Au Fic Sengoku Basara : ยักษ์กับท่านหญิงน้อย

ตอนที่ 2 : 01 สายน้ำพลันย้อนกลับ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 ก.พ. 62

บทที่  1

สายน้ำพลันย้อนกลับ





              สองเดือนต่อมา นั่นเป็นช่วงเวลาที่เด็กสาวไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้พบกับผู้ชายผมเทาคนนั้นอีกครั้ง ร่างบางในชุดมิโกะแบบดั้งเดิมแทบตาโตมองร่างสูงใหญ่ของคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา นั่นทำให้คนถูกมองเริ่มขมวดคิ้ว



จะมองอีกนานไหม ยัยตัวเล็ก



ใช่ว่าเขาไม่ตกใจที่ได้เจอเธออีก แต่จะให้แสดงออกไปก็ใช่ที่ แล้วท่าทางของเธอก็ทั้งน่าเอ็นดูและขบขันเกินกว่าจะให้ใส่ใจตัวเอง เด็กหนุ่มยกแขนกอดอกมองร่างบางที่ยืนถือไม้กวาดนิ่ง พอยืนเทียบกันดีๆแล้ว เธอสูงแค่อกเขาเท่านั้นเอง



เธอทำงานพิเศษที่ศาลเจ้านี้อย่างงั้นหรอ?



อ๊ะ เอ่อ ขอโทษค่ะ คุณมาที่นี่ทำไมหรอคะ?



ร่างบางมารู้สึกตัวทีหลังว่ามันเป็นคำถามที่ไม่สร้างสรรค์เอาเสียเลย การที่เขามาศาลเจ้าถ้าไม่มาไหว้พระก็ต้องซื้อเครื่องรางแน่นอนอยู่แล้ว



เฮ้อ ซื้อเครื่องรางน่ะ ซื้อเครื่องรางเด็กหนุ่มเห็นใบหน้าที่คล้ายอยากจะร้องไห้ให้ได้ของคนตัวเล็กกว่า ลึกๆก็อยากจะหัวเราะออกมาแต่เห็นทีคงจะทำให้เธออายเปล่าๆจึงพยายามกลั้นเอาไว้ ทำเป็นถอนหายใจออกมาแทน



อย่างเขาจำเป็นต้องใช้เครื่องรางด้วยหรอ?



เฮ้ย…”



คนเรานี่ดูที่หน้าตาภายนอกอย่างเดียวไม่ได้จริงๆด้วยสินะเด็กสาวคิดพลางนึกอมยิ้ม



เฮ้ย!”



อ๊า!?



ฉันรู้นะว่าเธอคิดอะไรอยู่ หยุดไว้แค่นั้นแหละ



กำปั้นเคาะลงที่ศีรษะเล็กเบาๆก่อนที่เจ้าของการกระทำจะเดินผ่านเธอไปโดยไม่สนใจอีก เขาเดินตรงไปที่จุดขายเครื่องรางซึ่งมีมิโกะอีกคนนั่งอยู่ด้านหลังแผ่นไม้ที่กั้นระหว่างคนข้างในและด้านนอก



เด็กสาวประหลาดใจนิดหน่อยกับการกระทำของอีกฝ่าย ตอนนั้นเองจู่ๆมือบางยกมือลูบบริเวณที่โดนมือข้างนั้นเคาะใส่อย่างเผลอไผล ก่อนลดมือและเงยหน้าขึ้นพลันหูได้ยินเสียงเหล่านั้นอีกแล้ว



ทั้งเสียงนกแก้ว...เสียงคลื่นทะเล...



คิซึนะ



“!?



ร่างบางหันกลับไปยังทิศที่มาของเสียงทันทีด้วยความตื่นตระหนก แม้จะไม่ชัดเจน ทว่าเสียงนั้นกำลังเรียกชื่อเธออย่างแน่นอน ทว่าเธอก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเรียก นอกจากรุ่นพี่ผมเทาคนเดิมที่มีสีหน้าสงสัยท่าทีแปลกๆเมื่อครู่ของหล่อน



เป็นอะไรของเธอน่ะ? จู่ๆก็หันมา ทําหน้าอย่างกับเห็นผี



“…เปล่าค่ะ



เด็กสาวเงียบอึดใจหนึ่งก่อนตอบกลับเบาๆโดยไม่สบตาอีกฝ่าย



“…..”



ร่างสูงยืนมองอีกฝ่ายนิ่งๆก่อนไหวไหล่เล็กน้อยจากนั้นก็เดินผ่านเธอไปพร้อมกับคำลาสั้นๆ เธอกับเขาก็แค่คนบังเอิญเจอกันเท่านั้น ไม่ได้สลักสำคัญอะไร ดังนั้นตนจึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจให้มากความก็ได้



น่ากลัว...ที่เขาไม่รู้เลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอเธอ...



นั่นเป็นช่วงเวลาต่อมาไม่นาน---



“…..”



เสียงใบพัดหมุนตัดลมดังกระหึ่ม ลมที่พัดโบกแรงจนเกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงเบื้องหน้านั้นสร้างความรู้สึกวูบโหวงในอกได้อย่างชงัด เธอรู้ดีว่าจากนี้ตนเองจะต้องเผชิอญกับอะไร ในตอนนั้นร่างบางก็กลับหลังหันไปอย่างไม่หวั่นต่อสถานการณ์



ดวงตาสีเขียวดังใบไม้อ่อนที่เพิ่งแตกออกมาจากกิ่งก้าน เป็นประกายวาวโรจน์ ร่างบางจับจ้องเหล่าบุคคลที่เข้ามาทำลายชีวิตในวันที่ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม



ช่างน่าชิงชังและแค้นเคืองนัก!



เด็กสาวเม้มปากกันฟัดแน่น



พวกแกจะไม่มีวันได้มีความสุขตลอดไปแน่! กรี๊ดดดด!!



นั่นคงเป็นความเมตตาสุดท้าย ให้นักโทษได้สั่งเสียก่อนตาย แล้วมือหยาบกร้านของผู้เป็นญาติก็ได้ผลักร่างบางของเด็กสาวตกลงไป ไม่สนว่าขณะนั้นเฮลิคอปเตอร์จะอยู่เหนือพื้นน้ำด้วยความสูงกี่เมตรก็ตาม



ด้านหลังของผู้ชายคนนั้นมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งยืนมองสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นิ่งๆ...



โอ้... แต่ฉันว่าไม่



!!



*ปัง*



และบัดนั้นผู้หญิงคนนั้นก็ล้มลงแน่นิ่งกับพื้นโดยไม่ทันได้ทักท้วงอะไรด้วยซ้ำ ขณะที่ฝ่ายคนยิงกลับเพียงยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เท่านี้ก็ไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องส่วนแบ่งแล้ว มันก็แค่ญาติคนหนึ่งที่บังเอิญดวงซวยมาเจอกับตนก็แค่นั้น



ปืนสั้นกระบอกสีดำสนิทถูกโยนตามลงไป เป็นการทำลายหลักฐานอย่างสมบูรณ์



ทั้งหมด...ทำไปเพราะอะไร?



คิดถึงก็มาหากันได้นะ คุณหนู ฉันไม่ถือสาการมีแขกเป็นผีหรอกนะ หึหึหึ



เพราะคำว่า มรเพียงคำเดียวยังไงล่ะ!



เฮอะ ใครจะไปยอมให้นังเด็กนั่นได้ไปคนเดียวกัน...ตาแก่นั่นสมองกลับแล้วแน่!”


.


.



.



มันเป็นฝันที่เหมือนจริงเสียจนน่าใจหาย



คิสึนะ!!”



ร่างสูงใหญ่ละทิ้งการต่อสู้เบื้องหน้าและรีบพุ่งตัวเข้าไป หมายคว้าร่างบางที่กำลังจะร่วงหล่นจากเรือสู่พื้นน้ำไปในไม่ช้า เพราะเธอไม่ทันระวังตัวจึงพลาดท่าศัตรูถูกมันฟาดจนเสียหลัก



วินาทีนั้นดวงตาสีเขียวอ่อนพลันเบิกกว้าง มือบางยื่นออกไปจนสุดแขนตามสัญชาตญาณเช่นเดียวกับชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงใหญ่



ทว่าสุดท้าย...ก็คว้าได้เพียงอากาศ



!!



ไม่--- คิสึนะ!!”



ขณะนั้นท้องฟ้าปั่นป่วน ทั้งน้ำทะเลก็เคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งเสมือนเทพฟูจินตีกลองพร้อมเทพไรจินเปิดปากถุงลมออกทำให้เกิดสภาวะปั่นป่วนเสียจนน่ากลัวว่าศึกนี้อาจจบลงด้วยการสูญเสียอย่างหนักทั้งสองฝ่ายเพราะเรือล่ม



ความบ้าคลั่งนั่นคงเป็นเช่นเดียวกับใจของบุรุษเจ้าของเสียงตะโกนปานจะขาดใจนั่น เหล่าทหารของเขาพากันตะครุบตัวนายเหนือหัวไว้ไม่ให้เจ้าตัวกระโดดตามลงไป แม้ว่านั่นจะเป็นการทำร้ายจิตใจกันแค่ไหนก็ตาม



เมื่อการศึกยังคงไม่สิ้นสุด เรื่องส่วนตัวจำต้องมาทีหลัง




ท่านโมโตจิกะ...


“…..”




*เฮือก*



ร่างบางลุกขึ้นพรวด นั่งพลิกตัวโก่งคอไอสำลักน้ำออกมาก่อนเปลี่ยนเป็นหอบแรง หากแต่หล่อนก็ยังคงนิ่งอยู่ในท่านั้นพลางก้มมองพื้นอย่างสับสนงงงวย เด็กสาวหลับตา หายใจเข้าออกช้าๆ พยายามตั้งสติและปรับสายตาให้เข้าที่เข้าทางอย่างเร็วที่สุด



ในตอนนั้นเองที่เธอเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้งและได้ยินเสียงดังระงมจากรอบข้าง หากแต่ไม่สามารถจับใจความได้ว่าคนพวกนั้นพูดอะไรกันบ้าง



มีใครบางคนพาเธอขึ้นมาจากน้ำ?!



เด็กสาวคิด



ไม้...งั้นหรอ?!’



เธอคิดพลางก้มมองพื้นใต้ตัวอย่างประหลาดใจ คิ้วเลิกขึ้นน้อยๆพลางใช้มือแปะป่ายอย่างไม่เข้าใจ แผ่นไม้ที่เรียงต่อกันยาว มันดูไม่เหมือนพื้นตามปกติที่เธอเคยเห็นเลย?



แต่! ไม่สิ นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาคิดเรื่องเล็กน้อยแบบนี้เสียหน่อย



คุณหนู!”



คุณหนูฟื้นแล้ว!”



หนวกหู...เสียงใครกัน? พวกบอดี้การ์ดงั้นหรอ? พวกเขาตามหาฉันเจออย่างงั้นหรอ?!’



มือบางยกขึ้นปิดหูและกุมขมับเมื่อจู่ๆก็รู้สึกปวดหัวหนึบ เปลือกตาบางปิดแน่นชั่วครู่หนึ่งก่อนเปิดพรึ่บพร้อมกับเงยหน้ามองภาพที่พลันแกว่งไปหมด เสียงผู้คนรอบข้างยังคงดังระงมชวนให้ปวดหัวยิ่งกว่าเดิม นั่นทำให้เธอพยายามรวบรวมสติอีกครั้ง



จากนั้นค่อยๆมองไปรอบๆ



พวกเขาจะไม่ใช่พวกบอดี้การ์ดของเธอ แต่เป็นคนอื่น ในหมู่พวกเขาไม่มีคนรู้จักแม้แต่คนเดียว มิหนำซ้ำการแต่งตัวนั่นมันอะไรกัน? ต่อให้อนุรักษ์แค่ไหน เธอก็แน่ใจว่าไม่มีทางที่จะมีคนสวมชุดได้ย้อนยุคเท่านี้อีกแล้ว



.....



คิสึนะ…”



ขณะที่ร่างบางกำลังพยายามจับต้นชนปลายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ตอนนั้นเองที่เสียงทุ้มห้าวของใครบางคนก็แทรกความวุ่นวายนั่นขึ้นมาพร้อมกับไออุ่นและแรงจับจากมือใหญ่บริเวณหัวใหล่



“!”



ใบหน้าหวานหันมองเจ้าของเสียงและสัมผัสนั้นด้วยสีหน้าตื่นๆ และแทบไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อคนคนนี้มีใบหน้าที่คล้ายเสียจนเหมือนกับรุ่นพี่ผมเทาคนนั้น...ที่ต่างกันเห็นจะเป็นใบหน้าที่มีเค้าความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าหลายส่วน



และเหนืออื่นใด คือ ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นที่กําลังจับจ้องมาที่เธอด้วยสายตาของความเป็นห่วงและกังวลอย่างที่สุด ซึ่งมันต่างจากดวงตาสีน้ำตาลแดงของอีกคนที่มีเพียงความว่างเปล่า



“…..”



ในตอนนั้นริมฝีปากบางเผยอคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ปิดลง...ก่อนเปิดอีกครั้งพร้อมกับคำถามที่นำมาซึ่งความตื่นตระหนกและใจหายแก่คนฟัง



คุณเป็นใครกัน?



ตาคมพลันเบิกกว้าง



เจ้า...ลืมไปได้อย่างไรกัน?!”



แม้จะเป็นเพียงเสียงพึมพำที่สั่นระริก แต่เธอกลับจับความรู้สึกมันได้อย่างชัดเจน และน่าแปลกที่แม้แต่เธอก็หวั่นไหวไปกับความเศร้าที่อีกฝ่ายแสดงออกมา...









ปรับสํานวนเรียบร้อย และเปลี่ยนอะไรเล็กๆน้อยๆ

เริ่มมีผลกระทบนิดหน่อย

........

*ไรจิน(Raijin) เป็นเทพเจ้าแห่งสายฟ้า โดยมักจะเห็นรูปปั้นเทพไรจินจะถือค้อนและมีแบกกลองไว้ที่หลัง ส่วนฟูจิน(Fujin) เป็นเทพเจ้าแห่งลม ที่จะถือถุงใส่ลมเอาไว้เสมอ เทพทั้งสองมักจะปรากฏกายพร้อมกัน ผู้คนมักจะกลัวทั้งคู่เพราะว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ทะเลปั่นป่วนและทำให้เรือล่ม และเนื่องจากมีภาพจน์ที่น่ากลัว ทั้งคู่จึงมักจะได้รับมอบหน้าที่ให้เป็นยามรักษาประตูทางเข้าวัดต่างๆ

Cr. https://allabout-japan.com/th/article/2750/




THE★FARRY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #5 123fha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 22:10
    กลับมาต่อเถอะจ้านี่ปี59แล้วน้าาา!!~
    #5
    0
  2. วันที่ 28 กันยายน 2558 / 22:34
    แต่งต่อ!!!!! >3<
    #4
    0