กลรักเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 50 : บทที่16 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    23 ก.ย. 61



          ภาคินปล่อยให้สายไหมสำรวจบ้านและบอกให้เธอวางแผนการออกแบบคร่าวๆได้เลย สายไหมกำลังจดๆจ้องๆอยู่กับแผนผังบ้านที่ภาคินเอามาให้ 


               “กินข้าวก่อนแล้วค่อยทำก็ได้ผมไม่ได้รีบ”         


               ภาคินวางกล่องข้าวและขวดน้ำลงที่โต๊ะตรงศาลาในสวน กับข้าวที่เขาเป็นคนบอกให้หญิงสาวทำมาเมื่อเช้าสำหรับมื้อเที่ยงของทั้งสอง สายไหมยังคงตั้งหน้าตั้งตาดูงานในมือโดยไม่สนใจที่ภาคินเรียกกินข้าว ชายหนุ่มถอนหายใจเขานั่งลงข้างร่างบางพร้อมกับใช้ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างช้อนใบหน้าเล็กให้หันมาสนใจเขา   


               “อะไรเนี่ยคุณคิน อื้อ” เมื่อโดนขัดจังหวะหญิงสาวก็ทำหน้ายู่ใส่ภาคิน ความใกล้ชิดก่อเกิดขึ้นจนสายไหมหน้าร้อนผ่าว     


               “ทานข้าวได้แล้ว”  


               “ก็ทานก่อนสิคะ ท้องไม่ได้ติดกันซะหน่อย”


          ไม่พูดเปล่ามือบางปัดมือหนาออกจากใบหน้าและหันมาดูงานที่วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับบ่นเบาๆแต่คนข้างๆก็ยังได้ยิน ครู่เดียวสายไหมก็สะดุ้งเพราะใบหน้านวลถูกฝ่ามือคู่เดิมช้อนให้หันไปทางเดิมแต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือริมฝีปากได้รูปทาบทับลงมาที่กลีบปากนุ่มของเธอแทนการเอ่ยปากเรียกทานข้าว ไม่มีการล่วงล้ำแค่กดเน้นและส่งท้ายด้วยดูดหนักๆหนึ่งทีก่อนจะผละออก รวดเร็วเกินจะตั้งตัวทัน ดวงตากลมโตกระพริบตาปริบๆราวกับยังคงอึ้งอยู่  


                    “เลิกดื้อแล้วทานข้าวได้หรือยัง”     วิธีปราบคนดื้อแบบนี้ภาคินค่อนข้างจะชอบมากที่สุดและมันก็ได้ผลดีทุกครั้ง     


                    “คุณคิน!   


                    สิ้นคำสั่งให้ทานข้าวสายไหมก็ลุกพรวดพราดขึ้นทันทีริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ฝ่ามือทั้งกำแน่นมองหน้าภาคินอย่างขุ่นเคือง จูบอีกแล้ว กี่ครั้งแล้วที่เขาทำแบบนี้และกี่ครั้งแล้วเธอทำอะไรเขาไม่ได้ แล้วไอ้หัวใจบ้าเนี่ยจะเต้นแรงอะไรหนักหนา เหนื่อยนะ สายไหมเข่นเขี้ยวในใจเธอสะบัดหน้าพร้อมกับจะเดินหนีไปสงบสติอารมณ์และภาคินก็ดูออกว่าเธอกำลังจะหนีอีก คราวนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยอีกแล้ว จะไม่ยอมให้หญิงสาวได้ตั้งหลัก ลำแขนแกร่งคว้าเอวบางดึงเข้าหาอกแกร่ง 


          “อุ้ย!


                 “จะหนีไปไหน หืม”


          “ปล่อยนะ คนฉวยโอกาส”


          นอกจากจะไม่ปล่อยภาคินกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีก ลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอขาวผ่องจนขนในกายลุกซู่ ภาพคืนนั้นย้อนเข้ามาในความคิดของสายไหม สายตากรอกไปมากลัวว่าคนอื่นจะมาเห็นเข้าแม้ส่วนนี้จะไม่ใช่เขตทำงานของคนงานก็เถอะ      


               “จะปล่อยถ้าหยุดดิ้นตกลงหรือเปล่า”


               ภาคินรู้ว่าหญิงสาวกังวลกลัวใครมาเห็น เขาก็ไม่อยากทำให้เธอเสียหายแต่ถ้ายังดื้อดึงมันก็ช่วยไม่ได้และเขาพร้อมรับผิดชอบ ชายหนุ่มคลายอ้อมแขนเมื่อเธอพยักหน้าและสายไหมก็เบี่ยงตัวออกไปยืนอีกฝั่งพร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้กับชายหนุ่ม ภาคินหัวเราะหึๆ         


               “โกรธอะไรนักหนาก็แค่จูบนิดหน่อยเองทำยังกะไม่เคยจูบกันไปได้”     


               “พูดแบบนี้ได้ยังไงไหมเสียหายนะคะ” 


               “เดี๋ยวผมรับผิดชอบน่า เลิกโกรธได้แล้ว”      


               “รับผิดชอบอะไร ไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย ห้ามทำแบบนี้อีกนะคะ”        


               “งั้นก็เป็นซะเดี๋ยวนี้เลยสิเพราะยังไงผมก็จะจูบ จะจูบบ่อยๆด้วย”


         “วะ ว่าไงนะคะ คุณคินพูดอะไร”


          ตาที่โตอยู่แล้วยิ่งโตขึ้นกว่าเดิมอีกภาคินอยากจะขำอาการของเธอ จะช็อกอะไรขนาดนั้น ภาคินเดินเข้าไปหาสายไหมช้าๆแต่เธอก็ยังยืนนิ่งพูดไม่ออกเอาแต่จ้องหน้าเขาตาไม่กระพริบ สติสตังยังไม่กลับเข้าร่างดีภาคินก็ตอกย้ำความเข้าใจให้สายไหมอีกครั้งและหนักกว่าเดิมหลายเท่า 


          “เป็นแฟนกันนะห้ามปฏิเสธ เพราะถ้าปฏิเสธผมก็จะจูบอยู่ดี จูบจนคุณยอมเป็นแฟนกับผม”       


                    กึก หัวใจเธอหยุดเต้นไปหรือยังหนอ สายไหมลองถามตัวเองไม่คิดไม่ฝันว่าจะโดนผู้ชายที่เพียบพร้อมทุกอย่างมาขอเป็นแฟนแบบมึนๆ ร่างบางตัวแข็งทื่อภาคินจึงโน้มใบหน้าลงมากดริมฝีปากลงบนแก้มนุ่มของเธอหนักๆ ชั่ววินาทีภาคินแทบจะมองเห็นดาวตอนกลางวันเมื่อโดนฝ่ามือใครบางคนฟาดเข้าที่ใบหน้าไม่ถึงขนาดแรงมากแต่ก็พอมึนๆได้เหมือนกัน ชายหนุ่มยอมถอยออกมามือหนายกขึ้นลูบแก้มสากเบาๆแต่ไม่แววว่าจะโกรธแต่อย่างใด เขาลืมไปได้อย่างไรว่าผู้หญิงคนนี้มือไวขนาดไหน


                    “คะ คือมือมันไปเองค่ะไม่ได้ตั้งใจ”


            ใช่สิถ้าตั้งใจเขาคงหูดับพอดีเห็นแววตาวิบวับของคนที่เพิ่งขอเธอเป็นแฟนเมื่อสักครู่แล้วให้ทำตัวไม่ถูก พอจะเดินหนีมือหนาก็ยื่นมาจับแขนเรียวไว้       


                    “จะไปไหน มาทานข้าวก่อน”


               จากคนที่ชอบพูดกลายเป็นเงียบไปเลย สายไหมยอมนั่งลงที่เก้าอี้แต่ไม่ยอมมองหน้าภาคิน ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนส่งให้แต่สายไหมไม่เห็นเพราะมัวแต่นั่งบีบมือตัวเอง ภาคินดึงมือบางมาแล้วยัดช้อนกินข้าวให้เธอถือไว้ พร้อมกับเลื่อนกล่องข้าวไปด้านหน้าคนที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้างๆ      


             “ทานก่อนนะครับ”



               ชลธารนั่งมองโทรศัพท์ที่ส่งเสียงดังเตือนว่ามีสายเข้า ดวงตากลมโตที่บวมช้ำจากการร้องไห้มองชื่อที่โชว์อยู่หน้าจอ เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อใครน้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลก็พลันรวมตัวกันเอ่อขึ้นที่ขอบตาอีกครั้ง หญิงสาวปล่อยให้มันดังและเงียบไปหลายรอบโดยไม่คิดจะรับสายและสุดท้ายเธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับปิดเครื่อง บอกตามตรงว่าเธอยังไม่พร้อมจะคุยกับเจ้าของเบอร์ที่กระหน่ำโทรเข้ามาในตอนนี้ ชลธารเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกว่าน้ำตาเจ้ากรรมกำลังจะไหลผ่านดวงตาออกมา ยิ่งกลั้นน้ำตาเท่าไหร่เธอยิ่งรู้สึกว่าหายใจไม่ออก มือเท้าชาไปหมดหญิงสาวรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่คืบคลานเข้ามากอบกุมหัวใจดวงน้อยในตอนที่เห็นข่าว


               หลังจากที่ณรากรเข้ามาปลุกและทำท่าเหมือนจะอยากคุยกับเธอในตอนเช้าทำให้หญิงสาวแอบดีใจคิดว่าชายหนุ่มจะง้อแต่สุดท้ายเขาก็ออกจากบ้านไปแล้วปล่อยให้เธอหวังลมๆแล้งๆว่ามีความสำคัญกับชายหนุ่มมากพอ หลังทานข้าวทานยาเสร็จ ชลธารก็นอนซึมอยู่บนที่นอนจนกระทั่งวีรภาพโทรมาบอกข่าวบางอย่างแก่เธอ


               ชลธารปวดแปลบในหัวใจหลังได้ฟังข่าวจากเพื่อน แต่มันเทียบไม่ได้เลยเมื่อหญิงสาวเห็นภาพและเนื้อหาข่าวด้วยตัวเอง มือบางมีอาการสั่นเทาสายตาจดจ้องทุกตัวหนังสือก่อนจะปล่อยโทรศัพท์ให้ร่วงหล่น ร่างบางต้องกลั้นก้อนสะอื้นจนตัวโยน ในข่าวบอกวันเวลาที่ชัดเจนณรากรอยู่กับผู้หญิงคนนั้นจริง ผู้หญิงที่คุยกับเธอเมื่อวานคือคนที่เป็นข่าวกับชายหนุ่มและเป็นคนที่เขาเคยบอกเธอว่าเป็นเพื่อนกันเท่านั้น แล้วข่าวนี่มัน.. พวกเขาเป็นอะไรกันแล้วเธอล่ะเป็นอะไรกับเขากันแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

83 ความคิดเห็น

  1. #37 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 01:46
    เดี๋ยวก็มาเคลียร์
    #37
    0