The fairy tale ※ อลวน...เทพนิยายพันธุ์พิลึก!!

ตอนที่ 50 : ※ 38 ※ ชาวโลกจงกรีดร้อง! เพราะมันคือจิตวิญญาณแห่งมวลมนุษย์!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 ต.ค. 55


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com




 

ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้าใกล้เธออย่างเด็ดขาด

นางฟ้าที่ฉันหลงรักแต่แรกพบ

ไม่ว่าใครก็ห้ามเอาเธอไปจากฉันอย่างเด็ดขาด

นางฟ้าของฉัน ฉันจะฉีกกระชากปีกของเธอ

ไม่ว่าใครก็ห้ามทำร้ายเธออย่างเด็ดขาด

ใช่แล้ว...นางฟ้าของฉัน

ฉันเท่านั้นที่เป็นเจ้าของของเธอ

.

.

.

ฉันเท่านั้นที่เธอจะไม่สามารถจากไปได้อย่างเด็ดขาด




 

 

อัปลักษณ์เหลือเกิน!”




 

ในตอนนั้น 'เขา' ผู้งดงามด้วยเลือดแห่งขันติยะได้กล่าววาจาเช่นนี้ออกมา



 

ถ้าอัปลักษณ์เยี่ยงนี้...ก็จงรับบทของแม่มดร้ายแห่งอาซิโดเลียเสียเถอะ!”



 

และได้มอบชะตากรรมที่แสนโหดร้ายให้กับ 'เธอ'



 

ใช่แล้ว เพราะเธอนั้นอัปลักษณ์ เพราะเธอนั้นคือผลงานที่ผิดพลาดของอาซิโดเลีย



 

และเพราะเธอ...คือควีเนเลีย เรจิน่า แคสซีโอเปีย



 

พอที...หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่อยากนึกถึงเรื่องนั้นแล้ว!”



 

เสียงกรีดร้องที่มาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลรินออกมาจากใบหน้าของเธอ ในห้องว่างเปล่าปราศจากผู้คนนั้นยิ่งกรีดร้องมากเท่าไหร่กลับยิ่งปวดร้ายมากเท่านั้นเมื่อความทรงจำบางอย่างที่ไม่อยากเห็นเริ่มผุดเข้ามาในหัวสมองของตัวเธอราวกับถูกบังคับให้อ่านหนังสือต้องห้าม



 

...จำเอาไว้ต่อจากนี้เจ้าคือแม่มดแห่งอาซิโดเลีย...”




 

คำกล่าวที่ดังออกมาจากปากของผู้ที่ราวกับให้กำเนิดพร้อมกับอาวุธที่ใช้ในการปลิดชีพผู้คน...



 

พอที ได้โปรด พอทีเถอะค่ะ...”




 

จงฆ่าทุกคนที่คิดร้ายต่ออาซิโดเลีย จงฆ่าคนเหล่านั้นที่พวกเรา [ดยุค] ไม่สามารถทำอะไรได้ จงฆ่าคนเหล่านั้นที่กฏหมายของบ้านเมืองไม่สามารถทำอะไรได้...”



 

ฆ่ามันเสีย ฆ่ามันเพื่ออาซิโดเลียที่ต้องปกป้อง...



 

หยุดเสียที ฉันไม่อยากฆ่าใครอีกแล้ว...” เสียงกรีดร้องนั้นค่อยๆดังมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่ายิ่งกรีดร้องมากเท่าไหร่ความทรงจำต้องห้ามก็ยิ่งปรากฏเด่นชัดขึ้นเท่านั้น ราวกับคำสาปแช่งของผู้ที่ปลิดชีพคนไปมากมายอย่างเธอ “พอสักที!!!!”




 

สิ้นเสียงกรีดร้องนั้นมือเรียวกวาดไปทั่วโต๊ะก่อนจะคว้าเอาบางสิ่งที่คุ้นเคยออกมา มือที่ฆ่าคนมามากมายปลดเซฟตี้ออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกยกขึ้นมาจ่อที่ขมับของตัวเองอย่างสั่นระริก...



 

จงฆ่ามัน...”



 

ฆ่ามันเสีย...”



 

เพื่ออาซิโดเลีย...”



 

อาซิโดเลีย!”



 

พอสักที!!!!!”



 

ปัง!!



 

ควันขาวนั้นลอยอ้อยอิงออกมาจากปากกระบอกปืนพร้อมกับสายโลหิตสีแดงฉานที่กระฉูดออกมาจากรูที่กระสูนนั้นได้ทะลวงเข้าไป ความเจ็บแปลบที่เข้ามาเพียงครู่ก่อนจะจางหายไป ร่างบอบบางค่อยๆทิ้งตัวลงกับพื้นด้วยเรี่ยวแรงที่เหือดหายไป ทว่า...



 

ทำไมถึง...ยังไม่ตายกัน...”




 

หยดที่หนึ่ง...หยดที่สอง...หยดที่สามแล้วตามมาด้วยหยดแล้วหยดเล่า





 

ทำไมฉันถึงยังไม่ตายกัน!!”




 

นึกว่าเกิดอะไรขึ้นเสียอีกเห็นมีเสียงเอะอะ ที่แท้ก็ลองเล่นกับร่างกายใหม่นี่อยู่อีกหรอ...”




 

เสียงทุ้มดังขึ้นมาก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ ดวงตาสีม่วงค่อยๆหันไปกรอกไปมองผู้มาใหม่อย่างช้าๆผ่านม่านน้ำตาที่ไหลรินลงมา ชายวัยกลางคนเจ้าของเรือนผมสีดำ นัยน์ตาสีแดงราวกับโลหิตกำลังจับจ้องมาทางเธอ ขนเฟอร์สีขาวและผ้าคลุมสีเลือดหมู...



 

กษัตริย์แห่งอาซิโดเลีย...”



 

ควีน นี่เจ้าเล่นกับร่างใหม่นี่มาราวๆสิบปีกว่าๆแล้วนะ...” กษัตริย์แห่งอาซิโดเลียกล่าวออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะทรุดเข่าลงไม่ห่างจากร่างบอบบางของเธอ “...คราวนี้ยิงที่สมองอย่างนั้นหรอ เอาเถอะ ข้าจะอุ้มพาเจ้าไปรักษา...”




 

ข้าอยากตาย...” เสียงของเธอกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาขณะที่ดวงตาสีม่วงนั้นยกสบเข้ากับดวงตาสีแดงของกษัตริย์แห่งอาซิโดเลีย ร่างของชายวัยกลางคนนั้นชะงักเล็กน้อย




 

...”



 

ข้าอยากตาย...ได้โปรด...ปล่อยให้ข้าได้ตายเถอะ...”



 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากร่างสูงของชายวัยกลางคนก่อนที่เขาจะช้อนร่างบอบบางนั้นอุ้มขึ้นมาอย่างง่ายดาย ใบหน้าของชายวัยกลางคนนั้นเรียบเฉยไม่ปรากฏรอยยิ้มอย่างที่มักจะมีมาเสมอ ร่างสูงสาวเท้าออกไปอย่างมั่นคงพร้อมกับเอ่ยวาจา




 

ข้าจะไม่มีวันให้เจ้าตายอย่างเด็ดขาด...”




 

ถ้อยคำที่ราวกับคำสาป




 

ข้าจะไม่มีวันให้เจ้าหนีไปไหนอีก...ไม่มีวันอย่างเด็ดขาด”



 

นางฟ้า...นางฟ้าที่ข้านั้นหลงรัก...



 

ใครก็ตามที่พรากเจ้าไป...”



 

หลงรักในความบริสุทธิ์ หลงรักในปีกที่ขาวสะอาดและงดงาม...



 

ข้าจะฆ่ามันให้หมด...”



 

แต่หากปีทที่ขาวสะอาดนั้นทำให้เจ้าต้องไปจากข้าแล้วแหละก็



 

ข้าจะกระชากปีกนี้ทิ้งด้วยความเห็นแก่ตัว รั้งเจ้าเอาไว้ให้อยู่กับข้าตลอดไป...




 

...ข้าอยากตายเหลือเกิน...” เธอเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่นัยน์ตาสีม่วงนั้นจะปิดลง เธอรู้ดีว่านี่เป็นการนิทราเพียงครู่หนึ่งเท่านั้น ก่อนจะตื่นขึ้นมารับความจริงอีกครั้งว่าเธอจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป...อยู่ต่อไปพร้อมกับความทรงจำเลวร้ายที่เข้ามาในหัวของเธอเอง



 

ถ้าหากว่าเธอจะฆ่าใครเมื่อไหร่เรียกฉันด้วยนะ”



 

...เพราะ...ฉันจะไปช่วยเธอเอง...ควีเนเลีย”



 

ในห้วงสติที่กำลังจะหลุดลอยไปภาพของเขาคนนั้นได้ปรากฏขึ้นมาในหัวของเธอ เด็กหนุ่มผู้มีดวงตาสีฟ้าและผมสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นเหยียบกับถ้อยคำที่แสนแปลกประหลาด มือคู่นั้นของคุณ เสียงๆนั้นของคุณที่เคยพาฉันออกจากสิ่งที่เรียกว่าอาซิโดเลีย



 

เอลซิค โคลว์...



 

ตอนนี้คุณอยู่ไหนกันคะ...ที่รักของฉัน








 

.

.

.

ถ้าหากว่าผมไม่ใช่น้องชายของพวกพี่แล้วแหละก็”

ผม...คือใครกัน?”

ในตอนที่คำถามนั้นเอ่ยออกไป

หากคุณตอบกลับมาว่า “น้องชาย”

ผมจะทำเป็นลืมเรื่องราวทุกอย่าง

จะกลับไปทำตัวเป็น “บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส” เหมือนเดิม

 

แต่เมื่อคุณไร้คำตอบ

แสดงว่าบางทีผมอาจจะไม่มีสถานที่อยู่มาตั้งแต่แรก

เพราะงั้นผมจะสร้างมันขึ้นมา

ด้วยความเห็นแก่ตัวของผมเอง

ขอเพียง...แค่ได้อยู่เคียงข้างพวกคุณ

.

.

.



 

 

ภาพที่สะท้อนในกระจกคือเด็กหนุ่มผู้งดงาม



 

ใบหน้าที่งดงามสมบูรณ์แบบราวกับเทพเจ้าปั่นแต่งข้นมา เข้ารับกับดวงตาสองสีเย็นเหยียบและผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสลวยนั่น ยิ่งประกอบกับรูปร่างผอมบอบบางยิ่งชวนให้ความรู้สึกชวนปกป้อง...



 

ชวนปกป้องเสียจนน่ารังเกียจ...



 

ถ้าถามว่าตอนนี้สิ่งที่บรีเอลอยากจะทำมากที่สุดคืออะไร



 

บางทีมันอาจจะเป็นการหามีดสักเล่มมากรีดใบหน้าที่งดงามนี่ทิ้งเสีย...



 

ซิซิฟัสเคยบอกว่าพวกที่ไม่ได้เกิดจากราชวงศ์จะมีความคล้ายคลึงกับพวกรุ่นแรก ตัวของเขานั้นมีเค้าหน้าของอาโดนิสรุ่นแรกอยู่บ้าง บรีเอลพอเดาได้ลางๆว่าลูซินโคลว์ที่บอกว่าเป็นพี่ชายของตนนั้นคงมีใบหน้า สีผม สีตาบางทีอาจจะรวมไปถึงความสามารถทุกอย่างที่โขกสับออกมาจากดยุคอาโดนิสรุ่นที่หนึ่งอย่างแน่นอน



 

เพราะอย่างนั้นแล้วเขาจึงกินยาเพิ่มอายุของเซลเรจซองด้วยความคิดที่ว่า หากกินมันเข้าไปแล้วแหละก็ บางทีมันอาจจะทำให้เขาเข้าใกล้ลูซินโคลว์บ้างก็เป็นได้ จะหน้าตาที่หล่อเหลาเอาไว้ล่อลวงผู้คน หรือความสามารถอะไรก็ได้...



 

ถ้าหากว่ามันสามารถเป็นประโยชน์ให้กับท่านพี่มิคาเอลแล้วแหละก็...



 

ให้เขาได้สามารถอยู่กับท่านพี่มิคาเอลแล้วก็ราฟาแอลแล้วแหละก็...



 

เพียงแค่ความคิดนี้เท่านั้นก็ปัดเป่าความกลัวของเขาจนหมดสิ้น ชั่ววินาทีที่กินยานั้นเข้าไปรู้สึกถึงร่างกายที่เจ็บปวดทรมาน กระดูกที่ลั่นเปราะๆเพราะการเร่งการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มันเจ็บ...เจ็บจนแทบอยากกรีดร้อง แต่ถ้าหากกรีดร้องจนใครต้องรับรู้แล้วแหละก็...ไม่เอาเด็ดขาด...



 

เขาจะไม่ทำให้ราฟาแอลเป็นห่วง เขาจะไม่รบกวนเวลานอนหลับอันมีค่าของท่านพี่มิคาเอล



 

ความเจ็บปวดหนึ่งคืน...เจ็บปวดราวกับตกลงสู่นรก แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้น...



 

เปรี้ยง!!



 

บ้าเอ๊ย!!”



 

มือเรียวทุบเข้าไปที่กระจกจนสุดแรง...ทว่าแค่ทุบกระจกให้แตกก็ยังไม่มีปัญญาเลยเสียด้วยซ้ำไป อีกทั้งยังรู้สึกเจ็บจนแทบอยากร้องไห้ออกมาอย่างน่าสมเพช ร่างกายที่ดูอ่อนแอ บอบบางนี้ ใบหน้าที่งดงามแต่ก็ไร้ค่าแล้วก็ไร้ประโยชน์นี้...



 

มันจะมีประโยชน์อะไรพอที่จะรั้ง 'ครอบครัว' ของเขาได้หรือเปล่า...



 

ไม่อยากจากไปเลย ไม่อยากไร้ค่าเลย ไม่อยากไม่มีตัวตนเลย แต่ว่า...แต่ว่าผมที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกคุณนั้น...



 

ยังสามารถอยู่ตรงไหนได้อีกกันในครอบครัวนี้...



 

...เจ็บหรือเปล่าครับ...”



 

เสียงคุ้นหูของใครบางคนดังขึ้นมาพร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนที่โอบอุ้มมือที่ฟาดกระจกของเขาอย่างแผ่วเบา เรียกให้นัยน์ตาสองสีนั้นค่อยๆหันไปมองเจ้าของความอบอุ่นนั้นอย่างช้าๆ ใบหน้าคุ้นตาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนจางอยู่เสมอนั่น...



 

โอดีสซีอุส...”



 

เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองและดวงตาสีฟ้าสดใสที่อยู่หลังแว่นนั้นกำลังกุมมือของเขาอย่างแผ่วเบา แสงอ่อนๆสีฟ้าของเวทรักษาค่อยๆซึมเข้าไปในมือของบรีเอล ทว่ายังไม่ทันที่กระบวนการรักษาจะเสร็จสิ้นเจ้าของมือกลับดึงกลับไปเสียก่อน ทำให้รอยช้ำยังหายไปไม่หมด



 

ผมว่าคุณควรจะให้ผมรักษามือนั้นก่อนนะครับ...” เด็กชายเอ่ยออกมาก่อนจะเงยหน้ามอง เพราะในตอนนี้บรีเอลสูงกว่าเขาอยู่เสียเล็กน้อย “ถึงแม้ว่าผมจะไม่สามารถใช้เวทได้ดีเท่ากับราล์ฟ แต่กับแผลเล็กน้อยนั่นไม่มีปัญหาเท่าไหร่หรอกครับ...”



 

ช่างมันเถอะ” เจ้าของมือเอ่ยออกมาด้วยทำนองที่เรียบเฉย “ปล่อยเอาไว้เดี๋ยวมันก็หายไปเอง...”



 

ผมว่ามันคงไม่ดีเท่าไหร่หรอกครับ” ทว่าคนที่ตอนนี้สูงน้อยกว่ากลับเอ่ยแย้งเสียงเรียบเฉยก่อนจะฉุดมือเรียวบางนั้นมารักษาต่อ ซึ่งคราวนี้เจ้าของมือก็ไม่ได้ดึงกลับแต่อย่างใด “...อย่างน้อยถ้าหากว่าปล่อยมันไว้ก็คงช้ำ มันน่าเสียดายออกทั้งๆที่มือของคุณน่ะสวยมากเลยนะครับ เรียบเนียน ไม่สากด้วย...”



 

ฉันไม่ใช่ผู้หญิงโอดีสซีอุส...”



 

ผมรู้ครับ ถ้าพูดกันตามตรงแล้วนิสัยคุณดูจะแมนกว่าผมหรือโครวิสเสียด้วยซ้ำไป” ลูกชายของแม่ทัพใหญ่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า “แต่ว่าให้ผมรักษาเถอะครับ อีกอย่างถ้าหากดยุคมิคาเอลหรือราฟาแอลเห็นเข้าคงเป็นห่วงคุณแย่...”



 

ถ้าเป็นแบบนั้นก็ตัดมือนั้นทิ้งไปเถอะ...”


 

เหมือนไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาแต่สร้างเรื่องมากกว่านะครับ” เขากล่าวออกมาก่อนจะปล่อยมือของเด็กหนุ่มไปเมื่อดูแล้วว่าไม่หลงเหลือรอยช้ำใดๆอยู่เลยแม้แต่น้อย “ถ้าคุณตัดมือนั้นไปแล้วคุณจะทำยังไงต่อล่ะครับ...ถึงแม้ว่าข้างนี้จะเป็นมือซ้ายแล้วคุณถนัดขวาก็เถอะ”



 

ก็ทำประโยชน์ให้กับท่านพี่...ทำประโยชน์ให้กับอาโดนิสเท่าที่จะทำได้...” นัยน์ตาสองสีเบี่ยงไปมองทางอื่นอย่างเรียบเฉย ประกายในแววตานั้นไหวระริก “...แต่ถ้ามือขวายังไร้ประโยชน์ก็ตัดมันทิ้งเสีย ถ้าหากหน้าตามันยังไร้ค่าอยู่ก็กรีดมันทิ้งไป ถ้าหากขายังไม่สามารถพยุงตัวเองได้ก็ทำลายมันไปเสีย แล้วถ้าหากว่าแม้แต่ร่างกายยังไม่สามารถเป็นโล่ได้แล้วแหละก็...”



 

...”



 

ถ้าหากว่ามันไร้ประโยชน์จริงๆ...” เสียงนั้นเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาลง “...ตายไปซะอาจจะดีกว่าก็ได้...”



 

...คุณไม่ได้ไร้ค่าขนาดนั้นสักหน่อยนะครับบรีเอล” เด็กชายเอ่ยออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกพิงที่กำแพงแล้วหลับตาลงไป “จำได้ไหมครับตอนนั้นที่คุณฟื้นขึ้นมา คุณบอกว่าคุณไร้ค่า คุณไม่มีเวทมนตร์ ไม่มีอำนาจและไม่มีกำลัง...ในตอนนั้นพวกเราก็บอกกับคุณแล้ว...”



 

...”



 

ว่าคุณยังมีพวกเรา...” เด็กชายกล่าวออกมา “เวทมนตร์ของราฟาแอล อำนาจของโครวิส และกำลังจากผม...เท่านั้นยังไม่พออีกหรอครับ”



 

ตัวตนของพวกเรานั้นอ่อนจางมากกว่าพี่ชายของคุณใช่หรือเปล่าครับ?




 

เพียงเพราะเขาคุณถึงยอมได้ทุกอย่าง...บางทีกระทั่งความตายเองคุณก็ยังคงยอมได้อย่างไม่ลังเล จนบางครั้งผมอยากจะถามเหลือเกินว่าเพราะอะไรกันแน่ เพียงเพราะเขาเป็นพี่ชายของคุณ เพียงเพราะเขาคือครอบครัวของคุณหรือเพราะอะไรกันแน่...




 

นัยน์ตาสองสีมองเพื่อนชายตรงหน้านิ่งด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย “...ฉันมันคนเห็นแก่ตัวโอดีสซีอุส คนเห็นแก่ตัวที่งี่เง่าที่สุด...” ร่างบอบบางค่อยสาวเท้าเดินมาหาเขา ก่อนจะก้มหน้าลงมามอง มือเรียวเล็กนั้นวางที่ไหล่ของเขาอย่างแผ่วเบาแล้วกล่าว “...รู้อะไรไหมต่อให้ฉันมีพวกนายเติมเต็มสิ่งต่างๆ แต่ฉันก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง...ผู้ชายที่มีสายเลือดของอัศวินคนหนึ่ง ในใจของฉันมันมักจะร่ำร้องเสมอมา...”



 

...”




 

ว่าฉันไม่อยากจะให้ใครปกป้องอีกแล้ว...ฉันไม่อยากให้ท่านพี่มิคาเอล ราฟาแอล นายหรือแม้แต่โครวิสปกป้องฉันอีกแล้ว...” ใบหน้างดงามนั้นค่อยๆวางที่ไหล่ของเขานิ่งก่อนที่มือเรียวนั้นจะรั้งเขาไปกอดอย่างแผ่วเบา “ถ้าต้องให้พวกนายปกป้องตลอดมันน่าสมเพช น่าสมเพชที่สุด แต่ว่า...”



 

...”




 

ฉันคนนี้มีค่าที่จะปกป้องใครได้หรือเปล่า...ฉันปกป้องใครได้บ้างหรือเปล่าดิสซีร์”




 

สัมผัสเปียกชื้นที่ไหล่ทำให้โอดีสซีอุสหลับตาลงก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายกอดร่างของเพื่อนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ร่างที่แม้ว่าจะบอบบางมากแค่ไหนแต่ก็เข้มแข็ง ร่างนี้ไม่นิ่มเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้กระทั่งกลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนยามกอดเพศตรงข้ามแต่อย่างใด ไหล่ที่แม้จะดูบอบบางทว่าเอาเข้าจริงก็กว้างเอาเรื่องนั่น...




 

กี่ครั้งกันที่ทำได้พึ่งพิงความอ่อนโยนของคนตรงหน้าโดยไม่สามารถตอบแทนอะไรได้เลย...




 

กี่ครั้งกันที่ทำร้ายความรู้สึกของคนตรงหน้าโดยที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย...




 

...มันดูไม่สมชายเลยสักนิด...” ใบหน้าที่เคยวางอยู่ที่ไหล่นั้นค่อยๆละออกไป นั่นทำให้โอดีสซีอุสเห็นว่าดวงหน้าหมดจรดนั้น “...ผู้ชาย...ไม่ควร...ร้องไห้...ออกมาแท้...”




 

ยิ่งเห็นน้ำตาที่ไหลออกมานิ่งทำให้โอดีสซีอุสเม้มปากแน่น...




 

บางทีฉันก็คิดนะ...ว่าทำไมถึงไม่เกิดมาเป็นผู้หญิง...”




 

...”



 

หรือไม่บางที...”



 

...”




 

ฉันน่ะอาจจะไม่สมควรเกิดมาเลยก็ได้ด้วยซ้ำไป”




 

ริมฝีปากของเด็กชายเม้มแน่นก่อนที่จะคลายออก มือของเขาค่อยๆดันร่างของบรีเอลออกไปอย่างช้าๆทว่าแผ่วเบา นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววเรียบเฉยก่อนที่ร่างจะค่อยๆหันเข้าหากำแพงและ...




 

เปรี้ยง!!



 

เอาหัวโหม่งกำแพงอย่างไม่พูดรำทำเพลงใดๆ




 

ดูเหมือนโหม่งครั้งเดียวพี่แกบอกในใจว่าแมร่งไม่เร้าใจเลยว่ะ (?) เลยจัดการจัดหนักเพิ่มอีกสักสองสามรอบทำเอาคนที่อยู่ข้างๆรีบถอยห่างไม่ทัน เขาไม่อยากให้พี่ไปประกันตัวหรอกนะ!




 

(ไม่มีความห่วงเลยแม้แต่น้อย)



 

โอดีส...”




 

ฮึก...ฮึก...แง!!!! เจ็บเว้ยยย!! แม่จ๋า ฮือ...โฮ แง!”




 

สมควร...(เมิงทุบแบบนั้นไม่เจ็บก็ไม่ใช่คนแล้ว)




 

บรีเอลกระพริบตาปริบๆมองดูลูกแม่ทัพที่เหมือนจะทำโหมดซึ้งละลายแม่น้ำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โอดีสซีอุสรีบยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตาผสมเลือดของตัวเองแรงๆก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เจ้าตัวจะเบ้ปากลงแล้วเอ่ยออกมาว่า




 

...เสมอกันแล้วนะครับ”



 

...”



 

ถ้าคุณบอกว่าลูกผู้ชายไม่สมควรร้องไห้...” เด็กชายค่อยๆยิ้มนิดๆก่อนจะยกมือชี้ไปที่ตัวเอง “ตอนนี้ผมเองก็ร้องไห้ดูไม่เป็นลูกผู้ชายเหมือนคุณแล้วนะครับ”




 

ปัญญาอ่อน...”



 

อ๊า อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมแค่อยากทำให้เสมอกับคุณเท่านั้นเองนะ...” เด็กชายเอ่ยออกมาก่อนจะยิ้มแหย่ๆออกมาเมื่อรู้สึกว่าเลือดนั้นเริ่มไหลมากขึ้นเรื่อยๆ “แต่...เจ็บจังเลยอ่า...”




 

ฉันรักษานายไม่ได้หรอกนะ...” มือเรียวค่อยๆวางลงที่หัวสีทองของเพื่อนชายตรงหน้าอย่างแผ่วเบา เรียกให้นัยน์ตาสีฟ้ากรอกไปมองคนที่ตอนนี้สูงกว่า



 

ครับ...แต่ว่า...” เด็กชายเอ่ยออกมาก่อนจะยิ้มให้เล็กน้อย “คราวหน้าคุณปกป้องผมได้ไหมครับ...”




 

...ฉันน่ะ...”




 

ปกป้องไม่ให้ผมทำอะไรงี่เง่าแบบนี้ไงครับ” เด็กชายยิ้มแล้วชี้ไปที่หัวของตัวเอง “ถ้าเป็นคุณต้องทำหน้าที่นี้ได้อย่างแน่นอนครับ!...แล้วถ้าหากว่าคุณปกป้องผม...”



 

...”




 

ผมก็จะใช้ชีวิตทั้งหมดปกป้องคุณเหมือนกัน”



 

นัยน์ตาสองสีมองสบกับคนตรงหน้านิ่งก่อนที่มือเรียวจะกดไปที่หัวของเด็กชายอย่างแผ่วเบา เรียกเสียงร้องโอดโอยดังออกมาจากปากคนโดนทำร้ายทันที โอดีสซีอุสบ่นพึมพำมองดูคนปะทุร้ายตรงหน้าด้วยสีหน้าหมาหงอย




 

งี่เง่า...” คนงดงามตรงหน้าด่าออกมาเบาๆ มือเรียวที่สัมผัสกับแผลค่อยๆเลื่อนลงมาที่แก้มของเด็กชายตรงหน้าอย่างช้าๆ ก่อนที่ใบหน้าเรียบเฉยจะค่อยๆประดับรอยยิ้มอ่อนโยน “...ขอบคุณนะ...ดิสซีร์”



 

นัยน์ตาสีฟ้ามองเด็กหนุ่มรูปงามตรงหน้าตาปริบๆ




 

บรีเอลครับ...”



 

หืม?”



 

ตอนเด็กว่าน่ารักแล้ว...แต่พอตอนโตคุณยิ้มแบบนั้นแล้วผมอยากจะลากคุณเข้าห้องเลยแหละครับ”



 

...”




 

.

.

.

ไม่ว่าฉันจะอยู่ตรงไหน นายก็มักจะเป็นคนแรกที่เข้ามาเสมอ

นายปลอบฉันด้วยคำสัญญา

นายช่วยฉันด้วยคำสาบาน

เพราะแบบนั้นฉันถึงเกลียดตัวเอง

ที่ไม่สามารถตอบแทนอะไรให้นายกลับได้เลย

.

.

.




 

เช้าวันนี้อากาศช่างแสนมืดมัว...



 

ท้องฟ้าสีเทาหม่นพร้อมประกายแสงของสายฟ้าที่วาดผ่านไป ลมพายุใหญ่หอบเข้ามายิ่งโดยเฉพาะกับวัดที่อยู่บนเนินเขาแล้วนั้นความบัดซบของอากาศยิ่งมากเท่าทวีคูณ



 

ราวกับเทพเจ้ากำลังพิโรธ



 

หรือไม่บางทีมันอาจจะเป็นบทพิสูจน์ความศรัทธาของเหล่าผู้ที่นับถือพระองค์



 

นัยน์ตาสีแดงสดของเจ้าชายรัชทายาทอันดับที่สองนั้นมองออกไปนอกหน้าต่าง ลมที่โบกพัดแว่วเห็นหมาบิน (ลอย) ผ่านไป สักพัก...เอ๊ นั่นมันแลคล้ายหนังสือโป๊ที่ศิษย์พี่แอบซ่อนเอาไว้ โอะๆ คราวนี้เป็นมีดทำครัว...



 

เอิ่ม ชักไม่เกี่ยวเท่าไหร่นัก



 

โครวิสถอนหายใจออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะมองไปยังรอบกาย เหล่าผู้ที่เต็มไปด้วยศรัทธาอันแรงกล้านั้นกำลังสวดมนตร์ภาวนาให้พายุที่แสนโหดร้ายราวกับการทดสอบจากเทพเจ้านั้นผ่านไปโดนเร็ววันเสียที เสียงงึมงำขอพรนั้นดังไม่ได้ศัพท์ทำให้เจ้าชายต้องขมวดคิ้วก่อนจะหันไปทางอื่น



 

โครวิสมาอยู่ที่อารามบนเนินเขาแห่งนี้ได้เสียพักใหญ่ๆแล้ว แน่นอนว่าเขานั้นย่อมเป็นที่รู้จักของคนในอารามแห่งนี้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เพราะตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาทอันดับที่สองเพราะเขาไม่คิดจะประกาศมันให้พวกนักบวชที่นี่รับรู้ แต่เป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายนั่นต่างหาก



 

เวลาอยู่กับพวกบรีเอลนั้นก็คงธรรมดาอาจจะเพราะอาโดนิสกับนาร์ซีซัส ถ้าให้อยู่กับดยุคอาโดนิส...รายนั้นก็หน้าตาเหนือล้ำกว่ามาก เพราะงั้นถ้าเอาคนพวกนั้นมาเทียบกับชาวบ้านทั่วไปนั้นอาโดนิสกับนาร์ซีซัสคงถูกเรียกขานว่าความงามระดับเทพเจ้า



 

เด็กชายเสยผมสีดำของตัวเองขึ้นไปนัยน์ตาสีแดงนั้นมองเสื้อตัวเองสวมใส่อยู่ เสื้อผ้าที่เหมือนกับนักบวชด้วยกันแต่พอมาอยู่ในตัวของเด็กชายมันกับงดงามขึ้นเป็นเท่าตัว จะเรียกว่าสายเลือดกรรมพันธ์ดีเสียจนน่าอิจฉาหรือเปล่านะ



 

เด็กชายถอนหายใจอีกครั้ง



 

หัวใจของเขากำลังเจ็บปวดยามเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ฟ้าฝนแบบนี้ บรรยากาศแบบนี้...ยิ่งความรู้สึกบางอย่างก็ตอกลงในใจของเขาให้เจ็บปวดหนักกว่าเก่า ดวงตานั้นฉายแววเจ็บปวดขณะที่มองมือของตนเอง...เขาสามารถทำได้ทุกอย่างที่เขาอยากจะทำ แต่เพราะที่นี่มัน...ไม่พร้อม...



 

ไม่สิ นัยน์ตาสีแดงนั้นโชนแสงราวกับนึกอะไรบางอย่างออกมาได้ เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นในลำคอของเด็กชาย เรียกสายตาของนักบวชชายหญิงให้หันไปมองที่เขาอย่างช้าๆ



 

ร่างของเด็กชายที่ก่อนหน้านี้เคยนั่งอยู่ใกล้หน้าต่างค่อยๆลุกขึ้นยืนอยู่ช้าๆ รอยยิ้มอ่อนจางปรากฏบนใบหน้า มุมของเขานั้นเป็นมุมที่แสงตกกระทบแผ่นหลังจึงเห็นหน้าในมุมมืดสนิท ทว่านัยน์ตาสีแดงที่โดดเด่นเป็นประกายนั้นดูมั่นคงจับจ้องมายังเหล่านักบวช



 

พี่น้องที่รัก...” โครวิสกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ฟากฟ้ามืดมน สายฟ้าวาดผ่าน แลดูช่างราวกับเทพเจ้ากำลังทดสอบศรัทธาของเราเหลือเกิน...”



 

คำเปรยนั้นทำให้นักบวชหลายคนพยักหน้า มีบางคนกล่าวขึ้นมาว่า “...เราจะต้องฝ่ามันไปให้ได้!”



 

พี่น้องทุกท่าน...หลายครั้งที่ผมนั้นรู้สึกสงสัย...” เด็กชายเอ่ยเสียงแผ่ว “ว่าแท้จริงแล้วพระเจ้ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่...ถ้าหากมีตัวตนอยู่จริงแล้วแหละก็...ยามเมื่อเราหนาว พระเจ้าเหลียวแลเราหรือเปล่า ยามที่เราทุกข์ พระเจ้าเคยช่วยเราหรือเปล่า พระเจ้า พระเจ้า พระเจ้า แท้จริงแล้วพระเจ้ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่? เหตุใดเราจึงต้องศรัทธาในพระองค์กัน”




 

พระเจ้าอาจจะไม่มีอยู่จริง แต่ความดีงามนั้นมีอยู่จริงอย่างแน่นอน” นักบวชที่ดูสูงอายุผู้หนึ่งกล่าวออกมา



 

แล้วอะไรที่สิ่งที่ตัดสินกันแน่ว่านั่นคือสิ่งที่ดีนั่นคือสิ่งที่ไม่ดี?” โครวิสย้อนถามกลับไปอย่างรวดเร็ว “หากว่าการโกหกคือสิ่งที่ไม่ดี แต่ถ้าเขาโกหกเพื่อช่วยใครอีกคนที่กำลังจะตายนั่นจะเรียกว่าสิ่งที่ไม่ดีอีกหรือเปล่า?”



 

เด็กชายแสร้งถอนหายใจ “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง บรรทัดฐานของความดีและความไม่ดีอยู่ตรงไหน? เราตัดสินจากอะไร? สังคม จารีต กฏหมายและประเพณีหรือ?”



 

เจ้าต้องการจะบอกอะไรกับพวกเรากันแน่?”



 

ผมไม่ได้ต้องการจะบอกอะไรเพียงแค่ชี้แจงเท่านั้น...” เจ้าชายว่า “พวกท่านบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ ฟ้าฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง ลมพายุหอบใหญ่ที่ราวกับจะพัดทุกอย่างให้ปลิวไป ท่านบอกว่าทุกสิ่งเหล่านี้คือบททดสอบของเทพเจ้าที่กำลังทดสอบความศรัทธา ท่านสวดมนตร์ภาวนาเพื่อบ่งบอกว่าตัวเองนั้นมีความเชื่ออันแรงกล้าให้กับพระองค์! แต่ผมขอถามหน่อยเถอะ...!!”



 

เด็กชายทุบลงที่ผนังของอารามแล้วตะโกนออกมา



 

ฝนที่ตกลงมาอย่างคลั่ง พายุที่พัดจนแทบจะทำลายทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่อารามที่เราอาศัย แต่พวกคุณกลับมัวแต่นั่งสวดภาวนาต่อสิ่งที่ไม่รู้จะช่วยอะไรได้นี่นะ? ไอ้พวกโง่เง่า!”



 

นั่นๆ...ช้างแม่มลอยผ่านหน้าต่างแล้วเว้ย!! เมิงคิดว่าอารามเก่าแก่ของเมิงเจ๋งกว่าช้างหรือไงวะ!



 

เราเกิดมาเพื่ออะไร? สวดมนตร์ภาวนาหรืออย่างอื่นกันแน่ ตราบเท่าที่เรายังคงหาคำตอบของมันไม่เจอเราก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป อย่ามาทำตัวยอมแพ้แบบนี้ แทนที่จะนั่งสวดภาวนาสู้หาทางลงจากเขาอย่างปลอดภัยไม่ดีกว่าหรือไง!”



 

ประเด็นคือกรูยังไม่อยากตาย!



 

นัยน์ตาสีแดงนั้นมองไปรอบกายมองดูเหล่านักบวชที่เบิกตากว้างก่อนที่จะมีคนผู้หนึ่งคุกเข่าลงแล้วกล่าวกับเขาว่า



 

ท่านคือ...ท่านผู้ช่วยให้รอด!”



 

กรูรอดเมิงตายน่ะใช่...



 

ใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายเกิดมนุษย์นั่นบางทีเขาอาจจะเป็นเทพเจ้าที่กลับชาติมาเกิดก็ได้”



 

ชมไปกรูก็ไม่ดีใจหรอกนะ อุวะฮะฮะฮะฮ่า!! (ไม่ค่อยเลยเมิง...)



 

ก่อนอื่นเราควรจะทำยังไงดีครับท่านศาสดา” นักบวชท่านหนึ่งกล่างขึ้นมาอย่างนอบน้อมขณะที่สายตานั้นจับจ้องไปยังโครวิสอย่างเคารพและนับถือ ขณะที่คนมองนั้นเพียงเหยียดยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า



 

กรีดเลือด!”



 

โอ้ กรีดเลือดบูชาให้ท้องฟ้ากลับมาเป็นปกติสินะครับ!”



 

เปล่า...กรูแค่อยากเห็นเลือด แบบว่าเก็บกดมานาน...



 

 

สายเลือดความ S กำลังร่ำร้อง

คนเลวไม่มีทางเป็นคนดีไปได้





 

นักบวชหลายท่านเริ่มกรีดเลือดของตัวเองอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางนัยน์ตาสีแดงที่ปรากฏแววปราบปลื้ม อา ตรูช่วงจีเนียสขิงๆ แต่จะดีกว่านี้ถ้าตรูนี้ไซร้คือคนกรีดมัน...



 

 

SM สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่

หากใจเรานั้นฝักใฝ่!

เอ้า! มาเข้าสู่สมาคม SM Club กันเถอะ!





 

ตัวตนของท่านนั้นช่างน่านับถือยิ่งนัก...” ตัวประกอบท่านหนึ่งกล่าว “ถ้าหากว่าท่านนั้นได้เป็นราชาของอาซิโดเลีย อาณาจักรนี้คงรุ่งเรืองอย่างแน่นอน...น่าเสียดายจริงๆที่ท่านนั้นเป็นเพียงคนธรรมดา...”



 

จัดไป ความฝันนั้นไม่ไกลเกินเอื้อมแค่ฆ่าพี่ชายตัวเองทิ้งเท่านั้นเอ๊ง (?)



 

ตราบที่เรายังเจ็บปวดอยู่นั่นคือความหมายว่าในตอนนี้เรายังหายใจ เรายังมีชีวิตอยู่!”



 

เด็กชายเหยียดยิ้มออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะเปิดประตูอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาของเหล่าบรรดนักบวชที่นับถือตนเอง ราวกับมีเอฟเฟคประกอบยามเมื่อเปิดประตูแสงสว่างจ้าก็ปรากฏสู่สายตาของทุกคนเรียกความฮึกเหิมในใจให้ปรากฏในใจของพวกเขาพร้อมกับปฏิทานอันแรงกล้าที่หวังจะรับใช้ศาสดาผู้นี้ของตน



 

มาเถอะพวกเรา...” เด็กชายกล่าวออกมา “มุ่งสู่รสชาติของชีวิตที่เจ็บปวด จำเอาไว้ว่ายิ่งเจ็บปวดมากเท่าไหร่ก็แสดงว่าพวกเรานั้นยังมีลมหายใจให้ดิ้นรนมีชีวิตอยู่ต่อไป!”



 

เฮ!!”



 

มุ่งสู่เส้นทางแห่ง SM

จำไว้! SM มันคือชีวิต!

มันคือ Spirit of Mankind (จิตวิญญาณแห่งมวลมนุษติชาติ)!

(แถกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว...)

 


xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx




เมื่อไหร่เนื้อเรื่องตอนบรีเอลเด็กจะจบลวเนี่ย อยากเขียนบรีเอลตอนโตแล้วนะ TT^TT!!

ทำไมถึงหลงบรีเอลตอนโต?

อืม...เพราะประโยคนี้มั้ง?

"ฉันเกลียดคนที่ไร้ประโยชน์..."
"เพราะลูซินโตลว์มีประโยชน์ เพราะลูซินโคลว์สายเลือดเดียวกับฉัน เขาถึงได้ตำแหน่ง 'พี่ชาย'"
"แล้วถ้าคนที่เป็นประโยชน์แต่ไม่มีสายเลือดเดียวกันอย่างงั้นหรอ?"
"...(ยิ้ม) ตำแหนงเดียวก็คือทาสอยู่แล้ว"
"...แล้วนาย...อยากจะเป็นทาสของฉันไหมล่ะ?"
...ตราบเท่าที่นายยังมีประโยชน์ต่อฉันอยู่...

เลวค่ะ เลวค่ะ พระเอกเรื่องนี้มันเลวโคตรพ่อโคตรแม่ซอว์ค่ะ!!

ตอนโตนิสัยทุกคนเปลี่ยนใหม่หมดเลย บรีเอลสุดสวยยิ้มชั่ว (?) โอดีสซีอุสคนรับช้าหน้ามึน (?) ราฟาแอลสาวน้อยเก็บกด (?)

อยากเขียนอ่า ดีดดิ้นๆๆๆๆ (ว่าจบก็ไปทำการบ้านต่อและ)


Linea-Lucifer
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

3,390 ความคิดเห็น

  1. #2908 s.tiger (@jennyblue) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 20:40
    อยากบอกว่าครึ่งบนๆมีสาระ เนื่อหาอย่างที่สุด
    ทั้งอยากรู้เรื่องควีเนเลีย
    ทั้งซึ้งกับบรีเอล และดิสซีร์
    แต่ทำไมต้องจบด้วยความ SMของโครวิสอ่ะ หักมุมแบบ360เลยค่ะ
    #2908
    0
  2. #2902 Elfear (@venelin) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 17:37
    โครวิสแม่งฮาอ่ะ
    #2902
    0
  3. #2848 ก้อนเมฆ..&..น้ำฝน (@rattanawong) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2555 / 12:52
    ตกใจตรงช้างลอยและSM.....จุดประสงคืแกมันแค่จะทำให้ศาสนาแตกนี่หว่า ไองี่เง่าโครวิส=[]=!!!
    #2848
    0
  4. #2835 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2555 / 15:34
    ไหนว่าจะก่อตั้งลัทธิบูชาไก่ไง โครวิส  ไหงกลายเป็นศาสดาวิชา S ไปแล้วง่า
    #2835
    0
  5. #2821 S หรือ M? (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2555 / 21:54
    รับรอง อะไรก็ตามถ้าไม่ได้เป็น "The S"

    มันก็จะต้องเป็น "The M" อย่างแน่นอน!!!!
    #2821
    0
  6. #2813 Te-amo...Tomo (@te-amo) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2555 / 19:39
    คะ...โครวิส =[]=;;; 
    มันมาจาก "สายเลือด" สินะ พลังและอำนาจที่ทำให้ใครต่อใครคล้อยตามเนี่ย
    สมกับมีสายเลือดกษัตริย์จริงๆ!!

    PS.จะหลงรักผู้ชายในเรื่องทุกคนอยู่แล้วนะเนี่ย -_-;;;
    #2813
    0
  7. #2805 นักอ่านตัวน้อย (@ngam221038) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2555 / 21:34
    อ่านเรื่องนี้ตอนหนึ่งได้ทุกรส ทั้งเศร้า ทั้งซึ้ง ทั้งฮา ทั้งบ้า(ขนาดเข้าศรีธัญญา ยังไม่รู้จะรักษาหายรึเปล่า =_=;;)
    #2805
    0
  8. #2802 demine (@demine) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2555 / 12:44
    กร๊ากกกกกกกกกก
    โอ้ย จะซึ้ง จะบ้า จะฮา จะเศร้า
    ได้ครบรสเลยคะ๕๕๕๕๕
    #2802
    0
  9. #2799 lightwars (@lightwars) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 21:55
    จะเป็นลม 

    ฮาจนตกเก้าอี้ นั่งดูหนังดราม่าไปอ่านเรื่องนี้ไป หนังแทบกลายเป็นคอมมาดี้555

    อยากมุ่งเน้นไปทางเชื้อสายบราค่อนเร็วๆ!แต่SMก็ไม่เลว=.=
    #2799
    0
  10. #2798 ธารากำสรวล (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 21:52
    ตกลงพี่แกจะเปิดลัทธิบูชาไก่หรือลัทธิ sm กันแน่!!
    #2798
    0
  11. #2797 pry (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 21:51
    ขออนุญาติเอาบทความสุดท้ายที่เกี่ยวกับ sm ไปเผยแพร่ทางเฟสนะเจ้าคะ...อ๋อ จะใส่เครดิตแล้วก็แท็กเฟนเพจด้วยเจ้าค่ะ

    เอ่อ...ได้ไม่ได้ช่วยตอยด้วยนะเจ้าคะ พี่ลูซเจ้าขาาา//นั่งพับเพียบโปรยยิ้ม
    #2797
    0
  12. #2795 จันทราสูญสลาย (@b22925) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 21:47
    ตอนอ่านครึ่งแรกกับครึ่งหลังรู้สึกว่าเหมือนอ่านคนละตอนกันเลยแฮะ โครวิสฮาได้ใจมาก
    #2795
    0
  13. #2792 e_noo@beamnoi (@enoobeam) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 18:58
    Spirit of Mankind!!!
    #2792
    0
  14. #2791 Vauna (@rinmare) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 18:21
    จิตวิญญาณแห่งมวลมนุษติชาติ!
    5555. คิดได้ไงเนี่ย >< มันรั่วมว้ากกก
    #2791
    0
  15. #2789 megraylady (@megraylady) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 15:48
    เอ่อ โครวิสเอ็งจะเปิดลัทธิบูชาไก่ไม่ใช่เหรอฟะ  ทำไมไปๆมาๆกลายเป็นลัทธิsmไปได้
    #2789
    0
  16. #2787 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 15:14
    ประกาศ
    คาดว่าวันเสาร์ไม่ก็วันอาทิตย์นี้จะมาลงตอนใหม่อีก 50% ชดเชยที่หายไปนานค่ะ ^^
    #2787
    0
  17. #2786 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 23:17
    ดิสซี่  เหมือนหมาเลยเนอะโอดิสซีอุส
    #2786
    0
  18. #2781 CharlotteTear (@goldfish43) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2555 / 21:01
    อ่านรอบที่... สามมั้ง? อ่านสามรอบร้องไห้สามรอบ ถึงโอจะงี่เง่า แต่อยากได้เพื่อนแบบโอชะมัดเลยฟร่ะ QwQ
    #2781
    0
  19. #2780 ITsom (@somclub) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 19:32
    จะมีบ้างไหมที่ไม่รั่ว 55555 แต่โครตชอบเลยว่ะ รักโครตเลยนิยายเรื่องนี้ มีทั้งแง่คิดและความสนุก :D
    #2780
    0
  20. #2778 megraylady (@megraylady) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 13:53
    ตอนแรกๆก็ซึ้งนะพอมาหลังๆ เอิ่มรั่วเหมือนเดิม แต่ก็ดีนะชอบ ตลกดี
    #2778
    0
  21. #2777 e_noo@beamnoi (@enoobeam) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 09:30
    ตอนนี้ลูซินหายแฮะ

    สู้ๆนะไรท์
    #2777
    0
  22. #2776 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 08:39
    อีกนานค่ะกว่าบรีเอลจะได้ฝึกกับลูซิน อีเว้นท์มันเยอะ (?)
    #2776
    0
  23. #2775 appacon (@appacon) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 22:53
    รักเรื่องนี้ที่สุดเลย
    #2775
    0
  24. #2774 MiniMon (@kideri) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 21:24
    มันจะซึ้งก็ซึ้งน่ะ แต่ดิซซีร์ ร้องได้ 55555++
    #2774
    0
  25. #2773 SB_Gray (@sb-gray) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 20:47
    ซึ้งและฮาอีกแล้ว [- -] แทบปรับอารมณไม่ทัน ๕๕๕

    #2773
    0