The fairy tale ※ อลวน...เทพนิยายพันธุ์พิลึก!!

ตอนที่ 60 : ※ 46 ※ ถ้ารักเราเป็นดั่งรักต้องห้าม...ก็หนีตามกันเสียเลยสิ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 989
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 ต.ค. 56




นานมากแล้วที่เขาเลิกฝัน

อาจจะตั้งแต่เกิดเมื่อรู้ความจริงทุกอย่าง

แต่แล้วเขาก็กลับมาฝันอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อได้พบกับ เธอ

.

.

.

จมอยู่กับความฝันมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ เธอที่เขารักนั้นหายไป

 

 

นานมาแล้วโลกของเขาเคยเป็นสีแดงสด

หยาดโลหิตที่อาบย้อมโลกของเขานั้นมันคลุ้งเคล้าไปด้วยความโกรธ ความเกลียด ความอิจฉา ความเศร้า ความเสียใจ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกด้านลบมากมายที่กลืนกินในหัวใจของตัวเขาเอง

เขาหัวเราะพร้อมกับขอบคุณโลกที่ทำให้เขาเกิดขึ้นมา ขอบคุณความรู้สึกด้านลบที่มีอยู่ในใจ ยินดีต่อสีโลหิตที่อยู่บนโลกของตัวเอง เหยียบย่ำผู้ที่กำลังมีความหวังและศรัทธา...เขามีความสุข

จนกระทั่ง...ได้พบกับ เธอ

คนๆนั้นสอนให้เขาหัวเราะกว้างเติมเต็มเขาด้วยสีอื่นที่ไม่ใช่สีแดง คนๆนั้นค่อยๆลบสีแดงของเขาไปพร้อมกับมอบสีสันอื่นมากมาย คนๆนั้นบอกว่าจะสร้างโลกให้กับเขาจะไม่ปล่อยให้เขาเหงาด้วยถ้อยคำที่เอาแต่ใจและตัวเขาไม่เคยร้องขอเลย

แต่โครวิสมีความสุข...มีความสุขเหลือเกิน...

จนกระทั่งคนๆนั้นสอนให้เขารู้จักคำว่า น้ำตา

โครวิสจึงรับรู้ว่าคนๆนั้นไม่ใช่คนที่แสนดี...แต่เป็นคนที่โหดร้ายเหลือเกิน...

.

.

.

“มันคือนิทานที่ยังไม่สมบูรณ์และมีบทสรุป

แต่ผมก็อยากให้คุณได้ฟังเรื่องเล่าที่ยังไม่จบนี้...”

 

กาลครั้งหนึ่งนานมานมาแล้ว บนเกาะที่ไม่ปรากฏขึ้นมาบนแผนที่โลก ทั่วทั้งเกาะนั้นเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ตลอดเวลา มีคนบอกว่าเกาะแห่งนั้นมีเวทมนตร์แห่งกาลเวลาที่โอบล้อม ทุกอย่างถูกหยุดนิ่งให้คงเดิมตลอดเวลา...

กล่าวคือเมื่อใดที่คุณเด็ดผลมาเพียงครู่เดียวผลนั้นก็จะงอกใหม่ เมื่อใดที่คุณจับปลามาเพียงครู่เดียวปลาก็จะปรากฏขึ้นมาใหม่...ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เกาะแห่งนั้นมีนามว่า เนเวอร์แลนด์

ผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้นั้นมีเพียงเด็กน้อยเท่านั้น เด็กๆเหล่านั้นไม่เคยโตขึ้นจากเดิมเราสงสัยว่าน่าจะเป็นเพราะเวทมนตร์แห่งกาลเวลาดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้น...

และในหมู่เด็กเหล่านั้นมีเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้นำของเด็กทุกคน

ชื่อของเขาคือ...ปีเตอร์แพน

 

ชื่อของเขาคือ...โครวิส ลา เบลดิซิโอเน เซเฟอุส

เขาเป็นเจ้าชายรัชทายาทอันดับที่สองของบัลลังก์อาซิโดเลีย มีพี่น้องต่างมารดาอยู่หลายคนทว่าโครวิสก็ไม่ค่อยสนใจคนพวกนั้นเท่าไหร่นัก

เป็นที่รู้กันทั่วแผ่นดินว่าคือบุตรชายที่กษัตริย์แห่งอาซิโดเลียให้ความรักมากที่สุดเพราะเขาคือลูกที่เกิดกับผู้หญิงที่กษัตริย์แห่งอาซิโดเลียรัก และเพราะแบบนี้เองที่ทำให้เขาอยู่ท่ามกลางความอิจฉาริษยาจากพี่น้องทุกคน

แต่โครวิสไม่เคยสนใจ...

ไม่สิ บางทีเขาอาจจะให้ความสนใจอยู่หน่อยๆก็เป็นได้ว่า พวกเขาจะเข้าหาโครวิสาแบบไหนกันนะ? เข้าหาอย่างเป็นมิตรตีสนิทเพื่อต้องการอาศัยบารมีหรือต้องการลอบสังหารเขา หรือว่าจะเข้าหาแบบอื่น? ทว่าไม่ว่าแบบไหนสำหรับตัวเขาเองนั้นก็สนุกทั้งสิ้น

เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็ฆ่าคนเหล่านั้นจนหมด...

โครวิสฆ่าคนครั้งแรกคือตอนลืมตาดูโลกเพียงไม่กี่นาที

แน่แหละว่าเขาไม่มีความทรงจำในวัยเด็กเลยแม้แต่น้อย มันเป็นเรื่องเล่าที่พ่อของเขาเล่าให้ฟัง

วันนั้นที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาจากหลอดแก้ว...ไม่ได้มีเพียงหนึ่งชีวิต แต่มีถึงสองชีวิต...ถูกแล้ว โครวิสมีฝาแฝด...และเขาก็ฆ่าฝาแฝดของตัวเองตั้งแต่เริ่มลืมตาเพียงแค่หนึ่งนาทีเท่านั้น!

โครวิสที่ได้ฟังเรื่องราวดังกล่าวก็ไม่คิดอะไร...จะเรียกว่าอย่างไรดี การที่โลกนี้มีเราถึงสองคนสำหรับเขาเป็นอะไรที่น่าแปลกประหลาด และหากว่าเขาไม่ได้ฆ่าฝาแฝดของตัวเองตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา พอจับดาบเป็นโครวิสก็มั่นใจว่าเขาคงสังหารฝาแฝดของตนคนนั้นอย่างแน่นอน

โลกใบนี้น่ะมีเพียงโครวิส ลา เบลดิซิโอเน เซเฟอุสเพียงคนเดียวก็พอแล้ว

ไม่จำเป็นต้องอีกครึ่งชีวิตที่เรียกว่าฝาแฝดนั่นอยู่เลยแม้แต่น้อย

พูดถึงเด็กหลอดแก้วแล้วก็คิดเกี่ยวกับเรื่องความลับของอาซิโดเลีย...โครวิสรู้เรื่องราวดังกล่าวตอนอายุเพียงสามขวบเท่านั้นเมื่อพ่อบอกเขา พ่อรับรู้ว่าเขาคงไม่โวยวายออกมาโดยพูดว่า “เพราะโครวิสคือเด็กพิเศษ”

และแน่นอนว่าเขาไม่โวยวาย ออกจะอึ้งๆกับความคิดของเซเฟอุสรุ่นแรกเสียด้วยซ้ำไป เอาตามตรงการที่ทำให้เด็กเกิดมาจากหลอดแก้วโดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรักแบบนี้...ยอมรับว่าถูกใจของเขาสุดๆ

ถ้ามันตายก็สร้างขึ้นมา...ถ้าเบื่อมันก็สร้างขึ้นมา...แล้วถ้าไม่มีความรักแต่อยากได้อะไรมาเลี้ยงดูเล่นก็สร้างขึ้นมา

อืม...เขาชอบมันจริงๆ

สี่ขวบเขากลับมารู้จักการฆ่าอีกครั้งหลังจากที่หายไปนานเกือบสี่ปี (อย่าลืมสิว่าเขาฆ่าครั้งแรกตอนอายุเพียงหนึ่งนาที) ฝึกใช้พวกอาวุธต่างๆมากมายในลานลงทัณฑ์ที่มีอยู่ หรือบางครั้งก็อาจจะขอเพิ่มบ้างจากพ่อผู้รักเขายิ่งกว่าอะไร

โครวิสไม่ค่อยชอบการฆ่าคนเท่าไหร่นัก พวกนั้นค่อนข้างน่ารำคาญและยอมรับว่าการที่ฟังคนพูดรู้เรื่องเป็นอะไรที่แย่มากเพราะเขาจะต้องฟังการสวด การอ้อนวอน คำภาวนา คำขอร้องที่ยาวนานกว่าหนึ่งชั่วโมงถ้าหากว่าจำนวนคนเหล่านั้นมีไม่น้อย

เขาจึงเปลี่ยนไปฆ่าพวกสัตว์แทน อาจจะรำคาญเสียงร้องมันบ้างแต่ก็ยังดีที่มันพูดจาไม่รู้เรื่อง

ถามว่าโครวิสรู้สึกผิดต่อบาปหรือเปล่า?

คำตอบคือ...ไม่...ไม่เลยแม้แต่น้อย

มันก็เหมือนกับการที่มนุษย์เราฆ่าสัตว์เพื่อกินน่ะแหละ แม้จะบอกว่าเราไม่ได้ฆ่ามันแต่เราซื้อมันมา ทว่าถ้ากล่าวแบบนั้นแล้วก็เหมือนเราบอกว่าคนที่ฆ่ามันเพื่อเอามาขายให้กับเราเป็นคนบาปอย่างนั้นหรือ?

ถ้าลองมองย้อนลงไป ถ้าเราไม่ซื้อ เขาก็ไม่ขาย เขาก็ไม่ฆ่า...แต่เพราะเราซื้อ เขาจึงขาย เขาจึงฆ่า เพราะเขาก็ยังมีครอบครัวที่ต้องหาเลี้ยงเช่นเดียวกัน

ซื้อมันก็เท่ากับว่าเราเป็นคนฆ่ามันด้วยตัวเราเอง เพียงแค่ยืมมือคนอื่นฆ่าเท่านั้น...แต่กลับไม่มีมนุษย์คนไหนเลยที่จะคิดถึงข้อดังกล่าว

คนที่เขาฆ่าก่อนหน้านี้ก็เป็นคนที่สมควรตาย...พวกเขาเหล่านั้นมีโทษที่ต้องประหาร แต่มันอาจจะผิดบาปตรงที่โครวิสฆ่าพวกนั้นเพราะ อยากลองและเพราะเขาไม่มี ความรู้สึกผิดเมื่อเห็นคนตาย นั่นจึงอาจจะเรียกว่าบาปก็เป็นได้...

บางครั้งโครวิสเองก็อยากจะถามเหมือนกัน...บนโลกใบนี้คนที่ฆ่าคนอื่นตาย จำเป็นต้องชดใช้ด้วยชีวิตเสมอไปอย่างนั้นหรือ? ยิ่งเขาฆ่ามากเท่าไหร่เขาก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตตัวเองอย่างนั้นหรือไง?

สำหรับเขาถ้าตาย...มันคือจบ ทุกอย่างจบสิ้น และมันคือการปล่อยที่อ่อนโยนด้วยซ้ำ

ไม่มีวันสาแก่ใจอยู่แล้ว...

ไม่รู้สิ โครวิสยอมรับว่าตัวเองนอกคอกมานานแล้ว...นานพอดูกับนิสัยที่นอกคอกของตัวเอง...

รูปลักษณ์ของเขาคือเด็กชายวัยเก้าขวบที่มีใบหน้าน่ารักติดจะหล่อเหลาอยู่หน่อยๆเพราะเริ่มจะมีเลขสองหลักเสียแล้ว ผมสีดำสนิทกับนัยน์ตาสีแดงอันเป็นของเซเฟอุสสายเลือดแท้ กับใบหน้าที่ถอดมาพิมพ์เดียวกับกษัตริย์แห่งอาซิโดเลีย

มือขาวๆทว่าหยาบเพราะจับอาวุธมามากของเขานั้นค่อยๆกระชับเสื้อคลุมขนเฟอร์สีดำสนิทให้เข้าที่ โครวิสชอบแต่งกายโทนดำ-แดงไม่ใช่เพราะว่ามันคือสีประจำตัวของเซเฟอุส แต่เขาชอบโทนสีนี้มากกว่า สะท้อนโลกที่น่าสาปแช่ง เจือปนไปด้วยสีของโลหิต...

“อีกนิดเดียวก็ถึงแล้วแหละโครวิส...” กษัตริย์แห่งอาซิโดเลียยิ้มให้กับเขาเล็กน้อยก่อนจะเลิกผ้าม่านออกดู...สีขาวของหิมะที่โอบล้อมทุกทัศนียภาพ ฤดูหนาวที่น่าชิงชัง...

โครวิสเกลียดสีขาว เขาจึงเกลียดฤดูหนาว...

นัยน์ตาสีแดงนั้นมองไปนอกหน้าต่างท่านพ่อเล่าให้เขาฟังว่าจุดหมายปลายทางของวันนี้คือคฤหาสน์อาโดนิส หลังจากที่เขาเพิ่งกลับมาจากการพักที่คฤหาสน์แพนโดร่า...ว่ากันตามจริงที่พ่อพาเขาไปเที่ยวพักคฤหาสน์ของพวกดยุคจุดประสงค์น่าจะเป็นเพราะหาคู่หมั้นให้กับเขาเสียมากกว่า

ชาร์เรเลียแห่งแพนโดร่านั้น เด็กคนนั้นดูเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อีกอย่างท่าทางที่เหมือนกับอัศวินผู้มีความเที่ยงตรง ยอมรับเลยว่าเห็นครั้งแรกเขาก็รู้สึกว่าเข้ากันไม่ได้

สำหรับแคสซีโอเปีย...มาดอนน่าแห่งแคสซีโอเปียคนนั้น...นางอยู่ในฐานะ มารดาของเขาแม้ว่ารูปลักษณ์ของนางในตอนนี้จะเป็นเด็กหญิงอายุเพียงแปดขวบก็ตามที

จริงอยู่ที่ว่าการให้กำเนิดลูกนั้นไม่จำเป็นต้องเกิดมาพร้อมกับความรักก็ได้ อาซิโดเลียสามารถสร้างเด็กขึ้นมาได้แต่หน้าตาทางสังคมก็สำคัญเช่นเดียวกัน อย่างน้อย...ก็ตอนนี้

แต่ถ้าหากว่าเขาไม่ถูกใจจริงสุดท้ายตัวเลือกคงไปอยู่ที่ตระกูลแอนโดรเมด้า...ตระกูลนี้เรียกได้ว่าฆ่าตัวตายดีกว่าทรยศต่อเซเฟอุส เรียกได้ว่าเขารัก บูชา หลงใหล เทิดทูน เกินความรู้สึกว่าภักดีตั้งแต่รุ่นแรกยันรุ่นปัจจุบันเลยทีเดียว

“เข้าเขตอาโดนิสแล้ว...” ขณะที่โครวิสกำลังเหม่ออยู่นั้นหูของเขาแว่วได้ยินเสียงของพ่อตัวเองพูดเช่นนั้น นัยน์ตาสีแดงนั้นมองกระจกก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อย...ทัศนียภาพที่ควรจะเป็นสีขาวนั้นกลับกลายเป็นสีเขียวชอุ่มราวกับว่าสถานที่แห่งนี้คือดินแดนแห่งใหม่ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้างนอกที่มีหิมะลงมาเลยแม้แต่น้อย

เวทมนตร์ขั้นสูง...เพียงครู่เดียวโครวิสก็สามารถวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว...เวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่ทำให้บริเวณภายในวงเวทอบอุ่น ในสายตาเขาจัดเป็นวงเวทไร้สาระสิ้นดี วงเวทนี้พูดอย่างไรก็ไม่ค่อยคุ้มเพราะใช้พลังเวทมนตร์สูงแล้วยังกินพลังเสียเยอะอีกต่างหาก ส่วนใหญ่ถ้าจะเห็นเวทมนตร์นี้น่าจะเป็นที่หมู่บ้านเล็กๆใกล้หนาวตายแล้วขอความช่วยเหลือจากเมืองหลวงเสียมากกว่า

“...ความบราค่อนของเจ้าดยุคมิคาเอลนั่นมันถึงระดับไหนกันเนี่ย...” แว่วได้ยินเรื่องที่ไม่อาจเข้าใจได้จากปากของพ่อเขาเอง...ดยุคมิคาเอลแห่งอาโดนิสไม่ว่าใครต่างก็รู้จักเขาดีในฐานะดยุคที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์และมากความสามารถ สิ่งที่ช่วยค้ำจุนให้เขาเข้าสู่ตำแหน่งนี้ได้เร็วคงเป็นความสามารถในการมองเห็นอนาคต

ดยุคมิคาเอลมีน้องอยู่สองคนเป็นฝาแฝด คนหนึ่งคือราฟาแอล อันนูชาโต อาโดนิสเด็กหญิงอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยพลังเวทมนตร์มหาศาลและต้องยอมรับ...เธอคือผู้หญิงที่เหนือว่าสตรีในตระกูลดยุคตอนนี้ และเธอก็คือเหตุผลที่ทำให้พ่อลากเขามาพบเธอเช่นเดียวกัน

โครวิสคิดว่าถ้าเธอไม่ใช่คนดีกับคนโง่ซึ่งเป็นประเภทที่เขาเกลียด...บางทีเธอน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

ส่วนน้องเล็กของอาโดนิสคือ...น้องชายผู้ไร้เวทมนตร์

พอคิดถึงตรงนี้โครวิสก็เข้าใจในคำพูดของพ่อตัวเองทันที

เวทมนตร์ที่ทำให้อบอุ่นนี้มีเพื่อให้น้องชายสามารถวิ่งอยู่ในบ้านและสวนได้ตราบเท่าที่ต้องการ...มันดูเป็นความรักที่ค่อนข้างเวอร์จริงๆ

“ถึงแล้ว...ลงมากันเถอะโครวิส” เด็กชายพยักหน้าก่อนจะทิ้งเสื้อคลุมขนเฟอร์สีดำของตัวเองไปเมื่อรู้ว่าใส่ไปก็ร้อนเปล่าๆ เขาเดินตามหลังพ่อของตนเองลงมาก่อนจะมองคนที่มายืนรอรับจนและพ่อ

คนนี้คงเป็นดยุคมิคาเอล...พูดได้อย่างเต็มปากว่าสมกับเป็นอาโดนิส

เรือนผมสีทองโดดเด่นโครวิสเคยเห็นสีทองมามากแต่ไม่มีใครสว่างเท่าชายหนุ่มผู้นี้มาก่อน ดวงตาที่เห็นเพียงข้างเดียวสีทองสว่างประกอบกับใบหน้าหล่อเหลาที่ครึ่งหนึ่งถูกปกปิดหน้ากากลวดลายงดงาม เครื่องแต่งกายเป็นสีขาวคาดทอง โครวิสมั่นใจว่าต่อให้ยืนอยู่กับดยุคด้วยกันเองชายผู้นี้ก็ยังโดดเด่นอยู่ดี

“ยินดีต้อนรับกษัตริย์และเจ้าชายแห่งอาซิโดเลีย...สู่อาโดนิส” เสียงทุ้มน่าฟังทว่าราบเรียบไร้โทนเสียง ใบหน้านั้นเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาเลยแม้แต่น้อยทำเอาโครวิสอดคิดไม่ว่าชายคนนี้คือคนที่สั่งให้สร้างเวทมนตร์ความอบอุ่นนี้แน่หรือ

โครวิสเคยเห็นคนเย็นชามามาก แต่ไม่เคยเห็นใครเย็นชาเท่าดยุคผู้นี้เลยแม้แต่น้อย รวมทั้งความกดดันนี้ด้วย นัยน์ตาสีทองนั้นมองเขาอย่างเรียบเฉยก่อนจะตวัดไปมองพ่อของเขาที่ยิ้มออกมาแห้งๆ...ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพญามารอย่างไรอย่างนั้น

“เชิญท่านทั้งสองเข้ามาข้างในเถิด...จุดประสงค์ที่มาวันนี้คงเป็นเรื่องของน้องสาวของกระหม่อม...”

โครวิสรู้สึกว่าพ่อของเขากำลังสั่น...แต่ไม่รู้ถึงสาเหตุนั้นเลยแม้แต่น้อย

“อ่ะ อ่ะ อ่า ใช่แล้วล่ะดยุคอาโดนิส...ขะ ข้าพาลูกชายของข้ามาพบกับราฟาแอลน้องสาวเจ้าอย่างไรล่ะ! น่ะ...น่ะนะ” ราชาหนุ่มเอ่ยออกมาก่อนจะกระแอมไอเล็กน้อย ใจเย็นเว้ย! กรูเป็นกษัตริย์มันเป็นขุนนาง! ตามตำแหน่ง...กรูใหญ่กว่าเว้ย!!

เมื่อรวบรวมกำลังใจได้แล้วกษัตริย์หนุ่มก็ปรับท่าทีเล็กน้อยแล้วพยายามพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฮะแฮ่ม! ถ้าเทียบกับผู้หญิงในรุ่นนี้ที่เกิดมาน้องสาวของเจ้านี่อยู่ในอันดับหนึ่งเลยนะ!

นัยน์ตาสีทองของชายรูปงามปรายมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกล่าวกับพ่อบ้านข้างกาย “ไปตามราฟาแอล...ส่วนของของกษัตริย์เอาไปไว้ที่คอกม้า...”

“แค่กๆๆ!!” กษัตริย์หนุ่มกระแอ้มไอเล็กน้อยราวกับต้องการยืนยัน...เออ เมื่อครู่นี้กรูหูฝาดชิมิ...ที่ว่าคอกม้าอ่ะ...

“...” ดยุคหนุ่มนิ่งเฉยมองพ่อบ้านขณะที่เท้ากำลังเดินอยู่

“แค่กๆๆๆ!!

“...ห้องปีกตะวันตก”

เออ...ห้องปีกตะวันตกคงไม่ใช่คอกมังกรใช่ป่ะ?

...กษัตริย์แห่งอาซิโดเลียรู้สึกว่าตัวเองกำลังเล่นเกมจับฉลากลุ้นห้องนอนอยู่อย่างไรอย่างนั้นแหละ...สาบานได้เลยว่านี่จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาจะมายุ่งเกี่ยวกับพี่น้องอาโดนิส!

พ่อบ้านผู้เดินอยู่ข้างกายของกยุคนั้นค้อมตัวลงเล็กน้อย “แล้วท่านบรีเอล...?”

ชายหนุ่มผมทองชะงักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบเรียบๆว่า “ตามมา”

“ครับ ท่านดยุคอาโดนิส”

เดินไปสักพักหนึ่งก็ถึงห้องจุดหมาย มันเป็นห้องขนาดใหญ่ที่มีเครื่องเรือนสีขาวสะอาดคาดด้วยสีทองและสีเงินอย่างลงตัว อันเป็นสีระจำตระกูลอาโดนิสแห่งนี้

ดยุคหนุ่มเชิญพ่อของเขานั่งลงก่อนจะนั่งตามอย่างสงบ สาวใช้หน้าตาดีท่านหนึ่งค่อยๆรินน้ำชาที่มีกลิ่นหอมสูงศักดิ์ลงบนแก้วกระเบื้องอย่างดีอย่างช้าๆ ขณะที่นัยน์ตาสีแดงของโครวิสจับจ้องไปที่ดยุคมิคาเอล

ดูงดงาม สูงศักดิ์ราวกับภาพวาด กระทั่งรสนิยมก็ราวกับเจ้าชายที่หลุดออกมาจากเทพนิยายเป๊ะๆ...บางทีโครวิสก็คิดว่าคนตรงหน้าดูสมกับเป็นเจ้าชายที่สาวๆต่างใฝ่ฝันมากกว่าผู้ชายคนอื่นๆที่เขาพบเสียอีก

แต่มันทำให้คนตรงหน้าดู...ว่างเปล่าและเสแสร้ง กลวงโบ๋เสียจนไม่น่าสนใจ เพราะการกระทำนั้นราวกับว่าเอามาจากหนังสือเทพนิยายก็ไม่ปาน เพราะงั้นหลังจากนั่งสักพักโครวิสก็หมดความสนใจแล้วให้ความสนใจกับรูปที่ปรากฏบนห้องแห่งนี้แทน

มีรูปของคนตรงหน้ากับภาพวิวไม่กี่ภาพ ทว่าน่าแปลกที่ไม่มีภาพครอบครัว ภาพดยุคอาโดนิสกับดัชเชสอาโดนิสรุ่นก่อนเลยแม้แต่น้อย ส่วนภาพน้องสาวและน้องชายของคนตรงหน้าเขาก็ไม่เห็นเช่นเดียวกัน

“ตอนนี้ดยุคอาโดนิสคือข้า ไม่จำเป็นต้องมีสอง” น้ำเสียงราบเรียบดังขึ้นราวกับต้องการตอบคำถามในใจของเด็กชาย นั่นทำให้โครวิสยกยิ้มแล้วกล่าวชมอีกฝ่ายในใจ

...ถือดี อวดตนและหยิ่งทระนง ดูไม่เห็นความสำคัญของคนตายเท่าไหร่นัก แต่ก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายกล่าว

ดยุคอาโดนิสคือมิคาเอล ไม่ใช่พ่อของเขา

หลังจากที่อยู่กับความเงียบเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับที่ดยุคมิคาเอลหันไปทางแม่บ้านสาวแล้วพยักหน้าลงเล็กน้อย ทำให้เธอโค้งกายลงอย่างนอบน้อมก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู

ผู้ที่เข้ามาไม่ใช่ราฟาแอลหรือบรีเอลแต่เป็นพ่อบ้านวัยชราที่ดยุคอาโดนิสคุยตรงทางเดิน...ส่งผลให้ใบหน้าที่ราบเรียบนั้นอึกครึ้มลง

พ่อบ้านวัยชราโค้งกายอย่างสุภาพทางพ่อ เขาและดยุคมิคาเอล “ท่านราฟาแอลอยู่ที่คฤหาสน์เฮเลนครับ...”

“ไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เช้าตรู่แล้วครับ”

ดยุคหนุ่มเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะกดเสียงลงแล้วกล่าวด้วยความสงบ “ถ้าราฟาแอลกลับมาบอกให้มาพบข้าที่ห้องทำงาน บางทีนางก็ควรตระหนักได้เสียทีว่านางคืออาโดนิส ไม่ใช่เฮเลน”

“ครับ” พ่อบ้านค้อมกายลงรับคำก่อนจะกล่าวต่อ “ส่วนท่านบรีเอล...ยังหาไม่พบครับ คาดว่าน่าจะกำลัง...เออ...เล่น อยู่ แต่มั่นใจได้ว่ายังไม่ได้ออกจากคฤหาสน์ครับ”

หัวคิ้วของดยุคหนุ่มขมวดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าแล้วหันมาทางกษัตริย์ “ข้าคงต้องขออภัยจริงๆสำหรับเรื่องนี้ คาดว่าทั้งสองคงจะได้พบกันตอนช่วงอาหารค่ำ เวลานี้ขอเชิญฝ่าบาทกับเจ้าชายพักผ่อนตามอัธยาศัย ข้าคงต้องขอตัวไปสะสางงานหลักก่อน...”

“อ่า เชิญเลยๆ!! เชิญเลย!” กษัตริย์หนุ่มเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็วเพราะรักชีวิต...

 

งานหลักที่ว่ามีร้อยกรูให้ล้าน!

เรื่องน้องชายชัวร์ป๊าบ!

จำเอาไว้! ชื่อพ่วงอาโดนิสเมื่อไหร่เชื่อบูชาน้องมันสูงกว่าเชื้อรักชาติผสมกลัวเมียเสียด้วยซ้ำ!

(กษัตริย์ขอการันตี...)

 

“ท่านพ่องั้นผมขอไปเดินเล่นก่อนแล้วกัน...” เด็กชายเปรยออกมาอย่างเบื่อๆไม่ต้องรอให้พ่อตอบรับเขาก็เดินออกไปทันที เพราะเขารับรู้เป็นอย่างดีว่าพ่อของเขาไม่เคยขัดใจตัวเขาอยู่แล้ว

เด็กชายเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน แม้จะไม่สนใจเท่าไหร่นักแต่ภาพรอบข้างก็เข้าสู่สายตาของเขาเป็นอย่างดี เครื่องเรือนของคฤหาสน์แห่งนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในธีมสีประจำตระกูลไม่โดดนอกออกมาจากนั้นเท่าไหร่เลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันทำดูสวยงามเรียบหรู

กลิ่นที่เดินผ่านส่วนใหญ่จะเป็นกลิ่นสูงศักดิ์เข้ารสนิยมของเจ้าของคฤหาสน์ อย่างที่เคยกล่าวในข้างต้นว่าถ้าเทียบกับตระกูลอื่นอาโดนิสก็ค่อนข้างเด่นเรื่องหน้าตานี้เป็นไปในทุกรุ่นอยู่แล้ว อาโดนิสขึ้นชื่อเรื่องชายงาม เฮเลนขึ้นชื่อเรื่องสาวงาม ได้ข่าวว่าดัชเชสอาโดนิสรุ่นก่อนเป็นเฮเลนอีกต่างหาก ราฟาแอลที่เขาจะพบคืนนี้ท่าทางคงงดงามจนน่ากลัว

แต่ภายนอกเขาตัดสินทีหลังแค่ไม่โง่แล้วดี เท่านี้เขาก็เพียงพอแล้ว

เดินไปสักพักก็ถึงทางตันเสียแล้ว เพราะตอนนี้เบื้องหน้าของเขาเป็นประตูสูงใหญ่สีขาวสะอาด แน่นอนว่าโครวิสไม่มีความคิดที่จะเดินกลับไปเลยแม้แต่น้อย เด็กชายจึงเลือกที่จะเปิดประตูดังกล่าวเข้าไปอย่างไม่คิดอะไร...

ใช่...และสิ่งหนึ่งที่เขายอมรับคือ...เขาไม่คิดว่าจะมีเด็กผู้หญิงสองคนกำลังทำอะไรที่บัดสีบัดเถลิงอยู่

ภาพเบื้องหน้าเขาคือเด็กสาวหน้าตาสวยคนหนึ่งที่อยู่ในชุดชั้นในกับเด็กหญิงผมสีน้ำตาลยาวที่ดูเหมือนว่านางกำลังถอดชุดสาวใช้ที่ตัวเองกำลังสวมอยู่

ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความเจ้าชายที่แม้จะนอกคอกก็ไม่หนังหน้าหนาพอที่จะดูหนังสีขาว (ยูริ) หรอกนะ!

“ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะ!

“เดี๋ยว!

เสียงแรกเป็นของเด็กสาว ส่วนอีกเสียงน่าจะเป็นของเด็กหญิงที่วิ่งมาจับมือของเขาอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าตามปฏิกิริยาแล้วโครวิสตั้งใจจะสะบัดออกไปเต็มที่แต่นึกไม่ถึงว่าเด็กหญิงที่จับมือเขาอยู่นั้นเธอกระโจนเข้าหาเขาจึงจับมือเขาได้ทันเพราะงั้นถึงแม้ว่าเขาจะสะบัดมือของเธอออกแต่ร่างเล็กๆนั้นก็ทับใส่ร่างของเขาเต็มแรง!

หัวของเจ้าชายโขกเข้ากับพื้นอย่างแรงจนได้ยินเสียงโป๊กทำเอาเขามึน ผิดกับเด็กหญิงผมน้ำตาลยาวที่ทับร่างเขาอยู่ มือเล็กนั้นที่จับมือข้างหนึ่งของเขาแน่นก่อนที่เสียงเรียบนั้นจะไปเอ่ยกับเด็กสาวอย่างเฉยชา “มิเรียใส่ชุดของฉันแล้วออกไป...”

“แต่ท่าน...”

“ออกไป ชุดนี้ฉันคืนแน่”

“ค่ะ...”

บทสนทนาของเด็กหญิงผมน้ำตาลสิ้นเพียงเท่านั้นพร้อมๆกับหัวที่ได้รับการโขกพื้นของโครวิสนั้นค่อยๆสร่างความมึนจึงลืมตามองเด็กหญิงที่นั่งทับตรงท้องของเขาอยู่

ไล่จากขาอ่อนเรียวเล็กสีขาวไปยังชุดสาวใช้สีดำสนิทมีลูกไม้เล็กน้อยและผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาที่ใส่อย่างลวกๆ จากนั้นก็เป็นเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยกับทรวดทรงที่แบนราบเพราะเป็นเด็ก ก่อนที่ลมหายใจของโครวิสจะสะดุดเมื่อมองใบหน้าของอีกฝ่าย

งดงาม...

โครวิสเจอคนรูปงามมามากทว่าคนที่สวยงดงามขนาดเด็กคนนี้เขาไม่เคยพบมาก่อน

เครื่องหน้าสมบูรณ์แบบน่ารักน่าชัง กลีบปากเรียวงามกับจมูกโด่งเล็กน้อยอย่างสมบูรณ์แบบ ไหนจะดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่จับจ้องมาทางเขาคล้ายหงุดหงิดนั่นอีกแหละ

...น่าเสียดายที่ดันชอบเพศเดียวกันเอง

นัยน์ตาสีน้ำตาลมองมาทางเขาก่อนที่คิ้วจะขมวดเล็กน้อยแล้วงืมงำออกมาแผ่วเบา “...เหมือนจะไม่ใช่คนในคฤหาสน์อาโดนิสแห่งนี้ จากชุดน่าจะ...อา ตาสีแดงนั่นเซเฟอุสสินะ แย่ชะมัด...”

“...ถ้าไม่อะไรมากลุกออกไปจากตัวฉันจะดีมาก” โครวิสเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา อันที่จริงเขาสามารถผลักอีกฝ่ายออกได้เพราะแรงดูอย่างไรเขาที่จับศัตราวุธมามากย่อมมีเยอะกว่าอยู่แล้ว แต่การทำลายของสวยๆงามๆก็ไม่ใช่สิ่งที่โครวิสปรารถนาเช่นเดียวกัน

หัวคิ้วของเด็กหญิงขมวดเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยปาก “เจ้าคิดว่าข้าสวยหรือเปล่า?”

“...ห๊ะ? อะ อืม...”

เพราะคำถามที่คาดไม่ถึงทำให้เด็กชายเอ่ยปากออกไปตามที่คิด ซึ่งนั่นทำให้เด็กหญิงที่นั่งทับอยู่ยกยิ้มวินาทีนั้นโครวิสรู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองเต้นรัว แน่นอนว่าไม่ใช่ความรักแต่เพราะความงามเท่านั้น

“ใช่เพราะข้าสวยและรวยมาก...เจ้าต้องแต่งงานกับข้านะ!

“...ห๊ะ? อะ อืม...” เด็กหนุ่มรับคำออกมาอย่างเบลอๆแต่พอคิดได้ “...อะ เฮ้ยยยยยยย!!

“เจ้าต้องแต่งงานกับข้า!” เด็กหญิงเอ่ยออกมาก่อนที่รอยยิ้มงดงามจะกว้างมากขึ้นเรื่อยๆขณะที่ในมือของเธอถือของคุ้นตาของโครวิสเอาไว้...

“ไม่งั้น...ข้าจะเจื๋อนน้องชายของเจ้าแน่!

พระเจ้าบอกเขาทีเถอะ...นี่เขากำลังโดนบังคับแต่งงานใช่ไหม!

แต่เหมือนเด็กหญิงจะรู้ว่าโครวิสเก่งกาจแค่ไหนมือของเธอจึงไขว่หลังของตัวเองและยกยิ้มอย่างงดงาม “ที่รัก! ข้ามั่นใจเลยว่าถ้าข้าปล่อยมือปุ๊บเจ้าได้สูญพันธ์อย่างแน่นอน!! แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะว่าข้าจะรับผิดชอบแต่งงานกับเจ้าเอง!

พ่องเมิงเถอะวะครับ!!

รับผิดชอบแบบนี้มันหนักกว่าเมิงข่มขืนกรูอีกนะ!!

แม้โครวิสจะรู้ว่าการให้กำเนิดเด็กของอาซิโดเลียไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ก็ตามแต่เรื่องนี้มันต่างกัน! อย่างน้อยนี่มันก็ศักดิ์ศรีของความเป็นผู้ชายเขาเชียวนะ!!

เจ้าชายเป็นขันที? พระเจ้า แค่คิดเขาก็ร้องไห้แล้ว!

นี่พระเจ้าเรื่องมากเพราะเขาไม่ยอมเลือกคู่หมั้นใช่ไหม?!! พระเจ้าเลยส่งยัยเลสเบี้ยนปัญญาอ่อนคนนี้มาให้เขาน่ะ!

“ขอบอกเลยว่าถ้าที่รักคิดจะแย่งมีดแล้วแหละก็ข้าปล่อยมือทันทีคิดแล้วกันว่าอะไรมันจะตายก่อนกัน? อ๋อ ถ้าจับขา จับแขนข้าก็ปล่อยเหมือนกันนะ ทดสอบดูไหม?”

“...ยัยโรคจิต!

“...เหมือนมือจะลื่น...”

“ที่รักครับ...”

“ขนลุกจังแหะโดนผู้ชายเรียกว่าที่รักเนี่ย...” ริมฝีปากบางปรากฏรอยยิ้มก่อนที่มือข้างที่ว่างจะดึงแก้มของเขาเบาๆ “ตกลงจะแต่งไม่แต่งล่ะ หืม...”

พูดอย่างกับกรูมีสิทธิ์เลือกอย่างงั้นแหละวะครับ...

“แต่ง...” เอาเถอะ เอาไว้แต่งเสร็จค่อยฆ่ายัยคนนี้ก็ได้...

รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กหญิง ก่อนที่เธอจะโน้มลงมาที่บริเวณอกของเขาที่มีจี้ประจำราชวงศ์อยู่ เส้นผมสีน้ำตาลให้สัมผัสที่นุ่มนวลกับกลิ่นหอมของฤดูใบไม้ผลิอ่อนจางจนโครวิสต้องเผลอสูดมันเข้าไปอย่างอดไม่อยู่

มันจะดีถ้ามันไม่ใช่กลิ่นของยัยเลสเบี้ยนคนนี้

ว่าแล้วก็เหลือบมองยัยเลสเบี้ยนที่กำลังใช้ริมฝากงดงามสัมผัสลงที่จี้นั้นอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะแผละออกไปอย่างช้าๆ

จี้ประจำตัวนั้นส่วนใหญ่จะถูกมอบให้กับบุตรชายของเหล่าดยุคและราชวงศ์ และจี้นั้นจะมีตราประจำตระกูลพร้อมกับด้านใต้สลักชื่อของเจ้าของจี้เอาไว้อยู่ ความสำคัญของจี้นั้นคือเอาไว้มอบสัญญาสมรส แต่กับเด็กคงเรียกว่าคู่หมั้นละมั้ง

การที่โครวิสหาคู่หมั้นในตอนนี้คาดว่าท่านพ่อของเขาต้องการให้เขาได้คู่หมั้นที่ดีก่อนที่จะมีเด็กจาตระกูลอื่นตัดหน้าไปก่อนและสำหรับรุ่นราวคราวเขาเด็กที่น่ากลัวพอจะเป็นคู่แข่งได้คงเป็นบุตรชายคนเล็กของแม่ทักใหญ่นาร์ซีซัส

วิธีการมอบสัญญาว่าตนจะแต่งงานกับอีกฝ่ายนั้นคือการให้ฝ่ายหญิงที่ไม่มีจี้นั้นจุมพิตลงที่จี้ของฝ่ายชาย เมื่อจุมพิตเสร็จแล้วนั้นด้านหลังของจี้จะปรากฏตราประจำตระกูลของฝ่ายหญิง เพียงเท่านั้นมันก็กลายเป็นสัญญาว่าฝ่ายเขาจะแต่งงานกับฝ่ายหญิงในอนาคตอย่างแน่นอน

แต่แน่นอนว่าเรื่องราวดังกล่าวใช้ได้ผลกับคนที่เกิดในตระกูลของอาซิโดเลียเพราะตอนสร้างมามีการกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในสายเลือดเวทมนตร์ กรณีที่เป็นสาวต่างแดนหรือสาวชาวบ้านแล้ว...

“อา...ไม่ได้ผลแหะ...”

มันจะไม่เกิดผลใดๆทั้งสิ้น

นัยน์ตาสีน้ำตาลนั้นหรี่ลงเล็กน้อยก่อนที่สาวเจ้าจะเอ่ยปากสั่งเขา “เจ้าชาย เจ้าปลดสร้อยนั้นมาให้ข้า”

แม้เด็กชายจะไม่เต็มใจเท่าไหร่นักเขาก็ปลดมันให้กับอีกฝ่ายมือรับรู้ได้ว่า อะไรบางอย่าง ถูกหย่อนลงมาจนรู้สึกเย็นยะเยือก

เด็กหญิงรับสร้อยดังกล่าวของเขาก่อนที่จะมองตราสัญลักษณ์แล้วชื่อที่ถูกสลักเอาไว้เป็นภาษาโบราณ “...มันอ่านว่าอะไรกันน่ะ? โค? ...อ่า ควายงั้นสิ”

“ที่ควายมันเจ้าต่างหาก!

“อุ้ย มือลื่น”

“...มันอ่านว่าโครวิส” เด็กชายเปลี่ยนเรื่องก่อนที่นัยน์ตาสีแดงจะมองอีกฝ่ายนิ่ง “โครวิส...มาจากชื่อเต็มของข้าโครวิส ลา เบลดิซิโอเน เซเฟอุส”

“เจ้าชายอันดับที่สองสินะ” เด็กหญิงเอ่ยรับก่อนที่จะยัดสร้อยดังกล่าวลงไปในกระเป๋าของชุดสาวใช้ที่ตนเองสวมอยู่ “...เป็นชื่อที่ดีนะ”

“อ่านไม่ออกแท้ๆแต่รู้ความหมายหรือไงกันครับ?”

“เปล่าหรอก พูดให้ดูเท่ไปอย่างนั้นแหละ” เด็กหญิงเอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆ ก่อนที่มือเรียวจะสัมผัสผมสีดำของเขา “แต่ถ้าเป็นไปได้น่าจะชื่อว่าดาร์ค (รัตติกาล) มากกว่า...ทั้งๆที่มีผมสีดำสวยขนาดนี้แท้ๆ...”

“ผมสีดำมันมีกันทั้งตระกูลแหละ” เจ้าชายเอ่ยแย้งออกไปอย่างเรียบเฉย

“...ของดาร์คน่ะแตกต่างนะ” เด็กหญิงเอ่ยออกมาเรียกเขาว่าดาร์คแทนชื่อของเขาไปเสียแล้ว “เพราะว่านายเป็นผู้ชายผมดำจากตระกูลเซเฟอุสคนแรกที่ข้าเห็นยังไงล่ะ จึงงดงามที่สุด!

“หมายความว่าถ้าเห็นเซเฟอุสคนอื่นแล้วผมของฉันก็ไม่งดงามอีกต่อไปแล้วสินะ?...แล้วก็อีกอย่างนะครับคุณผู้หญิงชื่อของผมคือโครวิสครับ” ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาเปลี่ยนสรรพนามการคุยกับอีกฝ่ายไป

“...แล้วดาร์คน่ะคิดว่าผมสีน้ำตาลของฉันน่าเกลียดหรือเปล่าล่ะ” เด็กหญิงเมินประโยคสุดท้ายของอีกฝ่ายไป

ตอนแรกเขาตั้งใจจะตอบว่าไม่ แต่คิดไปคิดมาเพราะตอบว่าเจ้าหล่อนสวยเขาถึงโดนบังคับแต่งงานไม่ใช่หรอ?เพราะงั้นเด็กชายเลยเลือกที่จะตอบว่า “ไม่ น่าเกลียดสิ้นดี”

แต่เขาก็เพ่งนึกได้ถึงมีดในมือเธอจนทำให้เปลี่ยนคำตอบแทบไม่ทันแต่นึกไม่ถึงว่าเด็กหญิงจะรับคำ

“อืม ใช่ มันน่าเกลียดมาก” เด็กหญิงยิ้ม “เพราะมันแตกต่างมันจึงน่าเกลียด การที่โครวิสเหมือนคนอื่นในสายตาของฉันแล้วมันดีมากเลยนะ น่าอิจฉาออก”

“...การเหมือนคนอื่นมันดีตรงไหน?” เด็กชายเอ่ยแย้งไป “ถ้าหากว่าโลกนี้มีคนที่เหมือนผม ผมคงฆ่าเขาทันทีเพราะผมเกลียดความเหมือนและชอบที่จะแตกต่าง”

โครวิสนึกถึงเรื่องฝาแฝดของตัวเอง...

“ทำไมถึงชอบที่จะแตกต่างกันล่ะ ลืม?”

“เพราะว่าถ้าเหมือนก็เหมือนกับว่าโลกนี้มีคนที่พร้อมแทนที่เราอยู่มากมาย แต่ถ้าแตกต่างแม้เพียงนิดมันก็แสดงจุดยืนของเราว่าบนโลกนี้ยังมีเราอยู่”

“แต่ถ้าแตกต่างจะไม่ถูกยอมรับนะ...เหมือนกับที่มนุษย์ไม่ยอมรับปีศาจเพราะว่าเขาแตกต่างไง”

“มันก็แค่ข้ออ้างของพวกอิจฉาเท่านั้นแหละ เพราะปีศาจแข็งแกร่งกว่า อายุยืนยาวกว่า...” เจ้าชายหนุ่มแย้งออกมาด้วยคำพูดที่น่าเชื่อว่ามันจะมาจากปากของเจ้าชาย “อีกอย่างถ้าแตกต่างก็ทำให้ยอมรับเสียสิ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความแตกต่างที่มีตั้งแต่เกิดได้ อีกอย่างในความคิดของผมแล้วคนที่เกิดมาแตกต่างแต่อยากเหมือนคนอื่นมันก็แค่คนที่หนีตัวเองเท่านั้นแหละ มันก็แค่พวกขี้ขลาด อ่อนแอ น่ารังเกียจ”

“...”

“ถ้าหากว่าเหมือนใครสักคนแล้วได้รับการยอมรับน่ะ เขาไม่ได้ยอมรับในตัวเราหรอก เขาแค่ยอมรับคนที่เราเหมือนมากกว่าเท่านั้นแหละ”

เด็กหญิงยิ้มจาง “ดาร์คนี่เข้มแข็งจนน่าอิจฉาจังเลยนะ...แต่ว่า...”

“...”

“บนโลกนี้...ทุกคนไม่ได้เข้มแข็งเหมือนนายหรอกนะ” นัยน์ตาสีน้ำตาลสบกับนัยน์ตาสีแดงของเขา “ดาร์คน่ะเข้มแข็ง ดาร์คน่ะแข็งแกร่งแต่คนบางคนถ้าหากว่าไม่เหมือนเขาก็จะถูกกำจัดทิ้ง...ถูกสังคมกีดกั้น...ถูกปรานามว่าเป็นของแปลกทุกครั้งที่ก้าวเดินนั้นทุกสายตาจะมองเขาในแง่ลบ...”

“มันก็แค่ข้ออ้างของคนอ่อนแอ”

“มันแค่...ข้ออ้างของคนที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป” เด็กหญิงกล่าว “การมีชีวิตอยู่ต่อไปนั้นวิเศษมากเลยนะดาร์ค...เพราะมีชีวิตอยู่เราถึงได้ถักทอเส้นใยสายสัมพันธ์กับใครอีกหลายๆคนทั้งคนที่เรารัก คนที่เราเกลียด คนที่เราเฉยชา...ทุกสายสัมพันธ์นั้นสัมผัสได้ยามเมื่อมีชีวิตอยู่เท่านั้น”

“...”

“และเพราะนายมีชีวิตอยู่ไงล่ะถึงได้พบคนที่งดงามมากมายอย่างฉัน!

“กรูอยากตาย...”

“อุ้ย! มือมัน...”

“รู้สึกว่าตัวเองเกิดมาอย่างโชคดีเหลือเกินที่ได้พบกับผู้หญิงที่งดงามราวกับเทพธิดาบนสรวงสวรรค์! ไม่ ไม่ครับ! คุณงดงามยิ่งกว่าเทพธิดา!

“...ถึงนายจะพูดความจริงขนาดนั้นฉันก็ไม่ดีใจหรอกนะ” เด็กหญิงเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่มือเรียวจะค่อยๆวางปะแปะไปทั่วร่างของเด็กหนุ่มจนเขาอดไม่ได้ที่ต้องกล่าว

“...ยังไงคุณก็ผู้หญิงนะ เลิกลวนลามผมเถอะ!

“ของแบบนี้น่ะฉัน...อ่ะ เจอแล้ว” เด็กหญิงเอ่ยออกมาก่อนที่มือเรียวจะ หยิบเอาบางสิ่งออกมาจากภายในเสื้อของเขา

“นอกจากจะพกมีดแล้วนายยังพกกุญแจมือด้วยหรือเนี่ย...น่าสงสารผู้หญิงที่จะแต่งงานกับนายจริงๆเลยนะ” เด็กหญิงถอนหายใจก่อนจะมองมาทางเขาอย่างปลายตา “พ่อหนุ่ม SM...

แต่ถ้าแต่งงานกับเมิงกรูสงสารตัวเองมากกว่าวะครับ...

โครวิสได้แต่คิดกับตัวเองในใจขณะที่มองดูเด็กหญิงที่นั่งทับเขาอยู่ “เอาล่ะ ที่รัก! นายช่วยรวมมือมาใกล้ๆฉันหน่อยได้ไหม หืม?”

“...คุณจะทำอะไรครับ?” นัยน์ตาสีแดงหรี่ลงอย่างไม่ไว้ใจอีกฝ่ายที่แย้มยิ้มออกมาอย่างดงามตรงหน้า

“ไม่ทุบลากเข้าถ้ำแล้วจับทำสามีหรอกนะ!” เด็กหญิงเอ่ยออกมามองดูเด็กชายที่หรี่ตาลงอย่างไม่มั่นใจแต่สุดท้ายก็ค่อยๆส่งมือทั้งสองข้างของตัวเองมาให้เธออย่างจำยอมเพราะศักดิ์ศรีความเป็นชายอยู่ในมือของเธอ

“ไม่ทำอะไรแปลกๆ?” ค่อยๆยืนมือออกไป...

“ไม่แปลกหรอกน่า เพราะว่าฉันสวยและรวยมากยังไงล่ะ!

“...(เมินผ่าน) ไม่กระทำชำเรา?” ยื่นไปอีก...

“โอ้ย! รับรองเลยว่านายจะมีความสุขมากๆเลยด้วย ฉันสาบานเลย!!” เด็กหญิงยิ้มกว้างก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนิ่ม “นายต้องชอบมันแน่นอนล่ะดาร์ค ใจจริงฉันก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่...เพื่อนายฉันคงต้องปล่อย...”

ปล่อยผม? ยัยโรคจิตคุณจะปล่อยผมไปแล้วใช่ไหม!!

หลังจากบังคับขู่เข็นให้แต่งงาน ศักดิ์ศรีความเป็นชายที่ถูกจับเป็นตัวประกันในที่สุดยัยเลสเบี้ยนสตินี่ก็จะปล่อย...

“ปล่อยความ SM ของนาย เอาล่ะที่รักเรามาเล่น SM กันเถอะ!!!

ใช่! ผมอยากเห็นเลือด!!

...

ห๊ะ?

กริ๊ก...

กุญแจมือถูกสวมลงอย่างรวดเร็วขณะที่นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างอย่างตกใจ เด็กหญิงยิ้มคล้ายลำบากใจ (?) ก่อนที่จะถอนหายใจแรงๆ “มีที่รักเป็นพวก SM นี่ลำบากใจคนปกติอย่างฉันจริงๆ...”

 

ผมขอเถียง!

ถ้าคนอย่างคุณเรียกว่าปกติแล้วแหละก็

โลกนี้คงไม่มีคนโรคจิตแน่!

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลมองเด็กหนุ่มที่เบิกตากว้างก่อนที่จะยิ้มจางๆ “...เอาเถอะ ยังไงก็ต้องทำใจสินะ อ่า จะว่าไปยังไม่แนะนำตัวเลยนี่นา ชื่อของฉันคือ...”

“...โครวิส!!!

เสียงเรียกชื่อที่เขาคุ้นหูดังขึ้นเรียกให้ทั้งเด็กหญิงและเด็กชายหันไปมอง...ใครสักคนที่ชายเสื้อสีแดงกำลังโบกสะบัดกำลังวิ่งมาทางนี้อย่างเร่งรีบแม้จะไม่เห็นใบหน้าแต่รายละเอียดอย่างสีแดงที่ปรากฏบนทางเดินสีขาวนั้นก็บ่งบอกว่าคนๆนี้คือใคร...

พ่อกรู

พ่อกรูมาแล้ววววววววว!!!

พ่อช่วยผมด้วย! ผมถูกยัยโรคจิตขืนใจ!!

“...เวรแหละ...” เด็กหญิงสบถออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะลุกออกจากตัวของเขา อา ฉากแม่มเหมือนในหนังที่พ่อนางเอกมาเจอพระเอกกับนางเอกกำลังสวีวี่วีกันอยู่ก็ไม่ปาน เมื่อพบแบบนั้นพระเอกก็ฉุดมือของนางเอกแล้วลากหนีกันไปจากพ่อตาที่ถือปืนมา...

ผิดก็แต่...

อีคนนี้แม่มกระชากหัวผม...

ย้ำ! แม่มกระชากหัวกรูวววววว

“อ๊ากกกก เจ็บ เจ็บเว้ยยย!! กระชากมือสิวะครับ กระชากมือ!!

“โทษที พอดีมันรีบน่ะ” เด็กหญิงเอ่ยก่อนที่จะจับมือเขาแล้ววิ่งเจ้าไปในประตูที่เธอเคย...กับเด็กสาวอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายตื่นมองไปที่ข้างหลังอย่างตื่นกลัวเล็กน้อยนั่นทำให้โครวิสคิด...

ทำไมกรูต้องวิ่งมากับยัยนี่ด้วยวะ!

ใช่แล้ว เวลานี้เขาควรถ่วงยัยนี่ จากนั้นก็ให้พ่อจับมันไปอยู่คุกหลวง! ฟาดด้วยแส้! รนด้วยเทียน! เอามุดตอกมือ ไม่ๆ ต้องมัดโซ่กับเชือกด้วย! ใช่แล้ว..

เด็กชายเช็ดน้ำลายกับความคิดของตัวเอง แฮ่กๆ...ฮะแฮ่ม! ผมไม่ได้อยาก SM อะไรกับยัยนี่หรอกนะครับ! สาบานได้! มันแค่วิธีทรมานเฉยๆ ย้ำ! มันคือวิธีทรมานนักโทษเท่านั้นแหละ!

“โว้ย! ช้าจริง!” เด็กหญิงสบถออกมาก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำตาลจะตวัดมามองเขา รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า...เขาไม่ได้นึกถึงยัยบ้านี่กำลังโดนแส้ฟาดหรอกนะ!!

นัยน์ตาสีแดงแว่วมองเห็นบิดาราวกับเป็นภาพสโลโมชั่น มือของกษัตริย์แห่งอาซิโดเลียที่โบกพร้อมกับแว่วเสียงกรีดร้องมาว่า “โครวิส...”

ใบหน้าของเจ้าชายน้ำตาไหลพรากแลคล้ายนางเอกที่ได้พบกับพระเอกที่จากกันไปนานล้านปีแสง (เวอร์ไป) “พ่อ...จ๋า...”

แต่ก่อนที่การพบกันอันน่าประทับใจของสองพ่อลูกจะบังเกิดจำต้องมีนางร้ายเข้ามาขวางเสียก่อน...

“ที่รัก! คุณนอกใจฉันหรอ!!” เด็กหญิงผมน้ำตาลกอดเจ้าชายที่กำลังวิ่งไปหาพ่อตัวเองแน่น ขณะที่พระเอก (?) ของเราได้แต่เอ๋อประมาณว่า ห๊ะ? สัส กรูไปนอกใจเมิงตอนไหน “คุณมีอะไรกับฉันแล้วจะทิ้งฉันหรอ! คิดจะทิ้งฉันกับลูกหรอ!!

เดี๋ยวๆเมิงเก้าขวบนะ...

“มะ ไม่จริง โครวิส! นี่ลูกนอกใจพ่อหรอ!

อ้าว พ่อกรู เสือ กเล่นมุกแม่มต่ออีก

“เธอเป็นใครฉันไม่รู้หรอกนะ!” เด็กหญิงกอดเขาแน่นก่อนที่เธอจะเชิดหน้าขึ้น “จะมาก่อนมาหลังฉันไม่สน! แต่ในท้องของฉันมีลูกของเขา เพราะงั้น คุณต้องรีบผิดชอบ คุณต้องรับผิดชอบบบบ!!!

เดี๋ยวครับเมิง เดี๋ยวครับ เมิงเก้าขวบ!! ช่วยจำจุดยืนตัวเองหน่อย!!

เยาวชนไทยติดละครจนลืมอายุตัวเองแล้วหรือไงวะ!!

“กรี๊ดดดดดดดด ฉันไม่ยอม!!” พ่อกรู...กรี๊ด...

 

เจ้าชายเริ่มกุมขมับ...

โลกนี้แม่มอยู่ยากขึ้นทุกวัน...

 

“ไอ้ผู้ชายเส็งเคร็ง!! เราขาดกัน!” กษัตริย์หนุ่มประกาศก่อนที่มือของเขาจะวาดผ่านใบหน้าของเจ้าชายจนเกิดเสียงดัง เพี๊ยะ! ขึ้นมา น้ำตาค่อยๆไหลรินออกมาจากนัยน์ตาสีแดงของเขา “ฉัน ฉันไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ผู้ชายไร้ความรับผิดชอบ! ฉันเกลียดคุณ!!

กล่าวจบ...พ่อของกรูก็ค่อยๆวิ่งจากไป...

ย้ำ...พ่อกรูไม่ใช่นางรองหรือนางเอกที่ไหน...

เจ้าชายที่ได้แต่เงิบมองแผ่นหลังของพ่อตัวเอง ยังไม่ทันได้กรีดร้องเสียงของผู้หญิงที่ท้อง (?) กับเขาก็ถอนหายใจออกมา “เอาล่ะ หมดเรื่องไปหนึ่งเรื่องและ โชคดีที่กษัตริย์แห่งอาซิโดเลียเหมือนจะติดละคร...”

“ไม่ท้องกับกรูต่อแล้วหรอ”

“บ้าหรอ อายุเก้าขวบท้องได้ไง เชื่อหรอ?”

กษัตริย์เมืองเมิงซึ่งก็คือพ่อกรูเชื่อว่ะ

โครวิสได้แต่เม้มปากแน่นอย่างปวดใจ...ทำไมพ่อกรูโง่แบบนี้ คิดอย่างเศร้าโศกก่อนที่จะถูกแรงเล็กๆนั้นกึงลากกึงจูงเข้าไปข้างในอย่างช้าๆ...

พ่อ..กรู..

“นึกหรอว่าฉันจะเชื่อว่าลูกชายของฉันท้องกับเธอน่ะ!!

My daddy comebackkkk!!!

กษัตริย์แห่งอาซิโดเลียเดินเฉิดฉายกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างงดงาม นัยน์ตาสีแดงเป็นประกายกร้าวจับจ้องไปยังเด็กหญิงที่ลากเขาอยู่ นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแววแปลกใจก่อนจะเอ่ยถามออกมา

“ไม่เชื่อจริงหรอ?”

“อันที่จริงก็เชื่อแหละแต่พอวิ่งไปซักพักเลี้ยวซ้ายสอง กลิ้งตัวสามเจอดยุคมิคาเอลพอดีอีกฝ่ายเลยด่าว่า โง่นะฝ่าบาท ต่อให้ฝ่ายหญิงอายุมากขนาดไหนแต่เจ้าชายโครวิสน่ะตอนนี้ยังไม่มีปัญญาหรอก น่ะสิ...”

...ไม่มีปัญญานี่เปลี่ยนเป็นอายุไม่ถึงเกณฑ์จะได้ไหมครับ...

“ดยุคมิคาเอล?” ใบหน้าของเด็กหญิงซีดลงเล็กน้อยก่อนจะเม้มปากแน่น มือนั้นกำเล็กน้อยก่อนจะคลายออก ใบหน้างดงามถอนหายใจออกมา จากใบหน้าที่มีรอยยิ้มเสมอเริ่มปรับเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกแทน “...ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้...อันที่จริง

“...”

“เรากำลังหนีตามกันไป”

เจ้าชายหัน วอทททททททท????

“ไม่จริงน่า คุณหลอกดาว! กษัตริย์หนุ่มผงะไปข้างหลังด้วยความตกใจ ลูกกรู 9 ขวบคิดหนีตามกันไปกับผู้หญิงแล้วหรอ!!

ฝ่ายเจ้าชายก็อ้าปากค้างก่อนที่เขาจะเริ่มเรียกหาความเป็นธรรมให้กับตัวเอง

“ใช่พ่อ...มัน...”

เพล้ง!!

“ไม่นะ ฉันพูดจริงๆ” เด็กหญิงเอ่ยออกมาก่อนจะเม้มปากแน่น “ฉันเป็นสาวชาวบ้านที่หน้าตาสวยมาก...เราทั้งสองตกหลุมรักกัน”

“เดี๋ยวแล้วรวยมากหา...”

เพล้ง!!

“แต่ว่าเพราะฐานะที่ต่างกันเกินไปยิ่งกว่ากษัตริย์กับจัณฑาล...สังคมจะต้องไม่ยอมรับอย่างแน่นอเราทั้งสองเลยคิดว่าจะหนีตามกันไป” มือที่ชุ่มไปด้วยน้ำ (เลือด) ยกขึ้นมาปาดน้ำตา (ที่ไม่ไหล) ของตัวเอง

“ไม่พ่อ อย่า...”

เพล้ง!!

“เออ...ไม่ได้อยากจะพูดอะไรหรอกนะแต่ว่า” กษัตริย์แห่งอาซิโดเลียมองเด็กหญิงที่หน้าตางดงามตรงหน้าก่อนจะมองไปที่ลูกชายสุดที่รักของตัวเอง...เอิ่ม...

“คือว่า...ทำไมถึงเอาแจกันฟาดลูกชายล่ะ หร่ะ หรือว่า...!” นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างอย่างตกใจก่อนจะเดินถอยหลังเล็กน้อย “คุณหลอกดาว ที่คุณพูดทั้งหมดคุณหลอกดาวใช่ไหม!!

พ่อกรูฉลาดแล้ว!!

“ไม่นะ ฉันไม่ได้โกหก!!” เด็กหญิงเอ่ยออกมาก่อนที่จะกล่าวต่ออย่างหนักแน่น “ฉันไม่ได้อยากทำเลยแต่ฉันฝืนใจทำ!! ได้ยินไหมว่าฉันฝืนใจทำเรื่องราวแบบนี้ จะมีคนบ้าที่ไหนเขาหยิบแจกันมาฟาดผู้ชายที่ตนเองรักอย่างมีความสุขล่ะ!

เมิงไง...

“นี่น่ะฉันทำไปเพราะว่า...เขาชอบ SM!!

ไม่นะ SM กรูว่าไม่แบบนี้ เมิงกำลังบิดเบือนความหมายที่แท้จริงของ SM อยู่นะวะครับ...

“ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง มิน่า...ทั้งแจกัน ทั้งกุญแจมือ...” นัยน์ตาสีแดงมองกุญแจมือที่คล้องอยู่บนมือของลูกชาย “นี่ลูกชอบเป็นมาโซคิสม์หรอ? พ่อนึกมาตลอดว่าลูกเป็นพวกซาดิสม์นะเนี่ย...”

พ่อกรู...กลับมาโง่อีแล้ว

“ใช่แล้ว เขา เขาบังคับขืนใจให้ฉันเป็นซาดิสม์!!

ไม่หรอก จากสายตากรูว่าเมิงซาดิสม์เต็มขั้นมาก แจกันฟาดเอาฟาดเอาเนี่ย...

กษัตริย์ยกผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา “โธ่ แม่หนูผู้น่าสงสาร...ฉันคงต้องฝากลูกชายของฉันให้เธอดูแลแล้วสินะ...ถ้ามีปัญหาอะไรแจ้งฉันได้ตลอดนะอย่างขาดสนปัญหาเรื่องเงินทองหรือที่เรียนของลูก อย่างไรก็ตามเด็กคนนั้นก็หลานฉัน...”

“อืม...” เด็กหญิงพยักหน้าก่อนที่จะหันไปทางเจ้าชายที่โชกเลือดอยู่ “ที่รัก ในที่สุดเราก็จะอยู่ด้วยกันตลอดไปแล้วนะ!

...ตกนรกตลอดไปใช่ไหม...

โครวิส ลา เบลดิซิโอเน เซเฟอุสรับรู้ว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาคิดในใจเกี่ยวกับเธอคนนี้ดีที่สุด...อย่างน้อยก็ไม่เจ็บตัว...

“คุณพ่อรบกวนช่วยมัดเขาได้ไหม...แบบว่าเขาชอบ อีกอย่างจะได้ลากได้สะดวก”

“อ๋อ ได้สิๆ ใช้โซ่เลยดีกว่านะ ตัดยากด้วยรู้สึกพ่อมีแม่กุญแจพอดีเลย” กษัตริย์แห่งอาซิโดเลียกล่าวออกมาอย่างสัตย์จริงก่อนที่จะจัดการมัดลูกชายที่กำลังพะงาบๆอย่างสรรพเสร็จ “เอาล่ะ ขาดเหลืออะไรอีกไหม”

“หาอะไรปิดปากเขาหน่อย เผื่อเขาร้องขอ SM ฉันให้ไม่ได้ทุกอย่างหรอกนะ!

“อ๋อๆ ได้สิ เอาอันนี้ยัดปากเขาแล้วกัน” กษัตริย์กล่าวก่อนที่จะเอาลูกบอลยัดปากลูกชายของตัวเอง “อืม ขาดเหลืออะไรอีกหรือเปล่าลูกสาว?”

...น่าน เจอแปบเดียวรักแม่มรักลูกสาวยิ่งกว่ากรูที่เป็นลูกชาย

ใครบอกว่ากรูลูกรักแม่มกรูขอเถียงว่ะครับ...

“ไม่แล้วแหละ ขอบคุณมากเลยนะ!” เด็กหญิงเอ่ยออกมาก่อนที่ร่างบางจะออกแรงลากลูกชายของเขาไปอย่างช้าๆ ส่วนลูกชายของเขาก็ดิ้นกระแด่วๆ นัยน์ตาสีแดงมองเขาพร้อมน้ำตาที่ไหลริน...

อา ลูกมีความสุขพ่อก็สบายใจ

 

บุญคุณนี้กรูจะไม่ลืม

...กลับปราสาทเมื่อไหร่อาซิโดเลียแม่มเปลี่ยนกษัตริย์แน่....

 

“...ถ้าจะโทษอะไรสักอย่างก็โทษที่นายมาเห็นฉันกับมิเรียแล้วกัน” เด็กหญิงกล่าว เผื่อลืมกันมิเรียคือเด็กสาวที่ยัยโรคจิตนี่เหมือนจะ...อยู่น่ะนะ

 

ยูริคือสีขาวบริสุทธิ์

แต่ถ้ายัยโรคจิตนี่คือสาวขาวนั่น

ผมยอมเป็นหนุ่มม่วงเลย!!

 

เด็กหญิงลากเด็กชายมาหยุดอยู่ตรงระเบียงก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆลากร่างของเขาขึ้นไปวางพาดตรงระเบียงอย่างช้าๆ ทำให้โครวิสที่กระแด่วๆตอนแรกหยุดนิ่งเนื่องจากกลัวตก...

สามชั้นมันก็สูงมิใช่น้อยนะ...

เด็กหญิงค่อยๆปีนขึ้นมาบนระเบียงตามเขา “ไม่ต้องห่วงฉันไม่พานายไปตายหรอกน่า” เด็กหญิงเอ่ยออกมาก่อนจะสางเรือนผมสีน้ำตาลของเธอเอง มือเล็กๆค่อยๆหยิบเอาสายยาวๆมาคาดที่ชุดสาวใช้ของตัวเอง คาดว่าน่าจะเป็นสลิง

 

อุปกรณ์พร้อมสรรพเสร็จอย่างกับเธอคือ 007 กลับชาติมาเกิด

ไม่สิ เรื่องล่อมาหลายหน้าแล้วคำถาม

เธอคือใครวะ?

 

“ฝ่าบาทไม่ทราบว่าเห็น...” เสียงเย็นราบเรียบไร้ความรู้สึกที่โครวิสจะได้ว่าเป็นเสียงของดยุคมิคาเอลดังขึ้น ความหวังชองโครวิสถูกจุดขึ้นมาทันที พ่อกรูโง่แต่ว่าดยุคอาโดนิสไม่โง่! คิดแบบนั้นก็ค่อยๆเหลือบไปมองอีกฝ่ายที่ตวัดสายตาผ่านพ่อเขามองมาทางนี้อย่างรวดเร็ว!

“...นั่น...!

สังเกตเห็นแล้ว! ดยุคอาโดนิสสังเกตเห็นเขาแล้วใช่ไหม!!

นัยน์ตาสีแดงเปล่งประกายเจิดจ้ามองดูดยุคหนุ่มผู้ที่เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายหล่อขึ้นมาอีกล้านๆเท่ากำลังวิ่งมาทางนี้ด้วยสายตาแปลกใจ ผิดกับเด็กหญิงข้างตัวที่สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

เอาเลย! ดยุค เอามันให้ตายยยยยยย!!

“ชิบหายและ!!” เด็กหญิงสบถออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเตะร่างของเขาแล้วกระโดดลืมไป...โดยที่เธอลืมไปหรือเปล่าว่าเธอน่ะติดสลิง...

แต่กรูไม่...

“ที่รัก! เรามาบินกันเถอะ!

เอาล่ะย้อนรอยกันนิดเห็นผู้หญิงกำลังมีอะไรกัน ถูกขู่แต่งงาน ศักดิ์ศรีความเป็นชายถูกจับเป็นตัวประกัน พ่อดันโง่ โดนผู้หญิงล่ามโซ่ แจกันฟาดหัวแล้วบอกว่า SM และล่าสุดกระโดดฆ่าตัวตาย (ซึ่งยัยบ้านี่บอกว่ามันคือการ บิน)

ถามที มีอะไรเลวร้ายกว่านี้อีกไหม?

เหมือนพระเจ้าจะเข้าใจถึงความทุกข์ระทมของเขาจึงส่งเรื่องราวบางอย่างมาให้ต่อ

“อ่า ยังไม่แนะนำตัวเลยสินะ” เด็กหญิงเอ่ยเมื่อร่างของเขาและเธอตกลงไปที่กองหญ้าสูง ยอมรับว่าเจ็บเอาเรื่องแต่ร่างของขาถูกมือเล็กๆกดให้จมกับกองหญ้าดังกล่าวแน่นราวกับต้องการหลบสายตาใครบางคน

“ชื่อของฉันคือ...บรีเอล...บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส...” เสียงของเด็กหญิงเอ่ยออกมา ทว่าชื่อบรีเอลนี่มัน...น้องชายของดยุคมิคาเอลมีชื่อว่าบรีเอล...

รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของคนที่ชื่อ น้องชายดยุคมิคาเอล

“ที่รัก...เพราะงั้นฉันถึงบอกยังไงล่ะว่าต่อให้นายไม่มีความเป็นชายก็ไม่ต้องห่วงหรอกนะ...” เธอ ไม่สิที่ถูกต้องควรจะเป็น เขา ต่างหาก “เพราะว่าฉันมี”

“...........................”

ที่คนตรงหน้าจุมพิตที่จี้ของเขาแล้วไม่เกิดตราประจำตระกูลขึ้นมา...

เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ชาย

ที่อีกฝ่ายแตะต้องตัวเขาอย่างไม่เขินอายเลยแม้แต่น้อย...

เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ชาย

ลองนึกย้อนดูดีๆแล้วไม่มีประโยคไหนเลยที่บรีเอลจะลงท้ายทำว่า ค่ะ หรือใช้แทนตัวเองอย่าง หญิงหรือ ดิฉัน

“ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่นายเห็นตอนที่ฉันกำลังแลกเปลี่ยนเสื้อผ้ากับมิเรีย...ทั้งๆที่อุตส่าห์ตั้งใจจะหนีไปเที่ยวข้างนอกหน่อยแท้ๆ...”

โอเค...สาบานได้เลยว่าวันนี้มันคือวันที่เลวร้ายที่สุด!

 

ปีเตอร์แพนคือเด็กที่ประหลาด

เขามักจะมีความคิดที่แตกต่างจากเด็กทุกคนในที่แห่งนี้เสมอ ไม่มีใครเข้าใจเขาแต่เขาก็ไม่ปรารถนาที่จะให้ใครเข้ามาในความคิดของเขาเช่นเดียวกัน

ปีเตอร์แพนไม่เคยเชื่อในตัวใครนอกเหนือจากตัวเอง

อยู่มาวันหนึ่งขณะที่กำลังเดินเล่นอยู่ในเกาะเขาได้พบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดที่งดงามยิ่งนัก...ปีกสีโปร่งใสกับใบหน้างดงามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะว่าที่เกาะแห่งนี้มีเพียงแต่เด็กผู้ชายไม่มีผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กตรงหน้านั้นชวนให้น่าปกป้องและงดงามพอจะจำกัดความได้ว่า ผู้หญิง

เจ้าคือตัวอะไรกัน?

“ไม่ใช่ตัวอะไรเสียหน่อย...ข้าคือทิงเกอร์เบลต่างหาก...”

เด็กชายกล่าวแนะนำว่าตนเองคือปีเตอร์แพนคือผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ แล้วถามต่อไปว่าเหตุใดเขาจึงไม่เคยพบกับทิงเกอร์เบลเลยทั้งๆที่เขาเองก็เดินเล่นอยู่ตรงนี้เป็นประจำ

“ข้ากำลังจะตาย...” ทิงเกอร์เบลกล่าว “เพราะข้าไม่สามารถทำให้ใครบินได้...”

ทำไมจึงบินไม่ได้

“เพราะข้าไม่สามารถทำให้ใครเชื่อได้ว่าข้ามีอยู่จริง...ข้าเกิดมาจากศรัทธา ครั้งหนึ่งเคยมีคนรักข้า ศรัทธาต่อตัวข้า ข้าจึงมีชีวิต...”

แล้วเขาหายไปไหนแล้ว?

“ข้าไม่รู้...แต่เขาหายไป...”

เด็กชายเงียบไปก่อนจะจับจ้องที่สิ่งมีชีวิตงดงามตรงหน้าที่แสงนั้นค่อยๆริบหรี่ลงราวกับต้องการยืนยันความจริง ไม่รู้มีอะไรสักอย่างดลใจให้ปีเตอร์แพนกล่าวถามอีกฝ่ายออกไป

แล้วถ้าหากว่ามีคนเชื่อใจ ศรัทธาในตัวเจ้า...เจ้าจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งหรือไม่

“ถ้ามีข้าจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ข้าจะโบยบินไปพร้อมกับเขา”

ถ้างั้นข้าจะเชื่อเจ้า...

“เหตุใดจึงเชื่ออย่างง่ายดายเล่า...”

เพราะว่าข้าอยากจะบินได้น่ะสิ!

“แต่...เจ้าต้องอยู่กับข้าตลอดไปเลยนะ...”

ถ้างั้นก็เหมือนเราแต่งงานกันน่ะสิ? ปีเตอร์แพนหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบามองทิงเกอร์เบลตัวน้อยที่จับมือของเขาแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ

เอาเถอะ อย่างไรเสียเกาะนี้ก็มีแต่เด็กผู้ชายน่าเบื่อ อยู่กับเจ้าแล้วบินได้ก็น่าสนุกดี...

เพราะงั้น...เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปแล้วกันทิงเกอร์เบล...

 

 

***************************************************

ขออภัยที่หายไปนานมากเลยนะคะ!
ช่วงนี้เนตที่บ้านยังโหดร้ายอยู่มากมาย TwT ติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ขออภัยค่ะ

อันนี้เป็นเรื่องของบรีเอลกับโครวิสช่วงประมาณ 9 ขวบค่ะ (ก่อนที่จะได้พบกับโอดีสซีอุส) ถือเป็นบทย้อนอดีตที่เฉลนความสัมพันธ์ของโครวิสกับบรีเอลค่ะ (?) 

โครวิส ปกติให้ความรู้สึกอยู่เหนือคนมาตลอด (ยกเว้นตอนไก่ที่เขาแพ้ทางดยุคมิคาเอล) แต่เอาเข้าจริงคนที่เขาแพ้ทางมากที่สุดคือบรีเอลสมัยก่อนค่ะ บรีเอลสมัยก่อนแม่มรั่ว (?) ให้ความรู้สึกเด็กสาวหน้าสวยแต่นิสัยหล่อมาก (?)ทั้งๆที่เป้นผู้ชายแต้ๆ... ขณะที่บรีเอลเวอร์ชั่นปัจจุบันให้ความรู้สึกแบบเด็กหนุ่มนห้าสวยที่นิสัยสาวมาก (?) พราก*

=A= สำหรับเรื่องว่าทำไมบรีเอลนิสัยเปลี่ยนไป แล้วทำไมความสัมพันธ์ของบรีเอลกับโครวิสถึงเป็นแบบปัจจุบันนี้ เรื่องราวต่อจากนั้นก็จนกว่าจะจบภาคปีเตอร์แพนแหละค่ะ

แต่อย่างที่กล่าวข้างต้นว่านิทานเรื่องนี้เป็นนิทานที่ไม่สมบูรณ์คือไม่รู้ตอนจบ มันเลยไปคาบเกี่ยวกับอนาคตอีกนานมากกว่าจะจบเลยทีเดียว ความสัมพันธ์ของโครวิสกับบรีเอลเลยลุ่มๆดอนๆอยู่แบบนี้ จะเรียกว่าเพื่อนก็ไม่เต็มปาก เกลียดก็ไม่ใช่ รักก็ไม่เชิง ตีงกันข้ามกับโครวิสที่เรียกว่าภักดีเสียเต็มที่เลยทีเดียว...

เอาเป็นว่ายังไงก็ติดตามต่อด้วยนะคะ!

Linea-Lucifer








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

3,390 ความคิดเห็น

  1. #3270 Fridayo (@fridayo) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 19:40
    บรีเอลเป็น S โครวิสเป็นทั้ง SM น่าสนุกมากค่ะ ลัทธิ SM จงเจริญ!!!
    #3270
    0
  2. #3124 ผู้เสพความตาย (@154356) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 20:35
    ทำไมพ่อโครวิสโง่เช่นนี้นะ ชอบประโยคคุณหลอกดาวจริงๆ
    #3124
    0
  3. #3123 Shiro Hana (@shiro-hanachan) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 07:39
    บรีเอล..ไม่จริง...//ปิดปาก
    โครวิส...กลับมาจากเขาชนไก่เมื่อไหร่ มาเปลี่ยนกษัตริย์เถอะลูก//ซับนั้มตา
    #3123
    0
  4. #3122 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 08:59
    บรีเอล  ไม่จริงน่า
    #3122
    0
  5. #3121 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 22:41
    บรีเอลลลล <3

    ฮาโครวิสอ่ะ ตอนนี้โคตรฮาเลย >_<

    อัพๆนะไรท์
    #3121
    0
  6. #3119 ผู้สร้างโลก (@aimylove) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2556 / 12:32
    บรีเอล นายรั่วมาก- -
    แอบหลงรักโควิสสมัยเด็ก ความบร่าค่อนของยุคมิคาเอลช่างน่ากลัวยิ่งนัก
    #3119
    0
  7. #3117 sakurai yui (@sakurai-yui) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 19:19
    อ่า....บรีเอลนิสัยแมนมาก+แถเก่งสุดๆๆ
    ทำไมอ่านแล้วรู้สึกว่าพ่อของโครวิสช่างหลอกง่ายมาก
    นี้คือรักแรกที่ฝังใจของโครวิสซินะ
    รออ่านต่อไป
    สู้ๆนะคะ
    #3117
    0
  8. #3116 Elfea (@venelin) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 16:24
    เราว่าพ่อโครวิสรั่วสุด ๆ อ่ะ
    #3116
    0
  9. #3115 lotte_snow (@my-soul15402) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 15:11
    รั่ว บรีเอลสมัยเด็กทำไมรั่วอย่างนี้! 

    แล้วทำไมถึงกลายเป็นเย็นชาอย่างนั้นไปได้ 

    มันมีเงื่อนงำ



    รอต่อไป...
    #3115
    0
  10. #3114 e_noo@beamnoi (@enoobeam) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 21:14
    ชูป้ายไฟตัวใหญ่ๆ"ยังรออยู่นะคะ"

    เอิ่มบรีเอลตอนนี้แม่มรั่วมาก555
    #3114
    0
  11. #3112 D.B._Hunter (@alphas) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 17:47
    คิดเหมือน คห 3116

    ข้าว่าเรื่องนี้... อาจมี... เงื่อนงำบางอย่าง... ก็เป็นได้...
    // Me โดนตรบ
    #3112
    0
  12. #3111 อัศวินสีเลือด (@180239) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 15:43
    อ่านแล้วก๊ากกเลย โอ้หมดกันยอดชายนายโครวิส

    หลงรักบรีเอลทุกคาแรกแตอร์ในแต่ละช่วงเลย ฮา
    #3111
    0
  13. วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 12:35
    โธ่ๆๆ ฝังใจเลยซินะโครวิส
    #3110
    0
  14. #3109 Lullabye (@bright-beta) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 21:09
    เห้ยยย แล้วรีเบล ยังไง แง่งงงงงงงงงงงง

    บรีเอลนิสัยตอนเด็กโคตร... 55555555 ชอบบบบบบ

    แต่โตมาเค้าก็รักตัวนะเบเบ้ จุ๊บ เพล้งง//แจกันฟาด!! อร๊างงงง <3
    #3109
    0
  15. #3108 HaHa (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 19:59
    เอ๋!! บรีเอลหรอกเหรอ? โอ้ว พระสงฆ์!



    เเล้วทำไมตาสีน้ำตาล? เราข้ามอะไรหรืออ่านผิด? หรือบรีเอล...



    จะใส่คอนเทคเลนส์...
    #3108
    0
  16. #3107 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 18:58
    ไม่วายจ๊ะ♥♥♥♥ 
    สาวที่บรีเอลรักที่สุดนั้นเฉลยในภาคย้อนอดีตนี่แหละ หี่♥♥♥♥♥
    #3107
    0
  17. #3106 Revenge (@jamkoko22) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 16:39
    โอ้ ตอนแรกนึกว่ารีเบล แท้จริงแล้วคือบรีเอล =[]= ถ้างั้นรีเบลก็ไม่มีอยู่จริงสิน่ะ =w=
    รักแรกของโครวิสคือบรีเอลงั้นเรอะ -.- มาจิ้นวายกันเถอะ
    #3106
    0
  18. #3105 Te-amo (@te-amo) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 14:54
    สรุปคือ... "รีเอลไม่มีอยู่จริง" งั้นเรอะ -0-^
    กรี๊สสสสสสส ที่แท้บรีเอลก็คือรักแรกที่สุดแสนจะฝังใจของโครวิสสสสสส
    เศร้าแทนผู้ชายหลายๆ คนในเรื่อง T^T
    ว่าแต่ตกลงบรีเอลเลือกจะเป็น "นางเอก" หรือ "พระเอก" คะ?
    จำได้ว่ามีนางเอกที่บรีเอลรักมว๊ากกก หรือคนนั้นจะเป็นโครวิสแล้วเรื่องนี้จะวายยยยยย?????? 
    น่อววววววว TOT
    ดีใจที่กลับมาค่ะไรเตอร์ คิดถึงฝุดๆ ❤
    #3105
    0
  19. #3104 { Cherry ❀ Blossom } (@oscuridad) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 13:53
    สนุกมากเลยค่ะ !
    ตอนแรกก็นึกว่ารีเบลเสียอีก...ไป ๆ มา ๆ ห๊ะ ! บรีเอลหรอกเรอะ ?
    นิสัยหนูเปลี่ยนไปมากเลยนะลูกนะ... (รอตอนต่อไปนะคะ XD )
    #3104
    0
  20. #3103 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 11:47
    อัพแล้วนะคะ ขอบคุณที่ยังติดตามก่ันอยู่น้า
    #3103
    0