The fairy tale ※ อลวน...เทพนิยายพันธุ์พิลึก!!

ตอนที่ 40 : ※ 29 ※ เด็กจะมองแต่อนาคต แต่ผู้ใหญ่จะหยุดนิ่งและสนใจกับปัจจุบัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    11 มี.ค. 55


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com








 

ยังจดจำได้ดีถึงวันที่ท้องฟ้าเป็นสีแดงฉาน

ในตอนนั้น...คือวันที่ผมได้เรียนรู้

ในความจริงที่ถูกเรียกขานว่า 'มนุษย์'

.

.

.




ชายคนหนึ่งได้เผลอทำลูกแก้วหายไป

เขาตามหา

วิ่งตามหาจากทะเลทรายอันกว้างขวาง

หยิบทรายแต่ละเม็ด...แต่ละเม็ด...เพื่อตามหาลูกแก้วเพียงหนึ่งลูก






เขาตามหา

วิ่งตามหาจากมหาสมุทรอันกว้างใหญ่


กวักน้ำแต่ละหยด...แต่ละหยด...เพื่อตามหาลูกแก้วเพียงหนึ่งลูก






เขาตามหา


วิ่งตามหาจากพื้นดินอันกว้างไกล

หยิบเม็ดดินทีล่ะเม็ด...ทีละเม็ด...เพื่อตามหาลูกแก้วเพียงหนึ่งลูก






ทำไม...หามันไม่เจอ

แล้วแบบนี้


เขาต้องใช้เวลานานแค่ไหนกันเพื่อตามหา “ลูกแก้ว” ที่เขาได้ทำหายไป















ฟังดูโง่เง่าจังเลยนะเซเฮล...”




เสียงเอ่ยดังออกมาผ่านริมฝีปากบางเรียวที่กำลังขยับยิ้มออกมา เรียกสายตาของคนที่อ่านนิทานโง่ๆอย่างที่คนตรงหน้าตราเอาไว้เงยหน้าของตนขึ้นไปมองเจ้าของเสียงที่กำลังใช้มือเรียวสางเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนของตัวเองอยู่





ตามหาลูกแก้วอย่างนั้นหรอ ต้องการเปรียบเทียบอะไรกันนะ อะไรกันที่ทำให้มนุษย์คนหนึ่งตามหาอย่างบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายก็หาไม่เจอ...ไม่พบ...ไม่มีวันเจอ แลดูคล้ายคนโง่แบบนี้...” คนตรงหน้ายังเอ่ยต่อมาก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะหันมาทางเขาและเอ่ยถามต่อ “รู้หรือเปล่าเซเฮล”





...ไม่ทราบหรอกครับ” เขากล่าวออกมาก่อนจะปิดหนังสือนิทานดังกล่าวลงมองคนตรหน้าที่อายุมากกว่าตนอยู่หลายปี ทว่าดวงหน้านั้นยังเยาว์วัยอีกทั้งยังงดงามน่ามอง ไม่ว่าจะเรือนผมสีน้ำตาลยาวเหยียดตรงจรดแผ่นหลัง หรือดวงตาคู่งามที่มองมาทางเขา...ชายผู้ที่เป็นคนเพียงคนเดียวที่เขาจะไม่มีทางหันหลังให้...




ไม่รู้อย่างนั้นหรอ?”





ขออภัยครับ...ท่านพ่อ”





นัยน์ตาสองสีนั้นมองลูกชายของตัวเองก่อนจะเบือนออกไปมองยังนอกหน้าต่าง ห้องแห่งนี้เป็นห้องโปร่งสีขาวสะอาดตา เครื่องเรือนเรียบๆไม่ค่อยมีประดับมากมายนัก พื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องถูกแปรไปเป็นชั้นวางหนังสือเสียมากกว่า ห้องแห่งนี้ได้รับการทำความสะอาดทุกวันเพราะมีชั้นหนังสือ ทำให้ฝุ่นจับได้ง่ายและคงไม่มีคนบ้าที่ไหนหรอกที่ชอบนอนกลางฝุ่นแบบนั้น





นี่...เซเฮล”





ครับ?”





เขาเอ่ยรับคำอีกฝ่ายก่อนจะเงยหน้าขึ้นไป ดวงหน้าแบบเด็กหนุ่มขาวสะอาดตา แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นหน้าตาดีสุดๆแบบคนเป็นพ่อแต่ก็น่ามองอยู่ดี เรือนผมสีแดงเพลิงข้างหนึ่งสั้นส่วนอีกข้างไว้ยาวล้อมดวงหน้าหล่อเหลาดูดี รูปร่างของเขาดูสง่างามและสมส่วน เคยมีครั้งหนึ่งที่ท่านพ่อเรียกเขาไปวัดความสูงกับเจ้าตัวก่อนที่จะโดนมองอย่างเย็นๆเมื่อรู้ว่าตอนนี้พ่อเตี้ยกว่าลูกชายคนนี้เสียแล้ว





อะไรที่ทำให้มนุษย์คนหนึ่งยอมเสียทุกอย่างเพื่อตามหามัน...” ดวงตาสองสีเบือนกลับมาจดจ้องที่ลูกชายของตนที่นิ่งไปเล็กน้อยทว่าก็ไม่หลบตาแต่อย่างใด “...ตอบคำถามนี้ให้พ่อได้หรือเปล่า?”





ดวงตาของเขาหลับลงก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “ถ้าเกิดผมตอบท่านแล้ว ท่านต้องเข้านอนได้แล้วนะครับ...”





คนถูกลูกสั่งหัวเราะออกมา “นี่ยังเช้าอยู่เลยนะเซเฮล”





ปกติท่านพ่อนอนตอนเช้า ตอนมืดอ่านหนังสือ ผมต่างหากที่แปลกใจว่าทำไมอยู่ๆก็เห็นท่านเดินไปเคาะประตูแล้วเรียกให้ผมมานั่งอ่านนิทานให้ท่านฟังแบบนี้” คนเป็นลูกกล่าวออกมาก่อนจะถอนหายใจ มองคนเป็นพ่อที่ยิ้มนิดๆก่อนจะรับคำอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก





อืม...” แต่ก็นั่นแหละเซเฮลไม่มีปัญญาอะไรจะมาบังคับคนๆนี้อยู่แล้ว “ตอบคำถามพ่อมาได้แล้ว อะไรที่ลูกจะยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหามันกัน?”





เซเฮลนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบาทว่ามั่นคงยิ่งนัก





...ท่านพ่อ” และเงียบไปก่อนจะก้มหน้าลงต่ำ “ขอโทษครับ ท่านพ่อบอกเสมอว่าห้ามรักท่าน ห้ามเป็นห่วงท่าน แต่ว่า...แต่ว่า...ท่านคือครอบครัวเพียงคนเดียวของผม ท่าน...ท่าน...”




คนตรงหน้ายิ้มออกมากับคำตอบของผู้เป็นลูกชาย ก่อนที่ดวงตาสองสีจะปรือปิดลงแล้วลืมขึ้นมาใหม่ กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับสายลมยาวฤดูหนาวว่า




ขอบคุณนะ”





ทว่ามือที่วางบนหัวของเขากลับอบอุ่นยิ่งนัก นัยน์ตาของเซเฮลปรือปิดลงขณะที่หัวยังคงก้มต่ำ เขาไม่กล้าพอที่จะเงยหน้ามองท่านพ่อของตนว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ ยังจำได้ดีถึงวันที่เขาได้คุกเข่าให้อีกฝ่าย ใบหน้าโกรธ ผิดหวัง เกลียด สับสน ทุกอารมณ์ปนเปอยู่บนใบหน้าของท่านพ่อ แต่นั่นไม่เท่ากับ...น้ำตาที่ไหลออกมา




นั่นทำให้เขารู้สึกเกลียดตัวเองที่สุด





ขอโทษครับ...ขอโทษ...ขอโทษ...”




อะไรกัน ร้องไห้แล้วหรือ? โตขนาดนี้แล้วแท้ๆ ทำไมถึงร้องไห้อย่างกับเด็กแบบนี้กันนะ” เสียงนั้นเย้าออกมาก่อนที่คนพูดจะลุกขึ้นยืน มือขาวค่อยๆเชยใบหน้าของเด็กหนุ่มขึ้นก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนจาง นิ้วเรียวสวยค่อยๆเกลี่ยน้ำสีใสบนใบหน้านั้นออกไป “...เจ้าเป็นผู้ชายแท้ๆ ทำไมถึงร้องไห้ง่ายแบบนั้นกันหืม?...”





เพราะท่านพ่อนั่นแหละครับ...” เจ้าตัวกล่าวก่อนที่จะกอดเอวอีกฝ่ายเอาไว้อย่างหลวมๆ “...ผมกลัวท่านพ่อเสียใจ”





ฉันไม่ขี้แยง่ายเหมือนใครบางคนแถวนี้หรอกนะ” เย้าต่อไปก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆในลำคอ มือเรียวนั้นค่อยๆลูบหัวสีแดงของคนตรงหน้า “ถ้าฉันร้องไห้ มีหวังลูกชายคนนี้คงคิดมากเสียจนป่วยหนัก”




ใบหน้าของเซเฮลร้อนฉ่าขึ้นมาทันใด หลังจากวันนั้นที่เขาได้เห็นท่านพ่อร้องไห้ออกมา เขาถึงกับวิ่งหนีออกจากปราสาทไป คิดมาก คิดไม่ตก คิดหนักมาตลอด เกือบคิดจะฆ่าตัวตายเสียด้วยซ้ำ เดือดร้อนถึงท่านพ่อต้องวิ่งออกมาตามหา ยิ่งทำเอาเขาโทษตัวเองหนักกว่าเก่า แถมพอคิดมากไป...ก็ป่วยเพราะการคิดมากอีก




...น่าอาย...”





น่ารักออก” คนเป็นพ่อว่าเสียงขำออกมา “รู้ไหม นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเจ้าทำตัวสมเด็ก ปกติทำตัวแก่แดดแก่ลม จนใครเขาคิดว่าเจ้าน่ะเป็นพ่อ ส่วนฉันน่ะเป็นลูกของเจ้าหมดแล้ว”





ว่าพลางหัวเราะเบาๆในลำคอของตัวเอง พาลให้นึกถึงแดดอุ่นๆในฤดูหนาวยามช่วงเช้า เซเฮลปรือปิดตาลงก่อนจะกอดเอวของท่านพ่อแน่น ฝ่ายพ่อเพียงเหลือบตาลงมองต่ำและขำออกมาเบาๆ





เด็กโง่...” มือเรียวขาวค่อยๆสอดเข้าไปในเรือนผมสีแดง คลึงเบาๆที่ขมับของคนกอดอยู่ “ฉันน่ะไม่มีวันเกลียดเจ้าอยู่แล้ว...”





...”





จะวันนี้ พรุ่งนี้ เดือนหน้า ปีหน้า จวบจนตลอดไป...เจ้าจะเป็นเพียงลูกชายที่ฉันรักที่สุด”





ผมก็...รักท่านพ่อที่สุดครับ” เสียงเรียบกล่าวออกมาก่อนที่จะคลายกอดท่านพ่อของตัวเอง นัยน์ตาถูกยกขึ้นไปสบกับคนอายุมากกว่าที่เลิกคิ้วเล็กน้อย “ท่านพ่อครับ แล้วอะไรที่ทำให้ท่านพ่อยอมทิ้งทุกอย่างแล้วตามหามันกันครับ...”





คำถามที่ถูกถามย้อนกลับนั้นทำเอาคนเป็นพ่อนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะขยับยิ้มออกมาอย่างอ่อนจาง มองนัยน์ตาของผู้เป็นลูกแม้ไม่ได้บอกกล่าวแต่เขารู้ดีว่าคนๆนี้กำลังหวังคำตอบแบบไหนอยู่กันแน่...




แต่ตลอดมาเขาไม่เคยมีความคิดที่จะโกหกเด็กคนนี้...และตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน...



เรียวปากบางคลี่ยิ้มออกมา มือนั้นวางแนบแก้มของผู้เป็นลูกชายและกล่าวเสียงแผ่ว



คงเป็น...ชีวิตล่ะมั้ง”



.

.

.

ในวันนี้...ผมได้ทำชีวิตของตัวเองหายไปในสถานที่แห่งหนึ่ง

.

.

.


 


ในดินแดนปีศาจนั้นมีปีศาจอยู่มากมาย”




ท่ามกลางความเงียบสงบของคนในหมู่บ้านนั้นจู่ๆเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นเรียกสายตาให้หันไปมองอย่างรวดเร็ว คนผู้นั้นเป็นชายหนุ่มเรือนร่างสูงสง่าไว้ผมสีขาวถักเป็นเปียยาวถึงเข่า ในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาขริบทอง ดวงหน้าขาวสะอาดหล่อเหลานั้นดูเย็นราบเรียบพาลให้นึกถึงน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย ยามเมื่อดวงตาสีเงินตวัดมองไปยังใครพาลให้รู้สึกว่าแท้จริงแล้วตนเองเป็นเพียงก้อนกรวดที่ไร้ค่ายิ่งนัก




แม้จะแปลกใจกับผู้มาใหม่แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรเขานัก คำถามที่น่าฉงนคงเป็นเขาเป็นใครกันแน่? ปีศาจหรือ...สีของปีศาจคือสีดำสนิทคงไม่มีปีศาจที่ไหนขาวราวกับทูตสวรรค์ แม้ว่าบรรยากาศของคนตรงหน้าจะดูมืดมนมากเพียงใดก็ตามที




นัยน์ตาสีเขียวของบรีเอลจับจ้องไปที่คนตรงหน้านิ่ง ต่อให้น้ำตาไหลรินออกมาแต่เขายังจดจำสีนี้ได้เป็นอย่างดี ผมสีขาวกับดวงตาสีเงินที่พาลให้นึกถึงเด็กหนุ่มผู้ราวกับสีขาวผู้แสนบริสุทธิ์คนนั้นที่พาลให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิกับแสงแดดอ่อน ผิดกับชายคนนี้ที่ราวกับฤดูหนาว




นัยน์ตาสีเงินของผู้มาใหม่ตวัดไปมองคนในหมู่บ้านก่อนจะเบือนมาทางบรีเอลและกล่าวต่อ “ปีศาจในดินแดนปีศาจมีทั้งพวกที่อ่อนแอและแข็งแกร่ง แต่ก็มีพวกที่อ่อนแอแต่สายเลือดแก่กล้าอย่างหาตัวจับได้ยาก...”





เขากล่าวต่อไปท่ามกลางความเงียบที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากเลยแม้แต่น้อย “และเลือดพวกนั่นคือสิ่งที่ทำให้อาคมยามร่ายนั้นแก่กล้ายิ่งขึ้น”




คำพูดที่ฟังงงวยนั้นทำเอาชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆขึ้นมาว่า “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”





พวกเจ้าอยากได้ความปลอดภัย...ใช่หรือไม่?” เจ้าตัวกล่าวออกมาอย่างเรียบเฉยก่อนจะเบือนไปทางบรีเอล “ส่วนพวกเจ้าก็อยากได้ความสงบสุข...ใช่หรือไม่?”




หลายคนไม่ตอบแต่ก็เป็นที่รู้กันอย่างดีว่าสิ่งที่ชายคนนี้พูดไม่ได้ผิดเลยแม้แต่น้อย “หากว่าพวกเจ้าอยากได้ความปลอดภัยข้าสามารถเขียนเขตอาคมป้องกันหมู่บ้านของท่านได้ เพียงแต่ถ้าเจ้าอยากได้เขตอาคมที่แก่กล้านั้นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้คือเลือดของปีศาจที่อยู่ในแดนปีศาจ”



ความเงียบเกิดขึ้นยามเมื่อเขากล่าว ทว่าชายสีขาวนั้นไม่ปล่อยให้มีใครได้ทักท้วง เขากล่าวต่อว่า




ไม่ห่างไกลจากหมู่บ้านมีถ้ำแห่งหนึ่ง ภายในถ้ำแห่งนั้นมีปีศาจอยู่ตนหนึ่งเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งและมีอายุอยู่นานนับหมื่นปี...แต่ถูกคุมขังเอาไว้จนกระทั่งขยับร่างกายยังยากลำบาก...”




ไม่มีใครเอ่ยวาจาใดๆออกมาจากปากเลยแม้แต่น้อยเมื่อชาวบ้านเริ่มรู้กันดี หากว่าพวกเขาจะปลอดภัยชายผู้นี้จะร่ายเวทให้ ปกป้องพวกเขาจากปีศาจในแดนปีศาจ ทว่าก็ต้องมีคนยอมไปเอาเลือดจากปีศาจที่เจ้าตัวกล่าวออกมา...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชายคนนี้จะเชื่อได้มากแค่ไหนกัน




ไม่น่าไว้ใจ แต่ก็ไม่อาจต่อต้าน



นั่นคือนิยามของบรุษผู้นี้



ใบหน้านั้นนิ่งเรียบเฉยไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่ที่เจ้าตัวพูดออกมา เขามองผ่านกลุ่มชาวบ้านไปหยุดยังเด็กชายผมยาวสีน้ำตาลที่ตอนนี้ใบหน้ามีแผล ดวงตาสีเงินนั้นนั้นเย็นเหยียบก่อนที่เท้าจะสาวเข้ามาใกล้หยุดเยื้องอยู่เบื้องหน้าของบรีเอลและกล่าว



เจ้าสามารถไปเอามันมาได้หรือเปล่า?”




ถ้อยคำที่สาปให้นิ่งงัน คนน้องเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะเหวร้องออกมาว่า



มะ ไม่ได้นะ!”



นัยน์ตาสีเงินเย็นเหยียบนั้นปรายไปมองคนน้องอย่างเรียบเฉยทำให้คนถูกมองสะดุ้งโหยง ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมเข้ามาในหัวใจของเธอ พาลให้ร่างกายตัวสั่นอย่างหวาดหวั่น มือเล็กนั้นกำของชายเสื้อของคนผมยาวแน่นก่อนจะมองก้มต่ำลง




ดวงตาสีเงินนั้นปรายกลับมามองยังบรีเอลอีกครั้งหน่งและกล่าวต่อ “คนพวกนี้ปรารถนาการปลอดภัยจากปีศาจร้าย ส่วนเจ้าปรารถนาความสุขของเด็กสองคนนี้ ข้าสามารถเขียนบทเวทป้องกันให้คนในหมู่บ้านนี้ได้ ส่วนเจ้าไปเอาเลือดที่ใช้ในพิธีกรรมมา...เท่านี้ก็เป็นจุดจบที่ดีแล้วไม่ใช่หรือไงกัน?”




นัยน์ตาสีเขียวนั้นเป็นประกายเรียบเฉยสบกับนัยน์ตาสีเงินคู่งามที่เย็นราบเรียบไม่แพ้กัน ความเงียบดำเนินต่อไปอย่างเนิ่นนานหู่ของบรีเอลไม่ได้ฟังคำพูดของพวกคนในหมู่บ้านที่กำลังกล่าวอะไรบางอย่างอยู่เลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มผมขาวนั้นเพียงเหยียดยิ้มที่มุมปากของตัวเองก่อนจะก้มลงต่ำ




ก็ดีกว่า...เอาศักดิ์ศรีที่ไร้ค่าและไม่สามารถปกป้องใครได้มาใช้...ไม่ใช่หรอ?”




ริมฝีปากของบรีเอลเม้มแน่นก่อนจะก้มหน้าลง ความรู้สึกไม่ไว้ใจอีกฝ่ายถูกทิ้งไปกับคำพูดที่ได้ยินมา คำพูดที่ตอกย้ำความอ่อนแอของตนทำให้เด็กชายนั้นลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตาสีเขียวนั้นเงยหน้าขึ้นสบกับคนตรงหน้าและเค้นเสียงในลำคออย่างยากลำบาก



ผม...ตกลง...”



ริมฝีปากบางหยักยิ้มขึ้นมาและกล่าว



...ถ้าอย่างงั้นก็ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส...หนุ่มน้อยผู้ไร้ค่า”




.

.

.




พี่ชายหน้าโง่ ทำไมถึงทำแบบนี้กันคะ พี่ชายมันโง่ที่สุดเลยรู้หรือเปล่า?”




เสียงเล็กๆเอ่ยออกมาจากปากของเด็กหญิงหน้าตามอมแมมขณะที่น้ำตานั้นไหลรินออกมา มือเล็กๆนั้นทุบที่อกของเขาเบาๆพาลให้นึกถึงสาวน้อยแสนงอนยิ่งนัก บรีเอลเพียงมองกลับไปอย่างนิ่งๆก่อนที่นัยน์ตาสีเขียวนั้นจะไปหยุดอยู่ที่ร่างของคนที่กำลังนอนอยู่แล้วเอ่ยถาม



ทำไม...หมอนั่นยังไม่ตื่น?”



ตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง เด็กหญิงรู้ทว่าเธอก็เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องให้กับคนตรงหน้า มือเล็กๆนั้นตบเบาๆที่แก้มของอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยออกมา “อันที่จริงที่พี่จ๋ายังหลับอยู่สาเหตุก็มาจากน้ำนั่นด้วยนั่นแหละค่ะ... มันไม่ใช่ฉี่ของคนเป็นเบาหวานอะไรหรอกหนูล้อพี่ชายเล่นน่ะ”



...”




คุณกำลังเสียดายที่มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอคะ? พี่ชายบรีเอลนี่โหดร้ายจัง” เด็กหญิงว่าอย่างยิ้มๆออกมาส่วนบรีเอลเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย “พี่ชายบรีเอลกำลังสงสัยว่าทำไมหนูถึงมองพี่ชายออกอย่างนั้นหรอคะ? พี่น่ะสังเกตุง่ายกกว่าพี่จ๋าอีกนะคะ เพราะถึงพี่ชายบรีเอลจะทำหน้านิ่งๆแต่ว่าบางครั้งคิ้วกับดวงตาก็จะมีปฏิกิริยาหน่อยๆผิดกับพี่จ๋าเลยที่มีหน้านิ่งลูกเดียวอย่างกับใส่หน้ากากแหนะ แถมถ้าจะมีปฏิกิริยายังน้อยมาก...มากๆด้วย”




เด็กหญิงบ่นออกมาซึ่งบรีเอลเพียงเห็นด้วยในใจเท่านั้นเพราะอย่างที่เด็กหญิงคนนั้นพูดนั่นแหละ คนพี่...อันที่จริงนิสัยของหมอนั่นออกจะคล้ายเด็กๆยิ่งกว่าคนน้องเสียด้วยซ้ำไป แต่เพราะสีหน้าที่นิ่งมากจนเหมือนกับเส้นประสาทบริเวณใบหน้าไม่มีมันเลยทำให้คนพี่ดูกลายเป็นผู้ใหญ่เกินตัว



น้ำนั่น...” เด็กหญิงเกริ่น “หนูใส่เอายานอนหลับไปต้มค่ะ”



...”




ปกติพี่ชายไม่ค่อยกินน้ำที่หนูยื่นให้หรอกค่ะ เพราะหลังๆพี่เขาคงรู้แล้วว่าตื่นมาทีไรก็เจอหนูบาดเจ็บทุกที...” เด็กหญิงยิ้มออกมา ภาพของพี่ชายหน้านิ่งที่ชอบปกป้องเธอตลอดเวลา...แต่เขาจะรู้ไหมนะ



ว่ายิ่งปกป้องมากเท่าไหร่




ตะกอนแห่งความเจ็บปวดในใจของเธอก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น



ตะโกนออกไป




เลิกปกป้องหนูเถอะ...อย่าเลย...แต่ขอ...



แต่ที่หนูทำไป...เพราะหนู...อยากปกป้องพี่จ๋าค่ะ”



ให้หนูได้ปกป้องคุณเถอะนะคะ



นี่...เธอมีความฝันอะไรหรือเปล่า?”


เอ๊?”



หัวคิ้วของคนถูกถามนั้นขมวดกันเล็กน้อยกับคำถามของคนตรงหน้าที่ถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย ดวงตากลมๆสีส้มนั้นมองมองคนผมยาวสีน้ำตาลและขยับยิ้มออกมา



ฝันอยากเป็นเจ้าสาวของพี่บรีเอล!”



คนที่เหมือนถูกขอกลายๆว่าเป็น 'เจ้าบ่าว' นั้นถอนหายใจออกมากับคำตอบของเด็กหญิงที่หัวเราะเบาๆ ดวงตาสีเขียวฉายแววอ่อนลงก่อนที่มือนั้นจะวางเบาๆที่หัวของเด็กหญิง



ขอโทษนะ” เสียงนั้นเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ “แต่ว่า...ฉันมีคนที่ไม่สามารถทรยศได้อยู่”



ต่อให้พบเจอคนมากมายสักแค่ไหน...



แต่ฉันจะไม่ทรยศต่อความเชื่อใจของเธออย่างเด็ดขาด



นั่นเป็น...คำสาบานที่ฉันตั้งใจจะบอกกับเธอไป



ค่ะ” เด็กหญิงยิ้มออกมาก่อนที่มือเล็กจะจับมือของเขาแน่น “...อันที่จริงหนูล้อเล่นน่ะ หนูน่ะมีความฝันนะ ฝันอยากอยู่กับพี่จ๋าที่แสนซื่อบื้อ อยู่อย่างมีความสุขในบ้านหลังเล็กๆ...อันที่จริงทุกวันที่ผ่านมาหนูก็มีความสุขแล้วแหละค่ะ”



...เป็นความสุขที่เล็กน้อยจังเลยนะ”



เล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่อยู่ที่ใจมองนะคะ”



ดวงตาสีเขียวนั้นมองเด็กหญิงตรงหน้าก่อนที่เขาจะหยิบมือถือของตนยัดเข้าที่มือเล็กๆของเด็กหญิงที่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “นี่...”


มือถือ” คนที่ยัดใส่มือฝ่ายตรงข้ามกล่าว “...ถ้าหากฉันไม่กลับมากดไปที่เลขหนึ่งค้างเอาไว้...แล้วเธอจะปลอดภัย...”



แล้วถ้าเป็นไปได้...ช่วยบอกคนที่รับสายทีว่าฉัน...


แต่สุดท้ายประโยคหลังเขาก็ไม่ได้พูดออกไป...


ดวงตาสีส้มเป็นประกายแข็งกร้าว “คุณมอบมันมาให้หนูทำไมคะ หนูว่าสิ่งนี้สมควรจะอยู่กับคุณมากกว่าเมื่อสิ่งที่คุณต้องไปเจอคือสิ่งที่อันตราย”


เด็กหญิงว่าก่อนที่เจ้าตัวจะทำท่ายัดของในมือคืนให้เจ้าของที่ปฏิเสธแล้วก้าวเท้าถอยหลังลงไป “...เธอ...มีความฝันไม่ใช่หรือไง?”


...”


ฉันก็แค่...หวังอยาก...ปกปองความฝันของพวกเธอ”


ความฝัน...ใครต่อใครต่างก็มีความฝันกันทั้งนั้น...


แต่ตอนนี้หนูมีความฝันใหม่แล้วนะคะ” เด็กหญิงยิ้มออกมาก่อนที่มือเล็กๆจะจับมือของบรีเอลแล้วบีบแน่นไป “...ถึงหนูห้ามยังไงพี่ก็คงจะไปอยู่ดีเพราะงั้น...หนูขอเพียงอย่างเดียว...กลับมาหาหนูกับพี่ด้วยนะคะ”


ริมฝีปากของบรีเอลยกขึ้นมาเป็นรอยยิ้มก่อนที่เจ้าตัวจะกำชับมือเล็กๆนั้นแน่น และเอ่ยเสียงแผ่วเบา


ฉันสัญญา”


...”



ฉันสัญญาว่าฉันจะกลับมา...แล้วตั้งชื่อให้กับพวกเธอ”


เด็กหญิงยิ้มกว้างตอบกลับก่อนที่ดวงตาสีส้มนั้นจะปรือปิดลง



ค่ะ” เธอยิ้ม “หนูเชื่อคุณค่ะ”


แล้วหนูจะรอรับชื่อที่แสนน่ารักจากคุณนะคะ”



.

.

.

แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว...ทั้งคุณและหนู

จะเป็นฝ่ายผิดสัญญาก็ตามที

.

.

.




มืด...นั่นคือนิยามเดียวของสถานที่แห่งนี้




นัยน์ตาสีเขียวกวาดมองไปโดยทั่วก็ไม่อาจเห็นสิ่งใดได้เลยแม้แต่น้อย มือของบรีเอลวางทาบไปกับผนังสัมผัสได้ถึงความหยาบของหิน บรีเอลไม่รู้ว่าตัวเองเดินลึกเข้ามานานเท่าไหร่แล้ว แต่ก็นานเสียจนไม่อาจเห็นแสงสว่างจากทางเข้าได้เลยแม้แต่น้อย เด็กชายพยายามไม่พูด ไม่กล่าวสิ่งใดต่อมาและเดินต่อไปอย่างนิ่งงัน




ยิ่งเดินความรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเริ่มเกาะกุมหัวใจ มันมืด...มืดมากและไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในความมืดมิดแบบนี้บ้างกันแน่ บรีเอลเม้มปากแน่นก่อนที่เจ้าตัวจะสาวเท้าเดินต่อไป แม้ว่าตลอดทางจะมีความคิดเดินหันหลังกลับไปตลอดทางแต่เขาก็เลือกที่จะปัดความคิดนั้นออก




เฟรอสบอกเขาว่าถ้ำแห่งนี้ไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไร...เขาจะเชื่อเฟรอส




ทางตัน?...” เด็กชายชะงักเมื่อจู่ๆก็รู้สึกเหมือนชนกับหิน โชคดีที่เขาไม่วิ่งไม่งั้นคงล้มและเจ็บหน้าอย่างแน่นอน มือเรียวที่ก่อนหน้านี้ลูบหินอยู่ด้านข้างเปลี่ยนมาลูบอย่างเบื้องหน้าแทน น่าแปลกที่หินด้านหน้านั้นไม่ขรุขระดั่งหินด้านข้างตนเลยแม้แต่น้อย หินนั้นทั้งเรียบ เนียนละเอียดมีร่องรอยการเขียนบางอย่างเอาไว้นั่นทำให้มือของบรีเอลค่อยๆสัมผัสทั่วหินอย่างแผ่วเบา...





มันถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษของโลกสมัยช่วงกลางก่อนการล้างโลกครั้งที่สอง ถือเป็นศัพท์โบราณที่คนชนชั้นกลางไม่ได้เรียน แต่พวกชนชั้นสูงนั้นอยู่ในหลักสูตร พวกชนชั้นสูงตั้งแต่ขั้นขุนนางขึ้นไปนั้นสนทนากันด้วยศัพท์ภาษาสมัยโลกกลางนั่นทำให้บรีเอลได้รับการเรียนภาษาดั่งกล่าวมาเป็นอย่างดี




พูด ฟังกับเขียนพอได้แต่การอ่านเขายังไม่เก่งเหมือนกับโอดีสซีอุสเท่าไหร่นัก บรีเอลจึงพยายามที่จะคลึงบริเวณร่องรอยของมันอย่างแผ่วเบา นึกให้ออกว่ามันเป็นตัวอักษรอะไรและพยายามจำตัวอักษรดั่งกล่าวเอาไว้เพื่อรวมเป็นคำที่ปรากฏอยู่ในหิน




บางทีถ้ามีแสงสว่างหรือเวทมนตร์คงง่ายกว่านี้...แต่บรีเอลคือเด็กไร้เวทมนตร์นั่นทำให้เขาใช้เวลานานหน่อย...




คำที่ปรากฏบนหิน...





อยู่.......ที่แห่งนี้?” มือนี้สัมผัสลงไปอย่างแผ่วเบา “...บาป...รอ...ใคร?”





ฟังดูไม่ค่อยปะติปะต่อเท่าไหร่นักแต่ที่ไม่ปะติปะต่อน่าจะเป็นการแปลของเขาเสียมากกว่า บรีเอลไม่ถนัดภาษาดังกล่าว ย้ำหน่อยว่ามากด้วยเขาไม่ใช่โอดีสซีอุสที่เก่งกาจเสียทุกเรื่อง ถ้าเป็นหมอนั่นบางที...แค่สัมผัสครั้งเดียวอาจจะแปลอย่างถูกต้องเลยด้วยซ้ำไป...




โครวิสก็เหมือนกัน แม้ว่าจะดูเรื่อยๆท่าทางไม่สนใจอะไรแต่บรีเอลรู้...โครวิสไม่ได้เกิดมาฉลาดแบบโอดีสซีอุสแต่หมอนั่นตั้งใจมากกว่าใคร พยายามมากกว่าใครเพื่อให้สมกับตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาทอันดับ 2 เพื่อไม่ให้ใครดูถูกว่าเพราะเกิดมาเป็นลูกของราชินี...




ราฟาแอลเห็นเล่นไปอย่างนั้นแต่เพราะราฟาแอลคือว่าที่ดยุคอาโดนิสแทนเขาที่ไม่มีเวทมนตร์ ราฟาแอลถึงพยายามตั้งใจเรียนเพื่อให้ท่านพี่มิคาเอลภูมิใจ ผิดกับเขา...




เขาเคย...พยายามอะไรบ้างหรือเปล่านะ...





บางครั้งมีแค่ความรู้สึก...ก็ไม่พอจริงๆสินะ...”





หัวสีน้ำตาลนั้นสัมผัสเบาๆที่แผ่นหินเรียนเนียนก่อนจะหรือตาปิดลง มือนั้นกำแน่นวางแนบกับหินเบื้องหน้าตนสัมผัส เขาไม่เคยทำให้ท่านพี่ภูมิใจได้เลยแม้แต่น้อย บางครั้งยังทำให้ท่านพี่รำคาญด้วยซ้ำไป...มัวแต่ทำเรื่องไร้สาระ...




เด็กคนนั้นไงที่เป็นน้องชายของดยุคมิคาเอล...”




เด็กไร้เวทมนตร์นั่นน่ะนะ?”




ตึง!




มือทุบลงที่แท่นหินเบื้องหน้า




อย่าท้าสู้ดาบกับหมอนั่นเด็ดขาดนะ! เจ้าหมอนั่นมันใช้ดาบไม่เป็น ขืนบาดเจ็บแล้วแหละก็แย่แน่ๆ”




ตึง!




ริมฝีปากเม้มแน่น




ชวนหมอนั่นมาเล่นบอลทำไมกัน! ถ้าหมอนั่นอยู่ทีมไหนทีมนั้นก็แพ้หมดแหละ ให้ตายเถอะ!!”




ตึง...




ฮึก...”




หยาดน้ำสีใสร่วงหล่นลงมาตกสู่ธรณีที่ยืนอยู่...แต่เขาไม่คิดจะโทษต่อชะตากรรมเลยแม้แต่น้อย ไม่น่าเกลียดที่จะโทษต่อชะตากรรมเมื่อเขารู้ว่าสิ่งที่ผิดคือตัวของเขาเอง...




ถ้าโดนดูถูกเรื่องดาบ



ทำไมถึงไม่ฝึกดาบกันเล่า? ในเมื่อยังมีมือทั้งสองข้างอยู่...




ความสามารถทางด้านดาบของท่านมิคาเอลเป็นรองเพียงดยุคนาร์ซีซัสเท่านั้นเชียวนะ!”




ยอดเลย ต่างกับน้องชายของท่านลี้ลับ ถือดาบน่ะได้อยู่แต่ฝีมือดาบนั่นไม่ได้เรื่องเลย”



เพราะเกลียดการถูกเปรียบเทียบ...เขาถึงเลิกที่จะฝึกดาบ




ถ้าโดนดูถูกเรื่องความรู้




ทำไมไม่ศึกษากันเล่า? ในเมื่อยังมีสมองอยู่...




ท่านหญิงราฟาแอลเห็นนิสัยแบบนั้นแต่ปีนี้คะแนนสอบได้อันดับที่สามของอาณาจักรเชียวนะ”



นั่นสิ ตอนฉันไปทำความสะอาดเห็นท่านหญิงตั้งใจอ่านหนังสือ ผิดกับน้องชายของท่านจริงๆเลยนะ เด็กคนนั้นได้แค่อันดับกลางๆของอาณาจักรไม่ต่างจากพวกชนชั้นกลางเลย”




เพราะรู้ว่าพยายามไปก็สู้ไม่ได้...เขาจึงเลิกที่จะอ่านหนังสือ




...ผมนี่ไม่สมกับเป็น...อาโดนิส...จริงๆเลยนะ”




อาจจะเพราะความมืดที่เรียกสิ่งที่อยู่ในใจของเขาออกมา ทว่าว่าวินาทีที่จมลึกไปกับสิ่งที่เก็บอยู่ในใจจู่ๆพื้นดินที่เคยนิ่งสงบกับสะเทือนจนยืนแทบไม่อยู่ ร่างของบรีเอลเสถลาไปข้างหน้าทว่าแทนที่จะชนกับแผ่นหินกลับรู้สึกถึงพื้นดินเสียแทนราวกับแผ่นหินนั้นได้หายไป




ความรู้สึกต่อมาคือแสงสว่างที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลัน โชคดีที่ใบหน้าของบรีเอลสัมผัสกับพื้นอยู่จึงไม่โดนแสงแยงตานัก...




อึก! บ้าเอ๊ย! ทำไมอยู่ๆมีแสงสว่างขึ้นมาได้วะ”




เสียงสบถดังออกมาบ่งบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวทำให้บรีเอลเริ่มฉุกคิดว่า เขามาที่นี่เพื่อเอาเลือดปีศาจเพราะงั้นบางทีเสียงดังกล่าวนี่อาจจะเป็นเสียงของปีศาจ นั่นทำให้บรีเอลผงกหัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วดวงตาสีเขียวจับจ้องไปที่ 'ปีศาจ' เบื้องหน้าที่กำลังสบถออกมาอย่างหงุดหงิด




เสียงของโซ่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบานั่นทำให้รู้ว่า 'ปีศาจ' ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยโซ่ที่ห้อยระโยงระยางมากมาย หากบรีเอลมีเวทมนตร์คงรู้ว่าแต่ละเส้นนั้นฉาบไปด้วยเวทมนตร์อย่างแรงกล้าที่ผ่านมาเป็นหมื่นปีแล้วยังคงอยู่ รอบห้องนั้นเต็มไปด้วยตัวอักษรตวัดๆของภาษโลกยุคเริ่มต้นกำลังเรืองรองแสงด้วยเวทมนตร์ประหลาดทำให้สถานที่ที่ควรมืดนี้สว่างไสว




ส่วน 'ปีศาจ' ที่ว่านั่นมีรูปลักษณที่น่าจะคล้ายคน แขนสองข้าง ขาสองข้าง ผีขาวซีดราวกับหิมะนั้นตัดกับอาภรณ์สีดำสนิท ผมสีเงินยวงที่ตกลงมาปกปิดดวงหน้าจนหมดยาวเหยียดเรี่ยร่ายไปกับพื้นที่เต็มไปด้วยอักขระเวทหลายชั้น...แม้บรีเอลไม่เป็นเวทมนตร์แต่เขาก็สามารถรับรู้ได้เลยว่าทำไมเฟรอสจึงกล่าวว่าปลอดภัย



จากเท่าที่ดู 'ปีศาจ' ตนนี้ถูกกักขังเอาไว้หลายชั้น...




...ทำไมถึงมีแสงสว่างขึ้นมาได้...หรือว่า...” เสียงนั้นเงียบหายไปก่อนที่ 'ปีศาจ' จะเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ท่าน...!”



นัยน์ตาสีเขียวของบรีเอลค่อยๆเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆไม่ใช่เพราะดวงหน้าที่หล่อเหลาชนิดหาตัวจับได้ยากยิ่งของอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะดวงตาคู่นั้นต่างหาก...สีของดวงตาคู่นั้น...



คือสีเขียวแกมน้ำเงินราวกับหางนกยูง...ที่มีเพียงตระกูลเดียวเท่านั้นที่สามารถมีได้



...ซิ...ซิ...ฟัส?”



ซิซิฟัส หนึ่งในตระกูลสิบสามดยุคแห่งอาซิโดเลีย






xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx100%xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

หายไปนานมากเพราะเปลี่ยนเน็ต จออภัยด้วยนะคะ!
ในที่สุดก็มาลงตอนนี้แล้ว ฮิ้ววว

สำหรับใครที่จำหมอนี่ไม่ได้นั้น เขาคือคนที่ออกมาตอนท้าย บทนี้ค่ะ > ※ 21 ※ จุดเริ่มต้นของอนาคต จุดจบของอดีต

อย่างที่เคยเกริ่นๆไปแล้วว่าตราสัญลักษณ์ที่กักขังเขาไม่มีอยู่หนึ่งตรา นั่นคือตัวของเขาเอง ในที่สุดก็เฉลยแล้วว่าเขาคนนี้คือใครกันแน่ XD

ปีศาจที่เฟรอสกล่าวถึงคือ "ซิซิฟัส" ค่ะ

บทต่อไปจะเป็นตัวเฉลยแล้วว่าทำไมบรีเอลถึงตายหลังจากที่เวินเว่อมานาน

และเป็นบทเฉลยของอาซิโดเลีย ซึ่งดยุคทั้งสิบสองรู แต่มิคาเอลไม่รู้ค่ะ


หลังจากที่ดราม่ามาหลายตอนแล้ว (?) ตอนต่อไปคิดว่าไม่ดราม่าแล้วแหละ

จิกกัดกันได้ อร๊างหัวใจสุดๆ  = =!



Linea-Lucifer

ปล. ช่วงนี้กำลังวางพลอตนิยายเรื่องที่ 2 อยู่ค่ะ กำหนดเอาไว้แล้วว่าจะเป็นเรื่อง "ซิลเดอเรลล่า" ใครเป็นนางซิน ใครเป็นเจ้าชาย ลุ้นเอา อย่าเดาเลย เพราะคนแต่งคนนี้แม่มดริฟโค้ง (มากๆ)

 

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx60%xxxxxxxxxxxxxxxxx


ตรูใช้ตัวละครคุ้มมาก (หัวเราะ)

คิดว่าถ้าใครติดเรื่อง Fearar คงรู้ว่าเฟรอสนี่คือใครกันนะ!

ดาวร้าย (?) เรื่องนู้นมารับจ๊อบดาวร้าย (?) เรื่องนี้ด้วย! โหย! ตรูใช้ตัวละครประหยัดสุดๆหัวเราะ!!

เต่เรื่องบรีเอลเกิดขึ้นก่อนเรื่อง Fearar นะเออ >W<

สปอยที่แม่มไม่ช่วยอะไรเลย..
v
v
v

ปล. อย่าเพิ่งว่าเฟรอสนะเออ เพราะอะไรอย่างนั้นหรอ?ก็เพราะเฟรอสหล่อมากเลยน่ะสิ ></// แอร๊ยยยยย

ปล2. เซเฮลเขาแม่ม ติดพ่อมาก ขี้อ้อนสุดๆ (กับพ่อเท่านั้นแหละ) มีคอมเม้นท์บอกว่าไม่เชื่อว่าเซเฮลจะดาร์ค

แต่ขอยืนยันคำเดิม! ไอ้หมอนี่มันดาร์ค ดาร์คโพกกกก

ปล3. ตอนนี้กำลังเขียนลูซินโคลว์อยู่ หลังจากที่เพิ่งเขียนเฮียมิคเสร็จไป รู้สึกโคตรรักเฮียมิคเลยแหละ เอ๊ยมิคน่ารักมาก ขณะที่ลูซินโคลว์ตัวละครที่ตอนวางเค้าเรื่องไวโคตรชอบหมอนี่เลย พอมาเขียนจริงความรักกลับยิ่งเจือจางลงไป T_T แย่นะ ตอนหลังๆหมอนี่มีบทเด่นเยอะด้วยนี่สิปัญหา!!!

ปล4.อ่านไปสักพักกรุณาทำใจให้ร่มไว้ๆ หยิบยาดมมาเยอะๆ  ผ้าเช็ดหน้าหลายๆพื้นแล้วกันนะ

ปล5.ก็ อร๊าง ตอนนี้เขียนเฮียนมิคเสร็จ ด้วยรักและหวังดีเตรียมป้าย มิคาเอล*บรีเอล เอาไว้เอยะๆนะ เพราะตอนนี้คนแต่งกำลังหลงคู่นี้มากกกก///


Linea-Lucifer

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx30%xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx


กลับมาจากปัจฉิมแล้วนะคะ XD แน่นอนว่ากลับมาแล้วก็อัพเลย ไรเตอร์น่ารักสุดๆ (ตรูยังช่าง...หาเรื่องดริฟมาชมตัวเองได้อยู่อีก)

เดี๋ยวอีกไม่นานก็รู้แล้วว่าตกลงซิลเวอร์คือใคร บรีเอลคือใคร ยังไง บลาๆ

เซเฮล...อันที่จริงหมอนี่ออกตอนช่วงโอดีสซีอุสอายุประมาณ 25 แหละ แต่ไม่มีอะไร ไรเตอร์อยากยกเซเฮลมากล่าวเจิ่มๆเล็กน้อยนี่ กว่าจะมีบทจริงๆตั้ง 30-40 ตอนน่ะ! แต่ทำไมอ่ะ ก็ไรเตอร์ชอบเซเฮลนี่นา T^T;;!!

(ข้ออ้างที่เลวมาก)

เซเฮลน่ารักสินะ! เป็นคุณลูกชายที่น่ารักมากเลยสินะ ชวนให้ไรเตอร์กรีดร้องอยากให้เขามีบทเยอะๆมากๆ แต่ยิ่งมีบทเยอะไม่อยากจะบอกว่าเจ้าหมอนี่มันโคตร ดาร์ค!!
 
ย้ำว่า ดาร์คโคตรๆ ดาร์คแบบติดพ่อมากมาย แอร๊ยๆ บอกคำเดียว ชอบเซเฮลโคตรค่ะ! (เพ้อหนักกับตัวละครที่ยังไม่มีบทตอนนี้ เพ้อชนิดที่ว่าอยากให้เขามีบทเร็วๆจนแอบคิดตอนพิเศษของเซเฮลออกมาเลยแหละค่ะ!)

ลูซินน่ะมันดาร์คเก๊ ต้องเซเฮลนี่ดาร์คของจริง ย้ำว่า กรี๊ดดดดดด #%^$@^!$&!@&%&

เอิ่ม พอเถอะ หัวเราะ*

ขอพูดเรื่องปัจฉิมบ้างดีกว่า สนุกมาก เศร้ามาก ร้องไห้แบบชิบลอสจริงๆ แต่ที่สนุกคือ...

มันมีด่านให้กระโดดสูง แล้วถ้าจะผ่านอีเชือกที่สูงๆนี่ได้ต้องต่อตัว ด้วยความที่ไรเตอร์ตัวหนัก ไรเตอร์จึงเป็นกังวลว่าเพื่อนจะรับน้ำหนักไม่ไหว แต่สุดท้ายเพื่อนไม่ยอม เมิงต้องปีน!!

ไรเตอร์ " ห่ะ เอาจริงดิ! ตัวตรูหนักมากเลยนะ!http://img200.imageshack.us/img200/2971/sed3.gif"

อันที่จริงคือ กรูกลัวตก...กรูไม่ไว้ใจเมิง
(ไม่มีความห่วงเพื่อนในนิสัยมากตรู 555+)

เพื่อน "กรูมิสน! เมิง ปีน!"
(เลวพอกัน...ไม่ว่าเยี่ยงไร กลุ่มเราต้องชนะ!)

ด้วยความที่โดนฝืนใจ (?) ผมก็เลยต้องปีนหลังมันขึ้นไปแล้ว...ทรงตัวไม่อยู่

ไถลล้มไปกับพื้น...
(เจริญมาก สุดท้ายตรงเชือกนั้นก็โดนหักคะแนน)

มาต่อ คราวนี้มีเชือกที่ให้ต้องข้ามอีกคร่าวนี้ผมบอก

ไรเตอร์ "ถอยไป! คราวนี้ กรู จะ โดด!!!"

เพื่อน "...เอาจริงดิ? แต่ก็เชิญ (กรูปวดหลังพอดี)"

และ ผมก็...โดดและ...



และ...



จบ...



แทนที่เพื่อนจะห่วงมันยังบอกว่า

เพื่อน " เมิงเมื่อกี้ท่าเซเลอร์มูนมาก!! แบบ อร๊างงงง!! (ทำท่าไก่บิน)"

ไรเตอร์ "...."

ห่วงตรูหน่อยสิเฟร้ย! หน้าตรูไถลพื้นไปสองรอบแล้วนะ

นิดๆ
กลุ่มของผมมีชื่อกลุ่มว่า

"คนหน้าตาดี"

คติกลุ่มคือ

"คนหน้าตาดีทำอะไรไม่ผิด"

คราวนี้รูแล้วสินะว่าในกลุ่มนี้มันรวมคนประเภทไหนอยู่กันแน่

(หลงตัวเอง...555+)

Linea-Lucifer

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

3,390 ความคิดเห็น

  1. #2760 Narji (@mizali) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 กันยายน 2555 / 21:27
    สนุกจังเลยค่ะ ~~~~~  สู้ๆนะคะ
    #2760
    0
  2. #2061 Te-amo...Tomo (@te-amo) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 มีนาคม 2555 / 13:25
    ในที่สุดก้อมาต่อแล้วววววววว T^T เรารอจนแอบถอดใจเลยอะ
    #2061
    0
  3. #2013 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 มีนาคม 2555 / 09:57
    แม่นนน ตอนต่อไปจบย้อนสาเหตุที่บรีเอล X แล้วนะคะ!

    สปอยเรื่องบรีเอล - อีก 5-6 ตอนจะจบนิทานเรื่องที่ 1
    สปอยเรื่องเฟียร์ - ...อืม บทนำเฟรอสโผล่หัวมาคุยกับ XX น่ะนะ คนเดินเรื่องคือเรย์ แล้วก็เล่ม 2 จะแจกห่อปกเล่ม 1 ค่ะ ซึ้ง*
    #2013
    0
  4. #2010 N. I. N. A U. L. D. A. E. R. F. O. R. D (@ayumusang) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มีนาคม 2555 / 18:15

    ซิซิฟัส =[]=

    #2010
    0
  5. #2009 @ P i e r r o t ?™❖ (@black-fantasy) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มีนาคม 2555 / 15:58
    รอตอนต่อไป (=w=)
    #2009
    0
  6. #2007 e_noo@beamnoi (@enoobeam) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มีนาคม 2555 / 22:18
    อ่านตอนนี้แล้วเสียดายน้ำตา

    ดราม่าสุดๆ
    #2007
    0
  7. #2006 elfear (@venelin) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มีนาคม 2555 / 21:50
    ง่ะ  อยากอ่านต่อค่ะ  ค้างคา
    #2006
    0
  8. #2004 jane123 (@areerat-41936) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มีนาคม 2555 / 21:14
    บรีเอล!!!!

    ช่วงนี้นายดราม่าได้ชวนปวดใจมาก T^T

    เค้าจะเป็นกำลังใจให้แม้นายจะเรียนไม่ดี ดาบไม่ได้เรื่อง ความพยายามหดหาย

    แต่ในอนาคตข้างหน้านายจะเป็นสุดยอดนักเล่านิทานนะเออ!( รึเปล่าหว่า?)

    #2004
    0
  9. #2003 s.tiger (@jennyblue) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มีนาคม 2555 / 21:12
    อยากรู้จังว่าจะเป็นยังไงต่อค่ะ(เพราะค้างคาในมากค่ะ)
    #2003
    0
  10. #2001 ปลาทองจำแลง (@goldfish43) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มีนาคม 2555 / 19:07
    สงสารบรีเอลจัง TT_TT
    #2001
    0
  11. #2000 Fallow Deer (@aunsan21) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มีนาคม 2555 / 18:25
     ในที่สุดก็อัพ ดีใจจัง 

    รักบรีเอลเสมอเจ้าค่ะ
    #2000
    0
  12. #1999 megraylady (@megraylady) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 มีนาคม 2555 / 16:47
    ต่อไปบทเฉลยแล้วเฉลยมาดอนน่าด้วยหรือเปล่าคะ  สงสารบรีเอลจัง
    #1999
    0
  13. #1996 lightwars (@lightwars) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มีนาคม 2555 / 22:47
    นั่งเก็บเมล็ดข้าวสารรออย่างใจจดใจจ่อ อร๊ายยยย มานั่ังอ่านใหม่อีกรอบ เฟรอสก็หล่อเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ!
    #1996
    0
  14. #1995 heaven kung (@--theheaven--) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มีนาคม 2555 / 20:28
    ผมร้องไหอ่ะ (โอ..ท่าจะอินมากไป) หนุกๆๆๆๆๆ อัพต่อเร็วๆน้า ไรเตอร์
    #1995
    0
  15. #1993 Lester W. Waneriar (@hyperion) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มีนาคม 2555 / 16:42
    >[]< เซเฮลบันซายยยยย 
    ซักวัน...ซึนและบราคอนจะครองโลก!!(?)  //มั่วล่ะ

    เนื้อเรื่องสนุกมากงิไรท์เตอร์....
    แต่เรื่องตอนปัจฉิมของไรท์เตอร์ก็ขำนะ //โดนโบก สรุปมันไปอ่านอะไร(ฟร่ะ =_=)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มีนาคม 2555 / 16:45
    #1993
    0
  16. #1989 TONNAM' (@tonnamro) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 มีนาคม 2555 / 17:03
    เซเฮลน่ารักจริงๆค่ะ แต่ขอเพ้อแบบแพ้กคู่ทั้งพ่อทั้งลูก ////[ ]\\\\
    แต่เรื่องนั้นมันปมเยอะเกินะดราม่า ดราม่า ดราม่า ฮืออออ
    ผิดสัญญาทั้งคู่นี่มันอะไรกัน บรีเอลผิดสัญญายังพอเข้าใจแต่คนน้องขะผิดสัญญาอะไรฮือออ
    คนที่บรีเอลไม่มีทางทรยศน่าจะเป็นมาดอนน่ารึ้ปล่าหนอ
    โอ่ยย เรื่องนู่นนี่นั่นโน่นเยอะไปหมด *สลบ*
    #1989
    0
  17. #1978 blue flame (@ein-zwei-drei) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 มีนาคม 2555 / 14:55
    อัพๆไวน้า~

    เค้าเชียร์อยู่~~ ^O^
    #1978
    0
  18. #1973 ningnong321 (@ningnong321) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:48
    อัพไวๆนะคะ
    ตอนนี้...มากเลยล่ะค่ะไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างบรีเอลที่น่ารักจะยอมก้มหัวให้
    นี่ถ้ามิคาเอลและลูซินโคลว์รู้ว่าพวกชาวบ้านปาก้อนหินใส่บรีเอลแล้วล่ะก็ ชาวบ้านนั้นได้หายไปแน่นอน
    เฮอะเฮอะเฮอะ
    #1973
    0
  19. #1962 s.tiger (@jennyblue) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:27
    ปริศนาเยอะมากๆเลยค่ะเรื่องนี้
    #1962
    0
  20. #1960 Te-amo...Tomo (@te-amo) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:12
    อยากจะบอกว่า... ยิ่งอ่านยิ่งงงสุโค่ยยยยย
    เพราะฉะนั้น... ถือว่าช่วยให้คนๆนึงไม่ประสาทกิน...
    ไรเตอร์ที่รักคะ ได้โปรด...
    อัพไวๆว่องๆ เฉลยให้ด่วนนนนนนนน

    PS. คนที่บรีเอลไม่มีทางทรยศคือใครหว่า? คู่หมั้นอย่างมาดอนน่า หรือว่า...
    อัศวินบราค่อนอย่างดิสซี่ =0=;;;
    #1960
    0
  21. #1958 megraylady (@megraylady) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 / 10:23

    บรีเอลน้อย นายต้องกลับมานะ(แล้วเมื่อไรเฮียมิคจะมาช่วยบรีเอล)

    #1958
    0
  22. #1956 Alicia (@alicia) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:11
    ฮึ่ยตอนนี้มันดราม่า พอมาอ่านมุมไรเตอร์นี่ฮากลิ้ง 55
    มิคบริ๊น่ารักออก แอร๊ยยยยยยยยยยย
    เซเฮลเด็กติดพ่อ เธอน่ารัก!!!! อยากเห็นรูปเซเฮลอ้ะ อร๊ายยยยยย
    #1956
    0
  23. #1955 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:26
    อัพแล้วอยากร้องไห้ ยิ่งเขียนยิ่งรู้สึกว่าคนแต่งอยากถือป้าย มิคาเอล*บรีเอลอ่ะ!!!

    #1955
    0
  24. #1954 megraylady (@megraylady) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:37

    น่าร้ากกกกกกกกกกก

    #1954
    0
  25. #1951 s.tiger (@jennyblue) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 04:15
    เซเฮลดูน่ารักดีนะคะ
    #1951
    0