Au Fic Sengoku Basara : ยักษ์กับท่านหญิงน้อย

ตอนที่ 5 : 04 ทางแยก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.พ. 62

บทที่  4




              อดีตนั้นช่างหอมหวาน เมื่อมันถูกระลึกถึงก็ราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง---


ร่างของบุตรชายไดเมียวแห่งโทสะกำลังเร่งฝีเท้าไปหาเด็กสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวบุญธรรม พวกสาวใช้บอกว่า นางกำลังพักผ่อนอยู่ที่ระเบียงในสวนอย่างทุกที



เขาจะต้องบอกข่าวดีนี้แก่นางให้ได้!



ระเบียงซึ่งอยู่ในบริเวณสวนของปราสาทโอกะ ปรากฎร่างบางของเด็กสาวเจ้าของผมยาวสลวยสีน้ำตาลเทากำลังนั่งห้อยขาแกว่งไปมา ขณะเพลิดเพลินไปกับรสชาติของวุ้นถั่วแดงและชาอุ่นๆหลังการฝึกอย่างหนัก ดื่มด่ำกับความสงบจนกระทั่งหูได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งร้อนของใครบางคนใกล้เข้ามา



คิสึนะ!



เจ้าของชื่อหันมารออยู่แล้ว ด้วยความสงสัยว่าเจ้าของฝีเท้าคือใครกัน ดวงตาสีเขียวอ่อนมองตามร่างสูงในชุดฮากามะเช่นเดียวกับตนหากแต่เป็นสีฟ้าเทา กึ่งเดินกึ่งวิ่งมานั่งลงข้างๆอย่างถือวิสาสะ หากแต่นางก็ไม่ได้ตำหนิอะไร นอกจากเอียงคอเล็กน้อย ส่งยิ้มให้ราวกับรู้อยู่แล้ว



มีเรื่องดีๆหรือเจ้าคะ?”



สีหน้าแช่มชื่นเช่นนี้ นางไม่ได้เห็นเสียนาน แสดงว่าจะต้องมีข่าวดีเกิดขึ้นแน่นอน



ฮ่า เจ้าเดาถูกเสมอ คิสึนะ! ใช่ นี่เป็นข่าวดีที่สุดเลยเพราะในศึกครั้งหน้า ท่านพ่อจะให้ข้าเข้าร่วมด้วยล่ะ!โมโตจิกะฉีกยิ้มกว้าง แม้จะเสียดายที่ไม่ได้เซอร์ไพรส์นาง แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่านางจะร่วมยินดีกับความสำเร็จในขั้นแรกของตน



ว้าว จริงหรือเจ้าคะ ยินดีด้วยนะเจ้าคะท่านโมโตจิกะ ในที่สุดความฝันของท่านก็จะเป็นจริงแล้ว!”



แน่อนว่านางไม่พลาดที่จะกล่าวแสดงความยินดี นั่นทำให้คนตรงหน้ายิ่งมีความสุขและแทบยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ



อ่า! คอยดูฝีมือข้าให้ดีล่ะ คิสึนะ เจ้าจะต้องไม่ผิดหวังข้าผู้นี้อย่างแน่นอน



โมโตจิกะกล่าวเป็นดั่งคำสัญญาอันแสนหนักแน่น...



“…..”



ณ ช่วงเวลาปัจจุบัน ที่ระเบียงปราสาทบนป้อมฟุงากุ ดวงตาสีเขียวอ่อนทอดมองออกไปไกลสุดขอบฟ้า ค่อยๆหลับตาสูดกลิ่นทะเล ใบหน้าเปื้อนยิ้มบางเบา แต่แล้วทันใดนั้นรอยยิ้มนั้นก็หดหายไปอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นใบหน้าตึงเครียดและเต็มไปด้วยเค้าความกังวล เมื่อนึกได้ว่า ต้องทำอย่างไรตนถึงจะกลับไปยังช่วงเวลาปัจจุบันของตนเองได้



น่าขำนักที่ต้องยอมรับเสียทีว่าทุกสิ่งรอบกายในยามนี้มันไม่ใช่แค่ฝัน มันคืออดีตที่กลับกลายเป็นปัจจุบัน ไม่ว่าเรื่องเหนือธรรมชาตินี่จะเกิดขึ้นได้ด้วยอะไรก็ตาม



แต่นี่คือสัญญาณดี !



ตัวเธอที่ควรตายไปในทะเลจากการตกลงมาแทกพื้นน้ำในระยะห่างที่ไม่ได้น้อย กลับยังมีชีวิตอยู่ 



ดวงตากลมโตดุจแมวฉายแววหมายมั่น



หากเธอกลับไปได้ ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม เธอจะไปทวงสิ่งที่สมควรเป็นของตนเองกลับคืนมา มันเป็นสิทธิของทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเธอที่สมควรได้รับมรดกทั้งหมดตามพินัยกรรม ไม่ใช่เจ้าคนปลิ้นปล้อนคนนั้น!



คิสึนะ



ประกายตากล้าในดวงตาคู่สวยหายวับไป ทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มห้าวของไดเมียวหนุ่มเอ่ยเรียก ฝีเท้าลงหนักแน่นดังมาจากด้านหลัง เด็กสาวหันกลับไปตามเสียง เขามาพร้อมกับอาวุธคู่กายซึ่งเธอเพิ่งสังเกตว่ามันมีรูปร่างคล้ายกับสมอเรือ



โมโตจิกะซังคิสึนะเลือกที่จะใช้คำปัจจุบันลงท้ายชื่ออีกฝ่ายแทนที่จะเป็นซามะ(ท่าน)เช่นในคราวแรก และดูเหมือนอีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากไม่ชินกับมันเท่าไร เช่นเดียวกับที่เธอไม่ชินที่จะเรียกใครลงท้ายด้วยท่าน



หลังกลับจากการเดินเล่นในหมู่บ้าน ไดเมียวหนุ่มก็เรียกประชุมเหล่าลูกน้องพลพรรคของเขา ส่วนเธอนั้นขอแยกตัวออกมาอยู่บนนี้โดยมีเด็กแฝดคู่เดิมคอยรับใช้ แต่คิสึนะไม่ต้องการคนรับใช้โดยเฉพาะกับเด็ก เธอจึงปล่อยให้พวกเขาเล่นเทมาริกันตามต้องการ ดังนั้นภาพที่เห็นจึงเป็นสิ่งที่ไดเมียวหนุ่มคาดไม่ถึงเลย



ข้าคิดถูกแล้วใช่ไหมที่ให้อิจิมารุกับนิโกะดูแลเจ้าโมโตจิกะเอ่ยเสียงเข้ม เขาหันมองเด็กสองคนนั้นแวบหนึ่ง มุมปากที่ยกยิ้มทำให้รู้ว่าเขาแค่หยอกเล่นเท่านั้น ซึ่งก็ทำให้เด็กทั้งสองที่หน้าเสียไปแวบหนึ่งกลับมายิ้มกว้างดังเดิม



ฉันให้พวกเขาไปเล่นเองค่ะ สองคนนั้นยังเด็กอยู่ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อีกอย่างมันก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เธอหมุนตัวหันกลับมาเอ่ยพลางพิงราวระเบียงไม้ ผมยาวสีน้ำตาลเทาลู่ไปตามลมเบาๆ



แวบหนึ่งชายหนุ่มมีสีหน้าเครียดขึ้นมา



“…ต้องเป็นห่วงสิ



หมายความว่ายังไง?



เจ้าคงไม่รู้ ว่าศัตรูของข้าล้วนแต่ต้องการตัวเจ้าทั้งนั้น



น้ำเสียงที่เคยแฝงความขี้เล่นกลับกลายเป็นจริงจัง



จะเป็นไปได้ยังไงกัน?! ฉันเพิ่งจะโผล่มาที่นี่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เองนะคะ แล้วก็มีแต่พวกคุณเท่านั้นด้วยที่รู้เรื่องนี้คิสึนะค้าน



“…..”



สีหน้าของโมโตจิกะในเวลานี้ไม่สามารถเดาได้เลยว่ารู้สึกอย่างไร



ท่านหญิง...เด็กน้อยอิจิมารุและนิโกะเอ่ยเรียกเด็กสาวเสียงแผ่ว



พวกเจ้าออกไปเล่นข้างนอกกันสักครู่ ข้าต้องการสนทนาเป็นการส่วนตัว



ตอนนั้นเองเสียงทุ้มห้าวได้เอ่ยสั่งด้วยโทนเสียงเรียบๆ น่ากลัวว่าเขากำลังไม่พอใจอะไรหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่เด็กสาวสุดจะรู้ ทว่าเธอก็ไม่ได้หวาดหวั่นเท่าที่ควรนัก



นัยน์ตาสีเขียวอ่อนสบดวงตาโตของเด็กทั้งสองและส่งสายตาเป็นเชิงสำทับคำสั่งของโมโตจิกะเงียบๆ



เจ้าค่ะนายท่าน



ขอรับอานิกิ*



หนุ่มสาวทั้งสองมองตามหลังฝาแฝดที่พากันวิ่งออกไปจนกระทั่งลับร่าง โมโตจิกะเป็นฝ่ายละสายตาก่อน จากนั้นเขาก็เหวี่ยงตัวนั่งบนราวระเบียง ห้อยขาออกไปด้านนอก แขนข้างหนึ่งประคองอาวุธหนักของตนไว้



เสียงคลื่นทะเลและลมดังสอดประสานกัน แสงอาทิตย์ยามใกล้ตกดินเริ่มเป็นสีส้ม ทำให้บรรยากาศระหว่างเขาและเธอในเวลานี้ช่างสงบและแสนโรแมนติคในคราวเดียวกัน



หากคิสึนะก็ไม่อาจคิดไปถึงขนาดนั้นได้...



จากนี้เราจะวางกำลังป้องกันเพิ่ม เพราะอย่างที่ข้าบอกไปก่อนหน้านี้ มีศัตรูมากมายที่ต้องการตัวเจ้าโมโตจิกะเอ่ยโดยดวงตายังคงมองตรงไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า



นั่นจึงเป็นสาเหตุที่คุณเรียกประชุมลูกน้องของคุณสินะคะ



ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง ข้าไม่ได้บอกเจ้าตอนอยู่ที่หมู่บ้าน เรื่องบุคคลน่าสงสัย หากข้าสังหรณ์ไม่ผิด มันคงกำลังเพ่งเล็งมาที่เจ้าอย่างแน่นอน



…!?



เมื่อได้ยินดังนั้นก็ให้รู้สึกตกใจอยู่บ้าง และน่าหงุดหงิด ตอนอยู่ห้วงเวลาเดิมเธอถูกเหล่าญาติที่เหลือเพียงไม่กี่คนรวมหัวกันหลอกและสุดท้ายก็เอาเธอไปทิ้งลงทะเลอย่างไม่ปรานี พอมาอยู่ในยุคเซนโงคุ ไม่วายจะโดนหมายหัวอีกอย่างงั้นหรอ!?



เรื่องบ้าชัดๆ!”



เสียงหวานสบถกับตัวเองเบาๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน หล่อนก้มหน้าลงพลางเม้มปากอย่างอดกลั้น ดวงตาคมเหลือบมองร่างบางข้างกายแวบหนึ่งก่อนละสายตา



เจ้า...ไม่เหมือนคิสึนะคนเดิมที่ข้าเคยรู้จัก เหมือนจะใช่ แต่ก็ไม่ใช่



ร่างบางที่กำลังเครียดในทีแรก เอียงคอเหล่มองคนข้างกายที่พูดออกมาราวกับคนเพ้อ เธอเงียบไปพร้อมๆกับอีกฝ่าย ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาในที่สุด



แม้ว่าตอนแรกที่ช่วยฉันไว้ คุณทั้งดีใจและช็อคเมื่อรู้ความจริงน่ะหรอคิสึนะเอ่ย



ข้าแสดงออกไปแบบนั้นเพราะเป็นเจ้า...จู่ๆเขาก็เงียบไปในตอนท้าย คิสึนะสัมผัสได้ว่าเขามีอะไรจะพูดอีกแต่ไม่ยอมพูดออกมา กลับอมพะนำไว้ เธอจึงอนุมานเอาเองจากท่าทีและน้ำเสียงในเวลานี้



ดังนั้นพอเห็นว่าฉันจำอะไรไม่ได้ เผลอๆจะไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย คุณจึงเริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจอย่างงั้นสินะ



โมโตจิกะแทบหันควับเมื่อได้ยิน



นั่นก็ใช่ อาจจะแค่ข้าเพียงผู้เดียวที่คิดเช่นนั้น เพราะไม่ว่าจะสำหรับเจ้าพวกนั้นหรือพวกชาวบ้าน เจ้าก็ยังคงเป็นท่านหญิงน้อยคนเดิมเจ้าพวกนั้นที่โมโตจิกะพูดถึงคือเหล่าลูกน้องหน้าตาคล้ายโจรของเขา ชายหนุ่มเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาไม่คิดบิดพลิ้วแม้แต่น้อย



สมองหรือใจของคุณที่บอกว่าใช่หรือไม่ใช่



“…..”



สิ้นเสียง ไดเมียวหนุ่มก็นิ่งขรึมไป



ฝ่ายเด็กสาว เธอคล้ายรู้สึกมีก้อนสะอื้นตันอยู่ในลำคอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกกับตัวเองว่า หล่อนไม่ใช่คิสึนะคนนั้น เป็นเพียงคนหน้าเหมือน ไม่มากหรือน้อยไปกว่านั้น พวกเขาก็แค่จำคนผิด ทว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่มาถึงจวบจนบัดนี้ก็คอยรบกวนอยู่เสมอ



รวมทั้งตอนนี้ด้วยเช่นกัน



ข้าเองก็ไม่รู้



“…..”



แล้วเจ้าเล่า คิสึนะ อะไรที่บอกเจ้าว่านี่คือเรื่องจริงหรือเรื่องบังเอิญ? ตัวเจ้าผู้มีรูปลักษณ์และนามเดียวกับท่านหญิงน้อยแห่งโทสะขณะที่เสียงทุ้มห้าวถามย้อน คิสึนะก็หมุนตัวหันไปเผชิอญหน้ากับตัวเขาจากด้านข้างที่ค่อยๆหันกลับมาพร้อมกับดวงตาคมที่สงบนิ่ง ผิดกับดวงตาอันอ่อนไหวในคราแรกที่ช่วยหล่อนขึ้นจากน้ำ



สมองและใจฉันเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอ



นั่นคือคำปด



แสดงว่าเจ้าเองก็ไม่รู้ใบหน้าหล่อเหลาปรากฎรอยยิ้มจางๆ เขาไม่ได้ตำหนิหรืออะไรใดๆ เพียงแค่พูดไปตามเนื้อผ้า



“…..”



เขาอาจพูดแสดงความไม่ไว้ใจและสงสัยออกไปในทีแรก แต่ลึกๆแล้วกลับซ่อนความหวังมาตั้งแต่แรกพบว่า เด็กคนนี้คือ คนที่ตนตามหามานานหลายปี เป็นคนเดียวกับที่หายไปท่ามกลางความเกรี้ยวกราดของทะเลในวันนั้น



ทว่าด้วยสถานะที่เป็นอยู่ ทำให้ต้องยั้งคิด หยุดใช้ความรู้สึกและหันมาหาเหตุผลบ้าง นอกจากนี้ชาวบ้านคนหนึ่งที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติทางรูปลักษณ์ที่แทบไม่เปลี่ยนไปของหล่อน



ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?



มันค่อนข้างที่จะสะกิดใจเขา



เล่าเรื่องของเธอให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ? จู่ๆเสียงหวานก็เอ่ยขอร้องด้วยเรื่องที่ชวนประหลาดใจ



เจ้าว่าไงนะ?



เรื่องของผู้หญิงคนนั้น...คนที่เหมือนกับฉัน ฉันอยากรู้เรื่องราวของเธอก่อนที่จะหายตัวไป



ความเงียบกลายเป็นสิ่งที่คั่นจังหวะของทั้งสองอีกครั้ง โมโตจิกะมองร่างบางนิ่งก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆอย่างช่วยไม่ได้



เข้ามาใกล้ๆสิ



มือใต้ถุงมือสีม่วงกวักเรียก



ร่างบางกระเถิบตัวเข้าไปใกล้ขึ้นแต่ก็ยังคงเว้นระยะเอาไว้อยู่ดี ร่างสูงมองเธอครู่หนึ่ง เขาขยับตัวเล็กน้อยก่อนเบนสายตาออกไปสุดขอบทะเล เสียงทะเลซัดฝั่ง สายลมและเสียงนกแก้วคู่ใจของเขาดังประสานไปพร้อมๆกันอย่างนุ่มนวล จนเด็กสาวอดที่จะเหม่อไปตามสิ่งเหล่านั้นไม่ได้



เสียงพวกนี้...?!’



หลังจากนั้นเรื่องราวก็ค่อยๆถูกทักถอออกมาทีละน้อย



นับตั้งแต่วันแรกที่ท่านพ่อของไดเมียวหนุ่มได้อุ้มร่างไม่ได้สติของเด็กคนหนึ่งกลับมายังปราสาท...









ปรับสํานวนเรียบร้อย และเปลี่ยนอะไรบางส่วน

มีผลกระทบต่อตอนถัดไป

.......

*อานิกิ (Aniki) - ภาษาญี่ปุ่น ใช้ในความหมายว่า ลูกพี่ อะไรแบบนี้ พวกพ้องของโมโตจิกะมักจะเรียกเขาแบบนั้น

..........

ถ้าเป็นเนื้อหาก่อนหน้านี้ คิสึนะก็จะโดนลักพาตัวไปแล้ว แต่อันนี้เราปรับใหม่

- คนที่ตัวเองเห็นกับตาว่าเคยตกน้ำหายไปเมื่อหลายปีก่อน กลับมาปรากฎตัวตรงหน้า

มันก็ควรที่จะแอบมีระแวดระวังกันบ้างสิ แถมรูปร่างหน้าตายังแทบไม่ต่างจากเมื่อก่อนอีก

ตอนต่อไปค่อยมาลุ้นกัน ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมานะ

..........


7/12/2017

มาอัพต่อแล้ว คนเขียนก็จะเมาๆหน่อย เมามาสองสามรอบกับการเขียนตอนนี้ เขียนลบๆมันส์เลย

//เฮลป์เฮอร์---!! ควิกๆ ท่านโมโตจิกะ-------!!!//


THE★FARRY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:26
    คิสึนะ!!!//ช็อก//โมโตจิกะซามะรีบไปช่วยเร็ว!!!จะโดนพาตัวไปแล้ว!!!!!!!!!!!!
    #8
    0