Fic Tsurune | -Another Story- [Yaoi]

ตอนที่ 2 : เสียงของ 'ทสึรุเนะ' (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61







เสียงของ 'ทสึรุเนะ' (2)

[ชู*มินาโตะ / มาซากิ*มินาโตะ]


ตอนที่พบกันครั้งแรก

"ดูสิมือเป็นแผลอยู่ไม่ใช่หรอ? เดี๋ยวจะทำแผลให้นะ ใช้ทางเข้าทางนี้สิ"

คนแปลกหน้าที่พบกันเอ่ยออกมาแบบนั้น


"อย่าหนีแหละ"


คนที่มักจะวิ่งหนีมาตลอดนั้นชะงัก สุดท้ายก็เลือกที่จะตามคนแปลกหน้าไป

สัมผัสของยาแตะลงที่ฝ่ามือ เป็นความแสบร้อนที่แทรกในความเย็นของอากาศ

สนทนาเพียงเล็กน้อยก่อนจะวิ่งหนีออกมา

ในตอนนั้นมินาโตะคิดว่าทุกอย่างจะจบลงแล้ว

แต่ในวันต่อมา ทั้งๆที่ไม่มีเสียงของทสึรุเนะ


ขาของเขาก็ก้าวเข้ามายังที่ของคนแปลกหน้าอีกครั้ง


(1)

"หลังจากยิงธนูครบ 10,000 ดอกจะทำอะไรต่อหรอครับ"

"คงวางธนูแล้วเลิกเล่นน่ะ"


คำตอบแบบนั้นทำให้มินาโตะแปลกใจจนอดไม่ได้ที่จะถามกลับว่าทำไม

คนตรงหน้าเพียงยกยิ้ม ก่อนจะถามเขากลับว่า "นายเองก็เลิกเล่น ทำไมล่ะ?"


นิ่งงัน

ไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะเอ่ยปากออกไป

คนตรงหน้าเพียงยิ้ม


"ตื่นเป้าหรอ?"

ร่างของมินาโตะเกร็ง

"ลำบากแย่เลยนะ"

"..."

"แล้วนายชื่ออะไรล่ะ?"

คำถามแรกสุดที่ควรถามเมื่อพบเจอกัน เมื่อถูกถามตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าช้าไปไหมนะ?


"นารุมิยะ มินาโตะ"

"ทาคิกาวะ มาซากิ"


คนแปลกหน้า...ทาคิกาวะ มาซากิซังเอ่ยออกมาแบบนั้น


(2)

"นายคิดว่าอะไรคือสิ่งที่แย่ที่สุดสำหรับอาการตื่นเป้า?" มาซากิเอ่ยปากถามจากนั้นก็ลุกขึ้น "การยิงไม่โดน เสียงเยาะเย้ย หรือว่าการสูญเสียความมั่นใจ?


แน่นอนว่า...ไม่ใช่ ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น


ส่วนที่แย่ที่สุดคือการที่ไม่รุ้จักตัวเองอีกต่อไป"


บางอย่างคล้าย...เอ่อล้นออกมา

มินาโตะเคยจม...จมอยู่กับความรู้สึกหนึ่งที่ไม่สามารถหาทางออกได้

ความรู้สึกที่ไม่ว่าใครต่างก็ไม่เข้าใจ คำพูดที่ติดอยู่ในลำคอแต่ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้ ได้แต่จม...จมตัวตนของตัวเองลงไปในนั้น


"ไม่มีแค่นายคนเดียวหรอกนะที่มีอาการตื่นเป้าน่ะ"


(3)

"ทาคิกาวะคุงอย่างนั้นหรอ?


เขาเสียไปตั้งแต่เมื่อปีก่อนแล้วแหละ"


เสียงของบางอย่างคล้าย...ร่วงหล่นลง

เป็นความเงียบที่มินาโตะไม่รู้จะอธิบายออกมายังไง

ของที่ว่าจะนำมาคืนให้เพราะติดกระเป๋าไปนั้นคล้ายไร้น้ำหนักขึ้นมาในทันที


(4)

กลับมาที่นี่อีกแล้ว

สิ่งที่เห็นยังคงเป็นคนคนนั้นที่กำลังเก็บท่าลง


เมื่อยื่นของไปให้กับอีกฝ่าย คนตรงหน้าเพียงยิ้มและบอกว่าเก็บไปเถอะ

"คงไม่ได้ใช้มันอีกแล้วแหละ"

หัวใจคล้าย...หวาดหวั่นขึ้นมา

"ที่จริงแล้วมาได้จังหวะพอดีเลย"


รอยยิ้ม

ระบายอยู่บนใบหน้า


"ยิงใกล้ครบ 10,000 ดอกแล้ว"


จากนี้...จะไม่เห็นรอยยิ้มนั้นของคุณอีกครั้ง

ใช่หรือเปล่านะ?


(5)

ธนูถูกง้าวและปล่อยออกไป

ท่ามกลางเวลานั้นคล้ายทุกอย่างช้าลง


'สำหรับฉันน่ะไม่ใช่คนที่มีอยู่ในชีวิตจริงของมินาโตะ'


คำพูดหนึ่งคล้ายดังลั่นขึ้นมาในหัว

ทำให้ใบหน้าที่เคยราบเรียบมาตลอดนั้นคล้ายปรากฏความรู้สึก

อะไรบางอย่างที่เรียกว่าความเสียใจปรากฏขึ้นมา


อะไรบางอย่างที่เรียกว่า


ความอาวรณ์


ปรากฏขึ้นมา


"อย่าหายไปเลย!"


มินาโตะตะโกนออกไปแบบนั้น

ครั้งสุดท้ายที่ตะโกนออกไปเช่นนี้มันนานเท่าไหร่แล้วนะ

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมินาโตะมักเลือกที่จะ 'เงียบ' เสมอ เขาไม่เคยแสดงความรู้สึกออกมา เขามักบอกว่าตัวเองมองความรู้สึกของชูไม่ออก ในตอนนั้น...ในตอนนั้น…

ถ้าหากว่ามีความกล้ามากกว่านี้อีกนิด ตะโกนมันออกไปแล้วเอ่ยปากถาม

จะได้รับเสียงตอบรับกลับมาหรือเปล่านะ?

ถ้าเพียง 'กล้า' มากกว่านี้อีกนิด

ฉันจะสามารถรู้หรือเปล่าว่านายกำลังคิดอะไรอยู่

"เพิ่งจะได้มาเจอกันแท้ๆ..." มือที่กำเสื้อของมาซะซังนั้นแน่นมากขึ้น


"เพราะงั้น...อย่าหายไปเลย"


เว้าวอนออกไป ในคราวนี้นั้น

เขาคาดหวังว่า


"มินาโตะ...นี่นายคิดอะไรอยู่?"


ปาฏิหาริย์จะมีจริง


(6)

ปาฏิหาริย์บัดซบ...

"จริงๆเล้ย อยู่ ม.ปลายแล้วยังเชื่อเรื่องผีอยู่อีกงั้นหรอ?"

"ลืมๆไปเถอะครับ!"


ความกล้า...คล้ายย้อนกลับมาเล่นงานตัวเองเสียแล้ว


มาซะซังหัวเราะออกมา


(7)

ท้ายที่สุดแล้วคนที่ไม่น่าจะโคจรมาเจอกันอีกครั้งนั้นก็ได้พบกันอีกในฐานะที่ต่างจากเดิม

และทรงผมที่แปลกตาไป

บางทีนั่นอาจจะเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นอะไรบางอย่าง


เสียงของทสึรุเนะที่เคยหายไปนั้นคล้ายกลับมาอีกครั้งหนึ่ง


(8)

"ไม่ได้เห็นมินาโตะสนุกแบบนี้มานานแล้วนะ"


คุณพ่อทักออกมาแบบนั้นจนตัวของเขาเองรู้สึกแปลกใจ

มินาโตะคิดว่าตัวเองไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปนัก...อย่างมากแค่กลับมาเล่นธนูอีกครั้งหนึ่ง

ทว่าพ่อของเขากลับยิ้มรับ

คล้ายกับว่าลูกชายของตนนั้นได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ


(9)

เมื่อส่องกระจกอีกครั้งหนึ่ง


สิ่งที่แสดงออกมายังคงเป็นใบหน้าของนารุมิยะ มินาโตะคนเดิม

ยังคงเป็นใบหน้าธรรมดาที่สามารถกลืนกินไปได้กับฝูงชน เพียงแต่ความต่างเล็กๆคล้ายปรากฏขึ้นมา

ครั้งหนึ่งมุมปากของเขาเคยขนานเป็นเส้นตรง ดวงตาคล้ายตกลงในอารมณ์ของความสงบ

ในตอนนี้เมื่อจ้องมองตัวเองอีกครั้ง เมื่อเทียบกับปีก่อน

เขารู้สึกเหมือนกำลังเห็นคนแปลกหน้า

เหมือนตัวตนของตัวเองกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง...

มันจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นหรือเปล่านะ?


มินาโตะถามตัวเองแบบนั้น


(10)

อยากจะออกจากจุดเดิม ไม่อยากจะ...วิ่งหนีอีกต่อไป

เขาเหมือน...สนใจรอบด้านมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะพูดมากขึ้น

การสื่อสาร...จะทำให้ 'เข้าใจ' มากขึ้นหรือเปล่านะ

เหมือนโลกคล้ายกว้างมากขึ้นกว่าเดิม


"เซยะเนี่ย ย้ายโรงเรียนมาตามมินาโตะใช่หรือเปล่า?"

"อืม ใช่แล้วแหละ"

"เอ๊ะ?!"


สิ่งที่ไม่เคยคิดคล้าย...รับรู้ได้มากขึ้น

เรื่องราวของคนใกล้ตัวที่เคยมองข้ามไป

อารมณ์ ความรู้สึก เข้าใจมากกว่าเดิม


บางทีตอนนี้ถ้าหากว่าชูปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาคง...


(11)

มินาโตะชอบสัตว์มาก

อันดับ 1 ในใจตอนนี้ย่อมเป็นคุมะของเซยะ ส่วนอันดับ 2 คงเป็นฮู นกฮูกของมาซะซัง


ดังนั้นตอนที่มาซะซังโยนผ้าลงมาตรงบ่า จากนั้นฮูมาเกาะที่ไหล่ทำให้เขาอดไม่ได้ที่เล่นกับมัน

"ฮูนี่เชื่องกับมินาโตะน่าดูนะ"

"อืม" ตัวขาวๆกับสัมผัสนิ่มๆ มินาโตะอดไม่ได้ที่จะหัวไซร้ฮูเบาๆ

"อื้มๆ!" มาซะซังพยักหน้าจากนั้นก็หรี่ตาลง "ไม่เลวๆ"

เขาไม่ได้ถามความหมายของคำว่า 'ไม่เลว' จากมาซะซัง เพราะคนตรงหน้านั้นเอ่ยปากถามเขาเสียก่อน "ฉันสงสัยมาสักพักแล้วว่ามินาโตะไม่คิดจะเปลี่ยนทรงผมเลยหรอ?"

"หืม?"

"อย่างลองไว้ผม?"

"ขี้เกียจดูแลน่ะ"

"อืม" มาซะซังพยักหน้าจากนั้นมือก็กางออกสัมผัสเบาๆที่หน้าผากของเขา "เห็นหน้าผากชัดเจนดี"

"..." ไม่รู้ทำไมมินาโตะรู้สึกคล้ายกำลังถูกก่อกวนอะไรบางอย่าง หน้าผากชัดเจนแล้วทำไม ถึงมันจะดูเกลี้ยงเกลาไปบ้างแต่ไม่ใช่เพราะเขาผมน้อยหรอกนะ

"ถ้าหากว่าไถผมขึ้นแบบนี้" มือที่สัมผัสหน้าผากนั้นเลื่อนขึ้น เกลี่ยเอาผมส่วนหน้าที่น้อยนั้นให้ขึ้นไปอีก ตอนนี้ต่อให้ไม่มีกระจก มินาโตะก็มั่นใจว่าหน้าผากของเขาต้องสะท้อนแสงอย่างแน่นอน...

"มาซะซัง..." เขาว่าจะเอ่ยปรามทว่าท้ายที่สุดนั้นเสียงทุกอย่างก็หายไป


พร้อมกับริมฝีปากที่แตะตรงหน้าผากของเขา

ลมหายใจอุ่นร้อน ริมฝีปากอุ่นร้อน ใบหน้าของเขาอุ่นร้อนไปหมด

แต่เพียงชั่วสั้นๆมาซะซังก็ละออกไป เอ่ยออกมายิ้มๆว่า "ค่อนข้างพอดีเลย"

พอดีคืออะไร มินาโตะไม่ได้เอ่ยถามขยายคำต่อ

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ฮูบินหนีไปแล้ว

หน้าของเขาแดงมาก

ไม่มีที่ให้ซ่อนแล้ว


วิ่งหนี?

ไม่ได้อีก


ดังนั้นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทาคิกาวะ มาซากิจึงเป็นเด็กหนุ่มที่พร้อมจะระเบิดออกมา


"หน้าแดงหมดแล้ว"


ความมืดไม่ช่วยอะไร

บัดซบที่สุด


(12)

หลังจากนั้นเวลาที่เห็นมาซะซัง ปฏิกิริยาอัตโนมัติของมินาโตะจึงเป็นการปิดเหม่งของตัวเองก่อนจะก้าวแท็กๆหนี

ส่วนมาซะซังก็เพียงหัวเราะออกมาเท่านั้น คนคนนี้เป็นคนอ่อนโยนแต่ก็...เป็นคนขี้เล่น

มินาโตะยังจำเรื่องคนรับใช้ได้เป็นอย่างดี อย่าไว้ใจรอยยิ้มของคนอายุมากกว่านั้นดีที่สุด


"มาซะซังไว้ใจไม่ได้"


เซยะยกมือสนับสนุนสองข้าง

ปฏิกิริยาเช่นนี้ดำเนินไปสักพักหนึ่ง แต่คนก็ต้องเจอทุกเย็น

ดังนั้นพอเห็นว่านานเข้าไม่มีการรังแกอะไรเกิดขึ้นแล้ว ปฏิกิริยาปิดเหม่งของตัวเองนั้นจึงค่อยๆหยุดลง


แต่ทาคิกาวะ มาซากิไม่ใช่คนธรรมดาหรอกนะ


(13)

"เลิกปิดหน้าผากแล้วอย่างนั้นหรอ?"

โดนทักแบบนี้

น่ากลัวจริงๆ

มินาโตะยกมือขวับปิดหน้าผากของตัวเองทันที ทำให้มาซะซังยิ้มขำ


"เอาน่าๆ" มือของมาซะซังทาบลงบนมือของเขาที่ปิดหน้าผากตัวเองอยู่ "วันนี้ไม่แกล้งหน้าผากคุงหรอก"

หน้าผากคุงอะไร...

"จริงๆเลยน้า" มาซะซังเอียงคอ ดวงตาหยักโค้งเป็นจันทร์เสี้ยวเหมือนยิ้มออกมาผ่านดวงตา...บางอย่างทำให้มินาโตะใจอ่อน

อาจจะเพราะ...ความอ่อนโยนที่อยู่ในดวงตาคู่นั้นก็ได้

แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นคนที่มักจะแกล้งคนด้วยรอยยิ้มก็เถอะ


"ถ้าหากว่าฉันเอาจริงน่ะ ถึงจะซ่อนหน้าผากไป...

ก็ยังมีส่วนอื่นๆอีกไม่ใช่หรอ?"


"อะ อะ อะ..."

จะระเบิดแล้ว

จะระเบิดแล้วจริงๆ

ปากของมินาโตะสั่นมาก ขณะที่ดวงตาของมาซะซังยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและอ่อนโยน

ทั้งๆที่เพิ่งจะพูดเรื่อง...น่าอายขนาดนั้นแท้ๆ

มินาโตะคิดว่าเขาควรจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เอาเข้าจริงกลับไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาควรพูด 'อะไร' มือไม้สั่น ขณะที่มาซะซังก็ยังยิ้มน้อยๆ ลูบหัวเขาเบาๆ ทุกอย่างปกติมาก ปกติที่สุด


"มินาโตะ"


เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือก


"ขนาดนี้แล้ว...

ไม่รู้จริงๆอย่างนั้นหรอ?"


ดวงตาเป็นประกาย รอยยิ้มเป็นประกาย บรรยายที่โอบล้อมเป็นประกาย

มาซะซังเจิดจ้ามาก


อะไรบางอย่างกระซิบว่า ถ้าหากเขาเผลอ 'ถาม' มาซะซังไปแล้วแหละก็ จะต้อง...ระเบิดแน่ๆ ตูมเลยด้วย


"มินาโตะฉันน่ะ..."


เสียงท่อนหลังแผ่วเบาลง


เพราะกลายเป็นเสียงกระซิบที่ข้างหู

แต่เพราะว่ามันใกล้มาก

จึงได้ยินอย่างชัดเจน


"ชอบ"


หัวใจที่ครั้งหนึ่งเฉยชากับทุกอย่าง

คล้ายหวั่นไหวขึ้นมา


ราวกับ


ได้ 'เริ่มต้น' อย่างแท้จริง


(14)

ท่ามกลางความเงียบนั้น ทันทีที่ได้ง้าวสายธนูและปล่อยมันออกไปก็จะเกิดเสียง

กระแสลม

พัดหลับมาตีหน้า


ฟูจิวาระ ชูค่อยๆเก็บท่าของตัวเองลงอย่างสงบ ทุกอย่างยังคงสมบูรณ์แบบไม้ว่าจะเป็นท่วงท่าหรือผลลัพธ์


ยังคงเป็น...เหมือนทุกวันผ่านมา


เข้าชมรมและเดินกลับบ้าน

ตรงทางแยกที่ครั้งหนึ่งเคยแยกกลับใครบางคนนั้นเขากลับยืนอยู่นิ่ง

ครั้งหนึ่งท่ามกลางแสงสีทองนี้เขาเคยพูดบางอย่างออกไป

ยามเย็นมาเยือนแล้ว

ตอนนั้นดวงตาของใครคนนั้นที่เป็นสีเขียวจางคล้ายต้นไม้ก็อาบย้อมด้วยสีทอง


"มินาโตะ"


เสียง

กลืนหายไปความว่างเปล่า

วันนี้ทุกอย่างก็ว่างเปล่าเหมือนเมื่อวาน


และต่างกับวันวาน






TBC : เสียงของ 'ทสึรุเนะ' (3)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #83 มิ้ว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:32

    มาซะคือละมุนนนนนน

    #83
    0
  2. #62 สึนะ นารุเสะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 21:41

    โอ้ยยยยย มาซะซังคะ ละมุนเกินไปแล้วววว

    #62
    0
  3. #54 Scorpion Dante (@BlackRabbit1212) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 01:07
    มาสะซังคะ! คุก!! คุก!!! ล่ะค่ะ!!!!!
    #54
    0
  4. #53 Kai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 10:08

    มาซะซ๊างงงงงงง ทำไมดีแบบนี้ละคะ คนดีของนุวแอแงงง้

    #53
    0
  5. #42 Mangifera01 (@mango01) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 02:51

    แบบนี้จะเลือกได้ยังไงคะเนี้ย มาซะซังดีขนาดนี้
    #42
    0
  6. #3 kwanfa110 (@kwanfa110) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 22:02

    กกรี๊ดโดด ห่หทดากาฟ


    #3
    0