BLUE BELLs KOOKMIN [OMEGAVERSE] #ระฆังสีน้ำเงิน

ตอนที่ 13 : BLUE BELLs 11 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 264 ครั้ง
    10 ก.พ. 63


 

BLUE BELLs #ระฆังสีน้ำเงิน
E P 11

  

จองกุก พาร์ท

     สามวันเหมือนสามปีกับการไม่มีเธอ ผมในสภาพตอนนี้ไม่รู้ว่ายังเรียกว่าคนได้อยู่หรือเปล่า สภาพที่ตามตัวมีแต่กลิ่นเหล้าโชยหึ่ง เส้นผมยาวปรกหน้าปรกตา สภาพร่างกายที่เหมือนซูบผอมลงจากการที่ไม่ได้กินข้าวมาสามวันติด ผมเหม่อมองสายตาไปยังต้นเหตุขวดแก้วและกระป๋องเบียร์ที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นห้อง คาดคะเนตามสายตาที่เห็นก็เดาว่าเกือบจะยี่สิบกระป๋องได้ที่ดื่มมันเข้าไป กลิ่นเหล้าเบียร์ยังคละคลุ้งติดอยู่ตามรอบห้องเพราะไม่ได้เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ผ้าม่านที่กั้นแสงตรงหน้าต่างห้องทำให้ผมไม่รู้เลยว่าข้างนอกตอนนี้เป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน แต่จำได้ว่าเข้าสู่วันที่สามแล้วที่จีมินทิ้งผมไป


     ผมไม่ได้โกรธน้อง จะบอกอย่างนั้นก็ดูไม่ตรงกับความรู้สึกของตัวเอง ผมโกรธ โกรธมาก โกรธที่น้องเลือกจะปล่อยมือกันไป โกรธที่ยังเห็นน้องร้องไห้และอ่อนแอ ที่สำคัญโกรธที่ตัดสินใจทำเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเอง แต่ทว่าทำไมคนโกรธอย่างผมกลับเอาแต่กดโทรศัพท์โทรออกเป็นไอ้บ้าอยู่คนเดียว กดเข้าชื่อเดิมๆซ้ำอย่างไร้ความหวังเป็นครั้งที่ร้อย ปลายสายไร้การตอบสนองมีเพียงเสียงอัติโนมัติจากคอลเชนเตอร์ที่ดังให้ได้ยิน


     ขอโทษค่ะ~ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อเข้ามาใหม่อีกครั้งค่ะ Sorry~


     น้องปิดเครื่องไปตั้งแต่วันนั้นแต่ผมก็ยังคงโทรอยู่ ทั้งส่งข้อความ แชทหา ทำทุกวิธีทางเพื่อให้ได้คุยแต่ก็เปล่าประโยชน์เมื่อทุกอย่างเงียบกริบ ผมคิดถึงเขา อยากได้ยินเสียง อยากเจอ มากๆ

     

     ครืด ครืดว่าแล้วโทรศัพท์ที่พึ่งจะวางลงพื้นก็สั่นเสียงดัง ผมรีบหยิบมันขึ้นมาดูเมื่อคิดว่าเป็นสายจากจีมิน แต่

     

     SIN Calling


     เป็นไอ้ชินที่โทรเข้ามา ผมชั่งใจว่าจะรับไม่รับดีเพราะตอนนี้ไม่อยากเจอหรือคุยกับใครทั้งนั้น จนสุดท้ายสายก็ถูกตัดไปแต่มันก็โทรกลับเข้ามาใหม่เลยจำเป็นต้องกดรับ


     “ว่า” พูดได้ไม่เต็มเสียงเพราะอาการคอแห้ง เชื่อไหมว่าผมยังไม่ได้กลืนน้ำเปล่าแม้สักหยดตั้งแต่วันนั้น


     “ตายยัง ถ้ายังก็ลุกมาเปิดประตูให้กู” เสียงไอ้ชินดูโมโหและหงุดหงิด ผมคิดว่ามันคงจะอยู่หน้าห้องแต่แค่เปิดประตูเข้ามาไม่ได้


     “กลับไป..” ผมเอ่ยไล่มันสั้นๆ คว้ากระป๋องเบียร์อันสุดท้ายขึ้นมายกดื่ม


     “ถ้าจะตายก็อย่าให้คนอื่นเขามาเป็นห่วงดิวะ..” ผมปล่อยให้กระป๋องเบียร์ในมือตกลงพื้น น้ำตาที่คิดว่าหยุดไหลไปก็หยดแหมะลงมาหนึ่งหยด


     “มึงรู้ไหมว่าคนที่บ้านเล็กเขาเป็นห่วงมึงแค่ไหน เฮียยุนกิของมึง ไอ้แท และไหนจะไอ้น้องฮุน มึงไม่ได้กินข้าวเขาก็ไม่ได้กิน มึงร้องไห้เขาก็ร้องไห้เหมือนกันกับมึงกุถึงบอกว่าถ้าจะตายก็อย่าให้คนอื่นมาเป็นห่วง เข้มแข็งให้สมกับเป็นมึงหน่อยดิวะ” ไอ้ชินทำผมจุกและพูดไม่ออก น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงมาไม่ขาดสาย บ้านเล็กที่ไอ้ชินพูดถึงก็คือบ้านชานเมืองที่ผมอยู่กับเฮียยุนกิ ไอ้แทและไอ้น้องฮุน ผมทิ้งทั้งสามคนมาตั้งเเต่วันนั้นโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าผมมาอยู่ที่นี่ หลายร้อยสายที่พยายามโทรเข้ามาแต่ผมก็เมินเฉยไม่คิดจะกดรับ ผมทิ้งทุกอย่างมาดื้อๆเหมือนที่ไอ้ชินพูดแหละว่า "ไม่สมกับเป็นผมเลย"


     “กูเสียใจ” ผมบอกมันผ่านโทรศัพท์ บอกว่าผมเสียใจเวลานี้ในหัวมันไม่มีเรื่องอื่นให้คิดด้วยซ้ำ มันมีแต่จีมินและก็จีมินอยู่เต็มไปหมด และไม่รู้ว่าเมาจนเบลอถึงขั้นที่ว่าผมเห็นจีมินนั่งยิ้มอยู่ข้างๆกัน


     “จีมิน” ผมเลยเรียกชื่อน้องออกมา มือยื่นไปไขว่คว้าอากาศตรงหน้าอย่างล่องลอย


     “ไอ้เชี่ยย มึงเปิดประตูดิวะ” ได้ยินเสียงไอ้ชินสบถ มันพยายามเคาะประตู ผมเลยพยายามดันตัวลุกขึ้นยืนหวังจะเดินไปเปิดประตูห้องให้ แต่สภาพคนเมามันเลยไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อผมเซล้มลงทับกับขวดแก้วที่วางบนพื้นจนมันแตกเป็นเสี่ยง

     เพล้งงง~

   ไม่รู้ไอ้ชินได้ยินไหม แต่มันเคาะประตูแรงกว่าเดิม


     “มึงไม่ต้องขยับเหี้ยไรทั้งนั้น บอกรหัสกูมา!” ในสติที่มึนเมาแต่ผมก็ยังจำรหัสห้องตัวเองได้เป็นอย่างดี


     “J I M I N 13” ผมสะกดรหัสเจ็ดตัวให้ไอ้ชินฟังอย่างลำบาก น้ำลายที่กลืนลงคอตอนนี้รู้สึกเหนียวหนืดจนขม ผมเหมือนจะอ้วกออกมาแต่ก็มีแค่ลม มือข้างนึงจับโทรศัพท์แนบกับหูส่วนอีกข้างก็กุมบริเวณหางคิ้วที่แตกจากการโดนแก้วบาด เลือดนองเต็มฝ่ามือข้างนั้นแต่ไม่รู้สึกถึงความเจ็บสักนิด จนเมื่อไอ้ชินเปิดประตูเข้ามาสติของผมก็ดับลง


      ตุบ!!


ลีชิน พาร์ท

     “ไอ้เชี่ยย” ผมสบถอย่างหยาบคายเมื่อปลดล็อคประตูหน้าห้องเข้ามาได้ เห็นสภาพไอ้คนที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วงก็แทบทรุดเมื่อไม่คิดว่ามันจะเป็นถึงขนาดนี้ ผมใช้เท้าเขี่ยเศษแก้วตรงที่ไอ้จองกุกนอนฟุบอยู่ออก และเมื่อเคลียร์ทางได้สะดวกผมก็ลากมันขึ้นมานอนที่เตียง 


     เห็นคิ้วมันแตกเป็นทางยาวคล้ายของมีคมเฉือนก็เดาว่าคงเพราะขวดแก้วที่แตกกระจายอยู่เต็มพื้น ผมหาผ้าสะอาดตรงแถวนั้นมาห้ามเลือดให้ ตบเข้าที่แก้มมันเบาๆเพื่อดูว่ายังมีสติอยู่ไหม มันลืมตาสลึมสลือขึ้นมองผม มือที่เลอะคราบเลือดก็ยืนแกว่งไปแกว่งมาในอากาศ


     “จีมิน” มันเรียกชื่อของคนรัก? ตาก็มองเพดานอย่างล่องลอย “จีมิน...” มันเรียกอีกครั้ง ผมเห็นน้ำตามันไหลออกมาก็แทบกลั้นไว้ไม่อยู่เหมือนกัน


     “อื้มม กูเข้าใจแล้ว ไปหาหมอก่อนเสร็จล่ะเดี๋ยวกูพาไปเจอเขา


     “” มันส่ายหน้าเหมือนผมพูดอะไรผิด ทั้งทีผมคิดว่ามันคงไม่มีสติและพูดไม่รู้เรื่อง แต่ก็ประเมินมันผิดไป ตอนนี้ถึงมันจะเมา คิ้วมันจะแตก น้ำตามันจะไหล แต่ข้างในใจ...ผมรู้ว่ามันยังมีความรู้สึกอยู่


     “กูเจ็บ”


     “เจ็บตรงนี้” มันชี้ที่ตำแหน่งหัวใจ ผมพยักหน้าว่าเข้าใจ เงยขึ้นมองเพดาน กระพริบตาเมื่อน้ำตาจะไหลตามมัน


     “” มันเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างต่อแต่ก็อ้วกออกมาซะก่อน


     อ้วก อ้วกกก

     อ้วกแต่ไม่มีเศษอาหารสักหยด มีแต่ลมกับอากาศที่ออกมา


     “มึงไม่ไหวแล้วพอเหอะ” ทนดูสภาพมันไม่ได้ผมก็สั่งให้มันหยุดพูด ดึงผ้าที่ซับเลือดตรงหางคิ้วมันออกเมื่อชุ่มเกินกว่าจะซับต่อไปได้ ผมแกะเนคไทด์ที่ผูกกับปกเสื้อ ถอดมันออกก่อนพันรอบบาดแผลของไอ้คนน่าสงสาร เสร็จเรียบร้อยก็โทรบอกให้ไอ้เฟย์สตาร์ทรถรอ 

     ผมแบกมันขึ้นบ่าและไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ของมันมาด้วย เผื่อว่าคนที่มันโทรหาเป็นร้อยๆสายจะโทรกลับมาบ้าง อ่อ..และก็อีกอย่าง ผมดึงสร้อยเส้นเล็กที่มันกำไว้ในมือออกมาถือไว้เองเพราะกลัวจะหล่นตามทาง ทีแรกมันก็ไม่ยอมปล่อยมิหนำซ้ำยังกำไว้แน่นกว่าเดิม แต่คงสู้ฤทธิ์แอลกอฮอล์กับบาดแผลไม่ไหวถึงสลบเหมือดไปและยอมคลายมือ


     “หวงไม่ดูตัวเอง” ผมบ่นก่อนจะแบกมันขึ้นรถเพื่อพาไปโรงพยาบาล

 

     

     ลีนีน พาร์ท

     หลังจากวันนั้นก็สามวันได้แล้วมั้ง ฉันที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนชีวิตไร้ค่าเข้าไปทุกที นับวันก็ยิ่งเหมือนหุ่นยนต์ที่รอทำตามคำสั่ง ฉันหายใจอยู่แต่ก็รู้สึกเหมือนขาดอากาศ หัวใจฉันเต้นแต่กลับไม่มีความรู้สึกต่อสิ่งใด มันทั้งอึดอัดและโดดเดี่ยว ใครจะคิดบ้างว่าฉันก็อับอายจนไม่อยากออกไปเจอผู้คน ใครจะคิดบ้างว่าฉันก็มีหัวใจที่เจ็บเป็นและอ่อนแอเป็น ฉันไม่ได้อยากเข้มแข็งเพื่อต้องแบกรับอะไรแบบนี้ 


     บางครั้งฉันก็อยากจะเดินออกจากตรงนี้เหมือนที่น้องทำบ้าง


     “นีนลูก แต่งตัวเสร็จหรือยัง” เสียงที่คุ้นหูของแม่ตะโกนถามฉันที่นั่งอยู่ในห้อง ฉันนั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะกระจกกำลังสางผมยาวด้วยหวีซี่เล็ก มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกก็ได้แต่ยิ้มสมเพชให้ ก้มมองชุดที่แม่เลือกให้ใส่ มันเป็นเดรสยาวเข้ารูปสีน้ำเงิน ตามเนื้อผ้าปักฉลุด้วยคริสตัลสีเดียวกัน บ่งบอกว่าฉันกำลังจะถูกพาไปดูตัวเป็นครั้งที่สาม


     “ใกล้เสร็จแล้วค่า” ฉันตะโกนตอบเสียงเนือย พลางก็ทาลิปสติดสีฉูดฉาดที่ไม่ได้ชอบมันเลยสักนิดลงบนปาก ฉันไม่มีลิปสติกสีอ่อนเลยสักแท่งเดียวมีแค่สีโทนนี้ที่แม่ซื้อให้ คนมักมองว่าฉันถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก อยากได้อะไรได้ อยากทำอะไรทำ แต่นั่นคือการตามใจฉันแบบยัดเยียดให้ชอบ


     “เสร็จแล้วค่ะ” ฉันเอ่ยเมื่อเดินลงมาที่ชั้นล่างและแม่ก็นั่งรออยู่ แม่ยิ้มให้และก็เอ่ยชมฉันเหมือนที่ชอบทำ


     “สวยที่สุดลูกสาวแม่” แรกๆฉันก็ดีใจกับคำชม แต่นานวันเข้ามันกลับกลายเป็นคำที่ฉันเกลียด จับฉันแต่งตัวสวยเพื่อเสนอให้บ้านนั้นตระกูลนี้ ฉันไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่


     “วันนี้จะไปที่ฝูงไหนเหรอคะ” ฉันถามด้วยความขมขื่น กลืนความเสียใจที่ไม่เคยมีใครได้เห็นไว้เองคนเดียว นับตั้งแต่วันงานล่มเพราะเจ้าบ่าวจากฝูงใต้ไม่มาร่วมพิธีฉันก็กลายเป็นหม้ายขันหมากที่ถูกแม่เร่เสนอให้กับตระกูลอื่น ฉันถูกพาไปดูตัวถ้านับครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สาม 


     ฉันไม่รู้ว่าแม่ต้องการอะไร ต้องการจ่าฝูงมาปกครอง? ต้องการหักหน้าฝูงใต้คืน? หรือต้องการปกปิดข้อเท็จจริงที่มันเป็นปมด้อยของมาแม่มาตลอดกันเเน่ 

     ฉัน…แค่ยังไม่อยากพูดมันออกมา


     “อย่ามองแม่แบบนั้นสิ” เธอเอ่ย และจับจ้องฉันด้วยสายตา


     “ไปกันเถอะค่ะ แม่ต้องไปอีกหลายฝูงไม่ใช่เหรอ”


     “นีน!!!” เเม่ตะคอกชื่อฉันด้วยเสียงที่ดัง เธอเหมือนหักห้ามอารมณ์ตัวเองแต่ก็เผลอลงที่ฉันจนได้ เชื่อเถอะว่าเธอไม่ได้รักฉันมากไปกว่าน้องมินหรอก


     “อย่าก้าวร้าวกับแม่ถ้ายังอยากเป็นลูกที่ฉันรักอยู่” เธอกดเสียงต่ำ มือนั้นลูบหัวฉันเหมือนจะปลอบแต่สายตากลับกดดันฉันทางอ้อม


     “” ฉันเงียบ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทำเพียงเดินนำหน้าออกมาก่อน เพราะรู้ว่าพูดไปก็เท่านั้น สุดท้ายฉันก็ต้องก้มหน้าทำตามคำสั่งอยู่ดี ซึ่งบางครั้งก็รู้สึกอิจฉาน้องมินนะที่ไม่ต้องมาคอยอยู่ในสายตาของแม่ และยิ่งตอนนี้ที่น้องเป็นอิสระ ฉันก็...อยากที่จะทำแบบนั้นเหมือนน้องบ้าง


  

LOADING 50%


     หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านไปดูเหมือนว่าจะเร็วแต่ทว่าคนที่กำลังรอคอยอย่างผมกลับรู้สึกว่ามันช้า กี่วันแล้วนะที่ผมต้องนอนในห้องสีขาวที่มีอุปกรณ์สายน้ำเกลือติดไว้ที่หลังมือ  กี่วันเเล้วที่ผมทำให้คนอื่นๆต้องมาลำบากไปด้วย ผมหันมองยังโซฟาที่มีตัวเดียวในห้องก็เห็นว่าไอ้น้องฮุนหลับอยู่ คงจะเฝ้าผมทั้งวันทั้งคืนเลยเผลอหลับไป ผมยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ไอออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกแห้งในคอ

     แค่ก~ แค่ก~

     

     เสียงผมคงไปดังรบกวนการนอนของไอ้น้องรักมันถึงรู้สึกตัวตื่น และเมื่อสายตามองมาเห็นผมทันทีมันก็รีบลุกขึ้นมานั่งที่ข้างเตียง


     “จะเอาไรป่าวเฮีย” เสียงคุ้นหูของมันถามด้วยความเป็นห่วง แต่ผมก็ไม่ได้มีใจจะตอบกลับถามอีกอย่างแทน


     “เขา..ติดต่อมายัง” เขาที่ว่าก็คือจีมิน ผมจ้องไอ้น้องน้องฮุนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่พอเห็นสีหน้าหนักใจปนลังเลผมก็พอรู้คำตอบ


     “ยังสินะ” มันพยักหน้า ส่วนผมก็ถอนหายใจออกมา


     “อย่าพึ่งคิดเรื่องอื่นเลยเถอะเฮียถือว่าขอ เอาให้ร่างกายแข็งแรงออกจากโรงบาลก่อนเหอะ จะไปตามหาที่ไหนก็ค่อยไป” มันว่าพร้อมยื่นแก้วน้ำมาให้จิบเมื่อเห็นว่าผมยังคงไออยู่


     “เลือดยังออกอยู่ไหม ล่ะเฮียยังเจ็บท้องอยู่ป่าว?” มันถามอีกครั้ง ผมส่ายหน้าเพราะเลือดไม่ได้ออกแล้ว คงจะสงสัยกันใช่ไหมก็วันนั้นที่ไอ้ชินพามาส่งที่โรงพยาบาล ผมนอนAdmitไปได้แค่คืนเดียวก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดหลายร้อยซีซีจนต้องเข้าห้องไอซียูด่วน นอนอยู่ในนั้นประมาณสามวันจนหมอแน่ใจแล้วว่าไม่มีเลือดออกในท้องและกระเพาะอาหารไม่ได้ทะลุก็อนุญาตให้ผมออกมานอนที่ห้องธรรมดาทั่วไป แต่ก็ยังต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลไปอีกหนึ่งสัปดาห์ 


     ตลอดสามวันนั้นไอ้น้องฮุนเล่าว่าผมไม่มีสติเลย พูดไม่รู้เรื่องเหมือนคนบ้า แล้วก็มีอาการคลุ้มคลั่งจนตัดมัดไว้กับเตียง ผมจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้สักนิด


     “ล่ะหมอเขาจะให้กูกลับบ้านวันไหน” ผมพูดด้วยเสียงเบื่อหน่าย คือตอนนี้ร่างกายรู้สึกโอเคขึ้นเเล้ว ไม่ได้เจ็บไม่ได้ปวดก็เลยไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อ


     “ก็เห็นว่าพรุ่งนี้ แต่ก็ต้องนัดมาดูอาการอีกสักระยะ ล่ะเฮียมึงก็ต้องงดแดกแอลทุกชนิดไปก่อนถ้ายังไม่อยากตาย” มันว่า ทำหน้าดุผมด้วย


     “อืออ” ก็ตอบมันแค่นั้นไม่รู้จะพูดอะไร


     “หยิบโทรศัพท์ให้หน่อย” ว่าแล้วผมก็ใช้มันให้หยิบโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะให้  


     “ถ้าจะโทรก็ไม่ต้องหรอก มินมันปิดใช้งานเบอร์นั้นไปแล้ว”


     “งั้นเหรอใจร้ายจังนะ” ผมต่อว่าคนที่ทิ้งไปเมื่อจนหนทางที่จะได้เจออีกครั้ง เหมือนทุกอย่างถูกตั้งใจให้ตัดขาด ทั้งเบอร์มือถือที่ปิดใช้งาน คอนโดที่ประกาศขาย ฝูงเหนือที่น้องไม่ได้อยู่ ไอ้ฮุนบอกว่าน้องหายไปตั้งแต่คืนนั้นโดยที่ไม่ได้บอกใครเลย แม้แต่ตัวมันเองจีมินก็ยังไม่ได้บอกหรือติดต่ออะไรมา


     “ไปไหนไกลไม่ได้หรอก คงจะอยู่แถวๆนี้แหละ” ไอ้ฮุนปลอบ ยิ่งได้ยินแบบนี้ผมก็ยิ่งอยากหายไวๆ


     “เป็นห่วงวะ”


     “อือ เหมือนกัน”


     “จะร้องไห้คนเดียวอยู่ไหม? ไปอยู่คนเดียวจะกลัวรึป่าว? ใครจะกอดจะคอยเช็ดน้ำตาให้


     “เฮีย


     “กูแม่ง!! ทำเหี้ยไรไม่ได้เลย” ผมกำหมัดทุบลงที่เตียง ระบายอารมณ์ออมาและกล่าวโทษตัวเองที่ทำได้ไม่ดีพอทั้งที่มันควรจะทำเพื่อเขาได้มากกว่านี้


      ก๊อก  ก๊อก~


     ไอ้ฮุนลุกไปเดินไปเปิดประตูเมื่อมีคนเคาะห้อง เดาว่าสายๆแบบนี้ก็คงไอ้ชินไม่ก็เฮียยุนกิที่มา ผมปรับอารมณ์ให้เป็นปกติเมื่อไม่อยากให้พวกมันเป็นห่วงและความอ่อนแอของตัวเอง  ผมตีคิ้วทักทายเมื่อคนที่เดินเข้ามาในห้องคือไอ้ชินกับไอ้เฟย์


     “ไง ตายยัง” เสียงไอ้เฟย์ทักทายด้วยคำพูดหมาๆ


     “ตัวยังไม่ตาย


     “แต่จะตายเพราะรักเธอ” ไม่ใช่เสียงผมที่พูด เป็นไอ้ชินที่เดินมานั่งยังเตียงคนป่วยที่ผมนอนอยู่


     “เออ สภาพอย่างหมาว่ะ” ผมไหลตามน้ำไป หัวเราะได้นิดหน่อยก็เพราะมัน


     “หมาจริง กูก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นมึงในสภาพนี้” ไอ้เฟย์ตบเข้าที่ไหล่ผม ก่อนโยนซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้


     “อะไร” ถามมันสั้นๆ


     “ล่ะให้กูไปทำไรล่ะ” มันว่า ส่วนผมก็เปิดซองเอกสารออกดู เป็นสัญญาซื้อขายคอนโด คอนโดที่จีมินประกาศขายเมื่อต้นสัปดาห์ผ่านนายหน้า ผมเองที่วานให้ไอ้เฟย์เป็นคนจัดการธุระให้ด้วยการโอนเงินให้มันไปซื้อคอนโดโดยใช้ชื่อของผม


     “ฟอร์นิเจอร์กับพวกของใช้ยังอยู่ ส่วนเสื้อผ้าเขาฝากนายหน้าให้เอาไปบริจาคให้วะ และถ้ามึงจะย้ายเข้าก็ย้ายได้เลยกูเคลียร์เอกสารให้เรียบร้อยล่ะ แต่คีย์การ์ดกับรหัสมึงก็ไปติดต่อที่คอนโดเขาเองล่ะกัน” ผมฟังไอ้เฟย์พูดอย่างตั้งใจ พยักหน้าให้ก่อนเอ่ยขอบคุณมัน


     “เออ ขอบใจว่ะ แต่กูถามอยู่อย่าง


     "ว่า?" 


      “เขาไม่ได้เอาเสื้อผ้าไปด้วยเลยเหรอวะทำไมต้องเอาไปบริจาค


     “อันนี้ก็ไม่รู้ว่ะ สงสัยเสื้อผ้าคงเก็บไปบางส่วนไม่ได้เอาไปหมดงี้”


     “งั้นมึงช่วยติดต่อไปยังนายหน้าให้กูที อย่าพึ่งให้ใครไปขนอะไรออกจากห้องนั้น กูออกจากโรงบาลพรุ่งนี้จะจัดการเอง”


     “เออ สั่งไรเยอะ” มันทำเสียงเหมือนไม่พอใจ


     “ก็ช่วยๆหน่อย ไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกว่ะ” ผมรู้ว่ายังไงมันก็ช่วยแน่ๆ


     “พอๆๆ เดี๋ยวดึงโหมดดราม่าอีกกูเบื่อ” ไอ้ชินที่นั่งเงียบปากอยู่นานสวนขึ้น มันมองมาที่พวกผมสองคนก่อนเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วก็บ่นอยู่คนเดียว


     “หิวว่ะ มีไรให้กินบ้าง” มันว่าพร้อมรื้อค้นตู้เย็นเป็นการใหญ่ ดูจากสภาพแล้วน่าจะพึ่งปิดร้านมา?


     “มานี่กันหมดใครดูร้านวะ” ร้านที่ว่าก็คือร้านซ่อมรถของพวกมันที่อยู่ติดกับสนามแข่งของพวกผม ไอ้ชินกับไอ้เฟย์หุ้นกันคนละครึ่ง ร้านไม่ไก่กาเพราะใหญ่พอสมควร ประมาณว่าเน้นขายพวกอุปกรณ์มากกว่าซ่อมซะกว่า


     “ฝากพี่เดียร์ดูให้ว่ะ โทรไปหาเห็นว่าว่างพอดีก็เลยวานซะหน่อย กูบอกพี่เขาด้วยนะว่าจะมาเยี่ยมมึงเขาก็ถามแหละว่าเป็นไรมากไหม”


     “อ่อ..” ผมพยักหน้าเออออ ผู้หญิงที่มันพูดถึงคือพี่นาเดียร์ เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มของพวกเรา อายุมากกว่าเรา นิสัยก็ติดห้าวๆหน่อยตามสไตล์กลุ่มเพื่อนผู้ชาย เธอไม่ได้มีงานเป็นหลักแหล่งเพราะที่บ้านก็มีเงินเหลือกินเหลือใช้ แต่ก็ไม่รู้ทำไมชอบมาทำงานให้ตัวเองลำบาก อย่างการเป็นผู้จัดการร้านและผู้จัดการให้กับสนามแข่งของผมเพื่อแลกกับเงินเดือนไม่กี่แสน


     “ไมทำหน้างั้นวะ” ผมถามเมื่อเบนสายตาไปมองยังไอ้ชิน คือหน้ามันจ้องผมอยู่เหมือนรอดูว่าผมจะมีท่าทียังไง?


     “เปล่า...ก็อยากรู้ว่ามึงจะยังไง”


     “แล้วกูต้องยังไง” ผมถามกลับทันควัน


     “เออๆช่างแม่ง” มันปล่อยเบลอไปดื้อๆ คือไง? ไม่เข้าใจว่ามันต้องการให้ผมมีรีแอ็คชั่นยังไงกับสิ่งที่มันพูด


     “คนเคยรักอ่ะน้า” กล่าวลอยๆ แต่สายตามันโยนมาที่ผม


     “มึงแม่งไอ้เหี้ยชิน” ผมสบถ ปากล่องทิชชู่ที่อยู่ใกล้มือเข้าที่หัวของมันพอดีเป๊ะ คนเคยรักที่มันพูดถึงก็คงหมายถึงสถานะของผมกับพี่เดียร์ ถ้าให้เล่าก็ไม่ได้เป็นมากไปกว่าพี่สาว แต่ก็ยอมรับว่าก่อนหน้าที่จะเจอจีมินผมก็เคยจีบเธอ ไม่ใช่จีบแบบเล่นๆด้วย ก็ถึงขั้นตกลงคบกันแต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด


     “ถามจริงวะ น้องเขารู้ปะว่ามึงเคยมีแฟนมาก่อน แถมเป็นคนใกล้ตัวด้วยต่างหาก” คราวนี้เป็นไอ้เฟย์ที่ถาม มันกดโทรศัพท์เล่น ปากก็ถาม มือก็เขี่ย แต่สายตามันเงยมองมาที่ผม


     “ไม่” ผมตอบตามความเป็นจริงก่อนอธิบายต่อ


       “คือกูคิดว่าไม่จำเป็นไง สถานะกูกับพี่เดียร์ตอนนี้ก็แค่พี่น้องปะวะ” ใช่ ผมคิดว่าไม่จำเป็น อันที่จริงผมว่าจีมินก็คงพอจะรู้ว่าผมก็เล่นผู้หญิงมาก่อนบ้าง แต่คือผมไม่ได้จริงจังกับพวกเธอ และกับพี่เดียร์ก็ยอมรับว่าคบแต่มันจบไปแล้วก็เลยไม่ได้คิดจะเล่าให้ฟัง


     “ถ้ามีโอกาสก็บอกเขาหน่อย ดีกว่าเขามารู้ทีหลังวะ คือยังไงมึงก็ต้องเจอกับพี่เดียร์ทุกวัน ล่ะสักวันน้องเขาก็ต้องเจอ มันก็ต้องมีคิดบ้างละมึง คนเคยคบกันยังวนเวียนอยู่ในชีวิตของกันและกันอ่ะความรู้สึกมันจะไปไหนรอดวะ” ไอ้เฟย์ตบเข้าที่บ่า มันก็จริงแหละที่ผมคิดน้อยไป ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะพาจีมินไปแนะนำให้พี่เดียร์รู้จัก ไม่เคยพูดถึง คนในบ้านก็เหมือนกัน ไอ้ฮุน พี่ยุนกิ ไอ้แท ทุกคนรู้หมดว่าผมเคยคบกับพี่เดียร์ แต่ที่ทุกคนไม่พูดถึงก็เพราะว่าเชื่อใจผมว่ามันไม่มีอะไรแล้วจริงๆ ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยเกินเลยไปมากกว่าจูบจบลงไปตั้งเเต่วันนั้นแล้ว


 

จีมิน พาร์ท

     

     1สัปดาห์ก่อนหน้านี้


     ผมอยู่ที่สนามบินนานาชาติของเมืองหนึ่ง กำลังเดินลากกระเป๋าเพียงหนึ่งใบอย่างเชื่องช้าออกมาจากเกท ผมขยับแว่นตาที่ปิดบังความบอบช้ำให้เข้าที่ก่อนมองหาคนที่ติดต่อกันไว้ว่าจะมารับ และก็เจอว่าเขายืนถือแผ่นป้ายกระดาษอันเล็กๆอยู่ตรงนั้น

     Welcome to Paris

     k.Jimin Park



LOADING

*********************


TALK

    ครึ่งเรื่องเเล้วตัวละครยังออกไม่หมดเลยจ้า จำผู้หญิงที่ชื่อนาเดียร์ในตอนเเรกๆได้ไหมที่เป็นคนรับโทรศัพท์จองกุกตอนที่น้องโทรไป นั่นเเหละค่ะ...เธอกำลังจะมาในเร็วๆนี้ 

     

     ปล.ฉันจะอัพจนกว่าพวกเธอจะเม้นอ่ะเเหละ แงง

     #ระฆังสีน้ำเงิน

 

 

 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 264 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,044 ความคิดเห็น

  1. #1022 Rakna (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:34
    ไม่ไหวเลยจริงๆพี่เดียร์ขอแค่อย่าร้ายก็พอ
    #1,022
    0
  2. #1004 Trasaphorn_18 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 13:21
    น้องหนีไปไกลมาก
    #1,004
    0
  3. #1002 ppangga (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 13:37
    เราเม้นแล้วแงง รอคุณไรท์มาอัพอยู่นะคะ
    #1,002
    0
  4. #995 parreem (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 03:21
    นุอ่านแล้วเจ้บหัวใจไม่ไหวแล้ว
    #995
    0
  5. #962 baka_toey (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:28
    ไม่เคยมีสักครั้งที่อ่านเรื่องนี้แล้วไม่ร้องไห้ ㅠㅠㅠㅠ ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเองแหละเนอะ แต่ถ้าลองวางคำนั้นไว้ก่อนและได้ทำตามใจตัวเองบ้างมันก็น่าจะดีกว่านี้ แงงงง น้องหนีไปแล้ว ไปไกลซะด้วยสิ
    ปล. ขอบคุณคุณไรท์ที่มาต่อเรื่องนี้นะคะ ยังคงรออยู่เสมอ 💛
    #962
    0
  6. #961 minayno (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:53
    เย้ๆดีใจที่คุณไรท์มาต่อแล้วนะคะ คิดว่าจะไม่มาแล้วฮรือออ ย้อนอ่านไปหลายรอบมากๆ เอาใจช่วยจองกุกกับน้องจีมินให้เข้าใจกันไวๆค่ะ อิแม่สงสารลูก
    #961
    0
  7. #960 kookmin1301 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:04
    น้องหนีไปแล้ววววว
    #960
    0
  8. #959 leenutcha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:42
    เห้อออ ฉากเส้านี่มันจริงๆน้ามตาไหลถึงพื้นแล้วเนี่ยยย รอเขาสมหวังน้าาา
    #959
    0
  9. #957 im_lalin1m (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:20
    เรากลับไปอ่านทุกตอนใหม่อีกครั้งยอมรับว่าอินมากรักในทุกตัวละคร จะร้องไห้ตามมม
    #957
    0
  10. #956 bambuboo27 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:08
    จองกุกต้องหาน้องให้เจอนะ ฮื้ออ
    #956
    0
  11. #955 Taetae1230 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:15
    น้องหนีไปไกลมากก จองกุกรีบไปตามน้องกลับมาเร็วๆนะ​ รอติดตาม​เสมอ​นะคะ​ไรท์​ สู้​ๆ​ๆ​
    #955
    0
  12. #954 Prawwwwimonnn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:10
    แงงง คูมไรท์สู้ๆ
    #954
    0
  13. #953 MewJin9592_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:15
    ดีใจนะคะ ที่ไรท์กลับมาอัพต่อ ดีใจมากกกㅠㅠ
    #953
    0
  14. #952 jaeminnoona (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:47
    อ้าวนึกว่าแพ้ท้องแทนซะอีก5555555 น้องไปถึงปารีสเลย ฮืออ
    #952
    0
  15. #951 moonary (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:16
    น้องไปไกลแท้ พี่จองกุกจะตามหาเจอได้ไง
    #951
    0
  16. #950 pangjmjk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:09
    ต้มน้ำรอเลยค่ะ
    #950
    0
  17. #949 KakikooriPLoyy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:58
    งื้อออออ รอเลยยยยย จีมินไปปารีสแร้วววว อยากรู้ว่าน้องจะทำไงต่อ รอเลยค่า สู้ๆน้าาา
    #949
    0
  18. #948 Bonklong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:54
    กลิ่นมาม่า
    #948
    0
  19. #947 KM-5813 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:18
    ต้องบอกนะๆเดี๋ยวน้องน้อยใจอีกรู้มั้ยๆ
    #947
    0
  20. #946 IIXIX1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:59
    รอค่าาาา
    #946
    0
  21. #945 Uraiwan96 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:28
    จีมินหนูหนีพี่เค้าไปไหน อย่าทิ้งพี่เค้าไปแบบนี้สิ พี่เค้าเป็นห่วงหนูมากเลยนะรู้มั้ย
    #945
    0
  22. #944 CallTaM (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:21
    เดียร์มาดีนะขอเถอะแค่นี้ก็จะตายแล้ว
    #944
    0
  23. #943 Natnichajimin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:18
    กูจะบ้าจ้า
    #943
    0
  24. #942 jhopeeeeeeeee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:11
    น้องไปไกลจุงงง
    #942
    0
  25. #941 NUlll (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:00
    ไปต่างประเทศนู้นแล้วววว
    #941
    0