ONE PIECE. - LOVELY TAXI METER.

ตอนที่ 1 : INTRO {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    14 มิ.ย. 58


INTRO : LOVELY TAXI METER



พรหมลิขิตทำให้เราได้เจอกัน

แต่หลังจากนั้น ... เวรกรรม’ ล้วนๆ

 



            ตอนเด็กๆ คุณฝันอยากเป็นอะไรครับ?

            คำถามนี้ทำให้หัวใจของเด็กๆ พองโตและเอ่อล้นไปด้วยความฝัน พวกเขาจะมีความสุขมากเมื่อถูกถาม

ไม่ว่าจะเป็นนักดับเพลิง ตำรวจ ทหาร ผู้พิพากษา คุณครูหรือแม้แต่พ่อครัว พวกเขาตอบออกมาอย่างไร้เดียงสา โดยไม่คิดว่าในอนาคตอาชีพพวกนั้นจะกลายเป็นเพียงความยุ่งยากที่เราต้องตะเกียกตะกายขึ้นไปคว้ามัน

            และใช่ครับ...หนึ่งในอาชีพที่เด็กๆ ทุกคนใฝ่ฝันนักหนา

            รวมถึงตัวผมเอง...

            นั่นคืออาชีพ หมอ

           

 

 

 


            แกรนด์ ไลน์ ทาวน์ คือเมืองที่เต็มไปด้วยความเจริญที่สุดของที่สุด พวกเขามีอุตสาหกรรมและท่าเรืออันดับหนึ่ง ผู้คนนิยมเสื้อผ้าราคาแพง ขับรถสปอร์ต หลงใหลไปกับความหรูหราและอำนาจเงินทอง

แต่หากคุณเบื่อหน่ายกับความหรูหราและชีวิตที่แสนศิวิไลซ์ ให้ขับรถข้ามสะพานมายังอีกฝั่งของเมือง มีแต่โรงงานอุตสาหกรรม ซากเหล็กและเนินขยะท่วมสูง อัดแน่นไปด้วยมลพิษ

ไม่นานนักคุณจะมองเห็นตึกเก่าอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี ที่เต็มไปมีคราบตะไคร่เกาะและถ้อยคำหยาบคาย ล้อมรอบด้วยรั้วเหล็กสีดำทะมึนหักงอไม่เป็นรูป

และป้ายเหล็กขึ้นสนิมที่ส่งเสียงกึงกังยามลมพัดผ่าน...

 

บริษัทขนส่งมวลชน MUGIWARA TRANSPORT

 


กรอกใบสมัครครั้งที่สอง...

            คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ ผมกำลังทำมันอยู่จริงๆ แม้ปากกาที่ใช้กรอกจะเป็นเพียงปากกาตราม้าราคาถูกและแบบฟอร์มที่มีคราบซอสเลอะตรงมุมกระดาษ

            ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีกลิ่นอับ เต็มไปด้วยคราบสีเขียวตุ่นๆ  จนดูไม่ออกว่าผนังจริงเป็นสีอะไร บนโต๊ะทำงานไม้ที่ปลวกแทะจนพรุนมีแมลงสาบสองสามตัววิ่งผ่าน ซากกล่องอาหารและโฟมถูกสุมไว้ที่มุมห้อง ทำให้ผมต้องย่นจมูก

            นี่เราคิดถูกแล้วจริงๆ หรอ ที่มาสมัครงานที่นี่?

           

 

            ใบสมัครงาน

ชื่อ ทราฟาลก้า ลอว์ อายุ : 25 ปี

            เกิด : 6 ต.ค. 19xx

            ความสามารถพิเศษ เรียนรู้ได้เร็ว มีสติ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

            อาชีพก่อนหน้า (ถ้ามีโปรดระบุ) ศัลยแพทย์

            สาเหตุที่ออกจากงานก่อนหน้า (ต้องระบุ) : ………………………

           

             

            ต้องระบุ ??

            แม่ง...จะอยากรู้เรื่องของคนอื่นไปทำไมกัน แค่เกิดมาหายใจเข้าออกบนโลกไปวันๆ ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว

            “ไม่เขียนได้มั้ย” ผมเงยหน้าถามอีกฟากของโต๊ะ เก้าอี้นวมตัวเก่าหมุนกลับมา เสียงเอี๊ยดๆ ของมันสร้างความหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

            “ไม่ได้” ริมฝีปากคลี่ยิ้มจนเห็นฟันครบทุกซี่ เขาคือเจ้าของสถานที่แห่งนี้ ที่สุดท้ายในโลกที่ผมจะมาเหยียบที่นี่

            “อยากรู้ไปทำไม -_-

            “ฉันชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นน่ะ *O*” อีกฝ่ายไม่ละเลิกความพยายาม บนโต๊ะทำงานมีป้ายเหล็กวางอยู่ด้านหน้าพร้อมกับชื่อของคนๆ นั้น


            มังกี้ ดี ลูฟี่ – CEO OF MUGIWARA TRANSPORT


          เฮอะ...สภาพแบบนี้ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าซีอีโอได้อีกเรอะ -_-^^^

ต่อให้แกรนด์ ไลน์ ทาวน์เจริญรุ่งเรืองแค่ไหน ก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่เผชิญกับพิษเศรษฐกิจจนตกต่ำเจ๊งแหล่มิเจ๊งแหล่เหมือนกับที่นี่ แต่ผมมีทางเลือกที่ไหนล่ะ


ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ผมสมัครมายี่สิบเก้าที่แล้ว...ไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงานเลย อพาร์ตเม้นท์ก็ค้างค่าเช่าไว้ตั้งสามเดือน เงินเดือนก้อนสุดท้ายจากที่ทำงานเก่ากำลังจะหมด ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังต้องไปใช้ชีวิตในสลัมหรือวณิพกพเนจรแถวสะพานลอยแน่ๆ

“นายกำลังคิดว่าไม่ควรมาที่นี่สินะ” ไอ้นี่...ถึงจะดูบื้อๆ แต่ก็อ่านใจคนอื่นออกแฮะ

“สภาพบริษัทแบบนี้ ฉันแปลกใจที่นายยังอยู่ได้”

“ฉันก็แค่บริษัทนายหน้า คอยหาคนงานให้บริษัทขนส่งย่อยๆ ตามเมืองต่างหาก”

“...”

            “หือ? เคยเป็นหมอมาก่อนงั้นหรอ”  คนสวมหมวกฟางยื่นหน้ามาอ่านใบสมัครอย่างถือวิสาสะ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าต้องทำงานกับคนไม่มีมารยาทพวกนี้

            “เออ”

            “ว้าว สนใจทำงานตำแหน่งไหนล่ะ O_O” นายหมวกฟางประทับตราและเซ็นชื่อยินยอมโดยไม่แม้แต่จะอ่านข้อมูลที่กรอกเสร็จเรียบร้อย (แล้วเอ็งจะเอาสาเหตุบ้าๆ พวกนั้นไปทำไมวะครับ)

            “อะไรก็ได้ แต่ไม่เอาขับรถ”

“งั้นนายไปขับรถแท็กซี่” อะ...ไอ้นี่ฟังผมพูดอยู่รึเปล่าเนี่ย?? =[]=^^

            “บอกว่าไม่เอาคนขับรถไง -_-

            “อ๋อ...” ลูฟี่พยักหน้าช้าๆ (เหมือนจะ) เข้าใจ “นายไม่อยากขับรถสินะ”

            “( - - )(_ _)( - - )(_ _)” พยักหน้ารัวๆ

“งั้นพรุ่งนี้เข้าทำงานได้เลย ศูนย์แท็กซี่อยู่ไม่ไกลนี่เอง”

ชิท!! มันไม่เข้าใจที่ตรูพูดเลยต่างหาก!! -_-+++

“ดะ...เดี๋ยวเซ่!!” คนสวมหมวกฟางเดินตัวปลิวออกไปจากห้อง ทิ้งให้ยืนเอ๋อรับประทานอยู่ห้องเน่าๆ ที่น่าขยะแขยงนี่

ผมหยิบใบสมัครงานที่ถูกประทับตรายืนยันเรียบร้อยขึ้นมาดูแล้วถอนหายใจ

 

'สาเหตุที่ออกจากงานก่อนหน้า (ต้องระบุ) : อกหัก'

 

อาชีพที่สองของทราฟาลก้า ลอว์ เริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้ ...คนขับรถแท็กซี่




.

.

.

.


เอาล่ะ...

ผมจะถามคุณอีกครั้งแล้วกันนะ

ตอนเด็กๆ ...คุณฝันอยากเป็นอะไรครับ?         






            มันเป็นคำถามที่ไร้สาระจริงๆ นะ

            ทุกครั้งที่มีคนมาถามว่า โตขึ้นฉันอยากเป็นอะไร

            ฉันจะบอกว่าฉันไม่อยากทำอะไรเลย แค่ใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทอง ซื้อทุกอย่างที่อยากได้ ไปในทุกที่ที่อยากไป อาชีพอะไรพวกนั้นมันไม่สำคัญหรอก

            เพราะคุณต้องเหน็ดเหนื่อยกับมันเพื่อหาเงิน สุดท้ายก็ตายอย่างโดดเดี่ยว และในเมื่อฉันยังมีชีวิตอยู่ทำไมเราถึงไม่ใช่ชีวิตให้มันสุดเหวี่ยงไปเลยล่ะ?

            “ลุง ฉันสวยรึยัง” ฉันหันไปถามชายวัยกลางคนปลายๆ ที่คล้องแขนอยู่ ตรงหน้าประตูโบสถ์ในชุดสีขาวสะอาดบริสุทธิ์

            เพราะวันนี้...เป็นวันแต่งงานของฉัน

            “คุณหนูสวยมากครับ ฮือๆ T^T” ลุงเก็นโซ หัวหน้าพ่อบ้านเก่าแก่ผู้ดูแลฉันมาตั้งแต่เด็กราวกับพ่ออีกคนหยิบผ้าเช็ดหน้าสีแหววออกมา

            “จะร้องไห้ทำไมเนี่ย ฉันแต่งงานนะไม่ได้ไปตาย =[]=^” ช่อดอกลาเวนเดอร์ตีเข้าที่แขนเบาๆ

            “ผมแค่ดีใจน่ะครับ ในที่สุดครอบครัวเราก็จะผ่านวิกฤตินี้ไปได้สักที”

            “วิกฤติบ้าบออะไร ฉันก็แค่ช่วงขาลงเท่านั้นเอง”

            “คุณหนูรักเค้าจริงๆ หรอครับ”

            “เฮอะ ต่อให้เจอรักแท้กับขอทาน ฉันขอเลือกคนที่ให้เงินใช้ยันชาติหน้าดีกว่า =^=

            “แม้คุณหนูจะไม่ได้รู้สึกอะไรงั้นหรอครับ”

            “เงียบซะ เก็นโซ” ฉันพูดเสียงขุ่น


            ความรักงี่เง่าอะไรนั่น มันไม่จำเป็นหรอก

            สามเดือนที่ผ่านมามีข่าวการล้มละลายของบริษัทกระจายไปทั่ว บ้างก็ว่าเพราะฉันเอาเงินไปเข้าบ่อนจนติดหนี้ถล่มทลาย บ้างก็ว่าเพราะฉันไปยุ่งกับพวกมาเฟียนอกรีต 

            แต่นั่นไม่ใช่แค่เรื่องปรุงแต่งที่สื่อทำขึ้นมา

บริษัทท่าเรือโคโคยาชิของฉันกำลังล้มละลาย เพราะแกรนด์ไลน์ ทาวน์เป็นเมืองแข่งขันทำให้มีบริษัทคู่แข่งมากมายเกิดขึ้น ฉันชะล่าใจมากเกินไปจนเกิดการยักยอกเงินและทุจริตขึ้น

            พวกสื่อต่างขุดคุ้ยข่าวไม่หยุด และเพื่อรักษาทุกอย่างเอาไว้ สิ่งที่ต้องทำคือแต่งงานกับเศรษฐีรวยๆ สักคนเพื่อกอบกู้ฐานะเอาไว้

            เพราะแม้แต่สลึงเดียวฉันก็ไม่ยอมเสียย่ะ!


            ไม่นานนักประตูโบสถ์ก็เปิดออก ทว่าไม่มีเสียงเพลงจากวงออเคสตร้า สีหน้ายิ้มแย้มของแขกกลับกลายเป็นซีดเผือด สุดปลายทางมีบาทหลวงยืนอยู่ตรงแท่นพิธีและ...

            หืม?

            เจ้าบ่าวหายไปไหนน่ะ -_-;

            “คุณ...คุณหนูครับ =O=;;” ฉันปล่อยมือเก็นโซและเดินลากกระโปรงยาวห้าเมตรที่พะรุงพะรังสุดๆ มาบนแท่นพิธี

            “คุณพ่อคะ หนูว่าต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ปกติเจ้าบ่าวต้องมายืนรอเจ้าสาวตรงนี้ไม่ใช่หรอ...คะ?” ฉันฉีกยิ้มใส่บาทหลวงที่ยืนเหงื่อตกและทำท่าเหมือนจะเป็นลม

            “เสียใจด้วยนะลูก พ่อเกรงว่า...”

            “เกรงว่าอะไรคะ -_-”  โอ๊ยยยย รีบๆ พูดมาเถอะ ฉันไม่อยากเห็นตัวเองต้องกระโดดฆ่าบาทหลวงต่อหน้าคนนับร้อยหรอกนะ

            “เจ้าบ่าว...เจ้าบ่าวเค้า...”

            “เจ้าบ่าวทำไม!” ในที่สุดก็หมดความอดทน ฉันกระชากคอเสื้อบาทหลวงเข้ามาใกล้และเขย่าไปมา จนบอดี้การ์ดต้องเข้ามาแยกออกแต่พวกนั้นก็ถูกฉันซัดกระเด็นลงไปนอนหงายกับพื้น

            “แอ่ก...พ่อจะตายแล้วลูก TOT

            “ก็บอกมาสิโว้ยยยยย เจ้าบ่าวหายไปไหน!!!” ฉันเขย่าแรงเข้าไปอีก

            “เจ้าบ่าวหนีไปแล้วครับ!!” ในที่สุด หนึ่งในบอดี้การ์ดก็รวบรวมความกล้าพูดขึ้น

            “ว่าไงนะ...”

            “จริงๆ ครับ คุณเอลราโด้เพิ่งปฏิเสธการแต่งงานไปเมื่อห้านาทีก่อนนี่เองครับ” ฉันปล่อยคอเสื้อจากบาทหลวงแล้วหันไปหาบอดี้การ์ดคนนั้นแทน     

            “ปฏิเสธการแต่งงาน?” กับผู้หญิงที่อ่อนโยน จิตใจดีและมีเมตตาอย่างฉันเนี่ยนะ!!!

            “เอ่อ...คุณเอลราโด้ได้ทิ้งข้อความไว้ให้คุณหนูด้วยนะครับ” บอดี้การ์ดผู้กล้า(?) ยื่นกระดาษโน้ตมาตรงหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ

            หายใจเข้าลึกๆ ...ฉันพยายามบังคับกล้ามเนื้อใบหน้าให้เรียบนิ่งที่สุด ใจเย็นสินามิ อย่าเพิ่งหัวเสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง บางทีมันอาจจะเป็นมุขตลกก็ได้

         

ที่รัก ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้จริงๆ  ขืนแต่งงานกับคุณไปผมต้องกินแกลบแน่ๆ ผมเชื่อว่ายังมีผู้ชายอีกมากให้คุณเลือก ขอให้โชคดี 

          ปล. นี่ไม่ใช่มุขตลก

                                                                                                เอลราโด้

 

            แกร๊บบบบ!!!

            กระดาษโน้ตถูกขยำจนยู่ยี่ พวกบอดี้การ์ดเริ่มถอยไปหลบอยู่หลังบาทหลวงอย่างรู้งาน เพราะคุณหนูของเขาเวลาโกรธนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าภูเขาไฟฟูจิระเบิดเสียอีก

            “กละ...กล้าดียังไง ไอ้ผู้ชายเฮงซวย”

เก็นโซรีบบอกให้แขกคนอื่นๆ ออกจากงานโดยเร็วที่สุด เพราะไม่รู้ว่าคุณหนูของเขาจะสร้างความเสียหายให้กับที่นี่มากแค่ไหน

เผลอๆ โบถส์หลังนี้อาจจะเสียหายหนักยิ่งกว่าโดนแผ่นดินไหวขนาดเจ็ดริกเตอร์เสียอีก!!

            “คุณหนู...ใจเย็นๆ นะครับ”

            “อย่าเพิ่งระเบิดนะครับ คุณหนู”

            “ผมยังไม่อยากตาย YOY;;

            “เย็นเถอะลูก เห็นแก่พระเจ้าเถอะ TOT” 

            “...ฉันจะฆ่าแก โฮกกกกกก!!!

                       

            

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

306 ความคิดเห็น

  1. #263 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 02:58
    ชอบมากเลยค่ะ
    #263
    0
  2. #193 โลลิค่อน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 21:19
    สนุกค่ะ
    #193
    0
  3. #189 Fhawa_wa (@Fhawa_wa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 17:28
    ฮามากค่ะ ชอบๆ
    #189
    0
  4. #176 }-Nm'K-{ (@runrun-cat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:55
    ขำจนปวดท้อง ฮามากค่----5555555
    เเอบตะหงิดนิดหน่อยที่เจออิโมติค่อนเยอะพอตัว---แต่ไม่ ไม่เป็นไร เนื้อเรื่องดี เราให้ผ่านสามนิ้ว (?) เลยค่ะ 55555
    ชอบมากเลยค่ะ เนื้อเรื่องดีงามกระแทกใจสุดๆ
    ลอว์ก็น่าวงวารมาก ตกงานเพราะอกหัก..โธ่ อิหมอของเรา---#
    ทางด้านนามิก็น่าวงวารไม่ต่างกันค่ะ นกผู้เพราะผู้ชายกลัวแกลบ.
    คือไม่รู้ขำหรือเห็นใจดีเเล้วจุดนี้---555555

    จะติดตามเรื่อยๆ นะคะ! อาจจะไม่ค่อยเมนต์เพราะเน็ตเน่า เเต่ตามเเน่นวบค่ะ!! <3
    #ว่าแล้วก็กดอ่านตอนต่อไป
    #176
    0
  5. #39 Princess♣Sorane (@soraaki) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 14:43
    หาฟิคคู่นี้อ่านพอดีเลยค่าาาาา รักกก ขอลงหลักปักฐานเลยยยยยยย XD
    โอ้ยยยย คุณหมอน่าสงสารจริงๆ ตกอับซะหมอสภาพเลย แล้วนี่ใครกล้าหักอกคะน่ะ 555555555
    นามิก็ด้วย น่าสงสารจริง โดนทิ้งซะงั้น แต่ถือว่าดีที่จะได้มาเจอกัน 55555
    #39
    0
  6. #17 Model (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 20:02
    หนูอยากเป็นแฟนหมอค่า><\\โดนฆ่าหมกส้วม
    #17
    0
  7. #8 L E N A V E F. (@lenavef) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 10:58


    โอ้ยยยยยยยยยย ฟิคนี้ดีงามมากกกกกกกกกกกกกกกกก
    สารภาพด้วยความใจบาปว่าไม่ได้ตามเรื่องวันพีซมานานมากมากมากมากมาก (ตั้งแต่สมัยตามโรบินมาเป็นพวก...) 
    มาเจอฟิคนี้เข้าคือน่าสนดี แบบอะไร แท็กซี่ๆ เป็น AU ด้วย เราว่าเราอ่านรู้เรื่องอ่ะแหละ 55555
    สรุปพอได้อ่านชอบมากกกกก โดยเฉพาะอีคุณ CEO 555555555555
    คือตลกลอว์สุดแล้ว ตกอับมากค่ะลูกชาย จากหมอมาเป็นคนขับแท็กซี่ 
    โอ้ยยย เหตุผลในการมาทำงาน อกหัก เป็นบริษัทอื่นนี่ไล่ไปแล้ว5555
    นามินี่นางดูเรียลมาก บทดูไม่หลุดจากวันพีซเลย รักเงิน แต่งงานกับใครก็แต่งไปเหอะ รวยๆพอ 5555

    รู้สึกตัวเองพิมพ์ 55555 เยอะมาก แค่อยากบอกว่าฟิคนี้ตลกจริงๆ
    อ่านแล้วไม่เครียด ภาษาสวยอ่านง่ายด้วย สู้ๆนะคะ ลงปักตามฟิคเรื่องนี้แบบเป็นทางการแล้วค่า แฮร่กกกก <3


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มิถุนายน 2558 / 11:12
    #8
    0
  8. #6 RedRabbit (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 03:17
    สนุกๆน่าติดตามมากค่ะ มาต่อไวๆนะคะ สู้ๆ

    แม่ยกลอว์นา ฮิ้วววว
    #6
    0
  9. #4 Miss Straw (@miss-straw) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 19:08
    ใครหักอกลอว์ค้าาาาาา~
    #4
    0
  10. #3 mim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 23:26
    จะ จ ะอ่านอ่ะจะอ่าน//ทำตาวิบวับแวววาว
    #3
    0
  11. #2 mim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 23:26
    จะ จ ะอ่านอ่ะจะอ่าน//ทำตาวิบวับแวววาว
    #2
    0