The fairy tale ※ อลวน...เทพนิยายพันธุ์พิลึก!!

ตอนที่ 14 : ※ 10 ※ จนกว่าโลกจะสญสิ้น...ฉันขอสาปแช่งต่อผู้ที่ช่วงชิงทุกอย่างไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    2 พ.ค. 54




MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com




...อำนาจ...


เราได้มันมาแล้ว!!”


...พลัง...


ฆ่าเขาทิ้งซะ! เขาหมดประโยชน์กับเราแล้ว


...ครอบครัว


ลูซินโคลว์!! มะ...แม่ขอโทษ แม่...แม่...


...เพื่อน...


...ฉัน...ขอโทษ...


 

ทั้งๆที่ทุกอย่างเป็นของ ผม

แล้วพวกคุณมีสิทธิ์อะไรกันที่แย่งมันไปจาก ผมกัน?




 

เหม็นอับ...ชื้น...กลิ่นของโลหิต...




คือคำจำกัดความของคุกใต้ดินแห่งปราสาทอาซิโดเลีย สถานที่ที่มืดมนแสงสว่างเพียงน้อยนิดนั้นมาจากตะเกียงที่จุดเอาไว้ไม่ห่างไกลจากลูกกรงเท่าไหร่นัก ทว่าแสงดังกล่าวก็น้อยเกินกว่าจะเรียกว่าแสงได้




ที่แห่งนี้ไร้หน้าต่างอย่างคำบอกกล่าวว่ามันคือคุกใต้ดิน มันถูกสร้างและขุดลงมาลึกมากเกินกว่าจะขุดเจาะแหกคุกได้ บริเวณพื้นนั้นทำจากซีเมนท์ที่ยามเมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกของที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ผนังทำจากหินใหญ่หลายๆก้อนๆที่ถูกเชื่อมกันเอาไว้ด้วยปูน ยามจับก็ให้ความรู้สึกแปลกๆ มันไม่ลื่นดังหินทั่วไป ทว่ากันเหนียวมือและเหม็นคาวของกลิ่น...เลือด




ถูกแล้ว...มันคือเลือด สำหรับอาชญากรแล้วการมาอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ความตายคงหาใช่ความฝัน




อาจจะสงสัยที่เรากำลังกล่าวถึงสถานที่แห่งนี้...แต่ในตอนนี้คุกใต้ดินได้มีสมาชิกใหม่เข้ามาอยู่ในซีกลู่กรงที่อยู่ลึกที่สุด




โดยปกติการจะเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้คนที่มาอยู่ส่วนใหญ่มักจะต้องทำความผิดร้ายแรงชนิดที่ว่าสะเทือนต่อความมั่นคงของอาณาจักร ทว่าในครานี้กลับแปลกออกไปเพราะผู้มาใหม่นั้นเป็นเพียงกลุ่มนักฆ่าเท่านั้น...




กลุ่มนักฆ่าที่ทำเพียงทำร้าย น้องของหนึ่งในสิบสามดยุคแห่งอาซิโดเลีย




เพียงแค่ทำร้ายเด็กถึงขั้นต้องมาอยู่ในคุกแห่งนี้เลยเชียวหรือ?




คนที่รู้เรื่องดังกล่าวนั้นแม้จะสงสัยก็ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยปากถามออกมา มันจึงเกิดการคาดคะเนต่างๆกันทั้งอำนาจของดยุคมิคาเอลที่มองเห็นอนาคต กระทั่งความสำคัญของสองฝาแฝดอาโดนิส คำคาดเดาต่างๆมากมายนั้นถูกเอ่ยออกมาจากปากต่อปาก ทว่าผู้ที่รู้ความจริงนั้นมีเพียงหยิบมือเท่านั้น...




ณ สถานที่ที่อับชื้นและมืนมนนั้นกำลังมีแขกผู้มาใหม่มาเยือนถึงสองคน เสียงย้ำของฝ่าเท้านั้นดังเอื่อยๆไปอย่างสบายไม่ต่างจากเดินในสวนหลังบ้านของตัวเองก็ไม่ปาน เท้าเหยียบกับหินเหมือนเหยียบกับพรมหญ้า เลือดที่เจิงนองที่สายน้ำที่เกิดหลังจากฝนตก กลิ่นคาวเลือดคือกลิ่นของมวลดอกไม้นานาพันธุ์...




ไม่ประสาทสัมผัสมีปัญหา...คนสองคนคงเป็นพวกเคยชินกับเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน




เท้าที่สาวอยู่นั้นหยุดชะงักเมื่อมาอยู่ที่จุดลึกสุดของคุกใต้ดิน บุคคลทั้งสองที่เดินเข้ามาในคุกใต้ดินนั้นมองเข้าไปในคุกใต้ดินอย่างช้าๆ คนที่สวมอยู่ในชุดสีขาวขลิปทองค่อยๆก้าวไปข้างหลังเล็กน้อยเพื่อให้คนที่อยู่ในชุดสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้านั้นเดินไปยังซี่ลูกกรงสีดำสนิท




เหล่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังลู่กรงสีดำสนิทนั้นตวัดสายตาไปมองผู้มาใหม่ทั้งสองอย่างรวดเร็ว อาจจะเพราะความมืด กลิ่นอับและโลหิตนั้นก่อกวนประสาทของพวกเขาจนหมดสิ้น เสียงครางระงมนั้นดังออกมาอย่างบ้าคลั่งผิดกับยามที่ตัวเองนั้นฆ่าใครยิ่งนัก...




มนุษย์มักเป็นแบบนี้เสมอ ยามเมื่อมือนั้นฆ่าใครเราอาจจะรู้สึผิด รู้สึกกลัว แต่สิ่งที่เรากลัวมากที่สุด...



คือความตายของตัวเอง




ต่อให้มือข้างนี้ฆ่าบุพการี ฆ่าเพื่อน หรือฆ่าใครต่อใครมากมาย เราอาจจะกลัวจนอยากจะฆ่าตัวตายตาม ทว่าก็ไม่กล้ามากพอ...




เพราะมนุษย์รักชีวิตของตัวเอง...




และในตอนนี้สภาพดังกล่าวของคุกใต้ดินนั้นทำให้พวกเหล่านักฆ่ากลุ่มนี้หวาดกลัว และถามกับตัวเองในใจซ้ำๆไปมาว่าพวกเขาจะต้องตายอย่างงั้นหรอ? บางคนดิ้นรน บางคนเริ่มปลง บางคนเริ่มจินตนาการไปต่างๆนานาว่าตนนั้นจะตายแบบไหนกันแน่





อาจจะประหาร...อาจจะอดอาหาร ปล่อยไว้กับคุกแห่งนี้...อาจจะโดนทรมานไม่ให้ตายอย่างง่ายดาย




ทว่าไม่ว่าจะเป็นอย่างไหนสิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือความตายอยู่ดี




ยามเมื่อสิ้นหวังนั้นสายตากลับเหลือบไปเห็นใครบางคน หลายคนก็เริ่มตีความคิดแล้วตนเองอาจจะโดนคนตรงหน้าฆ่าตาย บ้างก็ลวงหลอกตัวเองว่าไม่แน่คนผู้นี้อาจจะช่วยเหลือเราก็เป็นได้




ทว่าไม่ว่าจะความคิดแบบไหนจะถูกต้องก็ต้องรอให้ชายชุดดำผู้นี้เอ่ยคำพูดออกมาเสียก่อน...




แสงที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในสถานที่แห่งนี้นั้นตกกระทบกับใบหน้าช่วงล่างของชายผู้นี้ที่กำลังคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน อาภรณ์สีดำสนิททั้งตัวนั้นทำให้อีกฝ่ายดูน่าหวาดหวั่ยยิ่งนัก ราวกับยมทูตที่จะมาคร่าวิญญาณของพวกเขาจนกระทั่งคนๆนั้นค่อยๆใช้เสียงที่มีท่วงทำนองไพเราะเอ่ยวาจาออกมา





...สนใจอยากจะมีชีวิตอยู่หรือเปล่า...




เพียงเท่านั้นพวกเขากลับเริ่มมองเห็นยมทูตเป็นเทวดา ถ้อยคำที่จุดความหวังและก่อเสียงกู่ร้องในใจของพวกเขาเอง...




พวกเขารีบเอ่ยออกมาว่าตนนั้นอยากจะมีชีวิตอยู่ ทิ้งศักดิ์ศรีทั้งปวงเอ่ยอ้อนวอนต่อชายผู้มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า บางคนนั้นถึงขั้นคุกเข่า บ้างก็กราบอีกฝ่าย...




...ขอเพียงตนได้มีชีวิตอยู่




ชายผู้เปื้อนยิ้มนั้นยังคงยิ้มอยู่ก่อนที่เสียงอ่อนโยนจะเอ่ยยื่นข้อเสนอ...




...ฉันช่วยได้...




พวกเขาดีใจ บ้างก็น้ำตาซึมมองหน้าเมื่อรู้ว่าความหวังนั้นเริ่มเป็นจริง




...แต่ฉันช่วยได้เพียงคนเดียว...




ราวกับเริ่มเข้าใจความคิดของคนพูด หลายคนเริ่มมองหน้ากันและกันอย่างช้าๆ แม้จะมองไม่เห็นหน้ากันและกันเพราะแสงที่น้อยเกินทน ทว่าความคิดนั้นคงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก...




ต้องฆ่า...





...และฉันอยากได้คนที่แข็งแกร่งที่สุด...





ราวกับสัญญาณแห่งการฆ่าฟัน เสียงกู่ร้อง โหยหวนและครวญครางดังออกมาเบื้องหลังลู่กรงขอคุกแห่งนี้ ชายผู้แย้มรอยยิ้มไม่รู้ว่าข้างในเกิดอะไรขั้น แต่คงไม่ต่างจากความคิดของเขาเท่าไหร่นัก เขายืนอยู่ ณ จุดเดิมไม่ไปไหน กระทั่งเลือดกระเด็นมาเปื้อนใบหน้านั้นเขาก็ยังคงยิ้มอยู่ต่อไป





เหล่านักฆ่านั้นไม่มีอาวุธเพราะถูกริบไปก่อนจะมาอยู่ในคุก ทั้งเวทมนตร์ก็ไม่อาจใช้ได้เลยแม้แต่น้อยเมื่อถูกตราเอาไว้ด้วยตราเวทที่กักเวทมนตร์ของตัวเองไว้ ทว่าถ้าถามพวกเขาว่าสามารถฆ่าใครไหรือเปล่าทั้งๆที่ไม่มีทั้งอาวุธและเวทมนตร์




พวกเขาที่กำลังทำการฆ่ากันอยู่นี้คงตอบว่า...ได้




พวกเขาใช้ทุกสัดส่วนของร่างกายเพื่อให้ตนมีชีวิตรอด ทำร้ายทุกอย่างที่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ บ้างก็ควักหัวใจ บ้างก็ควักตา ทุกอย่างนั้นต้องทำเพื่อฆ่าอีกฝ่ายให้ได้อย่างรวดเร็วและเจ็บปวด...





ชายผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนยามนี้ใบหน้านั้นเปื้อนเปรอไปด้วยเลือดเขารอด้วยความสงบนิ่งเพียงพักหนึ่งนั้นผมสรุปก็ออกมา ชายผู้มีรูปร่างผอมลีบ หน้าตาเป็นอย่างไรไม่อาจรู้นั้นค่อยๆพยุงร่างที่เต็มไปด้วยเลือดทั้งตัวคลานมายังซี่ลูกกรงอย่างช้า





แม้ลมหายใจจะแผ่วจางเพียงใด เขาก็ยังฟื้นสังขารของตนเอ่ยออกมาอย่างช้าๆและแผวเบาราวกับจะตายได้เสียทุกเมื่อ...







...ฉัน....แข็ง...กะ แกร่ง...ที่...สะ สะ...สุด





ชายผู้มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้านั้นยิ้ม ในสายตาของผู้เหลือรอดนั้นช่างดูราวกับเทวดา ยามเมื่อเขาเดินมาใกล้ แสงที่น้อยนิดก็ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชดเจนมากขึ้น





ครับ...คุณเก่งมาก





ชายผู้นี้เอ่ยปากชมออกมา รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนที่สุด อบอุ่นที่สุด ดูราวกับเทวดาที่สุดทว่าความคิดดังกล่าวก็ต้องหายไปยามเมื่อรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ฝากทิ้งรอยแผลเอาไว้กลางลำตัวของเขา เมื่อกรอกนัยน์ตาไปมองกลางลำตัวจะมองเห็นแผลใหญ่ของการถูกแทงจนทะลุ ทว่าน่าแปลกในตอนที่ไม่เห็นนั้นเขากลับไม่รู้สึกอะไรยามเมื่อเห็นนั้นเขากลับรู้สึกเหมือนจะตาย...





เร็ว...มันต้องเร็วมากเสียจนน่าหวาดหวั่น




ทว่าเขาก็เพียงได้คิดเท่านั้น นัยน์ตากรอกกลับมามองเทวดาที่ยังยิ้มอยู่ ข้างกายนั้นคือศัตราวุธขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างกายของชายผู้นี้...





หากว่าเขาได้เจอกับเหล่านักฆ่าที่ตายไปเขาคงเอ่ยกับพวกเขาเหล่านั้นว่า




ผู้มาช่วยนั้นไม่ใช่เทวดา...ไม่ใช่เลย...




แต่เป็นซาตาน...ที่เริงรื่นกับความตายของพวกเขาต่างหาก





และชีวิตของบุคคลสุดท้ายในกลุ่มนักฆ่านั้นก็ดับไป...















ถ้าหมดธุระแล้วฉันว่านายน่าจะรีบกลับ เสียงทุ้มของชายชุดขาวที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันนั้นเอ่ยออกมา ดูท่าทางเขาจะไม่หยี่ระรี่ต่อความตายที่เกิดเท่าไหร่นัก นายฆ่าพวกเหยื่อของน้องชายฉันไปหมดแล้ว เชื่อฉันได้เลยว่าพรุ่งนี้โครวิสจะต้องทำตัวงี่เง่าจนน่ารำคาญแน่




ฉันไม่ได้ฆ่าเสียหน่อยไททานอส... ชายผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นนั้นเอ่ยออกมา พวกนั้นฆ่ากันเองต่างหาก




แต่มันก็เพราะนายไม่ใช่หรือไงกันลูซินโคลว์




เจ้าชายรัชทายาทอันดับหนึ่งเอ่ยออกมามองเพื่อนมือสังหารที่ค่อยๆหันใบหน้ามาทางตนอย่างช้าๆก่อนที่นิ้วมือของลูซินโคลว์จะค่อยๆชี้ไปยังเบื้องหลังลู่กรง




ฉันอุตส่าห์ทำ ยา ให้นายแท้ๆนะๆไททานอส





เออ มียาเยอะขนาดนี้กว่าฉันจะได้ยาลอตใหม่คงอีกประมาณ 4-5 เดือน เจ้าชายรัชทายาทกล่าวก่อนที่จะสาวเท้าเดินไปอยู่ใกล้ลู่กรงโลหิต ชายผ้านั้นเปื้อนสีแดงประปลายทว่าดูเหมือนเจ้าชายจะไม่สนใจเท่าไหร่นัก




ก็ดี งั้นช่วง 4-5 เดือนนี้ฉันคงจะมีเวลาทำการใหญ่




นัยน์ตาสีแดงของเจ้าชายละออกจากลู่กรงเพราะมองไปแม้จะเห็นภาพก็ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าเขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับภาพตรงหน้าเลย คำที่เหมาะกับความรู้สึกเขาน่าจะเป็นรังเกียจเสียมากกว่า




นายคิดจะทำอะไร?




ความคิดของลูซินโคลว์ไม่ธรรมดา...และไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ มือสังหารคนนี้มักจะปกปิดทุกอย่างเอาไว้ด้วยรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน กระทั่งฆ่าใครสักคนรอยยิ้มนั้นก็ไม่เคยหายไปจากใบหน้าของเขา





คำว่า เพื่อนของเขากับลูซินโคลว์น่าจะเรียกว่า ผู้มีธุรกิจร่วมกันเสียมากกว่า





ตราบเท่าที่เขายังมีประโยชน์ต่อลูซินโคลว์ ชายผู้นี้ก็จะไม่ฆ่าเขาทิ้งและเยื้อชีวิตเขาให้ แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาหมดประโยชน์นั้นไททานอสมั่นใจเลยว่า เพื่อนของเขาคนนี้ไม่มีความลังเลใดๆที่จะปลิดชีพตัวเขา




ลูซินโคลว์คือชายผู้มีเรือนผมสีเงินและนัยน์ตาสีทองสวย ใบหน้านั้นหล่อเหลาคมคายอย่างที่ผู้ชายด้วยกันเองยังอิจฉา ผิวขาว เสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นก็เป็นสีดำสนิททั้งตัวกลมกลืนไปกับความมืดมิด...





ไม่ว่าจะใน โลกสว่างและ โลกมืดต่างก็ต้องรู้จักนามของลูซินโคลว์ว่า จันทราโลหิต ลูซินโคลว์ ลา คัสดูตา




แต่ไม่มีใครรู้...ว่าลูซินโคลว์นั้นใช้นามสกุลว่าอาโดนิส




และถ้าหากรู้...เขามั่นใจว่าอาโดนิสคงล่มจมไม่ผงาดเป็นราชสีห์นั่งอยู่บนตำแหน่งดยุคแห่งอาซิโดเลียอย่างแน่นอน




ไททานอสไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับลูซินโคลว์เท่าไหร่นัก เขารู้เพียงลูซินโคลว์นั้นเป็นอาโดนิสคนหนึ่ง ส่วนเรื่องฝาแฝดอาโดนิสนั้นรู้สึกจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับลูซินโคลว์




ใช่...สาเหตุที่พวกนักฆ่ากลุ่มนี้ต้องมาอยู่ในคุกใต้ดินเป็นเพราะความคิดเห็นของเขาที่เป็นเจ้าชายรัชทายาทอันดับหนึ่ง อาจจะมีหลายเสียงที่คัดค้านบ้างทว่าเขาก็ใช้อำนาจที่ตนมีอยู่นั้นทำให้พวกนักฆ่าเหล่านี้ได้เข้ามาอยู่ในคุกใต้ดิน




และเรื่องย่อมง่ายขึ้นเมื่อดยุคอาโดนิสและดยุคนาร์ซีซัสเองต่างก็เห็นด้วย




และพอสองดยุคนั้นเห็นด้วยดยุคที่เหลือนั้นก็เริ่มคล้อยตาม ดยุคแคสซีโอเปียที่ปัจจุบันไม่ค่อยมีอำนาจเท่าไหร่นักเริ่มเออออไปตามดยุอาโดนิส ดยุคชิซิฟัสแม้จะไม่เห็นด้วยทว่าก็ต้องจำยอมเพราะสนิทกับสองดยุค ต่อจากดยุคคนอื่นๆก็ค่อยๆตามมา ประกอบกับเขาที่เป็นเจ้าชายรัชทายาทอันดับหนึ่งเรื่องทุกอย่างจึงง่ายขึ้น




แต่...ที่เขาทำแบบนั้นเพราะการเจรจากับลูซินโคลว์





แม้จะสงสัยทว่าเขาก็ทำตามจนกระทั่งมายืนอยู่ ณ จุดนี้เขาจึงได้รู้ว่ามือสังหารนั้นต้องการฆ่าพวกนักฆ่ากลุ่มนี้...ไม่สิ ต้องพูดว่าทำให้พวกนั้น ฆ่ากันเอง





การฆ่ากันเองไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อมนุษย์ต้องมาเจอสภาพแบบนี้ ความมืดมักลวงหลอกผู้คน สร้างจินตนาการและความหวาดกลัว ความคิดทางร้ายเริ่มบังเกิดท้ายที่สุด...




อ๋อ ยกเว้นไอ้คนสุดท้ายไว้คนที่โดนหมดนี่ใช้เคียวเชือดทิ้ง





คนที่ฉันใช้เคียว นั่นคือยาของนายในตอนนี้





นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะว่าใน 3-4 เดือนนี้นายจะไปทำอะไร ไททานอสเอ่ยออกมาก่อนที่นิ้วจะสัมผัสเบาๆที่ร่างของชายที่อยู่ใกล้ลู่กรงมากที่สุด คิ้วสีดำนั้นขมวดกันเล็กน้อย กินดิบๆแบบนี้น่าขยะแขยงกว่าแบบบดที่นายให้มาจริงๆ




ฉันตั้งใจจะไปทักทายหัวหน้าสมาพันธ์โลกมืดเสียหน่อย คำบ่นของไททานอสไม่เข้าหูของลูซินโคลว์





นัยน์ตาสีแดงแม้จะจับจ้องไปยังร่างไร้ลมหายใจเบื้องหน้านั้นฉายแววเครียด




หมดประโยชน์?




เพราะเขาทำตาม คำพูดของฉันไม่ได้ว่าพลางยิ้ม นายกินยาเสร็จก็อย่าลืมราดยาสมานเซลล์ผิวหนังลงไปที่ยาของนายด้วย มิคาเอลจะได้หัวหมุนกับการจัดการเรื่องนี้




ท้ายเสียงนั้นแฝงแววเย็นเหยียบ ทุกครั้งที่พูดถึงดยุคอาโดนิสลูซินโคลว์มักจะมีปฏิกิริยาเสมอ




และไม่ใช่ปฏิกิริยาในทางที่ดีเสียด้วย...




เสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นยามเมื่อร่างสีดำนั้นหมุนตัวเพื่อกลับไปยังประตู เคียวนั้นถูกเก็บเอาไว้เมื่อหมดหน้าที่ของมันพร้อมกันนั้นเสียงทุ้มๆที่แฝงแววอบอุ่นและอ่อนโยนก็เอ่ย คำพูดออกมาอย่างช้าๆ




...บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิสเป็นน้องชายของฉัน ฝากด้วยล่ะไททานอส





ห๊า???!!!!!!”




เจ้าชายตวัดสายตากลับมามองมือสังหารอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งที่เห็นคงเป็นแผ่นหลังที่เริ่มเดินไปไกลอย่างช้าๆตามจังหวะของเจ้าตัว ทิ้งเขาเอาไว้กับคำพูดที่น่าตื่นตะลึงทำเอาเจ้าชายรัชทายาทต้องปวดหัว...




ความหมายที่ต้องการบอกคือ...ช่วงที่ไป ทักทาย หัวหน้าสมาพันธ์เขาต้องดูแลบรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส...




ลูซินโคลว์มักเป็นแบบนี้เสมอ...ถ้าตอนไหนเขาอยากบอกเรื่องราวของตัวเองก็จะบอก ถ้าตอนไหนไม่อยากบอกต่อให้ตายไปก็คงไม่มีทางรู้อยู่ดี




วุ่นวายจริงๆ เจ้าชายเอ่ยออกมาก่อนที่มือจะราดยาสมานเซลล์ลงไปที่ร่างของยา ยามเมื่อร่างนั้นสัมผัสกับของเหลวสีฟ้าอ่อนรอยที่ถูกเคียวแทงทะลุก็ค่อยๆสร้างเซลล์มาเชื่อมกันเองอย่างช้าๆ จนดูเหมือนว่าเรื่องที่เขาถูกฆ่าเพราะคมเคียวนั้นเป็นเรื่องโกหก




ไททานอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง...เขาเองก็คงต้องรีบไปเหมือนกัน



นัยน์ตาสีแดงนั้นหรี่ลงมองชุดที่เปื้อนไปด้วยเลือดของตัวเองและส่ายหัวไปมา



..ไม่น่าใส่สีขาวมาเลย...







.

.

.

 






สี่เดือนต่อมาเขาก็ได้รับรู้ถึงคำว่า ทักทายของลูซินโคลว์




มาบัดนี้ไม่มีสมาพันธ์แห่งโลกมืดอีกต่อไป โอเค อันนี้มันคือข่าวดีทุกอาณาจักรต่างได้รับ แต่แน่นอนว่าข่าวดีมันก็มาพร้อมกับข่าวร้ายของร้ายยิ่งกว่าด้วยเช่นเดียวกัน




จันทราโลหิต...ลูซินโคลว์ ลา คัสดูตาขึ้นเป็น ราชาแห่งโลกมืด





ต้องขอย้อนไปสักหน่อยว่า โลกมืดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงพวกปีศาจ แต่หมายถึงผู้คนที่ประกอบอาชีพผิดกฏหมายทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโจร มือสังหาร นักขายข่าวคราวที่มีความอันตรายถึงขั้นล้มตระกูลขุนนางใหญ่ๆตลอดจนราชวงศ์ ธุรกิจพวกการพนันที่เดิมพันสูงหรือการซื้อขายทาสต่างๆเป็นต้น





เมื่อก่อนนั้น โลกมืดขึ้นอยู่กับสมาพันธ์ซึ้งมีฐานอำนาจหรือการปกครองคล้ายๆกับอาซิโดเลียที่มีกษัตริย์และสิบสามดยุคโดยหัวหน้าสมาพันธ์ถือว่าเป็นกษัตริย์คนหนึ่งเลยทีเดียว และมีพวกที่มีอำนาจลงมาหน่อยนั้นเป็นเหมือนกับสิบสามดยุค





ใครที่ประกอบอาชีพประเภทเดียวกับคนในโลกมืดทว่าไม่ยอมมาลงทะเบียนที่สมาพันธ์นั้นหากว่าสมาพันธ์รู้จะมีการประกาศเป็นภารกิจกวาดล้างที่มีราคาค่าหัวที่สูงขึ้นอยู่กับความสามารถในการประกอบอาชีพของพวกเขาเหล่านั้น




การที่ลงชื่อในสมาพันธ์นั้นทุกครั้งที่ประกอบอาชีพของตนเองจะถูกหักเงินที่ได้รับมา 10% เข้ากองกลาง ใครที่ไม่ทำตามหรือขัดคำสั่งสมาพันธ์นั้นชื่อจะถูกขึ้นภารกิจในระดับค่าหัวของการไม่ทำตาม




ทว่าในตอนนี้โลกมืดนั้นเปลี่ยนไปแล้วเมื่อจันทราโลหิตขึ้นเป็น ราชา





อำนาจเบ็ดเสร็จทุกอย่างอยู่ที่ลูซินโคลว์คนเดียว ทำพูดของเขาถือเป็นคำขาดไม่ต้องผ่านหรือต้องมีอำนาจใดๆมารองรับ ส่วนระบบทุกอย่างนั้นเหมือนกับสมาพันธ์เกือบหมดสิ้น




และตอนนี้มือสังหารคนที่ว่านั่นกำลังยืนยิ้มอยู่ที่ระเบียงห้องของเขา สายลมอ่อนนั้นตกกระทบกับเรือนผมสีเงินให้พริ้วไปด้านหลัง เอิ่ม เมิงจะทำตัวเป็นพระเอกมิวสิกที่ไหนโปรดไปให้ไกลสายตากรู หน้าของเมิงกำลังเรียกร้องให้กรูวิ่งไปประทับเท้าอยู่ระรื่นๆไป





เห็นมันตอนกลางคืนว่าหมั่นไส้แล้ว ตอนกลางวันที่เห็นชัดกว่าชักคันๆเท้าอยากลองเต้นแร็ปผสมมูนวอล์กไปสกายคิกใส่ใบหน้า เสียอย่างเดียวกลัวถีบไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลก็คงโดนมันเชือดตายเสียก่อน




ไม่เจอกันนานเลยนะไททานอส คนตรงหน้าเอ่ยพร้อมระบายรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน





คราวหน้าถ้านายจะมาใส่หน้ากากมาด้วยจะดีมาก






ฉันได้ยามาฝากนาย...น่าจะอยู่ได้สักประมาณสองปีครึ่งดูท่าคำขอของเขาคงไม่เข้าหูมือสังหารที่ฉีกยิ้มอยู่เลยแม้แต่น้อย




ฉันว่าฉันต้องประเมินคำว่า ทักทายของนายมาเป็นกวาดล้างสินะ เจ้าชายเอ่ยออกมาก่อนที่จะเหลือบตาไปมองกองยาที่ถูกบรรจุเอาไว้ในขวดอย่างปกติกองหนึ่งที่วางเอาไว้มุมห้องของเขาเอง เผลอๆฉันว่าอาจจะอยู่ได้สักสามปี




นัยน์ตาสีทองนั้นเป็นประกายอ่อนโยนเฉกเช่นรอยยิ้มที่ฉาบเอาไว้บนใบหน้า ทว่าคำพูดต่อมานั้นทำเอาเจ้าชายต้องเริ่มคิดจะมองคำว่า คำพูด และทักทายของเพื่อนคนนี้ใหม่




ฉันฝากน้องชายของฉันให้นายดูแลตลอดสี่เดือนที่ฉันไม่อยู่ ลูซิโคลว์เกริ่นออกมาซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าชายเลิกคิ้วสูงก่อนจะเอ่ยตอบรับไป ซึ่งนายก็ทำได้ดีระดับหนึ่ง...




หลังจากแยกกันที่คุกใต้ดินนั้นเขาก็ได้ทำการสั่งองครักษ์ของเขาที่มีความภักดีและฝีมือสูงนั้นทำการสโตกเกอร์ แค่กๆ ในที่นี้หมายถึงจับตามอง น้องชายของลูซินโคลว์อย่างดีซึ่งผลที่ได้รับการรายงานมานั้นก็คือ...ไม่น่าเป็นห่วง




ตอนนี้ข้างกายของเด็กที่ชื่อ...เออ...บรีเอลสินะ? ชื่ออะไรก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้ข้างกายของไอ้เด็กนั่นมีลูกชายคนเล็กของแม่ทักใหญ่นาร์ซีซัสเกาะเป็นปลิง จากคำให้การขององค์รักษ์เขามันพูดทำนองว่าไอ้เด็กนั่นที่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นหนุ่มแว่น นั้นสามารถรู้ได้ว่าเขาอยู่ตรงไหน (นับว่ามีฝีมือ) ทว่ามันก็ไม่คิดจะทำอะไรอาจจะเพราะรู้ว่าเขาไม่ทำอะไรก็เป็นได้...





ส่วนอีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างของบรีเอลคือเด็กหญิงที่บอกว่าเป็นพี่สาวฝาแฝดราฟาแอล...




องครักษ์ของเขานั้นทำหน้าตาเหมือนคนจะร้องไห้ก็ไม่เชิงและตอบออกมาว่า...



มันน่ากลัวมากครับ!!”



ซึ่งตอนนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป แต่เจ้าองครักษ์นั่นบอกว่าเด็กบรีเอลนั่นปลอดภัย 100% ไม่ต้องให้เขาไปสโตกเกอร์ แค่กๆ ติดตามหรอกครับ




หรือว่า...มันเกิดอะไรขึ้น??!!




ลูซินโคลว์ยังคงยิ้มและเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ





วัน v เดือน x...โดนไอ้เด็กแว่นกระโดดกอด (เสียงเบา) จนล้มไปด้วยกัน (ยิ้ม)

วัน y เดือน x...ไปเข้าค่ายโดนมดกัด

วัน x เดือน x...ชงชาดื่มแล้วน้ำลวกมือ...

วัน...................

............

....ซึ่งดูเหมือนนายจะเป็นคนที่ดูพึ่งพาไม่ได้เท่าไหร่เลยนะ น้องชายที่ฉันฝากให้นายดูแลถึงโดนแบบนี้มาตลอด 4 เดือนน่ะ




คือ...เมิงครับ




มดกัดนี่ไม่ตายนะครับ น้ำร้อนลวกมือ มือก็ไม่ด้วนด้วยครับ...น้องมันยังไม่เป็นอัมพาตครับ...




อีกอย่างคือ...กรูไม่ใช่เทพครับที่ดูแลน้องเมิงปานนั้นได้ มันเว่อร์มากครับ




และสุดท้าย...




...เมิงรู้ได้ไงครับละเอียดปานนั้น...




เหมือนว่าจะรู้ในคำถามของเขาลูซินโคลว์หัวเราะอออกมาเบาๆ




ไอ้เรื่องติดตามน้องชายตัวเอง...ฉันไม่มีเวลาว่าง...




ไททานอสถอนหายใจออกมาสงสัยมันคงจะไปแจ้งติดตามน้องมันเป็นภารกิจละมั้ง ตอนนี้มันเป็นราชาของโลกมืดแล้วนี่นา...




เออ...แต่ก็ไม่แน่...




แจ้งเป็นภารกิจฉันก็ไม่ทำหรอก ไร้สาระน่า...นั่นน้องชายของฉันนะ ถ้ามีหมาตัวไหนไปสอดส่องดูเกินสิบชั่วโมงแล้วก็ฉันควักลูกตามันทิ้งแน่ๆ...




ไอ้ประโยคแรกมันโอเคอยู่นะคุณเพื่อน...แต่ไอ้ประโยคหลังนี้หมายความว่ายังไงครับ?




คือเมิงดูได้เองคนเดียวว่างั้น!




ฉันไม่มีเวลาว่างตอนกลางคืนหรอก มือสังหารนี่นะ



ใช่ มันไม่มีเวลาว่างตอนกลางคืนหรอก...



แล้วตอนกลางวัน...




ส่วนตอนกลางวัน...ก็...หึ...




ไอ้บราค่อนสโตกเกอร์!!!!!!”



(ฉันล้อเล่นนะ (หัวเราะ) : ลูซินโคลว์)



.

.

.




ต่อให้ต้องจมดิ่งสู่ความมืดมิดอนธกาลมากแค่ไหน

ภาพของ คุณที่แจ่มชัดในใจผม

...มันจะคงอยู่ตลอดไป...






 

 

...หัวหน้าแกล้งผม




เสียงสั่นเครือดังออกมาจากปากของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับรังนก นัยน์ตาคู่สวยหลังแว่นทรงกลมๆใหญ่ที่ถูกหยิบเอาใช้เพื่อปกปิดใบหน้าของตัวเองนั้นกำลังเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา มองไปยังร่างสูงของคนตรงหน้าที่เลิกคิ้วแล้วหันมามองเขา



สมน้ำหน้า



คุณต้องแก้แค้นให้ผมนะ! คุณต้องแก้แค้นให้ผมนะครับ!!”




เสียงถอนหายใจออกใจดังออกมาจากปากของคุณก่อนที่คิ้วจะขมวดกันเล็กน้อย แล้วฉันจะเอาอะไรไปแก้แค้นไอ้บ้านั่นกัน นายก็มีพลังมากกว่าฉัน อันที่จริงฉันว่านายน่าจะแก้แค้นให้ตัวเองได้มากกว่านะ




...ผะ...ผมไม่กล้า... ผมเอ่ยออกมาเสียงเบาก่อนจะก้มหน้านิ่ง ...ถะ ถ้าผมแก้แค้นเขา...ขะ เขาจะต้องแกล้งผมคืนกลับหนักกว่าเดิมแน่นอน! ตะ แต่ถ้าคุณแก้แค้นให้ผม ขะ เขาก็จะแกล้งผมเท่าเดิม...เชื่อสิ! หัวหน้าไม่กล้าทำอะไรคุณหรอกครับ!!”




หัวหน้าน่ะกลัวคุณยิ่งกว่าแม่อีกนะ...เออ จะว่าไปแล้วแอบเหมือนสามีกลัวภรรยาแปลกๆเลยแหะ



มันไม่ใช่เรื่องของฉัน คุณเอ่ยปฏิเสธออกมาเรียบๆทำให้ผมต้องทำสีหน้าเหมือนโลกแตกสลาย ถ้าแค่เรื่องของตัวนายเองยังจัดการไม่ได้...ก็ไม่ต้องมีชีวิตอยู่ซะ




...ฮะ ฮึก... ยกมือขึ้นมาขยี้ตาของตัวเองแรงๆเมื่อรู้สึกว่าน้ำตาเริ่มไหลออกมามากขึ้น คุณเกลียดคนอ่อนแอ...



และผมไม่อยากให้คุณเกลียดผมเลยจริงๆ



คุณมองผมก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือของคุณอุ่น...อบอุ่นและอ่อนโยนเสมอมานั่นสัมผัสเบาๆที่หัวของผม เรียกให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมองคุณ ใบหน้าของคุณยังปราศจากรอยยิ้ม คุณเป็นคนไม่ชอบยิ้ม ตั้งแต่รู้จักกันมาผมก็ไม่เคยเห็นคุณยิ้มเหมือนกัน



จนผมสงสัยว่าคุณมีความสุขหรือเปล่าครับ?



...ถ้าหากเขาแกล้งนายอีกคราวนี้ฉันจะหนีไปแต่งงานกับควีเนเลียแน่ๆ ฉันขู่เขาแบบนี้ดีไหม?



งั้นคุณก็ต้องไปแต่งกับยัยคิงคองนั่นน่ะสิ! ไม่เอานะ ผมยอมให้เขาแกล้งผมตลอดชีวิตดีกว่าให้คุณแต่งงานกับยัยคิงคองนั่นอีก



นายก็กล่าวเกินไป คุณทำสีหน้าแปลกๆ คล้ายจะฝืดๆ ยังไงควีเนเลียก็แฟนสุดที่รักของฉันนะ




ผมไม่ชอบเธอ...



เพราะเธอจ้องจะแย่งคุณไปจากผม...



แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง?



งั้นคราวนี้ถ้าเกิดว่าหัวหน้าแกล้งผมอีก ผมจะแกล้งเขากลับ เอาให้เจ็บแสบไปเลย ต่อให้หัวหน้าเป็นญาติของผมก็เถอะ!”



นายก็พูดแบบนี้ทุกทีแหละลูซินโคลว์ แต่สุดท้ายนายก็ต้องมาให้ฉันไปจัดการมิคาเอลให้ทุกที...



แล้วคราวนี้คุณจะไปจัดการหัวหน้าให้ผมไหมครับ?



...ไอ้บ้าเอ๊ย มิคาเอลอยู่ไหนล่ะ


ขอบคุณมากครับ...เอล



xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx 100%xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

สั้นๆง่ายก่อนจากกันไปเลยคือ........
สปอยยยยยยยยยยยยยยยย





ผมดำคนนี้คือใครนั้นติดตามต่อไป อีกประมาณหลายตอนกว่าพี่แกจะออกมา วางนิสัยพี่แกไว้ว่า....
เสี่ยว....

ใช่แล้วครัยบ! พ่อหนุ่มผมดำคนนี้มาพร้อมกับความเสี่ยววววววววววววว

อยากเขียนพี่แกมากเลยแต่ต้องรอต่อไป ตามสเตป (เลยมานั่งวาดพี่แกเล่นๆแทน (?) ฮา)


1/05/11

ขึ้นเดือนใหม่แล้ววว + อัพเพิ่ม บอกแล้วตอนนี้มันซีเรียสสส เอาจริงๆถ้าเกิดตัดลูซินโคลว์ออกไปเรื่องนี้โคตรลัลล้า อย่างชิวลี่ชิวๆอ่ะ XD (แต่ไม่แน่ถ้าไม่มีลูซินโคลว์ปานนี้บรีเอลอาจจะตายนานแล้ว)

พี่ชายคนนี้เค้ารักน้องในเงามืด ไม่กล้าให้น้องเห็นหน้าเล้ยย

เอาเป้นว่าความรักในเงามืดก็ยังคงเป็นความรักในเงามืดต่อไป
น้องชายไม่รู้ว่ารัก (ปานสโตกเกอร์) ก็ไม่เป็นไรนะลูซิน!



Linea-Lucifer



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3,390 ความคิดเห็น

  1. #3364 iiวมlwรน้oe (@vampirebaby) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 18:23
    มีความสงสัยว่ารัชทายาทเป็นโรคอะไร ทำไมต้องกินไรแบบนี้ . . .
    #3364
    0
  2. #3333 Perna (@pernar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 12:37
    ตอนนี้เริ่มเครียดนิดๆแล้วนะ บราค่อนอะไรจะเยอะแยะขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็น บราค่อนโรคจิต บราค่อนสโตรกเกอร์ บราค่อนซึนเดเระ มีหลายรูปแบบดีแท้
    #3333
    0
  3. #2721 Canaries (@kideri) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 15:34
    ยามันทำมาจากอะไรอ่ะ ???
    #2721
    0
  4. #2092 ✖ L o √ e ღ Ohm ✖ (@iluvfran) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2555 / 07:12
    อั๊ยย่ะ !! ลูซินตอนเด็กน่าฮักจัง > <'
    #2092
    0
  5. #1984 kami125 (@kami125) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 12:12
    เอานักฆ่ากลุ่มนั้นไปให้มิคาเอลหรือลูซินโคลว์(ถูกไหมหว่า)

    ส่งไปทางฝั่งใครมันก็ตายทั้งนั้นแหละ=w=;

    #1984
    0
  6. #1933 honeypan (@honeypan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 08:24
     ลูซินนนนนนนนนนนนนนนนนนนน


    บราค่อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน


    อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #1933
    0
  7. #1516 II Pierrot Demy II (@black-fantasy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 12:02

    บราค่อน บราค่อน บราค่อน!!!!!!!!!
    (แต่เขาก็ชอบน้า อะไร้เมื่อกี้ยังไม่ได้พูดอะไรเลย -3-)

    #1516
    0
  8. #1351 s.tiger (@jennyblue) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 02:16
    สนุกมากค่ะ
    #1351
    0
  9. #1302 หลงทาง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 / 11:49
    ลูซินนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่บอกว่าเวลามันเปลี่ยนคนได้จริงๆ -..-



    แต่ยังไงเค้าก็ชอบลูซินน๊า อร๊างงงงง >
    #1302
    0
  10. #1277 l bloodybear (@l-lin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 / 14:33
    ลูซินโครว์หล่อ แต่สโตรกเกอร์อะ
    แต่ก็ยังหล่อ เอ๊ะ
    #1277
    0
  11. #1253 woozyyy (@woozyyy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 10:09
    อย่างกับลูกเสือ เงื่อนเยอะเหลือเกิน
    #1253
    0
  12. วันที่ 30 ตุลาคม 2554 / 16:22
    อา..ท่าเพ่มิคาเอลกับลูซินโคลว์เป็นญาติกันจริงด้วย!
    แต่ตอนหลังๆนี่มันอะไรก๊านนน ทำไมลูซินของฉัน(?)ถึงได้น่ารักอย่างน้านนนน
    #1077
    0
  13. #915 ท่านapollo (@apollo89541) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2554 / 11:27
    ลูคุงตอนเด็กน่ารักจัง อยากเอามากอดที่บ้าน (ทำไมยิ่งโตยิ่งกวนวะ)
    #915
    0
  14. #895 ~+*MiNd_Za*+~ (@ploymind) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 20:49
    คึคึ .....
    #895
    0
  15. #609 Vanessa (@nakiro_wa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2554 / 18:05
     สโตกเกอร์ หึ หึ หึ...


    #609
    0
  16. #510 dlky (@plky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2554 / 16:56
    รู้ขนาดนี้แล้วจะฝากไทไปทะแป๊ะเฮี๊ยหรอคะ =_=?
    #510
    0
  17. #284 jane123 (@areerat-41936) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 12:15
    ลูซิน =_=

    ตกลงนายรู้รายละเอียดน้องนายขนาดนั้นได้ยังไงอ่ะ...

    แล้วมันก็เป็นปริศนาต่อไป...

    #284
    0
  18. #274 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 / 23:44
    แอบแบ๊วได้อีกนะลู  ว่าแต่ คุณ คือใครอะจ๊ะ
    #274
    0
  19. #259 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 23:34
    = =
    ดูเหมือนลูซินในตอนเด็กจะน่ารักน่กอด
    (ดูเหมือนจะไม่โรคจิตเป็นบราค่อนสโตรกเกอร์ในตอนโดต้วยล่ะ == )
    #259
    0
  20. #258 TONNAM' (@tonnamro) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 17:46

    ลูซินโคลว์ตอนเด็กน่ารักโนะเนะมากอะ -////-
    เรื่องนี้เหมือนจะมีแต่บราคอนนะ *ฮา*

    #258
    0
  21. #257 lorun (@lorun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 14:08
    ลูซินโคลเป็นยิ่งกว่าบราค่อนอีก



    แค่มดกัดยังขนาดนี้


    มิคาเอลเทียบไม่ติด


    แต่ตอนย้อนอดีตน่ารัก
    #257
    0
  22. วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 12:41
    ตอนนี้บอกได้คำเดียวว่าลูซินน่ารัก~>.<
    ปล.ชอบคนลัทธิบราค่อนจังวู้ว
    #255
    0
  23. #254 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 / 22:30

    ยาของไทลินอล  เอ๊ยไททานอสน่ากลัวอะ  ลูซินก็น่ากลัว  สรุบมันจะปกติจิตกันบ้างได้ไหมคร้าท่าน

    ปล หนังสือเฟียร์เล่ม 2 จะออกเมื่อไรคร๊า

    #254
    0
  24. #253 fFfFrailty_zZ (@-christin-) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 / 22:24
    ตอนนี้ทำให้ลูซินในสายตาเรา ดีขึ้นเป็นกองเลยค่ะ

    จะบอกว่า หลงใหลก็ว่าได้><
    #253
    0
  25. #250 karmdodcom (@karmdodcom) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2554 / 22:59
    ...ระวังโดนบรีเอลตัดมุกนะ= =

    ปล. ชายผู้มาพร้อมความเสื่อม เอ๊ย เสี่ยว คือใครกันแน่ ==!
    #250
    0