Au Fic Identity V : Be our mistress

ตอนที่ 9 : เกมที่ 8 คุณหนูกับสองพี่น้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

เกมที่ 8 คุณหนูกับสองพี่น้อง




               



               “คุณหนูน้อยหลงทางหรอ?



เด็กหญิงผู้ถูกทัก แหงนหน้าขึ้นสบตาเจ้าของเสียง ทว่าก็พบว่าบุคคลที่เข้ามาหาตนนั้นไม่ได้มีแค่หนึ่ง แต่เป็นสอง และที่สำคัญ พวกเขามีลักษณะที่คล้ายกันมากจนแทบจะเป็นคนคนเดียวกัน หากไม่เป็นเพราะสีของผม นัยน์ตาและเสื้อผ้าที่สวมนั้นมีความแตกต่างกัน เธอคิดว่ามันคงยากที่จะแยกพวกเขา



แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็จับสังเกตได้ว่า นอกจากสามสิ่งนั้นแล้ว พวกเขายังมีท่าทางบุคลิกที่ไม่เหมือนกันสักนิดเลยอีกด้วย ดวงตาโตดุจตาของแมวกะพริบปริบยามมองพี่ชายผมขาวตรงหน้าซึ่งกำลังยิ้มส่งมาให้อย่างอ่อนโยน



ตาแก่ฝู่หาเรื่องให้จริงๆเสียงสบถเบาๆจากพี่ชายผมดำดังแว่วมา ทว่าเธอก็ไม่แน่ใจนักว่ามันหมายถึงเรื่องใด แต่ไม่ชอบเอาเสียเลยที่ไม่ได้รับความสำคัญ



เอาเถอะน่า อู่จิ่ว ช่วยเด็กคนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายนักหรอกเด็กน้อยมองสลับพี่ชายผมขาวที่หันไปปรามคนขี้หงุดหงิดที่เอาแต่บ่นด้วยความใจเย็น



ชิ!”



เปียยาวสีดำสะบัดไปตามแรงเจ้าของมันที่กอดอกสะบัดหน้าพรืด



โชไม่ได้หลงทางนะ โชแค่ออกมาเดินเล่นไกลไปหน่อยเท่านั้นเองเด็กหญิงว่าไปตามประสาเด็กแต่ด้วยท่าทางที่แฝงความหยิ่งถือดีเอาไว้ ทำให้ความน่าเอ็นดูนั้นลดไปส่วนหนึ่ง ทว่าเด็กหนุ่มเจ้าของผมขาวก็หาได้ใส่ใจ เขายิ้มแห้งก่อนจะเอ่ยต่อ



ถ้าเธอไม่ได้หลงทางจริงๆ งั้นก็รีบกลับบ้านไปเสียสิคุณหนู ป่านนี้พ่อแม่เธอคงตามหาให้วุ่นแล้วล่ะมั้ง เดี๋ยวก็ได้มาโทษคนอื่นว่าลักพาลูกตัวเองอู่จิ่ว หรือฟ่านอู่จิ่ว ตวัดตาคมมองเด็กน้อยที่แม้จะให้ความเกรงใจคนอายุมากกว่าอยู่หลายส่วน หากวิธีการพูด แววตาและท่าทีของเธอก็ไม่ได้ไกลไปกว่าคำว่า เด็กเอาแต่ใจ เลยสักนิด และตัวเขาก็ให้เกลียดเจ้าเด็กพวกนี้นักโดยเฉพาะเด็กบ้านคนรวย



เด็กหญิงเริ่มหน้าบึ้งตึง หากก็ยังไม่พูดอะไรออกมานอกจากกำกระโปรงตนเองด้วยสองมือที่หน้าตัก



ฮึ พี่ชายคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน อย่ามาสั่งโชนะ...?



เสียงเล็กหายไปในลำคอทันทีที่มือเรียวของพี่ชายผมขาวยื่นมาตรงหน้า เด็กน้อยมองมือข้างนั้นสลับใบหน้าหล่อเหลาอย่างบัณฑิตที่ดูจะผ่อนคลายกว่าก่อนหน้าที่จะเห็นหน้าตน



คิดจะทำอะไรน่ะ?



มันอันตรายหากปล่อยให้คุณหนูน้อยที่น่ารักกลับบ้านคนเดียว มาเถอะ ให้พวกพี่ไปส่งดีกว่านะไม่ว่าเขาแค่รำคาญที่จะให้เรื่องเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่หรืออะไรก็ตามแต่ จึงทำทีราวกับตัดบท ทว่าคุณหนูน้อยในวันนั้นได้ถูกตรึงไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนของพี่ชายผมขาวตรงหน้า ณ วินาทีนั้นเสียแล้ว



ฮ้า...



พี่ชายชื่ออะไรหรอ?



หืมม์?



เด็กหนุ่มเอียงคอเล็กน้อย



ท่าทีเด็กคนนี้ดูอ่อนลงแฮะเขาคิดก่อนตอบคำถามนั้นอย่างไม่คิดมาก แม้ความจริงแล้วเด็กคนนี้ควรแนะนำตนเองก่อนเพราะอายุน้อยกว่าก็ตาม นอกจากนี้ท่าทีของเด็กหญิงก็ทำให้เขาเบาใจขึ้นมาได้บ้างว่า สามารถคุยด้วยได้ง่ายขึ้นแล้ว



เชี่ยปี่อ้านส่วนคนนั้น ฟ่านอู่จิ่ว



เด็กหนุ่มเจ้าของผมเปียยาวสีขาวเอ่ยโดยไม่ลืมกล่าวถึงผู้เป็นน้องชายฝาแฝดที่ยืนแยกออกไปเยื้องกันไม่ไกลนั้น แม้ว่าด้วยใจจริง เขารู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้นึกยินดียินร้ายกับการบอกชื่อแซ่เลยก็ตาม



แล้วคุณหนูน้อยล่ะ?



ริมฝีปากจิ้มลิ้มคลี่ยิ้มน้อยๆพร้อมกับร่างเล็กบางที่ทิ้งเท้าลงพื้น ลุกจากที่นั่งเพื่อถอนสายบัว สองมือยกชายกระโปรงเล็กน้อยพอเป็นพิธีและด้วยความไม่เคยชินเสียทีเดียว ทว่าเธอก็ทำมันออกมาได้ดีในสายตาผู้อื่น



บุตรีและทายาทเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูลหวางรุ่นปัจจุบัน ชื่อ โชนัน หวางยินดีที่ได้รู้จักค่ะ!”



.


.


“…..”



.



ไม่อาจรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จึงทำให้อู่ฉางทั้งสองปรากฎตัวในเวลาเดียวกันได้ และเดอะมิสเตรสตัวน้อยก็กำลังรับผลของมันอยู่โดยไม่อาจเลี่ยง ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายชนะพนัน(ซึ่งพวกเขาสรุปให้เป็นแบบนั้น)แท้ๆ ทว่ามาถึงตอนนี้ก็ชักจะเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้ว



ไหงตนถึงได้ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบได้หนักเสียยิ่งกว่าที่ผ่านมาเล่า!



ฮึ่มมมร่างบางขยับบิดตัวหน้าแดงเรื่อ หลับตาแน่น พวกเขาช่างเอาแต่ใจและร้ายกาจ ไม่ยอมปล่อยเธอให้ห่างกายแม้เพียงเสี้ยววินาที



คุณหนูสาวถูกดันลงนอนไปบนเตียงใหญ่ด้วยสภาพที่เสื้อผ้าบนร่างหลุดลุ่ย แทบไม่เหลือเค้าความเรียบร้อยในยามปกติ ขณะที่ฝั่งอู่ฉางทั้งสองยังสวมครบทุกอย่าง มีเพียงเสื้อตัวนอกที่ถูกถอดทิ้งไว้บนพื้นข้างเตียง



ฮ่า...



เสียงลมหายใจซึ่งดังอยู่สองข้างหูทำให้คนที่อยู่ตรงกลางอดไม่ได้ที่จะเขิน



ปะ ปล่อยน้า โชนันพยายามร้องขอ ทว่ามือเรียวของพวกเขาที่ทำงานอย่างกับหนวดหมึกนั้นกลับเฝ้าวนเวียนลูบไล้บางทีก็เน้นคลึง จนร่างสั่นสะท้าน



ฮึก!



เด็กสาวเบือนปิดตา เม้มปากพร้อมกับอาการลมหายใจสะดุดทุกครั้งที่โดนสัมผัส ร่างบางพยายามขัดขืนป้องกันตัวหากมันก็ไร้ประโยชน์เพราะเรี่ยวแรงมันได้หดหายนำสติไปก่อนแล้ว หากต้องรับมือแค่คนเดียวคงไม่ต้องลำบากแบบนี้หรอก



ฉันเคยบอกแล้วไงหูเตี๋ยน้อย ว่าจะไม่ปล่อยเธอไปอีกไป๋อู่ฉางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มนุ่มตามสไตล์ของเขาที่มักจะแสดงตัวอย่างคุณชายนักบัณฑิต เป็นสิ่งที่โชนันนึกชื่นชมยามเห็นในเกมครั้งแรก หากมันช่างน่าหมั่นไส้สิ้นดีในยามนี้



หึๆๆๆเสียงเฮ่ยอู่ฉางหัวเราะในลำคอดังขึ้นสมทบทำให้โชนันโพล่งออกมาในเวลาต่อมา



พวกท่านมันหลอกลวง! สิปแปดมงกุฎ! เชื่อถือไม่ได้!!



แต่ก็ยินดีให้หลอกใช่ไหม หูเตี๋ยน้อย



“…..”



เออ ยอม



เด็กสาวจนคำพูดที่จะเถียงอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เพราะคนที่ถือไพ่เหนือกว่าคือคนที่รู้เรื่องทุกอย่างและไป๋อู่ฉางหรือ เชี่ยปี่อ้าน ก็คือคนคนนั้นซึ่งคงต้องรวมเฮ่ยอู่ฉางเข้าไปด้วย พวกเขารู้ดีว่าเธอไม่อาจต้านทานพวกเขาได้เสียทีเดียว



นั่นเป็นอารมณ์เดียวกับการที่พวกเขามักจะเอาเปรียบเธอทุกครั้งที่เข้าใกล้ด้วยหรือเปล่า?!



รู้อะไรไหม โช



?!”



ร่างบางหันกลับไปให้ความสนใจเฮ่ยอู่ฉางตามเสียงของเขา



ไม่ว่าเมื่อไร...เธอก็เป็นของเรา เช่นเดียวกับที่เราเป็นของเธอ



ดวงตากลมพลันเบิกกว้าง โชนันไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร ร่างกายมีปฏิกิริยาไปเองและมันก็ช่างให้ความรู้สึกที่อบอุ่นตื้นตันเหมือนกับตอนที่ไป๋อู่ฉางบอกกับเธอว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอไปอีก...



แต่แล้วในตอนนั้นเองที่สมองหวนนึกถึงเรื่องที่ไป๋อู่ฉางเล่า ทั้งที่ตอนพบกันครั้งแรก เฮ่ยอู่ฉางหรือฟ่านอู่จิ่วมีท่าทีต่อต้านและเขม่นเธอ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นจึงทำให้เขาเปลี่ยนไปแบบนี้ เมื่อไรกันที่เฮ่ยอู่ฉางเลิกเขม่นเธอ



เพราะดูเขาตอนนี้สิ! มองจนแทบจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว!



พวกท่านรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมาโชนันตั้งใจถามเผื่อไปถึงตอนที่ไป๋อู่ฉางเคยพูดไว้ด้วยเช่นกัน



แน่นอน เฮ่ยอู่ฉางตอบพร้อมรอยยิ้มมุมปากอ่อนโยน สุ้มเสียงแหบพร่าราวกับยั่วเย้าข้างหู ก่อนตามมาด้วยสุ้มเสียงเดียวไม่ต่างกันของไป๋อู่ฉางที่หูอีกข้าง



เรารู้



ไป๋อู่ฉางกำลังยิ้มเช่นกัน โชนันรู้สึกได้แบบนั้น พวกเขาช่างสมกับเป็นฝาแฝดกันในบางเรื่องจริงๆ



เอาล่ะ ขอเรารักเธอให้มากกว่านี้อีกนิดนะโช



อึ่ก...



ร่างบางแทบตัวแข็งค้างเพราะการกระทำของอีกฝ่ายที่ขยับเข่าเข้ามาแทรกกลางระหว่างขาตนที่ตั้งชันขึ้น มือเรียวไล้นิ้วจากริมฝีปากบางจากนั้นจึงค่อยๆใช้ฝ่ามือลูบไล้ลงมาจากปลายคางตามลำคอระหง ผ่านอกขาวที่มีเพียงบราปกปิดมิดชิดเนื่องจากชุดถูกจับถอดหลุดลุ่ยอยู่บนตัว จวบจนสะโพกกลมผ่านกระโปรงบางเบา



มะ ไม่เด็กสาวปฏิเสธหน้าแดงเสียงอ่อน



สัญญาว่าจะไม่รุนแรง



ดวงตาสีทองแดงเป็นประกายวิบวับ เขาหมายความตามที่พูดจริงๆแม้ใจจริงแล้วอยากจะรักแม่ผีเสื้อตัวน้อยให้แรงให้หนักสมกับความคิดถึงที่สุมอยู่ในอกก็ตาม



ฮึ หึหึหึ...



เป็นน้องชายที่ใจร้อนจริงๆ



ไป๋อู่ฉางแนบริมฝีปากที่กำลังเหยียดยิ้มแฝงนัยแนบไปกับต้นขาอ่อนด้านในข้างหนึ่ง



.



“…..”


.


.



ปี 19XX ณ คฤหาสน์ตระกูลหวาง โชนันไม่แน่ใจว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนับตั้งแต่หล่อนยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง จวบจนบัดนี้ย่างเข้าสิบหกปี เช่นเดียวกับพวกเขาที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวท่าทางน่ารักอ่อนหวานตรงหน้าคือคนเดียวกับพวกตนเคยรู้จัก



โดยเฉพาะฟ่านอู่จิ่ว เขาดูจะอึ้งเสียยิ่งกว่าผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดเสียอีก



*ปึก*



แต่ในตอนนั้นเอง คงเพราะจ้องพวกเขานานเกินไป คุณหนูหวางจึงโดนมารดาเอาพัดในมือเคาะหลังศีรษะเบาๆเตือนเรื่องมารยาท ร่างบางแอบเม้มปากน้อยๆ ทำหน้างอ ก่อนรีบก้มหน้าเบือนสายตาไปทางอื่นยามเจอเข้ากับดวงตาสองคู่ของพี่ชายฝาแฝดเบื้องหน้าและรอยยิ้มขบขันระคนเอ็นดูจากหนึ่งในนั้น



เชี่ยปี่อ้านและฟ่านอู่จิ่วในเวลานั้นใกล้เข้าสู่วัยเบญจเพสเต็มที ซึ่งพวกเขาที่ยังคงว่างงานในเวลานั้นได้ถูกผู้เป็นพ่อส่งมาให้เป็นพี่เลี้ยงชั่วคราวของคุณหนูหวางตามที่ได้ยินเล่าลือมา



ซึ่งท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้กลายมาเป็นพี่เลี้ยงของคุณหนูหวางจริงๆ!



ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรืออะไรก็ตาม แต่สิ่งที่คุณนายหวางมองเห็นก็คือ การที่บุตรสาวของนางดูพึงพอใจและต่างฝ่ายก็รู้จักกันมาก่อนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าพึงพอใจสำหรับนางยิ่ง และหวังว่าพี่เลี้ยงคนใหม่คู่นี้จะอยู่ทำหน้าที่นี้นานกว่าคนที่ผ่านๆมา...



สำหรับคุณหนูหวาง การที่ได้เจอพี่ชายฝาแฝดที่ตนรู้จักหลังจากไม่ได้พบกันมานานเกือบสี่ปีเต็มนั้น ชวนให้รู้สึกแปลกๆไม่น้อยและนั่นก็หมายถึงการที่เธอมีพวกเขาเป็นพี่เลี้ยงกึ่งบอดี้การ์ดด้วย



ต้าเกอ


เกอเก่อ



เด็กสาวมักจะเรียกพวกเขาแบบนั้นมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว แต่เชื่อเถอะว่า ตอนนั้นกับตอนนี้มันมีบางอย่างที่ต่างกันออกไป สาบานต่อพระเจ้าเลยว่า พวกเขาที่โดนเรียกแบบนั้น นับวันยิ่งไม่อยากเป็นแค่ พี่ของคุณหนูหวาง และเพราะแบบนั้น สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์จะไปหยุดที่ตรงไหนได้ หากไม่ใช่เส้นขนาน



เพราะมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นพวกเขาซึ่งไร้หน้าที่การงานมั่นคง ทั้งยังเข้าบ่อนเป็นวิสัยแม้จะเทียบไม่ได้กับเมื่อก่อนก็ตาม และทั้งที่เป็นอย่างงั้น ทว่าท้ายที่สุดมันก็กลับตรงกันข้าม



ใครเลยจะรู้ดีไปกว่าพวกเขาทั้งสามที่ต่างน้อมรับมันด้วยความเต็มใจ



“…..”



เต็มใจยิ่ง!



ฮ่า...



ต้าเกอ... อู่จิ่วเกอเก่อ…”



ใช่ หูเตี๋ยน้อย



นั่นคือเสียงที่เราอยากได้ยินที่สุด



ดวงตาของสองอู่ฉางปรากฎร่องรอยความพึงพอใจอย่างที่สุดเมื่อได้ยินสาวน้อยใต้ร่างเรียกด้วยสรรพนามเดิม แถมด้วยน้ำเสียงหวานพร่า พวกเขากึ่งนั่งกึ่งคร่อมอยู่เหนือร่างบางที่นอนหมดแรง ทอดสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์วาบหวามซึ่งเกิดจากการถูกป้อนแม้จะไม่ถึงกับเข้าข้างใน



พวกเขาก็ทําเธอแทบบ้าแล้ว!



เฮ่ยอู่ฉางยิ้มกริ่ม จรดปลายจมูกและริมฝีปากลงบนหลังมือบางเบาๆโดยไม่แม้แต่จะละสายไปไหน ก่อนที่ร่างบางของคุณหนูหวางจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นคลานเข้าไปโอบกอดคอชายหนุ่มทั้งสองไว้ทั้งที่ใบหน้ายังคงแดงซ่านจากแรงอารมณ์



ในตอนนั้นผีเสื้อสีแดงและน้ำเงินทั้งสองบนกำไลข้อมือเด็กสาวส่งประกายวิบวับราวกับร่วมยินดีโดยที่เธอไม่ได้สังเกต ชายหนุ่มทั้งสองยกแขนกอดตอบร่างบางไว้คนละข้าง พวกเขาแนบใบหน้าไปบนบ่าคนตัวเล็กอย่างเงียบๆ



เด็กน้อยที่รักของเรา...










แง้มนิส > เรื่องในอดีตเราจะไปย้อนกันเต็มๆในตอนพิเศษ

.....

* gē พี่ชายคนโต / พี่ใหญ่






THE★FARRY


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #21 Nana =W= (@nana13579) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 19:57
    แงงงง ชอบมากๆเลยค่ะ อยากรู้ว่าโชจะเป็นยังไงต่อสุดๆไปเลยค่ะ ;_;
    #21
    1
    • #21-1 Tsuki Makoto (@lion4748) (จากตอนที่ 9)
      19 เมษายน 2562 / 21:00
      ชะตากรรมที่ไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย ;_;
      #21-1
  2. #20 faza205317 (@faza205317) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 02:29
    โอ้ยยย ลุ้นระทึก ช่างยาวนานเหลือเกินกว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง
    #20
    0