ฝ่าดงกับระเบิด(ขี้สุนัข) - ฝ่าดงกับระเบิด(ขี้สุนัข) นิยาย ฝ่าดงกับระเบิด(ขี้สุนัข) : Dek-D.com - Writer

    ฝ่าดงกับระเบิด(ขี้สุนัข)

    การดำเนินชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง

    ผู้เข้าชมรวม

    65

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    4

    ผู้เข้าชมรวม


    65

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  นิยายวาย
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  25 พ.ค. 57 / 22:19 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ไม่มีอะไรมากผมแค่โพสไปเล่นๆ555555555
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      เย็นวันนี้นอนอ่านหนังสือเพลินเผลองีบไปนิดหนึ่ง พอตื่นขึ้นดูนาฬิกาก็หกโมงเย็นแล้ว และถึงเวลาออกไปเตะบอลกับเพื่อน ก่อนออกจากหอผมแวะส่องกระจกใกล้ๆประตูทางเข้า มันเป็นกระจกบานใหญ่จึงส่องให้เห็นได้ทั้งตัว จุดโฟกัสแรกคือมองไปที่ใบหน้าตัวเอง รู้สึกว่ายับเยินมากมีริ้วรอยจากปลอกหมอนระหว่างนอนหลับ ส่วนเปลือกตาชั้นบนปวมราวกับผึ้งต่อย แถมมีร่องรอยคราบน้ำลายขาวๆตรงมุมปากข้างซ้ายเพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือว่านี่คือสภาพของคนที่เพิ่งตื่นอย่างแน่นอน จากนั้นผมก็ถลกเสื้อขึ้นกลั้นหายใจแขม่วท้องเพื่อสำรวจซี่โครงทั้งสองข้าง คือสารรูปตัวเองตอนนี้ผอมโซน่าสงสารมาก เห็นทีต้องหาซื้อน้ำมันพืชมาดื่มแทนน้ำเปล่าแล้วละ
      ตอนนี้พอเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่พักอยู่ที่นี่มักเลี่ยงส่องกระจกบานนี้ เพราะหลังจากเขาได้ใช้บริการก่อนออกไปทำธุระข้างนอก ต้องคิดหนักพอสมควร เมื่อได้เห็นหน้าตารูปร่างที่แท้จริงของตัวเอง ที่ปราศจากแสงนีออนนวลๆ พบกับกระจกที่ใช้แสงจากธรรมชาติเพียวๆ อาจทำให้ใครบางคนถึงกลับเปลี่ยนใจรีบวิ่งกลับเข้าห้องปิดประตูเงียบได้เหมือนกัน...
      ทุกครั้งที่เดินบนถนนหน้าหอพัก ผมมีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝ่าดงกับระเบิดชนิดสังหารบุคคล ผมต้องใช้สมาธิและทักษะสูงมากในการหลบหลีกกองขี้สุนัข บางกองโดนรถเหยียบจนแบนเมื่อเจอความร้อนจึงเปลี่ยนสภาพเป็นขี้หมาแห้งเลยไม่อุจาดตาเท่ากองที่ดูสดใหม่มีน้ำซึมๆแฉะๆเหมือนของหมามีปัญหาลำไส้ อีกกองก็ดูก้อนใหญ่และหนักแน่น แข็งราวกับก้อนหิน บางกองก็ดูคล้ายกับขี้คน ส่วนกลิ่นผมไม่เคยสัมผัสจริงๆว่ามันเป็นยังไงเพราะผมกลั้นหายใจทุกครั้งเมื่อเดินผ่านตรงนั้น และแค่ดูด้วยตาเปล่าท้องไส้ก็ปั่นป่วนคลื่นไส้มากพอแล้ว
      ผมแปลกใจที่เจ้าของที่เลี้ยงหมาตัวนั้น ทำไมเขาชอบจูงมันมาขี้ตรงนี้ทุกวัน ทั้งๆสวนที่ถูกปล่อยให้รกร้างอยู่ใกล้ๆ ผมรู้สึกหงุดหงิดตอนขากลับในตอนไม่มีแสงไฟ เพราะผมต้องพยายามอย่างหนักในการรื้อฟื้นความจำของเส้นทางที่เคยเดินผ่านในช่วงกลางวัน เพราะยังไม่อยากเหยียบกลับมาเป็นของฝาก

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×