ONE PIECE. - LOVELY TAXI METER.

ตอนที่ 6 : TAXI METER 05 : อพาร์ทเม้นต์รูหนู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 ก.ค. 58



เจ้าหญิงไม่ได้ต้องการเจ้าชาย

เธอแค่ต้องการมงกุฎเพชรสักอัน .. แค่นั้นเอง

 


      เช้าวันอาทิตย์แบบนี้ฉันควรจะไปนอนอาบแดดจิบแชมเปญอยู่บนเรือยอร์ชหรือไม่ก็นัดช่างมาทำสปาตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อผ่อนคลายเรื่องเครียดๆ ที่เจอมาทั้งอาทิตย์

            แต่ฉันกลับยืนเคาะประตูมือแทบหักอยู่หน้าประตูห้อง 505 พร้อมกับถุงเสื้อสูทโคตรจะหนักที่แบกมาตลอดทาง

หน้าประตูห้องเต็มไปด้วยกองหนังสือมีเชือกมัดไว้จนสูงเท่าระดับเอวนอกนั้นยังมีกระป๋องเบียร์และพลาสติกใส่อาหารวางเละไปหมด

            “ลอว์! เปิดประตูหน่อย ฉันมาแล้ว”

            “เฮ้! คนอุตส่าห์แบกของมาให้ถึงที่ อย่างน้อยก็ช่วยออกมาเปิดประตูหน่อยสิยะ!” ฉันตะโกนใส่ประตูจนคุณลุงวัยเจ็ดสิบจากห้อง 503 ชะโงกหน้าออกมามอง เขาบ่นอะไรพึมพำก่อนจะหายกลับเข้าไป

            แล้วทำไมฉันต้องมาที่นี่?


            เพราะมะรืนนี้ (วันอังคาร) ฉันกับลอว์จะต้องไปออกงานกาล่าร์ดินเนอร์การกุศล ใจจริงฉันไม่ใช่พวกสร้างภาพใจบุญบริจาคเงินเป็นตันๆ อะไรหรอกแต่ต้องการพาคู่หมั้นของตัวเองไปเปิดตัวต่างหากล่ะ!

ฉันเลยตัดสูทให้เขาใหม่ แน่นอนว่าตอนนี้ลอว์ออกไปไหนไม่ได้แม้แต่ขับรถแท็กซี่ ก็แหงล่ะ...ใบหน้าของเขาว่อนไปทั่วโซเชี่ยลขนาดนั้น

            ด้วยความใจดีมีเมตตาแม่พระล้วนๆ ฉันก็เลยอาสาเอามันมาให้เขาแทน (แม้จะต้องขับรถข้ามมาฝั่งเมืองเก่าและเดินขึ้นบันไดผุๆ ด้วยรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วเพราะอพาร์ทเม้นที่ไม่มีลิฟต์ก็ตาม)

            “อ้าว...ไม่ได้ล็อคหรอ ชิ!” ในที่สุดฉันก็ลองเปิดประตู ข้างในห้องทำให้ฉันหนักใจมากกว่านอกห้องเสียอีก

            มันเป็นห้องพักแคบๆ ที่ผนังทาสีฟ้าน้ำทะเลที่ลอกจนมองเห็นอิฐสีแดงด้านใน ทางขวามือมีโซฟาสีแดงสดขาดวิ่นจนฟองน้ำกระจายออกมา บนโต๊ะมีทีวีจอตู้ภาพขาวดำที่รุ่นคุณปู่ของเราใช้กัน

            ฉันเขี่ยซากถุงเท้าที่ขวางทางเดินออก และมองหาเจ้าของห้องที่ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ตรงไหน

            เกือบสุดทางมีพื้นยกระดับสำหรับกั้นโซนนั่งเล่นกับโซนพักผ่อน ลอว์ปลูกกระบองเพชรและต้นไม้กระถางเล็กๆ ไว้ตามหน้าต่าง

ผนังลอกๆ แขวนภาพโครงสร้างอวัยวะภายในของมนุษย์ไว้บนผนังจนน่าขนลุก และยังมีใบประกาศรับสมัครงานที่ถูกกากบาทตัวสีแดงเถือกเต็มไปหมด โต๊ะหนังสือของหมอนั่นเต็มไปด้วยหนังสือเล่มหนา จะว่าไปในห้องนี้มีหนังสืออยู่แทบทุกจุด

            “มาแล้วหรอ -_-” ฉันหันไปหาเจ้าของเสียงที่นอนอยู่บนเตียง ลอว์ขยี้ตาสองสามทีก่อนจะยันตัวลุกขึ้น

            “สายป่านนี้แล้วยังจะนอนอีก!!” ถุงเสื้อสูทถูกโยนลงบนเตียงไม้ที่มีผ้าห่มลายโครงกระดูกดูน่าสยดสยองแถมยังขาดเป็นรูอีกต่างหาก

            จะอินดี้ไปไหนคะคุณ!

            “แค่กๆ พอดีไม่ค่อยสบายน่ะ” ลอว์เกาหัวแกรกๆ ก่อนจะปัดถุงเสื้อสูทนั่นไปข้างตัวแล้วล้มลงนอนอีก

            เออ...จะว่าไปเสียงหมอนี่แหบลงแฮะ แถมใบหน้าของเขายังมีสีแดงระเรื่ออีกต่างหาก

            “เฮ้! นายจะป่วยไม่ได้นะ วันอังคารนี้เรามีนัดกัน จำได้มั้ย!

            “รู้แล้วน่า แค่กๆ...”

            “ฉันอุตส่าห์ตัดชุดให้นายใหม่เชียวนะ ห้ามทำเลอะเด็ดขาดถ้ามีรอยแม้แต่นิดเดียวฉันคิดเงินกับนายแน่ อ้อ!แล้วว่างๆ ก็จัดห้องด้วย อยู่เข้าไปได้ยังไง สกปรกชะมัด!

ฉันย่นจมูกแม้ความจริงมันจะไม่ได้รกอะไรมากมาย แต่จะว่ายังไงดีล่ะ...รสนิยมการแต่งห้องของห้องเขาทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วแค่นั้นเอง

“หนวกหูชะมัด”

“กรี๊ดดดดด!! ฉันอุตส่าห์มีน้ำใจแบกเสื้อมาให้นายนะ ขอบคุณสักคำไม่เป็นรึไง๊!!” ลอว์มุดตัวลงไปอยู่ในผ้าห่มและลิกตัวหนีฉันไปอีกด้าน

คนบ้าอะไรเนี่ย!! ถ้าไม่ติดว่าเป็นไข้นะ ฮึ่ยยยย!!

“แค่ก...แค่ก  -_-

“เฮอะ!! ก็ได้ ฉันไปล่ะ...มีนัดทำเล็บ เข้าสปา นวดหน้า ขัดตัว เชิญนอนเป็นหนอนป่วยอยู่ในห้องอินดี้ผีสิงแบบนี้ต่อไปเถอะ!!

ฉันกะจะทำแบบที่ว่าแล้วถ้าไม่ติดว่าเผลอไปเหยียบเศษกระดาษที่ตกบนพื้นพอดี

“กระดาษงี่เง่าอะไรเนี่ย -_-” กระดาษโน้ตสีตุ่นๆ มีรอบประทับส้นสูงของฉันพร้อมตัวหนังสือขยุกขยิกเขียนมั่วไปหมด


ข้อมูลที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับนามิ [ทราฟาลก้า ลอว์ - ผู้สังเกต]

มีเพื่อนสนิทชื่อวีวี่

มีรองเท้าทุกแบรนด์ในโลกนี้แต่ใส่บ่อยสุดคือจิมมี่ ชู (จากที่สังเกตในการเจอแต่ละครั้ง)

ชอบใส่กางเกงขาสั้นมากกว่ากระโปรง เสื้อมักเป็นชุดที่มีระบายและมีเลื่อมปัก

ใช้น้ำหอมกลิ่นส้ม ชอบสีส้ม (ดูจากของใช้รอบตัว) และกินส้มเป็นของว่าง

ไม่กินซอสมะเขือเทศบนฮอท ด็อก

เวลาหยิบของจะใช้มือขวา แต่ชอบใช้มือซ้ายเท้าคาง

เธอไม่ชอบที่ๆ คนเยอะแต่ชอบเป็นจุดเด่น

เป็นคนเรียบง่ายแต่ก็ชอบความหรูหรา

เวลาโกรธจัดจะเป็นคนที่น่ากลัวมากแต่พอเธอยิ้มโลกทั้งโลกจะหยุดหมุนทันที

 


“นี่นาย...เป็นโรคจิตหรอยะ” มุมปากค่อยๆ ยกขึ้นสูงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้

ฉันกำลังยิ้ม...ยิ้มโง่ๆ เพราะลายมือแสนห่วยกับกระดาษเน่าๆ แผ่นนี้

ชุดเครื่องแบบแท็กซี่ตกอยู่กับพื้น มีฝุ่นเกาะเต็มไปหมด แถมตรงข้อศอกขาดเป็นรูเล็กๆ อีกด้วย ฉันหยิบมันขึ้นมาแขวนอย่างหงุดหงิดและปรายตามองไปทางครัว

“กินแต่ของแบบนี้มันจะไม่ป่วยได้ยังไง” ในที่สุดฉันก็เดินไปที่เคาต์เตอร์ที่มีแพ็คปลากระป๋องกับซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และหยิบกระทะจากชั้นวางออกมาปัดฝุ่น

สปาอะไรนั่นเลื่อนไปก่อนแล้วกันนะ...

เห็นทีคงต้องตอบแทนอะไรหน่อยแล้วล่ะ -_-////

 

 

Law’s Part

เสียงโครมครามในห้องทำให้ผมต้องเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นเพราะความสงสัย อา...ก่อนหน้านี้จำได้ลางๆ ว่ามีผู้หญิงหัวส้มมาหาเรานี่นา...

หอมจัง... -..-

ผมสูดกลิ่นหอมๆ ที่ลอยมาและนิ่งคิด นี่มันกลิ่นเนยนี่นา เวลาแบบนี้ถ้าได้กินแพนเค้กสักชิ้นก็คงจะดี ผมไม่ชอบกินข้าวต้มเวลาป่วย ของร้อนๆ พวกนั้นทำให้รู้สึกดีแต่รสชาติมันห่วยแตกเป็นบ้า 

นึกสงสารพวกคนไข้ในโณงพยาบาลเหมือนกันนะ พอมาเป็นคนป่วยถึงได้รู้ว่ามันน่าเบื่อขนาดไหน

“ตื่นแล้วหรอ ได้จังหวะพอดี” นามิเดินขึ้นมา มือสองข้างถือถาดแพนเค้กห้าหกชิ้นอย่างทุลักทุเล ภาพของคุณหนูผู้สูงส่งที่เมมโมรี่ไว้ในสมองกลับไม่เหมือนคนตรงหน้า

 ผมสีส้มถูกรวบขึ้นเป็นมวยลวกๆ ดูยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ ใบหน้าของเธอยังมีแป้งแพนเค้กติดอยู่ ผ้ากันเปื้อนเก่าๆ มีรอยเย็บสะเปะสะปะถูกสวมทับชุดราคาแพง ดูเป็นนามิที่ไม่เหมือนนามิเลยจริงๆ (งงมั้ย?)

“ไหนว่าจะไปสปา นวดหน้า ขัดตัว -_-” ผมถามและยันตัวลุกขึ้น เพราะได้นอนเลยรู้สึกดีขึ้นมาก

“คิวไม่ว่างน่ะ ฉันก็เลยอยู่ที่นี่ต่อสักหน่อย” ร่างบางวางถาดแพนเค้กลงบนเตียงและลากเก้าอี้ไม้มานั่งข้างๆ

“ผู้หญิงอย่างคุณยังมีใครกล้าปฏิเสธคิวอีกหรอ”

“ยุ่งน่ะ รีบๆ กินเข้าไปซะ” นามิถลึงตาและใช้ส้อมจิ้มแพนเค้กมาจ่อที่ปากผม

“คงไม่ถึงตายใช่มั้ย”

“ไม่รู้...แต่ถ้าไม่กิน นายตายคาเตียงเน่าๆ นี่แน่” อีกฝ่ายไม่ละความพยายามดันส้อมเข้ามาใกล้อีก ผมเลยไม่มีอะไรจะเถียงต่อและอ้าปากกัดมันเข้าไปอย่างจำใจ

“เป็นไง? อร่อยมั้ย? *O*

            ผมใช้เวลาสักพัก เคี้ยวแพนเค้กอย่างใจเย็น และมีเนื้อส้มผสมอยู่ด้วย กลิ่นเนยและแป้งเข้ากันได้ดี ผสมกับน้ำผึ้งและไอซิ่งที่โรยอยู่ด้านบน ให้รสหวานซ่อนเปรี้ยวแบบพอเหมาะ

            คนข้างเตียงยังคงรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ โธ่เอ๊ย...นึกว่ายัยคุณหนูขี้วีนคนนี้จะเข้าครัวไม่เป็น จับกระทะไม่ได้ซะอีก ตอนแรกที่เห็นยัยนี่ยกถาดขึ้นมาผมก็แอบเสียวอยู่ว่าครัวจะพังรึเปล่า...

            “อร่อยดี”

            “แค่เนี๊ย?? =[]=^

            “อือ แล้วจะให้ตอบว่าไง -_-” ผมหันไปรินน้ำร้อนขึ้นจิบ

            “อร่อยมากกกกก อยากกินอีก ไม่คิดว่าผู้หญิงอย่างเธอจะเข้าครัวได้ ฉันมองเธอผิดไป ขอโทษทีเคยหยาบคายใส่เธอนะ...อะไรทำนองนี้ไง!!

              “ว่าไปเอาของพวกนี้มาจากไหน จำได้ว่าไม่เคยซื้อติดไว้นะ”

              “ก็ซุปเปอร์แถวนี้ไงล่ะ คิดดูเถอะ...ฉันต้องขึ้นลงบันไดชั้นห้าตั้งกี่รอบ เพื่อทำแแพนเค้กโง่ๆ ให้นาย”

             “...”

            “น้อยคนนักที่จะได้กินอาหารที่ฉันทำนะยะ!” ร่างบางยืดอกอย่างภูมิใจก่อนจะใช้ส้อมจิ้มแพนเค้กของตัวเองเข้าปากบ้าง “ฉันไม่ได้กินอาหารเช้าทำเองแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่พ่อกับแม่เสียน่ะ”

            “...”

“นั่นมันก็นานมากว่าสิบปีแล้ว ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้กินอาหารรสเลิศ จากเชฟฝีมือหนึ่งของเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่”

“...”

“มันดูมีความสุข ดูมีทุกอย่าง แต่ไม่เลย...ฉันต้องโดดเดี่ยวอยู่บนโต๊ะอาหารยาวสิบกว่าเมตรนั่นคนเดียว” รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏอยู่บนใบหน้าหวาน เธอถอนหายใจและเขี่ยแพนเค้กในมือ

“เล่นของกินมันไม่ดีนะ -_-

“โอ๊ยยยยย ช่วยมีอารมณ์ร่วมหน่อยได้มั้ย!!” ในที่สุดนามิคนเดิมก็กลับมา ยัยนั่นทำท่าจะเขวี้ยงจานใส่ผมแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นปกติ

“ผมก็เคยมีอารมณ์นั้น ...ถูกทิ้งให้อยู่ตัวคนเดียวน่ะ”

“นายดูเหมือนพวกหนีออกจากบ้าน ตกงานแล้วก็รับจ้างไปวันๆ มากกว่านะ”

“ก็ไม่เชิง บางทีการมีอิสระก็คือความสุขอย่างหนึ่ง”

“ความสุขในอพาร์ทเม้นต์รูหนู ผนังร้าวๆ ในที่ห่างไกลความเจริญแบบนี้น่ะหรอ” 

“แล้วคุณมีความสุขที่ได้เป็นคนรวยนักหรอ”

“...”

“เงินเป็นกองๆ อาจจะทำให้คุณซื้อที่อยากได้ เนรมิตทุกอย่างที่อยากมีขึ้นตรงหน้า แต่คุณมีความสุขหรอที่ต้องแบกรับตัวเลขในสมุดบัญชีพวกนั้น”

“ฉันไม่มีความสุขกับมันนักหรอกลอว์” ผมเลิกคิ้วเมื่อเธอเอ่ยชื่อผม มันรู้สึกดีแปลกๆ ไม่รู้ทำไมเวลาที่ริมฝีปากนั้นขยับเรียกชื่อของผมน่ะ

เฮ้...ผมไม่ได้โรคจิตนะ -_-

“ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากกลับไปเป็นคนธรรมดา รักใครสักคน แต่งงานแล้วก็มีครอบครัว ที่ฉันรักเงินไม่ใช่เพราะหลงใหลในความหรูหรา แต่ความหรูหรามันทำให้ฉันไม่รู้สึกเหงา”

“เหงาอะไร คุณก็มีผมแล้วนี่ไง”

“...

ชิท!!...นี่ตูพูดอะไรออกไป(วะ)เนี่ย =[]=^^

“หมายถึง... ตอนนี้เราอยู่ทีมเดียวกันแล้ว หนทางต่อไปคือเราต้องทำงานนี้ให้สำเร็จ ตบตาคนทั้งโลกให้เนียนที่สุด”

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ...” คนข้างๆ เสียงแผ่วลง แววตาของเธอกำลังสับสน “ยะ...อย่าคิดเข้าข้างตัวเองล่ะ ฉันไม่ได้อยากอยู่กับนายไปตลอดสักหน่อย -3-

“ผมจะเป็นคู่หมั้นให้จนกว่าคุณจะหาผู้ชายที่พร้อมจะแต่งงานด้วยจริงๆ ถึงตอนนั้นเราถึงจะไม่อยู่ทีมเดียวกันอีก” ไม่รู้เหมือนกันว่าเราพูดอะไรออกไป แต่ผมรู้สึกหดหู่ไม่น้อยเหมือนกัน

บ้าน่ะ...นี่เราอาลัยอาวรณ์ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วหรอ! ไม่มีทาง =^=

“แล้วถ้าฉันหาใครมาแต่งด้วยไม่ได้เลยล่ะ ฉันไม่ต้องมาหานายที่อพาร์ทเม้นต์นี้ตลอดเลยหรอ!

“ดูไม่สมเป็นเธอเลยนะ นามิ” ผมเรียกชื่อเธอ จนคนที่โวยวายชะงักไป

“สมอะไร -_-

“ผู้หญิงอย่างเธอต่อให้ร้ายแค่ไหน ก็ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าวิ่งหนีหรอกถึงแม้พวกเขาจะใส่เกียร์หมาเตรียมเผ่นแล้วก็เถอะ”

“นี่ชมหรือด่ายะ!!!” ยัยนั่นทำท่าจะฟาดลงมาที่ผมอีกรอบ แต่...

“ขอบคุณนะ”

“หะ...หา?!

“เป็นแพนเค้กที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย”

 “มะ...ไม่ต้องบอกฉันก็รู้ย่ะ! ฮึ่ย!” เธอสะบัดหน้าหนีผม แต่ไม่สามารถซ่อนสีชมพูระเรื่อที่ปรากฎอยู่บนพวงแก้มได้ “ขะ...ขอบคุณเหมือนกันนะ”

“ขอบคุณอะไร -_-

“ที่อย่างน้อยนายก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่วิ่งหนีฉันไงล่ะ” ผมพยักหน้าอย่างไร้อารมณ์และก้มลงกินแพนเค้กเพื่อนซ่อนรอยยิ้มที่กำลังผุดขึ้นทีละน้อย

ผมจะวิ่งหนีเธอได้ยังไงกัน ในเมื่อเธอขึ้นมาบนรถแล้ว หน้าที่ของผมคือไปส่งเธอให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

ช่วยอดทน...และนั่งรถคันนี้ไปจนกว่าจะถึงปลายทางเถอะนะ นามิ

           

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

306 ความคิดเห็น

  1. #293 -ymmij (@-ymmij) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 22:58
    ช้านชอบเรื่องนี้มากๆๆ เขินมากเขินทุกตอนแง
    #293
    0
  2. #267 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 03:48
    เรื่องนี้มันดีมากๆๆ
    #267
    0
  3. #246 diamonside (@diamonside) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 00:18
    น่ารักก
    #246
    0
  4. #45 KINGAJ (@jp_bluesky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 07:20
    อัพต่อออออน่าาาา ชอบอ่าาาาน่ารักมากๆๆๆๆเลยยย///ฟินนค่าาา สู้ๆๆน่ะค่ะ??
    #45
    0
  5. #43 Princess♣Sorane (@soraaki) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 15:32
    โอ้ยยยยยย น่ารักมากกก ฟินสุดๆ
    นามินี่ลงทุนจริงๆ สู้ต่อไปนะทั้งคู่
    #43
    0
  6. #38 belle_chayada (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 17:40
    อ่านไปยิ้มไป คู่นี้น่ารักค่ะ ^ ^ ชอบๆ







    เป็นกำลังใจให้ค่าาาา
    #38
    0
  7. #37 กิ่งใบหยก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 21:59
    อ่านไป ยิ้มไป เพื่อนว่า "เปนไรมากป่าว - -"

    55555+ น่าร๊ากกกก
    #37
    0
  8. #36 Kangsadan Thaweesub (@fiidomgalz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 14:09
    อ๊าาา มุ้งมิ้งมากกกก เขิลลลลล
    #36
    0
  9. #35 lala22 (@rara22) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 01:02
    ฟินนน^_^
    ลอว์ซึนจริงๆ
    โมเม้นแบบว่าน่ารักอะ *_*

    #35
    0
  10. #34 Snowfall (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 20:57
    คุณก็มีผมแล้วนี่ไง >///<

    ลอว์หลุดน่ารักอ่ะ>< 5555
    #34
    0