BLUE BELLs KOOKMIN [OMEGAVERSE] #ระฆังสีน้ำเงิน

ตอนที่ 11 : BLUE BELLs 10 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 344 ครั้ง
    9 ก.พ. 63




BLUE BELLs
E P 1 0


          “ให้ไปด้วยเลยไหมจะได้ไม่ต้องรอกันไงพี่กลัวจะดึกด้วย” ต้นเสียงดังมาจากทางห้องน้ำ อัลฟ่าร่างสูงพาร่างกายที่ยังคงมีหยดน้ำเกราะพรมมาหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียงตรงกลางห้อง เอวสอบที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามมีผ้าขนหนูผืนสีดำพันไว้อย่างหมิ่นเหม่


          “ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวพี่ค่อยไปรับมินทีเดียวเลยก็ได้” คนตอบยืนหันหลังให้แต่ใบหน้าสวยหวานนั้นเงยมองเงาสะท้อนในกระจกของคนตัวสูงที่ยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลัง


          “เอางั้นจริงๆหรอ?


          “ครับ แต่จำได้ใช่ไหมว่าต้องเข้ามาทางด้านหลัง” จีมินเอ่ยย้ำประโยคนี้เป็นรอบที่สามของวันจนเขาเองก็ยังนึกแปลกใจ ตอนนี้คนตัวเล็กกำลังงุ่นง่านอยู่กับอะไรสักอย่างในตู้เสื้อผ้าของเรา เห็นรื้อๆค้นๆมาสักพักเเล้ว


          “หาไรอยู่? คุ้ยเหมือนแมว”


          “พี่เห็นสร้อยข้อเท้ามินไหม คืนนั้นมินจำได้ว่าพี่ถอดใส่กระเป๋าเสื้อของมินไว้แต่มินจำไม่ได้ว่าตัวไหน”


          “หื้มม นานล่ะนะมิน หายแล้วมั้ง” จองกุกแกล้งให้อีกคนใจหายทั้งที่เป็นตัวเองนั่นแหละที่เก็บสร้อยข้อเท้าเส้นนั้นไว้ เขาก้าวเท้าเพียงก้าวเดียวก็ประชิดกับแผ่นหลังบางของโอเมก้าตัวเล็กที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่หน้าตัวเสื้อผ้า เขามองต้นขาเรียวสวยที่อวดผิวเนียนจากการที่จีมินใส่แต่เสื้อยืดตัวโคร่งกับแพนตี้ตัวเล็กตัวเดียว สังเกตหลายครั้งแล้วน้องจะไม่ค่อยใส่อะไรที่มันอึดอัด จะเน้นง่ายๆสบายตัวเอง แต่ทั้งหมดมันก็มีข้อแม้ว่าต้องแค่กับเขา


          “ใช่ตัวนี้ป่าวว” จองกุกว่าชิดใบหนูเล็กทั้งยังแกล้งโน้มตัวทาบทับคนตัวเล็กตรงหน้าจนคนถูกแกล้งแถบผลุบหายเข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้า


          “เบียดอ่ะ มินเอื้อมไม่ถึงหรอกพี่หยิบให้มินหน่อย” จีมินจิปากเบาๆ พลางก็บ่นเมื่อจองกุกชี้ไปยังโค้ชตัวสีครีมที่ปกติมันควรจะถูกห้อยไว้บนราวเหมือนกับเสื้อตัวอื่นๆ แต่ไหงมันถึงถูกพับเก็บไว้ที่ชั้นบนสุดซึ่งอยู่สูงกว่าความสูงของเขา


          “ช่วยได้แต่ให้หยิบเอง” จองกุกว่าพร้อมกัดเม้มเข้าที่ใบหูเล็กไปหนึ่งที สีหน้าเจ้าเล่ห์และน้ำเสียงแบบนี้จีมินคิดว่ามันไม่น่าไว้ใจเลย


          ว๊ายยย!!

        ฟึบ


           “อื้อออ เดี๋ยวมินตก พี่จองกุก... คนตัวเล็กเผลอร้องด้วยความตกใจเมื่ออัลฟ่าร่างสูงจู่ๆก็สอดตัวเข้าใต้หว่างขาของเขาก่อนมือใหญ่จะจับเข้าที่ข้อพับขาให้วางเหมาะเจาะบนไหล่ทั้งสองข้าง จากนั้นคนตัวสูงถึงยืดตัวขึ้นจนสุดทำให้ตอนนี้จีมินตัวลอยเหนือพื้นเพราะถูกจองกุกจับให้ขึ้นนั่งเกี่ยวบนต้นคอ


          มือเล็กของโอเมก้าขยุ้มเส้นผมสีดำขลับไว้เพราะกลัวตกลงมา ซอกขาด้านในที่เปลือยเปล่าบีบเข้าหาต้นคอแกร่งเมื่อการทรงตัวบนที่สูงค่อนข้างจะลำบาก มันรู้สึกโอนเอนไปมา


          “อย่าสั่นแรงเดี๋ยวตก” จองกุกก็ยังคงขี้แกล้งแต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่มีวันปล่อยให้จีมินตกลงมาหรอก


          “ไม่ต้องเลย ขยับไปข้างหน้าสิครับมันห่างมินเอื้อมไม่ถึง” จีมินว่าเมื่อลองเอื้อมมื้อออกไปตรงหน้าแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงโค้ชตัวสีครีมที่ถูกพับไว้ด้านในสุด ตอนนี้มันเริ่มรู้สึกวาบหวามไปหมดจากการที่ความโล่งปะทะเข้ามาเพราะเสื้อตัวที่ใส่ดันถูกพี่จองกุกเลิกขึ้นจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน มิหนำซ้ำคนที่แบกเขาไว้ยังแอบใช้มือบีบขย้ำผิวตรงต้นขาที่พาดไว้กับไหล่นั่นอีกด้วย


          “เอื้อมถึงยังร้อนหมดล่ะเนี่ย” จองกุกบ่นหากแต่ก็ชอบใจเมื่อเริ่มรู้สึกร้อนตรงต้นคอที่สัมผัสเสียดสีกับตรงนั้นของจีมิน แม้จะมีชั้นในตัวเล็กกั้นอยู่แต่ก็นะมันให้ความรู้สึกเร่าร้อนจริงๆ


          “ระ...ร้อนอะไรครับแอร์ยังเปิดอยู่เลย” จีมินขมวดคิ้วน้อยกับคำพูดแปลกๆของอีกคนก่อนพยายามเอื้อมแขนสุดฤทธิ์อีกครั้งเพื่อหยิบเอาโค้ชตัวที่ว่าจนในที่สุดมันก็มาอยู่ในมือ


          “ได้แล้ว...” น้ำเสียงเหมือนดีใจยิ่งกว่าถูกหวยทำจองกุกอมยิ้มกับตัวเอง


          “แต่ไม่เห็นจะมีสร้อยข้อเท้าของมินเลย” จีมินก้มถามคนที่ยืนสะท้อนในกระจกเงาทันที จากที่ดีใจเมื่อครู่ตอนนี้คืออารมณ์เริ่มบูดแล้ว มือเล็กลองสอดหาสร้อยข้อเท้าในกระเป๋าเสื้อแต่ก็พบว่ามันไม่มีอะไรในเสื้อโค้ชตัวนี้เลย ลองสั่นๆดูก็ไม่มีเสียงอะไรสักอย่าง ว่างเปล่า


          “อ้าวว ไม่มีหรอกหรอ สงสัยจำผิดมั้งคงไม่ใช่ตัวนี้”


          เพียะ ไปหนึ่งที


          “เจ็บ...มิน” จองกุกโดนตีเข้าที่ไหล่ไปหนึ่งที ไม่คิดว่าฝ่ามือเล็กๆของจีมินจะแสบขนาดนี้


          “พี่หลอกมินแน่ๆ ปล่อยลงเดี๋ยวนี้เลย” คนถูกหลอกหน้าง้ำหน้างอเข้าใส่อยากจะทึ้งศรีษะพี่เขาแรงๆ


          “เดี๋ยวๆๆ หยุดก่อนมิน ล้มเจ็บทั้งคู่ทำไง” จองกุกรีบห้ามเมื่อโอเมก้าตัวเล็กที่นั่งเกี่ยวบนต้นคอกำลังดึงทึ้งเส้นผมของเขาเหมือนต้องการเอาคืน


          “ก็พี่ชอบแกล้งมินก่อนอ่ะไม่ต้องมาทำเสียงดุใส่เลย” จีมินคาดโทษตามประสาเด็กน้อย และเหมือนจะดึงทึ้งเส้นผมจองกุกแรงไปหน่อยจนเป็นตัวเองที่เกือบเสียการทรงตัวและเกือบจะหงายหลังตกลงพื้น


          “เกือบแล้วไหม น่าตีนัก” จองกุกติติงเสียงเข้มเมื่อคนที่เกือบจะหล่นลงพื้นรีบเกี่ยวขากับต้นคอของเขาไว้เเน่น เมื่อกี้นี้ถ้าเขาจับขาน้องไว้ไม่ทันก็คงได้เข้าเฝือกเป็นเดือนแน่


          “จะอุ้มอีกนานไหม ไม่หนักเหรอปล่อยมินลงเถอะ” จีมินเอ่ยอีกครั้งเมื่อจองกุกยังไม่ยอมปล่อยให้เขาลงจากต้นคอแถมยังพาเดินวนจะรอบห้องแล้ว และพึ่งสังเกตว่าพี่เขายังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า พอได้เห็นหุ่นแน่นๆชัดๆแบบนี้เเล้วมันก็เขินเหมือนกันนะ 


          “ตัวแค่นี้จะเอาไรมาหนัก ให้แบกทั้งวันยังได้เถอะ”


          “ดูพูดเข้าสิครับ ถามหรือยังว่ามินจะให้แบกไหม...ขี้ตู่”


          “เอา!! ก็ถ้าผัวไม่แบกเมียแล้วใครจะแบก หื้มม“


          เพียะ ไปอีกหนึ่งครั้ง


          “มันสองครั้งล่ะนะมินต้องเอาคืนบ้างล่ะ”


          “อื้อออ พี่ จีมินดันใบหน้าคมออกแทบไม่ทันเมื่อจองกุกฝังปลายจมูกลงที่ซอกขาด้านในที่พาดไว้บนไหล่แรงกดสูดดมชวนให้จั๊กจี้ที่ผิวกายและมัน...เกินไปแล้ว


          “อย่ากัด มินเจ็บ” เขาร้องห้ามเมื่อสัมผัสได้ถึงไรฟันคมๆของอัลฟ่าตัวสูงที่กัดเม้มลงบนผิว มันค่อยๆไต่ระดับขึ้นมาจนถึง


          “มะ ไม่ ปล่อยมินลงเลยนะ พี่จองกุก” เขาร้องท้วงแทบไม่ทันเมื่อต้นขาที่บีบแน่นเข้าหาต้นคอแกร่งถูกพี่จองกุกบังคับให้แยกออกจากกัน คนตัวสูงที่ไม่รู้ว่าต้องการเล่นอะไรเอี้ยวใบหน้ามาทางด้านซ้ายก่อนฝังปลายจมูกกดลงเบาๆผ่านเนื้อผ้าชิ้นบาง แทบจับจังหวะการหายใจไม่ได้เมื่อความวาบหวามเล่นเข้ามาจุกอยู่ที่อกจนรู้สึกมวนท้อง ฝ่ามือน้อยๆขยุ้มลงบนกลุ่มผมเพื่อระบายความคับแน่นภายในกายที่เริ่มตีรวนขึ้นมา


          “หอมเฉยๆ สั่นไรขนาดนั้น” จองกุกเอ่ยแซวพร้อมมองเงาสะท้อนของจีมินในกระจก เห็นน้องหลับตาพริ้มทั้งยังกัดเม้มปากตัวเองแล้วมันก็


          “เดือนนี้ฮีทรึยัง?


          “ยะ...ยังครับ” ถามแบบนี้หมายความว่าไง


          “งั้นก็ดีแล้ว” จองกุกว่ามาสั้นๆเขาถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก คนตัวสูงปล่อยเขาลงยืนบนพื้นก่อนจัดแจงเสื้อยืดตัวโคร่งที่เลิกไปถึงไหนต่อไหนให้กลับเข้าที่เดิม


          “สร้อยข้อเท้าอยู่ในลิ้นชักที่หัวเตียง เอาไปซ่อมให้แล้วน่าจะใส่ได้” จองกุกชี้นิ้วไปยังลิ้นชักที่ว่าแต่จีมินกลับไม่ได้มองตาม โอเมก้าตัวเล็กยืนยิ้มมองเขาเงียบๆก่อนจะ...


          “รักมากๆเลยนะครับรู้ใช่ไหม” จู่ๆก็พูดประโยคนี้แล้วก็เข้ามาหอมแก้มเขา ซึ่งมันดูแปลกๆไปหน่อย


          “ปกติไม่เห็นหอมแก้มก่อน?” จีมินไม่ตอบคำถาม น้องจูบลงที่กลีบปากของเขาเบาๆแตะค้างไว้เนิ่นนานก่อนไล่กดจูบไปทั่วทั้งดวงหน้า


          ฟอด จุ๊บ จุ๊บ


       “แล้วเจอกันคืนนี้นะ...มินจะรอ”



17.00

สนามแข่งรถ

         

           “เฮียว่ามันแปลกๆไหมวะ พรุ่งนี้ก็จะเริ่มพิธีล่ะแต่ไม่เห็นคนของจ่าฝูงเคลื่อนไหวเลย ฮุนว่ามันทะแม่งๆไงไม่รู้ว่ะ”


          “เออเนี่ย มึงคิดเหมือนเฮียเลยไอ้ฮุน เงียบจนเเม่งใจไม่ดี” แทฮยองตบเข้าที่บ่าของคนน้อง เขาคิดเหมือนกันว่ามันเงียบเกินไป มันเเปลกมากที่จ่าฝูงจะไม่ทำอะไรเลย


          “กูว่ามันก็จริงเหมือนที่ไอ้น้องฮุนมันพูดแหละเหมือนจ่าฝูงเขามั่นใจเลยว่ะว่าพรุ่งนี้มึงต้องมา” หันไปเอ่ยพูดกับคนที่นั่งตรงหัวโต๊ะในห้องรับรองวีวีไอพี จองกุกพึ่งจะมาถึงสนามแข่งรถเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหลังจากไปส่งจีมินที่ฝูงเหนือ น้องบอกว่าขอกลับไปเอาของใช้ส่วนตัวที่ลืมไว้แล้วค่อยให้เขาไปรับอีกทีตอนดึกๆ


          บอกเลยว่าเขาไม่ค่อยสบายใจ เห็นน้องยิ้มให้แต่ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้มันเศร้าจนไม่รู้ว่าอีกคนคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่


          “กูก็ต้องมาอยู่แล้วใครมันจะกล้าขัดคำสั่งจ่าฝูงวะ”


          “อ้าวว ไหนบอกจะไปที่อื่นสักพักกับมินไงเฮีย” จีฮุนเริ่มไม่เเน่ใจว่าพี่ชายคนนี้จะเอายังไงกันเเน่


          “เออ มึงเอาดีๆดิวะพวกกูสับสนหมดล่ะเนี่ย” แทฮยองเองก็เช่นเดียวกัน


          “ก็มา...แต่ไม่ใช่กูที่มา...” 


          “มึงช่วยพูดยาวๆให้เข้าใจทีเถอะ อยู่กับเฮียกิบ่อยไง” แทฮยองบ่นพร้อมพาดพิงถึงคนตัวขาวที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา ไม่รู้ว่านั่งหลับไปกลางอากาศหรือยัง


          “พาดพิงไร กุตกลงกันกับน้องมันเเล้วแต่ขี้เกียจพูด ยุนกิที่นั่งฟังอยู่นานพึ่งจะได้เอ่ยพูดประโยคแรก เขาตกลงกับจองกุกไว้แล้วว่าจะเป็นตัวลวงให้เอง จ่าฝูงน่ะไม่ยอมถูกหักหน้าง่ายๆเพราะฉะนั้นมันก็ต้องใช้แผนนี้เเหละ


          “เออไอ้ฮุน เฮียมีเรื่องจะถามมึงหน่อยวะ” จองกุกนึกบางอย่างขึ้นได้ในระหว่างที่นั่งรอเวลาลงเเข่ง 


          “ถามไรอ่ะ เรื่องมินอีกอ่ะดิ” จองกุกพยักหน้า


          “คือเมื่อคืนจู่ๆเขาก็ถามเฮียว่าผิดหวังหรือเสียใจไหมที่เขาเป็นโอเมก้า...”


          “อ่อแล้วทำไม? เฮียมึงตอบมินไปว่าไง”


          “กูยังไม่ได้ตอบเขา มินมันหลับไปก่อนคือถามจบก็หลับไปเลย”


          “อ้าวว แบบนี้ก็เหมือนไม่ได้ต้องการจะฟังคำตอบไหมอ่ะ แต่มินมันก็ไม่ใช่คนคิดไรซับซ้อนนะเฮียอาจจะแบบงอนๆเลยถามป่าว หรือเฮียไปพูดอะไรไม่ดีไว้ป่ะ” จีฮุนเอานิ้วชี้หน้าพี่ชายตัวดี


          “เท่าที่นึกได้ก็ไม่มีนะ แต่ตอนที่ถามเหมือนเขาคิดว่าเฮียผิดหวังที่เขาเป็นโอเมก้าว่ะ”


          “เนี่ย กูก็ว่าจะถามมึงหลายครั้งล่ะว่ามึงยังคิดแบบนั้นอยู่ไหม” แทฮยองโด่หน้ามาถามเมื่อนั่งฟังแล้วชักจะรำคาญ มันไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรเลยที่น้องมันถามก็คงเเค่อยากลองใจไอ้จองกุกดูก็เเค่นั้น 


          “ก็คิด...”


          "เหี้ยยย"


          "หมายถึงเคยคิด" จองกุกรีบต่อความเมื่อเห็นสีหน้าผิดหวังของคนทั้งสาม


          ที่บอกว่าคิดเพราะเคยคิดแบบนั้นจริงๆ แต่ก่อนเขามักจะถูกจ่าฝูงปลูกฝังให้จำขึ้นใจว่าโอเมก้าเป็นชนชั้นที่ต่ำกว่าและไม่คู่ควรกับอัลฟ่า สมัยเด็กๆเขาแทบไม่ได้คบกับกลุ่มเพื่อนที่เป็นเบต้าและโอเมก้าเลยสักคน จ่าฝูงตีกรอบให้เขาอยู่แค่ในวังวนของคนที่แกร่งและเป็นใหญ่ ความเป็นผู้นำ ความเสียสละ ทุกอย่างถูกฝึกให้เขาคิดและจำแบบนั้นมาตลอด


          ความรู้สึกในวันนั้นที่มีคนทำนายว่าคู่ของเขาเป็นโอเมก้าบอกตามตรงว่าเขารู้สึกผิดหวัง ผิดหวังมากจนมีความคิดที่ว่าไม่อยากเจอคู่ชะตาของตัวเอง แต่ไม่อยากจะโทษว่าเป็นเพราะบางสิ่งเหล่านั้นที่ถูกจูนเข้าใส่สมองเพราะตัวผมเองลึกๆแล้วก็อยากได้ตำแหน่งนั้นมาครอบครองเหมือนกัน  แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป...ผมได้มาเจอกับเฮียยุนกิ ไอ้น้องฮุนและไอ้เเท ความคิดด้านลบพวกนั้นถึงได้เริ่มเปลี่ยนไป


          "งานหยาบล่ะ น้องมันคงรู้สึกได้จริงๆแหละกูว่า และถึงตอนนี้มึงไม่ได้คิดแบบนั้นแล้วก็จริง แต่ลึกๆในใจมึงก็ยังอาวรณ์กับคำว่าจ่าฝูงอยู่...กูพูดถูกไหม"


    

*******************

50% LOADING


เวลาล่วงเลยมาจนใกล้สี่ทุ่ม

     ผมนั่งตากลมอยู่ที่เรือนหลังเล็กด้านหลังฝูง วันนี้เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงแสงของมันที่สาดส่องตามธรรมชาติทำให้ตรงที่ผมนั่งอยู่ไม่ได้ดูมืดและเปลี่ยวสักเท่าไหร่ ตรงหน้าของผมเป็นทุ่งดอกบลูเบลที่ไม่มีดอกของมัน อาจเพราะไม่ใช่ฤดูที่ดอกไม้จะออกดอกและส่งกลิ่นทำให้ทุ่งกว้างด้านหน้ามีเพียงหญ้าที่ขึ้นรกรังเท่านั้น 


     ก่อนหน้าเมื่อสองชั่วโมงก่อนจะมาที่นี่ผมได้คุยกับแม่และพี่นีน ไม่รู้เลยว่าคนในครอบครัวรู้เรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะรู้มากกว่าที่ผมรู้ด้วยซ้ำไป ตอนที่เรานั่งคุยกันสามคนแม่ลูกไม่มีใครยอมสบตาผมเลย ซึ่งไม่รู้ว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่กำลังขอหรือสงสาร เห็นใจ แต่จำได้ว่าตัวเองตอนนั้นนั่งร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม่เข้ามากอดและพูดปลอบพักใหญ่ ส่วนพี่นีนก็เอาแต่นั่งร้องไห้เหมือนกัน แต่คนที่ไม่มีน้ำตาเลยสักหยดก็คือแม่ ผมจำได้ว่าพูดตอบแม่ไปเพียงประโยคเดียว ประโยคเดียวที่ขอว่า...

     

     “มินไม่ปฎิเสธได้ไหม” แล้วแม่ก็ส่ายหน้าให้เพียงเงียบๆ น้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็พร้อมใจกันทะลักออกมา แม่เข้ามาสวมกอดและพูดปลอบว่า “ทำเพื่อฝูงและครอบครัวให้แม่สักครั้งได้ไหม” เท่านั้นมันก็ไม่มีคำพูดใดอีกแล้ว ผมรู้แล้วว่าต้องทำยังไงต่อเพื่อไม่ให้แม่ต้องเอ่ยขอร้องจนกลายเป็นเห็นแก่ตัว ผมพยักหน้าให้โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แกะแขนแม่ที่โอบกอดผมให้หลุดออกไป หันไปยิ้มให้พี่นีนแล้วก็พูดกับเธอว่า... 


     “ฝากดูแลเขาด้วยนะครับ” ซึ่งไม่รู้ว่ามันเหมาะสมไหมเพราะจากนี้ไปผมก็คงไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะพูดคำนี้ได้

 

     จนถึงตอนนี้ที่ผมคิดว่าจัดการสภาพจิตใจของตัวเองจนเป็นปกติแล้วก็ออกมานั่งรอพี่จองกุกที่เรือนหลังเล็กด้านหลังฝูง เรานัดกันไว้ที่เวลาสี่ทุ่มครึ่งซึ่งเหลือเพียงอีกสิบห้าหน้าทีก็จะถึงเวลานัดหมาย ผมก้มมองสร้อยข้อเท้าที่ขาข้างซ้ายซึ่งพี่จองกุกเป็นคนซื้อให้เมื่อสามวันก่อน มันเป็นวัสดุสีเงินเล็กๆที่ถูกเจียระไนให้เป็นรูปหงษ์สยายปีกและระฆังคว่ำห้อยไว้คู่กัน ผมยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงตอนที่งอแงจะซื้อสร้อยเส้นนี้ จำได้ว่าพี่จองกุกถามว่า... 


     "จะซื้อไปทำไมใส่ไม่กี่วันก็คงขาด" ด้วยราคามันที่ไม่ถึงร้อยก็เลยทำให้พี่เขาคิดแบบนั้น วันนั้นเลยกลายเป็นว่าเรายืนเถียงกันที่หน้าร้าน พี่จองกุกบอกจะพาไปซื้อในห้างแบบสั่งทำพิเศษให้แต่ผมก็ไม่ยอม ยืนกรานว่าจะเอาเส้นนี้ที่ขายในตลาด จนสุดท้ายพี่เขาก็ยอมและซื้อให้แต่โดยดี แถมยังขู่อีกว่าถ้าขาดแล้วมาอ้อนให้พามาซื้อใหม่ก็จะไม่ซื้อให้แล้ว


     ไม่รู้ว่านั่งเผลอคิดถึงเรื่องเก่าๆไปนานแค่ไหนผมถึงไม่รู้ตัวเลยว่าพี่จองกุกมาถึงแล้ว ที่รู้ว่ามาถึงก็เพราะจำกลิ่นได้ ทันทีผมก็หันมองไปด้านหลังก็เจอว่าเป็นเขาจริงๆที่กำลังลงจากรถ วันนี้พี่เขาไม่ได้ขับบิ๊กไบค์มาแต่เป็นรถเก๋งสปอร์ตแทน และไม่ใช่คันที่พี่เขาขับประจำด้วยเพราะรถคันที่จอดอยู่เป็นสีขาวไม่ใช่สีดำ


     “มานั่งรอนานยัง” พี่เขาล็อคประตูรถเสร็จก็เดินตรงมาหา คำถามแรกถูกเอ่ยขึ้น ผมยิ้มให้แล้วก็ส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ที่จริงแล้วมานั่งรอที่นี่ตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงที่แล้ว


     “ขับรถมาตั้งไกลเหนื่อยหรือเปล่าครับ” ถามพี่เขาเมื่อเขาเดินมานั่งลงข้างกัน พึ่งสังเกตว่าพี่จองกุกถือผ้าพันคอติดมือมาด้วย


     “ยังไม่ตอบเลยว่านั่งรอนานรึยัง ลมหนาวขนาดนี้เสื้อตัวแค่นี้จะอุ่นอะไร” เขาเหมือนบ่น ว่าจบเขาก็พันผ้าพันคอผืนสีครีมที่ถือไว้ในมือจนรอบคอของผม มันนุ่มเเละอุ่นมากๆ 


     “อุ่นยัง” เขาถามเมื่อจัดการกับผ้าพันคอตรงหน้าเสร็จ


     “กอดอุ่นกว่า” พูดพร้อมกับเข้าสวมกอดเขาไว้ ส่วนพี่จองกุกก็ทำเพียงกอดตอบนิ่งๆ เราไม่ได้พูดอะไรกันอีก กลายเป็นกอดกันเงียบๆแทน เนิ่นนานพี่เขาถึงเอ่ยขึ้น


     “เราจะไปกันเลยไหม วันนี้พี่เอาเก๋งมาด้วยกลัวเราจะตากน้ำค้าง” ผมนิ่งไปพูดไม่ออก รู้สึกอึดอัดกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นข้างใน ไม่เอาแบบนี้ได้ไหม อย่าดีไปกว่านี้ได้ไหม เพราะกลัวเหลือเกินว่าจะตัดมันไม่ได้


     “ไหนกระเป๋าเราล่ะพี่ขนขึ้นรถให้ก่อน” พี่จองกุกถามและพยายามมองหากระเป๋าของผม แต่มันไม่มีสักใบหรอกเพราะผมไม่ได้เอามันมาด้วยตั้งแต่แรก ถึงจะเก็บของทุกชิ้นใส่กระเป๋าจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตาม


     “มิน” เขาเรียกชื่อผมเมื่อเห็นเงียบไป ผมไม่ยอมสบตาที่กำลังมองมาด้วยการหันมองสิ่งอื่นที่อยู่รอบกาย


     “มิน!!” พี่จองกุกเรียกอีกครั้ง


     “จีมิน” และอีกครั้ง ผมถึง


     “เราปฏิเสธคู่กันเถอะ” ตัดสินใจพูดมันออกมา ทุกอย่างเงียบงันและนิ่งเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ ผมหันกลับมามองใบหน้าคมที่ชะงักค้างเหมือนคนช็อค พี่จองกุกเขาไม่แม้แต่จะพูดอะไรสักคำ


     “มินคิดมาดีแล้วและมันก็เป็นผลดีต่อตัวพี่ด้วย” 

   

   "พี่ยังมีหลายอย่างที่ต้องทำ อย่าทิ้งมันมาเพราะมินเลย..." 


     “เหรอ” ทั้งที่คิดว่าพี่เขาคงจะเงียบแต่เขาก็เอ่ยตอบมาสั้นๆ ตามคมเปลี่ยนมาจ้องผมนิ่งๆเหมือนต้องการรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่


     “คิดไปเองคนเดียวรึเปล่า” พี่เขาถาม ไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไงตอนนี้ เสียงเขาสั่นแต่ดวงตาที่จ้องกันนั้นแทบไม่เคลื่อนไหว


     “” ผมกลายเป็นพูดไม่ออก นิ่งงันเหมือนคนใบ้ พยายามดึงสติให้จดจ่อกับสิ่งที่ตั้งใจและต้องการที่จะทำแต่ก็เหมือนเปล่าประโยชน์เมื่อน้ำตาเริ่มไหล


     “มินว่าเราก็โตกันแล้ว พี่มีครอบครัวของตัวเอง มินก็มีครอบครัวของมิน ถึงจะอยากทำตามใจตัวเองแค่ไหนแต่เรา” ผมสะอึก ไม่สามารถพูดต่อให้จบได้ ปากสั่นจนฟันกระทบกันซึ่งไม่รู้ว่าจากอากาศหนาวหรือเพราะกำลังกลั้นความรู้สึกของตัวเองอยู่


     “พูดต่อสิ” พี่จองกุกเหมือนคนไร้ความรู้สึกไปแล้ว เขาพูดด้วยเสียงที่เป็นปกติแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันเย็นชา เรียบนิ่ง มันจุกในอกเหลือเกินที่ต้องพูด


     “ก็ต้องทำเพื่อครัวครัวของตัวเอง เพราะงั้นช่วยปฏิเสธคู่และหยุดทุกอย่างไว้แค่นี้ ถือว่ามิน...ฮึก...ขอพี่ก็ได้” สุดท้ายผมก็ร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวังเมื่อไม่สามารถเลือกทางที่ดีไปกว่านี้ได้


     “ครอบครัวเหรอ” พี่เขาพูดขึ้นในตอนที่ผมเลือกหันหลังให้ ตอนนี้เรายืนอยู่ด้านนอกของเรือนหลังเล็ก ในตอนนี้คงเกือบจะห้าทุ่มเพราะน้ำค้างเริ่มลงเม็ดและผมเหมือนจะเป็นหวัดเพราะอยู่ๆก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา


     “ที่พูดมาคงไม่มีพี่อยู่ในคำว่าครอบครัวนั้นด้วยสินะ เพราะพี่จะเสียใจมันก็คงจะไม่เป็นไร พี่จะพยายามเพื่อเรามันก็คงจะไม่มีค่า และถึงพี่จะทิ้งทิ้งครอบครัวมาก็คงเปลี่ยนใจเราไม่ได้อยู่ดีใช่ไหม ”


     “ฮึก” ผมร้องไห้หนักกว่าเดิม อยากจะหันไปกอดเข้าไว้แน่นๆ บอกเขาว่ามันไม่ใช่ บอกเขาว่าไม่ได้อยากที่จะทำแบบนี้ แต่มันทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ


     “พี่คงจะเสียใจนะถ้าคนที่พี่ให้เขาเป็นคนในครอบครัวแต่เขาไม่เคยเห็นพี่เป็นคนในครอบครัว” เข้าใจแล้ว ผมเข้าใจทุกอย่าง เข้าใจที่พี่จองกุกต้องการจะบอก...เขาให้ผมเป็นคนในครอบครัวของเขาแล้วทำไมเขาถึงยังไม่ได้เป็นคนในครอบครัวของผม ตอนนี้ผมทั้งจุกและเจ็บยิ่งกว่าโดนคนในครอบครัวเมินซะอีก


     “....” ผมเบนสายตามามองเขา ส่งสายตาบอกพี่เขาให้หยุดพูด


     “เคยบอกไปแล้วว่าอย่าทำมันเพราะคนอื่น ถ้ามันยากก็แค่ตัดสินตามเสียงหัวใจตัวเองมันยากเหรอมิน พี่ก็ยืนอยู่ตรงนี้หันหลังมาสิ...” ผมส่ายหน้าร้องไห้ ถ้าหันหลังกลับไปได้ผมทำไปนานแล้ว


     “มิน ฮึก ทำไม่ได้”


     “” 


     พี่เขาเงียบไปอีกครั้ง มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของผมที่ยังคงดังอยู่ ผมได้ยินเสียงเท้าเหมือนคนขยับเดิน และก็เป็นพี่เขาที่เอื้อมมือมาคว้าตัวผมไว้ผมถึงรีบเอ่ยขึ้น


     “ข้าเห็นดวงจันทร์ ปาร์คจีมิน โอเมก้าที่เกิดในฝูงเหนือผู้นี้


     “มิน!!” พี่จองกุกตวาดเสียงดังเหมือนให้ผมหยุดพูด แต่


     “มีประสงค์ต่อผู้กำหนดดวงชะตา ข้าขอ


     ฟึบบบ


     “อื้อออ” พี่จองกุกคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของผม กระชากเข้าหาตัวเองก่อนประกบปากจูบในทันทีเพื่อหยุดสิ่งที่ผมกำลังจะพูด มือที่จับไหล่ไว้บีบแน่นเหมือนจะเรียกสติผม เขายังคงระดมจูบจนปวดตุบๆจากแรงที่บดขยี้ เขาไม่ปล่อยให้อากาศได้ผ่านเข้ามาเลย


     “อึก อื้อออ” ผมสะอึกในลำคอ เสียงอื้ออึงเมื่อเขาเคลื่อนตำแหน่งจากปากลงมาที่ซอกคออย่างรวดเร็ว เขาดูดดึงผิวตรงบริเวณนั้นซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาสีเข้มจดจ้องเข้ามาในดวงตาผม มันทั้งดุและแข็งกร้าวเหมือนต้องการที่จะ...


     “มะ ไม่นะอื้ออ” ผมรีบห้ามและยกมือปิดที่ต้นคอเมื่อรู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อจากนี้ ความนิ่งของพี่จองกุกทำให้ผมเริ่มรู้สึกกลัวกว่าเดิม เขาเปลี่ยนมากระชากแขนผมออก เหมือนจะออมแรงเพราะคงกลัวผมเจ็บ มือที่บีบข้อมือผมก็กำไว้เพียงหลวมๆ


     “อย่า..” ผมร้องเสียงหลงออกมาในตอนที่ฟันคมสัมผัสลงที่ต้นคอ เกือบจะกลั้นหายใจกลับความเจ็บที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่แล้วทุกอย่างก็หยุดลง


          ผัวะ  พี่จองกุกถูกกระชากออกไปพร้อมหมัดหนักๆจากใครสักคนที่ซัดเข้าใบหน้าคมของเขา


     “ตั้งสติหน่อย” เสียงนั้นคือจ่าฝูง เขาเป็นคนกระชากพี่จองกุกไม่ให้กัดผม และเขาก็คืออีกคนที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อขอร้องผมให้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ


     “หึ” พี่จองกุกพยายามจะลุกขึ้น เขาตัวเซและมีเลือดออกตรงมุมปาก ผมที่ยืนมองทำอะไรไม่ได้เลยเมื่อแม่วิ่งเข้ามากอดผมไว้


     “เป็นอะไรไม่ลูก” เธอถามคงเพราะเป็นห่วง ผมปาดน้ำตาตอบไปแค่ไหนใจว่าเป็นสิ เป็นมากด้วย เป็นจนแทบขาดใจอยู่เเล้ว


     “ทำกันถึงขนาดนี้ไม่สงสารบ้างหรอ” เป็นเสียงพี่จองกุกเอ่ยขึ้น เขาปาดเลือดตรงมุมปากด้วยหลังมือ ยกยิ้มขึ้นตรงมุมปากแลดมองคนตรงหน้าที่เป็นพ่อของเขาด้วยสายตาที่ท้าทาย


     “ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าผู้นำ?” เขาดูก้าวร้าวเเละโกรธในคราวเดียวกัน


     “หุบปากของแกซะ” ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นความรุนแรงนี้กับตาตัวเอง พี่จองกุกโดนจ่าฝูงซัดเข้าที่หน้าไปอีกหนึ่งทีแต่เข้าก็ยังยิ้ม ทำเหมือนตัวเองไม่ได้เจ็บอะไร


     “หนูจีมินเขาตัดสินใจแล้วก็เหลือแต่แกที่ต้องทำตาม อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งไปกว่านี้เพราะแกก็รู้ว่าฉันทำอะไรได้มากกว่าที่แกคิด”


     “หึ” เขาหัวเราะหึในลำคอก่อนเบนสายตามาที่ผม รอยยิ้มเขาหุบลง สายตาจากที่เคยท้าทายและเเข็งกร้าวกลายเป็นเรียบนิ่ง เขาเดินตรงมาที่ผมโดยที่แม่ยังยืนกอดผมไว้อยู่


     “มิน” เขาเรียกชื่อผม กระชากแขนผมออกมาแม้ว่าแม่จะยังยืนอยู่ตรงนี้และกอดผมอยู่ แต่เขาก็สะบัดมันออกโดยไม่ได้สนใจ


     “ไปกับพี่ขอร้อง” ผมเริ่มร้องไห้อีกครั้ง ส่ายหน้าว่าทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ


     “พี่พอแค่นี้เถอะนะ มินไม่อยากเห็นพี่เจ็บตัว...”


     “แล้วที่ทำอยู่คิดว่าพี่ไม่เจ็บเลยหรอ”


     “ปล่อยกันเถอะมินตัดสินใจแล้ว” รั้งกันไว้ก็มีแต่เราทั้งคู่ที่ต้องเจ็บ จากกันวันนี้มันก็คงมีสักวันแหละที่ดีขึ้น


     “จะไม่เปลี่ยนใจแล้วใช่ไหม” พี่จองกุกเสียงสั่นไม่แพ้กัน เขาเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ออกมา


     “จะไปจริงๆใช่ไหม” ผมพยักหน้าให้ กัดปากตัวเองจนชาและไร้ความรู้สึก 


     “ถ้างั้นก็ขอคืน….” ว่าจบเขาก็ก้มลงนั่งตรงหน้าผม มือของเขายื่นมาจับที่ขาข้างซ้ายที่มีสร้อยข้อเท้าประดับอยู่ ปลายนิ้วของเขาลูบคลึงมันเบาๆก่อนจะ..


     “ไม่นะ” ผมขยับข้อเท้าถอยไปด้านหลังเมื่อพี่เห็นว่าเขากำลังจะถอดสร้อยข้อเท้าเส้นนั้นออก


     “จะไปแล้วก็คืนเจ้าของเขาสิ” ผมส่ายหน้าไม่ยอม ถอยเท้าหนีสุดชีวิตแต่มือหนาก็คว้าและจับมันไว้ก่อนจะถอดออกอย่างไร้เหยื่อใย ทิ้งไว้เพียงเส้นวงกลมที่เป็นรอยจางรอบข้อเท้า


     “ฮือออ” ผมทรุดตัวร้องไห้กับพื้นดินในตอนที่สิ่งของเพียงชิ้นเดียวที่เคยได้จากเขาถูกถอดออกไป พี่จองกุกไม่ได้หันมองผมอีกเลย เขาเดินหันหลังกำสร้อยข้อเท้าเส้นนั้นไปโดยไม่พูดอะไรแม้สักคำ 

 

*********************


TALK

     ความรักมันก็งี่เง่าแบบนี้เเหละพวกแก แต่เชื่อชั้นเถอะ เชื่อชั้น...

     

     ปล.ก่อนอื่นต้องขอโทษเลยที่ทิ้งไปนาน ดองจริงๆค่ะ เพราะตอนนั้นปัญหาชีวิตเยอะล่ะเกิน แต่งอะไรคิดอะไรก็ไม่ออกก็เลยทิ้งไป แต่ตอนนี้ผ่านมาได้อย่างแฮปปี้ก็จะกลับมาอัพบ่อยๆเหมือนเดิมแล้วค่ะ อย่าลืมเม้นและส่งกำลังใจให้กันเยอะๆน๊าแล้วเจอกันตอนหน้าเร็วๆนี้  

 

               

               

          

          


          



          



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 344 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,044 ความคิดเห็น

  1. #1003 Trasaphorn_18 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:56
    ฮืออออ สงสาร😭
    #1,003
    0
  2. #1001 ppangga (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 13:23
    น้ำตาชั้นไหลอาบแก้ม...
    #1,001
    0
  3. #992 Muay199960007 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:13
    สงสารทั้งคู่ฮือออ ทำไมครอบครัวไม่เข้าใจอะไรเลยสั* โคตรโกธรเกลียดจริงๆครอบครัวที่บังคับกันแบบนี้
    #992
    0
  4. #958 PeiFen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:13
    น้ำตาไหลเลยคะ ฮือ สงสารน้อง
    #958
    0
  5. #934 chimmycooky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:26
    สงสารน้องงง
    #934
    0
  6. #933 Muk Musa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:56
    ฮือออ รอตอน11ให้ครบร้อยนะคะ ไม่อยากค้างงง ;-; ไม่รู้ว่ามีเราคนเดียวรึเปล่าที่ชอบรอให้อัพครบ100เปอร์กก่อนค่อยอ่านง่ะ
    #933
    0
  7. #926 orraphanpoon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:13
    เศร้าไม่หวายเเล้วว
    #926
    0
  8. #907 kookmin1301 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:29
    สงสารทั้งสองคนเลยค่ะ ครอบครัวเห็นแก่ตัวมากอ่ะ แม่ของมินนี่มาดีด้วยตอนหลังเพราะหวังผลประโยชน์แน่ๆ พ่อของจองกุกก็ด้วย ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ที่จะให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ถ้ามินกล้ากว่านี้หน่อย เราว่ามินน่าจะรั้งจองกุกและไปกับจองกุกนะ
    #907
    0
  9. #906 Bonklong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:08
    น้องฮือๆๆๆ
    #906
    0
  10. #905 pphetcharaphon_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:48
    เป็นฟิคเรื่องแรกเลยที่อ่านแล้วร้องไห้ น้ำตาไหลเลยแงงง สงสาร
    #905
    0
  11. #904 parreem (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:54
    อาจเป็นการแสดงละครเพื่อให้พ่อแม่ตายใจ หนูเชื่ออย่างงั้นค่ะ
    #904
    0
  12. #903 jaeminnoona (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:49
    สงสารน้องมากๆ เป็นแม่ประสาไรอ่ะเห็นแก่ตัวชะมัด พี่จองกุกสู้เพื่อน้องทีนะ ขอร้อง เรากลัวใจจบแบบแบดเอนมากเลย ฮือออ ปล.ขอบคุณที่มาต่อนะคะ คถคุณไรท์มากๆ ถ้ารวมเล่ม รึขายไฟท์เราซื้อแน่นอน
    #903
    0
  13. #902 lalitaloo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:10
    ชอบเรื่องนี้มากๆ ขอบคุณที่มาต่อนะคะ
    #902
    0
  14. #901 moonary (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:26
    มินรักครอบครัวจนลืมครส.ตัวเองไปเลย จริงๆหนูทำมันได้นะมิน พี่เชื่อว่าจองกุกต้องหาทางให้ได้อยู่กับหนู
    #901
    0
  15. #900 moonary (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:20
    ไม่รู้จะสงสารใครเลย ฮืออทำไมอะโอเมก้ามันไม่ดีตรงไหน
    #900
    0
  16. #899 praew_jk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:53
    เย้ ไรท์คัมแบคแล้ววว หน่วงมากเศร้าจริงๆน้องจีมินหนูเป็นห่วงคิดแทนคนอื่นจนต้องเจ็บจริงๆ
    #899
    0
  17. #898 Uraiwan96 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:44
    ขอบคุณที่ไรท์กลับมานะคะ สงสารพี่จองกุก จีมินอย่าสนใจความรู้สึกคนอื่นจนลืมความรู้สึกของตัวเองนะ ไม่เข้าใจพวกผู้ใหญ่เลย
    #898
    0
  18. #897 YK93 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:37
    ขอบคุณที่กลับมาแต่งต่อนะคะ แต่มาพร้อมกับมาม่าและน้ำเดือดปุดๆเลยแงงงงง
    #897
    0
  19. #896 Sroisuk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:32

    ไรท์มาแล้ว มาพร้อมกับดราม่า

    ชองกุก มิน ฮือออ
    #896
    0
  20. #895 Jutatip_20 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:24
    มันเศร้าเกินไปแล้ว อื้ออออออ
    #895
    0
  21. #894 KakikooriPLoyy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:18
    กลับมาทีก็ท๊อปฟอร์มดราม่าเลยค่ะไรท์ กรี๊ดดดดดดดดด พี่จองกุก!!!
    #894
    0
  22. #893 Chanisara Kankam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:17
    สงสารจงกุกอ่า รักกีนไวไวนะ
    #893
    0
  23. #892 CallTaM (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:13
    ถ้าจองกุกกัดน้องไปมันจะดีมั้ย แต่ไม่รู้เพราะยังไม่ได้กัด คัมแบคพร้อมกับความเจ็บปวดขั้นสุด คุณไรท์เราเศร้ามากเลย อื้อออออออออ
    #892
    0
  24. #891 NUlll (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:04
    มันจะเศร้าเกินไปแล้ววแงงง
    #891
    0
  25. #890 Pretzell (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:59
    เปียกปอนเลยคับ สงสารไม่ไหว ;-;

    คิดถึงมากๆเลยคูมไรท์
    #890
    0