The fairy tale ※ อลวน...เทพนิยายพันธุ์พิลึก!!

ตอนที่ 49 : ※ 37 ※ ถ้าพี่พระเอกมันปากไม่ตรงกับใจนัก ระวังตัวร้ายมันคาบไปได้นะเออ (?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 ก.ย. 55


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
(เพลงนี้ยกให้กับตัวละครที่ซึนที่สุด (?))



 

ดวงดาวได้เปล่งประกายเจิดจรัสเหนือท้องนภา

สำหรับฉันแล้วความทรงจำในอดีตคือสิ่งที่อยากทิ้งลงไป

เพราะแม้จะมีความสุขมากแค่ไหน

ก็เต็มไปด้วยความทุกข์อยู่เหมือนกัน

นั่นเพราะ 'เธอ' เลือก 'เขา'

มากกว่า 'ฉัน' ที่แสนขี้ขลาดคนนี้

.

.

.








 

ยังจำได้ถึงครั้งแรกที่ได้พบกับ 'เธอ'



 

เด็กหญิงผมเป็นลอนสีน้ำตาลแดงท่าทางเรียบร้อยและจืดจางไม่สะดุดสายตาใครนั้นกลับสะกดสายตาของเขาเข้าอย่างจัง ใบหน้าขาวงดงามแบบฉบับแคสซีโอเปียนั้นมักจะปรากฏรอยยิ้มแสนซื่อชวนให้รู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ใกล้ เธอมักจะอยู่ในชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวสะอาดตาคาดด้วยริบบิ้นสีชมพูน่ารักน่าชังเดินวิ่งไปทั่วราชวังอาซิโดเลียแห่งนี้



 

ดูไร้เดียงสา...ผิดกับเด็กจากตระกูลอื่นๆในสายตาของมิคาเอล



 

ควีเนเลีย เรจิน่า แคสซีโอเปีย



 

นั่นคือชื่อของเธอคนนั้น



 

มิคาเอลไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงสนใจเด็กหญิงคนนี้มากนัก ก็รู้เพียงแค่ว่าเธอดู...น่ารักดีถ้าเทียบกับเด็กผู้หญิงตระกูลอื่น



 

มิคาเอล อิลกราซเซโต อาโดนิส” เด็กหญิงตัวน้อยนามควีเนเลียเอ่นทวนชื่อจริง ชื่อกลางและนามสกุลของเขาก่อนที่เธอจะค่อยๆคลี่ยิ้มซื่อๆออกมา “อิลกราซเซโต...เป็นชื่อกลางที่มีความหมายที่ดีมากเลยนะคะ”



 

จะว่าไปอิลกราซเซโตซึ่งเป็นชื่อกลางของเขามีความหมายว่าอะไรเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อันที่จริงเขาไม่ค่อยสนใจชื่อกลางที่ได้รับจากพ่อของตนเท่าไหร่นัก เขาไม่ถูกกับพ่อถึงขั้นที่เรียกว่าไม่ชอบขี้หน้ากันเลยเสียด้วยซ้ำไป เพราะอย่างนั้นแล้วสิ่งไหนที่ผู้ชายคนนั้นมอบให้มิคาเอลเลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก



 

ทว่าเมื่อเธอได้ฟังนั้นกลับยิ้มแล้วเอ่ยออกมา



 

อิลกราซเซโต ภาษาอิตาลีสมัยโลกกลางมีความหมายว่าผู้ปราบปรามกบฏค่ะ สอดคล้องกับเทวดามิคาเอลที่ปราบปรามลูซิเฟอร์ดีนะคะ” เธอเอ่ยออกมาก่อนจะเอียงคอแล้วหัวเราะ “คนที่ตั้งให้คุณคงหวังให้คุณโตขึ้นมาเป็นคนใหญ่คนโตนะคะ”



 

นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้คุยกับเธอ ก่อนที่เราจะไม่พบเจอหน้ากันอีกเลย



 

ทว่าเพียงไม่กี่ปี...เขาก็ได้พบเธออีกครั้ง



 

'เธอ' ที่ไร้เดียงสานั้นกลับเหยียดยิ้มให้กับเขาท่ามกลางซากศพมากมายของผู้ที่ถูกเรียกว่ากบฏแห่งอาซิโดเลีย เธอที่ฆ่าคนทิ้งอย่างเลือดเย็นท่ามกลางรอยยิ้ม เธอที่...ไม่ได้ไร้เดียงสาอีกต่อไป



 

ในตอนนั้นเองที่มิคาเอลได้รับรู้...เพียงชั่ววินาทีที่เวลาผ่านไป



 

เขาได้สูญเสียตัวตนของรักแรกไปจนหมดสิ้นแล้ว



 

.

.

.

เพื่อนรักของฉันกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของฉัน

สุดขอบฟ้าไกลบนโลกใบเดียวกันนี้

พวกนายคงกำลังยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่งหรือเปล่า?

จะมีวันที่พวกนายกลับมา

เพื่อให้คนโง่เง่าคนนี้ได้สารภาพความในใจบางอย่างแก่พวกนายหรือเปล่านะ?

.

.

.



 

ควีน...ควีเนเลีย...



 

รู้สึกแปลกใจเหมือนกันที่ตัวเองฝันถึงยัยแม่มดอสรพิษนั่นแทนที่จะเป็นเอลซิคได้



 

คิดแล้วก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะนวดขมับของตัวเองเล็กน้อยเพิ่งรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่นี้เขาเผลอหลับในตอนกำลังทำงานอยู่ทั้งๆที่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาบ่ายโมง แสงสว่างยังส่องจ้าลอดผ่านผ้าม่านตัวโปร่งที่คลุมเอาไว้รอบห้องอยู่ ท่าทางว่าเขาจะง่วงจริงถึงได้หลับท่ามกลางแสงสว่างแบบนี้ได้



 

...บางทีเสร็จงานกองนี้เขาควรจะนอนพัก...คิดดังนั้นแล้วก็มองกองงานตรงหน้าแล้วเปลี่ยนความคิดใหม่...ดื่มกาแฟสักสองถ้วยอาจจะดีกว่า...




 

ไอ้หอกหัก...ไม่สิ ด่ากษัตริย์แบบนั้นมันบาปกรรม ต้องเรียกว่าท่านราชาสินะ...ไอ้เชรี่ยสรัดๆ! (หนักกว่าเดิมอีกเมิง) งานนี่ให้กรูทำยิ่งกว่างานกรรมกร เยอะสรัด นึกว่ากรูกำลังเรียนสถาปัตย์อยู่หรอถึงต้องอดกลับอดนอนมาทำงานมาส่งให้เมิงเนี่ย!



 

...เอาไว้หลังเสร็จงานการเสกวัวเสกควายเข้าท้องกษัตริย์ก็ไม่เลวเหมือนกัน...



 

คิดกับตัวเองในใจด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยกับเอกสารที่อยู่ในมือ...เป็นเรื่องของอาณาจักรเก่าเซลเรจซองที่ขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่าอาณาจักรอื่นๆ พื้นที่ทั้งหมดของอาณาจักรนั้นไม่มีพื้นที่สีเขียวอยู่เลยแม้แต่น้อยเนื่องจากอาณาจักรแห่งนั้นถือว่าทรัพยากรธรรมชาติอย่างเช่นเต้นไม้นั้นคือสิ่งสิ้นเปลืองเพราะพวกเขาสามารถผลิตสิ่งที่ต้นไม้ให้ขึ้นมาได้ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าอาณาจักรอื่น แน่นอนว่าฟังเท่านี้พวกชนชั้นต่ำหรือชนชั้นกลางที่มีการศึกษาเพียงเล็กน้อยคงนึกว่าเซลเรจซองคือมหาอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุด



 

แต่ในความเป็นจริงแล้วเซลเรงซองมีจุดอ่อนที่ใหญ่หลวงที่สุดคือน้ำ



 

พวกเขาสามารถแปรเปลี่ยนอากาศเป็นน้ำได้โดนใช้ไฮโดรเจนและออซิเจนที่อยู่ในอากาศทว่าการทำแบบนั้นนอกจากจะทำให้อากาศที่หายใจน้อยลง หรือจะให้เปลี่ยนจากน้ำที่ใช้แล้วเป็นน้ำสะอาดก็ยังทำให้สูญเสียหลังงานมากเกินความจำเป็นในการเปลี่ยน จะเรียกว่าผลดังกล่าวเกิดจากการที่พื้นที่ทั้งหมดของเซลเรจซองไม่มีต้นไม้ก็ว่าได้



 

แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีที่กว้างไกล...แต่ก็มีจุดอ่อนที่ง่ายดาย



 

เพราะน้ำคือปัจจัยสำคัญ คนเราอดอาหารได้แต่อดน้ำไม่ได้เมื่อมีเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเข้ามาด้วยนั้นย่อมทำให้อาณาจักรที่ 'เกือบ' จะได้เป็นมหาอำนาจนั้นกลายเป็นหนึ่งในสามคานมหาอาณาจักรเสียแทน



 

เซลเรจซองมากล้ำเทคโนโลยี (ความสะดวกสบายและพัฒนาการ) เรจเทลเลย์เหลือล้นซึ่งทรัพยากร (พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ) และอาซิโดเลียสีสันแห่งศรัทธา (เทพเจ้า ศาสนาและความเชื่อ)



 

ฟังแล้วคล้ายกับว่าอาซิโดเลียคืออาณาจักรที่อ่อนแอที่สุดแต่ในความคิดมิคาเอล...เรียกว่ากลืนกันไม่ลงเสียมากกว่า มนุษย์คนหนึ่งต้องการอะไรสามอาณาจักรนี้กลับมีในส่วนที่มนุษย์นั้นต้องการทั้งสิ้น ความสะดวกสบาย ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อดำรง และความเชื่อที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ บางทีเซลเรจซองน่าจะเป็นอาณาจักรที่ไม่มีใครต้องการมากที่สุด หากมนุษย์นั้นปราศจากกิเลส...ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้



 

จะว่าไปปฐมกษัตริย์ของอาซิโดเลีย...เจ้าชายเซเฟอุสนั้นก็มาจากราชวงศ์เรจเทลเรย์ จะเรียกว่าอาซิโดเลียเป็นอาณาจักรที่แยกตัวออกมาจากเรจเทลเลย์ก็คงไม่ผิดนัก ทว่านอกจากเรื่องดังกล่าวแล้วอาซิโดเลียก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆกับสองมหาอำนาจที่เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย



 

อิคะเริสและแอนโดรเมด้าคือองครักษ์ของเจ้าชายเซเฟอุส



 

แคสซีโอเปียคือคนรักของเซเฟอุส



 

นาร์ซีซัสคือชายหนุ่มผู้หลงตัวตนอยู่ในป่า



 

ส่วนอาโดนิสก็แค่...ชายหนุ่มรูปงามที่เป็นนักบวชอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเท่านั้น



 

มิคาเอลคิดเกี่ยวกับเรื่องราวของปฐมกษัตริย์และดยุคในใจอย่างเงียบงันก่อนจะตวัดสายตาอ่านเนื้อความในจดหมาย ใจความสรุปคร่าวๆง่ายๆว่า 'ดยุคเดรอนชาจะมาเยือนอาซิโดเลียเพื่อโปรโมตสินค้าชนิดใหม่' หรือสรุปแบบภาษาชาวบ้านคือ 'กรูจะมาขายของบ้านเมิง' นั่นแหละ



 

คิดแล้วก็หยิบตราประทับขึ้นมาปั๊มแล้วเขียนอะไรเล็กน้อย สินค้าของเซลเรจซองที่แพร่หลายอยู่ในอาซิโดเลียก็มีมากแต่ตัวราคานั้นค่อนข้างแพงแบบที่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถซื้อได้ ส่วนตัวใหญ่ที่แพร่หลายในหมู่ชนชั้นสูงก็เช่นยาเพิ่มความสูง ยาลบความทรงจำ ยาดลดอายุหรือไม่ก็ยาเพิ่มอายุเป็นต้น



 

ส่วนยารักษานั้นไม่ค่อยมีเนื่องด้วยว่าความสามารถทางการรักษาของอาซิโดเลียเหนือกว่าตัวยาของเซลเรจซองมากนัก ทำให้ตัวยาดังกล่าวไม่ค่อยมีขายในอาซิโดเลียแห่งนี้



 

สำหรับยาลดอายุ...มันไม่มีผลกับคนที่มีสายเลือดเฮเลนเท่าไหร่นัก คำสาปของเฮเลนคือความงามอันเป็นนิรันดร์ นั่นก็คือใบหน้า เรือนร่างและทุกอย่างจะถูกหยุดเอาไว้ในช่วงเวลาที่ 'งดงามที่สุด' เหมือนกับท่านยายของเขาที่ตอนนี้อายุอานามปาเข้าไปเฉียดจะร้อยแล้วหน้ายังเด้งเหมือนกับอายุยี่สิบกว่าๆ



 

แต่นั่นก็เป็นตัวบอกว่าถ้าหากมิคาเอลหรือน้องอีกสองคนอายุอานามไปไกลล้ำหน้าเลขสี่พวกเขาก็คงเด้งยิ่งกว่าใช้ BB ครีมนั่นแหละ...(ภูมิใจเบาๆ)



 

แต่ถ้าคิดในมุมมองของผู้ชาย...ไอ้คนหล่อบัดซบอย่างลูซินโคลว์ก็จะหล่อนิรันดร์เหมือนกัน...



 

...บางทีเขาควรหาเงินมากๆเพื่อเอาไปโป๊ะค่าหัวลูซินโคลว์เพิ่ม อะไรนะ? ใครบอกกันว่าเขาอิจฉามันที่น้องสาวหลงรักมากกว่าเขาเพราะมันหล่อกว่าน่ะ! คิดว่าเขามันนางอิจฉาหรือไง น้องสาวจะหลงรักใครก็ช่างหัวสิ! เขาแค่...ไม่ชอบหน้าลูซินโคลว์เท่านั้นแหละ ถูกต้องแล้ว เขาไม่ชอบหน้าลูซินโคลว์มันเป็นทุนเดิมเฉยๆ



 

ยิ่งคิดนั้นยิ่งทำให้อิจฉา หมายถึง ไม่มีสมาธิในการทำงาน มิคาเอลเลยเลือกที่จะนวดขมับตัวเองเล็กน้อยเพื่อคลายความเครียดเรื่องน้อง...งาน! ก่อนจะอ่านแผนงานอันต่อไป มือนั้นก็ตวัดปากกาขนนกไปด้วยโดยเขียนว่าไปตายซะลูซิน...งานห่วยมากไปตายซะ! โอเค เหมือนวันนี้สติเขาจะไม่ดีแปลกๆ...



 

ใจเย็นๆเข้าไว้มิคาเอล อิลกราซเซโต อาโดนิส...



 

(วันนี้สมองกรูเริ่มรั่ว แม้จะอยู่เพียงคนเดียว...)



 

คิดแบบนั้นเริ่มกุมขมับใครมาเห็นคงคิดว่าเหยดเข้งานเครียดมากเลยหรอว่ะครับ แต่ถ้าใครรู้ถึงสันดานถึงกระดูกดำแล้วคงเปลี่ยนคำถามเมิงเลิกเครียดเรื่องน้องเมิงสักทีเถอะ เมิงห่วงว่าน้องเมิงไปหลงรักคนอื่นทำให้เมิงอิจฉาสินะ แต่เมิงเคยถามไหมว่าจะมีใครรับน้องเมิงเป็นเจ้าสาวหรือเปล่า!



 

(เอิ่ม ไม่เกี่ยว)



 

ทำงานด้วยความเครียดไปสักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเรียกสายตาของเจ้าของห้องให้หันไปมองอย่างเงียบสงบในใจพาลคิด ไอ้สรัด! งานเก่ากรูยังเคลียร์ไม่เสร็จเมิงขนงานใหม่มาให้กรูแล้วหรอ! เมิงเห็นกรูเป็นอะไรเครื่องเซ็นเอกสารหรือไงกัน! ขนาดแรงงานขั้นต่ำเขายังมีกำหนดเวลาทำงานของกรูนี่อดนอนมาจนจะหมดหล่ออยู่แล้วนะเว้ย! แค่นี้น้องสาวก็ไม่รักแล้ว...ไม่สิ! หล่อไม่หล่อเขาไม่สนใจหรอก! น้องสาวอะไรกรูไม่สน!



 

ประเดี๋ยวก่อน! กรูไม่ใช่ซึนเดเระ!



 

เข้ามาได้” เอ่ยออกมาด้วยเสียงขวางๆอย่างหงุดหงิด คิดในใจถ้ามีเอกสารชุดใหม่มากรูจะฆาตกรรมคน! รู้ไหมคนหน้าตาดีเขาต้องนอนวันละแปดชั่วโมงดื่มน้ำวันละแปดแก้วเพื่อหน้าที่ใสกิ๊ก! แต่นี่กรูล่อไม่นอนมายี่สิบแปดชั่วโมง ย้ำ ยี่สิบแปดชั่วโมง!



 

เพราะงั้นคราวนี้ต่อให้เป็นดยุคหรือกษัตริย์ (เน้นเพื่อเสริมสร้างความแค้น) กรูจะเขวี้ยงหอกให้แมร่งตายให้หมด!



 

พี่ชาย...ดยุคซิซิฟัสฝากผมเอางานมาให้พี่”



 

ยกเว้นน้องชาย!



 

เข้ามาสิ” เขาเอ่ยรับออกมาเรียบๆมองดูน้องชายที่กำลังแบกเอกสารที่สูงกว่าตัวเองเข้ามาอย่างทุลักทุเล ในหัวคิด...ไอ้แก่แผนสูง! (หมดสิ้นซึ่งความศรัทธา) ใช้แรงงานเด็กกรูไม่ว่าแต่อย่ามาใช้แรงงานน้องชายกรู รู้ไหมว่าบรีเอลเพิ่งออกจากโรงพยาบาล! ตัวเล็กด้วย! ตัวนิดเดียวเองให้แบกเอกสารแบบนี้มาได้ยังไง! อย่างน้อยถ้าจะใช้คนก็ใช้เด็กที่อื่นสิวะ!



 

(ใช้คนอื่นเมิงก็ฆาตกรรมสิ...)



 

บรีเอลค่อยๆเดินด๊อกๆแด๊กๆมาวางเอกสารไว้ที่พื้นห่างจากโต๊ะพี่ชายเล็กน้อย เนื่องจากตอนนี้บนโต๊ะรอบข้างของพี่ชายนั้นเต็มไปด้วยเอกสารมากมาย นัยน์ตาสองสีมองน้องชายก่อนจะอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากออกมาเบาๆ “ทำไมถึงยกมาคนเดียว...เพิ่งออกจากโรงพยาบาลคิดว่าจะมีแรงมากหรือไง อย่าคิดสร้างเรื่องให้พี่มากบรีเอล คราวหน้าใช้โอดีสซีอุสให้แบกมาให้หมดก็ได้”



 

ขอโทษครับ...” เด็กชายเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาขณะที่คนเป็นพี่ชายปรายตามองอย่างเรียบเฉย แต่ในใจพี่แกหรือ...



 

ถ้าไม่สบายขึ้นมาจะทำยังไง รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงบรี...เงิน! อีกอย่างงวดหน้าถ้าจะแบกมาก็ใช้แรงงานโอดีสซีอุสก็ได้ไม่ต้องยกมาเองให้เมื่อยอย่างไงโอดีสซีอุสก็เป็นขี้ข้าที่หมดประโยชน์แล้วค่อยฆ่าทิ้งเพื่อนสนิทอยู่แล้ว



 

 

ถ้าหากคบกับมันแล้วใช้แรงงานมันไม่ได้

พี่ชายขอสั่งให้เลิกคบ!



 

 

ช่างเถอะ...” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่เจ้าตัวจะดูเอกสารต่อสักพัก ทว่าเมื่อสายตาเห็นว่าน้องชายยังไม่ออกจากห้องนั้นเลยอดไม่ได้ที่เอ่ยปากออกมา “ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ออกไปบรีเอล พี่จะทำงานต่อ...อาหารเย็นวันนี้พี่ไม่กินด้วยนะ กินกับราฟาแอลไปสองคนก่อนแล้วกัน...”



 

นัยน์ตาสองสีมองคนเป็นพี่ชายนิ่งด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ริมฝีปากเม้มเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก “...พี่...ชาย...”



 

อะไร?”



 

พี่...พี่...”



 

...”



 

...พี่...”



 

อะไรบรีเอล” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาก่อนจะเลือกวางเอกสารที่อยู่ในมือแล้วหันหน้าไปประจันหน้ากับน้องชายที่เม้มปากแน่น หัวสมองของเขากำลังคิด...ตอนที่พบน้องชายคนนี้ครั้งแรกเด็กคนนั้นก็มักจะเอ่ยคำว่า 'ปี้...ปี้...' ออกมาไม่หยุดเหมือนกัน...



 

นัยน์ตาสองสีของบรีเอลนั้นสั่นระริกคล้ายไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก ในความคิดของบรีเอลแล้วพี่ชายคนนี้ช่างยิ่งใหญ่เสมอในความคิดของเขา ทว่าเขาก็อยากจะถามพี่ชายตรงหน้าคนนี้...มือที่กำแน่นค่อยๆคลายออกก่อนที่ริมฝีปากจะขยับอย่างช้าๆ



 

เอ่ยเอือนวาจาที่มิคาเอลนึกกลัวมาตลอด



 

...พี่...พ่อกับแม่...เป็นคนยังไงหรอครับ?...”



 

เวลาแห่งความสุขกำลังหมดไปแล้วใช่หรือเปล่า?




 

หัวใจของมิคาเอลกำลังเต้นขณะที่นัยน์ตาสองสีนั้นจับจ้องน้องชายเบื้องหน้านิ่ง มิคาเอลไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่กันแน่ ทว่าน้องชายที่แสนอ่อนแอของเขาคนนี้ค่อยๆมีใบหน้าที่นิ่งมากขึ้นเรื่อยๆก่อนที่จะเอ่ยถามออกมา...คำถามที่ยิ่งกดหัวใจของเขา




 

...พี่ชาย...จริงๆแล้ว...ผม...คือใครกันแน่ครับ?”



 

เด็กชายถามออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนจะที่ความเงียบงันจะกลืนเข้าไปในห้องแห่งนี้ นัยน์ตาสองสีนั้นสบกับคู่หนึ่งนั้นเรียบเฉยส่วนของคนอ่อนวัยกว่าเป็นไปประกายสั่นระริก ไม่มีคำตอบใดเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากของมิคาเอลเลยแม้แต่น้อย ผ่านไปครู่หนึ่งนั้นเองคนที่สูงวัยว่าก็ค่อยๆเค้นเสียงของหายไปของตนออกมา...



 

ออกไปก่อน...” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะเอ่ยต่อ “พี่จะทำงาน”



 

พี่...”



 

พี่บอกว่าให้ออกไปก่อนไงบรีเอล!” มิคาเอลขึ้นเสียงใส่เด็กชายที่สะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่นัยน์ตาสองสีจะหรี่ลงแล้วเค้นเสียงออกมาอย่างเย็นเหยียบ “นายต้องการคำตอบแบบไหนกันแน่? อย่างเช่นจริงๆแล้วนายไม่ใช่น้องชายของพี่? หรือพี่เก็บนายได้เลยเลี้ยงขึ้นมาด้วยความสงสาร? หรืออะไร? นายต้องการคำตอบแบบไหน แต่ไม่ว่าคำตอบแบบไหน...”



 

...”




 

ทุกอย่างก็รวมเป็นความหมายว่านายไม่ต้องการพี่ชายแล้วใช่หรือเปล่า?”



 

ที่นายถามมันออกมา...เพราะนายเกลียดพี่ชายที่ไม่เคยบอกรักนายคนนี้หรือเปล่าบรีเอล...



 

แต่ว่า...แต่ว่า...



 

มันไม่ใช่!” บรีเอลค้านออกมา ในความทรงจำของมิคาเอลนั้นเด็กชายคนนี้ไม่เคยเถียงเขากลับเลยแม้แต่น้อย “พี่รู้อะไรไหม...รู้ไหมว่าตอนที่ผมเดินไปทางไหนมีแต่คนบอกว่าผมมันแตกต่าง ผมมันนอกคอกและไร้ค่า ผมไม่สนใจ...เปล่าเลย ผมแค่ 'แสร้ง' ไม่สนใจมันต่างหาก ทุกครั้งที่ได้ยินผมจะรู้สึกว่าตัวเองมันโคตรไร้ค่าเลย...ไร้ประโยชขน์ที่สุด...”



 

...”



 

รู้อะไรไหมตัวตนของพี่ที่ยิ่งใหญ่นั้นทำให้ผมรู้สึกภูมิใจในขณะเดียวกันมันก็ทำให้ผมเจ็บปวดเหมือนกัน...” มือของเด็กชายค่อยๆวางแนบสัมผัสที่หัวใจของตัวเองก่อนที่ปากเล็กๆจะเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม “พี่ชายที่ยิ่งใหญ่...กับน้องชายที่ไร้ค่า ผมภูมิใจที่มีพี่ชายอย่างพี่ แต่พี่ล่ะ...พี่ภูมิใจที่มีน้องชายอย่างผมหรือเปล่า...”



 

....”




 

พี่ไม่เคยพูด พี่ไม่เคยบอก ผมไม่รู้ ผมอยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง...แต่ผมคิดไม่ออก เพราะผมไม่มีอะไรให้พี่ภูมิใจเลย พี่รู้หรือเปล่าว่าผมน่ะ...อยากจะร้องไห้มากแค่ไหนกัน” เสียงนั้นค่อยๆสั่นเครือก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นตะคอก “พี่รู้หรือเปล่า พี่เคยรู้หรือเปล่าว่าตัวของผมมีโพลงที่ใหญ่อยู่แค่ไหนกัน เคยหันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังอย่างผมหรือเปล่า!”



 

...”



 

พี่...รักผมเหมือนที่ผมรักพี่หรือเปล่าฮะ...”



 

มิคาเอลมองน้องชายเบื้องหน้านิ่งก่อนที่จะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา “นายอับอายอย่างนั้นหรือที่ถูกเปรียบเทียบ พวกเขาพูดว่าอะไร? พวกเขาบอกว่านายทั้งๆที่เป็นน้องของพี่แต่ทำไมถึงไม่เหมือนพี่กับราฟาแอลเลยอย่างนั้นหรอ พวกเขาพูดว่าทั้งๆที่พี่เก่งกาจทำไมนายถึงไม่ได้ความเลยอย่างนั้นหรอ?”



 

...”




 

นายต้องการอะไรกันแน่บรีเอล จะให้พี่ไปล้างแค้นให้นายหรือไง” มิคาเอลเอ่ยออกมาเรียบๆก่อนจะปรือตาปิดลงเล็กน้อย “รู้อะไรไหม พี่กับราฟาแอลไม่เคยบอกว่านายไร้ค่า แต่นายก็เลือกที่จะฟังเสียงนกเสียงกาพวกนั้นมากกว่าสินะ...เอาเถอะ ถ้านายต้องการให้พี่ล้างแค้นให้ บางทีอาซิโดเลียลองเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจสักประมาณสามเดือน...”



 

...รู้อะไรไหมฮะ” เสียงเล็กๆของเด็กชายเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา “พี่น่ะเป็นดยุคอาโดนิสที่ยอมเยี่ยมมากเลยในอาซิโดเลีย ต่อให้ผมพยายามขนาดไหนก็คงไม่สามารถทาบรอยพี่ติดอย่างแน่นอน...แต่ว่า...”



 

...”



 

พี่ชาย...พี่เป็นพี่ชาย...ที่แย่ที่สุดเลย”



 

บรีเอล?” ชายหนุ่มเอ่ยชื่อของน้องชายตัวเองพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยมองเด็กชายตรงหน้าที่กำลังร้องไห้ออกมา



 

ระ รู้ไหมฮะ...ผมไม่ต้องการการล้างแค้นเลย มะ ไม่ต้องการเลย” เด็กชายเอ่ยก่อนจะขยี้ตาแดงๆของตัวเอง “ผมแค่อยากได้ยินพี่พูดว่ารักผมบ้างเท่านั้นเอง...”



 

...”



 

ผมเพียงแค่อยากได้คำยืนยัน...ว่าที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้เพราะผมคือครอบครัวของคุณ เป็นน้องชายของคุณ



 

แต่ผมรู้...ท้ายที่สุดคุณก็ไม่เอ่ยเอือนมันออกมา



 

อาจจะเพราะคุณเกลียดผม หรืออาจจะเพราะผมไม่มีค่ามากพอที่จะเป็นน้องของคุณ



 

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากของมิคาเอลเลยแม้แต่น้อย ทำให้เด็กชายที่เอ่ยปากนั้นยิ้มออกมาอย่างอ่อนจาง หัวที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลนั้นก้มหัวให้กับมิคาเอลมันเป็นท่าที่เขาเห็นจนชินตา แต่นึกไม่ถึงว่าน้องชายของเขาจะทำแบบนี้



 

ขุนนางที่ก้มหัวเคารพดยุค...



 

ริมฝีปากของมิคาเอลเม้มแน่น แต่ก็ไม่มีคำพูดไหนเอ่ยออกมาอยู่ดี


 

ขออภัยที่ทำให้ต้องเสียเวลา...ผมขอตัวไปพักก่อนนะครับ...ดยุคอาโดนิส” เด็กชายเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาไม่รอให้มิคาเอลได้เป็นฝ่ายพูดใดๆออกมาทั้งสิ้นเลือกที่จะหมุนตัวออกจากห้องแห่งนี้ไป พร้อมกับเสียงกระซิบที่แสนแผ่วเบา...



 

ขออภัยที่รบกวรเวลางานนะครับ...”



 

เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงันและดยุคอาโดนิสที่ยังคงนิ่งไม่ไหวตัว เขาไม่มีทีท่าจะสนใจกองงานที่สูงจนท่วมหัวเลยแม้แต่น้อยหัวสมองกำลังคิดถึงน้องชายที่เพิ่งเข้ามาและออกไป ก่อนจะคลี่ยิ้มเหยียดหยามตัวเอง...



 

โคตรทุเรศเลยมิคาเอล...



 

น้องชายที่มาร้องไห้ต่อหน้าอ้อนวอนเพียงคำสั้นไม่กี่ประโยค ทว่าเขากลับไม่มีความกล้ามากพอที่จะเอ่ยมันออกไป เพียงแค่คำว่ารักที่สัญญาว่าจะเอ่ยให้น้องชายฟัง ทั้งเมื่อก่อนที่ตอนที่น้องชายใกล้ตาย ทั้งๆที่เป็นแบบนั้นแล้ว...



 

เขาก็ไม่สามารถเอ่ยมันออกมาได้เลยแม้แต่น้อย



 

ตัวตนที่แสนยิ่งใหญ่อย่างนั้นหรอ?



 

ขี้ขลาด...จริงๆเลยนะครับ” เสียงทุ้มที่แสนคุ้มหูของใครบางคนดังขึ้นเรียกนัยน์ตาสองสีให้หันไปมองที่เก้าอี้รับแขกตรงมุมห้อง ที่ตอนนี้มีคนกำลังนั่งพาดขาบนโต๊ะเหยียดยิ้มมาให้เขาอยู่ ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดมือสังหารสีดำเจ้าของเรือนผมสีเงินยวงที่กำลังใช้ดวงตาสีทองคู่งามมองมาทางเขาอย่างเย็นเหยียบ



 

ลูซินโคลว์ ลา คัสดูตา











 

 

ใบหน้าของมิคาเอลนั้นนิ่งเฉยทว่าในมือของเขานั้นปรากฏหอกขึ้นมา การพบกันของดยุคอาโดนิสและมือสังหารจันทราโลหิตมักจะจบลงที่การปะทะกันอยู่เสมอ เขาไม่รู้ว่าลูซินโคลว์เข้ามาได้ยังไง ตอนไหนกันแน่แต่ก็ไม่จำเป็นต้องคิดให้เสียเวลา หรือเพิ่มระบบป้องกันด้วย



 

ถ้าถามว่าใครรู้เรื่องระดับพลังความสามารถของลูซินโคลว์มากที่สุด ก็คงเป็นพวกเขาทั้งหมด



 

เอลซิค มิคาเอล รอสเซ่และโฟร์เต้



 

ไม่ต้องห่วงวันนี้ผมไม่ได้มาเพื่อปะทะกับคุณหรอกนะครับ” ราชาแห่งโลกมืดกล่าวออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะโคลงหัวเล็กน้อย “ถือเป็นโปรโมชั่นพิเศษ เห็นแก่ความน่าสมเพชของคุณก็แล้วกันครับมิคาเอล”



 

มีธุระอะไร” ชายหนุ่มผมทองเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบโดยที่ไม่เก็บหอกเลยแม้แต่น้อย ซึ่งราชาแห่งโลกมืดก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงไหวไหล่ก่อนจะเอ่ยตอบ



 

วันนี้ว่าง ดูละครเมื่อกี้เลยอยากมาคุยกันภาษาพี่น้อง”



 

'ละคร' ที่ว่าคงไม่พ้นเรื่องของเขากับบรีเอล



 

มิคาเอลเค้นเสียง “ราชาแห่งโลกมืดมันว่างขนาดนั้นเลยหรือไง”



 

ก้าวก่ายงานนะครับ แต่ก็ว่างมากกว่าคุณเยอะ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาก่อนจะพิงเบาะแล้วกล่าวเชือดนิ่มๆ “คุณน่ะทั้งชาติก็ไม่มีทางที่จะอยู่จุดสูงสุดของอาซิโดเลียได้หรอกครับ ไม่มีทาง...ต่อให้คุณทำงานหลังขดหลังแข็งมากแค่ไหนกันความดีความชอบส่วนใหญ่ก็ตกอยู่แค่ภาพรวมเท่านั้นแหละ ถ้าคุณอยากเป็นใหญ่จริงๆคงมีวิธีเดียว ไม่เกิดในราชวงศ์ก็ก่อกบฏ”



 

ไร้สาระ”



 

คุณมีความสามารถ แค่จับหลักไม่ถูกและมุ่งกับเป้าหมายอย่างพุ่งชนมากไปหน่อย...” ลูซินโคลว์เอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆ “ถ้าให้เปรียบเหมือนอาซิโดเลียเป็นร้าน คุณก็แค่พนักงาน ไม่มีทางเป็นเจ้าของร้าน จนกว่าคุณจะเปิดร้านใหม่ หรือแย่งตำแหน่งเจ้าของนั้นมา”



 

หึ...” มิคาเอลตวัดนัยน์ตาเย็นเหยียบมามองชายหนุ่มผมเงินแล้วเอ่ย “จะบอกว่าวิธีการสร้างอำนาจแบบที่นายทำมันถูกต้องอย่างนั้นสิ”



 

กำลังอิจฉาหรือไงพี่ชาย...” ลูซินโคลว์ยิ้มเหยียดออกมาก่อนจะกล่าวเนิบๆ พร้อมกับเรียกอีกฝ่ายด้วยสรรพนามเดิมที่ตนเคยเรียก “ไม่ว่าเมื่อไหร่นายก็คือผู้ชายที่ขี้ขลาดที่สุดเสมอเลยนะมิคาเอล อิลกราซเซโต อาโดนิส ทั้งเรื่องเอลซิค ควีเนเลียและเรื่องของ...บรีเอล”



 

นัยน์ตาสองสีนั้นมองมือสังหารหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่และกดเสียงถาม “นายเคยพบบรีเอล...ใช่ไหมลูซิน”


 

ใช่” ชายหนุ่มตอบออกมาอย่างเรียบเฉยไม่ปฏิเสธ “ฉันพบเขาด้วยการจัดฉากที่ป่านั่นแหละ ฉันคิดว่านายน่าจะสะกิดใจแล้วนะมิคาเอล”



 

นายพูดอะไรกับเขาบ้างลูซิน”



 

คิ้วของคนถูกถามนั้น 'แสร้ง' เลิกขึ้นเล็กน้อยคล้ายแปลกใจ “อืม ก็บอกว่า...ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อลูซินโคลว์ ลา คัสดูตา โคตรอยากพบนายมาตลอดเลย” เขาเอ่ยกวนประสาทอีกฝ่ายก่อนจะหยิบมีดขึ้นมาหมุนเล่นเล็กน้อยไม่หันไปมองใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยแถบดำกว่าครึ่งของคู่สนทนา “อ๋อ แล้วก็บอกด้วยว่า ยินดีที่ได้พบนะ...น้องชายที่น่ารักของฉัน”



 

เปรี้ยง!!!



 

เฮ้ๆ วันนี้ฉันมาอย่างสันติภาพนะ อย่าเขวี้ยงหอกมาสิ” ลูซินโคลว์ร้องออกมาอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก หัวคิ้วขมวดเล็กน้อยมองหอกที่ถูกเขวี้ยงออกมาจากดยุคอาโดนิสที่ตอนนี้ใบหน้าเรียบเฉย “อีกอย่างนายเอาหอกของพ่อฉันมาเขวี้ยงใส่ฉันเนี่ยนะ? อยากโดนเคียวของพ่อนายพาดบ่าดูบ้างหรือเปล่าพี่ชาย”



 

หุบปากแล้วออกไปดีกว่าลูซินโคลว์...” มิคาเอลเอ่ยออกมาพยายามสะกดอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองอย่างเต็มที่ อย่างน้อยเขาก็ต้องไม่เต้นไปตามเกมส์ของมือสังหารที่กำลังทำตัวกวนประสาทอยู่ตอนนี้ “นายไม่ใช่ 'อาโดนิส' มาตั้งแต่เมื่อสิบสามปีก่อนแล้ว”



 

หึ นั่นสินะ ฉันไม่ใช่อาโดนิสจริงๆนั่นแหละ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาก่อนจะโคลงหัวเล็กน้อย “อาโดนิสคือตระกูลของสิบสามดยุคของอาซิโดเลียมีอยู่เพื่ออาซิโดเลีย แต่ฉันในตอนนี้จะอาโดนิส อาซิโดเลียหรืออะไรก็ช่าง ฉันไม่สนใจเลยสักนิด...ขอแค่อย่าทำอะไรทำให้ฉันรู้สึกขวางหูตาก็พอ ฉันในตอนนี้ทำให้อาซิโดเลียล่มสลายไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายไม่ได้ อืม อย่างเช่น สังหารกษัตริย์หรือดยุคสักคนสองคนนี้ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงในอำนาจมืดของฉันเลยนะ...”



 

...”



 

หึ มิคาเอล ฉันขอถามนายจริงๆเถอะ” นัยน์ตาสีทองนั้นมองมาทางลูกพี่ลูกน้องของตัวเองนิ่งแล้วเอ่ยออกมา “คำว่ารักมันยากนักหรือไงกัน?”



 

...นายต้องการอะไรลูซินโคลว์”



 

ก็แค่คำพูดของศัตรูที่สมเพชศัตรูของตัวเอง...” ลูซินโคลว์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ “สำหรับนายแล้วคำว่ารักมันเอ่ยยากมากนักหรือไง นายกล้าที่จะบอกว่ารักน้องกับใครทุกคนแต่นายกลับไม่กล้าที่จะเอ่ยกับเจ้าตัวเองหรือไง...”



 

ขาที่พาดโต๊ะนั้นถูกยกลงมาก่อนที่นัยน์ตาสีทองจะเป็นประกายจริงจัง “บางอย่างแค่การกระทำไม่พอหรอกนะมิคาเอล หรือนายคิดว่ายังไงเสียก็อยู่ด้วยกันตลอดอยู่แล้ว จะบอกรักตอนไหนก็ได้...หึ ถ้าเกิดว่าฉันบอกว่าฉันจะเอาน้องชายตัวเองไปนายจะทำยังไง”



 

ฉันจะฆ่านาย...”



 

ทุเรศมากครับ ลักพาตัวน้องชายชาวบ้านเขามาเลี้ยงแล้วพอจะเอาคืนดันกระแดะไม่ให้อีกนะครับ น้องสาวคุณก็มี หลงแค่น้องสาวคุณคนเดียวสิอย่ามาลามปามที่น้องชายของผม ไอ้พี่หลงผิดน้อง!”



 

...”



 

คุณก็ดีแต่พูดขู่ชาวบ้าน ทำท่าเหมือนรักน้องเสียเต็มประดา แต่ของแบบนี้ไม่บอกกับเจ้าตัวใครมันจะตรัสรู้ครับ ไม่ใช่พระพุทธ (ปิ๊บ) นะครับ จะได้รู้ทุกความเป็นไปทุกอย่างของโลก” มือสังหารหนุ่มเอ่ยออกมาก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณมันก็แค่คนขี้ขลาด ทั้งขี้ขลาดแล้วก็เห็นแก่ตัวที่สุด รู้ตัวไหมครับ...”



 

ฉันไม่...”



 

ทั้งเรื่องเอลซิคและควีเนเลีย พวกเขาไปจากอาซิโดเลียเพราะคุณ...”



 

...”



 

แล้วก็เรื่องบรีเอล เขาแค่ต้องการคำพูดสั้นๆจากคุณเท่านั้น แค่คำว่า 'รัก' รู้ไหมบรีเอลในสายตาของผมเป็นยังไง...” ลูซินโคลว์เหยียดยิ้มออกมา “เด็กชายเย็นชาท่าทางอวดดูที่เงียบนิ่งคนหนึ่ง ถึงแม้จะไม่มีเวทมนตร์ ไม่มีพละกำลังหรืออะไรเลย แต่เพราะไม่มีอะไรเลยเด็กคนนั้นถึงกอดศักดิ์ศรีเอาไว้แน่น ไม่ใช่ศักดิ์ศรีของตนแต่เป็นศักดิ์ศรีของอาโดนิส ศักดิ์ศรีที่คุณสร้างขึ้นมาให้เขาได้แบกรับ”



 

...”



 

หรือคุณจะบอกคุณเคยเห็นน้องชายคนนี้ร้องไห้งอแงหรือก้มหัวให้กับใครกัน? หรือคุณจะบอกว่าเคยเห็นน้องชายคนนี้พูดจาขอร้องใครกัน? รู้ไหมครับว่าเด็กคนนั้นทิ้งทุกอย่างเพื่อบอกกับคุณ แค่คำสั้นๆ เด็กคนนั้นแค่ต้องการจุดยืน แค่เด็กที่ไม่มั่นใจว่าต่อจากนี้จะทำยังไงกันแน่...”



 

แล้วทุกอย่างมันไม่ใช่เพราะนายหรือไงกันลูซินโคลว์!” มิคาเอลกดเสียงราบเรียบแล้วเหยียดยิ้มให้กับอีกฝ่าย “เขาจะมีความสุข! ได้ยินไหมว่าเขาจะมีความสุขถ้าเขาไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาไม่ใช่พี่น้องของนาย! ถ้าเขาไม่รู้ความจริง...ถ้าเขายัง...”



 

นั่นมันสิทธิ์ของผม” มุมปากของราชาแห่งโลกมืดกระตุก “ผมเป็นพี่เขากระทั่งจะพูดคุยกับน้องชายก็ไม่มีสิทธิ์เลยหรือไง อีกอย่างไม่ช้าก็เร็วอย่างไรเสียเขาก็ต้องรู้อยู่ดี คุณคิดจะทำอะไรกันแน่มิคาเอล คุณคิดจะปิดบังเขาไปเรื่อยๆอย่างนั้นหรือไง มองโลกง่ายไปไหมครับ ถ้าโตขึ้นไปไม่ช้าไม่เร็วต่อให้โง่แค่ไหนบรีเอลจะสังเกตุเห็นว่าตัวเองไม่เหมือนกับราฟาแอล จริงอยู่ที่แม่ของพวกเราเป็นฝาแฝดกัน แต่คุณก็รู้นี่...”



 

...”



 

ว่าคนที่บรีเอลหน้าตาเหมือนไม่ใช่ท่านแม่ แต่เป็นท่านพ่อของผม” มือสังหารหนุ่มกล่าว “ตอนเด็กหน้ามันก็เค้าคล้ายกันแต่พอยิ่งโตไปหน้าตาจะเริ่มต่างขึ้นเรื่อย คุณคิดจะทำยังไงปิดบังเรื่อยๆให้มารู้เอาตอนหลังหรือไงกัน?”



 

...”



 

คุณคิดจะฆ่าน้องชายผมทั้งเป็นหรือไง?”



 

...ฉัน...”



 

รู้ไหม สำหรับผมคุณไม่ใช่แค่คนที่ขี้ขลาด แต่คุณเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุด” ริมฝีปากของลูซินโคลว์นั้นเหยียดยิ้มขณะที่นัยน์ตานั้นเลือกที่จะหม่อมมองไปที่หน้าต่าง แสงแดดยามเย็นที่ส่องเข้ามาในห้องแห่งนี้ “ที่คุณไม่กล้าเอ่ยว่ารักเขาเพราะคุณกลัวใช่ไหม...”



 

...”



 

ว่าสักวันคุณจะเสียเขาไปให้ผม เพราะเขาคือน้องชายของผม”



 

...”



 

คุณไม่กล้าเอ่ยคำว่ารัก และไม่กล้าที่จะรักใครเพราะกลัวสูญเสีย...กลัวว่าสักวันหนึ่งเด็กคนนั้นจะไปจากคุณ ถ้าเป็นอย่างนั้นสู้ไม่รักจะดีกว่า หรือเปล่าพี่ชาย...” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาผ่านลำคอของตัวเองไปเรื่อยๆ “ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียงนั่นแหละ มีตัวอย่างให้ดูก่อนหน้านี้แล้วนี่นะ...”



 

มิคาเอลนิ่ง เงียบ ทว่าก็ไม่ปฏิเสธต่อคำพูดของลูกพี่ลูกน้องคนนี้



 

บางทีลูซินโคลว์อาจจะพูดถูก ที่เขาไม่กล้าพูดว่ารักกับน้องชายคนนี้อาจจะเพราะกลัวที่จะสูญเสีย ไม่สิบางทีจะพูดว่ารักอาจจะไม่ได้ มันน่าจะพูดว่า 'เกือบรัก' เสียมากกว่าละมั้ง...



 

กับราฟาแอลผู้เป็นน้องสาวแล้วนั้น...มิคาเอลคิดย้อนดูเขากล้าที่จะบอกรักราฟาแอลมากกว่าบรีเอล เขากล้าที่จะลดเกราะของตัวเองลงเพื่อคุยกับน้องสาวที่สดใสผู้นี้ แต่กับบรีเอลแล้ว...



 

ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ชอบพูดจาห่างเหินและแดกดันอีกฝ่าย พร้อมกับปลอบใจตัวเองว่าเขาแค่ไม่กล้าพูดออกมาเท่านั้น...



 

บางทีเขาอาจจะตื่นเต้นที่จะคุยกับน้องชายคนนี้



 

แต่นั่นก็เพียงข้ออ้างของคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง



 

เขากลัวว่าถ้าลดกำแพงในหัวใจตนเองลงเขาอาจจะรักน้องชายคนนี้ เด็กที่ไม่ใช่ครอบครัวคนนี้ แล้วถ้าหากว่าเขารักเด็กคนนี้แล้วเด็กคนนี้เลือกที่จะกลับไปหาลูซินโคลส์ขึ้นมาเล่า เขามีอะไรพอที่จะรั้งน้องชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องคนนี้ได้อย่างนั้นหรอ?



 

คำตอบคือไม่มี ไม่มีเลยแม้แต่อย่างเดียว



 

บางที...ฉันอาจจะเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างที่นายพูดก็ได้ลูซิน”



 

รู้ตัวก็ดี เอาล่ะ...”




 

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มือสังหารจันทราโลหิตมายืนอยู่เบื้องหน้าเขาทำให้ดยุคอาโดนิสเบิกตากว้างอย่างแปลกใจทว่ายังไม่ทันได้ชักหอกเลยแม้แต่น้อย ราชาแห่งโลกมืดก็ชิงโจมตีเสียก่อน



 

ผัวะ!



 

ตีนหนักๆ ย้ำ! ตีน! ถีบเข้ามาที่กลางอกของเขาอย่างรุนแรงโดยไม่พูดรำทำเพลงเลยแม้แต่น้อย พร้อมกันนั้นไอ้คนทำเหมือนไม่สาแก่ใจหยิบกองเอกสารข้างตัวขึ้นมายกขึ้นสูงและ...



 

ปั๊ก!



 

โยนใส่ร่างกรูเต็มแรง ไอ้หอกหัก เมิงอยากทดสอบหรอว่าหนาขนาดนี้ฆ่าคนได้หรือเปล่า โอเค! ไอ้สรัดเมิงเกือบสำเร็จแล้วแต่ต้องเพิ่มความหนากว่านี้เล็กน้อย นี่แค่ระดับระบมเฉยๆไม่ถึงตาย (กรูยังอุตส่าห์วิเคราะห์ให้แมร่งอีกนะ)




 

มิคาเอลทำท่าจะด่าแมร่งกลับ หอก! อย่านึกว่าตอนนี้กรูมาดนิ่งแล้วจะด่าคนไม่เป็นนะเว้ย! ระดับกรูนี่แม่ค้ายังอาย ทว่ายังไม่ทันได้เปิดปากด่าไอ้หอกหักตรงหน้าไอ้คนประทุร้ายร่างกานก็ตระโกนขึ้นมาว่า



 

...ไอ้สรัด! จำเอาไว้น้องกรูไม่ใช่ควีเนเลียเว้ย!!” ลูซินโคลว์ประกาศออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะรีบเดินเข้าไปเพื่อกระทืบแม่มต่อ “ไม่กล้าบอกรักบรีเอลเพราะกลัวว่าถ้ารักจริงๆแล้ววันไหนที่บรีเอลเลือกจะไป...จะเสียใจ โหย ซีรี่ย์เกาหลีได้อีก! แกคิดบ้าอะไรวะ ห๊ะไอ้พี่ชายหน้าโง่! ไอ้มิคาเอล!”



 

...แกก็พูดได้นี่หว่า! ก็แกมันพี่มัน! สุดท้ายถ้าบรีเอลรู้ก็ต้องกลับไปหาแก!” มิคาเอลคำรามออกมาอย่างกราดเกรี้ยวก่อนที่จะยกเท้าถีบไอ้หน้าหล่อตรงหน้านี่เต็มแรงก่อนจะชกมันกลับทว่าลูซินโคลว์หลบได้แล้วสวนทันที



 

เออ ก็มันน้องชายฉันนี่หว่า! แกนั่นแหละลักพาตัวน้องชาวบ้านมาเลี้ยง! ไอ้ชั่ว!!” (ลูซินโคลว์)



 

ก็แกในตอนนั้นเหลืออะไรบ้างไอ้สรัด! ถ้าฉันให้น้องไปแกไม่เอาไปขายทิ้งฉันยังไหว้เลย!” (มิคาเอล)



 

สรัด นั่นน้องกรู พี่บ้านไหนจะขายน้องตัวเองวะ!” (ลูซินโคลว์)



 

เมิงในตอนนั้นกลัวผู้หญิงอย่างกับอะไรดี ทำงานที่ไหนก็มีแต่คน (ผู้ชาย) รังเกียจเพราะหน้าตาหล่อ ไอ้หอก!” (มิคาเอล)



 

ถุย! กรูกลัวผู้หญิงเพราะใครถ้าไม่ใช่เพราะเมิง ไอ้พี่ชายจังไร!!” (ลูซินโคลว์)



 

ก็เมิงเสือกหล่อกว่ากรูที่เป็นพี่! ไอ้สรัด! ไอ้น้องเวร!!” (มิคาเอล)



 

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตอนนี้กลายเป็นการตะลุมบอลของสองอาโดนิส ตอนนี้ถ้าคนข้างนอกเข้ามาเห็นคงไม่เชื่อว่า...



 

ไอ้กร๊วก! เมิงอย่าอยู่เลย! วันนี้ถ้ากรูไม่เอาเลือดออกจากหัวเมิงอย่ามาเรียกกรูว่ามิคาเอล เฟอร์ลิสเซ่!”




 

นี่คือ...ดยุคมิคาเอล




 

เข้ามาเลยไอ้กาก! ไอ้คนอกหักรักคุด! ขนาดผู้หญิงที่ตัวเองชอบอย่างควีเนเลียยังไม่กล้าสารภาพรัก! ถรุย! ถ้าวันนี้กรูไม่ได้เขวี้ยงโซฟาฟาดหัวเมิงอย่ามาเรียกกรูว่าลูซินโคลว์!!”




 

นี่คือ...ราชาโลกมืด




 

เอาล่ะเพื่อความเร้าใจทางอารมณ์เรามาขอบรรยายถึงอาวุธที่หนุ่มๆใช้กันดีกว่าเริ่มจากฝั่งทอง (?) มิคาเอลนั้นเอาอาวุธใกล้ตัวอย่างเก้าอี้ทำงานขึ้นมาเขวี้ยงใส่ลูกพี่ลูกน้องตัวเอง ใจจริงพี่แกคงอยากเอาโต๊ะทำงานแต่บังเอิญแมร่งหนักสรัดเกรงว่ายังไม่ทันเขวี้ยงแค่ยกกรูคงโดนแมร่งทับอย่างรวดเร็ว



 

ส่วนทางฝั่งเงิน (?) ลูซินโคลว์นั้นไม่ยอมแพ้ เมิงมีเก้าอี้กรูก็มีเก้าอี้ (แน่นอนว่าเก้าอี้ห้องเมิง) เขวี้ยงกลับไปโต้ชนิดไม่ต้องกังวล เก้าอี้เมิง เงินเมิง กรูไม่เกี่ยว!



 

หลังจากสลับกันเขวี้ยงเก้าอ้แล้วก็พาลเป็นโยนอย่างอื่นใส่กัน ตัวปั๊ม เอกสาร กระทั่งปากกาขนนกหรืออะไรโยนใส่กันหมดจนน่าสงสัยว่าพวกเมิงเอาดาบมาปะทะกันง่ายกว่าไหม โยนของใส่กันเหมือนนางร้ายหนึ่งปะทะนางร้ายสองในละครตบตีแย่งพระเอกกันเสียไม่มี ประเด็นคือพวกเมิงเป็นผู้ชายมันต้องแลกกำปั้น! ประเด็นสองคือพวกเมิงมีอาวุธทำไมไม่ใช้! ประเด็นสามคือเมิงจะโยนใส่กันเพื่อ โลกร้อนเว้ย!



 

ไอ้น้องเวร! กรูโคตรเกลียด เกลียดเมิงเว้ย เกลียดเมิงที่สุดไอ้หอกหัก! ทำไมบรีเอลต้องเป็นน้องชายเมิงด้วยวะ ไอ้...สรัด!” (มิคาเอล)



 

ไอ้พี่จังไร! โชคชะตากำหนดมาให้กรูกับบรีเอลเป็นพี่น้องกัน เมิงน่ะมือที่สามเว้ย! เพราะงั้นกรูจะเอาน้องชายกรูคืน” (ลูซินโคลว์)



 

ก็กรูไม่ให้เมิงจะทำไม! ไอ้สรัด ถ้าเมิงเอาไปแล้วบรีเอลต้องเสียเด็กแน่!” (มิคาเอล)



 

เมิงนั่นแหละที่จะเลี้ยงน้องกรูให้เสียเด็ก ดูดิ๊อย่างน้องสาวเมิง เมิงกล้าสบอกไหมว่าปกติ!” (ลูซินโคลว์)



 

สรัด ถึงจะแปลกแต่ก็น่ารักเว้ย! (อ้าว...ไม่ปฏิเสธ)” (มิคาเอล)



 

หื่ม โรคจิต ชอบข่มขืนผู้ชาย!” (ลูซินโคลว์)



 

เออ แล้วทำไมอย่างน้อยน้องก็ไม่ข่มขืนกรู!” (มิคาเอล)



 

เมิงเลี้ยงน้องสาวให้เป็นภัยกับผู้ชายทั่วโลกหรือไง ไอ้หอกหัก อีกอย่างนะถ้าบรีเอลจะไปกรูแล้วทำไม ห๊ะ!” (ลูซินโคลว์)



 

ไอ้กร๊วกถ้าบรีเอลไปกับเมิงแล้วกรูจะเยี่ยมยังไง หนังหน้าเมิงอย่างกับจะบอกว่า จุ๊บๆ บ้านนี้ห้ามมิคาเอลเข้าเลยสรัด!” (มิคาเอล)



 

เออ รู้ตัวก็ดี กรูเกลียดขี้หน้าเมิง!” สิ้นเสียงประกาศราชาแห่งโลกมืดก็จัดการเขวี้ยงรองเท้าใส่ดยุคตรงหน้าตัวเอง (เพราะของข้างตัวหมดแล้ว)




 

โหย กรูรักเมิงสรัดอ่ะ!” แน่นอนเมื่ออีกฝ่ายชักรองเท้างานนี้มีหรือกรูข้าจะยอม (อันที่จริงของฝั่งกรูเริ่มหมดเหมือนกัน) มิคาเอลถอดรองเท้าเขวี้ยงใส่อีกฝ่ายบ้างอย่างไม่ยอมแพ้





 

ถรุย! ไอ้หอกกรูไม่สนแหละเมิงไปบอกรักน้องกรูเลย ถ้าเมิงไม่บอกรักน้องชายกรู...กรูจะฉุดกลับบ้าน!” แมร่งเขวี้ยงถุงเท้า...



 

หอก! ข้ามศพกรูไปก่อนเหอะ!” แมร่งเขวี้ยงเสื้อคลุม...



 

นั่นน้องกรู อย่ามามั่วไอ้ซุงแหล!” แมร่งเขวี้ยงเสื้อตัวใน...



 

ไอ้...” มิคาเอลเริ่มจับกางเกงขณะที่ลูซินโคลว์เริ่มหน้าเครียดตอนนี้อาวุธเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่คือกางเกง



 

ยืนยันคำเดิม...ทำไมพวกเมิงไม่ประดาบกัน

...ไอ้พวกนี้นี่...



 

หึ...ในเมื่อเหลือสิ่ง (ที่ใช้ปาได้) อย่างสุดท้ายแล้ว...” มิคาเอลเอ่ยเสียงเครียดขณะที่ลูซินโคลว์เองก็เหยียดยิ้มเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่เครียดไม่แพ้กัน ตอนนี้แต่ละคนต่างหมดเนื้อหมดตัวเหลือแค่กางเกงเท่านั้นเพราะงั้น...



 

มาแข่งกันว่าของใครมีดีกว่ากันสินะครับ! หึ” ราชาโลกมืดเสยผมเล็กน้อยก่อนจะกล่าวเสริม “ผมน่ะไม่มีดีที่หน้าตาหรอกนะครับคุณน่ะเตรียมกลับไปนอนร้องไห้พร้อมกอดความพ่ายแพ้เอาไว้ได้เลย!”



 

หน้าตาไม่ได้แปรผันกับสิ่งที่ติดตัวมาตามพันธุกรรมสรัด!!” มิคาเอลเอ่ยออกมาก่อนจะเหยียดยิ้มมือนั้นจับที่กางเกงขายาวของตนแน่น



 

ประเดี๋ยวก่อนไอ้พวกนี้!

นี่มันนิยายเด็กดีนะเออ!!

(กรูไม่เชื่อ...)



 

ใช่แล้วนี่คือศึกสุด...



 

ท่านพี่ค๊า หญิงไอ้ยินเสียงตึงตัง อั๊งๆเกิด...อ่ะ อ่ะ อร๊างงง ผู้ชายหล่อ สามี ผัววว”



 

เหมือนพระเจ้าจะกลัวว่าเรื่องนี้จะจบเร็วก่อนวัยอันควร (เพราะโดนแบน) จึงส่งชะนี เอ๊ย สาวน้อยนางงามนางหนึ่งให้เดินเฉิดฉายเข้ามาในห้อง สาวน้อยนางนี้ผงะเมื่อเห็นว่าคุณพี่ค๊าสุดหล่อโฮกฮากยืนอยู่เหลือแค่กางเกงขายาวและบ๊อกเซอร์สีน้ำเงินลายทาง ห่างกันไปนั้นคือผู้ชายหล่อบัดซบโฮกฮากซึ่งก็คือ...



 

อร๊าง สามีค๊า” ราฟาแอลใบหน้าขึ้นสียกมือกุมหน้าด้วยความเอียงอาย น้ำลายไหลเป็นทางสาวเท้าเดินไปหาเป้าหมายที่ผงะถอยหลังอย่างรวดเร็ว



 

ประเดี๋ยวก่อน! ผมมีภรรยาแล้วนะครับคุณ!!

(เชอรัลเซ่ - ทีอย่างนี้แหละค่อยมานึกถึงกรู!)



 

ชะนี หมายถึง ลูกพี่ลูกน้องสาวกำลังเดินมาด้วยความหื่นกระหาย น้ำลายของเธอนั้นไหลเป็นทาง โอ้วเธอมันแมวยั่วสวาท เออ ไม่เกี่ยว เอาเป็นว่าลูซินโคลว์ผงะถอยไปเล็กน้อยขณะที่มิคาเอลเบิกตากว้างอย่าตกใจ



 

ราล์ฟ อย่าข่มขืนนะ! พี่ไม่อยากได้มันมาเป็นน้องเขย!”



 

อ้าว ไอ้...สรัด



 

คุณพี่ค๊า หล่อแบบนี้สเปคคุณน้องค๊าเลยนะค๊า คุณน้องค๊าไม่ยอม คุณน้องค๊าไม่ย๊อมมม” ว่าแล้วเธอสะบัดบ๊อบคุณพี่ค๊าขอร้องมาแต่หล่อแบบนี้ปล่อยไปถือว่าโง่เต็มทน (?) เมื่อกล่าวกับคุณพี่เสร็จก็หันมามองทางว่าที่สามีคนใหม่ก่อนจะแปลกใจเมื่อตอนนี้ชายหนุ่มนั้นถือเคียวออกมา




 

อร๊างง หล่อแล้วยัง SM ช่างเร้าใจจจ




 

(บ้านเมิง!!)




 

ลูซินโคลว์รีบตวัดเคียวออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความเสียขวัญ กลไกเวทมนตร์เคลื่อนย้ายค่อยปรากฏที่ฝ่าเท้าก่อนที่ร่างกายของเขาจะหายไปเจ้าตัวยังเอ่ยปากบอกประโยคแบบตัวร้ายว่า...





 

ฝากไว้ก่อนเถอะ...”




 

เพียงแต่...



 

แล้วหญิงจะรอค่ะสามี...”




 

กรูไม่ได้เอ่ยกับเมิง!




 

มิคาเอลมองดูราชาแห่งโลกมืดที่จากไปส่วนน้องสาวนั้นก็กุมแก้มเล็กน้อยด้วยความขวยเขิน (?) คิ้วของมิคาเอลขมวดแน่นเมื่อความคิดบางอย่างลอยเข้ามาในหัวของเขาเอง



 

...ที่เมิงลีลาไม่ไปสักทีนี่ เมิงอ่อยน้องสาวกรูสินะ...




 

(ลูซินโคลว์ - เปล่า กรูแค่ลืมว่าตัวเองมีเวทมนตร์)



 

.

.

.

ในวันนี้แม้ท้องฟ้าจะสดใส แต่ภายในใจของผมสายฝนกลับไม่หยุดโปรยปราย

ตัวตนของคุณคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในสายตาของผม

คุณเหมือนกับแสงสว่างที่สาดส่องไปทั่วและมองทุกอย่างจากที่สูง

มองต่ำลงมากระทั่งน้องชายอย่างผมก็ตาม

หากนกที่ไร้ปีกคือสิ่งที่ไร้ค่า

ผมที่ไร้ซึ่งเวทมนตร์ก็คงเป็นสิ่งที่ไร้ค่าไม่ต่างกันนักในสายตาของคุณ

พี่ชาย...ที่แสนยิ่งใหญ่

.

.

.




 

บรีเอล ตื่นหรือยังค๊า ไปโรงเรียนกันเถอะค๊า!”




 

ยาวเช้านั้นแสนสดใส แต่ราฟาแอลนั้นสดใสและน่ารักกว่า (?) กำลังยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องน้องตัวเองอย่างเมามันส์ ไม่รู้ว่าคุณเธอเคาะเล่นหรือเคาะเพลงอะไร แต่โอดีสซีอุสที่ยืนอยู่ข้างๆนั้นอดไม่ได้ที่จะออกปากถามว่า



 

นี่คุณเคาะอะไรครับ...”



 

ต๊าย ไม่รู้หรอค๊า หญิงกำลังเล่นเพลงไททานิกอยู่ค๊า”



 

ไททานิกบ้านเมิงจังหวะมันส์ยิ่งกว่าเพลงร๊อคอีกนะ



 

โอดีสซีอุสถอนหายใจออกมาก่อนจะมองดูราฟาแอลก่อกวนห้องของบรีเอลต่อไป ปกติเวลาแบบนี้ต้องมีโครวิสมายืนด่าด้วยทว่าตอนนี้เหมือนเจ้าชายมันเพิ่งค้นพบสัจธรรมของโลกไปเข้าค่ายออกบวชหาศีลธรรม...โอดีสซีอุสหวังว่ามันจะไปหาศีลธรรมจริงๆไม่ใช่ไปทำลายล้างศาสนาไหนน่ะนะ...



 

เอิ่ม ล่าสุดจากข่าวคราวที่ได้มา มันกำลังก่อตั้งชมรมอนุรักษ์ไก่อยู่นี่




 

แต่ช่างหัวแมร่ง




 

(เพื่อนดีมากกรู)




 

ราล์ฟ?...” เสียงของคนที่อยู่หลังประตูดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงกุกกักๆ เงียบหายไปอีกครู่หนึ่งแล้วก็ดังกุกกักขึ้นมาอีกทำให้คนที่อยู่ข้างนอกต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย




 

บรีเอล มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?”




 

...เปล่า” เสียงราบเรียบนั้นเอ่ยตอบกลับมาอย่างแผ่วเบาทำให้พวกเขาสองคนต้องขมวดคิ้ว ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามคนข้างในอีกรอบชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีก็เดินมาทางนี้ด้วยท่าทางสง่างาม มิคาเอลเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพวกเขายังไม่ไปโรงเรียน




 

เกิดอะไรขึ้น?” ดยุคอาโดนิสเอ่ยปากออกมาก่อนจะหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าน้องสาวผมทองที่เงยหน้ามองเขาเล็กน้อย พร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาอย่างดงาม




 

ท่านพี่ค๊า พวกเรากำลังรอบรีเอลแต่งตัวอยู่น่ะค๊า”



 

ตื่นสาย?” มิคาเอลคาดเดา



 

คงแบบนั้นแหละครับ” โอดีสซีอุสรับคำก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อประตูไม้ที่ปิดอยู่ก่อนหน้านี้ค่อยๆเปิดออกมาอย่างช้า “อา ดูเหมือนว่าจะเสร็จพอดี พวกเราไป...”




 

คำพูดทั้งหมดที่ตั้งใจจะเอ่ยออกมานั้นกลืนหายลงไปในลำคอของเด็กชาย...



 

ขอโทษที่ช้า...”



 

เสียงใสกังวาลเปล่งออกมาผ่านริมฝีปากได้รูปของคนรูปร่างผอมแลดูบอบบาง ดวงหน้าขาวงดงามไร้ที่ติ เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนยาวทิ้งตัวราวกับม่านน้ำตก บางส่วนคลอเคลียร์ไหล่มน โอดีสซีอุสเกือบจะเผลอพลั้งปากถามแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ถ้าหากว่านัยน์ตาที่แสนคุ้นเคยคู่นั้นไม่ได้ปรายตามามองเขาเสียก่อน



 

ดวงตาสองสี...ที่มีสีเขียวและสีแดง




 

นั่นคือ...คุณใช่หรือเปล่า?




 

บรีเอล?” คนแรกที่ได้สติมาก่อนคือดยุคมิคาเอล หัวคิ้วของชายหนุ่มขมวดเล็กน้อยมองน้องชายที่ตอนนี้กลายเป็นเด็กหนุ่มหน้าตางดงามตรงหน้า ก่อนจะกดเสียงเครียดแล้วถาม “...นี่มันหมายความว่ายังไง?”



 

ยาเพิ่มอายุของเซลเรจซอง” 'เด็กหนุ่ม' ตอบออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะยกแขนของตัวเองขึ้นมามองพร้อมกับขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย ไม่สนใจเลยว่าตอนนี้ดยุคอาโดนิสจะทำหน้าสะพรึงมากแค่ไหนกัน “กินไปสามเม็ดเพิ่มอายุมาประมาณ 3 ปี จากรูปการณ์แล้วนี่น่าจะเป็นช่วงวัยอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปด...”




 

หมายความว่ายังไง...” เสียงทุ้มกดให้ต่ำลงมองน้องชายตรงหน้าที่กลายเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม



 

...ทำไมหน้ามันยังดูเด็ก แล้วก็ผอม...”




 

พี่หมายความว่า...ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส!!”




 

ราฟาแอลกับโอดีสซีอุสผงะเล็กน้อย...เป็นครั้งแรก เป็นครั้งแรกจริงๆที่พวกเขาเห็นมิคาเอลขึ้นเสียงใส่น้องชายคนนี้ ทว่าคนที่ถูกขึ้นเสียงเพียงเงยหน้ามองอย่างเรียบเฉย พอมายืนอยู่เคียงข้างกันแบบนี้บรีเอลสูงเพียงปลายหูของพี่ชายเท่านั้น นัยน์ตาสองสีสบกับนัยน์ตาของพี่ชายที่กำลังกราดเกรี้ยว ริมฝีปากบางของบรีเอลเม้มแน่น ก่อนที่เจ้าตัว...




 

จะคุกเข่าลงต่อหน้า 'ดยุคอาโดนิส'




 

สายโลหิตแห่งอาโดนิสขอกล่าววาจาสัตย์

แด่ท่านผู้สูงศักดิ์ ณ กาลปัจจุบัน

ขอมอบทุกอย่างพลีชีพเพื่อแสงสว่างอันเป็นนิรันดร์

ขอถวายสัตย์สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อท่านตลอดไป...”




 

นัยน์ตาของมิคาเอลเบิกกว้างอย่างตื่นตะหนก จวบจนกระทั่งน้องชายผู้งดงามนั้นเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้างดงามหมดจรดที่กำลังปรากฏรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนจาง นัยน์ตาสองสีที่เป็นประกายแน่วแน่...




 

...ถ้าหากว่าเมื่อไหร่ที่ผมไร้ค่า...ได้โปรดฆ่าผมทิ้งเถอะนะครับ”




 

สายสัมพันธ์ที่เคยคิดว่าจะยั่งยืนได้หักสะบันลง...



 

เขาผิดใช่หรือเปล่า เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของเขา เพียงเพราะความขี้ขลาดของเขา...



 

เขาถึงสูญเสียน้องชายคนนี้ไป...ใช่หรือเปล่า?

 








xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
พอกันทีพี่น้องรักกัน พอกันที๊////// หลังจากนี้ไปจะเข้าสู่โปรแกรมการรั่วอีกครั้งหนึ่ง เอ๊ ไม่เชื่อเพราะปิดท้ายมันดราม่า? เชื่อเถอะว่ามันรั่วได้ถ้าอยู่ในมือลูซ ฮา

Linea-Lucifer

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

3,390 ความคิดเห็น

  1. #3356 MP-MD (@mdmp) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 23:40
    เราชอบท่านพี่ตอนรั่ว เราชอบตอนท่านทะเลาะกับตัวเอง เราชอบตอนท่านทะเลาะกับลูซินด้วย 
    แต่ถึงยังงั้นเราก็ยังชอบบรีเอลที่สุด(บรีเอลจงเจริญ! เฮ้!!)
    #3356
    0
  2. #3125 Lost dragon (@pear-lostdragon) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 22:31
    อ๊ายยยย ท่านมิคกับลูซินจังทะเลาะกันได้มันมากเบย
    อ๊ายยยยยยยยยย อยากไปอยู่ในเหตุการณ์จุงเบย =.,= (เฮ้ย! คิดไรฮะ!)
    #3125
    0
  3. #3044 kumi (@janmy) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 17:05
    แรกๆนั่งขำกะเฮียมิค พอลูซินจัง(?)ดข้ามาเริ่มมีสาระซึ้งๆแต่พออ่านมาเรื่อยๆ.....แม่ม เมิงอายุเท่าไรกันแล้วฮะ!!!  ทะเลาะกันแบบ..แต่ก็น่ารักดีนั่งขำไปเลย สุดท้านไรเตอร์พากลับมานั่งดร่าม่าจนได้..T_T
    #3044
    0
  4. #2975 cookie (@cookie-sweet1522) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 25 มกราคม 2556 / 23:50
    ช่วงแรกซึ้งมากๆ ช่วงกลางยังไม่ทันหายซึ้งพารั่วไปซะแล้ว ช่วงหลังยังฮาไม่ทันจบเราก็ต้องนั่งร้องไห้แล้วอ่ะ
    ฮือๆๆๆ เราขอแต่ฮายังไม่เอาดราม่า
    #2975
    0
  5. #2907 s.tiger (@jennyblue) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 20:25
    ทำไมบรีเอลถึงทำแบบนี้ล่ะ
    #2907
    0
  6. #2790 Vauna (@rinmare) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 18:14
    บทสนทนาของลูซิน กับมิคาเอล แบบ...ชนิดหยุดขำไม่ได้เลยนะเนี่ย 5555.
    ตกลงเรื่องนี้จะดราม่า หรือตลกกันแน่เนี่ย = = (ฮ่าๆๆ)
    #2790
    0
  7. #2755 Te-amo...Tomo (@te-amo) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 25 กันยายน 2555 / 11:42
    หลงรัก... "ลูซินโคลว์" ได้โปรดทิ้งภรรยา (เชอรัลเซ่) มาหาเราเถอะที่รัก!!!!! >///<

    5555
    #2755
    0
  8. #2746 Ayame (@1579900791316) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 11:31
    อร๊ายยยยยยยยยยย รั่วกันอยู่ดีๆ
    จบได้เจ็บจิตมาก
    #2746
    0
  9. #2745 Alice [Sweet Dream] (@baivan) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 18 กันยายน 2555 / 19:49
    ดราม่าตอนแรก ขำกลิ้งตอนเจอกับลูซิน 55 แล้วน้ำตาไหลพรากตอนสุดท้าย TT^TT
    #2745
    0
  10. #2744 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 18 กันยายน 2555 / 18:28
    สรุบไม่ได้แดกทั้งคู่อะค่าาาแต่ดูไปเฮียมิคกะลูซี่ท่่าทางรักกันสุด ๆ เลยนะเนี่ย  ดูจากการทะเสาะกันแล้วช่างซาบซึ้งตรึงใจมวากกกก
    #2744
    0
  11. #2740 -.*_M@m0Ri_*.- (@ledy) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 กันยายน 2555 / 14:52
    Noooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo
    #2740
    0
  12. #2739 Witch of Hell (@witch-of-hell) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 กันยายน 2555 / 11:28
    บรีเอลลลลลลลลล( ~ TT^TT)~(โผกอด//หลบเท้ามิคาเอล)
    #2739
    0
  13. #2738 LadyFaT (@myyu) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 กันยายน 2555 / 07:22
    เปิดตอนมาซึ้ง เจ้ร้ีดอลองไห้ พอกลางน้ำตาแห้งเกือบไม่ทัน มรึงปัญญาอ่อนจริงๆเฮียมิค และท้ายสุด เมิงเลวมากกก บังอาจทำให้บรีเองน้อยร้องไห้ น้ำตาไหลอีกครั้ง เพลงก็ได้อารมณ์เหลือ TT____TT
    #2738
    0
  14. #2736 *namela* (@lolonoakill) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 21:09
    ทะเลาะกันยังกะเด็กอ่ะ 555

    ตอนท้าย ค้างมากค่า บรีเอลจะเป็นไงต่อ  
    แอบเชียร์ให้กลับไปหาเฮียลูซินโคว์ อิอิ
    #2736
    0
  15. #2735 *namela* (@lolonoakill) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 21:08
    ทะเลาะกันยังกะเด็กอ่ะ 555<br />
    <br />
    ตอนท้าย ค้างมากค่า บรีเอลจะเป็นไงต่อ  <br />
    แอบเชียร์ให้กลับไปหาเฮียลูซินโคว์ อิอิ
    #2735
    0
  16. #2734 e_noo@beamnoi (@enoobeam) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 20:27
    กำลังดราม่าอาเฮียทั้งสองพาฮาอีกแล้วอ้ะ

    สนุกดีค่าสู้ๆนะไรท์รออ่านอยู่นะคะ
    #2734
    0
  17. #2732 ทีย่า (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 19:51
    กรี๊ดดดด สนุกมากค้าาาา อัพต่อนะค้าาาา
    #2732
    0
  18. #2731 PaNaTa [พานาตา] (@tototo) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 18:40
    = = (กัดหน้าจอคอม)

    มันดราม่า แต่ว่าสะใจ กร๊ากกก

    รู้สึกมีคำหายไป แต่ประโยคไหน หนูลืมแล้ว T_T

    #2731
    0
  19. #2730 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 18:21
    เรื่องนี้ดราม่าได้ไม่นานหรอกนะเออ (?)
    #2730
    0
  20. #2729 The White Rose of Death (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 17:46
    55555+ ด่ากันมันส์มากอ่ะ คุณพี่ทั้งสอง

    ที่ว่าบรีเอลเหมือนพ่อนี่ แสดงว่าหน้าหวาน?

    ปริศนาเรื่องเอลซิคยังไม่จบใช่ไหมเนี่ย....



    ช่วงแรกมันสลัด ช่วงท้านดราม่าชิบลอสคะท่าน (==;;)



    แล้วเมื่อไรบลีเอลจะไปฝึกใช่อาวุธกับลูซินอ่ะคะ อยากรู้ๆๆ แล้วโอดีสซีอุสจะทำยังไง ในเมื่อบรีเอลสวยขึ้นขนาดนี้ กรี๊ดด ค้างงง (*0*)
    #2729
    0
  21. #2728 preaw231 (@preaw231) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 17:42
    แงหัวเรอะอยู่ดีๆไปดราม่าเฉยเลยอ่า แง
    #2728
    0
  22. #2724 TONNAM' (@tonnamro) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 16:18
    เฮียยยยยยยยยยยยย เฮียจะซึนไปปะะะะะะะะ<br />
    ดูดิเฮียย หมดกันพี่น้อง ที่นี้มันก็ไม่รักต้องห้ามแล้วสิ อร็างง#ผิด<br />
    แต่ตอนที่ดยุคกับราชาเค้าตีกันนี่ไม่ไหวค่ะฮาเกิน555
    #2724
    0
  23. #2710 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 กันยายน 2555 / 18:30
    มิคาเอลใจร้าย...บรีเอลร้องไห้เลยยย
    มิคาเอล ชั่ว โรคจิต ซึนเดเระที่สุด!!! ><
    #2710
    0
  24. #2709 Zodiac JB (@supa0000) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 กันยายน 2555 / 21:07
    สงสารบรีเอล T T
    #2709
    0