทน

“งั้นไปเต้นรำกันเถอะ -_-

“อะ...อะไรของนายเนี่ย? O_O” ร่างบางสะดุ้งเมื่อเขายื่นมือไปกุมข้อมือเล็กๆ และออกแรงดึงให้เดินตามไปยังห้องโถงที่เป็นฟลอร์เต้นรำ

“ไหนบอกไม่อยากให้ถูกจับผิดไง -_-

“มันก็ใช่แต่...”

“จะเจ้าชายจากเมืองไหน มีเสือโคร่งกี่ตัวก็เรื่องของคุณเถอะ มาทำละครฉากนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ดีกว่า”        

            “เชื่อเขาเลย =^=” นามิถอนหายใจแต่ก็ยอมยกมือขึ้นประสานกับมือเขาและก้าวเท้าไปตามจังหวะเพลง

            ลอว์คลี่ยิ้มบางๆ ให้คู่เต้นรำตัวเอง แม้เธอจะเพิ่งทำเขารู้สึกจี๊ดๆ ที่หัวใจขึ้นมาแปลกๆ ก็เถอะ เขาไม่เสียใจหรอกที่หลังจากนี้เธอจะได้พบกับผู้ชายตัวจริงที่มาพร้อมกับเงินและอำนาจเพียงพอที่จะกอบกู้ธุรกิจของเธอได้

            แต่เขาคงเสียใจ...ถ้าไม่เก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ให้คุ้มค่าที่สุด


            “อันที่จริง...เขากำลังเดินทางมาที่นี่น่ะ” ในที่สุดนามิก็เปิดปากพูดขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ลอว์ก้มหน้าลงมาพอดี

            “ใครล่ะ เจ้าชายจากเมืองตะวันออกคนนั้นน่ะหรอ?” ลอว์มองอีกฝ่ายพยักหน้าแทนการใช้เสียงตอบ เขาไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจอะไรเพราะยังไงวันนั้นมันก็ต้องมาถึง

            แค่ไม่คิดว่ามันจะมาถึงเร็วขนาดนี้

            “อันที่จริงฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่าเขาจะมาที่นี่ แต่ก็ยังลากนายมา”

            “นั่นเลยทำให้คุณมาถึงงานสายสินะ...” ทั้งสองคนหยุดเต้นกลางคันแม้เสียงดนตรียังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยที่มือยังคงไม่ปล่อยออกจากกัน นามิทำท่าจะพูดอะไรสักอย่างแต่พนักงานรักษาความปลอดภัยของงานตรงเข้ามาแทรกเสียก่อน

            ชายชุดดำคนนั้นกระซิบอะไรสักอย่างที่ข้างหูร่างบาง เป็นสัญญาณบอกให้ลอว์รู้ในทันทีว่ามันถึงเวลาแล้ว

            “ตัวจริงมาถึงแล้วสินะ”

           


            ตลอดทางลอว์ไม่ได้พูดหรือแสดงสีหน้าอะไรออกมา เพียงแค่เดินตามนามิมายังริมฟุตบาทด้านหน้าโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน รถลิมูซีนสีขาวสะอาดตาถูกจอดเทียบท่าอยู่ไม่ไกลนัก รอบตัวรถเต็มไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยชั้นดี

            ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านั่นคือรถที่มารับเธอแน่ๆ

             ลอว์จงใจเดินช้าลง เขาเหม่อมองแผ่นหลังของร่างบางที่ก้าวไกลออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งนามิรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เธอยังไม่ได้ทำ เธอจึงหันกลับมาสบตาร่างสูงที่ยืนห่างออกไปหลายก้าว

            “แล้วหลังจากนี้คุณจะทำยังไงต่อ”

            “ฉันคงหายตัวไปสักเดือนสองเดือนเพื่อหลังจากนั้นค่อยจัดการเรื่องหมั้นและกลับไปสะสางปัญหาที่บริษัทท่าเรือให้จบ จนกว่าจะถึงตอนนั้นข่าวของนายคงซาไปแล้ว นายจะเป็นแค่หนึ่งในผู้ชายที่ฉันเคยหมั้นด้วยเหมือนคนที่ผ่านๆ มาและกลับไปใช้ชีวิตเดิมได้อย่างปกติ”

            “ได้เวลากลับไปขับรถแท็กซี่เหมือนเดิมแล้วสินะ ดีเหมือนกัน...เบื่อที่จะต้องทำทรงผมบ้าๆ นี่เต็มทนแล้วล่ะ -_-” ลอว์ยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองจนไม่เป็นทรงจนอีกฝ่ายหัวเราะ พอได้เห็นรอยยิ้มของนามิ ลอว์จึงคลี่ยิ้มตาม

            “ฉันนึกภาพนายทำงานอย่างอื่นนอกจากขับรถไม่ออกจริงๆ”

            “มันคงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้วล่ะมั้ง”

            “ขอให้นายเจอแต่ลูกค้าดีๆ แบบฉันแล้วกัน”

            “ถ้าเป็นแบบนั้น ผมเปลี่ยนงานยังดีกว่าอีก -_-

            “วะ...ว่าไงนะ นาย!! =[]=!!

            “เลิกตะโกนได้แล้วน่า แสบแก้วหูออก อย่าไปทำแบบนั้นกับเจ้าชายล่ะ เดี๋ยวถูกเสือโคร่งเขมือบแล้วไม่รู้ด้วยนะ -_-

            “ชิ!! ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ =^=

            “ถึงจะจุกจิก จู้จี้ ขี้โวยวาย หยาบคาย...”

            “...”

            “แต่คุณเป็นผู้หญิงคนแรก...” ที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา

            “...”

            “ที่ทำผมเกือบหูดับเลยนะ -_-” อา...ในที่สุดเขาก็ไม่กล้าพูดมันออกไป ให้ตายเถอะ...

            “กรี๊ดดดดด หมายความว่าไงยะ นี่คือคำบอกลาของนายงั้นหรอ ตาบ้า!!” ลอว์ยืนมองปฏิกิริยาของนามิที่พร้อมจะกระโจนเพื่อเอาคืนได้ทุกเมื่อ

            “คุณกับผมเราญาติดีกันได้ไม่นานหรอกน่า เราเริ่มต้นแบบไหน ก็ควรจบแบบนั้นสิ ”

            “...”

            “แบบนั้นแหละดีที่สุดแล้วนามิ” ...อย่าให้พวกเขาต้องจากกันด้วยความรู้สึกที่ค้างคาต่อกันเลย เพราะมันเป็นแค่ละครฉากหนึ่งที่ม่านกำลังจะปิดลงเท่านั้น

            “นั่นสินะ พวกเราบอกลากันแบบซึ้งๆ น้ำตาไหลไม่ได้หรอก” นามิจับผมขึ้นทัดหูเพราะลมข้างนอกเริ่มพัดแรง

            “ภาวนาว่าคุณคงไม่น้ำตาแตกและโผเข้าหาผมก่อนไปหรอกนะ -_-

            “เห็นฉันเป็นคนแบบไหนกันยะ -^-” เธอพูดแบบนั้นแต่กลับเดินเข้ามาใกล้ลอว์มากขึ้น และเขาก็ไม่ได้ขยับตัวหนี

            นามิถอนหายใจและเขย่งปลายเท้าก่อนจะใช้สองมือโอบรอบคอเขา

            “เดี๋ยว...คุณ...”

            “ฉันไม่ได้กอดนายในฐานะทราฟาลก้า ลอว์คู่หมั้นหลอกๆ ของฉัน” เธอเลื่อนใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา

            “...”

            “แต่อยากกอดทราฟาลก้าร์ ลอว์ ที่เป็นแค่คนขับรถแท็กซี่ธรรมดาคนหนึ่ง” นามิผละออกจากลอว์ก่อนที่สองมือหนาจะกอดตอบ

            “สุดท้ายก็ต้องบอกลากันแบบนี้จนได้สินะ” ลอว์แค่นหัวเราะ เพราะเขาตั้งตัวไม่ทันในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่      

            ทั้งสองคนสบตากันอยู่บนริมฟุตบาทที่ไม่มีคน ในความมืดที่มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้า ลอว์ไม่รู้ว่าเขาเผลอมองคนตรงหน้านานแค่ไหน มันอาจจะแค่ห้าวินาทีหรือล่วงเลยไปจนเกือบหนึ่งนาที

            จนในที่สุดนามิก็เป็นฝ่ายหลบตาไปก่อน ร่างบางไอกระแอมสองสามทีอย่างประหม่าและขยับตัวเข้าไปใกล้ประตูลิมูซีนที่เปิดรอไว้อยู่แล้ว

            “โชคดีลอว์” ลอว์ชอบริมฝีปากที่ขยับเรียกชื่อของเขา และไม่รู้ทำไมขาของเขาถึงไม่ยอมก้าวไปข้างหน้า

            “โชคดีเหมือนกันนามิ”

            “อ๊ะ...เดี๋ยวก่อน” ร่างบางที่เตรียมพร้อมจะก้าวขึ้นไปบนรถหันกลับมาสบตาคนบนฟุตบาทอีกครั้ง

            “...”

            “นายคิดว่าพวกเราจะได้เจอกันอีกมั้ย”

            “ผมเชื่อเรื่องเวรกรรมมากกว่าพรหมลิขิตเสมอ” ลอว์ตอบยิ้มๆ คำตอบนั้นมากพอสำหรับนามิแล้ว เธอยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้ายและหายเข้าไปในลิมูซีน ทันทีที่ประตูถูกปิดลง ลอว์ขยับขาเข้าไปใกล้จนเกือบจะติดกับรถ

             วินาทีนั้นเขายังสามารถเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ กระชากตัวเธอออกมา กระโดดขึ้นแท็กซี่ที่ผ่านมาแถวนั้นและไปจากที่นี่ก็ยังได้ ฟังดูเหมือนเขาเป็นอาชญากรโรคจิตยังไงยังงั้น แต่ในอีกด้านหนึ่งเขามันก็แค่ผู้ชายเอาแต่ใจที่ไม่คิดจะเสียใครไป 

             ถ้าลอว์ทำแบบนั้นเขาก็เป็นได้แค่คนขับรถแท็กซี่จนๆ ในชุดสูทดูดีที่ถูกตบแต่งให้ดูรวยเท่านั้น เขาไม่มีอะไรเลย เขาไม่สามารถช่วยกอบกู้ฐานะให้เธอได้ เขามันเป็นแค่ตัวแทน เขาควรจะยืนอยู่นิ่งๆ และส่งเธอออกไปด้วยสายตาเฉยชาเหมือนแต่ก่อนสิ

            ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนั้น เขาไม่อยากให้เธอไปงั้นหรอ? เขายังบอกลาเธอไม่หมดงั้นหรอ? 

            หรือว่าเขา...


            ลิมูซีนคันสีขาวค่อยๆ เคลื่อนออกจากฟุตบาทสู่ถนนใหญ่ก่อนจะไกลออกไปเรื่อยๆ จนลับตา ลอว์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อในที่สุดก็หมดปัญหาพวกนี้ไปสักที

            เขาจะได้กลับไปขับรถแท็กซี่ นอนอุดอู้อยู่ในอพาร์ตเม้นรูหนู ยืนกินฮอทด็อกข้างถนนเหมือนเดิม หูของเขาจะดีขึ้นเพราะไม่มีเสียงแหลมๆ ให้ระคายเคือง โลกที่เงียบสงบของเขาจะกลับมา

            และกลับไปเป็นโลกสีเทาทึมๆ ที่ปราศจากความสดใสดังเดิม...

            ลอว์ไม่ได้รู้สึกเจ็บเลย ถึงไม่มีผู้หญิงคนนั้นเขาก็กลับไปอยู่ในโลกใบเดิมของเขาได้

            คิดว่านะ...

           Ⓒ QRD
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

306 ความคิดเห็น

  1. #294 -ymmij (@-ymmij) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 23:02
    ไม่นะ ม่ายยย
    #294
    0
  2. #269 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 03:58
    เศร้าเฉยเลยยยย
    #269
    0
  3. #268 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 03:57
    ;&#8212;&#8212;&#8212;-;
    #268
    0
  4. #141 ◇ ZAICO ◇ (@soraaki) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 23:07
    กลับมาอ่านกี่รอบก็หน่วงในใจ .____. เหมือนจะจบแต่ไม่จบ
    #141
    0
  5. #58 PotgasDAum (@PotgasDAum) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 11:51
    เค้ารออยู่นะ
    #58
    0
  6. #57 โมโนซากะ มิโนริ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 09:40
    เศร้าอ่า~ ฮือๆ รีบมาแต่งต่อน๊า~ ลอว์สู้ๆ เข้าละ
    #57
    0
  7. #54 Snowfall (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 19:50
    พึ่งเข้ามาอ่าน ตอนนี้เศร้ามากสงสารลอว์จังT_T
    #54
    0
  8. #53 PRINCESS (@forever_cara) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 09:21
    ดราม่าอะะ สงสารทราฟา
    #53
    0
  9. #52 naneichi (@naneichi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 15:04
    โอ้ยยยยยย น้ำตาจะไหลลลลล
    ลอว์ ไม่เป็นไรนะ แงงงงงงงงงงงงงงงงง ลอว์ไม่ร้องเราร้องแทน 
    เจ็บปวดดดดด
    #52
    0
  10. #51 lala22 (@rara22) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 23:20
    เศร้าเลยอะ T-T
    #51
    0
  11. #49 belle_chayada (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2558 / 18:30
    สงสารลอว์แปป T T
    #49
    0
  12. #48 BNRB (@lookmeesecret) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 17:14
    โอ้ยยย สงสารลอว์อ้าาาT^T ทำไมเป็นแบบนี้
    #48
    0
  13. #47 KINGAJ (@jp_bluesky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 16:11
    เอ็นดูลอว์ โถ่~~~ ไรท์ต่อเถอะะะพลีสสส ซึ้งโคตรรรร น้ำตาไหลแปป
    #47
    0