[PRE-ORDER] ชีวิตใหม่ของผม ได้โปรดจืดจางลงหน่อยเถอะครับ! [Yaoi]

ตอนที่ 90 : ความเพ้อฝันของเทพนิยายมันก็มีอยู่เพียงในเทพนิยายเท่านั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 259 ครั้ง
    14 ก.พ. 60







'นี่มันอะไร'


ผมถามแว่นเส็งเคร็งที่อยู่ตรงหน้า เพื่อความน่าเกรงขามเลยคิดว่าควรเพิ่มระดับความโหดของเสียงขึ้นหน่อยอีก ระดับ 'ไอ้ภาพนี่มันคืออะไร?'

'เอ๊ะนายค้นกระเป๋าพี่งั้นหรือ มันก็...อา เอาเถอะ ไม่เป็นอะไรหรอก...'

'ภาพนี้มันวางอยู่กลางห้องเลยต่างหาก ไม่สิ อย่ามาเปลี่ยนเรื่องภาพนี้มันอะไรกันผมขมวดคิ้วเอาภาพวางลงบนโต๊ะแล้วจิ้มไปยังภาพสาวน้อยผมยาวสีดำยาวแสนสวย 'ทำไมพี่ถึงมีภาพผมเวอร์ชั่นสาวน้อยแบบนี้ได้ หรืออะไรนี่คือการแอบจิตเลยเอาภาพน้องชายตัวเองไปโฟโต้ชอปใช่ไหม?!'

ถ้าเขาตอบว่าใช่ผมจะฆ่าเขา

แต่โชคดีที่พี่ชายไม่ตอบแบบนั้น เขาหยิบภาพนั้นมาดูแล้วถอนหายใจออกมา 'ก็...ไม่มีอะไร ก่อนหน้าที่จะกลับมามีปัญหาที่ทำงานนิดหน่อย รุ่นน้องก็เลยเอาภาพนายมาทำแบบนี้'

ไม่ชอบพี่ ทำร้ายภาพน้อง นี่มันการแกล้งสมัยไหนเนี่ย แน่นอนนะว่าที่ทำงานพี่ทดสอบ EQ ผ่านน่ะ

ผมขมวดคิ้วไม่ค่อยอยากเชื่อสักทีเดียวเลยหยิบภาพนั้นขึ้นมามอง ผู้หญิงในภาพเหมือนผมที่เปลี่ยนเพศสภาพไม่มีผิด ผมยาวสีดำ กระทั่งไฝใต้ตาก็ยังมีเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน แต่เธอเพิ่มความเป็นแฟนตาซีมากกว่าผมโดยที่เธอมีตาสีแดง และสวมใส่ชุดราตรีสีดำขลิบม่วง

ผมพลิกภาพก่อนจะชะงักเมื่อด้านหลังมันถูกเขียนหวัดๆด้วยลายมือของใครสักคนที่ไม่น่าใช่พี่ชายของผม...เอ...มันอ่านว่า...


แม่มดผู้ชั่วร้ายแห่งยุคสมัย


'...มอร์แกน เลอ เฟย์?'


'แม่มดตัวร้ายในตำนานกษัตริย์อาเธอร์' พี่ชายยกยิ้มขณะที่ผมแปลกใจ ไม่นึกว่าเขาจะสนใจอะไรแบบนี้ด้วย 'วีรกรรมของเธอก็มีไม่น้อย กล่อมให้เทพีแห่งทะเลสาบขังเมอร์ลินจนไม่สามารไปช่วยอาเธอร์ หรืออย่างเรื่องมอเดร็ดก็ดี...'

'มอเดร็ดที่ว่าเป็นลูกนอกสมรมของกษัตริย์อาเธอร์น่ะนะ?' ผมเลิกคิ้ว เรื่องพวกนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยรู้ เพราะตำนานกษัตริย์อาเธอร์นี่เรียกว่าตำนานที่ถูกหยิบยกไปดัดแปลงในนิยายแฟนตาซีเสียเยอะเลย

'ใช่ ลูกนอกสมรมของกษัตริย์อาเธอร์ ทว่าก็มีบันทึกว่าเป็นญาติของอาเธอร์บ้าง หลากหลายไปหมด แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนที่ว่าเขาเป็นคนทำให้อาเธอร์บาดเจ็บสาหัสจนเกือบตาย'

'...หืม?' ผมเลิกคิ้ว 'เหมือนเมื่อกี้พี่พูดว่ามอร์แกนมีวีรกรรมอะไรสักอย่างเกี่ยวกับมอเดร็ดนี่ มันคืออะไร?'

'อ้อ เรื่องนั้น...' พี่ชายพึมพำ 'ถ้าจำไม่ผิดมีบทหนึ่งที่เขียนเกี่ยวกับมอเดร็ดว่า...


เขาเป็นลูกนอกสมรสของอาเธอร์ เพนดราก้อนกับมอร์แกน เลอ เฟย์'

.

.

.

สุดท้ายวันนั้นทั้งวันซาลซาอัลกับคาลิสก็ไม่กลับมา


แน่นอนว่าภายในไม่ปั่นป่วนเลยแม้แต่น้อย ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป ไม่มีทั้งความเดือดร้อนที่เฮดไม่อยู่ ทำเอาผมคิดว่าเจ้าชายคงเป็นแค่มาสคอตประดับกลุ่มจริงๆ แค่มีให้น่าเกรงขามแต่อยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่มีปัญหาอะไร

กับครอบครัวเบดิเวียร์...เรื่องนี้ค่อนข้างพูดยากไปบ้าง ที่แน่ๆคือผมไม่ได้เห็นหน้าท่านแม่ ท่านพ่อหรือแคสเลย เหมือนพวกเขาอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ไม่มีความคิดที่จะออกมาจากพื้นที่ดั่งกล่าว ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครเข้าไปยุ่งในพื้นที่ที่ว่านั้นเหมือนกัน

ผมเคยคิดอยากจะเข้าไป...แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่เข้า มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาดและอับจนคำพูด เรื่องที่เกิดไปแล้วต่อให้พูดไปก็ไม่ต่างจากข้ออ้างเท่านั้น

ผมคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆทว่าท้ายที่สุดแล้วในคืนที่สามที่คาลิสกับซาลซาอัลไม่กลับมา แคส เบดิเวียร์กลับเป็นคนที่เคาะประตูเข้ามาในห้องนี้

ในความเงียบ...เป็นแคสที่เริ่มเปิดปากออกมาก่อน


ผมโกรธพี่มาก”


พี่รู้”

ผมไม่เข้าใจพี่ว่าทำไมพี่ต้องทำแบบนี้ ทำไมพี่ถึงต้องฆ่าคนไปมากมายขนาดนี้กัน” เขาเม้มปากแน่นแสดงถึงความอับจนบางอย่าง “เพื่อเจ้าชายซาลซาอัลเพื่อครอบครัวของเรานี่คือการแก้แค้นหรือว่าอะไรกัน...มันไม่...ถูกต้องเลยสักนิด ผมไม่เข้าใจพี่เลย...”

ผมมองเขา มองท่าทางของเขา แต่ไร้วาจาจะเอ่ย

ผม...อยากจะเข้าใจพี่ อยากเข้าใจพี่มาตลอดเหมือนกับซาลซาอัล ทว่ามาวันนี้ ตอนนี้...เหมือนพวกเราไม่ได้ต่างกันกับเมื่อ ปีก่อนเลย...” เขาพยายามยิ้ม “ปีที่แล้วที่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ต้องทำร้ายเพื่อนของพี่ ปีผ่านมาผมโตแล้วผมก็ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ต้องฆ่าคนไปมากมาย...”

เพราะนายไม่ใช่พี่”

ใช่ เพราะผมไม่ใช่พี่ไง...เพราะผมไม่ใช่ผมถึงไม่มีวันรู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่ โลกที่พี่มองเป็นแบบไหน จะสวยหรือเปล่านะจะเต็มไปด้วยสีอะไรกันนะ?” แคสยิ้มบาง “เพราะผมไม่ใช่พี่ โลกที่ผมเห็นถึงต่างกับพี่ และเพราะพี่ไม่ใช่ผม...โลกที่พี่เห็นถึงต่างจากผม...”

เพราะพวกเราล้วนแตกต่างกัน

ในโลกของผม...” นัยน์ตาสีน้ำตาลทองคู่นั้นเป็นประกาย “บ้านคือสถานที่ที่น่าอึดอัด พี่คือสิ่งสวยงามที่สุดในบ้านหลังนั้น เพราะผมรักพี่ เพราะพี่ดีกับผม เป็นคนเพียงคนเดียวที่ทำให้รู้ว่าโลกใบนี้ยังคงมีใครที่ต้องการผมอยู่...

แต่มาวันนี้ผมได้ออกจากโลกใบเดิมของตัวผมเอง

ผมได้รู้ว่าความจริงแล้วโลกของผมไม่ได้มีเพียงพี่เท่านั้น แท้จริงแล้วโลกนี้มีคนที่เกลียดผมมากกว่าที่ผมคิด ทว่าในขณะเดียวกันใบนี้ก็มีคนที่รักผมมากกว่าที่ผมคิดด้วยเช่นเดียวกัน...” แคสยิ้มคล้ายเมื่อนึกถึงเรื่องน่ายินดีบางอย่าง “ท่านพ่อรักผม ท่านแม่รักผม นั่นทำให้ผมคิดว่าถ้าหากว่าย้อนเวลากลับไปได้...เร็วกว่านี้ ก่อนที่โลกของตัวผมเองจะกว้างขึ้น ผมจะวิ่งไปหาพวกท่าน กอดพวกท่านแน่นๆแล้วบอกว่าแม้พวกคุณจะรู้สึกว่าตัวเองผิดพลาดที่คลอดผมออกมา ผมก็รักพวกคุณที่สุด...”

ราวกับแสงสว่าง

นั่นคงเป็นคำนิยามที่เหมาะสมกับแคสมากที่สุดในตอนนี้

ผมรู้ว่าพวกท่านรักผม ในเวลาที่ผมเกือบเสียท่านไป ทั้งๆที่...ทั้งๆที่ถ้าหากว่าเราพูดคุยกัน มากกว่านี้อีกนิด...เปิดใจมากกว่านี้อีกหน่อย...” ผมมองแคสที่ก้มหน้าลง “พวกเราคงไม่ต้องเสียเวลากันมากขนาดนี้...”

เขาได้รู้ความจริงทุกอย่างในเวลาที่เกือบสายเกินไป

เกือบเสียพวกเขาไป

เพราะงั้นแล้วเขาจึงไม่ลังเล

ที่จะปัดทุกอย่างทิ้งทั้งความคิดของตัวเอง ความมั่นใจและความเชื่อมันของตัวเอง เขาทิ้งทุกอย่างเพื่อรับฟัง...


ได้โปรด...พูดมันออกมาเถอะนะครับ”


ไม่อยากจะรับรู้ทุกอย่างในเวลาที่สายเกินไปอีกแล้ว

มองตรงไปข้างหน้า สบกับนัยน์ตาสีทองคู่นี้ไม่ไปไหน ปีที่แล้วเป็นตัวเขาที่เบือนสายตาออกไปจากนัยน์ตาคู่นี้ ไม่ทันได้รับฟังความคิดของคนที่อยู่ตรงหน้า ทว่ามาในวันนี้เขาจะไม่ให้เรื่องเหล่านั้นเป็นอุปสรรคอีกต่อไป...

แม้ว่าตัวผมจะไม่สามารถมองเห็นโลกได้เหมือนพี่ ไม่อาจเข้าใจในสิ่งที่พี่เห็น ไม่อาจรู้ในสิ่งที่พี่คิด หรือบางทีอาจจะไม่เห็นด้วยในสิ่งที่กระทำ แต่ว่า...ขอเพียงพี่พูดมันออกมา...”

ไม่ว่าคำพูดเหล่านั้นจะเป็นเช่นไร


ผมก็พร้อมที่จะอยู่ตรงนี้ตลอดนะครับ...”


ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร

ตัวของเขาจะไม่หนีอีกต่อไป

.

.

.

.

.

.

นัยน์ตาที่เหมือนกันคู่นั้นเป็นประกายเจิดจ้า

เมื่อเผชิญหน้ากับความมั่นคงเช่นนี้ก็เป็นผมที่ถอนหายใจออกมา

กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ายอมรับว่ารับมือไม่ถูก ผมไม่ใช่คนที่ชอบพูดสิ่งที่ตัวเองคิดหรือมองเท่าไหร่นัก กระทั่งกับซาลซาอัลเองแม้ไม่พูดเขาก็เหมือนจะเข้าใจผมอยู่แล้ว ผมเลยไม่รู้ว่าทั้งหมดควรเริ่มจากตรงไหน ควรพูดเช่นไรดี

มันควรจะเริ่มจาก...

ถ้าหากว่า...ซาลซาอัลประกาศตัวว่าหนีไปจากปราสาท นายคิดว่า...อะไรจะเกิดขึ้นมาบ้าง” ผมเกริ่น “ผลของมันก็คือตอนนี้ แต่ถ้าสมมุติว่าพี่เงื่อนไขไปว่า...วันนี้พี่ไม่ได้จับมือกับซาลซาอัล ไม่ได้หนีมาก่อน ไม่ได้ทิ้งพวกนายไว้ก่อน...อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง?”

ผมไม่ถนัดอธิบาย ทั้งยังไม่ชอบให้ใครเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมาก ถ้าจะให้พูดอย่างเข้าใจกันคงมีแต่การจำลองสถานการณ์และใส่เงื่อนไขลงไปเรื่อยๆเท่านั้น

แคสแปลกใจเล็กน้อยทว่าไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงนิ่งและครุ่นคิด “ภายหลังจากเจ้าชายหนีออกไป...”

แต่มันช้าเกินไป ผมจึงเป็นคนพูดต่อเอง

ประชาชนจะตกอยู่ในความตื่นกลัวเมื่อทราบข่าวนี้ ทั้งอาณาจักรจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย...” มันไม่ใช่เรื่องที่คาดเดายากอะไรในจุดนี้ “พวกเขาต่างรู้เรื่องของเจ้าชายต้องห้ามมาโดยตลอด ทว่าพวกเขาทุกคนต่างรู้ว่าเจ้าชายถูกขังเอาไว้อย่าง 'แน่นหนาทว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเจ้าชายที่ควรถูกขังอย่างแน่นหนาหนีออกไปได้?”

ประชาชนจะหวั่นเกรงในอำนาจของเจ้าชาย ขณะเดียวกัน...” นัยน์ของแคสไม่น่าใจ “...ความศรัทธาที่มีต่อเบื้องบนจะลดลง พอๆกับที่โกรธแค้นว่าทำไมไม่ฆ่าเจ้าชายตั้งแต่ตอนแรก?”

สาเหตุหนึ่งที่ซาลซาอัลมีชีวิตอยู่คือเขาเป็นราชวงศ์ และสอง ตระกูลราชินีมาจากแลนสลอตสายรอง

กระทั่งตระกูลกาเวนที่เป็นหัวหน้าโต๊ะกลมทุกรุ่นยังต้องยอมถอยให้ตระกูลแลนสลอต ตัวของซาลซาอัลที่มีสายเลือดผู้มีอำนาจอันดับหนึ่งและสองอยู่ในตัว แม้ว่าจะมีพลังแห่งความมืดก็ใช่ว่าจะตายได้เลย

ยิ่งประกอบที่ว่าตอนนั้นราชินีเสนอพิธีกรรมกักพลังมืดของซาลซาอัล โดยสิ่งที่ใช้ประกอบพิธีคือบุตรชายที่เกิดจากเธอจะต้องสูญเสียความสามารถในการมีบุตรและพลังเวททั้งหมดไป ซึ่งก็เหมือนตอนกรณีของผมกับแคส

ทว่าในกรณีของซาลซาอัล ผมคิดว่าเขาคง 'สาปให้น้องชายสูญเสียพลังเวทและความสามารถในการมีบุตรไปเพื่อเป็นหลักเยื้อชีวิตตัวเองต่อรองกับราชินี เพราะเธอในตอนนี้เหลือเพียงลูกชายแค่คนเดียวเท่านั้นที่สามารถขึ้นเป็นกษัตริย์อาเธอร์ได้

สำหรับประชาชน เมื่อตัวอันตรายถูกกักขังก็เหมือนกับมังกรที่อยู่ในกรง ไม่อาจทำอันตรายได้เพราะพวกเขามั่นใจในกรงนั้นเป็นอย่างมาก ทว่าเมื่อกรงนั้นถูกทำลาย...ความเชื่อมันก็ถูกทำลายเช่นเดียวกัน

และในเวลานั้นสิ่งที่จะสามารถหยุดความวุ่นวาย ทั้งยังเรียกศรัทธาได้ที่สุดก็คือ...


เบื้องบนจะปล่อยเรื่องของนายออกไป”


นั่นเป็นส่วนที่ผมคิดเอาไว้ ทว่าสิ่งที่นึกไม่ถึงคือการที่มันปล่อยไปเร็วกว่าที่คิด...

อย่างไรก็ดีพวกเขาทั้งหมดต่างรู้เรื่องแคสมีพลังมืดกันอยู่ทุกคน ทว่าด้วยเพราะตระกูลของเราทำให้ไม่อาจทำอะไรได้โดยง่าย ทว่าสถานการณ์ตอนนี้นั้นมันแตกต่างกัน

เบดิเวียร์มีบุตรชายที่มีพลังมืดอยู่ เมื่อไม่อาจจับซาลซาอัลได้โดยง่าย เพื่อเรียกขวัญกำลังใจของประชาชน ทำให้ประชาชนหายตื่นตระหนกก็มีเพียงวิธีเดียว...” ผมหลับตา “มอบความตายให้กับนายต่อหน้าประชาชน”

เป็นทั้งคำขู่ถึงเจ้าชาย เป็นทั้งตัวจุดแรงใจให้กับประชาชน

ความมืดย่อมแพ้แสงแสว่าง ความชั่วร้ายย่อมแพ้ความดี

เรื่องนั้น...” แคสนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงอย่างจำยอม ...ครับ...”

เพราะมันคือความจริงที่เขาเพิ่งประสบมา

มิตรภาพแล้วอย่างไร?

เบื้องบนก็เป็นเช่นนี้ อัศวินก็เป็นเช่นนี้ ความเพ้อฝันของเทพนิยายมันก็มีอยู่เพียงในเทพนิยายเท่านั้น

เมื่ออยู่ที่สูงก็เห็นเพียงส่วนใหญ่ ในเวลาเช่นนั้นระเบิดเวลาเช่นแคสอาจจะถูกหยิบยกมาใช้ได้มากที่สุด...และยังไม่รวมที่ว่าพลังเวทมืดนั้นแคสสามารถใช้ได้แล้วด้วย...

บทสรุปของพลังมืดก็มีเพียงเช่นนี้ ไม่มีชีวิตอย่างตรงข้ามกับแสงสว่าง ก็ต้องตายเท่านั้น...


ถึงจะคิดแบบนั้นเอาไว้ ทว่าสิ่งที่พี่ไม่คาดคิดก็คือการที่มันเกิดขึ้นมาเร็วกว่าที่คิด...”


ถูกเร่งเวลาโดยไนเจล กาเวน

พอครุ่นคิดแล้วนั้นก็นึกถึงรายงาน ตอนนั้นที่ข่าวออกมาใหม่ๆก็อยู่ใกล้ๆช่วงที่ไนเจลถูกขังเพราะถูกจับได้เรื่องสัตย์สาบานที่มอบให้กับเจ้าชาย เวลาที่เบดิเวียร์อยู่บนลานประหารก็เป็นเวลาที่ไนเจลอยู่ในคุก

บางทีนะบางที...ผมเอียงคอ...ไนเจลอาจจะคิดถึงเรื่องนี้มาตลอด

ถ้าตอนนั้นผมอยู่กับบ้านเบดิเวียร์ อยู่บนลานประหารและกำลังจะตาย แถมยังสามารถรับรู้ได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้ที่ผลักตัวเองให้มาอยู่ตรงจุดนี้เป็นแผนการของ 'ใครแล้วตัวเองไม่สามารถเห็น 'ใครคนนั้นได้เพราะอีกฝ่ายอยู่ในคุก

ก็คงจะเจ็บแสบไม่น้อย...

กระทั่งตายยังไม่อาจสาปแช่ง กระทั่งตายยังไม่อาจทิ้งอะไรให้กับอีกฝ่ายเอาไว้ ทั้งความแค้นและความอาฆาต...คงเรียกว่าตายตาไม่หลับอย่างสมบูรณ์

นายคิดว่า...” ผมหรี่ตาลงมองดูปฏิกิริยาของน้องชาย “ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นคนยังไง?” เอียงคอเล็กน้อยแล้วกล่าวเสริม “ไม่ต้องบอกว่าสง่างามหรือรักลูกมากอะไรแบบนั้น ที่พี่อยากรู้คือในสายตาของนาย ท่านพ่อเป็นยังไง?”

ท่านพ่อเป็นคนที่สง่างาม” แคสนิ่งงันไปใหญ่ รอยแผลที่ใหญ่ที่สุดคือการที่เวลาที่ผ่านมาเขาไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวมากเท่าไหร่ “สมกับเป็นดยุก สามารถจัดการปัญหาต่างๆได้ดี มีความนิ่งเฉยต่อสิ่งต่างๆ มีสติพร้อมรับมือทุกอย่างอยู่เสมอ”

แคสกำลังนึกไปถึงตอนที่สายลับมาแจ้งเรื่องประหารตระกูลของเขา

ตอนนั้นท่านแม่ตื่นตกใจทว่าท่านพ่อกลับสงบนิ่งเฉกเช่นที่เคยเป็นมา

นายรู้เรื่องซาลซาอัลอยู่กับพี่มานานแค่ไหน?” และเป็นอีกครั้งที่ผมโยนคำถามใส่เขาเพิ่ม น้องชายมองกลับอย่างงงวยคล้ายไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก “ตอบมาตามตรง”

ตั้งแต่ที่พวกพี่ไปเอาดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์” นัยน์ตาสีน้ำตาลทองหลุบลง “ผมเคยเจอเธอ...หมายถึงเอ็กซ์คาลิเบอร์มาก่อน เลยรู้ถึงที่ตั้งและตอนที่เอ็กซ์คาลิเบอร์ไปอยู่กับฮาเรฟ แลนสลอต เธอก็มาลาผม...”

ผมเลิกคิ้ว ยอมรับว่าจุดนี้ไม่รู้มาก่อน

ทว่านั่นไม่เกี่ยวกับที่ผมจะพูดต่อไปนี้

ถ้าหากว่านายรู้เรื่องซาลซาอัลมานานขนาดนั้น จะด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็ดี นายคิดว่า...” ผมหรี่ตาลงแล้วหย่อนคำถามไปอีกรอบ ...ท่านพ่อรู้เรื่องที่ซาลซาอัลอยู่ในคฤหาสน์เบดิเวียร์หรือเปล่า?”

เขานิ่งงัน

ท่าทางกับคำถามนี้เขาก็คงคล้ายไม่นึกมาก่อน

แต่ผมมองเขากลับไป ใช้นิ้วเคาะที่พนักพิงเบาๆ “อาจจะรู้อาจจะไม่รู้แล้วถ้าหากว่าพี่กล่าวเสริมเรื่องหนึ่งล่ะยกตัวอย่างเช่นประวัติศาสตร์นิดๆหน่อยๆอย่างตำนานปฐมกษัตริย์ผู้เป็นเจ้าของเอ็กซ์คาลิเบอร์?”

มัน...” เกี่ยวอะไรกันใบหน้าของแคสคล้ายอยากจะถามแบบนี้ ทว่าผมก็เพียงแค่หลับตาลง ครุ่นคิดถึงวันนั้นก่อนที่จะได้ไปเรียนปีสุดท้ายของโรงเรียนทหารคาเมลอต เป็นวันนั้นที่ท่านพ่อพูดถึงเรื่องบางอย่าง...

พลังแห่งความมืด

ท่านพ่อบอกพี่ว่าในยุคสมัยของปฐมกษัตริย์...ผู้ที่มีพลังแห่งความมืดที่ทุกคนต่างรู้จักกันนั้นคือมอร์แกน เลอ เฟย์...” แม่มดผู้ชั่วร้ายแห่งยุคสมัย “และอีกคนหนึ่ง...คือปฐมกษัตริย์อาเธอร์ เพนดราก้อน

น้องชายมองผมอย่างกังขา คล้ายไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆถึงพูดเรื่องนี้ แม้เขาจะประหลาดใจในชื่อหลังเฉกเช่นเดียวกับตัวผมในตอนนั้นก็ตาม “ทำไมพ่อต้องพูดกับพี่ต้องพูดกับคนที่ไม่มีแม้แต่พลังแห่งความมืดเลยแม้แต่น้อยแทนที่จะพูดกับน้องหรือว่า...ซาลซาอัล

ครู่แรกแคสนิ่งเงียบ ทว่าเพียงครู่ต่อมาเขาก็เบิกตากว้างคล้ายรับรู้อะไรได้อย่าง “นี่มัน...”

ท่านพ่อรู้มาโดยตลอด

รู้เรื่องที่ซาลซาอัลอยู่ในคฤหาสน์เบดิเวียร์มาโดยตลอด

เรื่องของอาเธอร์ เพนดราก้อนมีพลังแห่งความมืดนั้นท่านไม่ได้ต้องการเพียงแค่บอกกับผม ทว่าเลยผ่านผม ไปยังอีกคนที่อยู่ ทว่าสิ่งที่ท่านพ่อไม่รู้คือในวันนั้นซาลซาอัลก็อยู่ด้วยในรูปลักษณ์ของวิญญาณ

ถ้างั้นแล้วทำไม...”

นายคิดว่าถ้าหากทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น...ถ้าหากว่าซาลซาอัลหนีออกมา...” ผมหรี่ตาลงจับจ้องมองแคสไม่ไปไหน “พวกเราสมควรอยู่ฝั่งใครระหว่าง...เบื้องบนทีผลักให้เราตาย หรือว่าเจ้าชายซาลซาอัลที่ยังไม่รู้ท่าที?”

พี่จะบอกว่าพ่อเลือกแต่แรกที่จะอยู่กับเจ้าชายซาลซาอัล?” แคสส่ายหัว “เรื่องนั้น...ไม่สิ...อา แบบนี้สินะ...” เขาหัวเราะขืนๆออกมาคล้ายขมกับอะไรบางอย่าง “เพราะผม?...

เพราะผมมีพลังแห่งความมืดใช่ไหม?”

พวกเราล้วนถูกบังคับให้เลือกนานแล้ว

ตั้งแต่ผมเกริ่นมาจนถึงตอนนี้เพื่อให้เขาได้รับรู้ถึงมุมมองของประชาชน [ความหวาดกลัวที่มีต่อพลังมืดและเบื้องบน [ที่เป็นปรปักษ์ต่อความมืดไอ้มุมมองที่ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากประชาชนอะไรนั่นน่ะ มันน่าขำสิ้นดี

อาเธอร์ เพนดราก้อนล่ะ เป็นเช่นไรตัวเขาที่มีพลังแห่งความมืดเลือกที่จะปกปิดพลังนั้นเอาไว้ จับเอ็กซ์คาลิเบอร์ขึ้นมาเพื่อได้รับการยอมรับจากสังคม ทุกวันนี้ไม่ว่าใครต่างก็สรรเสริญเพราะคิดว่าเขามีพลังแห่งแสงสว่าง

จุดจบของมอร์แกน เลอ เฟย์ล่ะ เป็นเช่นไรผู้หญิงที่มีพลังแห่งความมืด เลือกที่จะยืนหยัดในจุดยืนของตัวเอง ท้ายที่สุดก็ถูกผลักให้เป็นตัวร้ายของเรื่องราว เธอร้ายกาจไม่ใช่เพราะพลังของเธอเอง แต่เพราะสังคมต่างหากที่ผลักดัน


สังคมล้วนโทษว่าคนเหล่านั้นที่พวกตนไม่ยอมรับนั้นว่า 'ชั่วร้าย'


แต่พวกเขาไม่เคยโทษตัวเองที่ผลักคนเหล่านั้นออกไปเลย




...........................................


[โต๊ะน้ำชาหลังม่าน -พ่อยอดเทวดาของเกม-]

น้องสาวคลั่งวาย “สมกับเป็นผู้ชายที่สามารถจีบผู้ชาย 13 คนได้!”

คาลิส “กลยุทธร้ายกาจที่สุด!”

กิลเบิร์ต “เดี๋ยว ได้ข่าวว่าพวกเธอชอบผู้ชายสายโหดนี่”

กิลเบิร์ต “อย่างฮาเรฟไม่ก็ซาลซาลผู้ชายสายอ่อนโยนก็ผ่านหรอ...”

คาลิส “ผู้ชายที่มักจะคอยสังเกตเราเล็กๆน้อยๆเสมอ นี่มันคืออาการของคนใส่ใจ!”

กิลเบิร์ต “ฟังดู...นั่นมันพฤติกรรมสตอกเกอร์นี่...”

น้องสาวคลั่งวาย “ในยามที่เราสิ้นหวัง เขาก็มักจะโผล่มาให้กำลังใจเราอย่างถูกจังหวะเสมอ!”

กิลเบิร์ต “นี่มันสตอลกเกอร์ที่ซุ่มดู รอเวลาเปิดตัวไม่ใช่หรอ!”

น้องสาวคลั่งวาย “พี่โง่ไม่โรแมนติก ไสหัวไปซะ!”

คาลิส “กิลเบิร์ตงี่เง่า ไสหัวไปซะ!”

กิลเบิร์ต “...”


[โต๊ะน้ำชาหลังม่าน -แม่ยอดนางฟ้าของเกม-]

กิลเบิร์ต “มีกับผีน่ะสิเรื่องนี้มีผู้หญิงที่เหมือนนางฟ้าด้วยหรอโฮ”

ฮาเรฟ “อืม...ท่านแม่ของฉัน?”

กิลเบิร์ต “เอาคนที่ไม่มีเจ้าของสิเฮ้ย”

ไนเจล “เรื่องนั้น...ถ้าเป็นนิยายเรื่องอื่นเราควรจะตอบตัวเอกของนิยายหรือเปล่านะ แต่เรื่องนี้มัน...”

ฮาเรฟ “...ซื้อเสียงยังไม่อยากตอบชื่อมันเลย”

กิลเบิร์ต “...”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 259 ครั้ง

31,469 ความคิดเห็น

  1. #29951 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 13:01
    นับถือไรท์จริงๆกับนิยายเรื่องนี้ มันมากกว่า BL ได้เห็นมุมมองและให้ข้อคิดได้หลากหลายมาก สะท้อนให้เห็นโลกจริงๆเลยอะ ( กับคนที่คิดวิเคราะห์เป็นจะเห็นภาพเลย )
    #29951
    0
  2. #29450 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:42
    เราว่าท่านพ่อเข้าใจกิล...เพราะอยู่ในเกมการเมืองด้วยกันมานาน ส่วนน้องกับท่านแม่นี่ สมละที่อยู่กับบ้านและเป็นสายรอง ก็เล่นโลกสวยซะ
    #29450
    0
  3. #29191 vadarabbit (@vadarabbit) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 21:23
    สงสัยตั้งแต่ตอนที่แล้วแล้วว่าทำไมกิลถึงหันไปสบตาท่านพ่อ แล้วท่านพ่อก็พยักหน้าลง เหมือนส่งสัญญาณไรกันสักอย่าง แล้วกิลก็ได้แค่ถอนหายใจ แล้วพูดได้คำเดวว่า`ขอโทษครับ’ จะตอบก็ตอบไม่ได้ มาเฉลยตอนนี้ ว่า ที่จริงมันถูกบังคับให้เลือกทางนี้ตั้งแต่ยอมให้แคสมีชีวิตอยู่แล้ว แต่กิลเปนแนวหน้าในการเลือกฝ่ายเท่านั้นเอง รู้เหนกันทั้งพ่อทั้งลูก ให้แม่ไม่รู้เพราะจะปกป้องความรู้สึกแคส หรือป้องกันไม่ให้แม่ไปลงกับแคสซินะคะ มันมีทั้งการเมือง ทั้งความซับซ้อนทางอารมณ์และจิตใจ มันชั่งสุดยอดมากนิยายเรื่องนี้!!
    #29191
    0
  4. #28117 Pasuta72548 (@Pasuta72548) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 10:26
    อยากถามไรต์ว่ามีlQเท่าไหร่? ทำไมเราอ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกโง่ไปเลย.....
    #28117
    0
  5. #27747 woonwai!! (@kimmania) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 10:42
    เป็นนิยายมีที่เบื้องหลัง แล้ว เบื้องลึกแล้ว เบื้องของเบื้องลึ๊กลึก หลี฿งหลัง ต่อกันเป็นทอดๆ หลากหลายแนวในเรื่องเดียว เจ๋ง อะ !!
    #27747
    0
  6. #27620 Motif (@M0tif) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 02:21
    โอ เรื่องนี้กลายเป็นนิยายการเมืองไปแล้ว ชั้นชอบ!!! วิเคราะห์กันสุดติ่งแบบนี้ ชั้นชอบ!!! 
    #27620
    0
  7. วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:05
    จริงๆท่านพ่อมีจุดยืนชัดเจนแต่เรกแล้วดิเฮ้ยยยยยยยยย 0_0
    #25638
    0
  8. #24036 2BXo7 (@choilo) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 22:40
    กิลเบิร์ตนี่ได้ความชั่วช่าจากใครมา ชั่วไม่พอดันฉลาดอีก โอ้ย555555
    จริงมากไรท์ คนบางคนไม่ได้อยากจะชั่ว แต่เพีาะถูกบีบให้ดิ้นรนถึงต้องปล่อยความชั่วออกมา.. เอ้ะ
    พิมพ์ไปพิมพ์มานึกถึงกิลเบิร์ต นชั่วเพราะแบบนี้หรือเปล่านะ? ..อ่าว แล้วสรุปว่าเป็นเพราะฮาเรฟเปลี่ยนความทรงจำไหม หรือเพราะอะไร? 5585
    #24036
    0
  9. #23572 Mamorudes~ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 08:34
    มีแผนการอันรอบคอบทั้งคู่พ่อลูก 555 แม่นางดูไม่รู้อยู่คนเดียว สงสารเขานะคะ
    #23572
    0
  10. #22141 Azlyss (@Azlyss) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 01:21
    เข้าใจอยู่นะ มันเข้าใจไม่ถึงกับแจ่มแจ้งแต่เจ้าใจเหตุผล สิ่งที่กิลจะสื่อ
    #22141
    0
  11. #21686 nanaka98532525 (@nanaka98532525) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 10:28
    พยายามอ่านวน แต่ทำไมไม่เข้าใจ?
    #21686
    0
  12. #21367 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 21:58
    พลิกไปพลิกมาเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ยังงง 555
    #21367
    0
  13. #21297 kanmanee38 (@kanmanee38) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 00:48
    ตรูล่ะไม่เข้าใจอ่ะไรเลย55555 โง่สุดๆเลยเรา5555
    #21297
    0
  14. #21180 นี่เราวาย (@mayparadise) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 21:40
    ประโยคจบตอนสะท้อนสังคมมากก
    #21180
    0
  15. #20399 Good morning. (@ringkoa-567) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:24
    พยายามเข้าใจ
    #20399
    0
  16. #20102 ทำไมต้องไอค่อน' (@tingerbel) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:14
    บ้านกิลทีมซาลซาอัลมาตั้งแต่ต้นสินะ ก็จริง มาแอบอยู่ในบ้านเค้าตั้งหลายปีทำไมจะไม่รู้ ดยุคก็ไม่ใช่ขี้ๆนะ
    #20102
    0
  17. #19987 zhll (@wimolnut) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:53
    ซับซ้อนเหลือเกินค่ะ ถ้าเรื่องนี้จบแล้วคงต้องมีทวนใหม่อีกสักรอบแน่ๆ55 แต่ดูเหมือนจะ ดีขึ้น? รึเปล่านะ555 คือพอเห็นกิลทำเพื่อคนอื่น? คือดูไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเองแล้วก็รู้สึก โอ๊ะ เป็นคนดีหรอกหรอเนี้ย555 คือเรื่องนี้เราก็รับรู้เรื่องต่างๆผ่านกิลเกือบจะทั้งหมดอ่ะนะ ยกเว้นเรื่องของตัวกิลเอง55 เพราะฉนั้นต่อให้สังคมจะมองกิลยังไง เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่ากิลเป็นคนยังไงกันแน่555 เหมือนกิลแค่เล่าให้ฟังเฉยๆ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองให้ฟังน่ะ ก็เลย ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหน555 ต้องรอดูจากการกระทำอย่างเดียว แต่การกระทำก็ยังมีอะไรแอบแฝงไปอีกก ถถถ แล้วคนโง่ๆอย่างเราจะรู้ได้อย่างไร55
    #19987
    0
  18. #19980 Bubble Mint (@pepperminttk) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:19
    ที่กิลทำก็ทำเพื่อครอบครัวนะ แต่ไม่ใช่ในสิ่งที่ครอบครัวหวังไว้แค่นั้นเอง
    ต่างคนต่างมุมมองต่างความคิด
    #19980
    0
  19. #19978 โทกะ (@aunday) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:11
    เรือฮาเรฟกำลังจม...

    โฮวว ไรต์ขาบทเรฟหายไป..หายไปแล้วว

    ถึงจะรู้ว่าเรฟไม่ใช่พระเอก แต่มันก๋อยากเชียร์อยู่ดี
    #19978
    0
  20. #19975 0954913902 (@0954913902) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:20
    พลิกได้พลิกดี เอ้าพลิกอีกซักตลบสิ!!! ตามแทบไม่ทัน
    #19975
    0
  21. #19968 KeTs (@pribaby-ket) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:57
    เนื้อหาในตอนนี้จิกกัดสังคมได้แสบทีเดียวค่ะ ทำให้นึกถึงนิยายเรื่องหนึ่งที่เคยอ่านเลย ประมาณว่านางเอกเป็นนางแบบ ถูกใส่ร้ายลงนสพ. ทำให้คนเกลียดทั้งประเทศ และนางก็มีความคิดว่า "ต่อให้ฉันไม่ได้เลวจริง แต่เมื่อสังคมตัดสินว่าฉันเลว ฉันก็ไม่มีวันเป็นคนดีในสายตาเขาอีกแล้ว" ซึ่งสังคมเรามันเป็นแบบนี้จริงๆ ค่ะ
    //เม้นนี้ลากยาวไปเรื่องอื่นเฉย ไม่รู้ว่าเราเข้าใจมุมมองของนักเขียนถูกไหม แต่อยากบอกว่าเราชอบมุมมองของคุณ (ในแบบที่เราเข้าใจ) นะคะ และเราก็ชอบกิลที่เป็นแบบนี้ 555
    ปล.อยากกระซิบว่าพายเรือไนเจลหนักมาก แต่ดูท่าว่าเรือน่าจะล่มจมดิ่งไปก้นทะเลแล้ว โฮร ถึงอย่างนั้นเราก็ยังมีความหวังต่อไปค่ะ TvT
    #19968
    0
  22. #19964 snow_crystal (@j_snow) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:03
    กิลเองก็ไม่เบานะนี่ถึงจะไม่ฉลาดที่สุด เก่งที่สุดแต่ก็ไม่อาจดูเบาได้จริงๆ

    แต่ก็ยังเคืองดัชเชสเบดิเวียร์อยู่นาาาาาาาา รอไรต์มาเฉลย
    #19964
    0
  23. #19957 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:33
    พลิกตะหลบรอบทึ่แปดร้อยเก้าสิบห้า...
    #19957
    0
  24. #19922 จุดปลา (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:09
    โอ้วววว กิลลลลล แคสสสส แคสสสสส กิลลลลลลลลลล

    //สะบัดธง ช่วยไม่ได้นินะซาลซาล นายไม่อยู่แคสน้อยผู้ชำนาญการตกหนุ่มเลยกำลังทำคะแนนแล้ว 5
    #19922
    0
  25. #19921 ntanhahasukh (@ntanhahasukh) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:39
    มาต่อเร็วๆน้ออออออ(^?^)สนุกมากกกกก ต่อเยอะๆๆเลยยยยอยากอ่านติดตามๆๆๆๆๆ
    #19921
    0