ONE PIECE. - LOVELY TAXI METER.

ตอนที่ 13 : TAXI METER 12 : มือที่ 3 [UP100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    25 ต.ค. 59


เพราะคุณไม่เคยมองมาที่ผม

คุณจึงไม่รู้...ว่าผมไม่ได้มองอย่างอื่นเลย

นอกจากคุณ



 

            หนึ่งเดือนก่อน...ฉันถังแตก บริษัทล้มละลายถึงกับต้องโดยสารด้วยรถแท็กซี่ และได้รู้จักกับคนขับนิสัยประหลาดๆ เขาไม่เหมือนคนอื่นและคงไม่มีใครอยากเหมือนเขา คนขับแท็กซี่หน้าตายที่จู่ๆ ต้องมาเล่นละครเป็นคู่หมั้นหลอกๆ ของฉัน ทราฟาลก้า ลอว์


            ถึงจะเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ แต่หมอนั่นกลับแสดงเนื้อแท้ออกมาทุกอย่าง ในแบบที่ผู้ชายทุกคนของฉันไม่เคยแสดง ทั้งความจนแบบสุดกู่ อพาร์ทเม้นรูหนู นิสัยหยาบคาย ปากร้าย คำพูดแทงใจดำ แถมยังเป็นฆาตกรฆ่าลูกตัวเองอีก


            แต่มันแค่อีกบทบาทของหมอนั่น...

            เพราะทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังนิ้วเท้าที่มีเล็บขบ พลิกยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าพจมานเป็นทายาทของบ้านทรายทองซะอีก!!


นี่ฉันกำลังฝันอยู่ใช่มั้ยเนี่ยยยยย!!

ปั่กๆๆๆๆ (เอาหัวโขกกระจกรถรัวๆ)


             “สาบานจริงๆ ว่าเธอไม่รู้จักตระกูลของชายคนนั้น??!!” ยัยวีวี่จิกหัวฉันให้ห่างจากกระจกรถ


            “ไม่รู้จักโว้ยยยยย TOT!!” นี่แหละคือสิ่งที่เจ็บใจยิ่งกว่า! เพราะฉันมันโง่ไม่ยอมเอะใจกับชื่อแซ่ของหมอนั่นให้ดีตั้งแต่แรก ไม่แม้แต่สืบประวัติล้วงลึกให้ถึงแก่นรากว่าความจริงชื่อเต็มของหมอนั่นคือชื่อเดียวกับทายาทตระกูลเก่าแก่ซึ่งมีอิทธิพลมากในเมืองข้างๆ และแน่นอน...ชื่อเสียงของครอบครัวนี้ไม่เคยอยู่ในสมองฉันเลยตั้งแต่แรก


            “คิดจะหาผู้มาทำผัวก็ต้องรู้จักศึกษาซะบ้างสิยะ...ไม่น่าเชื่อว่าตระกูลนี้จะคลาดสายตาไม่ตกเป็นเหยื่อเจ้าบ่าวเธอได้”


ก็นั่นน่ะสิ...ทั้งที่ก่อนหน้าฉันพยายามเสาะหาผู้ชายโปรไฟล์ดี กระเป๋าหนักมาเป็นเหยื่อแทบเกลี้ยงเมือง แต่ทำไมถึงพลาดท่าไม่เอะใจตั้งแต่ตอนแรกที่เจอลอว์เลยนะ!


            คงเป็นเพราะความประทับใจแรกพบมันไม่มีเลยน่ะสิ!


            “เวลาน้อยนิดแบบนั้นฉันมีเวลามานั่งหาผู้ชายรวยๆ ทันที่ไหนกันเล่า!


            “แต่สุดท้าย...คดีก็พลิกจากคนขับแท็กซี่จนๆ ไปเป็นคุณชายทายาทหมื่นล้าน อย่างน้อยในความตอแหลสร้างภาพของเธอก็ยังมีความจริงอยู่บ้างล่ะน่า -3-”


            “ต๊าย นั่นหรอปาก....เพราะแกนั่นแหละวีวี่ เอาแต่เซ้าซี้ถามอยู่ได้ว่าคู่หมั้นฉันเป็นใคร ถึงต้องไปลงเอยกับหมอนั่น!!


            “หุบปากไปเลยยัยส้มเน่า นี่ฉันยังไม่คิดบัญชีเรื่องแกตบตาคนทั้งเมืองอยู่นะยะ!


            “เกลียดแกจริงๆ !!” ฉันเชิดหน้าไปมองวิวนอกรถที่กำลังเคลื่อนตัวห่างออกจากแกรนด์ ไลน์ ทาวน์และมุ่งหน้าสู่เมืองนิวเวิร์ลซึ่งเป็นที่ตั้งของตระกูลทราฟาลก้า


            “หึ เธอก็เลยให้ฉันพาไปคฤหาสน์ของผู้ชายคนนั้นเพื่อฟังคำอธิบายงั้นสินะ~~


            “ใช่” ฉันตอบอย่างหงุดหงิด ฟังดูแล้วเหมือนเด็กนั่งดริ๊งค์ที่พอเงินหมอก็แจ้นไปเกาะเสี่ยขอเงินเพิ่มชะมัด


            “เธอคิดว่าจะได้คำตอบรึไง นี่มันก็เลยมาเกือบ2 อาทิตย์แล้วนะ”


            “...”


            “บางทีครอบครัวเขาอาจจะรู้แล้วว่าเธอเป็นพวกเกาะคนรวยกินเลยไม่อยากปล่อยให้ลูกชายของเขามายุ่งกับเธออีก”


            “เฮอะ!! ฉันก็จะฟ้องเหมือนกันว่าเลี้ยงดูลูกมาอีท่าไหนถึงได้ปล่อยให้ออกไปร่อนเร่ไม่มีเงินจะกินแล้วยังมีหลอกฉันอีกด้วย!


            “จ้าๆ~~” ยังไม่ทันได้สงบศึกดีกับเพื่อนรักตัวแสบ สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นเงารถสีทึมๆ ที่ขับตามมาผ่านกระจกหลัง


            มันเป็นรถแวนสีดำติดฟิล์มมืดสนิทมองไม่เห็นคนขับด้านใน แถมยังไม่มีป้ายทะเบียนอีกต่างหาก ดูยังไงก็ไม่น่าเป็นรถธรรมดาทั่วๆไป


            “แกว่ารถคันข้างหลังมันแปลกๆ มั้ย รู้สึกว่าตามมาสักพักแล้วนะ”


            “คงเป็นรถของพวกปาปารัซซี่ล่ะม้างงง อย่าคิดมากสิ! ฮะๆ ^_^


            “อะ...เออ มันก็จริง ฮะๆ ^_^;;” 


            วีวี่จึงลดความเร็วลงนิดหน่อย แถมยังเปลี่ยนมาขับเลนซ้าย แต่รถคันนั้นกลับไม่แซงไป แถมยังชะลอความเร็วเปลี่ยนมาขับเลนเดียวกับเราอีกต่างหาก


            “คิดในแง่ดี!! อาจจะเป็นกองทัพสื่อแบบที่เคยโดนบ่อยๆ ก็ได้ล่ะมั้ง ฮะๆ ^_^;;


            “นะ...นั่นสินะ ฮะๆ ^__^;;



            บึ้นๆๆๆ บื๊นนนนนนนน~~~~~


            ในขณะที่เราพยายามคิดแง่บวกให้มากที่สุด จู่ๆก็มีมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ขับมาขนาบรถเราทั้งสองฟาก คนขับใส่หมวกกันน็อคปิดหน้าตามิดชิดก่อนที่พวกมันจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและคว้าอะไรบางอย่างออกมา


            แว๊กกกกกก พวกมันมีปืนด้วยโว้ย! TOT


            “นะ...นักข่าวเดี๋ยวนี้มีปืนด้วยหรอวีวี่!!!


            “กรี๊ดดดดด ฝั่งแกก็ด้วยหรอ...หรือว่านี่จะเป็นแก๊งปล้นรถที่เค้าลือๆ กันในข่าว!!


            “โอ๊ยยยย แค่นี้ก็จนไม่มีจะกินอยู่แล้วโว้ยยย จนถึงกับต้องขับรถมาง้อผู้ชายเชียวนะ อย่าปล้นฉันเล้ยยย พลีสสสสส T/\T” ฉันยกมือไหว้ใส่พวกมันรัวๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล


            “ไม่แน่นะ อาจจะเป็นพวกเจ้าหนี้ที่แกเคยไปยืมๆ เงินมาก็ได้นะนามิ!!


            “กรี๊ดดดดดด แกไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน?!


            “ฉันเป็นเพื่อนรักแกนะ แล้วสรุปจริงหรือไม่จริงวะ!


            “เอ...ขอเช็คก่อนนะ ผ่อนค่ารองเท้ากับยัยรีเบคก้า ค่าแชร์ท้ายซอยเจ๊โรบิน ค่าข้าวหมาบ้านแฮนค็อก....”


            “นี่ข้าวหมายังต้องยืมชาวบ้านอีกหรอ ทุเรศจริ๊ง!!


            “เพดดิกรี ลิมิเต็ดอิดิชั่น เสริมขนฟูฟ่องให้น้องหมาเชียวนะ!!


            “จะฟูฟ่องก็ช่างมันเถอะ ฉันกับแกจะโดนเป่าดับอยู่แล้วเนี่ย ทำยังไงดี๊!!! TOT


            วีวี่ซึ่งเป็นคนคุมพวงมาลัยเสียสติไปแล้ว ฉันเองก็เหมือนกัน คงไม่รู้สินะว่าสภาพตอนที่ถูกปืนจี้ขนาบข้างสองฝั่งรถมันดูน่ากลัวขนาดไหน แล้วถ้าเกิดคนพวกนั้นเป็นพวกเจ้าหนี้ขึ้นมาจริงๆ ล่ะ ถ้าฉันถูกยิงอย่างน้อยก็ต้องเป็นศพเละๆ คาซากรถ รูปของฉันจะถูกแชร์ว่อนไปทั่วข้อหาไม่จ่ายค่าข้าวหมาให้เจ้าหนี้


            ตายเพราะข้าวหมาเนี่ยนะ...ทุเรศซะไม่มี!! TOT

           


            ฟุ่บ...

            ทันใดนั้นเองไอ้คนขับมอเตอร์ไซค์ก็เหยียดแขนชูปืนขึ้นเหนือหัวเหมือนจะทำอะไรสักอย่าง

            ระ...หรือว่าพวกมันจะยิงปืนขู่ให้เรากลัว!


            “กรี๊ดดดดด หมอบลงวีวี่!!” ฉันคว้าหัวยัยวีวี่ให้ก้มลงต่ำไม่ได้สนใจเลยว่ารถจะเสียหลักหรืออะไร ตอนนี้ต้องเอาความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งก่อนล่ะนะ!


            ปัง!!!...


            เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกันทั้งสองนัด เพราะเสียงดังมากยัยวีวี่เลยตกใจเหยียบเบรกกะทันหัน จนร่างของเราทั้งคู่กระเด็นไปชนคอนโซลหน้ารถ


            แถ่ดๆๆๆๆ... เสียงใครบางคนกำลังเดินตรงมาที่รถของเรา


            แกร่ก!


            ประตูรถฝั่งคนขับถูกเปิดผลัวะออกมาอย่างง่ายดาย ไอ้หัวหมวกกันนอคยกปืนขึ้นจ่อเราทั้งคู่ พอฉันคิดจะลากวีวี่หนีไปที่ฝั่งตัวเอง พวกของมันอีกคนก็รีบเปิดประตูฝั่งฉันเพื่อดักรอ


            “ฉะ...ฉันไม่มีเงินให้พวกแกหรอกนะ ปล่อยฉันไปเถอะ TOT


            “ทำเลวแบบนี้มันไม่ดี๊ไม่ดีนะ กลับตัวกลับใจซะเถอะ ขอร้องอย่าเอาชีวิตพวกเราไปเลยนะ =[]=!!

           

            “คุณนี่ไม่รับมุขของผมเอาซะเลย...” น้ำเสียงเนือยๆ ดังออกมาจากหมวกกันนอคฝั่งฉัน ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผลอะไรได้ มันก็ลากตัวฉันลงมาจากรถ


            “มุขบ้าบออะไรของแก! เอ๊ะ...เสียงนี่มัน หรือว่า...=_=;;


            “ขี้โวยวายหนวกหูเหมือนเดิมนะคุณ -_-” หมอนั่นถอดหมวกกันนอคออก เผยให้เห็นผมสีดำยาวซึ่งขึ้นนิดหน่อย ใบหน้าหล่อกวนประสาทที่ตายด้านไปแล้วไม่รู้กี่ชาติภพ แถมยังประโยคที่ดูเหมือนจะรู้จักฉันมาก่อน ฮะ...เฮ้ อย่ามาล้อกันเล่นน่า -O-;;


            “ลอว์!


            “ผมเอง -_-


            “ทำบ้าอะไรเนี่ย! ฉันกับวีวี่เกือบตายเพราะแผนติ๊งต๊องของนายแล้วนะ! ถ้าพลาดไปอีกนิดเดียวฉันอาจจะกลายเป็นศพอัดรถสภาพอนาถลูกตาประชาชีไปแล้วก็ได้! อ๊ะ...ปล่อยนะ จะลากฉันไปไหนเนี่ยยยย! TOT~~


            “นามิ! นี่! ปล่อยเพื่อนฉันนะ!” วีวี่พยายามลงจากรถแล้ววิ่งมาหาฉันแต่ลอว์กลับเร็วกว่า หมอนั่นรวบตัวฉันให้ขึ้นไปซ้อนบนมอเตอร์ไซค์คันเดิม หยิบหมวกกันนอคใส่ให้ฉันแล้วสตาร์ทเครื่อง


            “เฝ้าผู้หญิงคนนั้นกับรถคันนี้ไว้ ฉันจะพายัยนี่ไปคฤหาสน์” ลอว์สั่งการคนที่เหลือ ยิ่งทำให้ดูเหมือนหมอนี่เป็นคุณชายจากตระกูลดังเข้าไปเรื่อยๆ  แตกต่างจากคนขับแท็กซี่ง่อยๆ ที่ฉันเคยรู้จัก


            บรื๊นนนนนนนนนนนนนน...


            จู่ๆ หมอนั่นก็ออกรถเร็วจนฉันซึ่งนั่งซ้อนท้ายโง่ๆ และยังไม่ชินกับหมวกกันนอคเพราะทำให้ทรงผมเสียทรงแทบจะเซพรืดตกท้ายรถ ด้วยสัญชาติญาณการเอาชีวิตรอด มือทั้งสองข้างจึงเหยียดออกไปกอดเอวหมอนั่นไว้อย่างอัตโนมัติ


            “กรี๊ดดดดดดดด ใจคอจะฆ่ากันให้ตายรึไง TOT!!!


            “เร้าใจกว่าแท็กซี่ใช่มั้ยล่ะ -_-


            “เร้าใจกะผีน่ะสิ! แล้วทำไมไม่นอนรอที่บ้านดีๆ ให้ฉันไปหายะ!


            “ก็ใครจะรู้ล่ะ คุณอาจจะเปลี่ยนใจไม่อยากมาเจอผมแล้วก็ได้”


            “...”


            “ผมก็เลยต้องทำแบบนี้เพื่อให้แน่ใจไงล่ะ ว่าคุณจะมา”

           

            


            ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก...


            เสียงเข็มจากนาฬิกาเรือนใหญ่ดังก้องท่ามกลางห้องโถงขนาดใหญ่ที่แสนเงียบเหงา คฤหาสน์เก่าแก่ตามแบบฉบับของผู้มีอันจะกินแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก เพียงแต่...


            ที่นี่มันที่ไหนกันล่ะเนี่ยยยยยยย =[]=!!!


            ลอว์! ไอ้หมอนั่นมันทิ้งฉันไว้ในคฤหาสน์ที่ใหญ่กว่าบ้านตัวเองตั้งสิบเท่า ก่อนที่ตัวเองจะหายวับไปไหนก็ไม่รู้แถมพวกเมดหรือคนรับใช้ก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนกันหมด ถึงฉันจะรวยแต่ก็ไม่ได้เก่งเรื่องการรู้ทิศทางของบ้านคนอื่นนะโว้ยยยย TOT


            ขณะกำลังเดินไปหงุดหงิดไป ฉันก็พบว่าตัวเองเดินหลงมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ มองไปรอบตัวรู้สึกเหมือนจะเป็นโซนส่วนตัวที่ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามานัก


            เอ๊ะ! หรือว่าจะเป็นห้องเก็บตู้เซฟ!! *0*


            แถ่ดๆๆๆๆ

            แหย่บๆๆๆ

            ดุ๊กๆๆๆๆ


            สองเท้าที่สวมส้นสูงสี่นิ้วปรับสภาพให้เคลื่อนตัวได้อย่างคล่องแคล่วไร้เสียงชนิดที่จอมโจรคิดหรือลูแปงยังเทียบไม่ติด(โว้ะ) เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตชนิดใดอาศัยอยู่ในห้องนั้น ฉันก็ค่อยๆ เลื่อนมือไปยังลูกบิดประตูที่ทำจากทองคำแท้ (แหม่! น่าขุดไปขายต่อจริงๆ *0*)


            แกร็ก!


            โฮ่~~ ประตูก็ไม่ได้ล็อคซะด้วย...ว่าแต่คนบ้านนี้เก็บสมบัติกันง่ายไปรึเปล่าวะ? กล้องวงจรปิดก็ไม่มี สัญญาณเซนเซอร์ตรวจจับขโมยก็ไม่มี….


            ช่างมันเถอะ!...สมบัติของพวกนาย ฉันขอไปเป็นค่าทำขวัญที่ถูกหลอกมาตลอดหลายเดือนนี้ก็แล้วกันนะ J


            ประตูบานนั้นถูกเปิดออกจนสามารถมองเห็นทุกสิ่งอย่างภายในห้องได้อย่างชัดเจนทว่าสิ่งที่ฉันคิดกลับไม่ได้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็นสักเท่าไหร่...


            ที่นี่มันที่ไหนกันล่ะเนี่ยยยยยยย =[]=!!!


            ตู้เซฟเหล็กขนาดมหึมาซึ่งควรบรรจุเงินจำนวนหลายร้อยล้านเบรี บานกระจกใสที่น่าจะมีเครื่องเพชรอัญมณีนอนเปล่งประกายอยู่ในนั้นหรือแม้แต่ของเก่าแก่หายากที่สะสมมาจากทั่วทุกมุมโลก...ทุกอย่างที่มันควรจะปรากฏอยู่ตรงหน้า กลับพาฉันมายังที่ๆ หนึ่งซึ่งมันไม่ควรจะมีอยู่ในตัวคฤหาสน์


            มันคือ...สวนเรือนกระจก!


            ทั้งโดมกระจกใสที่ออกแบบให้สามารถมองเห็นวิวท้องฟ้าด้านบน และแมกไม้นานาพรรณขึ้นกระจายจนแน่นหนาสภาพไม่ต่างจากป่าอะเมซอน นี่ถ้ามีงูอะนาคอนด้าโผล่ออกมาฉันจะไม่แปลกใจเลยทีเดียว -_-;


            แซ่กๆๆๆ


            ระ...หรือว่ามันจะมีอยู่จริงๆ O_O!!


            ผลุบ!


            “กรี๊ดดดดดดดดด งู!! TOT!!


            “โอ๊อีแม่!! ไหนๆๆๆ ไหนงู! OoO!!”  ร่างสูงผอมกะหร่องในชุดคนสวนเปรอะเปื้อนคราบดินและหมวกสานเก่าๆ ร้องเสียงหลงจนฉันต้องหยุดกรี๊ดแล้วสำรวจสภาพของอีกฝ่ายอย่างละเอียด


            “อ้าว...ที่แท้ก็ลุงนี่เอง นึกว่างู -_-


            “เฮ้ย! อิหนูนี่ เข้ามาในสวนนี้ได้ยังไง!” ลุงเบิกตาโพลงก่อนจะใช้กรรไกรตัดหญ้าชี้หน้าฉัน


            “ฉันเป็นเพื่อนที่คุณชายลอว์พามาค่ะ แต่ว่าดันหลงทาง คฤาสน์บ้านนี้มันยังไงกันแน่เนี่ยลุง”


            “อ้อ...เพื่อนของลอว์...เอ๊ย นายน้อยเองเรอะ” ลุงหัวเราะเหอะๆ ก่อนจะหันไปตัดต้นไม้แถวๆ นั้นต่อ


            “อย่าบอกนะคะว่าลุงดูแลมันทั้งหมดคนเดียว” ฉันมองไปรอบๆ สวน มีทั้งดอกไม้หลากสีที่ปลูกไม่ได้ง่ายๆ และยังมีสมุนไพรแปลกๆ ไหนจะไม้เลื้อยไม้ประดับขึ้นเต็มไปหมด อันที่จริงมันเป็นสวนที่สวยงามมากเลยทีเดียว


            “มันเคยเป็นของคุณผู้หญิงที่เสียไปน่ะ คุณท่านเธอชอบปลูกต้นไม้มากจนนายท่านต้องสร้างเรือนกระจกให้โดยเฉพาะ”


            “หมายถึงพ่อกับแม่ของลอว์น่ะหรอคะ....แล้วลุงไม่เหนื่อยแย่หรอคะ ดูแลขนาดนี้”


            “ปกติก็มีคนสวนประจำล่ะนะ ฉันเป็นพวกคนงานพาร์ทไทม์น่ะ =O=;;” ฉันเออออไปตามลุง แม้จะคิดว่าลอว์ต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ใครมันรับสมัครคนใช้แบบพาร์ทไทม์กันบ้างวะ


            “แม่หนูคงเป็นคนที่อยู่กับนายน้อยตอนที่เขาออกจากบ้านไปสินะ”


            “อะ..เอ่อ ว่าแต่ลุงรู้ได้ยังไงคะเนี่ย =O=?


            “ตั้งแต่นายน้อยหนีออกไปคุณท่านก็ใช้อำนาจทุกวิถีทางไม่ให้เขาสมัครเข้าทำงานที่ไหนได้เพื่อจะได้จนตรอกและกลับมาบ้าน แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่กลับ จนกระทั่งมีข่าวว่าเขากำลังจะหมั้นกับผู้หญิงคนหนึ่ง”


            “มันเป็นละครที่ฉันขอให้เขาช่วยเพื่อยื้อชีวิตของกิจการเองค่ะ”


            “แม่หนูก็เลยมาที่นี่เพื่อจะได้เห็นกับตาตัวเองใช่มั้ย ว่าตัวตนที่แท้จริงของนายน้อยเป็นใคร” ฉันพยักหน้า...


            “แต่ฉันไม่เข้าใจเลย ทั้งที่หมอนั่นรวยออกขนาดนั้นแท้ๆ ทำไม...”


            “แม่หนูเคยได้ยินคำว่าอกหักครั้งเดียวเหมือนพังไปทั้งชีวิตมั้ยล่ะ”


            “อกหัก...งั้นหรอคะ? =[]=” ลุงไม่ตอบอะไร ก่อนจะเดินไปเด็ดกล้วยจากต้นข้างๆ ขึ้นมาปลอกเปลือกเข้าปาก เอ๊ะ...ลุง เดี๋ยวฉันก็ฟ้องเจ้าของบ้านซะหรอก -_-;


            ลุงคว้าอะไรติดมือกลับมาด้วยจากเก้าอี้ที่พักข้างๆ แล้วยื่นให้ฉัน


            มันคือหนังสือพิมพ์ที่ว์ข่าวการแต่งงานของใครสักคน พวกคนรวยๆ มีเงินมากพอจะซื้อหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เพื่อประกาศความรักให้คนทั้งโลกรู้อยู่แล้วและใช่...


            มันเป็นข่าวงานแต่งงานของผู้หญิงคนหนึ่ง...ผู้หญิงที่ชื่อ จีเวลรี่ บอนนี่...


            ด้วยใบหน้าที่สวยแปลกและเส้นผมสีชมพูแจ๋นทำให้ฉันจำได้ทันทีว่าเธอเป็นลูกสาวนักธุรกิจที่ทำกิจการเกี่ยวกับภัตตาคารระดับห้าดาวทั่วโลกแถมเธอยังเป็นนักชิมลิ้นทองที่ร้านอาหารทุกร้านต่างก็แย่งตัวให้เธอไปวิจารณ์


            เอ๊ะ...อย่าบอกนะว่าลอว์กับผู้หญิงคนนี้!! O[]O!


            “ครอบครัวของคุณบอนนี่กับนายน้อยทำงานร่วมกันมาหลายรุ่น สองคนนั้นรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่แล้วเมื่อต้นปีคุณบอนนี่กลับตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายอีกคน แม่หนูคงเข้าใจใช่มั้ย...ว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น”


            “...”


            “ลูกชายคนเดียวของตระกูลทราฟาลก้าลาออกจากแพทย์ที่ตัวเองเป็นเจ้าของโรงพยาบาลและปกปิดชื่อเสียงเพื่อหนีไปให้ไกลจากความเจ็บปวด แน่นอนว่าคุณท่านคัดค้านที่นายน้อยทำตัวเป็นไอ้ขี้แพ้ออกไปเตะฝุ่นเหมือนยาจกเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว”


            ความจริงใหม่ที่ฉันเพิ่งได้รู้มันเหนือความคาดหมายกว่าการที่ลอว์เป็นคุณชายเสียอีก เขายอมทำลายอนาคตตัวเอง และทุกสิ่งที่ตัวเองมีเพียงเพราะความรักที่มีต่อผู้หญิงคนนั้นงั้นหรอ...


            ความจริงที่ซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าตายด้าน ความจริงที่เขาไม่คิดจะเอ่ยปากพูด...


            “แม่หนูคงตกใจมากเลยสินะ”


            “ก็...ก็...นิดหน่อยน่ะค่ะ” ไม่หรอก ความจริงคือมันโคตรจะหักมุมสุดๆ เลยต่างหากล่ะ!


            “แต่ขอบคุณนะที่พาเด็กแสบคนนั้นกลับบ้าน ถ้าไม่มีแม่หนู ฉันก็คงหาตัวเจ้าบ้านั่นไม่เจอหรอก” ลุงยิ้มทั้งที่ปากยังเคี้ยวกล้วยหยับๆ คำพูดของลุงดูแปลกออกไป เหมือนไม่ใช่คนสวนธรรมดาๆ อย่างนั้นแหละ...



            แอ๊ดดดดด...


            ประตูทางเข้าเปิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงเดินที่มีจำนวนอย่างต่ำห้าหกคนกรูเข้ามา คนสองคนที่เดินนำหน้านั้นโดดเด่นกว่าใครเพื่อน เส้นผมสีชมพูแจ๋นตัดกับสีเขียวของต้นไม้ทำให้ฉันจำผู้หญิงคนนั้นได้ในทันที


            เธอสวมชุดหนังและรองเท้าบูธส้นแหลมเหมือนเจ้าแม่แก๊งค์ยากูซ่าที่เดินนำทัพลูกน้องก็ไม่ปาน ตามมาด้วยร่างสูงที่ฉันเพิ่งจะห่างจากหมอนั่นไปไม่นาน...


            “ลอว์! O_O


            “นามิ คุณมาทำอะไรที่นี่...” ลอว์มองฉันอย่างตกใจและกำลังจะเดินมาหาฉันแต่ผู้หญิงที่ชื่อจีเวลรี่ บอนนี่คนนั้นกลับไวกว่า


            “อยู่ที่นี่เอง หนูตามหาแทบแย่แน่ะ L” เธอเดินปรี่ผ่านหน้าฉันเข้าไปหาลุงคนสวนพร้อมกับยิ้มหวาน “แอบมาทำสวนอีกแล้วหรอคะ แหม...ใช้ให้พวกคนงานมาทำให้ก็ได้นี่คะ”


            “อยู่เฉยๆ มันน่าเบื่อน่ะ ฉันก็อยากจะหาอะไรทำบ้าง” ลุงหัวเราะร่วน


            เอ๋?! นี่มันอะไรกันเนี่ย แล้วทำไมยัยนั่นถึงเข้าไปแอ๊วลุงล่ะ...นี่หล่อน คั่วกับคนงานมันจะไม่ฉาวไปหน่อยเรอะ =[]=


            ฉันหันไปหาลอว์และหมอนั่นก็ทำหน้าเรียบเฉยไม่มีท่าทีหึงหวงหรือตกใจอะไร ก่อนที่หมอนั่นจะพูดขึ้นช้าๆ


            “นามิ...นี่คือทราฟาลก้าร์ แฮรอน”


            “ทรา....ทราฟาลก้าร์ O[]O?”

 

“ไม่สิ...ถ้าจะให้ถูกคือหัวหน้าตระกูลทราฟาลก้าร์และใช่เขาคือพ่อของผมเอง -_-



            ว้อทเดอะฟัคคคคคคคคคคคคคคคคค =[]=!!



            [100%]








TALK WITH WRITER

ขอโทดที่มาอัพช้านะค้า ติดเรื่องกิจกรรมรับน้องค่าาา เป็นรุ่นพี่แล้วงานเยอะจริงๆ 

ไม่มีเวลาว่างเท่าไหร่เลย เดี่ยวส.ค.นี้ก็เปิดเทอมแล้ว โอ้ยยยยยยย 

จะพยายามหาเวลามาลงนะคะ ใกล้จะจบเข้าไปทุกทีใจหายจัง TOT



O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

306 ความคิดเห็น

  1. #300 -ymmij (@-ymmij) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 15:11
    ทำพาร์ทไทม์ในคฤหาสน์ตัวเอง 55555555
    #300
    0
  2. #276 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 13:25
    บ้านนี้เจาเป็นอะไรกัน 55555555555555
    #276
    0
  3. #249 diamonside (@diamonside) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 01:17
    แยบยล5555
    #249
    0
  4. #196 โลลิค่อน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 21:40
    คุยมาตั้งนานที่แท้ก็คือพ่อลอว์นี้เอง555^------^
    #196
    0
  5. #145 ◇ ZAICO ◇ (@soraaki) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 08:33
    555555 โอ้ย น่ารัก ลอว์เท่กระชากใจมากฮือออออ
    #145
    0
  6. #106 torao-d-water (@torao-d-water) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 14:03
    WTF.นี้ลุงเป็นพ่อลอว์เองเรอะนึกว่าคนสวนจริงๆสะอีก
    ต่อไว้ๆนะไรท์
    #106
    0
  7. #105 Tell1037 (@tell1037) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 11:13
    ขำที่นามิบอกจะฟ้องเจ้าของบ้าน555555 โอ้ยยย นั่นเจ้าของบ้านแหละค่าาา
    #105
    0
  8. #103 BNRB (@lookmeesecret) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 20:52
    55555555545 แจ็กพ็อตตรงที่ลุงคนสวนคือพ่อของลอว์นี่แหละ นามิตกใจเฟ่ออออออ โธ๋ลอว์น่าสงสาร บอนนี่แต่งงานกะใครหว่าาาาาาโอ้ยยยลอว์น่ารักกกกกกก
    #103
    0
  9. #102 _NesZaZa_ (@_NesZaZa_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 20:47
    ลอว์เริ่มแลดู น่าร้ากกกกกกกกกก
    #102
    0
  10. #100 Kangsadan Thaweesub (@fiidomgalz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 03:20
    กี๊ดดดดดด ขุ่นหมอ ชูป้ายไฟรัวๆ
    #100
    0
  11. #99 Tell1037 (@tell1037) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 17:26
    โอ้ยยย ลอว์น่ารักกกก ชอบบบแรงงง
    #99
    0
  12. #98 _NesZaZa_ (@_NesZaZa_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 17:01
    ค้างง่าาาาา ต่อเร็วน้าาาา
    #98
    0
  13. #97 แล้วแต่ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 15:39
    ต่อเร็วนะไรท์รออ่านอยู่
    #97
    0
  14. #96 BNRB (@lookmeesecret) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 11:33
    ค้างงงงงงงงงง อ้ากกกกกกกกลอว์เล่นอะไรเนี่ยยยย นามิเกือบหัวใจวายยยย แค่แหม ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะให้แน่ใจว่านามิจะมาหาจริงๆ แอบหลงรักนามิแล้วละสิลอว์ 5544 รีบๆมาแต่งต่อน้าไรต์จ๋าา
    #96
    0
  15. #95 PPOONIES (@hasekava) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 11:18
    โอ๊ย เขินนน ค้างงงงด้วย มาต่อเร็วๆนะคะไรต์
    ตามเรื่องนี้มาตั้งแตตอนแรกๆแล้ว แต่มีช่วงนึงพอไรต์หยุดอัพไปนานก็เลยลืมๆเนื้อหาไปแล้ว
    นี่กลับไปตามอ่านใหม่แต่ต้นสนุกมากๆเลยค่ะ
    แล้วเรื่องก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยด้วย
    โอ้ย ระทวยกับลอว์มากจริงๆ รีบมาต่อนะคะ พลีสส ติดตามอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ
    #95
    0
  16. #93 mook12098 (@mook12098) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 10:47
    ลอว์ นายมาแบบที่ทำร้ายหัวใจดวงน้อยๆของนามิมั่กๆเลย555555555555//มาต่อไวๆนะ
    #93
    0