ONE PIECE. - LOVELY TAXI METER.

ตอนที่ 14 : TAXI METER 13 : โบกมือลา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 ต.ค. 59



นก...นก...นก!!!



 

        “ฮะๆ...งั้นนี่ก็เป็นรอบที่สิบของปีแล้วน่ะสิที่บินไปฝรั่งเศส”


            “ใช่แล้วค่ะ ไปๆ มาๆ แทบจะโอนสัญชาติอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าที่นั่นมีสาขาให้ต้องดูแลอยู่สามที่หนูคงบินไปเที่ยวที่อื่นนานแล้วค่ะ”


            “อย่าพูดแบบนั้นสิบอนนี่...ธุรกิจของครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญนะ”


            “แหมมมม หนูอุตส่าห์มานี่ทันทีที่เครื่องแลนดิ้งเลยนะ ติดบ้านนี้มากกว่าบ้านตัวเองซะอีกอ่ะ >3<


            ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณลุงที่กำลังหัวเราะท่าทางใจดีและกำลังรับประทานอาหารอยู่นั้นจะเป็นคนๆ เดียวกับลุงคนสวนผู้เคยขโมยกล้วยเจ้าของบ้านกิน  เพราะเขาได้สลัดคราบกลายเป็นชายวัยกลางคนที่สวมชุดจากห้องเสื้อชั้นสูง เส้นผมสีดำแกมเทาถูกจัดแต่งขึ้นใหม่แทนหมวกทำสวนเก่าๆ จากคนสวนโนเนมกลายเป็นชื่อที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในเมืองนิวเวิร์ล ทราฟาลก้า แฮรอน


            นี่สินะที่เขาเรียกว่าอย่าดูถูกคนที่ภายนอก...


            ว่าแต่อีบ้านนี้ชอบเล่นปลอมตัวเป็นคนจนรึไงนะ เดี๋ยวก็ลูก เดี๋ยวก็พ่อ เอ๊ะ -_-;;


            “พูดถึงเรื่องธุรกิจ...นายจะกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลแล้วสินะ” บอนนี่ซึ่งนั่งตรงข้ามกับฉันมองช้อนไปทางลอว์ซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของฉัน


            “ธุรกิจของครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ -_-” ลอว์พูดพลางจ้องหน้าผู้เป็นพ่อซึ่งอยู่หัวโต๊ะ ดูท่าทางความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่สวยงามเท่าไหร่ ก็นะ...เล่นหนีออกจากบ้านไปขนาดนี้คงสร้างความเสื่อมเสียให้ตระกูลไม่น้อยเลยล่ะ


            “ว่าแต่...หนูชื่อนามิใช่มั้ย ฉันพอจะรู้จากข่าวมาบ้างว่าเธอเองก็เป็นผู้บริหาร” หลังจากรู้สึกว่าเริ่มจะมีความกดดันบนโต๊ะอาหาร พ่อของลอว์ก็หันมาชวนฉันคุยแทน


            “ใช่ค่ะ บริษัทท่าเรือโคโคยาชิที่แกรนด์ ไลน์ ทาวน์ค่ะ ^_^;


            “ว้าว...ท่าเรืออย่างนั้นหรอ เธอยังขาดผู้ถือหุ้นอยู่รึเปล่า....สนใจจะดีลกับภัตตาคารของเรามั้ยจ๊ะ J” บอนนี่วางช้อนส้อมและหันมาเจ๊าะแจ๊ะกับฉันใหญ่    

    

            “อะ...เอ่อ”


            “โอ๊ะ...ใช่บริษัทที่จวนจะล้มละลายนั่นรึเปล่านะ O_O” ใบหน้าสวยโชว์ความประหลาดใจพร้อมยกมือขึ้นทาบอก


            “บอนนี่” แฮรอนตำหนิอีกฝ่ายทางสายตาก่อนจะส่งยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน “แบกรับทุกอย่างทั้งที่อายุยังน้อย เป็นธรรมดาที่จะมีอุปสรรคล่ะนะแม่หนู”


            “งั้นข่าวที่เธอพยายามจับผู้ชายรวยๆ มาแต่งงานเพื่อกอบกู้บริษัทก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ” จึ๊ก! ถ้าไม่ติดว่าพ่อของลอว์ยังนั่งหัวโด่อยู่ในนี้นะ ฉันลงมือฆาตกรรมยัยบอนนี่คาโต๊ะอาหารแน่ -_-+++


            “ขอโทษด้วยอีกครั้งนะคะ ที่ฉันทำให้ลูกชายของคุณต้องเข้าไปพัวพัน”


            “ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องการเล่นสนุกของเด็กๆ” แฮรอนยักไหล่เหมือนไม่ติดใจอะไร


            “...”


            “ไหนๆ ลอว์ก็กลับมาบ้านแล้ว ฉันจะสนับสนุนเธอเรื่องบริษัทอีกที ถือเป็นค่าตอบแทนก็แล้วกันดีมั้ย”


            โฮะ!!! สนับสนุน = ผู้ถือหุ้นเพิ่ม = กิจการดีขึ้น = รวย!!! $_$!!


            “อะ...เอ่อ เรื่องนั้น...”


            ปึง!!!


            ในขณะที่กำลังเก็บอาการสั่นระริกเนื้อเต้นเพราะความดีใจที่จะได้จับมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ถึงขั้นมโนว่าได้ลงไปว่ายในกองเงินกองทองนั้น ก็เหมือนมีมือสากๆ มาฉุดฉันขึ้นจากความสุขนั้นอย่างรวดเร็ว...


            เสียงกระแทกนั้นมาจากช้อนซุปของคนด้านข้างที่ลุกขึ้นยืนด้วยความหงุดหงิด


            “พ่อบอกมาเลยดีกว่าว่าต้องการจะทำอะไรกันแน่” ฉันไม่เคยเห็นลอว์ดูอารมณ์เสียแบบนี้มาก่อน ตั้งแต่เข้ามานั่งในนี้หมอนั่นก็หุบปากเงียบก้มหน้ากินอาหารในจานตัวเองไปเรื่อยๆ แต่ก็นะ...


            ถูกลากตัวกลับมาบ้านทั้งที่ไม่เต็มใจไม่พอ ยังต้องมาป๊ะกับคนรักเก่าที่หนีไปแต่งงานสายฟ้าแลบแบบนั้นอีก ก็คงมีขีดจำกัดเป็นธรรมดา


            “ฉันรู้ว่าแกหงุดหงิดแต่ช่วยฟังอะไรก่อนเถอะ” แฮรอนวางช้อนส้อมลงและพยักหน้าใส่บอนนี่เหมือนเป็นสัญญาณอะไรสักอย่าง


            “ลอว์...นายมานี่กับฉันหน่อย” ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นก่อนจะกระดิกนิ้วเรียกให้อีกฝ่ายเดินตามไป ลอว์เหมือนจะขัดใจอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็พยายามควบคุมอารมณ์และเดินตามบอนนี่ออกจากห้องอาหารไป


            เหลือแค่ฉันกับพ่อของเขา...


            “ขอโทษด้วยนะที่ต้องมาให้เห็นอะไรที่ดูไม่ดีเท่าไหร่”  


            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงคุณก็ยังมีครอบครัวให้ทะเลาะนะคะ ไม่เหมือนกับฉัน”


            “...”


            “ฉันกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ห้าขวบ พออายุสิบสามก็ขึ้นมาดูแลธุรกิจคนเดียวทั้งหมด คนในครอบครัวของฉันที่ผ่านมาจึงมีแค่คนรับใช้ที่สนิทด้วยกับสัตว์เลี้ยง”


            “เพราะแบบนั้นเธอถึงต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาธุรกิจทางบ้านไว้ใช่มั้ย”


            “ค่ะ...ต่อให้ฉันต้องอยู่กับคนที่ไม่ได้รักก็ตาม”


            “ถ้าอย่างนั้นจะว่าอะไรมั้ย ถ้าฉันขอร้องแม่หนู...”


            “...”


            “งานแต่งงานของลอว์ ฉันจะใช้ท่าเรือของเธอเป็นสถานที่จัดงาน”


            อะ...เอ๋?! แต่งงาน?


            ลอว์เนี่ยนะ...แต่งงาน....กับ...ใครวะ!!!


            ระ...หรือว่า คนๆ นั้นจะเป็นฉัน??!! =[]=^^^


 “ฉะ...ฉันไม่เข้าใจ...”


“สามีคนก่อนของบอนนี่เพิ่งจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาจากไปเร็วมากจนเธอเจ็บปวดพอสมควรเลยล่ะแต่เราเพิ่งมารู้ว่าผู้ชายคนนั้นแท้จริงแล้วแอบทำธุรกิจโลกใต้ดินและเข้ามาเพื่อปอกลอกเธอเท่านั้น”


“...”


“เรื่องแบบนี้ไม่สมควรที่หล่อนจะได้รับ ฉันกับครอบครัวของบอนนี่เลยตัดสินใจจะหาทางออกให้เร็วที่สุด”


“...”


“นี่เป็นทางเดียวที่ฉันจะดึงลอว์ไม่ให้หนีออกไปไหนได้อีก นั่นคือให้หมอนั่นได้สมหวังกับคนที่มันเคยรัก”


 “คุณหมายถึง...เอ่อ...”


“ใช่แล้ว มันคืองานแต่งงานของลอว์กับบอนนี่”


ในตอนนั้นมันเหมือนมีผีมาผลักให้ฉันล้มหน้าทิ่มขี้หมาตรงหน้าอย่างกะทันหัน สมองตื้อคิดอะไรไม่ออก จะพูดอะไรก็เรียบเรียงไม่ได้ อาหารสุดหรูจากเชฟชั้นหนึ่งตรงหน้ากลายเป็นก้อนเนื้อน่าพะอดพะอมไปโดยปริยาย


“เรื่องเงินและบริษัทฉันจะสนับสนุนเต็มที่ ยิ่งใช้สถานที่ของเธอจัดงานใหญ่โตแบบนั้นคงเป็นการโปรโมทได้ดีทีเดียว”


“แล้วลอว์รู้เรื่องนี้รึเปล่าคะ ดูเขาหัวเสียน่าดูเลย”


“รู้สิ หมอนั่นยอบรับข้อตกลงตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ”


“...!” บ้าเอ๊ย! ทำไมมันเจ็บแบบนี้นะ


“เพียงแต่ดูเหมือนเขาไม่อยากให้เธออับอายต่อหน้านักข่าวน่ะ เพราะก่อนหน้านี้หมอนั่นกับเธอเป็นคู่หมั้นหลอกๆ กันไม่ใช่รึ”


“...”


“เธอไม่ต้องรีบตัดสินใจก็ได้ ฉันเพียงแค่รู้สึกอยากตอบแทนที่ทำให้ลูกชายของฉันได้กลับบ้านเท่านั้นเอง”



คงถึงเวลาที่ต้องเลือกแล้วสินะ ระหว่างเงินกับผู้ชายอะไรสำคัญกว่า!!




[50%]  






คุณเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวตลกรึเปล่า ความรู้สึกที่เหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยกที่มีรถจอดรอสัญญาณไฟเต็มไปหมดและทุกคนต่างจดจ้องมาที่คุณ หึ คงไม่คิดว่าสาวสวย เกือบ(รวย)เริ่ดอย่างฉันจะเจอกับเรื่องแบบนั้นล่ะสิ


คิดผิดแล้วล่ะ...

คุณคงไม่เคยหน้าแตกกลางงานเพียงเพราะไม่ได้รับเลือกให้เป็นพรอมควีนตอนเกรด 12 ไม่เคยถูกผู้ชายปฎิเสธเพียงเพราะเขาแอบชอบเพื่อนสาวที่สวยกว่า ไม่เคยถูกเจ้าบ่าวที่อุตส่าห์หามาได้ทิ้งกลางงานแต่ง


ใช่...ฉันมักเป็นตัวตลกในสายตาของพวกนักข่าวและกลุ่มชนชั้นสูงเสมอ เป็นผู้หญิงโง่หัวสีส้มที่ร่อนไปร่อนมา ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินและชื่อเสียง


แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ฉันรู้สึกชาไปทั้งใบหน้า รู้สึกเหมือนตอนที่ใครบางคนบอกว่ารองเท้าลิมิเต็ด อิดิชั่นรุ่นใหม่ล่าสุดหมดแล้ว


แต่มันยิ่งกว่านั้น...

เพราะรองเท้ายังมีคอลเลคชั่นใหม่มาอีกเรื่อยๆ แต่ชีวิตของคนๆ หนึ่งน่ะ มันต่างกันลิบลับ...


ฉันปิดก๊อกน้ำแล้วมองตัวเองในกระจกอย่างเลื่อนลอย

ฉันมาทำอะไรที่นี่...


ภายในห้องน้ำสุดหรูที่สุขภัณฑ์ทำจากทองชั้นดี แต่ฉันกลับไม่ดีใจหรือตื่นตะลึงกับมันเลย กลับรู้สึกเหมือนตัวเองต่ำต้อยและดูไม่เข้ากับอะไรๆ พวกนี้เลยสักนิด

หรือในความเป็นจริงแล้ว...อาจไม่มีอะไรเข้ากับฉันได้เลยต่างหาก...

 

 รู้สิ หมอนั่นยอบรับข้อตกลงตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ

 

เพราะในใจของลอว์มีคำตอบอยู่แล้วสินะ หมอนั่นคงรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และอะไรที่ควรโยนทิ้งไป

 

ทำไมไม่นอนรอที่บ้านดีๆ ให้ฉันไปหายะ!’

คุณอาจจะเปลี่ยนใจไม่อยากมาเจอผมแล้วก็ได้ ผมก็เลยต้องทำแบบนี้เพื่อให้แน่ใจไงล่ะ ว่าคุณจะมา

 

“ฉันนี่มันโง่จริงๆ”

ที่หลงคิดไปว่าหมอนั่นลงทุนจัดฉากอลังการถึงกับต้องออกมารับฉันด้วยตัวเอง หลงคิดไปว่าหมอนั่นจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด หลงคิดไปว่าที่ผ่านมานั้นเรายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กันบ้างนอกจากตอนที่กัดกัน



หลงคิดไปว่าที่ผ่านมานั้น...มันคือของจริง

ทั้งที่ทุกอย่างเป็นของปลอม

 


ฉันเดินตามคนรับใช้ของแฮรอนออกมานอกตัวบ้านที่เป็นระเบียงเพื่อไปขึ้นรถกลับเมือง หลังได้ เลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการกับแฮรอนไปเรียบร้อยแล้ว ฉันมองเห็นรถวีวี่จอดอยู่ไกลๆ ที่ด้านหน้าทางเข้าคฤหาสน์...


เอาล่ะ...กลับบ้านกันดีกว่า

ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ และที่ผ่านมา

ไปซะ...ไปให้ไกลจากความเจ็บปวดพวกนี้

 


“คุณจะกลับแล้วหรอ นามิ” จู่ๆ พวกคนรับใช้ก็หยุดเดินแล้วปลีกตัวไปยืนรอด้านข้าง เผยให้เห็นร่างสูงที่รออยู่ตรงหน้า...


“โอ๊ะ...ลืมบอกลานายสินะ โชคดีนะลอว์ ฉันกลับล่ะ บาย...” ฉันแสร้งยิ้มทำท่าตกใจแบบดัดจริตสุดๆ และโบกมือให้อีกฝ่ายปัดๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเพื่อเดินต่อทว่า...


“คุณรู้เรื่องทั้งหมดแล้วสินะ” ลอว์คว้าข้อมือของฉันไว้ได้ทัน และใช่...มันทำให้ฉันต้องหันกลับไปสบตาหมอนั่น ทั้งที่พยายามจะหลบมาโดยตลอด


“ใช่” ฉันพยักหน้าอย่างใจเย็นแล้วพูดต่อ “ยินดีด้วยนะ ในที่สุดก็สมหวังซะที”


“ผมตั้งใจจะบอกกับคุณหลังกินข้าวเสร็จ อันที่จริงผมไม่เห็นด้วยเลยสักนิดแต่ว่าพ่อ...” ฉันยกมือขึ้นห้าม ไม่เคยเห็นลอว์ดูพยายามจะอธิบายอะไรแบบนี้มาก่อน ต่อให้ใบหน้าของหมอนั่นจะนิ่งสงบและเฉื่อยชาสักเท่าไหร่ แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความร้อนใจภายใต้ดวงตาสีนิลนั้น


“ฉันว่าอะไรๆ มันกำลังจะดีขึ้นนะ นายได้กลับบ้านได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เคยผิดหวังมาก่อน ส่วนฉันเองก็ได้ทำบุญพาคนหลงทางให้ได้กลับบ้าน”


“แล้วเรื่องของคุณกับผมที่แกรนด์ ไลน์ล่ะ ละครของเราจบดีแล้วงั้นหรอ” คำพูดของลอว์เป็นเหมือนมีดด้ามใหญ่ที่แทงลงมากลางใจอย่างเหมาะเจาะ ละคร...งั้นหรอ


“เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ดีขึ้นเองล่ะน่า” ฉันแกล้งยิ้มแล้วยักไหล่เหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย


“พ่อสัญญาว่าจะปิดข่าวเรื่องนี้ให้สินะ ผมจะกลับไปบอกเขาใหม่ว่าคุณถูกบีบบังคับ” ลอว์เหมือนจะเดินกลับเข้าไปแต่ฉันดึงแขนเขาไว้ได้ก่อน


“ไม่มีประโยชน์หรอกลอว์”


“ไม่...ผมจะช่วยพูดอีกแรง ว่าเราทั้งคู่ยังมีเรื่องที่ค้างกันอยู่”


“แต่ฉันเลือกไปแล้ว” ลอว์หยุด ฉันหยุด ทุกอย่างเงียบสนิทจนกระทั่งเขาได้สติและหันมาสบตาฉัน


“ว่าไงนะ?”


“ฉันเป็นคนเลือกที่จะเดินออกมาเอง พร้อมกับเงินจากพ่อนายซึ่งพอจะสร้างชื่อเสียงให้บริษัทของฉันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”


“...”


“มันจะดีกว่าถ้าเราไม่ต้องมีตอนจบของเรื่อง ไม่ต้องแสร้งเล่นละครว่าเราเป็นใครและนายเป็นใคร” ฉันยิ้มบางๆ จ้องมองดวงตาสีนิลที่ยังคงแข็งทื่อและเย็นชาแต่สั่นไหวเบาๆ


“...”


“นายจะได้กลับไปเป็นตัวเองจริงๆ เป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตกับคนที่นายรัก...จริงๆ”


“...”


“ส่วนฉัน...ฉันก็จะกลับไปใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง เป็นคุณหนูเอาแต่ใจ เป็นที่น่าชังของพวกนักข่าวและสังคมไฮโซเหมือนเดิม และสักวันฉันคงจะได้เจอกับที่ฉันรักจริงๆ ไม่ใช่เพราะกอบกู้ธุรกิจหรือเงินอะไรทั้งนั้น”


“...”


“จนถึงวันนั้นฉันกับนายก็จะกลายเป็นแค่หน้าสีขาวดำบนหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ไม่มีใครอ่านและรอเพื่อรีไซเคิลเท่านั้น”


“...”


“เพราะฉะนั้น ลืมเรื่องพวกนั้นเถอะนะ ข่าวมันมาเร็วก็ไปเร็วนั่นแหละ คนอย่างฉันน่ะเป็นข่าวจนชินแล้ว...”



เพียะ!!!



ฉันเซไปกับพื้นหลังเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกที่ใบหน้าซีกขวา ฉันจ้องมองกระเบื้องสีขาวบนพื้น สติหลุดลอย ริมฝีปากสั่นระริกเพราะความเจ็บที่ค่อยๆ เด่นชัดขึ้นทีละนิด หัวใจเต้นแรงและเร็วจนหอบ นี่มัน...อะไรกัน?


ลอว์พยายามควบคุมลมหายใจเข้าออกให้เป็นปกติแม้จะไม่ใกล้เคียงเลย ฝ่ามือหนาข้างที่สะบัดออกมาเมื่อครู่กำแน่นด้วยความโกรธ  


“สุดท้ายคุณก็เลือกเงินสินะ” สาบานได้ว่าฉันมองเห็นแววตาที่เย็นชาจากลอว์มามาก แทบจะทุกครั้งที่สบตากับหมอนั่น แต่ทว่าครั้งนี้มันต่างออกไป


ดวงตาของเขาสั่นไหวเพราะความโกรธ เจ็บปวด สับสน


ผู้ชายที่เคยทำทุกอย่างเมื่อฉันสั่ง แม้จะไม่เต็มใจ คนที่ฉันเข้าใจดีว่าไม่มีความรู้สึก จะพูดจะทำอะไรก็ไม่สะทกสะท้าน ทว่าตอนนี้เขากลับ...ตบหน้าฉันต่อหน้าเหล่าคนใช้ ทำเหมือนฉันเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจและรักตัวเองมากกว่าใครในโลกนี้


“นายไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้กับฉัน” ฉันปัดมือคนอื่นๆ ที่พยายามเข้ามาช่วย และลุกขึ้นด้วยตัวเอง  


“นั่นเป็นแผนของพ่อและผมไม่ได้ต้องการให้มันออกมาเป็นแบบนี้ ”


“น่าแปลก ทำไมฉันไม่รู้สึกถึงการขัดขืนของนายเลย” ฉันหัวเราะในความน่าสมเพชของตัวเอง “นายทำเหมือนกำลังจะมีความรักครั้งใหม่โดยมองไม่เห็นสิ่งที่เคยผ่านมา ก็ไม่แปลก...ความรู้สึกของเราทั้งคู่มีขึ้นเพื่อหลอกคนอื่นๆ นี่นา”


“...”


“ฉันไม่โกรธนายหรอกลอว์ ที่สุดแล้วยังไงเราก็ต้องเลือกสิ่งที่ยังรักและฝังใจกับมันอยู่” ฉันเตรียมจะก้าวขาเดินต่อเพื่อไปขึ้นรถ เพราะการติดอยู่กับที่นี่ ตรงนี้ดูเหมือนจะหนักหนาสาหัสเข้าไปทุกที


“รู้มั้ย ถ้าเป็นไปได้...ผมอยากเลือกคุณ”


“...”


“ผมอยากกลับไปใช้ชีวิตโง่ๆ ทำหน้าเซ่อๆ ให้คุณด่า จิกกัดกันทุกครั้งที่เจอหน้า คอยเป็นคนที่เฝ้ามองคุณผ่านกระจกหลังรถแท็กซี่ แต่นั่น...”


“...”


“มันเป็นแค่เรื่องสมมติ” ฉันหันกลับมาสบตาลอว์ “และผมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง เพราะนั่นคือความจริง”


“...”


“ความจริงที่ว่าคุณมันน่าเลือด เห็นแก่เงิน และไร้หัวใจมากแค่ไหน”


“หึ นายนี่ยังปากร้ายเหมือนเดิมเลยนะ...หวังว่านี่คงไม่ใช่บทบาทที่นายสร้างขึ้น”


“ผู้หญิงอย่างคุณคงไม่มีวันรักใครได้จริงหรอก ในเมื่อคุณยัดเยียดที่จะจบแบบนี้ผมก็ไม่ขัดข้อง”ความเจ็บปวดในดวงตาคู่นั้นหายไปแล้ว ฉันไม่ชอบเลย มันเหมือนกับว่าลอว์พร้อมที่จะโยนโลกปลอมๆ พวกนั้นทิ้งไปทันที เหมือนเส้นอะไรบางอย่างกำลังขีดคั่นระหว่างเราอย่างถาวร ถึงจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่ว่าทำไมนะ...


“คงต้องบอกลากันอย่างเป็นทางการแล้วล่ะ” ฉันสวมแว่นกันแดดและหันไปคลี่ยิ้มบางๆ ให้หมอนั่น “ขืนอยู่ที่นี่ไปนานๆ ฉันคงดูเหมือนพวกเมียน้อยที่มาขูดรีดเงินจากบ้านหลังใหญ่”


“ลาก่อน นามิ หวังว่าคงเดินไปเองได้นะ”


ลอว์หมุนตัวกลับไปก่อนที่จะพูดประโยคนั้นจบให้จบดีด้วยซ้ำ แต่ฉันกลับมองเห็นดวงตาของเขาที่ยังเย็นชาและแข็งทื่อ วินาทีนั้นมันเหมือนโลกที่เราทั้งคู่ช่วยกันสร้างขึ้นพังทลายลงมา


เหลือเพียงแค่เขาในมาดคุณชายที่สูงส่งไม่เห็นใครในสายตา และฉันในภาพของผู้หญิงหน้าเงินที่ทำร้ายความรู้สึกของคนๆ หนึ่ง


ให้มันจบแบบนี้แหละดีแล้ว...


ถึงเงินที่ได้มาจากการตัดสินใจไม่ได้ทำให้ดวงตาฉันเป็นประกายหรือหัวใจพองโตเหมือนเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่เหมือนก่อน ทว่าฉันต้องเดินต่อไปเพราะความจริงก็คือความจริง  


ลาก่อน ทราฟาลก้า ลอว์ ละครของเรามันจบแล้ว...

 

 



            ปึง!


            ฉันก้าวขึ้นมานั่งบนรถ ถอดแว่นกันแดดออก คำถามของวีวี่ที่รัวเข้ามากลายเป็นเสียงที่กลืนไปกับอากาศ เสียงเพลงจากเครื่องเล่นเป็นเหมือนทำนองสวดอะไรสักอย่างที่จับใจความไม่ได้ ต้นไม้สีเขียวเข้มสลับอ่อนที่สองข้างทางเป็นเหมือนฝูงคนที่กำลังรอเยาะเย้ยความพ่ายแพ้ของฉัน พื้นถนนสีเทาน่าหดหู่ไกลเกินจะมองเห็นปลายทางเป็นเหมือนทางเดินที่ไม่รู้จะพาให้ฉันไปเจอกับอะไร 

           

“หน้าเธอไปโดนอะไรมาน่ะ นามิ...นามิ!


“เลิกแหกปากทีเถอะ หนวกหู” ฉันบ่นและหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาเติมด้วยกระจกจากที่บังแดดหน้ารถ


แก้มซีกขวายังเหลือรอยแดงเด่นชัด เหมือนพวกดาราสวยๆ ที่มีข่าวถูกผัวซ้อมมายังไงยังงั้นเลยแฮะ...จู่ๆ หูของฉันก็กลับมาได้ยินเสียงทุกอย่างปกติดังเดิม แม้แต่เสียงเพลงในรถที่กำลังเล่นอยู่

 


คนถูกทิ้ง - Muzu

 

เธออยากให้ฉันก้าวเดินต่อไป

ไม่อยากให้ฉันทุกข์และเสียเวลา

กับเรื่องที่แล้ว ๆ มา เพราะสิ่งดี ๆ

ที่เธอกับฉันมีกัน มันไม่จริง

 

 แตะๆๆๆ คอนซีลเลอร์...

 

ก็แค่รักลวง ๆ เมื่อไรจะลืมสักที

ยื้ออย่างนี้มันไม่มีประโยชน์อะไร

 

กลบด้วยบลัชออน...เพื่อให้สมดุลกันทั้งสองข้าง...

 

แต่คนถูกทิ้งก็เป็นอย่างนี้ จะมีทางไหนให้ฉันหลีกหนีให้ดีไปกว่า

จมอยู่กับน้ำตา

 



            แหมะ!

            หยดน้ำใสๆ ไหลลงมาที่ปลายคางอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะน้ำหนักของมันที่ถูกเก็บมาไว้นานเกินพอหรือเพลงบ้าๆ ที่มันบิ้วต์อารมณ์ก็ไม่รู้


            ฉันไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยเลยแม้แต่ตอนที่พ่อกับแม่เสีย ฉันคิดว่าคนที่เข้มแข็งเท่านั้นคือคนที่จะชนะและอยู่เหนือทุกสิ่ง แต่ว่า...

 

          ความจริงที่ว่าคุณมันน่าเลือด เห็นแก่เงิน และไร้หัวใจมากแค่ไหน

 

            “มีคนเคยบอกว่าเครื่องสำอางปกปิดรอยต่างๆ ได้ก็จริง แต่มันปกปิดความรู้สึกของคนๆ นั้นไม่ได้” วีวี่พูดขึ้นจนฉันต้องรีบปาดน้ำตาออกไปลวกๆ ต้องขอบใจที่ยัยนั่นไม่ถามอะไรซอกแซกไปมากกว่านี้


            “เครื่องสำอางพวกนี้แพงเกินกว่าจะเสียน้ำตาถูกๆ ให้กับความรักโง่เง่า”


            “ไม่มีใครอยากฉลาดเวลาที่เรารักใครหรอก นามิ”


            “เฮอะ นกแล้วไง ใครแคร์” ฉันหัวเราะร่วนและหยิบมาสคาร่าขึ้นมาปัดทับรอยน้ำตาที่เพิ่งถูกเช็ดออกไป


            นามิคนเดิมกลับมาแล้ว คนที่โลกต้องก้มหัวให้ ผู้ชายทุกคนต้องตกหลุมรัก ผู้หญิงทุกคนต้องอิจฉา...แค่ผิดหวังจากความรักไม่ได้ทำให้ผู้หญิงที่สวยรวยเลิศคนนี้หายไปจากโลกสักหน่อย


            เสียใจนะ...แต่ไม่แคร์ว่ะ! :P

           


            ปล. นก = อด,ไม่ได้,พลาดจากของที่เราชอบหรือต้องการ

 [100%]    










TALK WITH WRITER

โฮยยย ตอนนี้คือชั่งใจอยู่ว่าจะดราม่าเยอะดีมั้ย!

สาวๆ อย่าลืมนะจ้ะ เวลาเสียใจเราต้องเชิดหน้าขึ้นแบบเจ๊นามิ 

โดนลอว์ฟาดหน้ามายังไม่แคร์ได้ ฮุๆ ติดตามตอนต่อไปด้วยนะค้าา <3

    


O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

306 ความคิดเห็น

  1. #301 -ymmij (@-ymmij) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 15:20
    สู้เขานะ ทั้งคู่เลย!
    #301
    0
  2. #277 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 18:34
    นามิ เข้มแข็งเข้าไว้นะะะ
    #277
    0
  3. #250 diamonside (@diamonside) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 01:29
    นามิ๊~
    #250
    0
  4. #197 โลลิค่อน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 21:55
    มาต่อนะค่ะ
    #197
    0
  5. #146 ◇ ZAICO ◇ (@soraaki) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 08:40
    น้ำตาไหลพรากกกก โอยยย เจ็บปวด เข้าใจนามินะ ก็คงไม่อย่กให้กิจการของพ่อแม่ต้องมาล้มละลายเหมือนกัน ฮืออ
    #146
    0
  6. #128 1234 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 22:30
    ต่อนะคะไรท์ ลุ้นๆ
    #128
    0
  7. #127 1234 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 22:28
    ลอว์ตบนามิทำไทอ่าToT มันสะเทือนไตนะ
    #127
    0
  8. #126 ก็ไม่รู้สินะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 22:21
    ลอว์ทำไมต้องตบนามิด้วยอ่าToT มันสะเทือนไตนะ
    #126
    0
  9. #125 ก็ไม่รู้สินะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 22:20
    ลอว์ทำไมต้องตบนามิด้วยอ่าToT มันสะเทือนไตนะ
    #125
    0
  10. #122 Little blue_Belle (@Belle_Chayada) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 19:50
    โอย ตายๆๆ นามิฉัน =___=  ทำไมถึงได้น่าสงสารขนาดนี้
    #122
    0
  11. #121 oTartaruSo (@A-D_C) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 22:51
    สงสารนามิ T_T
    #121
    0
  12. #120 mikky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 22:46
    ฮือออนามิ T.T
    #120
    0
  13. #119 mook12098 (@mook12098) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 22:29
    โถ่...เจ้นามิสตรองเข้าไว้น่าาาาาToT
    #119
    0
  14. #118 kitari (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 19:44
    ลอว์ ทำไมต้องทำร้ายนามิด้วย แต่แปลกใจทำไมนามิไม่โกรธหรือเอาคืนหรอ หรือว่านางหลุดจากคาแรกเตอร์อันแสนสตรองไปแล้ววว
    #118
    0
  15. #117 แล้วแต่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 14:28
    หมอใจร้ายอะทั้งตบทั้งด่าโอ้ย!สงสารนามิอะ

    ปล.ต่อเร็วๆนะไรท์รออ่านต่อไป
    #117
    0
  16. #116 _NesZaZa_ (@_NesZaZa_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 13:05
    ไม่นะ ไม่นะ ไม่นะ ไม่น้าาาาาาาาาาา
    อย่าจบแบบนี้ ลอววว์ มาง้อนามิเลยนะ อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก
    ##เสียสติไปแล้วค่ะ##
    #116
    0
  17. #115 BNRB (@lookmeesecret) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 07:49
    อึ้งจ้าาา ลอว์ตบนามิ 0.0 แถมด่าน่ามิอีก ตกลงจะเป็นแบบนี้จริงๆหรออ ลอว?จะปล่อยมือนามิจริงๆหรอออ ม่ายน้าาาา TT นามิแร์หน่อยสิๆ
    #115
    0
  18. #114 _NesZaZa_ (@_NesZaZa_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 21:55
    พลิกมากอ่าาา หมอโคตรทำร้ายจิตจายยย ลอว์อย่าทำงี๊ อี๊ อี๊ อี๊ #เอคโค่วว
    #114
    0
  19. #113 oTartaruSo (@A-D_C) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 15:01
    อึ้งจริงๆ พลิกโผมากค่ะ ลอว์อย่าทำงี้กับนามิสิ!!!
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #113
    0
  20. #112 aeii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 21:47
    ดราม่าไปแล้วนะะะะ หมออย่าทำร้ายจิตใจนามิอยางนี้
    #112
    0
  21. #111 aeii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 21:46
    ดราม่าไปแล้วนะะะะ หมออย่าทำร้ายจิตใจนามิอยางนี้
    #111
    0
  22. #110 BNRB (@lookmeesecret) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 20:30
    ไรต์ค้างมากรีบมาต่อเร็วๆนะ สงสารนามิจะเลือกทางไหนกันน้าาา แล้วลอว์ตกลงจะแต่งกับบรอนนี่จริงๆหรอ
    #110
    0
  23. #109 tufuni (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 18:37
    ไรท์ต่อเร็วๆนะคะ^^~
    #109
    0
  24. #108 torao-d-water (@torao-d-water) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 13:25
    นามิจะเลือกอะไรอะระหว่างเงินกับผู้ชาย

    ไรท์ต่อเร็วๆน่า~~~อยากรู้
    #108
    0
  25. #107 mook12098 (@mook12098) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 01:19
    ผู้ชายสิสำคัญ!!!(?) อย่าปล่อยลอง์ไปน่าาาาาา
    #107
    0