ชีวิตใหม่ของผม ได้โปรดจืดจางลงหน่อยเถอะครับ! [Yaoi]

ตอนที่ 60 : [ดยุกเบดิเวียร์] ระยะห่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 300 ครั้ง
    30 ก.ย. 59







ทุกครั้งที่ทอดมองลูกชายของตนกลับลูกชายของเพื่อนร่วมงานผมมักจะทอดถอนลมหายใจออกมาอย่างหนักใจ

หันไปเอ่ยกับเพื่อนร่วมงานว่า

ฉันอิจฉานายจริงๆที่มีลูกที่ดีแบบนั้น”

ลูกชายของผมเป็นเด็กติดจะเล่น เขาเหมือนเด็กธรรมดาเกินกว่าจะเป็นบุตรของดยุก กระทั่งสังคมหรือสิ่งแวดล้อมก็ไม่สามารถทำให้เขาตระหนักได้ถึงสถานะของตัวเอง ผมไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีลูกชาย พอไปถามภรรยาเธอเพียงยิ้มเท่านั้น

แค่เด็กคนนั้นมีความสุข...ก็เพียงพอสำหรับพ่อแม่แล้วไม่ใช่หรือคะ?”

แต่มันไม่เพียงพอสำหรับตำแหน่งว่าที่ดยุก...

บางทีที่เธอคิดแบบนั้นอาจจะเพราะเธอเป็นผู้หญิง ท้ายที่สุดแล้วผมก็เพียงยิ้มและทอดถอนลมหายใจออกมาเท่านั้น

.

.

.

ผมมีลูกชายคนที่สองตอนที่ลูกชายคนโตอายุเจ็ดปี...

ปกติแล้วตระกูลดยุกของอาณาจักรเรามักจะมีลูกเพียงคนเดียวเท่านั้นเพื่อป้องกันปัญหาของสายตระกูล แน่นอนว่ามันอาจจะมีปัญหาที่ว่าหากคนเดิมตายไปสายเลือดจะขาดช่วงก็ตาม แต่ในส่วนนั้นเราสามารถยกเอาสายรองขึ้นมาแทนที่ได้ ยกระดับให้เขากลายเป็นสายหลักแทน

สำหรับเรื่องความชิงดีชิงเด่นของพี่น้อง...ทุกครั้งที่ผมมองกิลเบิร์ต ผมไม่สามารถจินตนาการเรื่องแบบนั้นออกมาได้...

เขาอ่อนแอจนผมหนักใจ

เพราะงั้นแคส เบดิเวียร์จึงต้องเกิดขึ้นมา

แทนที่ในส่วนที่ขาด

เพียงเพราะความต้องการของผม

ที่เพียงอยากจะได้ 'ลูกชายที่สมบูรณ์แบบ' เฉกเช่นดยุกคนอื่นๆเท่านั้น...

และความเห็นแก่ตัวของผมกำลังทำร้ายผม

พิธีกรรมอัญเชิญเทพในตอนนั้นราวกับฝันร้าย

วินาทีที่พลังสีขาวสะอาดตากวาดไปทั่ว พลังมากมายอย่างที่ผมฝัน สีขาวสะอาดอันบาดตาและร้อนแรงของแสงสว่าง ในใจของผมกู่ร้องขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ผมกำลังได้บุตรที่มากกว่าที่ใฝ่ฝันเอาไว้...ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงเมื่อมันกลับกลายเป็นสีดำสนิทของความมืด

สาดความหนาบเหน็บที่ชวนปวดใจ...

ดั่งความหวังที่ร่วงโรย

เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของผมที่ให้เขาเกิดขึ้นมา

 

'แค่เด็กคนนั้นมีความสุข...ก็เพียงพอสำหรับพ่อแม่แล้วไม่ใช่หรือคะ?'

 

ก่อนหน้านี้ผมไม่เข้าใจคำกล่าวนี้ของภรรยา จวบจนกระทั่งตอนนี้คำพูดนั้นกลับเข้ามาในหัวเป็นอันดับแรกแทนทุกคำพูด...เมื่อผมได้อุ้มเด็กทารกคนนั้น ลูกชายคนที่สองของผม...

เพียงแค่เขามีความสุข...

บางที 'พ่อ' อาจจะง่ายกว่าที่ผมคิดก็เป็นได้...

เพียงแค่ตัดคำว่า 'ดยุก' ออกไป

 

แม้ผมจะรู้ว่าตั้งแต่ผมเกิดมา

ผมไม่สามารถตัดมันออกไปได้

 

แม้กระทั่งตอนนี้ก็ตาม

.

.

.

ผมคาดหวังการเปลี่ยนแปลง...และมันก็มาเยือนอย่างเงียบงัน

เรื่องราวทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อแคสกลับมาจากโรงเรียนทหารคาเมลอต หลังจากที่เขาหนีออกจากบ้านไป เขากลายเป็นเด็กเก็บตัว ซึ่งนั่นไม่แปลกเท่าไหร่นัก แคสเป็นเด็กที่นิ่งเงียบอยู่แล้ว เขามักจะหมกตัวอยู่ในส่วนของห้องสมุด หรือหยิบหนังสือไปอ่านในห้องของตน

และเรื่องก็เริ่มต้นเมื่อกิลเบิร์ตกลับมาหลังจากปิดเทอม

พี่น้องไม่พูดกัน

ความหมางเมินเบาบางนั้นไม่อาจทำให้ผมรู้สึกอะไรมากนัก อย่างมากเพียงรู้สึกว่าพวกเขาทะเลาะกันเท่านั้น ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร

ทว่ามันหนักขึ้นเมื่อเข้าสู่ปีที่สาม เมื่อตอนที่กิลเบิร์ตอายุสิบแปดปี รอยลึกระหว่างพี่น้องเริ่มมากขึ้น ผมคล้ายเห็นความหมางเมินของแคสที่เริ่มมีให้กับกิลเบิร์ต...เขาเว้นระยะห่างกับพี่ชาย

ภรรยาเป็นคนที่ความรู้สึกเร็วกว่าผมเสมอ เธอเฝ้าสอบถามลูกชายคนโตก่อนที่ผมจะรู้สึกตัวถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ ทว่าสิ่งที่ได้มากลับกลายเป็ยรอยยิ้มเบาบางและการบ่ายเบี่ยงอย่างสุภาพ พอไปสอบถามลูกชายคนเล็ก...ก็มีความเงียบงันที่มอบให้

ผมฟังภรรยาพูดเรื่องราวเหล่านี้ในช่วงเช้า ขณะที่ทำงานก็พอสรุปให้เธอฟังอย่างสงบว่า

บางทีลูกเราอาจจะเข้าสู่วัยเปลี่ยนแปลง” ผมครุ่นคิดบางอย่าง “ตอนนี้กิลเบิร์ตก็ 18 แล้วนับว่าเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก...จะว่าไป นับว่าลูกเรายังดีที่เป็นแบบนี้...ลูกของเมอร์ลิน...

...ไม่ ผมไม่ควรพูด เรื่องนี้ควรเงียบหายไปดีกว่า

ความบังเอิญที่เผลอรู้เข้านั้น ไม่ควรเสี่ยงกับความอาฆาตของพ่อมด ผมเลยเลือกจะข้ามหัวข้อนี้ไป ทว่าภรรยาคล้ายไม่ยินยอม ผมคิดว่าเธอขี้กังวลมากเกินไป และไม่สามารถหยุดได้โดยง่าย ผมเลยทำงานไปพร้อมกับฟังเสียงของเธอไปด้วย...ชินเสียแล้ว

เมื่อหยุดพักมือจากงานชั่วคราว สมองเหมือนกลับมาฟังเสียงรอบตัว ตอนนี้หัวข้อที่ภรรยากล่าวคือเรื่องของลูกชายคนโต

...กิลเบิร์ตเองก็เปลี่ยนไปมาก...” เธอถอนหายใจ “ไม่รู้ว่าตอนปีหนึ่งเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ฉันสังเกตมานานแล้วเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะไม่ได้ไปบ้านของฮาเรฟหรือไนเจลเลย...ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่านะ?”

เรื่องนั้น...น่าจะปล่อยไปได้

อย่างไรก็ดีความสัมพันธ์ของดยุกไม่จำเป็นต้องแน่นแฟ้นอะไรมาก มิตรภาพไม่ได้ช่วยเหลือในเรื่องของผลประโยชน์...ทว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถสั่งสอนเป็นคำพูดได้ชัดเจน เมื่อกิลเบิร์ตโตก็จะสามารถรับรู้ได้ด้วยตัวเอง อืม...

ผมไม่รู้ว่าบ้านอื่นสอนลูกชายกันแบบไหน ทว่าเบดิเวียร์มีหลักการในการปล่อยลูกชาย เราเชื่อมั่นในความตระหนักรู้และประสบการณ์ ความผิดพลาดคือบทเรียนที่ดีงามที่สุด เพราะงั้นทั้งแคสและกิลเบิร์ตผมถึงไม่เลือกที่จะไปก้าวก่ายต่อการกระทำของพวกเขา หรือชี้บังคับบอกให้พวกเขาเรียนเพื่ออนาคตที่ดี

คนเราหากไม่มีใจจะเรียนรู้ นับว่าเสียเวลาเปล่า

ภรรยาของผมเอ่ยปากอีกเพียงเล็กน้อยก่อนที่เธอจะขอตัวออกไป คาดว่าเป้าหมายต่อไปของเธอคงเป็นลูกชายคนโต เธอเป็นเช่นนี้เสมอ หวาดระแวงและกังวลไปเสียทุกเรื่อง จนบางครั้งผมต้องคิดคำนวนให้ดีก่อนว่าเรื่องใดบ้างที่สามารถบอกดัสเชสของตัวเองได้

ผมทำงานของตัวเองต่อ แต่ไม่ทันที่จะจรดปากกาลงบนกระดาษเสียงขออนุญาติอย่างเงียบงันก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

เป็นแคส เบดิเวียร์ที่เข้ามา

ระยะเวลาสามปีนอกเหนือจากแขนขาที่ยาวขึ้นแล้ว สีผมของแคสเองก็เข้มขึ้นจนไม่เหมือนสีทองเสียเท่าไหร่ คล้ายน้ำตาลทองเสียมากกว่า

บางทีอาจจะเพราะพลังแห่งความมืด

เคยมีบันทึกว่าใครที่มีธาตุในกายมาก สีผมจะเปลี่ยนไปตามสีธาตุ อย่างเด็กคนหนึ่งที่ผมดำก็คล้ายจะแดงขึ้น พร้อมกับธาตุไฟที่เพิ่มมากขึ้น มันคล้ายเป็นตัวบอกว่าเด็กคนนั้นได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งบางอย่างไป

สำหรับสีผมของแคสนั้นคล้ายกรณีดังกล่าว ในร่างมีธาตุมากขึ้นแต่ถูกเก็บกดเอาไว้ด้วยผนึก ทำให้ไม่สามารถแสดงผลและปล่อยออกมาได้ มันจึงไปเปลี่ยนสีผมของเด็กคนนี้แทน

ท่านพ่อ” ทั้งๆที่คำนี้ไม่ค่อยออกมาจากปากเด็กคนนี้บ่อยนัก ทว่ากลับไร้ซึ่งความไม่เคยชินเลยแม้แต่น้อย กลับเป็นผมสักเองที่รู้สึกแปลกๆ “ผมอยากจะย้ายไปอยู่กับญาติทางฝั่งท่านแม่...หรือไม่จะเป็นแถวชานเมือง หรือชนบทก็ได้”

นี่หรือว่าลูกชายของผมจะทะเลาะกันหนักจริง?!

เจ้า...ลูก...ทะเลาะกับกิลเบิร์ต?” เพราะไม่เข้าใจจึงเอ่ยปากถาม พอครุ่นคิดถึงสิ่งที่ภรรยาบอกกล่าวมา บางทีนี่อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ “พอบอกเรา...ไม่สิ พ่อได้ไหมว่าเรื่องอะไร?”

...ไม่มีอะไรครับ ผมเพียงแค่...อยากเปลี่ยนบรรยากาศในการอ่านหนังสือและการฝึก” แคสกลับเลือกที่บ่ายเบี่ยงแทน “อีกอย่างอยู่ที่นี่แล้ว...อึดอัดด้วย”

ถ้าเหตุผลของลูกมีเพียงเท่านี้ พ่อคงตอบว่าไม่ได้” เหตุผลมันน้อยเกินไป ทั้งยังไม่รวมเรื่องพลังแห่งความมืดในตัวแคสด้วย แม้ว่ามันจะถูกผนึกไปแล้วก็ตาม “...อีก 5 ปีลูกก็ต้องเข้าไปอยู่คาเมลอตอยู่แล้ว...”

ความหมายของท่านพ่อคือถ้าผมเบื่อบ้านก็ให้รออีก 5 ปีเพื่อไปอยู่ในโรงเรียนแทนสินะครับ”

ประมาณนั้น” ผมรับคำก่อนจะพยักหน้า “ลูกน่าจะรู้เหตุผลดีว่าทำไม”

แคส เบดิเวียร์เป็นเด็กฉลาด

แม้ว่าผมอาจจะทำหน้าที่พ่อได้ไม่ดีนัก แถมยังไร้ความละเอียดอ่อน ทว่าเรื่องการมองคน หรืออะไรก็ตามที่เป็นทักษะของดยุกผมล้วนมีทั้งสิ้น เด็กคนนี้เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังแตกฉานศาสตร์อย่างน่ากลัว การที่กลายเป็นเด็กไร้เวทมนตร์แทบจะไม่มีผลกระทบอะไรเมื่อเขาสามารถนำอัญมณีเวทมนตร์มาประยุกต์ใช้ได้ทรงประสิทธิภาพ

เพราะงั้นเรื่องพลังแห่งความมืด...ไม่ช้าไม่เร็ว ผมคิดว่าไม่นานแคสน่าจะรู้ได้เองโดยไม่ต้องมีคนบอก

และจากที่ตาของแคสเข้มขึ้น มันก็เป็นการบอกว่าผมคิดถูก

นั่นสินะครับ...ถ้างั้นผมก็ไม่มีอะไรแล้ว ถ้ายังไงขอตัวก่อนนะครับ ขออภัยที่มารบกวนเวลางาน” ผมพยักหน้ารับการโค้งตัวของบุตรชาย ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อครุ่นคิดอะไรได้บางอย่าง

...สำหรับพ่อแล้ว...นี่นับว่าไม่ได้รบกวนอะไร...” ผมเอ่ย “กับแม่ของลูกหรือพี่ของลูกเองก็มักจะเข้ามาเสมอ...”

ลูกชายจับจ้องมาที่ผมนิ่ง คล้ายรอให้ผมพูดอะไร

แต่ผมไม่รู้ว่าควรพูดเช่นไรต่อกันแน่

สำหรับผมแล้ว...ผมคิดว่า...มันเป็นการรบกวนท่านพ่อครับ” ทิ้งช่วงไปนานในที่สุดลูกชายคนเล็กก็เป็นคนเอ่ยปาก “ตัวผมไม่สนิทกับท่านพ่อเท่าไหร่ เพราะงั้นแล้วจะให้ทำเหมือนท่านแม่หรือท่านพี่...ผมคงทำไม่ได้”

นี่คือระยะห่าง

ระยะห่างที่ถูกสร้างเอาไว้ระหว่างตัวผมและลูกชายคนเล็ก

ถ้ายังไงก็ต้องขอตัวก่อนนะครับ” ลูกชายคนเล็กเอ่ยออกมา รู้ตัวอีกทีเสียงที่ตามมาก็คือเสียงของการปิดประตู ก่อนที่ผมจะได้พูดคำพูดใด

ทั้งผมและภรรยาต่างไม่รู้ว่าเราควรจะเข้าหาเขาแบบไหน ควรปฏิบัติต่อเขาเช่นไรดี แคสไม่ผิดแต่ชะตากรรมของเขาน่ากลัวเกินไป ทั้งพลังและนิสัยของเขาเอง

ผมถอนหายใจก่อนจะเอามือก่ายหน้าผาก น่าแปลกว่าพอเขาออกไป หัวสมองที่คล้ายตื้อก็เหมือนแจ่มใสขึ้น คำพูดที่ติดอยู่ในปากก็สามารถเอ่ยออกมาได้อย่างง่ายดาย

ลูกสามารถมาที่นี่ได้เสมอ...สามารถพูดได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไร...”

คำพูดที่ไม่พูดออกไป

 

...พ่อยินดีรับฟัง”

 

และไม่รู้ว่าวันไหน...ผมจะสามารถพูดออกไปได้...

 

........................................

อันนี้เป็นตอนเสริมตอนสุดท้ายแล้วค่ะ

ตอนหน้าจะเป็นการขึ้นภาคใหม่

ซึ่งภาค 3 นี้จะเป็นภาคสุดท้ายของนิยายเรื่องนี้

แต่ก็เป็นภาค (ที่คิดว่า) ยาวกับเยอะที่สุดเหมือนกัน

ท้ายที่สุดจะหลงเหลือธงใครบ้าง หรือกิลจะเปลี่ยนจากหักธงเป็นหักคอต่อ ก็ TBC ค่ะ//

 

 

[โต๊ะน้ำชาหลังม่าน -ผิวคล้ำๆไม่ได้มีมาแต่กำเนิด แต่เกิดจากความสามารถ-]

กิลเบิร์ต “เพราะพลังธาตุที่แรงกล้า ทำให้สีผมเปลี่ยนสี แต่ของซาลซาลมีมากเกิน ทั้งผมและผิวเลยดำเพราะธาตุมืดสินะ...”

ซาลซาอัล “ความจริงฉันขาว...ตอนเด็กฉันขาว!”

แคส “เมื่อก่อนผมผมทอง ตอนนี้น้ำตาลทองแล้ว อนาคตข้างหน้าจะดำไหม ผิวล่ะจะดำเหมือนไอ้ดำหรือเปล่า?!”

คาลิส “เจ้าชายครับ อย่าคิดมากเลย!”

คาลิส “ผิวคล้ำของคุณคือสีผิวที่มีเสน่ห์! ในโลกเดิมของผมกับกิลเบิร์ตคนที่มีสีผิวนี้มักจะเป็นพระเอกแซ่บๆ...”

กิลเบิร์ต “ในนิยายอีโรติก...”

คาลิส “เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ทำให้ผู้หญิงเจ็บปวด...”

กิลเบิร์ต “ก็มันตบจูบ...”

คาลิส “เห็นไหม! เหมือนเจ้าชายเป๊ะเลย!”

กิลเบิร์ต “ไม่อ่ะ ไม่เหมือน”

กิลเบิร์ต “พระเอกนิยายอีโรติกล้วนมีกล้าม แต่ซาลซาลไม่”

ซาลซาอัล “...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 300 ครั้ง

31,402 ความคิดเห็น

  1. #31304 kanyaest (@kanyaest) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 12:49
    อย่าล้อซาลซาล555555555
    #31304
    0
  2. #30743 failikebooknew (@failikebooknew) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 09:54
    ยังไงซาลก็หนีจุดอ่อนตัวเองไม่ได้5555
    #30743
    0
  3. #30515 Anasia_104 (@jaidah) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 00:11
    ธงจะโดนหักด้วย!? เอ่อะ.....ขอให้อยูรอดปลอดภัยตลอดรอดฝั่ง อยู่จนจบเรื่องนะเจ้าชาย #ทีมไอดำ 5555
    #30515
    0
  4. #30437 ゆめ。 (@Dreamer_Eater) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 00:17
    อห. จุดอ่อนข้อเดียว ล้อได้ตลอดชาติ555555555
    #30437
    0
  5. #30005 p-q5 (@p-q5) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 08:53
    โถ่วว ซาลซาลล บ่มด้อยเดียวของหนูจะถูกล้อตลอดเรื่องเลยนะลูก
    #30005
    0
  6. #29931 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 10:57
    ตุขรรมโต๊ะน้ำชา วงวารซาลซาล 555555555
    #29931
    0
  7. #27202 SOUGIYA (@himitsu-me) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 00:25
    ไม่ใช่ระยะห่างแค่ดยุกกับลูกชายคนเล็ก แต่รวมถึงระยะห่างของพี่กับน้องด้วยT T
    #27202
    0
  8. #26971 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 14:36
    อยากให้คืนดี~ พี่น้องคู่นี้~~~
    #26971
    0
  9. #26062 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 22:42
    ดราม่า หน่วงสุดๆ
    #26062
    0
  10. #26020 Fun_Hyoyeon (@funny16) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 00:57
    รักลูกแต่ไม่รู้จะพูดยังไง โครตหน่วงอะ
    #26020
    0
  11. วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 14:55
    อุตส่าห์หน่วง....//ตัดภาพมาที่โต๊ะน้ำชา55555555555555555
    #25568
    0
  12. #25447 Ljchompoo (@chomjang) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:50
    ชอบตอนโต๊ะน้ำชา555
    #25447
    0
  13. #22020 mangpor43 (@por2543) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 20:23
    เนื้อเรื่องจะดราม่าแค่ไหน พออ่านช่วงท้ายก็จบ!อยู่ดี 555555565555555555555
    #22020
    0
  14. #21982 ZSEN_JINN (@ZSEN_JINN) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 15:11
    เนื้อเรื่องดราม่าแค่ไหน พออ่านมาถึงโต๊ะน้ำชาเท่านั้นล่ะ จบ! ฟีลลิ่งฉันหายหมด! 55555555555555
    #21982
    0
  15. #21337 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 11:51
    ทำไมโต๊ะน้ำชาทำร้ายเจ้าชายซาลขนาดนี้ 5555+
    #21337
    0
  16. #18941 himarikui (@yada-fay) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:24
    ความนุ่มนวลและนุ่มนิ่มของเจ้าชายซาลซาอัลนั้นแท้จริงแล้วไม่ใช่คนอ่อนโยนแต่อย่างใดแต่เป็นเพราะไร้กล้าม---

     ข่มขีนเจ้าชายนี้ผิดมั้ยคะ!! ///-///
    #18941
    0
  17. #17081 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 18:43
    ความจริงแล้ว พ่อเค้ารักลูกมากนั่นแหละ เพราะฉะนั้น.... แคสกิลลลลลล กลับมาดีกันเถอะะะะะ//เดี๋ยวๆเกียวมั้ย = =
    #17081
    0
  18. #16292 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 23:27
    แคสกิลลลลล คืนดีกันนะะะ ยอมรูทนี้ก็ได้
    #16292
    0
  19. #15775 Ztart (@pettatiya-pk) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 19:19
    เนื้อเรื่องตอนนี้นี่ไม่รู้จะเม้นอะไรดีเลย
    #15775
    0
  20. #15635 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 13:46
    ทำไมเจ้าชายไม่มีกล้าม?
    ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ออกกำลังกายมั่งไรมั่งสิเจ้าชาย
    #15635
    0
  21. #15553 p'chom (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 07:31
    ควรสงสารหรือขำซาลซาล 555555555
    #15553
    0
  22. #14947 โกอฏ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 19:51
    เจ้าชายจะโดนพูดถึงเรื่องกล้ามไปอีกนานน



    พี่น้องทะเลาะอะไรกันแรงเบอร์นี้เน้อ
    #14947
    0
  23. #14660 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 02:14
    กิลนายพูดงั้น แต่นายก็แค่ตกอยู่ใต้ร่างเขามาก่อนนะ
    #14660
    0
  24. #14177 SSK[a]wt (@sskawt) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 17:45
    ต่อให้เจ้าชายไม่มีกล้าม แต่สามารถใช้เส้นใยกักขังได้!!!! (นี่คิดไปถึงไหนกัน!?)
    #14177
    0
  25. #14049 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 19:05
    เนื้อเรื่องผมไม่มีอะไรจะพูด
    แต่โต๊ะน้ำชา ทำร้ายซาลซาลเกินไปแร้ว
    #14049
    0