Au Fic Identity V : Be our mistress

ตอนที่ 7 : เกมที่ 6 咫尺相思 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    4 มี.ค. 62

เกมที่ 6 ความคะนึงหาใกล้ชิด (1)




               



               ความตื่นเต้นระคนประหม่าสั่นไหวไปทั่วร่างของคุณหนูหวางที่เวลานี้กลับมาสวมชุดเดิมของตนแล้ว ส่วนชุดที่สวมเมื่อเข้าเกมไปนั้น เธอได้รับมันไว้เป็นสมบัติส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตามโชนันคิดว่าควรเก็บมันไว้ใส่อีกครั้งในวันพิเศษ



หลังจากกลับออกมาจากมิติแดนโบสถ์แดงนั่น เอ็มม่าก็พรวดพราดเข้ามาหาทันทีที่เห็นเธอเดินลงบันได้มาที่ห้องอาหาร ทั้งขอโทษที่ตัวเองไม่สามารถอยู่ช่วยได้และซักถามความเป็นไปเพราะนี่เป็นอีกครั้งที่คุณหนูสาวออกจากเกมเป็นคนสุดท้าย คุณเพียร์สันเองก็ไม่ต่างกัน ทว่าอย่างไรเธอก็ต้องโดนตักเตือนด้วยเช่นกัน



หากยังเป็นแบบนี้ ไม่แคล้วเมื่อถึงวันนั้นเธออาจตกที่นั่งลำบากยิ่งกว่านี้



วันนั้น?



เด็กสาวสามารถรับรู้และเข้าใจได้ในทันทีว่าชายคนนี้กำลังหมายถึงอะไรหากไม่ใช่วันฉลองตายที่ผู้หยั่งรู้เคยพูดถึง เพราะท่าทีของชาวสวนสาวแสดงออกให้เห็นว่าช่างเลิ่กลั่กไม่ต่างจากเทรซี่ในตอนนั้นเลย



โชนันชักสงสัยและสนใจขึ้นมาแล้วว่านี่อาจเป็นเรื่องที่เธอยังไม่รู้ แต่เมื่อลองถามนาอิบซึ่งเดินสวนกันที่ระเบียงทางเดิน เขาก็ตอบในแบบที่ไม่ได้ช่วยให้อะไรมันกระจ่างขึ้นเลย หนำซ้ำยังแสดงท่าทีที่มองก็รู้ว่ากำลังเลี่ยงที่จะตอบ



หากไม่เป็นเพราะเขามีสีหน้าลำบากใจ เธอคงไม่ปล่อยให้มันผ่านเลยไป เช่นเดียวกับเรื่องของตัวเองแบบที่ผ่านมา



อีกไม่นานเธอก็จะได้รู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ช่างน่ายินดีที่ถึงแม้เธอจะแพ้พนันอู่ฉาง ทว่าเขากลับให้สัญญาหนักแน่นว่าจะบอกทุกเรื่องทุกอย่างเท่าที่เธอต้องการและเขาสามารถให้คำตอบได้...



รอตรงระเบียง ที่เดิม เธอรู้อยู่แล้ว



เจ้าของเสียงทุ้มอ่อนโยน ไป๋อู่ฉาง เอ่ยกับเธอหลังจากพามาส่งยังทางออกอีกทางซึ่งเป็นบ่อหลุ่มสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ประตูเหล็กบานใหญ่ขึ้นสนิมเปิดอ้ารออยู่แล้ว



เข้าใจแล้วค่ะร่างบางเอ่ยไม่เต็มเสียงนักเพราะกำลังใจเต้นไปกับการที่ไป๋อู่ฉางอ้อมมือมาหลังศีรษะเธอเพื่อจับผมเปิดออก เข้ากระซิบที่ข้างหู



บอกกันธรรมดาๆก็ได้ ไม่เห็นต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนั้นเลย เด็กสาวคิดและถอยเท้าเล็กน้อยเพื่อผละออกซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายปล่อยมือ



เจอกันที่คฤหาสน์นะโช



โทนเสียงที่เหมือนกันหากให้อารมณ์ที่กระด้างกว่าดังขึ้นก่อนที่ร่างบางจะกระโดดลงหลุมไป โชนันหยุดการกระทำแล้วหันกลับไปมองเจ้าของเสียง ร่างสูงโปร่งกลายเป็นแฝดอีกคนซึ่งสวมชุดสีดำ จากนั้นเด็กสาวจึงยิ้มกว้างทั้งยินดีและเขินในที หากเธอก็ยังอยากทำอยู่ดี



จะรออย่างใจจดในจ่อเลยค่ะ! อู่จิ่วเกอเก่อ



เมื่อนึกถึงตรงนี้ ริมฝีปากบางก็อดคลี่ยิ้มน้อยๆไม่ได้ มือข้างหนึ่งจับหมุนคลึงกำไลเงินทั้งสองวงไปมาอย่างเผลอไผล



เธอเป็นใคร?



ฮื้ม?เด็กสาวครางในลำคอด้วยความสงสัยว่าเสียงที่ตนได้ยินเมื่อครู่นั้นเป็นของใคร พอได้สติเลื่อนสายตาขึ้นมองก็พบว่าตัวเองได้เดินมาถึงสวนหลังคฤหาสน์เสียแล้ว นอกจากนี้ในสวนแห่งนี้ก็ไม่ได้มีแค่เธอและเหล่าสัตว์ตัวน้อยอย่างนกบนต้นไม้ใหญ่หรือผีเสื้อซึ่งบินดอมดมดอกไม้



คุณหนูหวางหรอ



เจ้าของเสียงนี้ โชนันยังพอรู้ว่าคือ [ผู้หยั่งรู้] ที่ชื่ออิไล แต่เสียงแรกที่เธอได้ยินนั้นเป็นของชายหนุ่มอีกคน เขามีผมสีเทาแซกข้าง สวมเสื้อแขนยาวคอตั้งกับถุงมือสีขาวสะอาด และกางเกงแสล็ค สีดำเรียบง่ายตลอดทั้งตัว ข้างกายมีกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมใบเขืองวางอยู่ เขาค่อยๆลุกขึ้นจากท่าชันเข่าทำให้เห็นส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกัน



เซอร์ไวเวอร์คนใหม่เมื่อหลายวันก่อนน่ะหรอชายหนุ่มเจ้าของผมเทาเอ่ยกับคนข้างๆ



ใช่ เธอคือ [เดอะ มิสเตรส] ถึงนายจะป่วยสังคมแค่ไหนก็ควรใส่ใจเรื่องพวกนี้บ้างนะคาร์ล



ไม่ใช่ธุระของผมนี่ อีกอย่าง ส่วนใหญ่เราจะเจอกันอีกทีก็เวลาทานอาหาร



เมื่อได้ยินดังนั้น โชนันก็นึกออกทันทีว่าคนคนนี้เป็นใคร เขาเป็นคนที่นานๆทีจะได้เห็นหน้าสักครั้งและทุกครั้งที่เจอก็มักจะเป็นที่ห้องอาหารช่วงเย็น ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้สนใจที่จะสร้างบทสนทนามากไปกว่าจัดการอาหารตรงหน้าและเข้าห้องพัก อีกทั้งวันแรกที่เธอมาถึง เขาก็อยู่แค่ให้เห็นหน้าเท่านั้นก่อนจะหายตัวไป



ฉันนึกออกแล้ว! คุณคือ [นักแต่งศพ] คนนั้นน่ะเอง



อ่า--- ผม เอซปป์ คาร์ล ยินดีที่ได้รู้จักนักแต่งศพหนุ่มมีท่าทีที่ราวกับผู้ดีคนหนึ่ง ร่างสูงค้อมศีรษะพอเป็นพิธี นั่นสร้างความแปลกตาแปลกใจแก่สาวน้อยอย่างมาก เพราะในความคิดของคุณหนูสาว เธอคิดว่าพวกนักแต่งศพน่าจะดูห้าวหรือบ้าๆกว่านี้เสียอีก



แต่มันก็เข้ากับการแต่งกายของอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ไหนจะผ้าปิดปากที่เขาสวมตลอดเวลานั่นอีก เท่ากับว่านักแต่งศพหนุ่มเป็นคนที่ลึบลับชวนค้นหาไม่ต่างจากผู้หยั่งรู้เลย



เขาเป็นพวกป่วยสังคม ไม่ต้องใส่ใจถ้าเห็นหมอนี่เงียบๆหรืออยู่คนเดียวอิไลเอ่ย



ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องพูดหรอกนะครับน้ำเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ของนักแต่งศพเอ่ยก่อนจะหมุนตัวกลับไปมองสิ่งที่เขาให้ความสนใจมาแต่แรกจนถึงก่อนหน้าที่จะสังเกตเห็นโชนัน อิไลหันไปมองเพียงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยความหม่นหมอง



โชนันมองตามชายหนุ่มทั้งสองจึงพบว่า เบื้องหน้านั้นมีกางเขนซึ่งทำจากท่อนไม้ง่ายๆปักอยู่ รวมถึงป้ายไม้ด้านหน้าที่เขียนด้วยสีอย่างเป็นระเบียบ แผ่นหินสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอเหมาะวางอยู่ด้านหน้าสุดและด้านบนของมันก็มีช่อดอกไม้ช่อหนึ่งวางอยู่



ดวงตาคู่สวยมองพินิจพลางเดินเข้าไปใกล้เพื่อให้เห็นดอกไม้ในช่อนั้นชัดขึ้น เธอหยุดยืนข้างร่างสูงของผู้หยั่งรู้ ความเงียบโรยตัวลงมาในนาทีนั้น เป็นความเงียบที่สงบที่สุด แม้สถานที่ที่คฤหาสน์หลังนี้ตั้งอยู่จะไม่ได้สว่างไสวเช่นที่เธอและหลายๆคนเคยอยู่ หากมันก็น่าหลงใหลในบางครา



ลิลลี่ขาวกับคัตเตอร์...



นั่นคือดอกไม้ที่จัดอยู่ในช่อเดียวกันช่อนั้น ให้ความหมายที่เต็มไปด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์นัก นอกจากนี้ยังมีดอกไม้อีกชนิดที่โดดเด่นท่ามกลางสีขาวเหล่านั้น โชนันจำชื่อมันไม่ได้ แต่จำได้ว่ามันคือดอกไม้ที่มักจะใช้ในงานแต่งงานกันเสียมากกว่า



ไลเซนทัส



โชนันหันไปมองคนข้างกาย ใบหน้าท่อนล่างซึ่งไม่ถูกปิดไปด้วยนั้นไม่ถึงกับเรียบเฉยเช่นทุกที แต่เธอก็ไม่อาจเดาได้อยู่ดีว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไรยามพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเศร้าแบบนั้น และที่เขาพูดเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่ว่าเขารู้ว่าเธอกําลังคิดอะไรอยู่หรอก ใช่ไหม?



คือชื่อดอกไม้หลากสีพวกนั้นอิไลขยายความ เพียงเท่านี้ก็ยืนยันความคิดของเธอแล้วว่าเขารู้ถึงความคิดของเธอ เพียงแต่มันคือการคาดเดาที่ให้บังเอิญว่าโชคดีที่ถูกต้อง หรือเขาสามารถอ่านความคิดของคนอื่นได้จริงๆกันแน่



ไลเซนทัส...เด็กสาวทวนคำเสียงแผ่วก่อนหันกลับไปทางเดิม นักแต่งศพหนุ่มค่อยๆทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าป้ายกางเขนและตอนนั้นเองที่หางตาทันเห็นสีเหลืองคุ้นตาถูกยกขึ้นมา มันอยู่ในมือของอิไลซึ่งกำลังจะก้าวออกไปข้างหน้า



นั่น--- ดอกมิโมซ่าในตอนนั้นนี่คะ



อิไลชะงักเท้าและหันมาสบตา เขาเงียบก่อนจะเอ่ยออกมา



สังเกตด้วยหรอ?! ใช่นี่คือมิโมซ่า แต่เป็นแบบสด คนละแบบกับที่เธอเคยเห็นช่อดอกมิโมซ่าสีเหลืองถูกร้อยมัดรวมกันกลายเป็นพวงดอกไม้อย่างปราณีต คาดว่าอิไลคงถือมันไว้นานแล้วและตนไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่สนใจนักแต่งศพกับไม้กางเขนตรงหน้า



โชนันพยักหน้ารับ ปล่อยให้ร่างสูงนำพวงดอกไม้ไปแขวนที่กางเขน



พวงดอกไม้นั่นคุณได้มันมาจากไหนหรอคะ?เด็กสาวเริ่มถามเมื่อเขาถอยกลับออกมายืนที่เดิม โชนันรู้สึกเหมือนถูกเขาเหลือบมองใส่แต่นั่นก็แค่การคาดเดาจากความรู้สึก



ฉันขอให้วู้ดทำมันขึ้นมาช่อดอกไม้ที่วางอยู่ตรงนั้นก็ด้วยเหมือนกัน



ทำไมถึงเป็นดอกมิโมซ่าล่ะคะ?โชนันถามไปโดยไม่รู้ตัวและมันเจือด้วยความใคร่รู้และต้องการหยั่งเชิงบุรุษตรงหน้าซึ่งเลือกที่จะมอบเพียงพวงดอกมิโมซ่า แทนที่จะเป็นช่อดอกไม้หลากชนิดอย่างอีกคน



เธอไม่รู้จริงๆหรอ?



ฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ? ฉันเป็นคนใหม่ของที่นี่ และที่สวนนี้ ฉันก็เพิ่งจะเคยเข้ามาเป็นครั้งแรกด้วย ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะรู้ว่ามีหลุมศพของใครบางคนอยู่ที่นี่ด้วยโชนันว่ากลับอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายถามย้อน



.....



ใครนอนอยู่ใต้นี้หรอคะ?โชนันถามใหม่อีกครั้ง



ไม่มี



คำตอบนั้นมาจากนักแต่งศพหนุ่มซึ่งคุกเข่าเงียบมาจนถึงเมื่อครู่



ไม่มีหรอคะ?! แต่ว่าพวกคุณตั้งป้ายหลุมศพไว้และยังมีดอกไม้ แสดงว่าจะต้องมีใคร เอ่อ...โชนันไม่อยากพูดคำว่าตายออกมา เพราะเธอไม่แน่ใจว่ามันจะไปกระทบจิตใจพวกเขาหรือไม่ อย่างไรเธอก็เพิ่งรู้จักพวกเขาได้ไม่นาน โดยเฉพาะนักแต่งศพที่เพิ่งได้สนทนากันไม่นาน(ใช้คําว่าสนทนายังไม่ถูกเลยด้วยซ้ำมั้ง)



ร่างของเธอถูกนำออกไปหลังจบเกมได้ไม่นาน กลับไปในที่ที่ควรอยู่ แต่ที่มีป้ายหลุมศพตั้งไว้ก็เพื่อให้เราที่ยังคงติดอยู่ที่นี่ได้ระลึกถึงและไม่ลืมความผิดพลาดอิไลกล่าว เขาพูดโดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากหลุมศพเบื้องหน้าเลย



.....



ไม่ใช่ว่าจดหมายฉบับนั้นถูกส่งถึงมือเธอพร้อมกับจดหมายเชิญอย่างงั้นหรอ?



จดหมาย?



โชนันทวนคำอย่างงงๆ ก่อนเริ่มนึกไปถึงวันที่ตื่นขึ้นมาและได้รับจดหมาย จดหมายที่ถูกส่งมานั้นมีด้วยกันสองฉบับ...



*กริ๊ก*



จดหมายครับคุณหนู



พ่อบ้านเอ่ยแจ้งแก่เธอที่นั่งมองถาดเงินซึ่งวางซองจดหมายไว้ทั้งหมดสองซอง เขานำมันมามอบให้หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ



ซองหนึ่งสีพาสเทลโอลโรสประทับครั่งแดงแนบก้านดอกกลมๆสีเหลือง อีกซองสีขาวอมเหลืองประทับครั่งแดงเช่นเดียวกัน จดหมายมีสองซองทว่าเธอเลือกหยิบซองที่ดูน่าสงสัยที่สุดขึ้นมาก่อนและไม่ได้สนใจที่เหลืออีก



เราไม่รู้เลยว่าจดหมายฉบับนั้นมันมาจากไหนและใครเป็นผู้ส่งมา แต่อีกซองนั้นมาจากเลดี้โคลครับ



ใครนะ?



เลดี้โคล ญาติห่างๆของคุณหนูครับ



ในตอนนั้นเอง ดวงตาโตคู่สวยก็ค่อยๆเบิกกว้างทีละนิด นึกถึงความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจของตนเอง หากที่อิไลพูดถึงคือจดหมายฉบับนั้นล่ะก็ จากท่าทีซึ่งดูเครียดของเขา นั่นแสดงว่าเธอได้ตัดสินใจทำเรื่องผิดพลาดลงไปแล้ว



ดอกกลมๆสีเหลือง ดอกมิโมซ่า... โอ้! จดหมายที่คุณพูดถึง คุณจะหมายถึงจดหมายของเลดี้โคลน่ะหรอคะ?!”



ผู้หยั่งรู้พยักหน้า พร้อมกันนั้นนักแต่งศพก็ขยับตัวหันมาทางพวกเธอทั้งสองด้วยเช่นกัน



ถ้าเธอได้อ่านจดหมายนั่น เธอจะรู้ว่าไม่ควรเลย ที่จะเอาตัวเองเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามอิไลเอ่ย



จดหมายนั่นเป็นจดหมายสำคัญจริงๆ!



โอ้ ไม่นะ! แล้วถ้าอย่างงั้น เลดี้โคล เธอก็...คล้ายสมองเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันได้ แม้จะยังไม่เชื่อสนิทใจว่าตนนั้นคือคุณหนูหวาง แต่อย่างไรก็เป็นอยู่ และผู้หญิงคนนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นญาติ ทั้งจดหมายฉบับนั้นก็ถูกส่งมาโดยที่เธอไม่แม้แต่จะเปิดผนึกออก เพราะคิดว่าควรให้คุณหนูหวางตัวจริงมาอ่านมากกว่า



นัยน์ตาสีชมพูไหวระริกอย่างรุนแรง สบตาผู้หยั่งรู้หนุ่มซึ่งซ่อนอยู่ใต้ผ้าสีเข้ม



เจ้าของหลุมศพที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้ก็คือ เลดี้โคล ญาติของเธอเองนั่นแหละคุณหนูหวาง และดอกมิโมซ่านั่นก็มาจากชื่อกลางของผู้หญิงคนนั้น เธอไม่รู้จริงๆหรอ คุณหนู



ฉัน...



พูดแล้วก็เหมือนขู่นะ แต่ในเมื่อคุณยังไม่ได้เปิดจดหมายอ่าน แสดงว่ายังไม่รู้ เรื่องนั้น สินะจู่ๆในระหว่างที่บรรยากาศทวีความตึงเครียดขึ้นมา โชนันทั้งสับสนและกระวนกระวายอย่างที่สุด นักแต่งศพก็เอ่ยแทรกขึ้นมานิ่งๆ นั่นทำให้ผู้หยั่งรู้ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี หันควับแทบในทันที



คาร์ล!”



ร่างสูงของนักแต่งศพยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง มือข้างหนึ่งยกขึ้นขยับคอเสื้อน้อยๆ



เรื่องนั้น?โชนันสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลแปลกๆ



สาเหตุการเสียชีวิตของเลดี้...และสิ่งที่เธอ พวกเราทุกคน จะต้องเจอในอีกไม่นาน



คาร์ล!!”



“!!” เด็กสาวไม่คาดคิดว่าคนที่มักจะสุขุมอยู่เสมออย่างอิไลจะถึงขั้นตะคอกและคว้าคอเสื้อคนอื่นอย่างหยาบคายแบบนั้น ร่างบางมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความตกใจ



ทุกคนเอาแต่กลัวไม่กล้าพูดถึงมัน แต่ผมไม่ เสียใจด้วยนะคลาก ในเมื่อนายไม่พูด ผมก็จะพูดแทนเอง



“…..”



เชื่อเถอะว่าถ้าเลดี้ยังอยู่ เธอย่อมทำเหมือนที่ผมกําลังจะทำแน่นอนเพื่อคนสำคัญและเป็นที่รัก นักแต่งศพค่อยๆเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ คุณหนูสาวเข้าใจได้ว่าประโยคหลังนั้น เขากำลังหมายถึงคนที่จากไป



อิไลยิ่งกัดฟันแน่นเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยอ้างถึงคนที่ตายไปแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่กล้าพูดเรื่องวันนั้น แต่เรื่องการตายของเลดี้ต่างหากที่ทําให้เขาไม่อยากพูดต่อ



เพื่อคนสำคัญและเป็นที่รัก...



เลดี้ก็คือคนคนนั้นสำหรับเขาเหมือนกัน เพราะอย่างงั้น...



มือใต้ถุงมือหนังค่อยๆคลายมือออก ปล่อยร่างนักแต่งศพให้เป็นอิสระ ชายหนุ่มจับคอเสื้อและขยับไปมาอีกครั้งเพื่อจัดให้เข้าที่เข้าทาง ผู้หยั่งรู้ถอยออกจากวงไปหนึ่งก้าว ปากเม้มแน่นคล้ายสะกดกั้นอารมณ์ก่อนจะเปิดปากพูดอีกครั้งด้วยความสงบ



จะทำอะไรก็ทำ



เอาล่ะ คุณหนู ผมขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าญาติคุณ--- ไม่ใช่คนแรกที่ประสบกับชะตากรรมนี้



ว่าไงนะ?!”



เด็กสาวเบือนหน้ามองตามมือเรียวสีขาวของนักแต่งศพหนุ่มซึ่งผายออกไปที่ด้านหลังเธอ และนั่นทำให้เธอได้พบว่า ยังมีหลุมศพอื่นอยู่อีก อยู่ในสภาพที่ธรรมดาไม่ได้หรูหราเช่นเดียวกับของเลดี้โคล แม้จะไม่มีดอกไม้วางบ่งบอกว่ามีคนมาเยี่ยมแบบเลดี้ แต่ก็มีดอกไม้ต้นหญ้าขึ้นประดับอย่างน่ามอง



มีอยู่สองหลุม



เดาว่าใต้นั้นก็คงไม่มีร่างของเจ้าของหลุมอยู่เหมือนกัน



มีสองคนที่ถูกสังเวยให้กับเกมไล่ล่าครั้งสุดท้ายในช่วงที่ผ่าน เท่าที่ดูจากป้ายหลุม คนหนึ่งเป็น [แดนเซอร์] ส่วนอีกคนคือ [นักมายากล]”



โชนันแทบไม่เชื่อหูในสิ่งที่ได้ยิน



เกมไล่ล่าครั้งสุดท้ายคือวันฉลองตายที่พวกคุณอิไลเคยพูดถึงใช่ไหมคะ มันไม่ใช่การถาม ใกล้เคียงกับประโยคบอกเล่าเสียมากกว่า นัยน์ตาสีอ่อนของนักแต่งศพเหล่มองเจ้าของชื่อแวบหนึ่ง



อันที่จริง--- นั่นเป็นชื่อที่ทุกคนตั้งขึ้นมาเอง เพราะเมื่อใดที่ถึงวันนั้น เงื่อนไขในการเล่นเกมไล่ล่าจะไม่เหมือนกับที่ผ่านมา...เขาหยุดเสียงที่พูดเพียงเท่านั้นเพื่อให้อิไลได้อธิบายต่อ



ฮันเตอร์จากหนึ่งเป็นสอง เซอร์ไวเวอร์จากสี่จะเป็นแปด จัดสองครั้งโดยแบ่งเป็นหนึ่งรอบต่อหนึ่งวัน ไม่มีใครที่ไม่ได้เล่น เกมในวันนั้นคือโอกาสเดียวที่จะได้ออกจากคฤหาสน์นี้ไป แต่ก็แค่หนึ่งในแปดเท่านั้น...



หนึ่งในแปด แค่หนึ่งเท่านั้น



โชนันเอ่ยเสียงแผ่ว แม้จะตกใจกับตัวเลขที่ได้ยิน แต่ลึกๆเธอก็เริ่มหาคำตอบให้ตัวเองว่าอยากจะกลับออกไปหรือไม่ กลับออกไปโดยที่อาจจะไม่มีวันได้พบพี่น้องอู่ฉางอีก



“…..”



มันไม่ใช่อะไรที่ทุกคนจะทำได้ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ถูกพานั่งเก้าอี้กลับคฤหาสน์เสียก่อน สุดท้ายก็จะถูกฆ่าอย่างที่เธอเห็นนี่แหละ!”



“!!?



ถูกฆ่า



โดยใคร...



เสียงหวานหลุดออกมาอย่างแผ่วเบา โชนันไม่รู้อีกแล้วว่าจะเป็นคำถามที่สร้างสรรค์หรือไม่



สามารถเป็นใครก็ได้ในหมู่ฮันเตอร์ที่ถูกสุ่มออกมานักแต่งศพกล่าว คิ้วของเขาเริ่มขมวดเมื่อการที่เขาพูดถึงเรื่องนี้ทำให้ภาพหน้าของฮันเตอร์ที่ฆ่าเลดี้โคลแวบเข้ามาในหัว และเขาก็ไม่เคยคิดจะสนใจหรือมองเจ้านั่นดีๆได้อีก



*ปับ*



เธอเองก็ระวังตัวไว้ด้วย



จู่ๆอิไลก็ตบบ่าเธอและกระซิบเป็นเชิงเตือน คิ้วเรียวบนใบหน้าหวานเลิกขึ้นเล็กน้อย



เดี๋ยวต้องไปเจอกับพวกนั้นใช่ไหมล่ะ ระวังตัวไว้บ้างก็ดี



ทำไมล่ะคะ? พวกเขาไม่มีทางทำร้ายฉันหรอกค่ะโชนันว่ากลับ เธอไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเห็นอะไรบ้างจากความสามารถในการหยั่งรู้ของเขา แต่จากท่าทีที่ผ่านมาของฮันเตอร์หนุ่ม เด็กสาวสามารถเชื่อใจพวกเขาได้ว่าพวกเขาจะไม่มีทางทำร้ายตนเองอย่างแน่นอน



ตอนนี้อาจใช่



ร่างบางมองชายหนุ่ม อยากรู้นักว่าใต้ผ้าปิดตานั่น เขากำลังมองเธอด้วยสายตาแบบไหน



แต่ถึงตอนนั้น หากพวกเขาถูกเลือก มันก็ไม่แน่ ยิ่งเธอและเจ้าพวกนั้นสนิทกันมากเท่าไร เชื่อได้เลยว่ามันจะยิ่งกลายเป็นเรื่องสนุกของเจ้าบ้าที่สร้างเกมนี้ขึ้นมา



อ๊ะ



มือแกร่งใต้ถุงมือหนังผลักดันหลังเป็นสัญญาณให้เธอกลับออกไป นักแต่งศพหนุ่มเลิกให้ความสนใจคุณหนูสาว เขาผละออกไปยืนหน้าหลุมศพเลดี้โคลตามเดิมราวกับว่าวันนี้ทั้งวันจะไม่ไปไหนนอกจากเฝ้าหลุมที่ไร้ร่างนี้



ไปซะ... พวกเขารอเธออยู่



“…..”



ถึงจะพูดอย่างงั้นอย่างงี้ ทว่าเด็กสาวก็รู้สึกดีใจที่เขาก็ยังเลือกที่จะปล่อยให้เธอเดินต่อ แทนที่จะรั้งเอาไว้



เป็นคนดีกว่าที่สัมผัสจากภายนอก เด็กสาวนึกพลางอมยิ้มน้อยๆ หากเลดี้โคลยังอยู่ เธอคิดว่าญาติสาวจะต้องชอบอิไลอย่างแน่นอน ลึกๆใจมันบอกแบบนั้น...



[เดอะ มิสเตรส] กลับออกมาจากสวนหลังคฤหาสน์พร้อมกับความกังวลที่ก่อตัวทีละนิด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ระหว่างเธอ กับ [ผู้หยั่งรู้] และ [นักแต่งศพ] ช่างหนักหนา ถึงจะได้รู้แล้วว่าวันฉลองตายนั่นคือวันอะไร ทว่ามันกลับสร้างหวาดหวั่นขึ้นมาแทนที่ความสงสัย



ร่างบางพาตัวเองกลับขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปตามนัดที่ได้ให้ไว้กับฮันเตอร์หนุ่มชาวจีน



หูเตี๋ยน้อย



เสียงทุ้มเอ่ยเรียกอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มบางๆปรากฎบนใบหน้าเรียว เปียยาวสีขาวขยับตามการเคลื่อนไหวของร่างสูงโปร่ง



[อู่ฉาง] กลับมาเป็นอู่ฉางอย่างทุกทีแล้ว แต่นั่นก็แล้วอย่างไร เพราะไม่ว่าจะแบบนี้หรือแบบไหน เขาก็ยังคงเป็นอู่ฉางที่ทั้งสง่างามและหล่อเหลาเหมือนเดิมอยู่ดีนั่นแหละ



แม้จะกังวลเรื่องที่ถูกเตือนไว้อย่างไร ทว่าร่างบางก็ยังฉีกยิ้มหวานให้ไป๋อู่ฉาง คือรอยยิ้มแบบเดียวกันกับที่มอบให้เฮ่ยอู่ฉางก่อนที่จะกลับออกมา



คุณหนูหวางคนนี้ก็ยังคงปลาบปลื้มและหวั่นไหวต่ออู่ฉางไม่เปลี่ยน...









Cr. ชื่อตอน มาจาก เพลงความคะนึงหาใกล้ชิด

- เพลงประกอบเกมมหัศจรรย์กระบี่จ้าวพิภพ -




THE★FARRY


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #16 areeyapuga (@areeyapuga) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 10:14
    รู้สึกเริ่มสงสารมาตะงิดๆ
    #16
    1
    • #16-1 Tsuki Makoto (@lion4748) (จากตอนที่ 7)
      7 มีนาคม 2562 / 00:07
      โชคชะตาของแต่ละคนจะเป็นยังไงต่อไปนะ ;-;
      #16-1
  2. #15 pinnythesong (@pinnythesong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 09:20
    ไม่นะเเดนเซอร์ช้านนนน
    #15
    1
    • #15-1 Tsuki Makoto (@lion4748) (จากตอนที่ 7)
      7 มีนาคม 2562 / 00:09
      คนร้ายมีปรากฎตัวในเรื่องแล้วด้วย แต่เราจะไม่พูดถึงเขาอีก
      #15-1