Au Fic Sengoku Basara : ยักษ์กับท่านหญิงน้อย

ตอนที่ 4 : 03 อดีตที่มีเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.พ. 62

บทที่  3





 

               ภาพคนสองคนเดินคู่กันระหว่างไดเมียวหนุ่มและสาวน้อยนางหนึ่งนำมาซึ่งความแปลกตาแปลกใจแก่ชาวบ้านที่พบเห็นนัก และที่น่าตกใจไปกว่านั้น คือ สาวน้อยผู้นั้นมีรูปลักษณ์ที่เหมือนกับ คุณหนูที่หายตัวไปในระหว่างศึกสงครามเมื่อหลายปีก่อนอีกด้วย



ยินว่านางหายไปในทะเล หากนี่คือเรื่องจริง นั่นก็หมายความว่านางได้กลับมายืนเคียงข้างไดเมียวพวกตนแล้ว!



ในเวลาเดียวกันทางด้านสาวน้อยผู้ตกเป็นเป้าสายตากลับไม่ใส่ใจต่อสถานการณ์นี้เลยแม้แต่น้อย เธอคิดว่าคนพวกนั้นคงแค่สงสัย เพราะจู่ๆเด็กอย่างเธอโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้แถมยังมากับไดเมียวของพวกเขาอีก จึงเพียงแค่มองสิ่งต่างๆรอบกายด้วยความตื่นตาตื่นใจเท่านั้น



สมัยที่เธออยู่ ไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้บ่อยๆ จึงแปลกตาไม่น้อย



ท่าทางเจ้าดูดีใจ



เสียงห้าวเอ่ยขึ้นหลังลอบสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายตั้งแต่เข้าเขตหมู่บ้านมาได้พักใหญ่ แม้มันจะเจือด้วยความระแวดระวัง แต่เขาก็สัมผัสได้ว่ามันตรงข้ามอยู่ดี



เอ๋ อย่างงั้นหรอคะ?คิสึนะตอบรับ เธอเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว ก่อนเริ่มพูดต่อพลางมองไปข้างหน้า



จะว่ายังไงดีล่ะ มันรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าได้กลับบ้าน ฮะๆๆ น่าแปลกนะคะ ทั้งที่ฉันเพิ่งเคยมาแท้ๆเด็กสาวหัวเราะแห้ง เพราะมันประหลาดเกินไปกับความย้อนแย้งในตัวเองที่เธอรู้สึกถึง อะไรคือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ได้กัน



ข้าว่ามันไม่แปลกหรอก...



เอ๊ะ?



แม้จะเป็นแค่การพึมพำกับตัวเอง แต่มันก็ดังพอที่จะได้ยินกันสองคน คำพูดเมื่อครู่ของเขาทำให้เธอสงสัยและอยากถามเหลือเกินว่า เขาต้องการจะพูดอะไรกันแน่?!



เจ้าสวมชุดนี้แล้วดูดีนี่



ทว่าหลังจากนั้น จู่ๆคนข้างกายก็จงใจเปลี่ยนเรื่องพูด ท่าทีของเขาดูไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องความย้อนแย้งในตัวเองที่เกิดกับเธอบ่อยนัก และท่าทีนิ่งๆ ใบหน้าแสดงความกังวลใจของเขา มันชี้บอกได้เป็นอย่างดี



ขอบคุณค่ะ หากไม่ตอบกลับก็คงเป็นการเสียมารยาท เธอจึงเอ่ยขอบคุณไปพร้อมกับคลี่ยิ้มให้น้อยๆซึ่งนั่นก็เรียกรอยยิ้มกลับจากไดเมียวหนุ่มเช่นกัน



ก่อนหน้านั้น หลังจากตอบรับการเชื้อเชิญที่แสนจะเป็นสุภาพบุรุษของไดเมียวหนุ่มผู้นี้ เธอก็ถูกเด็กรับใช้ฝาแฝดพาไปแต่งตัวอีกห้องหนึ่ง แล้วก็ได้รู้ภายหลังว่า ห้องนั้นคือห้องของเธอเอง จากคำบอกเล่าของเด็กรับใช้ทั้งสอง เธอถูกแฝดคนน้องซึ่งเป็นผู้หญิงช่วยเธอผลัดเปลี่ยน



ชุดที่ได้รับมาเป็นกิโมโนแบบโคะมง แม้ลายที่กระจายอยู่ทั่วชุดจะเป็นแค่ลายเล็กๆไม่ใช่อะไรที่สวยเลิศเลอเท่าพวกฟุริโซเดะ หรือทสึเกะซาเกะ แต่สำหรับยุคเซนโงคุแบบนี้ เพียงแค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับเธอ



ลายดอกแอปเปิ้ล...



ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เพราะลายนี้ได้มาจากการที่โมโตจิกะมักจะติดต่อกับพวกต่างชาติ รับวิทยาการทางเรือและยุทโทปกรณ์เข้ามา ทำให้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนสิ่งอื่นๆอยู่บ้าง หนึ่งในแฝดบอกเธอว่าท่านโจโซคาเบะสั่งทำลายผ้าและตัดชุดนี้ไว้นานแล้ว ก่อนที่เธอจะมา แต่พวกตนก็ไม่ทราบว่าทำไว้เพื่อใคร



บางทีนี่อาจเป็นของขวัญต้อนรับการกลับมาของเธอก็เป็นได้ เด็กพวกนั้นว่าไว้แบบนั้น



และเพราะเป็นคำพูดของเด็กที่เต็มไปด้วยความใสซื่อ มันจึงจริงใจเสียจนเธอฟังแล้วยังรู้สึกเขินจนถึงตอนนี้



?



คิสึนะคิดถึงตรงนี้ก็อดยกมือขึ้นมาปิดหน้าไม่ได้ เธอไม่อยากให้ใครเห็นหน้าที่เริ่มแดงตอนนี้โดยเฉพาะเขา! คนที่อยู่ข้างกายในเวลานี้



“…..”



ไม่ค่อยอยากยอมรับเลยว่า ได้เกิดเรื่องบ้าที่สุดแสนจะเหนือธรรมชาติกับตัวเองเข้าเสียแล้ว ทว่ามันก็ไม่อาจปฏิเสธได้จริงๆ ในเมื่อทุกอย่างมันช่างสมจริงเสียจนซึมซาบเข้าจิตใจ นอกจากนี้เธอก็ออกจะชอบที่นี่ด้วยซ้ำไป ทั้งที่มันไม่ควรแบบนั้นเลย



เธอควรจะรู้สึกกระตือรือร้นอยากกลับบ้านมากกว่านี้สิ คิสึนะ!



...?!



ดวงตากระพริบปริบ ได้สติกลับมาหลังหลุดเข้าสู่ภวังค์ไปครู่หนึ่ง จึงพบว่ามีเด็กผู้หญิงในชุดสีซีดๆท่าทางเก่าเก็บ กำลังยื่นดอกไม้ดอกหนึ่งมาให้ คิสึนะไม่รู้ว่ามันคือดอกอะไร แต่มันน่ารักมาก เด็กคนนั้นเม้มปากเมื่อเธอมองตอบ



ยินดีต้อนรับกลับเจ้าค่ะ ท่านหญิงน้อย



หญิงวัยกลางคนซึ่งยืนซ้อนหลังแม่หนูน้อยคนนั้น เอ่ยกับเด็กสาวด้วยความนอบน้อม มือทั้งสองของนางวางบนบ่าร่างเล็กของเด็กน้อยผู้เป็นลูกที่กำลังยื่นดอกไม้ให้เธอด้วยใบหน้ามุ่งมั่น คิสึนะมองทั้งสองนิ่งจนเด็กน้อยเริ่มหวั่นใจว่าจะถูกปฏิเสธ



รับไว้สิ



ตอนนั้นเองที่เสียงทุ้มห้าวจากคนตัวโตก็ก้มลงมากระซิบบอก ทำให้เธอยื่นมือไปรับด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ดวงตากลมโตคล้ายแมวเบิกกว้างน้อยๆ



การที่หัวใจเต้นแรงกว่าปกติแบบนี้แสดงว่าเธอกำลังดีใจ ใช่ไหม?



ร่างบางมองดอกไม้ในมือพลางอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว



ยินดีด้วยขอรับท่านโจโซคาเบะ ในที่สุดคุณหนูก็กลับมาหาท่านแล้ว!”


เรานึกว่าจะต้องเสียคุณหนูไปจริงๆเสียแล้ว ยินดีเหลือเกินเจ้าค่ะที่ได้เห็นนางยืนเคียงข้างท่านในวันนี้


ข้านึกว่าจะไม่ได้พบท่านหญิงอีกแล้ว ช่างน่ายินดีนัก!”



หลังจากนั้นชาวบ้านคนอื่นๆก็เริ่มเข้าหา พวกเขาต่างเอ่ยปากแสดงความยินดีทั้งน้ำตาที่ซึมออกมา บ้างก็ยื่นข้าวของมาให้เป็นเสมือนของรับขวัญ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกขนมทานเล่น  บ้างก็เครื่องประดับในมูลค่าเท่าที่พวกเขาจะสามารถให้ได้ในยามสงครามแบบนี้



คิสึนะมองพวกชาวบ้านเลิ่กลั่ก ไม่แน่ใจว่าควรทำสีหน้าอย่างไรดี เพราะในความจริงเธอก็เพิ่งจะได้เจอพวกเขาเป็นครั้งแรก ขณะที่ฝ่ายไดเมียวหนุ่มกลับยิ้มรับและขอบคุณความรู้สึกและน้ำใจที่ถูกหยิบยื่นมาให้อย่างไม่รังเกียจ



ตัวเขาก็รู้สึกยินดีไม่ต่างจากพวกชาวบ้านนักหรอก ใจเขาเต้นแรงแค่ไหนใครจะรู้ เมื่อตอนลงไปช่วยคนที่กําลังจมน้ำ แล้วปรากฎว่าคนคนนั้นคือ เธอ! คิสึนะ!



คุณหนูหายไปเสียนานแต่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะเจ้าคะ



นาน... ที่ว่านานนี่แค่ไหนหรือคะ?ร่างบางถามด้วยความอยากรู้ พยายามฉีกยิ้มให้เป็นธรรมชาติแม้สุดท้ายจะออกมาดูแห้งๆก็ตาม



นั่นสินะเจ้าคะ คิดว่าเกือบแปดปีเต็มได้เลยล่ะมั้งเจ้าคะ?หญิงชาวบ้านคนนั้นตอบ แม้คำตอบนั้นจะไม่ชัดเจนนัก แต่แค่ได้ยินตัวเลขคร่าวๆว่าเกือบแปดปี คิสึนะก็แทบอยากจะเป็นลม



ปะ แปดปี! ถ้านานขนาดนั้นก็สมควรจะถูกสงสัยอยู่แล้วแหละ คนที่ไหนผ่านไปตั้งแปดปี จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรให้เห็นเลยได้ยังไง!?คิสึนะคิดด้วยความตื่นตระหนก



แต่ว่าเธอไม่ใช่ท่านหญิงน้อยคนนั้นจริงๆสักหน่อย?



ฮะๆๆ จริงด้วยขอรับ ยังดูอ่อนเยาว์เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด ไม่เหมือนกับท่านโจโซคาเบะที่ดูจะแก่กว่าคุณหนูไปเยอะแล้วชายแก่ท่าทางอารมณ์ดี เอ่ยแซวอย่างเป็นกันเองกับชายหนุ่มโดยไม่เกรงกลัวต่อสถานะของอีกฝ่าย



คิสึนะได้ยินแบบนั้นก็ลอบถอนหายใจ บางทีเธอคงคิดมากไปเอง คนพวกนี้ดูจะไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้เลยสักนิด นอกจากนี้ก็อดคิดไม่ได้จริงว่า ท่านหญิงน้อยที่มีแทบทุกอย่างเหมือนเธอคนนี้ ช่างเป็นที่รักของทุกคนนัก



ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับเธอคนนั้นกันแน่นะ? ถึงได้หายตัวไปนานขนาดนี้ แล้วการที่เธอมาแทนที่แบบนี้มันจะไม่กลายเป็นเรื่องวุ่นวายหรอ?!



“…..”



แม้จะรู้สึกหายห่วงไปบางส่วน แต่สุดท้ายเด็กสาวก็อดไม่ได้ที่จะกลับมาคิดมากเหมือนเดิม



แหม ก็ไม่ได้แก่อะไรขนาดนั้นน่าคุณลุงโมโตจิกะตอบกลับอย่างเขินๆ



ว่ากันตามจริง อีกไม่กี่ปีก็จะเลขสามแล้ว เขาคิด



จังหวะหนึ่งดวงตาสีฟ้าได้ผลุบมองร่างบางข้างกายอย่างสำรวจ...



เธอดูเหมือนเดิมจริงๆนั่นแหละ แทบไม่เปลี่ยนไปเลย...จะเปลี่ยนไปก็แต่ทรงผม



เมื่อก่อน นางจะไว้ผมตรงจรดบั้นท้าย แต่เวลานี้ผมนางยาวเพียงแค่กลางหลัง ไว้ผมด้านหน้าตัดสั้นปัดข้าง และปลายผมนางมีลักษณะโค้งคล้ายคลื่นทะเล จึงทำให้ดูอ่อนหวานกว่าแต่ก่อนมาก จึงยิ่งดูแปลกตาแตกต่างจากหญิงอื่น



เอ่อ คือว่า...



ว่าไง?



ทำไมพวกคุณถึงรู้จักฉันได้ล่ะคะ? ทั้งที่ตัวฉันเอง เดิมทีก็ไม่ใช่คนที่นี่เสียหน่อยร่างบางพยายามใช้เสียงให้เบาที่สุดที่มีเพียงเธอและเขาเท่านั้นที่ได้ยิน



เจ้าเองก็รู้จักพวกเราเช่นเดียวกัน เพียงแต่--- เจ้าจำไม่ได้เท่านั้นโมโตจิกะตอบ ร่องรอยความเศร้าพาดผ่านดวงตาสีฟ้าคู่นั้น พลอยให้คนเห็นพลอยรู้สึกไม่ดีไปด้วย



ขอโทษด้วยค่ะ...



ไม่รู้ทำไม แต่เธอก็อยากจะขอโทษที่มันกลายเป็นแบบนี้...สำหรับทุกอย่าง



ไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรือใครทั้งนั้นแหละ



มือแกร่งวางลงบนศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยกลุ่มเส้นผมนุ่มสีน้ำตาลเทา รอยยิ้มอบอุ่นปรากฎบนใบหน้าคล้ายจะปลอบประโลมคนตัวเล็กกว่าให้รู้สึกดีขึ้น



เฮ้อ เห็นแบบนี้แล้วอยากได้ยินข่าวดีเร็วๆจังเลยเจ้าค่ะ



วินาทีที่ราวกับมีเพียงพวกเขาสองคน เสียงถอนหายใจแห่งความสุขก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับหญิงชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งกำลังอุ้มเด็กทารกเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าสดใส



คนถูกทักทั้งสองหันมองด้วยสีหน้าและความรู้สึกที่ต่างกัน ก่อนหันกลับไปทางพวกชาวบ้านที่เริ่มพูดจาเออออกันเองเสียแล้ว



โฮ่ๆๆ แต่คงจะยากหน่อยล่ะนะ บ้านเมืองในช่วงสงครามแบบนี้ คงมีแต่จะต้องรอกันไปก่อนผู้เฒ่าคนหนึ่งเอ่ย



อย่างไรเราก็จะรอวันนั้นนะเจ้าคะท่านโจโซคาเบะ



พวกเขาต่างอวยพรขอให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันเช่นนี้ไปนานๆ



คิสึนะคิดว่าไดเมียวหนุ่มก็คงคิดหวังเป็นเช่นนั้น เพราะครั้งหนึ่งคนคนนี้เคยเสียไปแล้ว ทว่าเมื่อลองเหล่มองดูก็พบว่าใบหน้าของไดเมียวหนุ่มนั้นขรึมขึ้นหลายส่วนทีเดียว



เธอไม่สามารถเดาได้เลยว่า เขากำลังคิดและรู้สึกเช่นไรในเวลานี้...



แต่ว่าฉัน...



วินาทีต่อมา เสียงเบาหวิวราวกับจะหายไปกับสายลมของคิสึนะเป็นอันต้องหยุด เมื่อสัมผัสน้ำหนักจากมือแกร่งที่วางลงบนไหล่ เด็กสาวมองอีกฝ่ายที่ทำสีหน้าเคร่งขรึมเช่นเดิมนิ่ง เขาส่ายหน้าเบาๆเป็นสัญญาณห้ามไม่ให้เธอพูดอะไรไปมากกว่านี้



เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย หน้าม้าปรกลงมาสร้างเงามืดบนใบหน้าขาว



.....



นั่นน่ะหรอ--- โชอิน คิสึนะผู้หญิงของโจโซคาเบะ ยักษ์แห่งตะวันตก



ในขณะเดียวกันนั้นเอง หนุ่มชาวบ้านซึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้ไผ่หน้าร้านน้ำชาร้านหนึ่งเอ่ยขึ้นราวกับกำลังพูดกับใครสักคน ทั้งที่ตรงนั้นมีเขาเพียงคนเดียว มิหนำซ้ำแม้ว่าการแต่งกายของชายคนนี้จะเหมือนกับชาวบ้านทั่วไปไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ทว่าบรรยากาศรอบตัวนั้นไม่สามารถมองข้ามไปได้เลย



ใบหน้าครึ่งล่างทั้งหมดถูกปิดด้วยผ้าพันคอผืนใหญ่ ใต้ตาขวาปรากฎรอยแผลเป็น กรีดยาวจรดหางตา



ขอรับ!”



เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนตอบกลับด้วยความนอบน้อม ทว่ากลับไร้ร่างที่มาของเสียงนั้น



นางยังเด็กอยู่เลย... เจ้าแน่ใจนะ?



ไม่ผิดตัวแน่นอนขอรับ! ผมยาวสีน้ำตาล ดวงตาสีเขียวเช่นนี้มีเพียงผู้เดียวคือบุตรสาวบุญธรรมของอดีตไดเมียวแห่งโทสะ



“…..”



ชายคนนั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเพ่งมองไปที่เด็กสาวผมสีน้ำตาลคนนั้นอย่างสนใจ ดวงตาสีเขียวคู่นั้นทำให้เขานึกถึงยามเมล็ดพันธ์แตกหน่อออกใบเป็นครั้งแรก



สีเขียวอ่อนที่แสนบริสุทธิ์...



หึ!”



เขาผลุบตาต่ำและกระตุกยิ้มในจังหวะหนึ่ง



ดี! งั้นเริ่มลงมือกันได้เลย ฉันแน่ใจว่างานนี้นายท่านต้องพึงพอใจอย่างมากแน่นอน!”



ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงช้าๆ



?!”



เป็นอะไรไปหรอคะ?



คิสึนะถามทันทีที่เห็นโมโตจิกะมีท่าทางแปลกไป เขาขมวดคิ้วและมองไปที่บางอย่างซึ่งเธอก็ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันคือสิ่งใด



โมโตจิกะเงียบก่อนที่จะตอบ



เปล่า... ไม่มีอะไร












ปรับสํานวนเรียบร้อย และเปลี่ยนอะไรบางส่วน

มีผลกระทบต่อตอนถัดไปแล้ว

.......

*ดอกแอปเปิ้ล (Apple Blossom) - เป็นสัญลักษณ์แห่งความซึ้งในคุณค่า ถ้าได้รับดอกแอปเปิ้ลจากผู้ใด แสดงว่าผู้ให้ต้องการบอกว่าผู้รับนั้น 'เป็นคนที่มีค่าสำหรับผู้ให้เสมอ' ซึ่งอาจไม่ใช่แค่คนที่เป็นคู่รักกันก็ได้

cr. Flower Centre - W. Wunderkammer (Dek-d)

*ที่มา เกี่ยวกับกิโมโน - https://anngle.org/th/j-culture/culture/japanese-kimono.html


..........

5 / 12 / 2017

บิ้วอารมณ์กลับมาแต่งต่อแล้วจร้า---า โชคดีที่ช่วงนี้ยังไม่มีการบ้าน ยังแรดได้อยู่ 555+

มันฟินมากเวลาเปิดบาซาระช่วงตอนที่โจโซคาเบะออกโรง ยิ่งมีโมริผสมด้วยนี่ไม่ต้องพูดถึง

คือดูไปพลางมโนแม่นางคิสึนะของเราใส่ไปพลาง โอ๊ย X)


ป.ล. ชื่อคิสึนะจะเรียงด้วยการเอาชื่อขึ้นก่อนแล้วตามด้วยนามสกุล ไม่เหมือนกับของคนอื่นนะ

แต่เนื้อหาของที่ปรับใหม่ ชื่อกับนามสกุลจะเรียงตามปกติของคนญี่ปุ่นเลย และเปลี่ยนนามสกุลใหม่ด้วย




THE★FARRY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 21:37
    ก้างขวางคอชิ้นใหญ่กำลังจะมาแล้วสินะ//พยักหน้า//ในที่สุดก็ได้อ่านตอนต่อไปแล้วไชโย!!!!!//กระโดดโลดเต้น//ล่าสุดเห็นไรท์ไปแต่งรีบอร์น ซึ่งบังเอิญกับหนูที่กำลังแต่งรีบอร์นเช่นเดียวกันถึงยังไม่ลงก็ตาม55555555+//หัวเราะลั่น//ตอนไปอ่านรีบอร์นภาคแรก ดาร์กมากจนแทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งเลย//เหงื่อตก//งั้นพบกันตอนหน้านะคะ!!!!!!
    #7
    1
    • #7-1 Tsuki Makoto (@lion4748) (จากตอนที่ 4)
      7 ธันวาคม 2560 / 21:38
      เมื่อเป็นแบบนั้นท่านโมโตจิกะจะต้องปกป้องคิสึนะสุดชีวิตอย่างแน่นอน ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่น้า
      ป.ล. ฟิครีบอร์นภาคแรกมันดาร์กจริงๆนั่นแหละ ปีแรกที่เริ่มคิดก็ไม่รู้สึกนะ ขนาดเพื่อนทัก5555
      แต่ค่อนข้างมีความชอบพล็อตนี้นะเออ ภาคต่อๆไปอาจไม่ดาร์กเท่านี้ นิดๆหน่อยๆ
      #7-1