BLUE BELLs KOOKMIN [OMEGAVERSE] #ระฆังสีน้ำเงิน

ตอนที่ 10 : รีไรท์ BLUE BELLs 09 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 411 ครั้ง
    8 ก.พ. 63


BLUE BELLs

E P 0 9


          ทั้งบ้านในยามสายค่อนข้างจะเงียบเหงาเมื่อเหมือนจะไม่มีใครอยู่เลยสักคนจีมินเดินลงบันไดมาที่ชั้นล่างของบ้านโดยมีกระเป๋าเป้สะพายหลังติดตัวมาด้วย คนตัวเล็กกวาดสายตามองทั่วห้องโถงใหญ่ที่ไว้ใช้รับแขกซึ่งในเวลาปกติแล้วจะเห็นแม่ขาของเขากับพี่นีนนั่งสนทนากันอยู่ตรงนั้นแต่ก็แปลกที่วันนี้ไม่เห็นทั้งสองคน


          คนตัวเล็กเดินมาวางกระเป๋าลงที่โซฟาก่อนหันซ้ายมองขวาเพื่อจะถามแม่บ้านว่าวันนี้ไปไหนกันหมดแต่ก็ไม่เห็นแม้สักคนที่จะให้ถาม เขาถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความเคยชินก่อนเดินผ่านไปยังห้องครัวเพื่อหาอะไรทานรองท้องก่อนออกจากบ้าน น้ำส้มกับขนมปังอบเนยดูเป็นอะไรที่หาทานได้ง่ายในตอนนี้ จีมินหยิบๆมันใส่จานเพียงสองชิ้นก่อนเดินถือจานที่ว่านั้นออกมานั่งทานที่ห้องนั่งเล่น


          ด้านนอกของบ้านมองผ่านกระจกบานใสตรงที่นั่งอยู่ก็จะเห็นคนงานเป็นสิบยี่สิบคนที่กำลังเดินกันให้วุ่น สถานที่ด้านนอกตรงนั้นกำลังเริ่มจัดเตรียมสำหรับพิธีอันสำคัญที่จะมาถึงในวันมะรืน จีมินมองออกไปด้วยสายตาที่ว่างเปล่าพูดตามตรงว่าเขาไม่เห็นด้วยเลยกับการที่พิธีนี้จะยังคงถูกจัดขึ้นทั้งๆที่อีกฝ่ายก็มีคู่ชะตาเป็นของตัวเอง


          อยากรู้จังว่าจ่าฝูงคนนั้นเขาคิดอะไรอยู่


          แก้วน้ำส้มในมือถูกยกขึ้นดื่มหลังจากที่ขนมปังแผ่นสุดท้ายถูกเคี้ยวและกลืนลงท้อง จีมินจัดเก็บจานขนมและแก้วน้ำส้มที่ดื่มจนหมดไปไว้ในครัวดังเดิมก่อนเดินกลับมานั่งลงที่โซฟา กระเป๋าเงินใบเล็กถูกหยิบออกจากกระเป๋าเป้ก่อนจีมินควักหยิบเอาบัตรเครดิตสองใบที่แม่ขาเคยให้ไว้ออกวางไว้บนโต๊ะซึ่งข้างๆกันนั้นมีซองอะไรสักอย่างวางอยู่


     คนตัวเล็กถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดูเพราะด้านนอกของซองกระดาษแผ่นบางไม่ได้จ่าชื่อและข้อความทิ้งไว้ว่าถึงใคร จีมินตัดสินใจเปิดดูแม้จะเป็นการเสียมารยาท ในซองเล็กๆนั้นมีกระดาษการ์ดแผ่นเท่าฝ่ามือใส่ไว้เขาค่อยๆไล่สายตาอ่านข้อความบนการ์ดไปทีละตัว เหมือนจะเป็นการ์ดเชิญเข้าร่วมพิธียกน้ำชาที่จะถึงในวันมะรืนซึ่งดูจากวันที่ที่ระบุไว้ในการ์ดก็น่าจะเป็นงานของพี่นีนเองเขาไม่ได้แปลกใจอะไรกระทั่งอ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้าย


          จอน จองกุก


          หัวใจเขากระตุกวูบหล่นในทันที จังหวะการเต้นของหัวใจผิดแปลกไปจนต้องยกมือขึ้นกุมมันไว้มิหนำซ้ำมือที่จับกับซองกระดาษก็กำลังสั่นเหมือนคนอ่อนเเรง 'อาจจะไม่ใช่หรอกมั้ง อาจจะชื่อซ้ำกันก็ได้'


     โอเมก้าตัวเล็กพยายามเอ่ยปลอบใจตัวเองทั้งที่ในใจเต้นระทึกเหมือนมีคนรัวกลองชุดหนักๆ เขากลัว กลัวเหลือเกินว่าจะเป็นคนๆเดียวกัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่จองกุกใช้นามสกุลอะไร เขาไม่รู้ว่าพี่จองกุกมาจากฝูงไหน เพราะนอกจากสิ่งที่พี่จองกุกให้เห็นเขาก็ไม่รู้อะไรในตัวพี่จองกุกเลย ไม่รอให้เกิดความกังวลใจไปมากกว่านี้จีมินรีบต่อสายหาเพื่อนสนิททันทีแทนที่จะเป็นจองกุก รอปลายสายไม่นานจีฮุนก็กดรับ


      [ว่าไงมิน ฮุนว่าจะโทรหามินอยู่พอดีเลย]


     “ฮุนคือมินมีเรื่องจะถามฮุนหน่อยได้ไหม” น้ำเสียงค่อนข้างร้อนรนใจของจีมินทำจีฮุนที่ถือสายอยู่เริ่มร้อนรนไปตามกัน หวังว่าคงไม่ใช่...


          “พี่จองกุกเขาใช้นามสกุลอะไรหรอ” จีมินถามตรงๆโดยไม่อ้อมค้อมด้านจีฮุนก็สังหรณ์ใจไม่เคยผิดเลยจริงๆ


          [มิน คือคือเรา…] จีฮุนเลิ่กลั่กไปพักใหญ่เพราะไม่รู้จะตอบยังไง


          “คืออะไรฮุนตอบมินสิ”


          “เรากลัวจนคิดไปต่างๆนาๆ ฮุนช่วยบอกเราได้ไหมว่าพี่จองกุกไม่ได้ใช้นามสกุลจอน” เสียงจีมินเริ่มสั่น มือที่ถือโทรศัพท์ก็สั่นมากเช่นเดียวกันเขากลัวเหลือเกินกับคำตอบที่จะได้ยิน


          [คือมินรอถามเฮียมันเองไหม คือเรา….]


          “ทำไมมินต้องรอถามเองอ่ะฮุน แค่ตอบเรามาว่าพี่จองกุกไม่ได้นามสกุลจอนใช่หรือเปล่า” โอเมก้าตัวเล็กกัดเม้มปากอิ่มของตัวเองไว้เพื่อกลั้นน้ำตาที่จวนจะไหล่อยู่รอมร่อ


          [คือเรา…]


          ฟึบบบ


          “เฮ้ย!! ฮะ เฮีย”


          [มินใช่ไหมฟังพี่นะ...] จองกุกคว้าโทรศัพท์จากมือจีฮุนมาแนบไว้กับหู เสียงขรึมกรอกถามคนในสายเดาว่าเป็นคนตัวเล็กที่โทรเข้ามา เพราะเขาเดินเข้ามาทันในตอนที่จีฮุนกำลังกดรับสายจีมิน ยืนฟังจนเห็นท่าทางเลิกลั่กเหมือนหนักใจของน้องมันก็เลยแย่งโทรศัพท์มาเพื่อคุยเอง


          “พี่จองกุกหรอ”


          [อืมม กลับมาคุยกันที่บ้านรอพี่ที่เดิมเดี๋ยวเย็นนี้ให้ไอ้แทไปรับ]


          “ทำไมล่ะครับพี่ตอบมินตอนนี้ไม่ได้เลยเหรอ”


          “มินกลัวไปหมดจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว...” 


          [อย่าร้อง แค่กลับมาสัญญาว่าจะได้อยู่ด้วยกัน] จองกุกเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่นให้คนปลายสายเชื่อมั่น ปวดใจไม่แพ้กันกับเสียงร้องไห้ที่ดังสะอึกสะอื้นให้ได้ยิน ตอนนี้จีมินเหมือนตัวโคลงเคลงร่างกายเหมือนไร้แรงโน้มถ่วงจนเหมือนคนล่องลอย คำตอบที่พอคาดเดาได้ทำให้โอเมก้าตัวเล็กแทบล้มทั้งยืน


          “ไม่ใช่พี่ใช่ไหม บอกมินสิว่าไม่ใช่พี่” เสียงหวานเครือเศร้าในท้ายประโยคมือที่กำโทรศัพท์ไว้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจึงปล่อยให้เครื่องมือสื่อสารร่วงหล่นลงพื้นก่อนที่สายจะถูกตัดไป ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เป็นพี่จองกุกจริงๆบนโลกนี้ก็คงไม่มีใครโชคร้ายไปกว่าเขาแล้ว

 


บ้านชานเมือง

     “เป็นไงบ้างเฮีย มินว่าไงบ้าง” จีฮุนที่ยืนอยู่ข้างกันรับโทรศัพท์มาถือไว้ก่อนถามด้วยความเป็นห่วง


     “เขาตัดสายไปแล้ว ร้องไห้ด้วย” จองกุกมีสีหน้าหนักใจไม่แพ้กัน อัลฟ่าร่างสูงทิ้งตัวลงบนโซฟาถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ก่อนยกสองมือขึ้นกุมขมับอย่างคิดไม่ตก ทั้งที่เตรียมจะบอกทุกอย่างหลังจากที่จีมินกลับมาแต่ก็ดันมาเกิดเรื่องจนได้


          “ไปหาที่ฝูงเลยไหมเฮีย คือเคลียร์ให้มันจบๆไปเลย สงสารมินมันว่ะ”


          “ง่ายแบบนั้นกูคงไม่นั่งอยู่ที่นี่หรอก อย่าลืมว่าจ่าฝูงจับตาดูกูอยู่” จองกุกพูดด้วยเสียงราบนิ่ง เพราะตั้งแต่วันนั้นที่โดนคนเป็นพ่อสั่งลงโทษอย่างไม่ปราณีเขาก็ไม่ได้กลับไปที่ฝูงอีกเลย เขาใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ที่บ้านหลังนี้และสนามแข่งรถ จ่าฝูงไม่ได้ส่งคนมาคอยตามเฝ้าแต่เขารู้นิสัยของคนเป็นพ่อดีเพราะเมื่อไหร่ที่เขายับตัวทำอะไรคนแรกที่พ่อจะมุ่งเป้าไปคือจีมิน จ่าฝูงคงน่าจะรู้แล้วว่าจีมินคือคู่ชะตาของเขา


     “ล่ะเฮียจะเอายังไงต่อ เย็นนี้ก็ต้องออกไปรับมินอยู่ดีไหมวะ”


          “ว่าจะฝากไอ้แทมันไปรับให้ว่ะ ดึกๆเฮียถึงจะมารับจีมินไปที่นั่นด้วยกัน” จองกุกว่าถึงแผนการที่เตรียมไว้ซึ่งรู้กันไม่กี่คน 


          “ถ้ามันยากเฮียก็กัดเลยไหมจะได้ไม่มีใครมายุ่ง ตัดๆปัญหาไปซะจะได้จบ” จีฮุนพูดโดยไม่คิดอะไรแต่คนฟังนั้น...


          “ใครสอนมึงคิดแบบนี้ไอ้ฮุน จีมินยี่สิบแล้วก็จริงแต่มันก็ยังไม่ถึงเวลา กูก็อยากให้เกียรติเขา”


          “โห่ สาบานว่านี่เฮียคิดไรแบบนี้ได้ด้วย”


          “เดี๋ยวเถอะกูเครียดอยู่เล่นไร”


          “เออๆ ฮุนก็เอาใจช่วยล่ะกันเฮียผ่านมันไปได้แน่ๆ”


          จีฮุนรู้ว่าในเวลานี้เฮียของเขาคงเครียดอยู่ไม่น้อยลงแข่งเมื่อคืนก็ดูเหมือนคนไม่ได้เอาสติมาด้วย ทั้งที่อีกไม่ถึงร้อยเมตรเฮียมันก็จะเข้าเส้นชัยแต่กลับผ่อนความเร็วรถลงดื้อๆจนรถคันรองที่ตามมาติดๆแซงเข้าเส้นชัยไปก่อน เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เฮียมันแข่งแพ้ และนี่แผนการของเฮียมันก็ไม่มีใครรู้รายละเอียดไปมากกว่าการที่เฮียมันจะพาจีมินไปอยู่ที่อื่นด้วยกัน ตัดสินใจแบบนี้ก็แสดงว่าเฮียมันคงไม่สนตำแหน่งจ่าฝูงอะไรนั่นแล้ว และถ้าถึงขั้นตัดพ่อตัดลูกเฮียมันก็คงต้องยอมในเมื่อเฮียมันก็ทิ้งจีมินไม่ได้เหมือนกัน

          

 

18.00น.

     จีมินยืนรอคนที่บอกจะมารับอยู่หน้าคอนโด โอเมก้าตัวเล็กกลับจากฝูงเหนือมาได้สักพักแล้วแต่นอมซมอยู่ที่ห้องทั้งวันจนเมื่อเกือบห้าโมงเย็นถึงได้ลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะจองกุกโทรมาบอกว่าจะให้พี่แทฮยองเป็นคนมารับแทน ถามเหตุผลว่าทำไมจองกุกก็บอกแค่ว่าดึกๆค่อยเจอกัน มันมีอะไรนักเหรอถึงพูดกันตรงๆไม่ได้ หรือเขายังเป็นคนอื่นที่ไม่มีสิทธิ์มากพอจะรู้เรื่องส่วนตัวของพี่จองกุก เขาไม่อยากจะคิดในแง่ลบอย่างนี้เลยแต่พยายามมองบวกก็เเล้ว มองในหลายๆด้านก็เเล้วมันก็ไม่ช่วยให้ความคิดบวกขึ้นสักนิดเลยกลับกันยิ่งคิดก็ยิ่งมีแต่แย่ลง


          ฟึบบบ


          “อ๊ะ…ปะ..ปล่อยนะ” ด้วยความเหม่อลอยทำให้ไม่ทันระวังตัว จู่ๆก็มีชายชุดดำสองคนเข้าประกบที่ข้างตัวของเขาและพอจะผละตัวออกมาข้อมือแกร่งของชายคนนั้นกลับรั้งข้อมือของเขาไว้อย่าเเรงจนรู้สึกเจ็บ


          “อื้อออ อ่อยอ่ะ” พูดไม่ป็นภาษาเมื่อปากถูกฝ่ามือใหญ่ของผู้ชายอีกคนอุดปากให้กลั้นเสียงไว้ จีมินพยายามดีดดิ้นสุดตัวเพื่อให้หลุดจากแขนแกร่งที่กักตัวเขาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล คนตัวเล็กถูกรั้งให้ขึ้นรถตู้คันใหญ่สีดำที่กระจกถูกติดฟิล์มหนาจนไม่สามารถมองเห็นด้านในได้


          “อ้วยอ้วยย อ่อยอ่ะ” แม้จะไม่มีเสียงให้ร้องแต่จีมินก็ยังพยายามจะตะโกนจนเมื่อทั้งร่างถูกผลักให้นั่งในรถตู้ชายชุดดำถึงได้ปล่อยริมฝีปากของเขาให้เป็นอิสระ ผู้ชายสองคนที่จับเขามาเมื่อครู่จู่ๆก็ก้มหัวให้เหมือนกับต้องการขอโทษ


          “ขอโทษคุณหนูด้วยครับที่ต้องใช้แรงแต่จ่าฝูงให้พวกเรามาพาตัวคุณหนูไปพบที่ฝูงใต้” คุณหนู? ฝูงใต้? นี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วมาจับเขาไปพบจ่าฝูงทำไมจีมินงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อยไม่เข้าใจเลยสักนิดแต่อย่างน้อยก็พลอยเบาใจได้บ้างที่คนในรถค่อนข้างดูเป็นมิตร


          “จ่าฝูงของพวกคุณนามสกุลจอนใช่ไหมครับ” เลือกที่จะเอ่ยถามพี่ผู้ชายที่นั่งข้างกัน เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินเพราะถามด้วยความกล้าๆกลัวๆ ตัวรถเริ่มเคลื่อนตัวออกสู่ท้องถนนชายชุดดำสองคนที่นั่งประกบข้างต่างก้มหัวให้อีกครั้งทำเหมือนว่าไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้


19.00น.

     นั่งรถมาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มจีมินก็ถูกพามายังห้องห้องหนึ่งที่ดูจากสไตล์การตกแต่งแล้วน่าจะเป็นห้องทำงานของใครสักคน ฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งในห้องล้วนเป็นเครื่องไม้ที่ค่อนข้างเก่าแก่ทั้งสิ้นดูแล้วก็พอรู้ว่าน่าจะมีอายุมาหลายร้อยปี แม่บ้านทั้งสองคนเดินนำเขาเข้ามายังห้องนี้ก่อนเอาน้ำดื่มเข้ามาเสิร์ฟและบอกทิ้งไว้เพียงว่าอีกสักครู่จ่าฝูงจะลงมาพบ เขาเดินไปนั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวยาวตรงกลางห้อง บรรยากาศภายในห้องตอนนี้ทำเขารู้สึกหวิวๆขึ้นมาในอกอยู่ไม่น้อยเพราะมันทั้งรู้สึกเย็นยะเยือกและเหมือนโดนใครสักคนคอยจ้องมองอยู่ตลอดเวลา


     เขานั่งรอไปสักพักสายตาก็สะดุดเข้ากับกรอบรูปที่ติดไว้เป็นทางยาวตรงฝาผนังซึ่งกรอบรูปบางอันก็เริ่มจะเลือนลางไปบ้างตามกาลเวลา จีมินไล่มองจนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่กรอบรูปใบนึงเป็นรูปของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่กำลังยืนยิ้มแฉ่ง ในมือของเด็กชายถือไม้อมยิ้มกลมๆสีหวานส่วนมืออีกข้างก็จับกับมือของคนที่คิดว่าน่าจะเป็นพ่อไว้จีมินไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาแต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อกรอบรูปใบถัดมาทำเขาแทบปล่อยมันล่วงลงพื้น จีมินถือวิสาสะหยิบมันขึ้นมาดูชัดๆ เขาเผลอลงแรงบีบกับกรอบรูปนั้นแน่นจนแทบแหลกคามือดวงตาไหวสั่นอย่างมากกับสิ่งที่เห็น จู่ๆกระบอกตาก็เริ่มปวดหนึบเหมือนคนจะร้องไห้ ขาของเขาเหมือนไม่มีเเรงจนเซไปด้านหลังจนเกือบจะล้ม


          “พี่จองกุก” ปากอิ่มเปล่งเสียงอย่างอยากลำบากเมื่อคนในกรอบรูปที่เขาถืออยู่นั้นคือพี่จองกุก ไม่มีทางตาฝาดแน่ๆเป็นพี่จองกุกของเขาจริงๆ


          “ทำไมพี่ โอเมก้าตัวเล็กเหมือนใจสลายลงตรงนั้นมือเขาสั่นเทาจนเกือบปล่อยให้กรอบรูปร่วงหล่นแตกลงพื้นถ้าหากไม่ได้มือของใครอีกคนยื่นมือมารับมันไว้ทัน


          “ระวังหน่อยสิหนู”


          “ขะ...ขอโทษทีครับ” เขารีบก้มหัวขอโทษขอโพยในทันทีปาดน้ำตาที่เปื้อนแก้มพอลวกๆก่อนหน้าขึ้นมองชายสูงวัยที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลยสักนิด


 

********************

LOADING50%



           “หนูคือจีมินสินะ” ชายสูงวัยวางกรอบรูปที่เกือบจะหล่นเเตกลงพื้นกลับไว้ที่เดิมพร้อมเอ่ยเสียงราบนิ่งถามคนที่เอาแต่ยืนก้มหน้าก้มตามองพื้น ส่วนทางด้านคนถูกถามก็ทำเพียงพยักหน้ารับน้อยๆว่าใช่และไม่กล้าเเม้เเต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขาเหมือนรู้สึกถูกข่มด้วยน้ำเสียงราบนิ่งนั้น มันเหมือนเขาถูกกดให้อยู่ใต้อาณัติจนทำให้ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว


          “หนูไม่ต้องกลัวฉันไปหรอก ฉันแค่มีเรื่องจะตกลงกับหนูหน่อยเท่านั้นเอง” จีมินคิดว่ามันเลยขั้นของคำว่ากลัวแล้วต่างหาก ในตอนนี้เขาสัมผัสได้เพียงความกดดันหรืออะไรก็แล้วเเต่ที่ทำให้เขารู้สึกว่าไม่กล้าจะต่อกรกลับคนตรงหน้า


          “มานั่งลงนี่สิ...” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยสั่งเขา จีมินเงยมองตามเสียงนั้นก่อนก้มหน้ามองพื้นตามเดิม เท้าเล็กของโอเมก้าขยับอย่างช้าๆออกจากที่ที่ยืนอยู่ เดินไปหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวยาวซึ่งวางอยู่ตรงกันข้ามกับคนที่สั่งให้เขานั่ง มือเล็กประสานกันไว้บนหน้าตักบีบแน่นเข้าหากันเพื่มข่มความสั่นไหวในตัว

 

          “ฉันจะไม่อ้อมค้อมและก็หวังว่าหนูจะให้ความร่วมมือ” ยังไม่ทันจะได้เข้าใจอะไรด้วยซ้ำชายสูงวัยตรงหน้าก็เอาแต่เอ่ยความต้องการของตนเองออกมา จีมินกัดเม้มปากแน่นจนเลือดซิบนั่งเงียบไม่ปริปากอยู่นานจนในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยถามเพื่อให้ความค้างคาใจหรืออะไรก็แล้วแต่กระจ่างชัดขึ้นชัดที


          “คุณคือจ่าฝูงหรอครับ” ถามออกไปแล้ว


          “ฉันคิดว่าหนูเองก็คงมีคำตอบในใจอยู่เเล้วยังต้องถามอยู่อีกหรอ” จีมินกัดเม้มปากอิ่มแน่นกว่าเดิมเมื่อคนตรงหน้าดูจะรู้ทุกอย่างที่เขากำลังคิด


          “ฉันไม่ได้ต้องการจะทำให้หนูกลัวหรอกนะ แต่ที่ต้องพาหนูมาคุยกันสองคนเพราะฉันรู้จักลูกชายของตัวเองดี”


          “จองกุกน่ะ หนูรู้จักเขาใช่ไหม” หัวใจดวงน้อยของเขาพลันกระตุกวูบหล่นไปอยู่ที่ปลายเท้าในทันที มือที่ประสานกันไว้บนหน้าตักกำแน่นอย่างต้องการให้กำลังใจตัวเอง หนึ่งเปอร์เซ็นที่เคยหวังไว้ว่ามันจะไม่ใช่ความจริงแต่สิ่งที่ได้ยินกลับทำให้ไม่กล้าหวังอะไรอีกเลย มันชัดเจนทุกอย่างแล้ว ชัดตั้งแต่ที่พี่จองกุกไม่ยอมตอบคำถามของเขา

          

          “ฉันต้องการให้หนูปฏิเสธคู่ชะตาซะ...” เหมือนแรงลมและคลื่นทะเลที่ซาดชัดเข้าหาฝั่งจนแนวกั้นพังทลาย จีมินรู้สึกอย่างนั้นในตอนนี้ เพราะเพียงแค่รู้ว่าจองกุกคือคนเดียวกันกับที่พี่สาวของเขาต้องแต่งงานด้วยมันก็เกินรับไหว แต่เมื่อครู่...เมื่อครู่ที่คนตรงหน้าบอกให้เขาปฏิเสธคู่ชะตาอย่างใจร้ายมันจะมากเกินไปหรือเปล่า


          “แต่เรา....ถูกกำหนดมาให้คู่กันนะครับ” เสียงเขาเริ่มสั่นเครือเพราะเหมือนจะร้องไห้ออกมา


          “ฉันก็พอรู้ ไม่งั้นลูกชายฉันคงไม่ยอมโดนลงโทษด้วยคานเหล็กที่หนักเป็นตันๆได้ทั้งคืนหรอก” จีมินขมวดคิ้วเขาหากันในสิ่งที่ได้ยิน โดนลงโทษ? ชักจะไปกันใหญ่แล้วมันมีอะไรอีกบ้างที่เขาไม่รู้


          “อย่าบอกว่าหนูไม่เห็นแผลเขานะ” จีมินไม่ได้ตอบ โอเมก้าตัวเล็กกัดเม้มปากและจิกเล็บเข้าหากันอยู่อย่างนั้นเพราะไม่อยากร้องไห้ออกมาทั้งที่ในใจมันร้องไปแล้ว


          “เอาเถอะ หนูไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะจองกุกจะเป็นอะไรไป ลูกชายของฉันถูกฝึกให้เหมาะกับการขึ้นเป็นจ่าฝูง มันไม่เคยมีอะไรขัดขวางเขาได้ ฉันก็เคยคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งเขามาเจอหนู จีมินอยากจะลุกออกจากตรงนี้ เขาไม่อยากฟังอะไรแล้วทั้งนั้น ทำไมต้องมาบอกให้เขารับรู้ ทำไมต้องเอาจุดอ่อนของเขามาบี้เล่นโดยไม่สนความรู้สึกของเขาแบบนี้กัน


          “ฉันจะขอร้องหนูเลยก็แล้วกัน ปฏิเสธคู่ชะตาซะ ถ้าไม่เห็นแก่ฉันหนูก็ควรเห็นแก่ครอบครัวของตัวเอง ฝูงเหนือยังต้องการจ่าฝูงผู้ชายที่เป็นอัลฟ่าไปปกครอง แม่ของหนู พี่สาวของหนู ทุกคนเขายอมทำตามทำเนียมและข้อตกลง หนูก็ไปคิดเอาเองแล้วกันว่าต้องทำยังไง”


          “ฮึก” จีมินหลุดสะอื้นก่อนน้ำตาที่กลั้นไว้จะพังทลายลงมา ความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นๆกำลังบีบให้เขายอมทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ และยิ่งประโยคถัดมามันเหมือนมีดแหลมคมที่ปักลงกลางอกยังไงอย่างงั้น


          “แต่ถ้าหนูยังเลือกที่จะทำตามใจตัวเองก็ขอให้รู้ไว้เลยว่าหนูได้ทำให้ความเป็นพ่อลูกของครอบครัวนึงต้องถูกตัดขาดไป” สิ้นเสียงของคนมีอำนาจจีมินก็ปล่อยโฮออกมาทันที สองมือยกกุมใบหน้าของตัวเองเพื่ออำพลางความเสียใจ จ่าฝูงใจร้ายคนนั้นได้เดินออกจากห้องไปแล้วทิ้งเขาไว้กับประโยคนั้น ประโยคที่ตอกย้ำให้เขาเลือกทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับหัวใจของตัวเอง


          โอเมก้าตัวเล็กยังคงนั่งอยู่ที่เดิมในห้อง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำอะไรก่อนในตอนนี้ เขาควรกลับไปที่บ้าน? ไปหาพี่จองกุก? หรือไปที่ไหน? มันสับสนและโอนเอนไปหมด ทำไมมีเเต่คนให้เลือกทำอย่างนั้นอย่างนี้ เขาขอสักครั้งไม่ได้เลยหรอที่จะทำตามใจตัวเอง  สองมือของโอเมก้าบีบแน่นลงบนเนื้อผ้าอย่างไม่อาจระบายความรู้สึกข้างในได้หมด อดสูในโชะตาของตัวเองเมื่อคนโชคร้ายดันเป็นเขาอยู่ร่ำไป



22.00น.

บ้านชานเมือง


          แปลกนะ...ทั้งที่เป็นน่าฝนแท้ๆฝนที่เคยตกทุกวันวันนี้กลับไม่มีแม้แต่เม็ดฝนสักเม็ดที่โปรยรินให้เห็น หรือเป็นเพราะท้องฟ้ารู้เหรอว่าวันนี้เขาได้ร้องไห้เพราะความเสียใจไปมากพอแล้วถึงไม่ยอมตก ท้องฟ้ารู้ใช่ไหมว่าน้ำตาที่เขาเสียไปวันนี้มันมากกว่าเม็ดฝนที่เคยกระหนำเทลงมาเสียด้วยซ้ำ หน้าบ้านหลังใหญ่ที่มาไม่บ่อยนักจีมินยืนมองประตูรั้วหน้าบ้านที่แง้มเปิดรอเหมือนรู้ว่าเขาจะมา โอเมก้าตัวเล็กที่เมื่อจัดการกับความรู้สึกของตัวเองจนรู้สึกว่ามันโอเคก็ค่อยๆผลักประตูให้เลื่อนเปิดออก ลานจอดรถหน้าบ้านมีรถจอดเรียงกันอยู่สี่คัน เป็นรถสปอร์ตคันหรู2คัน และบิ๊กไบค์คันใหญ่อีก2คัน จีมินหยุดมองเหมือนนึกอะไรอยู่ก่อนเดินผ่านเข้าไปยังในบ้าน


     และก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด พี่ยุนกิน พี่แท จีฮุน และคนสุดท้าย พี่จองกุก ทั้งสี่คนนั่งอยู่ที่โซฟารับแขกกลางห้องโถง สายตาทั้งแปดคู่มองมายังเขาที่ก้าวเข้ามาในบ้าน จีมินไม่ได้สบตากับใครเว้นก็แต่คนที่นั่งริมสุดของขอบโซฟาอย่างจองกุกที่กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน


     “เฮียมึงคุยกันด้วยความใจเย็นนะ อธิบายทุกอย่างให้เขาฟังชัดๆ มินมันรับฟังอยู่แล้ว และห้ามเฮียมึงไปโมโหใจร้อนเด็ดขาด” จีฮุนที่นั่งอยู่ติดกับจองกุกเอ่ยกระซิบเบาๆ ก่อนเฮียตัวสูงของเขาจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเพื่อนตัวเล็กที่ยังคงหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู


     “ให้ไอ้เฮียแทไปรับทำไมไม่เจอ โทรไปทำไมไม่รับสาย บอกให้รออยู่ที่เดิมทำไมไม่รอ แล้วดึกดื่นใครให้นั่งแท็กซี่คนเดียวมันอันตรายไม่รู้หรอ...” จีฮุนแทบเดินไปกระชากไอ้เฮียตัวดีออกมาเมื่อจองกุกเอาเเต่สาดคำถามใส่จีมินไม่ยั้ง หันไปมองหน้ากันกับเฮียแทและยุนกิว่าจะเอายังไงดี พัง!! ทั้งที่บอกให้เฮียมันใจเย็นแท้ๆแต่ดูทำเข้าสิ เขาก็พอรู้ว่าสามสี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เฮียมันเป็นห่วงที่ติดต่อจีมินไม่ได้แต่ก็ไม่อยากให้เฮียมันเอาความเป็นห่วงไปโมโหลงที่จีมินแบบนี้


     ทางด้านคนถูกตั้งคำถามใส่เหมือนไปทำอะไรผิดมาก็ไม่ได้นึกโกรธเลยสักนิดเพราะรู้ว่าทำให้อีกคนเป็นห่วง รู้ว่าคำถามที่พี่เขาโมโหใส่กันนั้นมันมาจากความเป็นห่วงจริงๆ โอเมก้าตัวเล็กขยับเท้าเข้าไปหาจองกุก เหลือช่องว่างไว้เพียงคืบเดียวก็จะตัวชิดกัน ใบหน้าเล็กเงยขึ้นมองคนที่สูงกว่าตัวเอง จ้องลึกเขาไปยังแววตาคมแข็งกล้าซึ่งมักจะอ่อนโยนเสมอยามอยู่กับเขาเพียงสองคน เท่านั้นแหละน้ำตาที่ไม่อยากให้ไหลรินก็ร่วงเผาะลงมาอีกครั้ง


     “ทำไมต้องเป็นพี่ ทำไมต้องเป็นเราด้วย...” จีมินพูดออกมาแทบไม่เป็นประโยค คนตัวเล็กเข้าสวมกอดคนตรงหน้าอย่างเเรง เรียวแขนเล็กเคลื่อนโอบกอดเอวสอบไว้แนบแน่น ใบหน้าที่อาบน้ำตาซบลงบนแผ่นอกกว้างด้วยความเหนื่อยล้าและสับสน


     “พี่ขอโทษ ขอโทษที่ไม่ยอมบอกเราตั้งแต่แรก"


     "แต่จะให้อธิบายก็ได้...” จองกุกเสียงอ่อนลงผิดกับคราแรกที่โมโหหน่อยๆ ฝ่ามือใหญ่วางลงบนกลุ่มผมหนุ่มของคนตัวเล็กก่อนกดจูบเบาๆ น้องส่ายหัวไปมาจนใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาเสียดสีกับเนื้อผ้าตรงแผ่นอกของเขา 


     ในตอนนี้จีมินไม่ได้อยากฟังคำอธิบายเพราะเข้าใจทุกอย่างดี ไม่โกรธที่ปิดบังกัน แต่แค่เสียใจที่ไม่เคยเป็นคนแรกที่ถูกนึกถึง ไม่ว่าจะครอบครัว กับแม่ หรือแม้แต่พี่จองกุกที่เขาเคยคิดว่าเป็นที่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ยังเป็นคนสุดท้ายที่รู้ทุกอย่างหลังคนอื่นอยู่ดี


      “กังวลหรอ ถ้าขอให้เชื่อจะได้ไหมพี่สัญญาว่าจะไม่มีทางปล่อยมือเรา” จองกุกเอ่ยเสียงเบาทว่ากลับหนักแน่นในทุกคำ เขาใช้มือเชยคางมนให้ใบหน้าเล็กได้มองสบตา นิ้วโป้งปาดเกลี่ยคราบน้ำตาที่เลอะเปรอะเปื้อนแก้มนิ่มของคนตัวเล็กออก น้องกอดเขาแน่นกว่าเดิมฝ่ามือและปลายเล็บสั้นๆของน้องจิกผ่านเนื้อผ้าบริเวณเอวของเขาเหมือนต้องการระบายความรู้สึกและเหมือนจีมินยังมีเรื่องให้กังวลที่ยังไม่ได้บอกเขา 


          “ไปนอนกันไหม...” จู่ๆน้องก็ถามเขาออกมาอย่างนั้น


          “หื้มม”


          “หมายถึงแค่อยากนอนกอดเฉยๆ ” จีมินคิดว่าเป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เขาไม่ยอมพูดอะไรออกไปตรงๆ 


          “พี่ไม่เชื่อ หนูกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่มิน หรือโกรธพี่ที่โมโหใส่?


          “ไม่ใช่หรอกครับ มินอยากกอดแค่นั้นจริงๆ ไม่ได้กอดตั้งสามวันจะไม่ให้คิดถึงเลยหรอครับ” จีมินพูดเสียงอู้อี้กว่าเดิมทั้งยังไม่ยอมให้เขาได้สบตาเพราะคงกลัวถูกจับได้ว่าตัวเองกำลังโกหก และพูดตามตรงว่าเขาไม่ได้เชื่อในเหตุผลที่จีมินบอกเลย แต่ก็ไม่คิดจะถามและคาดคั้นอะไรในตอนนี้เพราะถ้าน้องอยากบอกเขาน้องก็คงจะบอกเอง


01.00น.

     “หลับยัง...” จองกุกชะโงกหน้ามองคนตัวเล็กที่นอนตะแงงขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ศรีษะเล็กของโอเมก้าหนุนบนแขนของเขาแทนหมอน ฟูกหนุ่มเล็กๆถูกปูรองนอนแทนที่จะเป็นเตียงกว้าง น้องบอกว่าอยากนอนที่พื้นแล้วเปิดฮีทเตอร์อุ่นๆ โดยให้มีผ้าห่มผืนเดียว หมอนใบเดียวและเราสองคน น้องบอกเขาแบบนั้น


     “อื้ออ” และคนที่บอกอยากนอนกอดเขาตอนนี้คือหลับไปแล้วและไม่ได้กอดเขาด้วยซ้ำ กลายเป็นเขานี่แหละที่เป็นคนนอนกอดจีมินไว้เอง


     “ไปนอนบนเตียงเหอะ ดึกๆมามันหนาวฮีตเตอร์ก็ไม่อุ่นหรอก” จองกุกไม่ได้ต้องการจะรบกวนการนอนของคนตัวเล็กเพราะรู้สึกได้ว่าจีมินดูเพลียจริงๆ พอล้มหัวถึงหมอนน้องก็หลับไปแล้วยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย


     “อื้ออ ไม่...” น้ำเสียงเหมือนรำคาญกันเต็มทนเขาเลยถอดใจด้วยการล้มตัวลงนอนข้างๆ ดึงผ้าห่มที่คนตัวเล็กม้วนไปกอดไว้จนมันเหลือให้เขาห่มเพียงนิดเดียวมากอดไว้ อัลฟ่าร่างสูงสอดตัวเข้าใต้ผ้านวมผืนใหญ่แต่ยังไม่ทันจะได้ล้มตัวนอนก็ต้องเเปลกใจเมื่อมีอะไรอุ่นๆสัมผัสโดนตัวเขา? 


     จีมินไม่ได้ใส่เสื้อผ้านอน?


     “มิน!! ลุกขึ้นมาคุยกันก่อนทำไมไม่ใส่เสื้อผ้านอน....” จองกุกคว้ามือเข้าที่เอวบางของจีมินก่อนพลิกตัวคนน้องที่นอนตะแคงหันหลังให้เข้าหาตัว ไม่เข้าใจ เขาไม่เข้าใจจีมินตอนนี้เลยจริงๆ 


     ด้านคนเปลือยล่อนจ้อนเมื่อถูกดึงให้เข้าหาก็ลืมตาใสแจ๋วมองคนที่กำลังทำหน้าดุ จีมินไม่ได้เอื้อนเอ่ยหรือตอบคำถามของจองกุกแต่โอเมก้าตัวเล็กกลับทำในสิ่งที่จองกุกเองก็ตกใจ ฝ่ามือน้อยๆนั้นกำลังถกเสื้อยืดสีดำเข้มที่เขาสวมใส่ออก อัลฟ่าร่างสูงไม่ได้ขัดแต่ก็ไม่เข้าใจในการกระทำของคนไม่ยอมพูด จีมินจัดการเปลื้องเสื้อผ้าของเขาออกจนหมดอย่างเงียบๆ เหมือนน้องต้องการให้เขาเปลือยเปล่าเหมือนกับตัวเอง?


     “พอใจยัง หนาวจะแย่” เมื่อทั้งร่างเปลือยเปล่าหลังจากที่จีมินรั้งชั้นในสีเข้มของเขาออกจองกุกก็เอ่ยถาม ภายใต้ไฟสีนวลจากโคมไฟที่เปิดอยู่จีมินมองเห็นใบหน้าของจองกุกอย่างชัดเจน โอเมก้าตัวเล็กยังไม่ยอมปริปากพูดใดๆ เอาแต่มองกันเงียบๆ กระทั่ง

          

     เรียวแขนเล็กของจีมินตวัดมาโอบรอบเอวของเขาไว้ กายบางที่เปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมขยับเข้าหาตัวผมด้วยความแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศได้ลอดผ่าน ใบหน้าที่หนุนไว้กับแขนก็ค่อยเคลื่อนมาซบลงที่แผ่นอกก่อนน้องขยับปากยุกยิกหลังจากที่เงียบไปนาน


     “มินเคยได้ยินว่าถ้านอนกอดกันแบบไม่ใส่เสื้อผ้ามันจะอุ่นกว่าเราห่มผ้าอีกนะครับ” โอเมก้าตัวเล็กเคยได้ยินมาแบบนั้นจริงๆ เพราะร่างกายคนเราอุ่นอยู่แล้วถ้ายิ่งผิวกายได้สัมผัสเสียดสีและแนบชิดกันมากเท่าไหร่ความอุ่นร้อนที่มีในตัวก็จะถ่ายโอนมากยิ่งขึ้น แต่เราต่างก็รู้ดีว่าถ้าคู่ชะตายิ่งสัมผัสหรือแนบชิดกันมากเท่าไหร่ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลของอีกคนก็จะยิ่งชัดขึ้นในความรู้สึกของเรา และที่จีมินกำลังทำเป็นเพราะโอเมก้าตัวเล็กต้องการจดจำความรู้สึกรักและหวงแหนนี้ไว้ เขารู้ว่าพี่จองกุกก็รักเขาเหมือนอย่างที่เขารัก แม้พี่เขาจะไม่เคยพูดแต่มันชัดในทุกความรู้สึกของเขาซึ่งก็มั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเอง


     “กอดกันเเล้วทำไมยังกังวล” จองกุกรู้ว่าจีมินกำลังสับสนแม้จะกอดเขา แนบชิดกับเขา แต่ความรู้สึกของจีมินที่เขาสัมผัสได้กลับไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด


     “เปล่ากังวลอะไรสักหน่อย...” คนตัวเล็กพูดเสียงเบาทั้งยังหลบสายตาเก่ง 


     “ถ้าคิดจะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงความสุขของตัวเองก่อน อย่าทำมันเพราะความสุขของคนอื่นจำไว้นะมิน” ในเมื่อคนน้องไม่ยอมบอกเขาก็จะไม่คาดคั้นหวังว่าที่พูดไปจีมินจะเข้าใจและคิดตาม จองกุกผ่อนปรนลมหายใจออกมาเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ของจีมินคนตัวสูงเลยชิงประทับจูบลงบนเปลือกตาบางที่กำลังกระพริบเพื่อขับไล่หยาดน้ำเม็ดใสที่เอ่อคลอ


          ความสุขของคนอื่นหรอความสุขของพี่มันไม่ใช่คนอื่นสำหรับเขา


     จีมินคิดมันในใจและได้แต่กลืนน้ำตาให้ไหลย้อนกลับเข้าไปในอก  รู้แล้วว่าการขึ้นเป็นจ่าฝูงมันคือความสุขเพียงหนึ่งเดียวที่พี่จองกุกเคยตั้งเป้าหมายไว้ เขาไม่อยากทำให้คนที่ทุ่มเทเพื่อสิ่งนี้มาตลอดยี่สิบกว่าปีต้องหยุดความตั้งใจนั้นลงเพียงเพราะมีเขาเป็นคู่ชะตา


     “ถ้ามินขอถามอะไรพี่หน่อยได้ไหม...” จีมินไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปตรงไหนหรือเปล่าเพราะโดนจองกุกชักสีหน้าใส่หลังจากที่เอ่ยจบ


     “ทำไมยังต้องขอ”


     “ก็...มินไม่รู้ว่าพี่จะให้ถามไหม”


     “ตัวก็อยู่ข้างกันหนูอยากถามอะไรก็ได้หมดทั้งนั้นเเหละ” จองกุกเริ่มจะหัวเสียเมื่อจีมินทำเหมือนเขาเป็นคนอื่น


     “อื้มม งั้นมินถามนะ”


      “...พี่เคยผิดหวังหรือเสียใจไหมที่มีคู่เป็นโอเมก้าอย่างมิน”



********************



TALK

          ตอบน้องเขาดีๆนะ เขาจะได้ตัดสินใจถูก~~~ งืออออ

               

          ครึ่งเรื่องเเล้วเน้ออีนาย มาแบบขาดๆหายๆนะเจ้า เพราะช่วงนี้เราพึ่งเริ่มชีวิตทำงานค่ะ ยังไม่ลงตัวสักเท่าไหร่ ต้องปรับตัวเยอะเลย เลยอาจจะมาอัพเเค่เสาร์อาทิตย์ แต่ถ้างานโอเคก็อาจจะอัพบ่อยเหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณที่ยังติดตาม คอยเม้น คอยทักมาทวงและให้กำลังใจ หวังว่าการอ่านฟิคของเราจะเป็นกำลังใจในแต่ละวันของทุกคนได้นะ รวมทั้งตัวเราด้วย 555 


          ปล.1 อ่านจบเเล้วอย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามจากใจเลยค่ะ


               ปล.2 ถ้ามีใครอยากให้รวมเล่มเม้นบอกได้เลยนะเจ้า

 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 411 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,044 ความคิดเห็น

  1. #1021 Rakna (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:16
    ༼;´༎ຶ ۝ ༎ຶ༽
    #1,021
    0
  2. #991 Muay199960007 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:09
    น้องอย่าไปตกลงทำตามนะ
    #991
    0
  3. #861 CallTaM (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:56
    แงงงงงงงงงงง
    #861
    0
  4. #854 acptx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 00:03
    แงงง นร้องถามแล้ว รีแอคไม่ถูกค่ะ มีแต่น้ำตา ไหลเป็นทาง
    #854
    0
  5. #844 YAmYEnzz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 19:09
    จริงๆน้องควรบอกพี่จองกุกนะ สำหรับพี่จองกุกตอนนี้คงไม่มีอะไรสำคัญเท่าหนูแล้วล่ะค่ะ พี่จองกุกเค้าช่วยหนูแก้ปัญหาได้นะลูก น้องคิดจะทำให้ตัวเองเจ็บคนเดียวแน่เลยอะ;---;
    #844
    0
  6. #820 Mymay84 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 19:16

    เฮ้อ เศร้าอ่ะ

    #820
    0
  7. #819 Madaddy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 13:09

    จีมินนน รักตัวเองมากๆนะ ตัดสินใจดีๆนะฮือ

    #819
    0
  8. #818 lovejhopebts (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:40

    สงสารน้องมากกกก
    #818
    0
  9. #817 ThiyadaSaehor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:15
    สงสารน้องมินสุดละทำอะไรคิดอะไรก็ไม่เคยที่จะให้ตัวเองมีความสุขกว่าคนอื่นเศร้า
    #817
    0
  10. #816 Natchuta25 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 07:57
    รวมเล่มค่ะ🙋‍♀️
    #816
    0
  11. #814 KakikooriPLoyy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 06:29
    งื้ออออออ มินนนนน
    #814
    0
  12. #813 Uraiwan96 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 06:08
    สงสารมินอ่ะ มินบอกพี่จองกุกเถอะพี่เขาอาจจะช่วยกันแก้ปัญหานี่ได้นะ อย่าเก็บไว้คนเดียวเลยและอีกอย่างทำเพื่อความสุขตัวเองบ้าง
    #813
    0
  13. #812 toey29 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 05:20
    แง ตอบดีๆน้าพี่ แต่ง่าแบบมินควรจะบอกจองกุกให้หมดจะได้ช่อยกันแแก้ปัญหาอะ อย่าเก็บไส้คนเดียวสิหนู
    #812
    0
  14. #811 Kanueng Sricum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 01:06

    สงสารน้อง
    #811
    0
  15. #810 แบมแบมชื่ิอของลูก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 00:24
    อย่าน่ะลูกขา หนูอย่ายอมแพ้นะคะ
    #810
    0
  16. #809 blue_skyky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 00:15
    น้องงงงงงง
    #809
    0
  17. #808 wimonrattt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 00:06
    สงสารน้องงงงอะไรท์
    #808
    0
  18. #807 jaeminnoona (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 23:50
    หนูอย่าไปยอมมมมมม /สนใจร่วมเล่มค่ะ
    #807
    0
  19. #806 PJMchimx2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 23:33
    น้องงง อย่ายอมแพ้นะลูก อย่าไป
    #806
    0
  20. #805 ARMA_B (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 23:16
    ตอนไน้าคงต้องเตรียมทิชชู่ซักโหลแล้วว
    #805
    0
  21. #804 Kanok_aum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 23:15
    สงสารน้อง ไม่ไหวแบ้ววววว
    #804
    0
  22. #803 PhanchitaCho (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:58
    สงสารน้อง อย่าใจร้ายกับน้องนักเลย
    #803
    0
  23. #802 k pop (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:55
    สตองเข้าไว้
    #802
    0
  24. #801 Nov52Hz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:51

    ใจพ้มน่ะนะ
    #801
    0
  25. #800 NaAuAhgase (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:49
    อีพ่อเวรอีพ่อเชิ่ยพ่อหัวขวด
    #800
    0