กลรักเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 68 : บทที่ 22 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    15 ก.พ. 62







          “จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ”


          ณรากรเอ่ยถามชลธารเมื่อมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องทำงานของเขา ว่าที่เจ้าสาวแค่เงียบหรือกำลังช็อกกับเรื่องแต่งงานก็ไม่รู้ ณรากรจูงมือคนที่เอาแต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จามานั่งที่โซฟาใกล้ๆกับโต๊ะทำงานก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆคำถามของณรากรยังไม่ได้รับคำตอบ  


          “คุณกร”     ชลธารเงยหน้าขึ้นมองสบตาหลังจากผ่านไปสักครู่         


          “ครับผม”


          ณรากรอมยิ้มกับท่าทางเหมือนเด็กของชลธารแววตาสับสนปนประหลาดใจทำให้ณรากรอยากรู้นักว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ 


          “ชล กำลังฝันอยู่หรือเปล่าคะ ต้องฝันอยู่แน่เลยๆ มันจะเป็นไปได้ยะ..อื้อ”   


          ประโยคแรกเหมือนจะถามณรากรและประโยคหลังดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะพูดกับตัวเองณรากรจึงไขข้อข้องใจให้ด้วยจูบหวานๆแบบเน้นๆให้เลยร่างบางตาโตดิ้นกุกกักในอ้อมแขน 


          “ยังคิดว่าฝันอยู่หรือเปล่าถ้ายังคิดจะจัดให้อีกสักชุด”        


          “ไม่เอาค่ะ เชื่อแล้วก็ได้”     คนโดนเอาเปรียบทำแก้มป่องใบหน้าร้อนผ่าวอย่างเขินอาย  


          “ถ้าคิดว่าตัวเองกำลังฝันว่าได้แต่งงานกับฉันล่ะก็ ฝันเธอกำลังจะเป็นจริงที่รัก อีกสองเดือนเราจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันแล้ว แต่จริงๆฉันไม่อยากรอเลยรู้หรือเปล่า”


            มือหนายกขึ้นกอบกุมแก้มนวลประคองใบหน้าหวานให้มองสบตาด้วย แววตารักใคร่อ่อนหวานที่ต่างคนต่างถ่ายทอดออกมานั้นทั้งสองรับรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ชลธารน้ำตาคลอมือบางข้างหนึ่งวางทับบนมือหนาอบอุ่นแนบแก้ม อีกข้างยื่นไปแตะแก้มสากเบาๆฝันเธอกำลังเป็นจริงอย่างที่ณรากรบอก ชลธารแอบรักชายหนุ่มมาตั้งแต่แตกเนื้อสาว ในสายตาเธอไม่เคยมองใครนอกจากเขาเหมือนกับที่หัวใจดวงน้อยๆของเธอก็มีแต่ผู้ชายที่ชื่อณรากรเพียงคนเดียวมาตลอด ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆชลธารรู้สึกมีความสุขจนพูดไม่ออก ไม่ใช่แค่ณรากรหรอกที่ไม่อยากรอตัวเธอเองก็คิดไม่ต่างกัน  


             “ขอบคุณนะคะ ชลก็อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ แต่รอหน่อยก็ดีค่ะ”   


               ชลธารแก้มแดงเป็นมะเขือเทศสุกเขินอายกับคำพูดของชายหนุ่ม เพราะมันทำให้เธอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ณรากรยิ้มกว้างแล้วรวบร่างเล็กเข้าไปกอดซบอก ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนหน้านี้เขาโวยวายกับมารดา เรื่องฤกษ์แต่งงานที่ท่านให้มาตั้งหกเดือนใครจะรอไหว ยิ่งอยู่ใกล้กันเจอกันทุกวันแบบนี้หัวใจและร่างกายมันก็ร่ำร้องอยากอยู่แนบชิดตลอดเวลา เมื่อฤกษ์งามยามดีมันไม่เป็นที่ต้องการของคนใจร้อนอย่างเขา ฤกษ์สะดวกเขาก็ไม่ว่าแต่ถ้ายังไม่ยอมคงต้องแอบพาเจ้าสาวหนีไปอยู่ด้วยกันข้างนอกซะเลย ทำเอามารดาและคุณย่าของชายหนุ่มถึงกับตกใจกันถ้วนหน้า คุณย่าคงกลัวหลานชายอย่างเขาทำจริงเลยเฉลยว่าฤกษ์จริงๆคืออีกสองเดือนแต่ที่ให้มาตอนแรกนั้นมารดาต้องการแกล้งบุตรชายหัวร้อนเท่านั้น แต่มารดาก็ยังแอบกำชับมาว่าห้ามเขาล่วงเกินชลธารอีกต้องรอให้แต่งงานก่อน ซึ่งเขาก็รับปากแต่จะให้เก็บไม้เก็บมือจากร่างนุ่มๆหอมกรุ่นชวนหลงใหลที่อยู่ในอ้อมแขนเวลานี้น่ะเหรอบอกเลยเขาทำไม่ได้


               ณรากรจำต้องพาชลธารออกจากห้องทำงานเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเย็นแต่ก่อนออกมาเขาก็ฟัดแก้มหอมๆกับปากนุ่มๆของเธอจนแทบช้ำ ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตายกเว้นอรอินที่กานดาบอกว่าบุตรสาวยังไม่กลับเพราะไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน ณาราจึงถือโอกาสแจ้งข่าวเรื่องงานแต่งงานให้ทุกคนทราบรวมถึงการจัดเตรียมงานด้วย ชลธารออกอาการแปลกใจที่วันนี้กานดาแม้จะมีสีหน้าไม่ยินดีแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรออกมาอย่างที่ทุกคนกังวล




               ร่างเล็กที่ขยับตัวหาไออุ่นในช่วงที่อากาศเย็นจัดหลังฝนตกทำให้ภาคินเริ่มรู้สึกตัวตื่นเขายกยิ้มในความมืดก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เมื่อได้รับความอบอุ่นเพียงพอคนขี้หนาวก็นอนนิ่งหายใจสม่ำเสมอ ภาคินเหลือบไปมองนาฬิกาตั้งโต๊ะมันบ่งบอกเวลาใกล้จะสว่างแล้ว แม้ว่าเพิ่งจะได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงแต่ร่างกายกลับรู้สึกโล่งและเบาตัวกระปรี้กระเปร่าสุดๆ ผิดกับคนที่นอนขดตัวในอ้อมแขนที่คงจะเหนื่อยหนักกับบทเรียนรักครั้งแรกที่เขายัดเยียดให้เรียนหลายบทเลยทีเดียว และนักเรียนหัวไวก็ดันตั้งอกตั้งใจเรียนจนคนสอนอย่างภาคินตัดใจให้เลิกเรียนไม่ได้สักที ชายหนุ่มปล่อยให้หญิงสาวนอนต่ออีกสักพักก่อนจะปลุกให้เธอตื่นเพราะต้องไปโรงพยาบาลและเขามีเรื่องต้องจัดการอีกหลายเรื่อง


               เวลาล่วงเลยจนกระทั่งแสงสว่างส่องเข้าทางหน้าต่างร่างเล็กจึงขยับตัวอีกครั้ง พร้อมกับเสียงครางเบาๆก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆและสายตาปะทะเข้ายอดอกสีเข้มบนแผ่นอกแข็งปึกที่เธอกำลังกกกอดอยู่ในตอนนี้ สมองเริ่มทำงานอาการเคร็ดขัดยอกและภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ฉายชัดในความรู้สึกทันทีใบหน้างามร้อนผ่าวเมื่อนึกถึง แต่ริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มอย่างเขินอายไม่มีความรู้สึกเสียดายและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเต็มใจที่จะมอบสิ่งสำคัญให้ชายหนุ่มที่เธอนอนซบอกอยู่ในตอนนี้ มือบางลูบไล้แผ่นอกกว้างแผ่วเบาเพราะคิดว่าภาคินคงยังไม่ตื่น        


               “วันนี้เราต้องไปโรงพยาบาลนะครับ”


               สายไหมสะดุ้งชักมือกลับแทบไม่ทันใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งหนักเข้าไปใหญ่เมื่อโดนภาคินจับได้ว่ากำลังลวนลามร่างกายเขา         


               “เอ่อ คุณตื่นนานแล้วเหรอคะ”   


               สายไหมหลบเลี่ยงการสบตากับภาคินไม่ได้เมื่อถูกมือแกร่งเชยคางเล็กให้เงยหน้าขึ้นเธอเห็นแววตาแพรวพราวผสมล้อเลียนของเขาแล้วยิ่งเขินอายหนัก  


               “ตื่นตั้งแต่คุณขยับตัวแต่ตื่นเต็มที่ตอนที่โดนบางคนลวนลาม”


               สายไหมทำหน้าไม่ถูกเมื่อเข้าใจความในที่ภาคินสื่อหญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เม้มปากแน่นหลุบตาหลบเลี่ยงภาคินหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดูชายหนุ่มกดริมฝีปากจุมพิตหน้าผากมนก่อนจะเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากอิ่มจูบหนักๆหนึ่งที ก่อนจะขยับตัวน้อยเมื่อรู้สึกอึดอัดกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่กำลังอยู่เหนือการควบคุมของสมอง  


               “ผมว่าตอนนี้เราควรลุกไปอาบน้ำก่อนที่คุณจะไม่ได้ลุกจากที่นอนนะ โอ๊ะ”     ภาคินพูดยังไม่ทันจบฝ่ามือน้อยๆที่เคยลูบอกเขาก่อนหน้าฟาดลงมาไม่เบาแรงนัก    


               “หยุดพูดเลยค่ะ”       


               “ตีผมอีกแล้วนะ มือไวจริง ระวังเถอะจะโดนเอาคืนหลายเท่า”     


               ภาคินกล่าวตัดพ้อพร้อมทั้งขู่ลงโทษคนมือไวแต่มีหรือที่คนอย่างสายไหมจะกลัวหญิงสาวส่งค้อนให้ขยับตัวลุกพร้อมที่หอบผ้าห่มพันตัวอย่างทุลักทุเลจนภาคินหัวเราะขบขันชายหนุ่มต้องหยิบกางเกงนอนขึ้นมาใส่เพราะเขาโดนปล้นผ้าห่มไปหมดถ้าไม่ใส่มีหวังคนตัวเล็กคงหันมาขว้างอะไรใส่เขาอีกแน่    


               “หวังว่าวันนี้พ่อจะฟื้นนะคะ”


               หลังอาบน้ำเสร็จสายไหมก็เอ่ยปากพูดออกมาภาคินรู้สึกดีที่หญิงสาวไม่มีอาการเอียงอายจนเว่อร์เกินไปอย่างเช่นอายจนไม่พูดไม่จาไม่มองหน้ากัน ถ้าเป็นแบบนั้นคงอัดอัดแย่แต่เพราะเธอเป็นคนตรงไปตรงมา ยอมรับและรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างดีเยี่ยม เหมือนอย่างที่ตอนนี้เธอก็พูดคุยกับเขาปกติแม้ใบหน้าหวานจะยังคงแดงระเรื่ออยู่ก็ตาม         


               “ก็ขอให้เป็นอย่างงั้นเพราะผมมีเรื่องสำคัญอยากจะพูดกับท่าน”


               สายไหมชะงักไปทันทีเธอหันไปมองหน้าคนพูดเห็นแววตามั่นคงแน่วแน่แล้วให้หัวใจเต้นแรง


               “ระ เรื่องอะไรคะ”         


               “เรื่องของเรา ผมจะขอลูกสาวท่านแต่งงาน”



******************************

 


               




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

83 ความคิดเห็น