The fairy tale ※ อลวน...เทพนิยายพันธุ์พิลึก!!

ตอนที่ 24 : ※ Michael ※ You are my everything1 – “ฉันน่ะ...ฉัน...จูบกับเอลซิคเลยนะเว้ย!!”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    4 ก.ย. 54













MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com













อาทิตย์ได้เลื่อนลับไปอีกครั้ง

พร้อมกับการเดินทางของรัตติกาล

 

ในตอนนั้นฉันเคยคิดว่าช่วงเวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกันคือช่วงที่มีความสุขที่สุด

และเมื่อมาถึงปัจจุบัน


ยามเมื่อได้ย้อนความทรงจำไปในตอนนั้นอีกครั้ง

ฉันถึงรู้...มันคือช่วงเวลาที่น่าเจ็บปวดที่สุด


.

.

.








-“ก็อย่างที่ว่ามาแหละจ๊ะ มามี๊กับปาปี๊อาจจะขออยู่ที่เทือกเขาอีกสักอาทิตย์หนึ่งนะจ๊ะ”-





“อ่า...งั้นหรอครับ” เอ่ยออกมาก่อนที่จะยิ้มนิดๆให้กับภาพเฮโลแกรมของหญิงวัยกลางคนหน้าตางดงาม เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลกับนัยน์ตาสีเขียวประกาย




-“จ๊ะ ว่าแต่ลูซินน้อยของมามี๊อยากได้อะไรเป็นของฝากไหมเอ่ย?”-




“อ่า...ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกครับคุณแม่” เด็กหนุ่มเอ่ยปฏิเสธ





-“เอ๊?? ลูกอยากได้น้องงั้นหรอ!! งั้นได้!! ที่ร้ากกกกกก!! ลูกชายเขาบอกอยากได้น้องแหละค๊า~!! แอร๊ยย ที่รักขา ลูกชายเขารีเควสเพราะงั้นยอมๆฉันสักทีเถอะค๊า!! อะคริคริคริคริคริ!!”-




“...”






คือได้ข่าว...กรูบอกไม่ได้เอาอะไรเลยนะครับคุณแม่





ลูซินโคลว์ยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยๆขณะที่มองภาพเฮโลแกรมของหญิงสาวที่ตอนนี้ดับหายไปเพราะเจ้าตัวคงเคลื่อนออกจากเครื่องสื่อสารเฮโลแกรมเสียก่อน ผ่านไปสักพักหนึ่งนั้น ชายวัยกลางคนเจ้าของใบหน้าหล่อเหลา เรือนผมสีเงินยวงสวยก็ปรากฏขึ้นมาแทน นัยน์ตาสีทองนั้นฉายแววเหนื่อยอ่อน คิ้วขมวดกันขณะที่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยลิปสติกสีแดงสดของแม่เขาเต็มหน้า




“คุณพ่อแล้ว...คุณแม่”




นัยน์ตาสีทองเย็นๆนั้นปรายมามองเขาก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงคล้ายจะ...เบื่อ




-“เมื่อกี้เพิ่งจระเข้ฟาดหางไป สลบอยู่น่ะ”-




“...”





พวกท่านเป็นสามีภรรยากันนะครับ...สามีภรรยากันน่ะ...





-“อีกเดี๋ยวก็คงฟื้นแหละ แม่ลูกน่ะต่อให้เอานิวเคลียร์มาใส่ปากก็ไม่ตายง่ายๆหรอก”-




แม่กรูมีสปีชี่ส์เดียวกับแมลงสาปหรอ...





“อ่า...ครับ”





-“ก็อย่างที่แม่บอกไป พ่อกับแม่อาจจะขออยู่ที่นี่ต่อสักหนึ่งอาทิตย์...”- เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนที่คิ้วสีเงินจะขมวด –“ลูก...ไม่เป็นอะไรแน่นะ?”-





“ผมอายุ 15 แล้วนะครับพ่อ...”




-“...”-





คนตรงหน้าเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเบาๆให้ลูซินยิ้มออกมาจากๆ พ่อของเขาเป็นคนเย็นชา ท่าทางดูเก้งก้างๆเวลาแสดงความรัก แต่เขารู้ดีว่าเอาเข้าจริงท่านพ่อน่ะห่วงเขามากแค่ไหนกัน




-“...แล้วลูกอยากได้น้องหรือเปล่า?...”- พ่อเอ่ยถามเสียงเครียดแม้ใบหน้าจะเริ่มเหงื่อตกแล้วก็ตาม แว่วได้ยินเสียงแม่คืนชีพร้องว่า ที่ร้าก~!!’ มาจากเครื่องเฮโลแกรม นัยน์ตาสีทองของพ่อเหลือบไปมอง (ทางที่เขาคิดว่า) แม่อยู่ และกลั้นใจกลับมามองเขา...





-“ถ้าเพื่อลูก...พะ...พ่อจะยอมสละตัว...”-





แว่วเห็นนัยน์ตาสีทองฉายแววสะพรึงนิดๆ ช่างเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่มาก...





“...ผมยังไม่อยากมีน้องครับคุณพ่อ!!





และเขายังไม่เลวมากพอที่จะฝืนใจอันบอบบางของบุรุษที่ได้ชื่อว่า พ่อด้วยเช่นเดียวกัน





ลูซินโคลว์สนทนากับพ่อของตัวเองอีกสักพักหนึ่งก่อนที่อีกฝ่ายนั้นจะตัดสายไปเมื่อหมดธุระ เด็กหนุ่มยิ้มนิดๆให้กับเครื่องเฮโลแกรมก่อนจะยกมันขึ้นไปวางไว้ที่หัวเตียง เครื่องเฮโลแกรมนั้นเป็นเครื่องขนาดเล็ก พกพาสะดวกลักษณะการใช้งานคล้ายมือถือในสมัยก่อนล้างโลกครั้งที่ 2





ทว่าทันทีที่เขาจัดการเก็บเครื่องเฮโลแกรมเรียบร้อยเสียงเคาะประตูอย่างมีมารยาทสองครั้งก็ดังขึ้น ทำให้เด็กหนุ่มเลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนจะส่งเสียงเรียกว่าเข้ามาได้





คนที่เข้ามานั้นไม่ใช่ใครที่ไหน...ชายวัยกลางคนเจ้าของนัยน์ตาสีทองและเรือนผมสีทองสวย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแม้ว่าจะไม่สามารถสู้กับท่านพ่อของเขา หรือตัวเขาเองได้แต่เครื่องหน้าก็หล่อเหลาน่ามองไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ท่าทางแลดูเด็ดขาดเอาจริงเอาจังตลอดเวลานั้นทำเอาลูซินโคลว์ต้องเผลอเกร็งตัวเล็กน้อย




“อา สวัสดีครับท่านลุง...” เขาเอ่ยออกมาอย่างยิ้มให้กับคนตรงหน้าที่ปรายนัยน์ตาสีทองเย็นเหยียบมามองเขา ใบหน้านั้นเย็นชาแตกต่างจากพ่อของเขาโดยสิ้นเชิง คนๆนี้น่ะดูเหมือนน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลายได้ง่ายๆ “ท่านลุงมาตั้งแต่ตอนไหนหรอครับ”




เวลาเขาคุยกับพ่อหรือแม่ เขามักจะเรียกว่า คุณเสมอ แต่กับคนๆนี้เท่านั้นที่เขาเรียกว่า ท่านลุงอาจจะเพราะท่าทางที่จริงจังตลอดเวลาของอีกฝ่ายก็เป็นได้




“ตอนที่เจ้าคุยกับแม่ของเจ้า” เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบด้วยสำเนียงโบราณ โดยส่วนใหญ่แล้วคนชั้นสูงมักจะใช้สำเนียงแบบนี้กัน แต่อาจจะยกเว้นครอบครัวของเขาเอาไว้หน่อย “ที่ฉันมาก็มีธุระกับเจ้านิดหน่อย”





“ครับ?” เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างฉงน มองท่านลุงตรงหน้าที่มองมาทางเขาอย่างเรียบเฉย “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”






“ฉันอยากให้เจ้าไปตามมิคาเอลกลับมา” คำพูดของคนตรงหน้าทำให้ลูซินโคลว์เผลอยิ้มออกมาอย่างดีใจทันที ความสัมพันธ์ของท่านลุงกับมิคาเอลเป็นยังไงเขารู้ดีอยู่แก่ใจ หรือว่า...ในที่สุดท่านลุงก็เป็นฝ่ายยอมลงให้มิคาเอลก่อนสินะ




ทว่าคำพูดต่อมากับดับความคิดของเขาทั้งหมด...




“อีกสามวันจะเป็นวันพระราชสมภพของราชินีแห่งอาซิโดเลีย” ท่านลุงกล่าว “เจ้ารู้ว่าเจ้าลูกไม่รักดีนั่นอยู่ไหน ตามกลับมาให้ทันก่อนถึงงานนั้น บอกมันด้วยว่าอย่าทำให้ฉันอับอายขายขี้หน้าเด็ดขาด ตระกูลอาโดนิสคือตระกูลใหญ่ที่มีค่าเกินกว่าจะเสียหน้าเพราะมัน”




ท่านลุงเอ่ยเสียงเรียบเฉยก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปทิ้งเพียงเด็กหนุ่มที่ยิ้มออกมาอย่างฝืดๆกับคำพูดของคนตรงหน้า คิดไปถึงเด็กหนุ่มอีกคนเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างนาม มิคาเอลแล้วถอนหายใจออกมา...





ไม่ว่าอย่างไร...เขาก็ไม่สามารถชินกับท่าทางของท่านลุงได้เลยจริงๆ




คนๆนี้เห็นชื่อเสียงสำคัญกว่าลูกชายของตัวเองจริงหรอ? หรือเพียงแค่ไม่กล้าพูดออกมาว่ารักลูกของตัวเองกันแน่...




มิคาเอลน่าสงสาร...แต่ถ้าพูดแบบนั้นต่อหน้า เขาต้องแกล้งเรากลับแน่นอน




มิคาเอลน่ะเข้มแข็งจะตาย...เพราะงั้นคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง!!




คิดในใจก่อนจะลุกขึ้นยืน หยิบเอาเสื้อมีฮู้ดมาคลุมผมสีเงินเด่นๆของตัวเอง ตามด้วยแว่นเลนส์หนาสุดๆเปลี่ยนจากเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสะเทือนแผ่นดินมาเป็นเด็กหนุ่มท่าทางเนิร์ดๆไม่มีอะไรน่าสนใจได้ในพริบตา เขาฉีกยิ้มให้กับมาดของตัวเองในใจกระจกก่อนจะเอ่ยเสียงคึกคัก




“ถ้างั้น...เราไปหาเอลดีกว่า!




.

.

.




พ่อน่ะมักเห็นงานสำคัญกว่าลูกเสมอแหละ

พ่อน่ะมักจะเห็นชื่อเสียงสำคัญกว่าลูกเสมอแหละ

ถ้าคุณยังเป็นแบบนั้นเลิกคิดเถอะว่าตัวเองเป็นพ่อน่ะ!

แต่...ทั้งๆที่คุณก็เป็นแบบนั้น


ผมก็ยัง...คิดว่าคุณคือพ่อของผมอยู่ดี


.

.

.




“ง่วง ง่วง ง่วง ง่วง!!




เสียงบ่นหงุงหงิงๆดังมาจากปากของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ขดตัวเองอยู่บนเตียงนอน ใบหน้านั้นมีแววยับยู่ยี่ขณะที่เสียงบ่นก็ดังมาอีกระรอกด้วยคำเดิมๆอย่างไม่รู้จักเบื่อ เรียกให้เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าที่นั่งอยู่เก้าอี้ไม่ไกลเท่าไหร่นักเงยขึ้นมามองก่อนจะหันไปสนใจหนังสือในมือของตัวเองต่อไป




เด็กหนุ่มที่บ่นว่า ง่วงไปมานั้นผุดหัวออกมาจากกองผ้าห่มมองดูเด็กหนุ่มอีกคนที่มีใบหน้าเรียบเฉยอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นักทำให้เขาต้องตีหน้าหน่ายเมื่อรู้ว่าการเรียกร้องความสนใจจากคนตรงหน้าไม่ได้ผล ทำให้เปลี่ยนจากท่าที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงมานั่งบนเตียงแทน




“เอลซิค โอเค ฉันยอม ฉันขอโทษแล้ว นายช่วย...ทิ้งหนังสือนั่นแล้วมาคุยกับฉันสักทีเถอะ! แบบนี้มันเหมือนฉันอยู่บ้านคนเดียวเลยทั้งๆที่พวกเราก็อยู่บ้านหลังเดียวกันแท้ๆ” ท้ายเสียงบ่นออกมาเบาๆเรียกให้นัยน์ตาสีฟ้าเงยขึ้นมามองอีกรอบ




“ถ้านั่นคือขอโทษของนาย...ฉันก็คิดว่าเราอย่าพูดกันสักอาทิตย์ดีกว่า”



เด็กหนุ่มผมทองทำหน้ายู่ยี่เล็กน้อย




“นี่ ระหว่างหนังสือนั่นกับฉันนายเลือกอะไรกันแน่เอลซิค! เอางี้เลย ฉันกับหนังสืออะไรสำคัญกว่ากัน!!” คิ้วสีดำของคนถูกถามขมวดเล็กน้อยกับคำถามไร้แกนสารของคนตรงหน้า มือนั้นยกขึ้นมาปิดหนังสือของตัวเองก่อนที่จะเอ่ยน้ำเสียงเรียบ




“ถามอะไรแปลก...ก็ต้องเป็นนาย”



“จริงหรอ!!” นัยน์ตาเป็นประกายระริกๆมองคนตรงหน้า



“ก็ต้องเป็นนายไม่ได้อยู่แล้ว น้ำหน้าอย่างนายน่ะ...เทียบกับหนังสือพิมพ์ราคาถูกไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”



“ฉันจะเอาหนังสือไปเผาทิ้งให้หมดอาซิโดเลีย!!” เด็กหนุ่มประกาศก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง “ฉันต้องสำคัญที่สุดสำหรับนายสิเอลซิค หน้าตาฉันก็หล่อ นิสัยฉันก็ดี (?) มีอะไรสู้หนังสือไม่ได้กัน”




นัยน์ตาสีฟ้าปรายมาอย่าง...โคตรดูถูก


“สาระ”



“...ฉันมีสาระนะ!!



“...สาระแนหรอ?”



แร๊งงงง!!



เด็กหนุ่มผมทองทำสีหน้าเจ็บปวดมองไปทางเอลซิคที่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ ท่าทางบอกว่าต่อให้คนตรงหน้าไร้สาระแค่ไหนอีกเขาจะไม่สนใจอีกแล้ว ทำเอาคนโดนเมินรอบที่...เท่าไหร่ไม่รู้ลืมแล้วนั้นต้องเบ้หน้าลง



เอาวะ ในเมื่อแผนกวนไม่ได้ผลก็ต้อง...ตอแหลเข้าสู้!!




“นายนี่มัน!!...อะ โอ้ยยย เอลซิค ฉันปวด...ปวดหัว...” เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาก่อนจะทรุดตัวลงไปกับพื้น เพื่อความสนจริงเลยดิ้นพล่านไปมา นัยน์ตาสีฟ้าเลยกรอกตาไปมองอย่างเบื่อหน่าย




“ตอแหล?”




อุ้ย สมที่อยู่ด้วยกัน มันมองออกเว้ย




แต่ว่าไม่! ถ้าเกิดเขาหยุดการตอแหลมันก็จะรู้ว่าเขาตอแหลจริงๆ เพราะงั้นเพื่อความสมจริงต้องดิ้นต่อไปอย่าหยุด!!



คิดดังนั้นหนุ่มผมทองก็ดิ้นพล่านต่อไป ซึ่งนั่นทำให้คิ้วของเด็กหนุ่มผมดำนั้นขมวดกันมากกว่าเก่า เจ้าตัวปิดหนังสือลงอีกรอบก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ




อะฮ้า!! เอลซิคในที่สุดนายก็ห่วงฉันสักทีสินะ!! ว่าแล้วว่าจริงๆนายมันก็แค่พวกปากไม่ตรงกับใจเท่านั้นแหละ! ปากก็บอกว่าหนังสือสำคัญกว่าฉันแต่สุดท้ายฉันก็สำคัญที่สุดสำหรับนายอยู่ดีนั่นแหละ!!




คิดในใจอย่างยิ้มๆแม้ว่าตัวเองยังคงดิ้นพล่านต่อไป สายตานั้นเหลือบไปเห็นว่าคนหน้าตาคุ้นตามาพร้อมกับ...




ซ่า...



น้ำ...ที่สาด...ใส่กรู



วะ วะ Whatttttt?????




ตามแผนมันต้องไม่ใช่อย่างนี้ไม่ใช่หรอ!!


เบิกตากว้างลืมดิ้นพล่านลุกขึ้นมามองคนสาดที่มองมาอย่างเฉยๆชาอย่างต้องการคำอธิบาย ซึ่งนัยน์ตาสีฟ้านั้นนอกจากจะมองมาอย่างโคตรดูถูกแล้วนั้นยังอุตส่าห์บอกคำตอบให้อีกต่างหาก...



“มิค เลิกดิ้น เงียบ น่ารำคาญ ฉันจะอ่านหนังสือ...”



นี่กรูมีค่าน้อยกว่าหนังสือของเมิงจริงๆหรอ...




ว่าจบเจ้าตัวก็เดินไปนั่งแหมะที่เก้าอี้ตัวเดินเปิดหนังสืออ่านต่อไปราวกับว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย...ทิ้งเพียงเด็กหนุ่มผมทองนามมิคหรือมิคาเอลที่มองตาปริบๆก่อนจะเบ้หน้าลงคล้ายรับไม่ได้เท่าไหร่นัก




“เอลซิค นายนี่ใจร้ายชะมัด” บ่นออกมาก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลุกขึ้นไปนั่งกับเตียงทั้งๆที่ตัวเองเปียกแบบนั้นแหละ “ทั้งๆที่สำหรับฉันแล้วนายน่ะสำคัญที่สุดแท้ๆแต่ในใจนายฉันดันอยู่ต่ำกว่าหนังสืออีกหรอเนี่ย ฉันเสียใจนะ!




ว่าพลางคล้ายภรรยาตัดเพ้อสามีนั่นทำให้เอลซิคถอนหายใจเฮือกใหญ่คิดเอาไว้ว่าตัวน่าจะเตรียมใจไม่น้อย อยู่ที่บ้านหลังนี้อย่าหวังเลยว่าจะอ่านหนังสือได้ง่ายๆโดยที่มันไม่ขัดน่ะ




ยังไม่ทันที่จะได้อ้าปากด่าไอ้คนทำท่าตัดเพ้อชวนอ้วกตรงหน้าประตูห้องที่ปิดอยู่นั้นก็เปิดทันที เรียกสายตาของสองคนที่อยู่ในห้องให้หันไปมองผู้มาใหม่อย่างช้าๆ




งดงามที่สุดในแผ่นดิน...นั่นคือนิยามที่เกิดมาเพื่อคนๆนี้เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะใบหน้าสวยงดงามเกินกว่าใครจะเทียบเท่า เรือนผมสีอ่อน นัยน์ตาสีเขียวหางนกยูงเป็นประกาย ผิวขาวนวล เรือนร่างสูงระหงแลดูบอบบางทว่าสง่างามยิ่งนัก



ทั้งๆที่น่าจะชินเพราะอยู่ด้วยกันบ่อยแท้ๆ แต่สองหนุ่มในห้องยังจับจ้องไปที่คนตรงหน้าไม่กระพริบจนผ่านไปสักประมาณ 2 นาทีถึงจะได้สติกลับมาได้



“ทั้งๆที่รู้จักกันมาได้ประมาณหนึ่งปีแล้วยังไม่ชินอีกหรอ?” เสียงใสกังวานราวกับระฆังแก้วดังออกมาจากปากของผู้งดงามคนนั้น เขายืนนิ่งมาประมาณ 2 นาทีได้เพราะรู้ว่าปฏิกิริยาของคนที่มองตนมักจะเป็นเช่นไรกันแน่



มิคาเอลเบ้หน้าลง “อย่าพูดให้ชินเลยเถอะ นายน่ะงดงามมากกกกกกกขนาดไหนน่าจะรู้ตัวเองดีไม่ใช่หรือไง? 2 นาทีเนี่ยเริ่ดสุดแล้วนะ โฟร์เต้’!!



โฟร์เต้หรืออะโฟร์ดิเต้เพียงมองก่อนจะไหวไหล่เล็กน้อยเท่านั้นกับคำพูดของคนตรงหน้า แม้ว่าความจริงที่เขาเอ่ยจะถูกต้องก็เถอะ โดยปกติแล้วนั้นคนที่เพิ่งเจอหน้าเขาไม่กี่ครั้งไม่มีอาการสลดเหมือบเพราะทนความสวยไม่ได้ก็ต้องนิ่งค้างอย่างต่ำสักประมาณยี่สิบนาทีก่อนจะได้สติคิดทำอะไรต่อได้




และอะไรต่อที่ว่าก็มีทั้ง...ขอแต่งงาน จีบ หนักสุดคือลวนลามเสียด้วยซ้ำไป!!



“นายนี่มันเป็น ผู้ชาย แท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ สวยกว่าผู้หญิง มากขนาดนี้กันนะ” มิคาเอลบ่น “ขนาดพวกผู้หญิงตระกูลเฮเลนยังงามไม่ได้สักครึ่งของนายเลยด้วยซ้ำไป ให้ตายเถอะสมชื่อ อะโฟร์ดิเต้ (เทพแห่งความรักและความงาม)จริงๆนะนายน่ะ”




คนโดนชมเพียงมองมาอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่นักกับคำชมของคนตรงหน้า เจ้าตัวเชิดหน้าขึ้นเลิกน้อยก่อนจะตอกกลับไป “เหอะ! ถ้าพูดถึงคนที่หน้าตาดีมากอีกคนเจ้าลืมลูซินโคลว์ไปแล้วหรือไงกัน! หมอนั่นน่ะถ้าผู้หญิงเห็นจะต้องตะลึงอย่างต่ำครึ่งชั่วโมงมากกว่าข้าอีก! แถมหลังจากได้สตินั้นก็มาลวนลามหมอนั่นอีก หน้าตาของเจ้านั่นน่ะปลุกสัญชาติญาณความหื่นของสตรีด้วยซ้ำไป!



“ใช่...แล้วเจ้าหมอนั่นก็ไม่หนี” ว่าพลางเอ่ยยิ้มๆ “บางทีหมอนนั่นอาจจะชอบด้วยซ้ำไปน้า”



“เพราะเจ้าจับเขามัดเอาไว้จนพวกผู้หญิงคืนสติมาทำท่าจะข่มขืนหมอนั่นน่ะสิ! ถ้าไม่ได้เอลซิคกับข้าเข้าไปช่วยไว้ปานนี้เขาฆ่าตัวตายไปนานแล้ว!!...เพราะเจ้า..เพราะเจ้านั่นแหละลูซินโคลว์เลยกลายเป็นโรคกลัวผู้หญิงน่ะ!”อะโฟร์ดิเต้ด่าอีกฝ่ายแถมชี้หน้า “ถ้าหากเขาเบี่ยงเบน...ข้าจะฆ่าเจ้า! ข้าจะฆ่าเจ้าแน่เจ้าบ้า!!



มิคาเอลเพียงไหวไหล่กับคำประกาศฆ่าของคนตรงหน้าเขา ยิ้มนิดๆเอียงหัวหน่อยๆท่าทางนี้ผู้ชายหน้าตาดีทำเรียกว่าน่ารักมาก แต่พอเห็นคนรู้จักหน้าตาดีชวนน่าถีบเสียมากกว่า ยิ่งวาจาต่อมาแล้วนั้น...




“แล้ว...นาย...มี...ปัญ...ญา...หรอ...กระ-เทย-เฒ่า




“เจ้า!!!” ใบหน้าของอะโฟร์ดิเต้แดงก่ำ “เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”




“กระเทยเฒ่าไง” ยิ้มนิดๆ “หรือไม่จริง? นายจำอายุของตัวเองได้หรือเปล่าเปล่าเถอะ หนึ่งพัน? หนึ่งหมื่น? หรือว่าหนึ่งล้านล่ะ?”




“เจ้า!! เจ้า!! เจ้า!!!!!!” ตัวของคนโดนพูดถึงความจริงสั่นระริกหนักกว่าเก่า ฝ่ายคนด่าก็ยิ้มอย่างทะเล้น ทว่าก่อนที่จะมีการวางมวยคู่เอกนั้นอีกคนที่เงียบมานานนั้นก็ส่งเสียงเสียก่อน




“ถ้าพวกนายไม่เงียบ...ฉันจะแต่งงานกับควีเนเลีย!!!!!!!




“ไม่เอานะ!!” สองเสียงประสานกันอย่างรวดเร็วก่อนจะดีดตัวไปเจาะแจะเด็กหนุ่มที่ปรายนัยน์ตามามองอย่างหงุดหงิด มิคาเอลอยู่เวลาอ่านหนังสือก็ไม่ค่อยมีแล้ว เพิ่มอะโฟร์ดิเต้เข้าไปแล้วนั้นเวลาอ่านหนังสือยิ่งน้อยกว่าเก่า!!




“ไม่เอานะ! เอลอย่าไปแต่งงานกับยัยคิงคองนั่นเชียว!” อะโฟร์ดิเต้เอ่ยออกมาก่อนจะกอดอีกฝ่ายแน่น “ยัยนั่นน่ะร้ายจะตายชัก วันก่อนกระทืบมิคาเอลอยู่ได้แม้ว่าข้าจะชอบก็เถอะนะ แต่ถ้าจะแต่งงานนะแต่งงานกับข้าดีกว่า!



“ฉันเป็นผู้ชาย...”




“ข้าไม่ถือ!! ก็เอลน่ะน่ารักนี่นา!!



“...”




แถบดำปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของคนถูกชมว่าน่ารัก อันที่จริงเอลซิคมีใบหน้าที่หล่อเหลาแม้จะไม่สามารถสู้กับลูซินโคลว์ได้แต่ก็สูสีกับมิคาเอลด้วยซ้ำไป




“ยัยกระเทยเบี่ยงเบน! เลิกกอดเอลซิคได้แล้ว!” เด็กหนุ่มผมทองว่าก่อนจะแกะคนงามออก เรียกสีหน้ายุ่งๆจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี เจ้าตัวเชิดหน้าเล็กน้อยก่อนจะยอมปล่อยอย่างง่ายดาย




“อะไร~! เจ้าอิจฉาล่ะสิที่ข้าได้กอดเอลน่ะ! หน้าอย่างเจ้าแค่ปัญญาจะกอดยังไม่มีด้วยซ้ำ อิจฉาล่ะซี่~!




...อันที่จริงตอนนายกอดฉันกำลังคิดอยากจะชกนายเหมือนกัน แต่มิคาเอลแกะออกไปก่อน...




“เหอะ กระจอก! ฉันเคยนอนเตียงเดียวกับหมอนี่เลยด้วยซ้ำ! ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ!!




...และเมื่อฉันรู้ นายก็โดนถีบลงเตียง...




“โฮะๆ!! ข้าน่ะเคยใช้น้ำร่วมกับเอลซิคเชียวนะ!!




...ว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำเดียวกันเฉยๆ




“หะ...เหอะ! คิดว่าแค่นั้นจะชนะฉันได้หรือไงกัน!!” มิคาเอลเชิดหน้าขึ้นสูงแต่เหงื่อนั้นเต็มหน้า นัยน์ตากรอกไปมาราวกับกำลังคิดว่าจะเอาอะไรมาสู้อะโฟร์ดิเต้ ส่วนฝ่ายที่กำลังจะชนะนั้นยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยอย่างคนที่กำลังมีชัย และเจ้าของหัวข้อสนทนาก็หยิบน้ำขึ้นมาดื่มคล้ายกันตัวเองจากหัวข้อไร้สาระของสองคนนี้




“ฉันน่ะ...ฉัน...จูบกับเอลซิคเลยนะเว้ย!!




พรวด!!




คราวนี้คนที่คิดว่าจะไม่สนใจหัวข้อสนทนานั้นพ่นน้ำออกมาเต็มที่ ฝ่ายอะโฟร์ดิเต้เบิกกว้างด้วยความตกใจจัดกับคำพูดของมิคาเอลที่ฉีกยิ้มน้อยๆอย่างมีชัย




“จ่ะ เจ้าโกหก!!




“ฉันเปล่า” เอ่ยตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งๆส่วนคนที่โดนกล่าวหาว่าโดนจูบนั้นไอออกมาเบาๆ




“ตอนไหน...ตอนไหนกัน ทำไมข้าไม่รู้ล่ะ!! หระ หรือว่าเจ้าแอบจูบเอลของข้าตอนนอน เจ้าคนโรคจิต เบี่ยงเบนทางเพศ แบบนี้มันน่าอิจฉาเกินไปแล้ว!!




ปกติมันต้องด่าว่าสารเลวไม่ใช่หรือไง!! นายมาอิจฉาอะไรมัน...นายเป็นผู้ชายนะโฟร์เต้!!




“บ้าหรอ ระดับฉันน่ะไม่ทำตอนนั้นหรอก!” มิคาเอลเอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆอย่างทะเล้นก่อนจะเอ่ยต่อ “อันที่จริงเมื่อกี้...ฉันโกหก”




เอลซิคหยุดไอก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก...มันล้อเล่น แต่แม่งล้อเล่นทีกรูอยากตาย...




“เหอะ ข้าก็ว่าแล้วเชียวเพราะอย่างงั้นแสดงว่าข้าชนะเจ้าแล้วสินะ!” อะโฟร์ดิเต้เอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆทว่าคนแพ้ก็ไหวไหล่เล็กน้อย




“ฉันไม่เคยจูบกับหมอนั่นหรอก อีกอย่างมันเป็นผู้ชายนะ แล้วก็ถึงฉันจะแพ้...” เอียงคอเล็กน้อย “ฉันก็มีวิธีทำให้มันชนะได้น่า...”




“เหอะ เจ้าโง่...จะ เจ้า!!!




ยังไม่ทันที่อะโฟร์ดิเต้จะเอ่ยจบไอ้คนที่เถียงกับเขาอยู่นั้นก็พุ่งปราดไปหาเอลซิคอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีฟ้าเย็นราบเรียบฉายแววฉงนก่อนที่จะรู้อะไรนั้นเด็กหนุ่มผมทองก็จัดแจงเชยคางคนตรงหน้าขึ้นก่อนจะโน้มไปอย่างรวดเร็ว



ถ้ามันโกหก ก็ทำให้มันเป็นเรื่องจริงเสียก็สิ้นเรื่อง!



แค่นี้เขาก็ชนะแล้ว!!



 

กลุ่มผู้ก่อการร้ายของอาซิโดเลีย

ชื่อ :: มิคาเอล เฟอร์ลิสเซ่

ตำแหน่ง :: หัวหน้า (ที่น่าเคารพ?)

สาเหตุของการเป็นผู้ก่อการร้าย ::

-เผาปราสาทฤดูร้อนของเจ้าชายรัชทายาทอันดับที่สิบห้าด้วยสาเหตุว่าเกลียดขี้หน้ามัน

-เอ่ยปากจีบราชินีต่อหน้าองค์ราชา

-ต่อยหน้าหลานชายของดยุคยูโรปา

-จับสัตว์ดุร้ายมาปล่อยกลางเมือง

-คดีอื่นๆอีกมากมาย ปัจจุบันมีการจัดตั้งค่าหัวอยู่ในระดับสูง จัดอยู่ในตัวก่อกวนอันตรายระดับ S


นิสัย :: รักสนุก ยิ้มเก่ง กวนโอ้ย ชอบเถียงและเกลียดการพ่ายแพ้ที่สุด!








***************************100%*****************************

มาอัพ 100% แล้วนะคะ ฮา =[]=!!
ไม่น่าเชื่อเลยชิมิว่าเมื่อก่อนเฮียมิคแก...แบบว่าสุดๆ
ไหนใครบอกว่าเฮียมิคปกติ ไม่มีทาง!!


ตอนนี้เปิดตัว "ตัวละครที่งดงาม" ที่สุดในเรื่องไปแล้วนะคะ
ฮา โฟร์เต้ค่ะ 'w'/ คิดว่าอีกไม่นานโฟร์เต้คงโผล่แว๊บๆเข้ามาในเรื่องหลักหลังจบช่วงราชาปีศาจไปนี่แหละ

สำหรับใครที่ชอบผู้ชายแบบมาดราชินี...ขอแนะนำว่าโฟร์เต้ค่ะ!

เพราะนอกจาก He แกจะสวยจนสะเทือนแผ่นดินแล้ว...ยัง (อุบไว้ก่อน)

เอาไว้ไปติดตามเอาเองน๋อ -..-/


Linea-Lucifer





***************************30%*******************************

เปิดตัวด้วยความโมเอะของลูซินโคลว์ที่ไม่มีอยู่จริงในปัจจุบันนี้!

ฮา สมัยก่อนที่บรีเอลจะเกิดหนูลูซินเขาน่ารักเสียไม่มี ช่างแบบ ใสซื่อเหลือเกินนนนน

แต่เพราะแบบนี้+หน้าตาที่หล่อเกินไปนี่แหละจึงมักถูกรังแกอยู่เสมอ เดือดร้อนเอลซิคต้องวิ่งเข้ามาชี้หน้าด่า แกมันห่วย! อยู่ทุกวัน

(...แต่ช่วยบ้างไม่ช่วยบ้างตามอารมณ์)

ปล. รูปด้านบนนั่นคือ

เอลซิคกับมิคาเอลค่า

มิคาเอลสมัยก่อนมาดกุ๊ยแหลก ผมเผ้ายุ่งเหยิง เอลซิคไม่หวี กรูก็ปล่อย เอลซิคหวีเมื่อไหร่ก็เหมือนคนเมื่อนั้น (อ้าว เวร)

หน้าตาช่างหัวมัน! เกิดเป้นลูกผู้ชายต้องมีบาดแผลให้กร้าวหัวใจ พาสเตอร์นี่เต็มหน้าไปหมด เอลซิคไม่แปะพาสเตอร์ให้...ก็ให้มันเป็นอนุเสาวรีย์อยู่บนใบหน้าแล้วกัน!! (เวร!!)

แต่ตอนนี้...
ไม่หล่อไม่ได้เดี๋ยวน้องสาวไม่รัก!!!
(ฮา)


Linea-Lucifer


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

3,390 ความคิดเห็น

  1. #3090 rorony (@ricotta) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 20:41
    เห็นด้วยกับ คห.902 มากๆ ค่ะ
    สลับกันแล้วว สลับกันชัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ QAQ//ว่าแล้วก็ฟินต่อไป
    #3090
    0
  2. #2406 animeluver (@luvlygooddie) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2555 / 15:53
    ผู้หญิงเรื่องนี้เป็นแบบนี้ทุกคนเลยหรอ // orz

    ลูซินน่ารัก โมเอ้ โมเอะ
    #2406
    0
  3. #2234 _kami_ (@kami125) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 เมษายน 2555 / 10:05
    โอ้วบร๊ะเจ้า เฮียมิคเกรียนเมพขิงv๐A๐v
    #2234
    0
  4. #1548 II Pierrot Demy II (@black-fantasy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 20:48
    สรุป!รุ่นเฮียมิคลูซินเขาปกติสุด?
    #1548
    0
  5. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 16:02
     เฮียกล้าไปแล้วววว
    #1485
    0
  6. #1413 Masgis Fartiras (@magis) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 / 21:57
     ทำไมนิสัยมันต่างกันขนาดนี้เนี่ย -0- 
    #1413
    0
  7. #1362 s.tiger (@jennyblue) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 / 01:57
    เฮียมิคมีสองคนรึเปล่าเนี่ย นิสัยต่างกันมาก
    #1362
    0
  8. #1283 l bloodybear (@l-lin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 / 17:14
     นี่คือเฮียมิคคนเดียวกันแน่เรอะ
    ไม่มั้งง

    #1283
    0
  9. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 11:07
    ฮะ..เฮียมิค!? ไม่น่าเชื่อว่าเฮียจะเป็นคนพูดประโยคนั้น!!

    ปล. ตอนยังเอ๊าะๆ(?)เฮียรั่วมากกกกก
    #1142
    0
  10. #925 ท่านapollo (@apollo89541) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2554 / 13:02
    มิคาเป็นพี่ของโอดิสเหมาะกว่ามั๊ย
    #925
    0
  11. #902 ~+*MiNd_Za*+~ (@ploymind) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 22:03
    บางทีก็คิดว่า... เอลซิคสมควรเป็นพี่ชายของบรีเอลมากกว่านะ=__=

    He ช่างเหมือนกับ บรีเอลเหลือเกิน แถมคนรอบตัวยังให้ความรู้สึกเหมือนกันอีกต่างหาก

    บางทีไรท์อาจสับสนระหว่างลูซินดี้กับเอลซิคก็ได้นะ ความจริงเอลซิคอาจเป็นพี่ของบรีเอลก็ได้=_=

    ป.ล.มิคกี้รั่ว ให้ความรู้สึกเหมือนโอดิสซี่ไงไม่รู้= =;;;
    #902
    0
  12. #740 ศาลส้ม (@ramon14) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 กันยายน 2554 / 09:59
     ไม่มีใครเหมือนปัจจุบันเลยเรอะ
    #740
    0
  13. #738 lorun (@lorun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กันยายน 2554 / 23:30

    นี่เองสาเหตุที่ลูซินโคลวเกลียดมิคาเอล



    เห็นใจเล็กๆแฮ่ะ

    #738
    0
  14. #736 TONNAM' (@tonnamro) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กันยายน 2554 / 18:36

    แอร้ยยยยยยย เฮียมิค สรุปจูบจริงสินะ -////////-
    เป็นคนอย่างนี้หรอคะ... ตอนนี้ไม่หล่อไม่ได้เดี๋ยวน้องไม่รัก บราค่อนและซิสค่อนอย่างสมบูรณ์แบบสินะ....
    ระหว่างหนังสือนั่นกับฉันนายจะเลือกอะไร...  นึกถึง no.6 เลยแฮะ
    นายจะเลือกฉันหรือ no.6 !!! แอร๊ *ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเลย*//โดนไรเตอร์ลากไปเก็บ

    โฟรเต้ โผล่มาตอนแรกนึกว่าจะเป็นแบบเรียบร้อยๆ
    สรุปเป็นสายราชินีเรอะ *หัวเราะ*
    รอดู profile ของกลุ่มผู้ก่อการร้ายแห่งอาซิโดเลียคนอื่นคะ 'v'

    #736
    0
  15. #734 L!tch-----* (@bobolove) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กันยายน 2554 / 14:54
    เออ เอาเข้าไป ไม่น่าเชื่อว่าเฮียมิคแกจะมีด้านนี้มาก่อน กรี๊ดโฮกกก
    ท่านเอลท่าจะปวดขั้นเข้าขั้น มีแต่คนมารุมรัก (และทั้งหมดนั้นมันผู้ชายล้วนๆ)
    ไอเดียบรรเจิดมาก ถ้าเป็นเรื่องโกหก ก็ทำให้เป็นเรื่องจริงซะก็สิ้นเรื่อง 555
    อยากขอยืมมุขนี้ไปใช้กับแฟนบ้างจัง >////////< ฮี่ๆๆ
    สนุกมากๆค่ะ เป็นกำลังใจให้ต่อไปงิ ^^
    #734
    0
  16. #733 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กันยายน 2554 / 10:10
     เฮียมิค...นึก...นึกไม่ถึงว่าเมื่อก่อนเอ็งจะเป็นถึงขนาดนี้!!

    (แค่ตรงน้องชายน้องสาว...ไม่หล่อเดี๋ยวน้องไม่รักนี่ก็...)
    #733
    0
  17. #732 ♫ Aurora_chan ♬ (@salinya) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2554 / 20:51
    เจส!!! เฮียมิคจริงๆด้วยล่ะเออ!!!

    ตอนนี้ทำให้นึกถึงบรีเอลน้อยกับโอดิสซีอุสอ่ะนะ

    (นิสัยมันช่างเหมือนกันเหลือเกิน)

    เฮียมิคตอนนี้แกแบบว่า

    เอ่อ...น่ารักว่ะเฮ้ย!!!

    เห็นก่อนหน้านี้ซึน(โคตร)

    คิดไม่ถึงว่าเฮียแกมีอดีตง้าวๆแบบนี้ด้วย

    สุดท้ายอยากบอกว่า...อัพพพพพพพพ!!! ตอนต่อไปด่วนนะเออ!



    #732
    0
  18. #731 อัศวินสีเลือด (@180239) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2554 / 20:36
    เฮียมิคเจ้าขาาา เป็นเอามากกกนะเนี่ย

    เอลซิคนี่น่าอิจฉาจังมีแต่คนมารุมรัก 55+
    #731
    0
  19. #730 Dark Evil (@mc-bluefeather) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2554 / 19:43
     สนุกๆๆ
    #730
    0
  20. #729 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2554 / 19:01
    เนื่องจากหายไปนานมาก =[]=! เลยมาอัพทีเดียว 70% ที่หายไปโลดเลย อุโฮะ~!!
    #729
    0
  21. #725 เด็กเรียนc.v.k (@26243-26243) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2554 / 19:30
     รู้สึกว่าเอลหล่อกว่าเฮียมิคเล็กน้อย(หรือเพราะความลำเอียงบังตา อร๊ายยยยยย~)
    อีก70%มาต่อเร็วๆนะคะ
    #725
    0
  22. #722 L!tch-----* (@bobolove) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2554 / 11:24
    อ่านแล้วแอบสงสารลูซินโคลว์นิดหน่อยที่มีแม่แบบนั้น 555
    ติดตามค่ะ รออีก 70% ที่เหลืออยู่น้า ^^
    #722
    0
  23. #721 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2554 / 21:53
    ผู้หญิงปกติก็มีค่ะ = = แต่ยังไม่ออกเท่านั้นเอง orz......
    #721
    0
  24. วันที่ 29 สิงหาคม 2554 / 01:54
    เิอิ่ม ถ้าเกิดว่าราฟาเเอลมีสามีแล้วจะเป็นแบบนี้รึเปล่าคะ คือ รู้สึกสงสารคุณว่าที่สามีขึ้นมานิดหน่อย

    บรีเอลน้อยนี่ท่าจะได้นิสัยมาจากคุณพ่อชัวร์ๆ เลย แต่ดันได้รับมามากเกิ๊น... อืม ครอบครัวนี้คุณพ่อปกติสุดรึเปล่าคะ

    ไรต์เตอร์ ขอทิ้งท้ายไว้อย่างได้มั้ยอ่ะ

    ว่าสรุปแล้วนะ พออ่านเรื่องนี้ ผู้หญิง เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวจริง ๆ หรือจะเป็นเฉพาะในตระกูลขุนนางกันถึงเป็นแบบนี้

    รออีกเจ็ดสิบเปอ เป็นกำลังใจให้นะคะ

    โอมเพี้ยง เอลซิคจงมา เอลซิคจงมา เอลซิคจงมา

    ฮี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #706
    0
  25. #699 Linea-Lucifer (@linea-lucifer) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2554 / 18:30
    มาอัพ 30% แล้วนะคะ!
    ปล. ฮา เอาเพลงมาลวงล่อให้คนเสียน้ำตา (?)
    #699
    0