The fairy tale ※ อลวน...เทพนิยายพันธุ์พิลึก!!

ตอนที่ 42 : ※ 31 ※ ขอแค่...ได้อยู่เคียงข้างเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 เม.ย. 55


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com








 

ไม่ว่าเมื่อไหร่โลกก็ไม่เคยเปลี่ยน

ดวงอาทิตย์ยังคงฉายแสง

ดวงจันทรายังคงงดงาม








ไม่ว่าเมื่อไหร่เธอก็ไม่เคยเปลี่ยน

ต่อให้วันนี้ไม่มีฉัน

เธอก็ยังยิ้มอยู่ต่อไปได้ใช่หรือเปล่า?

.

.

.









นี่มัน...หมายความ...ว่ายังไง...”





นั่นคือคำพูดแรกที่ดังออกมาจากปากของดยุคหนุ่มขณะที่นัยน์ตาสองสีนั้นมองภาพเบื้องหน้านิ่ง จอภาพที่แสดงเส้นขึ้นลงเป็นจังหวะที่อ่อนแรงเสียจนน่าเจ็บปวด แม้ว่าหูจะได้ยินเสียงอื้ออึงของคนทั่วไปก็ตาม ทว่าก็ไม่มีเสียงใดที่ดังเท่ากับจังหวะบนหน้าจอนี้เลยแม้แต่น้อย




ติ๊ด.......ติ๊ด..........




มือที่เคยถือหอกอย่างมั่นคงนั้นกลับสั่นระริกสัมผัสที่แก้มของน้องชายอย่างแผ่วเบา มันเปื้อนเปรอะด้วยเศษดินแถมยังมีแผลเต็มไปหมดอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน และ...




เลือดที่แทบอาบตัวน้องชายของเขาเอง




นี่มัน...เกิดอะไรขึ้น...” เค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบากขณะที่ดวงตาไม่ได้ละออกไปจากน้องชายตัวเองเลยแม้แต่น้อย แต่คำถามที่ถูกส่งไปนั้นดยุคซิซิฟัสและดยุคนาร์ซีซัสต่างรับรู้เป็นอย่างดีว่ามิคาเอลต้องการถามพวกเขาทั้งสองคน





ดยุคนาร์ซีซัสเม้มปากแน่นก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นคล้ายไม่กล้ามองภาพตรงหน้า ผิดกับดยุคซิซิฟัสที่มีสีหน้านิ่งเฉยไร้ซึ่งรอยยิ้ม เขาหันไปทางหมอและพยาบาลก่อนจะกล่าวอะไรสองสามประโยคเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นออกจากห้องนี้ไป และหันกลับมาสนใจดยุคอาโดนิส




ดวงตาสีหางนกยูงหรี่ลงเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยตอบอย่างแผ่วเบา “เรื่องนี้ข้าไม่สามารถตอบเจ้าได้อยุคอาโดนิส ข้ารู้เพียงแค่ว่าน้องเจ้าได้รับบาดเจ็บที่แถวชายแดนอาซิโดเลียและถูกส่งมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้...”





...”




พูดถึงชายแดนอาซิโดเลีย เจ้าไปอยู่ที่แดนปีศาจเสียนานข้าไม่รู้ว่าเจ้ารู้เรื่องนี้หรือเปล่า...” ดยุคซิซิฟัสนิ่งไปครู่และกล่าวต่อ “บริเวณแถวชายแดนของอาซิโดเลียถูกเจ้าพวกโลกมืดมันก่อกวนจนเสียหายอย่างหนัก ตั้งแต่เรื่องการเกษตร ปศุสัตว์ ยังไม่รวมเรื่องเหมืองที่เสียหายระดับหนึ่ง แถมจากที่คำนวณค่าความเสียหายคร่าวๆแล้ว ท่าทางจะยาว...”





...”




เพราะงั้นกษัตริย์แห่งอาซิโดเลียของเราเลยเรียกประชุมสิบสามดยุคแห่งอาซิโดเลีย...”





...”




ตอนนี้”





แกจะบอกให้ฉันไปเข้าร่วมประชุมทั้งที่น้องของฉันกำลังจะตายแบบนี้หรอวะ!!”





ชายหนุ่มกระชากเสียงก่อนจะหันไปกระชากคอของดยุควัยกลางคนอย่างรวดเร็ว ขณะที่คนโดนกระชากนั้นกลับมีสีหน้านิ่งเฉยไม่มีท่าทีเกรงกลัวคนที่อายุน้อยกว่าตนเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีหางนกยูงนั้นหรี่ลงเล็กน้อยมองท่าทางแข็งกร้าวของคนตรงหน้าที่พาลให้นึกถึงสมัยก่อน




สมัยที่ยังเป็นมิคาเอล เฟอร์ลิสเซ่...





จะให้ฉันไปประชุมทั้งๆที่น้องฉันกำลังจะตาย! บ้าชะมัด!! ไอ้เวรเอ๊ย!!” ชายหนุ่มสบถออกมาก่อนที่มือนั้นจะเกร็งแน่นแล้วกล่าวต่อ “แกก็พูดได้สิ ในเมื่อคนที่กำลังจะตายไม่ใช่ลูกแก! แต่มันคือน้องชายของฉันได้ยินไหม!! น้องชายของฉัน! เขาคือน้องชายของฉัน!! ใช่! เขาคือน้องชายของฉัน...”




...”




น้องชายของฉัน....ที่ฉันโคตรรักเลย...”





มันคือคำบอกรักน้องที่ดังที่สุดเท่าที่มิคาเอลเคยเอ่ยออกมา...



แต่มันคือคำบอกรักที่เขาไม่เคยเอ่ยกับน้องชายของเขาเลย





นัยน์ตาสีหางนกยูงนั้นมองชายหนุ่มเบื้องหน้านิ่ง เงาไหววูบในดวงตา เด็กนี่ยังไม่รู้...ไม่รู้ถึงการทดลองนั่น ไม่รู้ว่า 'พวกเรา' เกิดมาได้ยังไงกันแน่ สายสัมพันธ์ที่พูดอยู่นี่ก็ของจอมปลอมทั้งสิ้น




'รัก' อย่างนั้นหรอ?





เจ้าสิ่งที่พาลแต่จะทำให้อ่อนแอลง ดึงอาซิโดเลียให้ตกต่ำพันธุ์นั้นเขาไม่รู้จักมันหรอก ไม่คิดจะรู้จักมันด้วย นัยน์ตาหางนกยูงมองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มแผ่วเบาจะค่อยๆเล็ดรอดผ่านริมฝีปากของเขาเอง




...แล้วไงล่ะ...” เขาเอ่ยออกมา “ต่อให้คนที่นอนอยู่ตรงนั้นคือลูกชายของข้าเองก็ตาม ข้าก็จะไม่สนใจใยดีเหมือนกัน...”





เพราะต่อให้เด็กนั่นตายไป...ก็สร้างขึ้นมาใหม่ได้อยู่ดี




เพราะงั้นไม่สำคัญเลย...ไม่สำคัญเลยจริงๆ





นัยน์ตาสีหางนกยูงมองดยุคน่าสมเพชตรงหน้า “...ฟังเอาไว้มิคาเอล พวกเราคือ 'ดยุคแห่งอาซิโดเลีย' เลิกเสียเวลากับน้องชายของเจ้าแล้วไปเข้าประชุมซะ”




...”





แถมอยู่ไปเจ้าจะทำอะไรได้นอกจากนั่งเฝ้าและนั่งมองน้องของเจ้าเอง” นัยน์ตานั้นปรายไปมองเด็กชายที่นอนอยู่และกล่าวต่อ “ได้เวลาไปประชุมแล้ว กษัตริย์และดยุคคนอื่นคงรอกันนาน...”




...”





แล้วถ้าแค้นนัก...” ริมฝีปากของดยุคแสนสุภาพนั้นปรากฏเป็นรอยยิ้มแล้วกล่าวต่อ “ก็ทำให้ตัวเองมีอำนาจในอาซิโดเลียมากกว่านี้เสียสิ...ดยุคอาโดนิส”




นัยน์ตาสองสีนั้นฉายแววโรจน์ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนมาเป็นเย็นเหยียบ ท่าทางที่เคยอ่อนแอเมื่อครู่หายไปจนหมดกลับกลายมาเป็น 'มิคาเอล อิลกราซเซโต อาโดนิส'





ใช่แล้ว ตอนนี้เขาไม่ใช่ 'มิคาเอล เฟอร์ลิสเซ่' อีกต่อไป ไม่ใช่เด็กหนุ่มอารมณ์ร้าย แต่เป็นอยุคอาโดนิสที่ขยันสร้างอำนาจให้กับตัวเอง...ดยุคอาโดนิสแห่งอาซิโดเลีย




ไม่ใช่...ดยุคอาโดนิสของน้องชาย





มือที่หมายจะลูบหัวน้องชายเป็นครั้งสุดท้ายนั้นหยุดชะงักอยู่ครึ่งทางและไม่เข้าไปใกล้อีก เพียงแต่ค่อยชักมันกลับมาแนบลำตัวของเขาเอง ใบหน้านั้นนิ่งเรียบก่อนที่จะก้าวเท้าเดินออกไปจากห้องแห่งนี้อย่างช้าๆ แต่ละก้าวช่างมั่นคง




แต่กลับหนักอึ้ง





ทุกๆทางที่ก้าวไปนั้นยามเมื่อผ่านชาวบ้านหรือขุนนางที่ศักดิ์ต่ำกว่า ทุกคนต่างก้มหัวให้




น่าสมเพช...




เหยียดยิ้มออกมาก่อนที่มิคาเอลจะหยิบเอาหน้ากากขึ้นมาสวม ปกปิดดวงตาสีแดงที่แสนน่ารังเกียจของตัวเอง มือนั้นกำแน่นและพยายามย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่า...



อย่าหันกลับไปมองด้านหลัง




และจงก้าวต่อไป




เพราะว่าตอนนี้...เจ้าคือ



ดยุคอาโดนิส



ที่ไม่มีทางเลือก...





คอยก่อนนะบรีเอล ถ้าหากว่าเขามีอำนาจมากกว่านี้ อย่างน้อยก็มากเกินกว่าที่ใครจะสามารถสั่งได้ อำนาจที่แม้แต่กษัตริย์ก็ยังสั่งเขาไม่ได้ ถึงตอนนั้นเวลาทั้งหมดของเขาจะเป็นของน้อง เขาจะเป็น 'ท่านพี่มิคาเอล' ของน้องทั้งสอง...




ขอเพียงมีอำนาจมากกว่านี้




...ปีศาจกระหายอำนาจตื่นขึ้นมาแล้วสินะ...”





ดยุคซิซิฟัสพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบาขณะที่เดินตามหลังดยุคอาโดนิส ข้างๆเขานั้นคือดยุคนาร์ซีซัสที่กำลังถือบางสิ่งบางอย่างอยู่คล้ายกับมือถือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ถ้ามองลึกลงไปในนัยน์ตานั้นกลับไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่าง




ริมฝีปากของดยุคซิซิฟัสค่อยๆคลี่ออกมาเป็นรอยยิ้มก่อนที่จะเหลือบมองสิ่งที่อยู่ในมือของดยุคนาร์ซีซัสแล้วกล่าว “มือถือที่อยู่ในมือเจ้าน่ะ ข้าแนะนำว่าให้ทิ้งมันไปเสีย...”




...”



ดยุคอาโดนิสทิ้งความใจอ่อนไปแล้วเจ้าก็ทิ้งความอ่อนแอของตัวเองบ้างเถอะ...”




เด็กคนนั้นอายุเท่าลูกชายของข้า...”




เขาเกิดหลังราฟาแอลหนึ่งปี อายุน้อยกว่าลูกเจ้าปีหนึ่งต่างหาก...” ดยุคซิซิฟัสเอ่ยออกมาก่อนจะมองใบหน้าเย็นนิ่งของแม่ทัพใหญ่แห่งอาซิโดเลียแล้วถอนหายใจออกมา “แค่คำพูดไม่กี่ประโยคทำเอาเจ้าเป็นอย่างนี้เลยหรอ? ข้าเกลี้ยกล่อมเจ้ามาหลายล้านประโยคเจ้ายังไม่ใจอ่อนเท่านี้เลย...”




บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องของความรู้สึก...ละมั้ง?”




รอยยิ้มอ่อนจางค่อยๆปรากฏบนใบหน้าของแม่ทัพใหญ่ ดวงตานั้นฉายแววล้าก่อนที่มือนั้นจะยกมือถือเครื่องเล็กขึ้น กดอะไรบางอย่างแล้ววางทาบหูของดยุคข้างกาย...



ประโยคสั้นๆไม่กี่ประโยค




.

.

.

...พี่ครับ...”

.

.

.




ในตอนนั้นก่อนที่จะเดินทางไปนั้นเด็กหญิงได้บอกให้เขาโทรไปพูดกับใครสักคนก่อน




ถึงหนูบอกว่าให้คุณโทรไปบอกให้ใครสักคนมาช่วยคุณก็คงไม่ยอมทำใช่ไหมคะ?” เด็กหญิงเอ่ยออกมา “ผู้ชายน่ะ เวลาทำเรื่องอะไรเลวๆมักไร้เหตุผล แต่พอเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีหรือจะปกป้องใครทีไร มักจะเป็นคนโง่ทุกทีเหมือนกันหมดเลยทั้งพี่บรีเอลหรือพี่จ๋าน่ะ”





...”




แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ขอกำลังใจได้นี่คะ...ก็กำลังใจมันเป็นสิ่งสำคัญนี่นา”




นัยน์ตาสีเขียวนั้นปรายตาไปมองยังเด็กหญิงก่อนจะกลับมาจับจ้องที่มือถือของตัวเองแน่น กดเลขที่จดจำได้ในสมองของตัวเองและโทรออก กลั้นใจและฟังเสียงบางอย่างก่อนจะกรอกคำพูดบางอย่างลงไปด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี เพียงแค่ไม่กี่ประโยค เพียงแค่ไม่กี่คำพูด




หวังให้ใครคนนั้นได้ยินคำพูดที่เขาต้องการจะบอกกล่าวไป...




.

.

.

...พี่ครับ...”

ผมคิดถึงพี่...”

ผมกลัว...ผมไม่อยากไป...”


...แต่พี่จะอยู่กับผมใช่ไหมครับ?...”


พี่จะอยู่ในยามที่ผมอ่อนแอใช่ไหมครับ...”

พี่มิคาเอล...”










ในตอนนี้...บรีเอลกำลังนอนหลับใหลอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย




แต่ก็ยังอยู่ด้วยความเชื่อว่าพี่ชายจะอยู่ด้วยเสมอ




ในตอนนี้...มิคาเอลกำลังไปเข้าประชุมของอาซิโดเลียเพื่อหาอำนาจให้มากขึ้น




เพื่อจะได้อยู่กับน้องชาย




ประโยคงี่เง่า...” เสียงของดยุคซิซิฟัสเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่เจ้าตัวจะปรือนัยน์ตาสีหางนกยูงของตัวเองลงแล้วเอ่ยต่อไป “งี่เง่าที่สุดเลย เด็กนั่นน่ะ ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง โง่ด้วย กลัวแล้วไปทำไม...คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง สุดท้ายก็เป็นไอ้เด็กโง่ๆ คนดีที่เป็นคนโง่นั่น...”



มือหนาของแม่ทัพวางที่กลุ่มผมสีทองของดยุคเพื่อนตนแล้วเอ่ยแผ่วเบา




ไม่เคยรู้สึกแพ้เด็กเท่านี้มาก่อนเลยว่ะ”




...เด็กนั่นมันโง่ อย่าเอาคนฉลาดอย่างพวกเราไปเทียบกับเด็กโง่แบบนั้นสิ” ชายวัยกลางคนว่าก่อนที่เจ้าตัวจะเม้มปากแน่น “ถ้าหากเปลี่ยนเป็นข้า ใครจะตายข้าก็จะช่างหัวมัน หรือต่อให้ตัวข้าตายไปข้าก็ไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย เพราะข้ามั่นใจว่า...ถึงตายไป”





อาซิโดเลียก็สามารถสร้างคนมาแทนที่ข้าได้อยู่ดี



ถ้าข้าไร้ความรู้สึกได้เหมือนเจ้า...บางที ข้าอาจจะไม่รู้สึกผิดเท่านี้ก็ได้นะ” แม่ทัพกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มขณะที่ดยุคซิซิฟัสเพียงปลายตามองอย่างเรียบเฉย มองดูมือถือเครื่องน้อยในมือของเพื่อนตน...มือถือของดยุคอาโดนิส



ถ้อยคำที่ดยุคอาโดนิสควรจะได้ฟัง




แต่ถ้าได้ฟังแล้วดยุคอาโดนิสคงทิ้งทุกอย่างเพื่อน้องชายของตน




อาจจะเห็นแก่ตัวที่เขาต้องทำแบบนี้




แต่...ตัวตนของดยุคทั้งสิบสามแห่งอาซิโดเลีย




มีเอาไว้เพื่ออาซิโดเลีย



นั่นคือเจตจำนงของเซเฟอุสรุ่นที่หนึ่ง



ไปเถอะ...”




ยืนหยัดกับชะตากรรมที่โหดร้าย เพราะว่าพวกเขาคือ 'ดยุคแห่งอาซิโดเลีย' หลายครั้งที่เฝ้าถามครั้งสุดท้ายที่อยู่กับลูกชายนั้นเขาใช้เวลาอยู่กับเด็กนั่นนานเท่าไหร่กัน ครั้งสุดท้ายที่กินอาหารร่วมโต๊ะกัน เราเคยพูดคุยกันกี่ประโยคกันเชียว



สายสัมพันธ์ที่เจือจางและบอบบางน่ากลัวว่าจะหักอย่างง่ายดายเพียงแค่สัมผัสมัน




นั่นแหละคือสิบสามตระกูลแห่งอาซิโดเลีย



อืม...”




มือที่ถือมือถือเครื่องน้อยเอาไว้นั้นค่อยๆปล่อยเครื่องมือสื่อสารดั่งกล่าวเอาไว้ในทั้งขยะ ปล่อยให้มันถูกทำลายลงไปพร้อมกับถ้อยคำไม่กี่ประโยคของน้องชายคนหนึ่งที่อยากจะบอกพี่ชายของตนเอง...



นัยน์ตาสีฟ้าหลับลงและลืมตื่นขึ้นสิ่งเดียวที่เขาจะพูดได้ในตอนนี้คงมีเพียง



ขอโทษ...ขอโทษนะ...”



ร่างของสองดยุคนั้นได้ก้าวออกไปหลงเหลือเพียงหน้าจอที่แสดงอัตราการเต้นของหัวใจ




ติ๊ด.......ติ๊ด.........




กับห้องที่แสนเงียบงันและไม่มีใครอยู่เลย




.

.

.

โลกไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ต่อให้ฉันหายไป

เธอก็ยังคงเป็นเธออยู่เหมือนเดิม

.

.




.



นี่คือน้องชาย...นี่คือน้องชายของลูซินโคลว์




นั่นคือความจริงที่เขาตระหนักได้ยามเมื่อแขนของตนได้รับสัมผัสร่างทารกเล็กๆของเด็กชายที่มีอายุไม่กี่เดือนตรงหน้าตน ดวงตาสองสีมองเด็กชายตัวเล็กที่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องราวใดๆด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ทั้งความรู้สึกผิด ความรู้สึกเศร้า ความรู้สึกที่เขาสูญเสียไป




เขาสูญเสีย...พ่อและแม่ของเขาไป



เขาสูญเสีย...กลุ่มเพื่อนที่สนิทที่สุดของเขาไป



เขาสูญเสีย...คนที่เป็นเหมือนน้องชายของเขาไป



เขาสูญเสีย...น้าทั้งสองของเขาไป



แต่ในขณะเดียวกัน...



เขากลับได้รับ...ตำแหน่งว่าที่ดยุคอาโดนิส



เขากลับได้รับ...พลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งเกินกว่าใครจะต้านทาน



เขากลับได้รับ...พลังแห่งการมองเห็นอนาคต




ทำไม...ถึงต้องเป็นเราด้วย”




เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาราวเสียงกระซิบขณะที่อุ้มเด็กทารกในมือของตนเองอยู่ หลายอย่างที่ประดั่งเข้ามาทำเอาเขากระอักเลือด มันทั้งหนักหน่วงอย่างที่เด็กหนุ่มที่วันๆเอาแต่เล่นและก่อเรื่องไม่เคยคิดว่าตนจะได้มีวันนี้ หลายคนเรียกว่ามันคือโชคดี แต่สำหรับเขามันคือความโชคร้ายที่เลวร้ายที่สุด




ไม่รู้ว่าเพราะความเครียดหรือเปล่าทำให้ทารกน้อยๆนั่นลืมตาตื่นขึ้นมา แรงขยับเพียงเล็กน้อยนั้นทำให้ดวงตาสองสีของมิคาเอลตวัดไปมองเด็กทารกตัวน้อย ก่อนจะเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อได้รับรู้ความจริงอีกอย่างที่ชวนหนักอึ้ง



นั่นคือ...เด็กคนนี้มีดวงตาสองสี



ข้างหนึ่งเป็นสีเขียวส่วนอีกข้างเป็นสีแดง



เหมือนเขา เพียงต่างสี



บ้า...บ้าเอ๊ย!!!”



มิคาเอลสบถออกมาอย่างหงุดหงิดกับความจริงที่เพิ่งได้รับ ไหนจะปัญหาชวนหนักใจเรื่องตระกูลที่เขาต้องดูแลอำนาจมันไปเต็มๆ แถมนอกจากจะต้องเลี้ยงน้องสาววัยขวบกว่าๆแล้วเขายังต้องเลี้ยงเด็กทารกตาสองสีนี่อีกด้วย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่หนักที่สุดคือเด็กคนนี้มีตาสองสี!




เพราะไอ้ความเชื่อบ้าๆที่ทำเชื่อบ้าๆที่คนตาสองสีคือคนที่มีพลังการมองเห็นอนาคต...เขาไม่อยากจะนึกเลยว่าชีวิตของเขาจะเป็นยังไงต่อกันแน่ มิคาเอลมั่นใจว่าบ้านนี้ปลอดภัย ระบบป้องกันก็สูงอยู่แต่อย่างน้อยมันก็ตอนนี้เท่านั้นแหละ ทรัพย์สมบัติของอาโดนิสอาจจะมากมาย แต่ระบบป้องกันภัยนี่มันก็แพงเอาเรื่อง ยังไม่รวมค่าภาษีที่ดินกับอื่นๆอีกจิปาถะ เงินมากมายมันจะอยู่ได้ทั้งชีวิตหรือไงกัน...



บ้าบอ...บ้าบอที่สุด




เขาเป็นแค่เด็กนะเว้ย! เสียครอบครัว เสียเพื่อน แต่ดันบัดซบได้ตำแหน่งที่มีค่าหัวในโลกมืดอีก ยังไม่รวมดวงตาของตัวเองที่มีแค่คนต้องการ นี่ยังต้องมาดูแล้วน้องอีก บ้าเอ๊ย!!



สบถไปเพียงครู่หนึ่งเท่านั้นมิคาเอลก็รู้สึกได้ถึงสิ่งเปียกๆ นั่นทำให้สติที่หายไปเริ่มกลับมาทีละน้อย นัยน์ตาสองสีค่อยๆตวัดกลับมามองเด็กทารกอย่างรวดเร็ว สัมผัสเปียกชื้นนั่นบางทีอาจจะเป็นน้ำตาของเด็กนี่ก็ได้ มีคนบอกอยู่เหมือนกันว่าเด็กมันตื่นกลัวง่าย เขาก็มัวแต่สบถเสียงดังด้วย...



มิคาเอลคิดกับตัวเองในใจก่อนจะมองเด็กทารกตรงหน้า ใบหน้าน่ารักของทารกตัวน้อยนั้นนิ่ง ดวงตากลมโตใสแจ๋วนั้น...


ไม่มีน้ำตา...



มิคาเอลนิ่งมองมัน เอาวะครับ ไม่ใช่น้ำตางั้นแสดงว่า...


ไอ้เด็กผี...แกฉี่ใส่ฉันหรอวะ!!!!”



มิคาเอลแทบวิ่งไปที่หน้าต่างก่อนจะเปิดประตู...ไม่สนแมร่งแล้วเว้ย!! วันนี้ถ้าไอ้เด็กนี่ไม่ตาย ก็อย่ามาเรียกเขาว่ามิคาเอล เฟอร์ลิสเซ่อีกต่อไปเลยดีกว่า!! คิดได้ดังนั้นก็ยกไอ้ทารกนี่ขึ้นมา อ่าฮ้า! มุมนี้สวย ลมก็ดี เด็กนี่ตัวเบาๆ ปาไปลอยไปไกลอย่างแน่นอน ยี้ฮ้า! เริ่ดมาก เอาล่ะ...1...2...!!



...ปี้...”



....”



ปี้...ปี้...ปี้...”



....”



มิคาเอลนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่เจ้าตัวจะปิดหน้าต่างลงกลอนอย่างดีแล้วทิ้งตัวลงไปนั่งกับพื้น เปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างติดๆขัดๆ ปากก็สบถออกมาอย่างแผ่วเบาว่า “ห่ะ เหอะ ต่อให้แกเรียกพี่ฉันก็ไม่มีความคิดที่จะเลิกปาแกทิ้งหรอกนะไอ้เด็กผี!! ท่ะ ที่ฉันปิดหน้าต่างเพราะฉันหนาวต่างหาก ใช่ๆ เพราะหนาว...ล่ะ แล้วที่เปลี่ยนผ้าอ้อมเพราะว่า เออ เพราะเห็นมันน่าเกลียด ไม่เหมาะกับที่ฉันจะปาไปเลยสักนิด...ใช่ๆ...ไม่น่ารักเลยสักนิด”



ท้ายเสียงนั้นเอ่ยออกมาอย่างอ่อนลงมองเด็กทารกตัวน้อยที่มีผมไม่กี่เส้นแล้วเม้มปากแน่น “เหอะ ลำพังแค่ฉันกับน้องสาวเองฉันยังไม่มั่นใจเลยว่าจะเลี้ยงน้องสาวรอดหรือเปล่า แถมแกยังมามีตาสองสีด้วย...แบบนี้...”


หรือเขาควรจะเอาไอ้เด็กนี่ไปเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลอื่นดี?



ตระกูลเฮเลนดีไหมนะ อย่างน้อยแม่ของเขากับแม่ของไอ้เด็กนี่ก็มาจากตระกูลเฮเลน



ท่านยายคงไม่ใจร้ายขนาดไม่เห็นแก่หลานในไส้อย่างเด็กนี่...


แต่ว่า...



แกน่ะ...” มิคาเอลเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา “แก...อยากจะไปอยู่ตระกูลเฮเลนหรือเปล่า...”



...” เด็กทารกมองตอบหน้านิ่งขณะที่ใบหน้าของมิคาเอลค่อยๆแดงขึ้นเรื่อยๆ นึกด่าตัวเองในใจ ตรูนี่ท่าจะบ้าเข้าขั้นแล้วแหะ! มาคุยกับเด็กทารกได้ด้วยวุ้ย คิดอย่างนั้นหน้าก็แดงก่ำ แต่ไม่รู้เพราะอะไรปากเจ้ากรรมถึงพูดต่อไปว่า




พยักหน้าหรือส่ายหัวพอ แกอยากจะไปอยู่ตระกูลเฮเลนหรือเปล่า...” เขาเอ่ยออกมาและรีบเอ่ยต่อ “ตระกูลเฮเลนตอนนี้คนที่ปกครองอยู่ก็ท่านยายของฉันกับแกนี่แหละ อยู่ที่นั่นมั่นใจเลยว่าแกต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน แถมอาหารยังอยู่ดีกินดี ของเล่นมากมายให้เล่นด้วย...”


...”



แต่ถ้าแกเลือกอยู่อาโดนิส...” เสียงนั้นเริ่มแผ่วเบา “...ฉันไม่รู้ว่ะ ว่าทรัพย์สินอาโดนิสเหลือเท่าไหร่ แกอาจจะได้กินอาหารดี แต่คงดีไม่เท่าเฮเลน แกอาจจะมีของเล่นมากมาย แต่ก็ไม่มากเท่าเฮเลน แกอาจจะปลอดภัย...แต่ก็ไม่ปลอดภัยเท่าเฮเลน ที่นี่ไม่มีอะไรเลย...”



...”




...แต่...ที่นี่มีพี่ชายให้แก...”




ท้ายเสียงนั้นเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบามากขณะที่ใบหน้านั้นแดงก่ำ มือของมิคาเอลข้างหนึ่งยกขึ้นมาปิดหน้าที่แดงก่ำของตัวเอง อดไม่ได้ที่จะด่าตัวเอง เวรเอ๊ย! ขนาดตอนพูดกับเอลซิคยังไม่อายเท่ากับพูดกับไอ้ตัวเล็กนี่เลยแม้แต่น้อย ไอ้เด็กบ้า! แกเป็นใครกันแน่วะ แกเป็นใคร!!



ยิ่งคิดยิ่งอยากมุดหัวลงดินแต่เรื่องนั้นไว้ทีหลัง อยู่ที่คำตอบของไอ้เด็กนี่ต่างหาก มิคาเอลมองเด็กทารกก่อนจะเอ่ยถาม “ตกลงแกเลือกใครวะ? ฉันหรือเฮเลน”



ทำไมเขารู้สึกเหมือนไอ้เด็กนี่เป็นเหมือนนางเอก แล้วเขากับเฮเลนเป็นพระเอกกับพระรองจังเลยวะ?


ไอ้เด็กเลือกได้ (ขอเรียกมันอย่างนี้เถอะ) มองเขานิ่ง (ถ้ามันมองทางอื่นเขาคงตบกบาลมัน อย่ามาทำกรูเสียวนะเว้ย!) ก่อนที่หัวจะส่ายหัวดิ๊กๆไปมา



แต่นี่คือคำถาม



เมิงส่ายหัวแปลว่าออะไร กรูไม่มีเครื่องแปลภาษาเด็กนะเว้ย!



ภาษากาย ส่ายหัวแปลว่าไม่ ตกลงเมิงไม่อะไร? ไม่อยากอยู่กับกรู? ไม่อยากอยู่กับเฮเลน? หรือเมิงไม่อยากอยู่กับใครเลยวะ!



มิคาเอลอยากจะตบหัวของตัวเองจริงๆ เอาวะ ในเมื่อมันอุตส่าห์เลือก (แม้กรูจะไม่รู้ก็เถอะว่ามันเลือกอะไร) เขาก็ถือว่ามันเลือกแล้ว เท่าที่ดูอยู่กับตระกูลเฮเลนเหมือนจะดีกับไอ้เด็กนี่มากกว่าด้วย เพราะงั้นแล้ว...เพราะงั้นแล้ว...



...ต้องไปอยู่ตระกูลเฮเลนสินะ...”



เขาเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาขณะที่มองไอ้เด็กทารกตรงหน้านิ่ง อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆคล้ายหน่วงๆในอก อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้เขาสูญเสียอะไรหลายอย่างมาเยอะ พอมาสูญเสียเพิ่มมันเลยรู้สึกหน่วงๆในอกของตัวเอง ใช่แน่ๆ...




เขาน่ะ ไม่มีทางรู้สึกเสียใจที่แยกจากไอ้เด็กผีนี่หรอก




คิดกับตัวเองในใจก่อนจะเดินไปอุ้มไอ้เด็กผีนั่นขึ้นมา ตัวมันเบาและเล็กกว่าเขามาก จับโยนทีคงตายสถานเดียวเลยละมั้ง?




บอบบางแล้วตายง่าย...เพราะงั้น...




คงอยู่กับ...เราไม่ได้หรอก...”




ก็เราน่ะต้องสู้อะไรหลายอย่างทั้งอำนาจที่เพิ่งได้รับมา ทั้งพลังของตัวเอง ชื่อเสียงของตระกูลและอะไรต่างมากมาย ที่ดูยังไงมันก็หนักหน่วง...เด็กบอบบางแบบนี้อยู่กับเราไม่ได้หรอก



เพราะถ้าอยู่...ก็มีแต่จะทำให้ตายเร็วเสียเปล่าๆ



ก็เรา...ไม่เคยปกป้องใครได้เลยนี่



เราเป็นเพียง...ไอ้เด็กอวดเก่งที่ไม่สามารถรั้งอะไรเอาไว้ได้เลยต่างหาก...



เพี๊ยะ!!



ไอ้เด็กผี แกตบหน้าฉันขัดอารมณ์ดราม่าหรอวะ!!”




มิคาเอลด่าไอ้เด็กทารกตัวน้อยที่จู่ๆเกิดคึกยกมือขึ้นมาตบหน้าเขาซะงั้น หรือมันรู้ว่าเขากำลังดราม่าเลยตบขัดดราม่า คล้ายบอกว่าหน้าอย่างเมิงดราม่าไม่ได้หรอก เสียสถาบันคนเศร้าหมด เออ! กรูรู้ กรูมันเลว กรูมันผู้ชายลัลล้า (?) เวรเอ๊ย นี่กรูเป็นอะไรอยู่วะเนี่ย!!




แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน ที่แน่ๆคือไอ้เด็กนี่เมิงต้องตาย! (ย้ำเพื่อเสริมสร้างความแค้นในใจ) คิดแล้วก็รุดหน้าเดินไปที่หน้าต่าง ปลดกลอนอย่างรวดเร็ว ยกไอ้เด็กผีนี่ขึ้นสูงอยู่ในท่าปาที่กำลังสวย ท่าทางปาไปแล้วคงไกลน่าดู เอาล่ะเมื่อคิดได้ดังนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ คราวนี้ต่อให้ไอ้เด็กนี่มันเรียกว่าพี่เขาก็ไม่ใจอ่อนหรอกเว้ย เอาล่ะ! 1...2...3...!!!!!!!



...” เด็กนิ่ง




...” กรูนิ่ง



...” เด็กแม่งนิ่งอีก




...” กรูก็นิ่งเหมือนมัน...




มิคาเอลกลับมาอุ้มไอ้เด็กนี่เหมือนเดิมก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “...ไอ้เด็กบ้า ไม่ดิ้นรนหน่อยหรือไงวะ! ฉันกำลังจะฆ่าแกเลยนะเว้ย หัดดิ้นรนมีชีวิตรอดหน่อยดิวะ! ไอ้เด็กผี ทีตอนกวนอารมณ์ฉันนี่แกนี่ตัวดีเลย นี่! ทำไมไม่พูดวะ? อยากตายหรือไง โด่!”



...”



...อะไร มองหน้าหาเรื่อง เดี๋ยวพ่อปาไปชมยมโลกแมร่ง!”




...”




...อะไร...” หัวคิดของมิคาเอลขวดแน่นมองไอ้เด็กผีที่จ้องตาแป๋วกลับมา



...”



ไม่สบายหรือไง? หิวนม? อยากนอน? หรือว่าอยากเล่นของเล่น?”




เขาเอ่ยออกมาอย่างแผ่วๆคล้ายไม่กล้าเท่าไหร่นัก อืม ทำไมมันให้ความรู้สึกว่าฆาตกรกลับใจมาเลี้ยงเด็กเลยวะ แต่เรื่องนั้นช่างหัวมันก่อนแล้วกัน! มือของมิคาเอลแตะๆไปที่ใบหน้าของเด็กน้อย อืม อุณหภูมิมันก็ปกติดีนี่หว่า



...หิวงั้นสิ? ไอ้เด็กงี่เง่านี่ เออๆ เดี๋ยวไปซื้อนมมาให้...”



ปี้...”



...”



...ปี้...ปี้...”



...”



...ปี้...”



อยู่กับฉันน่ะโคตรไม่มีความสุขเลยนะ”



...ปี้...”



ฉันไม่ใจดี เลี้ยงเด็กก็ไม่เป็น ทำได้แค่หาเรื่องไปวันๆ...” รอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขาเอง “...แล้วแกยัง...อยากจะอยู่กับฉันอีกหรือไงกัน...”



...ปี้...”



แกพูดเป็นคำเดียวหรือไงกันวะ?...ให้ตายเถอะ...”



...ปี้ ปี้...”



อย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังแล้วกัน! ไม่สิ แกไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจ เพราะฉันไม่ให้แกเปลี่ยนใจแล้วเว้ย! แกต้องอยู่กับฉันเข้าใจไหม! แกต้องอยู่กับฉันตลอดไปเลย...” ใบหน้าของเด็กหนุ่มก้มลงต่ำก่อนที่จะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา “...ต้องอยู่กับฉันนะ เพราะถ้าแกอยู่กับฉัน...”



ฉันจะพยายามเข้มแข็งขึ้น...จะแข็งแกร่งกว่าใคร



เพื่อปกป้องแก



ฉันจะพยายามมีอำนาจขึ้น...จะมีอำนาจให้มากขึ้น



เพื่ออยู่กับแก



ไอ้เด็กเวรเอ๊ย!...ขอบคุณนะ” เสียงของมิคาเอลดังออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนจะกอดร่างเด็กทารกคล้ายจะแน่น แต่ก็ไม่แน่น แต่มั่นใจได้เลยว่าเมื่อเด็กนี่อยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว



จะไม่มีใครทำอะไรแกได้เลยนะเว้ย!



...ขอบคุณนะที่เลือกฉัน...”



เพราะอะไรอย่างนั้นหรอ? ก็เพราะว่าอาโดนิสที่ไม่มีอะไรคนนี้



มีพี่ชายที่โคตรรักแกมากๆอยู่ไงล่ะ!




.

.

.

ในตอนนี้เมื่อย้อนกลับไปคิดแล้ว

ช่วงเวลานั้นคงเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด

เพราะมันคือช่วงเวลาที่เขาอยู่กับน้องนานที่สุด



ก่อนที่เวลาดังกล่าวจะหายไป

เมื่อเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็น


'ดยุคอาโดนิส'


เขาไม่ได้เป็นดยุคด้วยใจรัก เขาไม่ได้รักประชาชน

แต่เขาต้องการอำนาจ


เพื่อปกป้องน้องชายที่สำคัญที่สุด

และเมื่อมีอำนาจมากขึ้น

...ถึงเวลานั้นเขาจะนำเวลาทั้งหมดที่มีอยู่มอบให้กับน้องอย่างแน่นอน...





นั่นเป็นเพียงสัญญา...ที่ไม่มีวันเป็นจริง

เพราะท้ายที่สุดเขาก็ไม่รู้

ว่าจุดไหนกันแน่ที่ควรพอ

.

.

.











บรีเอล...ตายแล้ว




'หมายความว่ายังไง?...ผมถาม...มันหมายความว่ายังไงกันไททานอส!!'




เขาถามเจ้าชายรัชทายาทอันดับหนึ่งแทบจะในทันที โชคยังดีของไททานอสที่พอดยุคมิคาเอลได้ยินเรื่องราวดังกล่าวก็แทบใช้เวทมนตร์ทั้งหมดเคลื่อนย้ายตนเองและพวกโครวิสกลับไป




'ฉันไม่รู้...' ไททานอสกล่าวออกมาก่อนจะกล่าวเสริม 'ฉันมารู้อีกทีก็ตอนที่ได้ข้อความจากพวกคนในโลกมืดของนาย เขาบอกว่าพบบรีเอลที่โรงพยาบาล ถูกส่งเข้าไปในห้อง ICU และตอนนี้กำลังนอนหลับนิ่งอยู่ แต่อัตราการเต้นหัวใจอ่อนเฉยๆเหมือนคนที่กำลังจำศีล...'




'...แต่นายรู้ความสามารถพิเศษของฉันใช่ไหม ฉันสามารถสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณ...ตอนที่ฉันสัมผัสบรีเอล...ฉันถึงรู้'




'เด็กนั่นไร้วิญญาณแล้วลูซินโคลว์...นั่นเป็นเพียงร่างเปล่าๆเท่านั้น...'



'ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นายเข้าใจใช่หรือเปล่า ไร้วิญญาณแต่ร่างยังอยู่ มันคล้ายกับพวกวิญญาณออกจากร่าง จะเรียกแบบนั้นก็ไม่ผิดนัก แต่นายเข้าใจไหมเมื่อวิญญาณไม่อยู่ร่างนั้นก็เหมือนเพียงตุ๊กตาที่รอวันที่พลังงานจะหมดลงแล้วตายไป...'




'...นายรู้ใช่ไหม บรีเอลกำลังจะตายแล้ว'





'นายช่วยเขาไม่ได้ เพราะงั้นใจเย็นเถอะ ลูซินโคลว์'




...บ้าเอ๊ย...” เขาเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่มือจะตวัดเคียวของตนผ่านต้นไม้สูงใหญ่ที่มีอายุอานามร้อยถึงสองร้อยปีทิ้งเพียงเพราะมันขัดกับเส้นทางการเดินทางของเขา ไอสังหารที่เคยเก็บเอาไว้นั้นถูกปล่อยออกมาหมดสิ้น...ราวกับต้องการประกาศว่า...




เขาคนนี้คือราชาผู้ครองโลกมืดอยู่ในตอนนี้




...ต้องสูญเสียไปกี่ครั้งกัน...”




เขาสูญเสียอะไรไปบ้างนะ...




เขาสูญเสีย...ท่านพ่อท่านแม่ที่รักที่สุดไปเพียงเพราะความโง่เง่าของตัวเอง





เขาสูญเสีย...พลังเวทมนตร์และพลังในการมองเห็นอนาคตไป




เขาสูญเสีย...เพื่อนที่รักมากที่สุดไป




และ...




ผมยังต้องเสียคุณไปด้วยอย่างนั้นหรอครับ...”





น้องชาย...ของเขา





ในตอนนั้นหลายครั้งที่เฝ้าถามว่าทำไมตัวเองถึงต้องสูญเสียด้วย และคำตอบที่ได้กลับมาคือเพราะเขามันโง่เขลา ไร้ความสามารถและอำนาจ เพราะแบบนั้นแล้วเขาจึงเปลี่ยนทุกอย่าง ทิ้งนิสัยที่อ่อนแอของลูซินโคลว์ไป เปลี่ยนตัวเองเป็นมือสังหารที่เลื่องลือนาม จนกลายมาเป็นราชาที่ปกครองโลกมืดที่แสนโสมมจนหมดสิ้น





แต่เขาก็ยังคงสูญเสียอยู่




มาจนวันนี้เขาก็ขอถามตัวเองอีกครั้งหนึ่ง...




ทำไมเขาถึงต้องสูญเสียด้วย




เพราะความโง่เง่าอย่างนั้นหรือ...ลูซินโคลว์ไม่ใช่คนหลงตัวเองแต่เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ซื่อบื้อหรือโง่เง่าเท่าแต่ก่อน นิสัยด้านเลวร้ายก็มีอออกจะเยอะเสียด้วยซ้ำ ความใจอ่อนก็หายไปจนหมดสิ้น





ไร้ความสามารถอย่างนั้นหรือ...ถ้างั้นแล้วเขาก็คงถามกลับบนโลกที่แสนกว้างใหญ่ใบนี้มีใครที่สามารถเอาชนะเขาได้กัน?





ไร้อำนาจหรือ...รอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขาเอง ราวกับสมเพช อำนาจอย่างนั้นหรือ เขาสามารถควบคุมนักฆ่าทั้งหมดรวมทั้งกิจการอันผิดกฏหมายทั้งหลายแลได้...




แล้วนี่คือคำถาม




ว่าในเมื่อมีครบทุกอย่างแล้ว





เหตุใดจึงยังสูญเสียอยู่




นัยน์ตาสีทองนั้นปรือปิดลง “อา...นั่นสินะ”





บางทีคำตอบนั้นอาจจะอยู่ข้างในใจของเขาก็เป็นได้




เพราะเขารู้ดีว่าลึกๆในตัวของเขานั้น ลูซินโคลว์ที่แสนโง่เง่านั้นยังคงอยู่ ทุกครั้งที่มองน้องชายของตัวเอง ปากบอกว่าเขากล้าที่จะเดินไปถามแล้วรับอีกฝ่ายกลับมาอยู่กับตนแต่เขารู้ดี




เพราะเขากลัว...เขาไม่กล้า





ฟังดูน่าขันแกมสมเพช คนที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นทั้งๆที่ยังยิ้มอยู่อย่างเขากลับกลัวคำพูดและเสียงเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่งที่ผูกกับเขาด้วยถ้อยคำสั้นๆเพียงไม่กี่คำคือ 'ครอบครัว' และ 'น้องชาย'




ถ้าหากมีวันไหนที่เขาเลือกจะไปจากผม...” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา “สู้ผมฆ่าเขาทิ้ง...ไม่ดีกว่าหรอครับ...”





เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ถ้อยคำที่ครั้งหนึ่งเคยพูดมันออกไปต่อหน้าเจ้าชายรัชทายาทอันดับหนึ่ง




แล้วทำไม...”





คุณยังไม่เลือกเลย




คุณก็ไปจากผมแล้วล่ะครับ...” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา “...คุณยังไม่เคย...เรียกผมว่าพี่ชายเลยนะครับ...”





.

.

.

ดวงดาวได้ตกลงมาแล้ว

แสงพร่างพรายเพียงเล็กน้อยของดวงดาวนั้น

ช่างราวกับคำอธิษฐานที่ไม่มีวันเป็นจริง

ของใคร...หลายๆคน

.

.

.

ในวันนั้นคุณได้เปิดประตูเข้ามาในห้องที่ปิดตายของผมเอง

ด้วยกุญแจที่เรียกว่า 'ฉันเชื่อนาย'

แต่ในเวลาไม่นานคุณกับวิ่งหนีออกจากห้องแห่งนั้น

แล้วทิ้งผมเอาไว้เพียงลำพัง

.

.

.





มันจบลงแล้วสินะ




ทุกอย่างที่เหมือนจะเริ่มต้นกลับสิ้นสุดลงเพียงเวลาไม่นาน...




เรากลับตอกย้ำว่า





ลูซินโคลว์ไม่สมควรได้รับสิ่งใดอีกต่อไป





ต่อจากนี้ไป...จะทำยังไงต่อไปดีนะ...






เขาหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ถึงแม้ว่าจะสูญเสียมากเพียงใดคำว่า 'ตาย' กลับไม่ปรากฏอยู่ในหัวสมองของเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ว่าชีวิตของเขามีค่ามากกว่านั้น...เกินกว่าจะตัดสินใจโง่ๆว่าสมควรตาย





...ไม่ได้พบกันนานนะ...ลูซินโคลว์”





ท่ามกลางความเงียบสงบนั้นเสียงที่แผ่วเบาและหนาวยะเยือกที่แทบเปลี่ยนความฤดูใบไม้ผลิให้กลายเป็นฤดูหนาวนั้นดังขึ้นมาอย่างเงียบงัน เสียงนั้นช่างแปลกหู ทุ้มและเย็นเหยียบ เรียกสายตาของลูซินโคลว์ให้หันไปมองเจ้าของเสียงอย่างรวดเร็วก่อนที่นัยน์ตาสีทองจะเบิกกว้างอย่างตกใจ




ท่ามกลางซากต้นไม้ของป่าแห่งนี้ร่างหนึ่งกลับยืนสง่างดงามอยู่ตรงนั้น...คนๆนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปจากความทรงจำของเขาเลยแม้แต่น้อย





ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าน่ายำเกรงยืนอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยสีหน้าเย็นเหยียบ เรือนผมสีขาวสะอาดยาวนั้นถูกถักเป็นเปียเดี่ยวๆล้อมรอบลำคอของอีกฝ่าย ผิดขาวซีดราวกับหิมะ นัยน์ตาสีเงินราบเรียบที่ดูเหมือนจะเจือความหงุดหงิดจางๆนั่นมองมาทางเขา ขณะที่มุมปากนั้นปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยามที่มักจะปรากฏอยู่เสมอบนใบหน้าของคนๆนี้




ใบหน้าตกใจค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย ก่อนที่มุมปากของลูซินโคลว์จะเหยียดยิ้มออกมา




อา...เขารู้แล้วคำตอบที่ว่าทำไมเขาจึงสูญเสีย




ยังคงเป็นเด็กที่น่าสมเพชอยู่เหมือนเดิม...” ชายผมขาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงโทนเดิม “ไม่ว่าตอนนี้หรือเมื่อก่อน...”





ไม่มีทางลืมเด็ดขาด...ต่อให้ต้องสูญเสียทุกอย่างเขาก็ไม่มีทางลืมผู้ชายคนนี้อย่างเด็ดขาด





...แกเอง...ก็ยังคงทำตัวน่ารังเกียจอยู่เหมือนเดิม” ลูซินโคลว์เอ่ยออกมาขณะที่นัยน์ตานั้นจับจ้องคนตรงหน้าไม่ห่างไปไหน สายลมอ่อนปะทะใบหน้าอย่างแผ่วเบา “...แถมดูเหมือนคราวนี้จะพูดได้แล้วอย่างนั้นหรือ? เสียงน่ารังเกียจเหมาะกับแกจริงๆ”





น่ารังเกียจ? ข้าว่าเจ้าไม่สมควรใช้คำนี้กับ 'ผู้มีพระคุณ' ” ชายผมขาวกล่าว “อีกอย่างข้าจะพูดได้หรือไม่ ข้าก็สามารถฆ่าเจ้าได้อยู่ดี...”





ท้ายเสียงนั้นเน้นย้ำแล้วมองมาอย่างเหยียดหยามไม่ว่าพบกันกี่ครั้ง สายตาแบบนั้นก็ไม่เคยเปลี่ยนไป สิ่งที่คนตรงหน้าเปลี่ยนคงเป็นสีตาที่เมื่อสิบสามปีก่อนมันเป็นสีฟ้าอ่อนจาง ไม่เหมือนยามนี้ที่เป็นสีเงิน




ริมฝีปากของลูซินโคลว์หยักโค้งออกมาเป็นรอยยิ้ม




นั่นสินะ...เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาจึงสูญเสีย



ใช่ คำตอบของคำถามที่ว่าทำไมเขาถึงสูญเสียมันอยู่ตรงหน้าแล้ว...




ช่างเป็นคำพูดที่เหยียดหยามมนุษย์ทั่วโลกเสียจริงนะ...พระเจ้า...”




คราวนี้แกจะมาพรากอะไรไปจากฉันอีกล่ะ...พระเจ้าผู้น่าชังของโชคชะตา












 

xxxxxxxxxxxx100%xxxxxxxxxxxxxxx

ตอนนี้แสดงความลำเอียงของคนแต่งหรือเปล่า (?)
ตกลงแล้วจริงๆศึกบราค่อนระหว่าง

ซึนเดเระ ปะทะ สโตรกเกอร์

ซึนได้รับชัย? ฮา มิใช่แล้ว XDDDD

ตอนหน้าเฉลยอีกเพียบ ทำไมลูซินโคลว์ถึงเมพ ทำไมลูซินโคลว์ถึงรู้จักกับพระเจ้า อาอูวววว
ใครปลื้มสุดสวยอาโดเตรียมกรี๊ดเพราะตอนหน้า...

พูดถึงอาโดกับอาโดนิสด้วยค่า XDDDDDD


Linea-Lucifer

ปล. ยังยืนยันคำเดิม ถ้าเขียนเรื่องไหนสักเรื่องจบรับรองว่าจะเขียนเรื่องอาโดแน่นอนค่ะ TwT แต่เอาให้จบก่อนสักเรื่องนะ บรีเอลยังเหลืออีกเยอะตอนนี้เพิ่งดำเนินเรื่องมาประมาณ 20% เองอ่ะ ส่วนเรื่องเฟียร์ยังเหลืออีก 3 เล่มแหน่ะ T^T orz...เรื่องราวของอาโดยังอยู่ในโปรเจคฝันต่อไป

Linea-Lucifer

xxxxxxxxxxxxxxx75%xxxxxxxxxxxxxxxxx

อันที่จริงอยากลงตอนพิเศษซึ่งเป็นเกี่ยวกับเอพริลฟูลเดย์นะคะ แต่เนื่องจากว่าถ้าลงตอนนี้มั่นใจว่ามันคงขัดดราม่าแน่เลยเลยกะว่าจะขอเลื่อนไปจนกว่าจะจบนิทานเรื่องที่ 1 นะคะ!

เล็กน้อยเกี่ยวกับตอนนี้

มิคาเอล*บรีเอลชัดๆ!!

ในที่สุดความจริงก็เฉลยว่าบรีเอลมันแต่งงานเข้าบ้านเฮียมิคชัดๆ!! (นามสกุลเดิมอาโดนิส นามสกุลสามี (?) ก็อาโดนิสแหละวะ!!) >> ล้อเล่นนะเธอว์

ปล. เล็กน้อยนะ "ปี้" ที่บรีเอลออกเสียงนั่นไม่ได้หมายความว่า "พี่" นะเคอะ (เด็กแม่มยังไม่รู้ความเลย) แต่มิคาเอลตีไปว่าเขาเรียกผมว่าพี่ชายแหละ (?)
ปล2. พบกันในอีก 25% ที่เหลือนะคะ ^^


Linea-Lucifer


xxxxxxxxxxxxxxxxx40%xxxxxxxxxxxxxxxxxxx

ในที่สุดก็ได้อัพตอนนี้แล้ว T^T ขออภัยด้วยนะคะ ช่วงนี้เน็ตของไรเตอร์ค่อนข้างหลุดบ่อยมาก

(ปัจจุบันเวลาเล่นเฟซก็พึ่งบุญบารมีมือถือเอา)


สถานะตอนนี้


เรื่องเฟียร่าร์ 2 : มันบัดซบมากตรงที่ยังไม่ได้เริ่มเขียนเลยนี่สิ...


เรื่องบรีเอล : โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยห่วงเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะเรื่องนี้เขียนตามใจฉันซะมาก เพราะงั้นมันเลยเขียนได้เร็วนะ


นิยายเรื่องใหม่ : ความเลวส่วนตัวของไรเตอร์เองแหละค่ะ...ตอนแรกว่าจะเขียนเฟียร่าร์ 2 นั่นแหละแต่พอมีขึ้นปุ๊บดันเขียนนิยายเรื่องใหม่ซะมันส์มือเลย (เร็วอีกต่างหาก)...ตั้งใจว่าจะเขียนนิยายรักวัยรุ่นค่ะซึ่งเป็นนิยายวาย คาดว่าจะลงวันที่ 1 เมษายนนี้แหละค่ะ เรื่องนี้ถือเป็นการเขียนแนวใหม่ของไรเตอร์เลย (แบบใช้ตัวเอกบรรยายคนเดียว แล้วศัพท์ที่ใช้นี่...โห ไอ้เมฆ แกนี่มัน...)...ก็อาจจะติดๆขัดๆบ้างแต่ยังไงก็ขอฝากลูกๆสุดสถุลอย่างเมฆ ออร์ดี้ ตองเอ ลูแปง โรมันและเชสด้วยนะคะ XD


เรื่องอาโด : สำหรับนิยายเรื่องนี้ ยังไงก็ขอให้เขียนเรื่องบรีเอลไม่ก็เรื่องเฟียร์จบก่อนนะคะ แล้วเรื่องของอาโดจะตามมาอย่างแน่นอน T_T โดยส่วนตัวแล้วไรเตอร์เองก็อยากเขียนเรื่องของพ่อหนุ่มคนซื่อนี้เหมือนกันนะ! อีกอย่างพวกรุ่นแรกนี่...ผมสีคัลเลอร์ฟูลกันสุดๆ (พวกรุ่นหลังๆผมมันค่อยคัลเลอร์ฟูลเท่าไหร่ เพราะว่าอะไรก็อย่างที่รู้ๆกันนั่นแหละ)


ตอนนี้ภาพที่ใช้ประกวดแฟนอาร์ตสถาพรเสร็จแล้วแหละค่ะ ส่งไปแล้วแต่ไม่รู้ชนะหรือเปล่านี่สิ


แปะๆภาพ

 

รูปใหญ่จิ้ม > http://linea-lucifer.deviantart.com/art/Lupius-Library-291515677

เป็นภาพแฟนอาร์ตเรื่องหอสมุดลูเพียสค่ะ (ใน NBF)


ขอบคุณที่อุตส่าห์ติดตามเรื่องนี้นะคะ ^^


แล้วพบกันใหม่กับ 60% ที่เหลือค่ะ


Linea-Lucifer

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

3,390 ความคิดเห็น

  1. #2894 ~แตงโม~ (@pakbuhg45) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2555 / 19:41
    บรีเอลไปไหน ถ้าบรีเอลตายมันจะมีภาคตอนโตได้ไงอ่ะ 
    #2894
    0
  2. #2678 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2555 / 17:24
    ลูซินน่าสงสารแฮะ เราร้องไห้มา 2 ตอนแล้วTOT
    เหมือนมิคาเอลจะห่วงน้องชายมากกว่าน้องสาวเสียอีกนะเนี่ย
    น้อยใจเล็กๆแทนราฟาแอล...
    #2678
    0
  3. #2396 CAM. (@raymei) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2555 / 21:33
    ไม่ไหวแหะน้ำตาเราไหลไม่แยุดเลย T T
    #2396
    0
  4. #2286 Ayame (@1579900791316) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 13:46
     เพิ่งได้ฤกษ์มาอ่าน 

    ดวงตาสีฟ้าจาง =[]=!!! ไม่นะอ...เอล...?(เซนเซอร์)
    #2286
    0
  5. #2187 07L2gswep (@cussopian) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 เมษายน 2555 / 17:41
    มิค ถ้าแกจะบราค่อนได้ขนาดนี้ อร๊ายยย
    รออัพนะคะ ไรเตอร์
    #2187
    0
  6. #2185 jane123 (@areerat-41936) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 19:15
     อ่านตอนนี้แล้วมันอร๊าง~ มาก!

    มิคาเอลอร๊างมาก

    ลูซินอร๊างมาก

    อีกพวกพี่ ๆ มันทำตัวได้อร๊างให้คนเขียนเขิลแทนแลือดแทบกระฉูด อร๊ากกกกกกกก(เลือดหมดตัว)

    ไม่น่าเชื่อว่าเฮียมิคจะมีมุมบ้า ๆ บอ ๆ พรรค์นี้(ซึ่งมันบ้ามาก) เฮีย... ยังไงเฮียก็ดราม่าไม่ขึ้นจริง ๆ นั้นแหละ =_=b

    อีกอย่าง... มีแต่ทารกบรีเอล แล้วทารกราฟาแอลล่ะ? Where is she ????

    ส่วนลูซินจัง... เธอช่างดราม่า T^T คิดถึงลูช่วงเอ๋อ ๆ เปิ่น ๆ มากกว่า อยากรู้แล้วอ่ะว่าพระเจ้าทำอะไรกับลูเซิน ลูซินถึงได้เปลี่ยนขนาดนี้
    #2185
    0
  7. #2183 @ P i e r r o t ?™❖ (@black-fantasy) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 16:30
    ลูซินน่ารัก(น่าสงสารด้วยT^T) ในเมื่อบรี๊บรีตายไปแล้วก็ไปหาคุณพี่สิค่ะ!!!
    (//ปักป้าย) เราเชียร์ลูซิน-มิค หรือไม่ก็ มิค-ลูซินก็ได้ (//โดนถีบ)
    ปล.โครวิส โอดิส ราฟาเอล หายไปไหนหมด?
    ปล2.ตอนหน้า อาโด๊ อาโด~
    #2183
    0
  8. #2181 *namela* (@lolonoakill) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 13:34
    เศร้าอ่ะ TT สงสารลูซินโคว์
    #2181
    0
  9. #2180 SB_Gray (@sb-gray) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 11:51

    สงสารลูซินมากเลยล่ะจ้ะ T_T

    #2180
    0
  10. #2179 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 09:34
    ขอแก้เล็กน้อยนะเจ้าคะ =[]=!
    พอเข้ามาเช็กเพิ่งรู้ว่า เฮ้ย หน้าคนแต่งลัลล้ามันอยู่ข้างบน 25% ที่เหลือนี่หว่า?
    ปล. ถ้ารบกวนต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยค่ะ
    #2179
    0
  11. #2177 ╰ ♡ ╯N. I. N. A 닉 (@ayumusang) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 00:23
    สงสารลูซิน ;A; แง้ง
    #2177
    0
  12. #2175 demine (@demine) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 20:33
    นิดหนึ่งนะคะ<br />
    จะหาเราว่าแปลกก็ได้ค่ะ<br />
    ทำไมมิคาเอลลำเอียงจังอ่ะ<br />
    อะไรๆก็น้องชาย แล้วน้องสาวอย่างราฟาเอลล่ะค่ะ!<br />
    ผิดมั้ยที่เราหมั่นไส้บรีเอลเล็กๆ;3;<br />
    เรารักราฟาแอลที่สุดในเรื่องเลยค่ะ!<br />
    /วิ่งหนีแฟนคลับบรีเอล
    #2175
    0
  13. วันที่ 8 เมษายน 2555 / 19:39
     สงสารลูซินโคลว์อะ 
    #2174
    0
  14. #2172 megraylady (@megraylady) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 13:33

    ลูซินโคลว์นายน่าสงสารมากเลยอ่ะ จะร้องไห้

    #2172
    0
  15. #2171 Chocolate Black (@rattanawong) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 11:47
     อร๊าก!!!!ตอนหน้า!!อาโด!!!!!อาโดของเค้า!!!ตอนหน้าจะออกอีกแร้ว!!ถึงจะแค่พูดถึงก็ม่ายเปนราย!!อาโด!!!!!!!!!!
    #2171
    0
  16. #2170 lorun (@lorun) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 11:42
    พระเจ้าหรอคะ
    #2170
    0
  17. #2169 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 11:08
    อัพแล้วนะคะ ;v;
    #2169
    0
  18. #2167 e_noo@beamnoi (@enoobeam) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 เมษายน 2555 / 13:41
    มิคาเอลน่าสงสารอ่ะ
    #2167
    0
  19. #2166 Te-amo...Tomo (@te-amo) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 เมษายน 2555 / 00:23

    ถ้าจะบอกว่าหลงรักตัวละครเกือบทุกตัวในเรื่องนี้... เราจะกลายเป็นผู้หญิงหลายใจไปเลยปะคะเนี่ย (' ')
    อัพไวๆนะคะไรเตอร์ จะรออออออออออออ ><

    #2166
    0
  20. #2164 lorun (@lorun) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 19:52
    คุณพี่น่ารักอ่า น่าร๊ากกก
    #2164
    0
  21. #2163 ningnong321 (@ningnong321) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 19:39
    5555+ ถ้ามิคาเอลรู้จะเป็นไงน่ะ
    อัพไวๆนะคะ สนุกมากค่ะ
    #2163
    0
  22. #2162 Rezillanear (@rezillanear) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 18:19
    ชอบเพลงค่ะ (เกี่ยวเรอะ)

    เฮียมิคน่ารักมากกกกก ;w;

    ..แต่ถ้าในตอนนั้นเฮียแกรู้ว่าบรีเอลไม่ได้หมายถึง 'พี่' ละก็ เหอๆๆๆๆ //คิดภาพ

    แต่เฮียมิคคงไม่โยนบรีเอลลงหน้าต่างจริงๆหรอกนะคะ ><

    รออีก 25% ค่าาาา


    ปล. ภาพ คห. 2157 งามหลายค่ะ บรีเอลตอนโตหรือเปล่าคะ XD (เดามั่ว)




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 เมษายน 2555 / 18:22
    #2162
    0
  23. #2160 pink-plan (@plan-ying) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 16:21
    เฮ้ !ไรเตอร์รู้สึกว่าพอบรีเอลมาราฟาแอลsheก็หายต๋อมเป็นหมาหัวเน่าไปเลยนะ สงสารราฟาแอล
    ตอนนี้มัน มิคคาเอล*บรีเอลชัดๆเลยน้า...
    #2160
    0
  24. #2158 ╰ ♡ ╯N. I. N. A 닉 (@ayumusang) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 15:34
    เฮียมิคออกแนวๆรั่วๆ ?
    #2158
    0
  25. #2156 megraylady (@megraylady) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 11:42
    เฮียมิคน่ารักจริงนะเฮีย
    #2156
    0