Au Fic Identity V : Be our mistress

ตอนที่ 1 : บทนำเกมไล่ล่า ...เป็นคุณหนูหวาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 651
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    2 พ.ค. 62

บทนำเกมไล่ล่า



               



                เสียงแหบแห้งสูดลมหายใจและปล่อยออกมาเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความมือและความเงียบสงบภายในห้องนอนแสนกว้าง มือบางยกขึ้นกุมขมับก่อนชะงักงันเมื่อดวงตาเปิดขึ้นเห็นมืออีกข้างของตน มือที่บริเวณข้อมือสวมกำไลเงินถึงสองห่วง มองมันอยู่เช่นนั้นด้วยความสงสัยสับสนก่อนเลือกที่จะละสายตาออกไปที่อื่น



“…..”



ร่างบางซึ่งนั่งเหยียดขายืดยาวอยู่บนเตียงระดับควีนไซส์ เบือนหน้าไปทางหน้าต่างซึ่งมีผ้าม่านผืนใหญ่ทอดตัวปิดยาวจรดพื้นเป็นความสูงกว่าสามเมตร เสียงนกร้องดังลอดเข้ามาเรียกให้คนบนเตียงค่อยๆขยับตัว เหวี่ยงขาลงจากเตียง



เมื่อฝ่าเท้าแตะพื้นก็รู้สึกได้ถึงความเย็นเชียบที่ทำให้เจ้าตัวถึงกับค่อยๆจรดเท้าลงเต็มฝ่า ก่อนเดินหันเข้าหาหน้าต่างที่มีผ้าม่านปิดบริเวณไม่ไกลจากเตียง



สองมือยกขึ้นจับรอยแยกของผ้าม่าน ค่อยๆแน่นขึ้น จากนั้นจึงกระชากมันเปิดออกเกิดเสียงห่วงห้อยผ้ากระทบราวด้านบนเสียงดัง พร้อมกันนั้น แสงสว่างจากภายนอกก็สาดเข้ามาจนต้องยกแขนป้องกัน ดวงตาหรี่ลงเพื่อปรับสภาพตา



ภาพค่อยๆชัดขึ้น...ชัดขึ้น



ชัดขึ้นทีละนิด



จนมันปรากฎชัดแก่สายตา



นี่มันที่ไหนกัน?



เสียงหวานเอ่ยกับตัวเอง เธอมองออกไปด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งปรากฎภาพบ้านเมืองที่ไม่เหมือนอย่างที่คุ้นเคย จากนั้นจึงยกข้อมือที่มีกำไลวงเงินขึ้นมาพินิจอีกครั้งก่อนพบว่าแต่ละอันต่างประดับด้วยจี้รูปผีเสื้อในอิริยาบถที่ต่างกัน



อันหนึ่งเป็นผีเสื้อสยายปีกเต็มที่ ตรงกลางตัวมันเป็นอัญมณีสีฟ้า ส่วนอีกอันเป็นผีเสื้อกางปีกให้เห็นจากด้านข้าง ที่ปีกของมันประดับอัญมณีสีแดงอันเล็กๆสองสามเม็ด เป็นความแตกต่างที่ลงตัวราวกับเป็นหนึ่งเดียว



*แอ๊ด*



อรุณสวัสดิ์ คุณหนูหวาง



ในขณะที่กำลังขมวดคิ้วไปกับสิ่งของบนข้อมือตน ประตูก็เปิดออกตามมาด้วยเสียงทักทายยามเช้าที่เปี่ยมไปด้วยความนอบน้อม ร่างบางหันหลังกลับไปตามเสียงพบว่ามีสาวใช้หรือที่เรียกว่า คุณเมดถึงสามคนด้วยกัน มายืนรอท่า หนึ่งในนั้นซึ่งอยู่ด้านหน้าเป็นคนที่มีอายุมากที่สุด



อึก อืม...



เสียงหวานเพียงครางตอบเบาๆซึ่งเป็นความเบาที่มากพอที่พวกเมดจะไม่ได้ยิน หากแต่พวกหล่อนก็ไม่ได้ผิดสังเกต นอกจากแสดงความแปลกใจที่คุณหนูหวางคนนั้นลุกขึ้นมาเปิดม่านเอง



ตายแล้ว คุณหนูเปิดม่านเองหรือคะ?!”



อะ อือ ก็ใช่ ทำไมหรอ?



นั่นเป็นหน้าที่ของพวกเรานะคะ คุณหนู น่าจะรอให้พวกเรามาเปิดให้ คุณจะได้ไม่ต้องลำบาก



สาวใช้ทั้งสองคนซึ่งอยู่แนวหลังเอ่ย พวกเธอย่อตัวก้มหน้าให้อย่างรู้สึกผิดล้นพ้น ซึ่งนั่นทำให้เธอรู้สึกแปลกๆได้แต่พูดกับตัวเองว่า ร้ายแรงขนาดนั้นเชียว?



นอกจากนี้เธอก็ได้คำถามเพิ่มมาอีกอย่างแล้วว่า



คนพวกนี้มันอะไรกัน? คุณหนูหวางที่ว่านั่นใคร?



เธอหรอ



โชนัน หวาง จำไม่เห็นได้ว่าตัวเองไปเป็นคุณหนูตั้งแต่เมื่อไร?!



โอ - เอ็ม - จี!



มาถึงตอนนี้ เด็กสาวกำลังหมุนดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและสำรวจตัวอยู่หน้ากระจกตั้งพื้นบานใหญ่ ร่างเล็กบางสวมชุดกระโปรงคอจีนซึ่งด้านในเป็นผ้าบางพริ้วซ้อนหลายชั้น ส่วนนอกเป็นผ้าหนาสีฟ้าเขียว มีริบบิ้นสีแดงผูกคาดใต้อก ทำให้ชุดนี้เป็นชุดที่ไม่มีการเน้นสัดส่วนเป็นพิเศษ



เนื่องจากเป็นกระโปรงที่ยาวเหนือเข่า จึงสวมคู่กับถุงเท้าที่ยาวปิดเข่าสีขาว แขนเสื้อเป็นแบบแขนเลย จึงเผยให้เห็นแขนเรียวเสลาตลอดถึงมือบางรวมทั้งกำไลเงินที่ข้อมือทั้งสองอันด้วย



อัญมณีสีฟ้าและแดงกำลังส่องประกายหยอกล้อกับแสงด้านนอกที่สาดเข้ามา



อ่าห์---



มีอะไรหรอคะ?



ไม่คิดว่ากำไลพวกนั้นดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาบ้างหรอคะ คุณหนูหวางเมดสาวซึ่งช่วยเธอแต่งตัวเอ่ยพลางยิ้มน้อยๆ



เด็กสาวยกพวกมันขึ้นพินิจอย่างไม่เข้าใจ



เอาล่ะ แต่งตัวเสร็จแล้ว เราไปที่ห้องอาหารกันเถอะค่ะ



เมดคนนั้นเอ่ยตัดบท จากนั้นผายมือค้อมศีรษะเป็นเชิงให้เด็กสาวเดินนำออกไปก่อน แม้จะยังติดใจสิ่งที่เมดพูดเมื่อครู่ ทว่าคิดไปหรือเซ้าซี้หล่อนตอนนี้ก็เห็นว่าจะไม่มีประโยชน์อะไร เมื่อทันทีที่ก้าวออกจากฉากกั้น เธอก็เห็นว่าตรงประตูนั้นมีเมดอีกคนเปิดเข้ามาค้อมศีรษะรอส่งอยู่



เฮ้อ เป็นคุณหนูนี่ ก็มีแต่คนก้มหัวให้แฮะ



ว่าไป มาลองนึกๆดูแล้ว จากที่ส่องกระจกดู ก็ไม่เห็นว่าร่างนี้จะมีสิ่งผิดปกติตรงไหน ยังคงเป็นตัวเธอเหมือนเดิม ที่ต่างไปก็เห็นจะเป็นข้อมือที่มีกำไลผีเสื้อโผล่มาสองอัน ตามปกติ โชนัน หวาง คนนี้จะไม่นิยมสวมเครื่องประดับจำพวกกำไลข้อมือข้อเท้า แม้แต่นาฬิกาข้อมือยังไม่สวม ด้วยว่ามันน่ารำคาญ ให้ความรู้สึกเหมือนมีใครเอาอะไรมามัดมารัดไว้



แล้วนี่มันอะไรกัน? จู่ๆก็มีกำไลโผล่มา แลดูพิกลน่าสงสัยไม่น้อย



เธอไม่ได้ถอดออก เพราะลึกๆสัมผัสได้ว่า มันคือของสำคัญ!



อรุณสวัสดิ์คุณหนูหวาง อาหารเช้าวันนี้คือ เอ้กเบเนดิกต์เสิร์ฟคู่กับปลาสเตอร์เจียนรมควัน ครับ



หวาว---



โชนันไม่ได้สนใจอาหารตรงหน้าหรือเสียงเชฟที่กำลังแนะนำอาหารเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังตาวาวมองไปรอบๆห้องอาหารของบ้านหลังนี้ด้วยความตื่นตาตื่นใจ ไม่ใช่ห้องที่เล็กหรือกว้างจนเกินไป ตกแต่งในสไตล์วินเทจสีอ่อนเบาๆแบบที่เธอชอบเลย อีกทั้งยังผสานความเป็นยุโรปและจีนเข้าด้วยกันอย่างนุ่มนวล



คุณหนู...



อ๊ะ! พ่อบ้าน แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะคะ?โชนันหันไปหาชายวัยกลางคนซึ่งคาดว่าเป็นพ่อบ้านของที่นี่ เธอเดาเอาจากชุดทางการแบบที่พวกพ่อบ้านในหนังในอนิเมะใส่กันบนร่างสมส่วนของอีกฝ่าย



เด็กสาวถามด้วยความสงสัย เมื่อห้องอาหารแห่งนี้ นอกจากเธอ พ่อบ้านและพวกเมดบางคนกับเชฟที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะแล้ว เธอก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเข้าออกห้องนี้อีก



โชนันสัมผัสได้ว่าถูกพ่อบ้านมองด้วยความเห็นใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะลอบถอดถอนหายใจเบาและกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า คุณท่านทั้งสองเสียชีวิตไปได้สองปีแล้วครับคุณหนู



.....



ไม่ใช่ว่ารู้สึกเสียใจที่ได้ยินแบบนั้นจึงเงียบ แต่เพราะกำลังขบคิดใช้สมอง เรียบเรียงความเป็นไปของสิ่งรอบกายในฐานะ คุณหนูหวางต่างหาก ได้ข้อมูลเพิ่มแล้วว่า ที่แห่งนี้ เธอไม่มีพ่อแม่แล้ว ซึ่งอาจบอกได้ว่าเป็นเรื่องดีก็ได้ล่ะมั้ง เพราะถึงพวกคนใช้ไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของคุณหนูหวาง แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่อาจไม่ใช่ก็ได้



อืมๆ...



คุณหนูจำไม่ได้หรือครับ?



เพ่ย! นั่นปะไร ไม่ทันไรพ่อบ้านก็ดันแสดงความสงสัยออกมาเองซะงั้น



อ้า เปล่าๆ! ก็แค่ลองถามดูน่ะ ถามดูเฉยๆ ฮะ ฮะฮะเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนแห้งๆของร่างบางทำให้เหล่าผู้น้อยในห้องนั้นพากันหน้าหมองลงไปถึงเจ็ดส่วน พวกเขาคิดว่าคุณหนูหวางยังไม่สามารถลืมการสูญเสียครั้งนั้นไปได้ ช่างน่าสงสาร



เอ่อ อีกคำถามนะพ่อบ้าน



ครับคุณหนู



ฉันมีพี่น้องไหมอ่ะคะ?



“…..”



พ่อบ้านไม่ตอบแถมเงียบไปจังหวะหนึ่งอีก นั่นทำให้เธอเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา แต่เธออาจจะคิดมากไปเองก็ได้ เพราะหลังจากนั้นพ่อบ้านก็ตอบเธอนิ่งๆเสมือนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ



คุณหนูเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหวางครับ



โอเค รูดซิปปากค่ะ อ๊ะ ไม่ได้สิ ต้องบอกว่าหยุดขี้สงสัยสักที! ไม่งั้นเดี๋ยวไม่ได้กินสักที เอาล่ะ งั้นก็ทานอาหารเช้าซะโชนัน ถ้ายังไม่อยากถูกมองว่าเป็นคุณหนูผู้สมองเลอะเลือน



*กริ๊ก*



จดหมายครับคุณหนู



พ่อบ้านเอ่ยแจ้งแก่เด็กสาวที่นั่งมองถาดเงินซึ่งวางซองจดหมายไว้ถึงสองซองด้วยกัน เขานำมันมามอบให้แก่คุณหนูหวางหลังจากถาดอาหารถูกยกออกไปหลังรับประทานเสร็จ



เด็กสาวนั่งมองพวกมันนิ่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนที่มือจะเอื้อมไปหยิบหนึ่งในสองขึ้นมาเปิดผนึกออกโดยไม่สนต่อมีดเล่มเล็กที่วางอยู่ใกล้ๆมือแม้แต่น้อย ทั้งที่เธอควรใช้มันในการกรีดเปิดซอง



คิ้วเรียวบางขมวดเมื่อได้อ่านข้อความข้างใน...



จดหมายฉบับนี้ใครเป็นคนส่งมากัน พ่อบ้านพอจะทราบไหมคะ?



เราไม่รู้เลยว่าจดหมายฉบับนั้นมันมาจากไหนและใครเป็นผู้ส่งมา แต่ที่พอจะบอกได้คือ อีกซองนั้นมาจากเลดี้โคลครับ



ห๊ะ!?



เลดี้โคล...



ใครนะ?



พ่อบ้านกระแอมไอพอเป็นพิธีก่อนจะกล่าวต่อเลดี้โคล ญาติห่างๆของคุณหนูครับ



พ่อบ้านบอกว่า... หนูไม่มีพี่น้องที่ไหนหนิ?ฉันย้อนถาม ก่อนหน้านี้ฉันถามเขาแล้วเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าฉันมีพี่น้องที่ไหน แล้วจู่ๆมีญาติที่ไหนโผล่มาได้ไงวะคะ!



ถ้าโดยสายเลือดล่ะก็--- ใช่ครับ ส่วนนอกสายเลือดที่อยู่ในวงศ์เดียวกันแต่คนละนามสกุลมีคนนึงคือเลดี้โคลครับคุณหนูพ่อบ้านตอบอย่างใจเย็น



โธ่เอ๊ย สั่งปลดพ่อบ้านตอนนี้ คุณหนูหวางจะหมดมาดคุณหนูผู้ใจดีไหมเนี่ย ที่ถามก่อนหน้านี้ก็เพราะต้องการคำตอบแบบนี้แหละค่ะ คุณพ่อบ้าน!



เอ่ะ หรือเราถามไม่เคลียร์เอง?



“…..”



ช่างมันเถอะ



ตอนนี้มาสนใจจดหมายอีกฉบับที่ส่งมาพร้อมกันก่อนดีกว่า จดหมายในมือเธอฉบับนี้ไม่มีชื่อคนส่งลงไว้ นอกจากเนื้อความที่เอ่ยถึงคฤหาสน์ชื่อ ยูรี่ไดซ์ ซึ่งบอกไว้ว่า เป็นสถานที่เล่นเกมไล่ล่าระหว่างเซอร์ไวเวอร์และฮันเตอร์



เกมไล่ล่า--- ฟังดูอันตราย ทว่าคําว่า ความปรารถนาสัมฤทธิ์ก็ยวนใจผู้ถูกเชิญอย่างเธอนัก ในใจของคุณหนูสาวกำลังสั่นไหวและคาดหวังจะได้พบกับพวกเขาทั้งสองโดยไม่รู้ตัวเลยว่า มันแปลก...




ครั้งหนึ่งข้าฝันว่าเป็นผีเสื้อ

โบยบินไปมา เริงร่าอย่างอิสรเสรี

ปราศจากความกังวลอันใด

ผีเสื้อรู้ว่าตัวมันคือจวงโจว

ทันทีทันใด ที่ตื่นขึ้นมา

ก็รู้สึกตัวว่าข้า คือ จวงโจว

(Cr. ส่วนหนึ่งจาก บทกวี ความฝันผีเสื้อ /เพจ เข้าใจไชน่า 理解中國)




ฝันร้ายหรือ?



ร่างสูงโปร่งซึ่งนอนทอดตัวอยู่บนเตียงเอ่ยขึ้นท่ามกลางห้องที่ปราศจากแขกคนใด เขามีผมขาวแซมดำยาวเหยียดตรงเลยสะโพก มัดลวกๆเหมือนแค่ให้เก็บผมได้ก็พอโดยไม่คำนึงถึงความเรียบร้อยสวยงาม ที่หัวเตียงมีร่มกระดาษสีดำคันหนึ่งวางตั้งพิงไว้



มันเปล่งแสงเรืองสีม่วงเข้มก่อนที่จะมีเสียงตอบกลับมาในรูปแบบโทรจิต



มีเพียงชายผมขาวเท่านั้นที่ได้ยิน



เปล่า ก็แค่หูเต๋อ(ผีเสื้อ)ตัวหนึ่ง



มุมปากชายซึ่งนอนเหยียดกายนั้นยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยตอบกลับด้วยเสียงตนอย่างหยอกเย้าโดยที่ดวงตายังคงปิดอยู่



น้องฉันคิดว่าตนเองเป็นจวงโจวรึ จึงเอ่ยถึงหูเต๋อแบบนี้



มันไม่ใช่เช่นนั้น...



งั้นเช่นไร?



ความเชื่อที่ว่ากันว่าผีเสื้อหมายถึงการได้พบเจอคนรัก



“…..”



คราวนี้ชายผมขาวกลับเงียบไป จังหวะนั้นเองดวงตาที่ปิดอยู่ก็ค่อยๆเปิดเปลือยขึ้นเผยให้เห็นนัยน์ตาสีม่วงสงบนิ่งและแฝงความน่าหลงใหลอยู่เบื้องหลังนั้น รอยยิ้มซึ่งแต่งแต้มมุมปากพลันเลือนหายไป



แสงเรืองรองสีม่วงซึ่งโอบร่มดำไว้ค่อยๆเกาะกลุ่มลอยออกมาเป็นสาย ก่อเกิดเป็นรูปร่างบุคคลหนึ่งขึ้นที่ผนังห้องใกล้บริเวณเตียงนอน ค่อยๆฉายชัดขึ้นจนเห็นเป็นชายหนุ่มอีกคนยืนกอดอกพิงกำแพง มีรูปลักษณ์ละม้ายคล้ายคนที่อยู่บนเตียงทุกกระเบียดนิ้ว หากกลับกันที่สีผมของคนคนนี้เป็นสีดำแซมขาว



นัยน์ตาสีม่วงของเขาสบร่างของแฝดผู้พี่ที่ยังคงนิ่ง



เนิ่นนานในความรู้สึก พวกเขาตกลงสู่ห้วงภวังค์ของตน



คิดว่าท่านพี่น่าจะยังไม่ลืม



เราทั้งสอง...









31-01-2019


THE★FARRY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #4 paiwarn254800 (@paiwarn254800) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:11

    นางเอกแลดูน่ารักค่ะ

    #4
    1
    • #4-1 Tsuki Makoto (@lion4748) (จากตอนที่ 1)
      7 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:14
      น้องจะมาแนวๆน่ารักไม่อ่อนแอ แต่ระทวยเมื่อเจออู่ฉาง555
      #4-1
  2. #2 rov062 (@rov062) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 16:17

    มาต่อนะะะะะ

    #2
    0