กลรักเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 36 : บทที่ 12 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    15 ส.ค. 61



      "เห็นใจกันบ้างสิ เป็นแฟนกันแล้วนะ ฉันก็ต้องอยากกอด อยากหอม อยากจูบ อยาก..อุ้บ"

    "พอเลยค่ะ หยุดพูดแบบนี้นะคะ คุณกร"

    คนอะไรพูดมาได้ไม่อายปาก ชลธารทนฟังไม่ไหวจนต้องเอามือแตะริมฝีปากหนาของคนหน้าไม่อาย ใบหน้าร้อนผ่าว มันคงแดงไปหมดทั้งใบหน้าและลำคอแล้วกระมัง คนหนึ่งเขินแทบอยากจะหายตัวจากตรงนี้ ส่วนอีกคนยิ้มจนปากจะฉีกอยู่แล้ว 

     "ดูซิ หน้าจะไหม้แล้วมั้งนั่น"
    
     ณรากรจับมือปากผละออกเล็กน้อยแล้วยกขึ้นจูบแผ่วเบาจากนั้นก็ปล่อยมือเล็กยกฝ่ามือหนาขึ้นลูบใบหน้าหวานเบาๆแล้วพูดหยอกล้อจนชลธารก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาด้วย

      "เย็นนี้ฉันมีนัดกับเพื่อนแต่เดี๋ยวจะไปส่งเธอก่อน"

      ชลธารเงยหน้ามองหลังชายหนุ่มบอกมีนัดกับเพื่อน หวังว่าคงไม่ใช่เพื่อนผู้หญิง แค่คิดเธอก็อดแปลบๆในอกไม่ได้ แต่จะให้ถามเธอก็ไม่กล้าอีกเช่นกัน ดูเหมือนณรากรจะล่วงรู้ความคิดคนตรงหน้าชายหนุ่มยกยิ้มนิดๆ

      "ไม่ต้องหึงล่วงหน้าหรอกน่า เด็กน้อย นัดกับเพื่อนผู้ชาย เจ้าของบริษัทตกแต่งภายในโครงการเรานี่แหละ เดี๋ยวมีโอกาสจะพาไปแนะนำนะครับ"

      "คะ ใครหึง ชลเปล่าคิดอะไรนะ"  หน้าร้อนขึ้นมาทันทีที่โดนรู้ทัน 

      "แน่ใจ?"   ณรากรบีบจมูกโด่งรั้นเบาๆอย่างหมั่นไส้ คงคิดว่าเขามีนัดกับผู้หญิงล่ะสิ

      "คุณกรน่ะ ปล่อยค่ะจะไปทำงาน เข้ามานานแล้วเกรงใจพี่ศิเขา"

      "ปล่อยก็ได้ แต่ของชื่นใจก่อน"

     "ไม่..อื้อ"

     ก็เหมือนทุกครั้งที่ชลธารไม่เคยห้ามปรามชายหนุ่มได้สำเร็จ พูดเสร็จเขาก็ฉกริมฝีปากลงมาบดจูบหญิงสาวอย่างดูดดื่ม จนกว่าเขาพอใจณนากรจึงได้ปล่อยให้ชลธารกลับออกไปทำงานต่อ




     "เฮ้ กรทางนี้เพื่อน"

    ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนที่มาท่องราตรี ร่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าหล่อเหลาของใครคนหนึ่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้าน เรียกสายตาสาวน้อยสาวใหญ่ได้เป็นอย่างดี สายตาคมเข้มกวาดมองหาคนที่นัดเอาไว้ ดีที่วันนี้ไม่ใช่วันศุกร์และตอนนี้ก็ยังหัวค่ำอยู่ ทำให้คนไม่มากนัก และมองหาเพียงไม่นานก็มีเสียงคุ้นหูร้องเรียกชื่อเขา ชายหนุ่มหันไปมองตามเสียงจึงได้เห็นว่าเพื่อนนั่งอยู่ตรงไหน เขาจึงเดินเข้าไปหาทันที

     ภาคิน กิจเสนา เพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกัน แม้ว่าทั้งสองจะแยกกันไปเรีบนต่อแต่พวกเขาก็ยังติดต่อกันเป็นประจำ จนกระทั่งณรากรกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว ชายหนุ่มก็ดึงเพื่อนมาร่วมโครงการต่างๆของเขาด้วย ภาคินทำบริษัทรับตกแต่งภายในตอนแรกเป็นแค่บริษัทเล็กๆ ตอนแรกภาคินไม่ยอมรับงานจากณรากรเพราะมันใหญ่เกินไป แต่ณรากรกลับเชื่อมั่นว่าภาคินทำได้และเขาก็ทำได้จริงๆ

      จากบริษัทเล็กๆตอนนี้กลายเป็นบริษัทที่มั่นคงมากทีเดียว ณรากรเชื่อในความสามารถของเพื่อน ภาคินเป็นคนเก่งพ่อแม่เสียตั้งแต่เรียนยังไม่จบ และยังมีน้องชายต้องดูแลอีก ดีที่พ่อกับแม่ของภาคินทำประกันชีวิตไว้ หลังท่านเสียภาคินกับน้องชายได้รับเงินเกือบสิบล้าน  เขานำเงินส่วนหนึ่งไปซื้อหุ้นและมันก็ทำกำไรให้แก่เขาเป็นหลายเท่าตัว 

      "เป็นไงบ้าง ท่านประธานใหญ่ ช่วงนี้กว่าจะได้คิวนี่ ยากเหลือเกิน ยุ่งมากหรือไงวะ"

      พอณรากรเดินมาถึงโต๊ะภาคินก็เอ่ยปากแซวทันที ตั้งแต่กลับจากทำงานที่ต่างประเทศก็สองเดือนแล้วที่ทั้งสองไม่ได้เจอกัน จนกระทั่งวันนี้ที่ภาคินโทรไปชวนเพื่อนมาดื่มและณรากรก็ตอบตกลง พวกเขาเลือกสถานที่ที่นัดเจอกันประจำ เป็นผับที่ค่อนข้างมีระดับ ลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นพวกกระเป๋าหนักๆทั้งนั้น และเจ้าของร้านก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องของพวกเขาด้วย 

      "ตอนนี้ก็ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่แล้วล่ะ จะยุ่งอีกทีก็คงอีกสองเดือนข้างหน้าโน้นแหละ"

      ณรากรยกยิ้มให้เพื่อนเล็กน้อยขณะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ พนักงานเสิร์ฟจึงรีบเข้ามาบริการเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่มาใหม่ทันที จากนั้นก็ถอยออกไปอย่างเงียบๆ เขาถูกผู้จัดการร้านสั่งให้มาบริการลูกค้าโต๊ะนี้เป็นพิเศษ ผู้จัดการยังกระซิบบอกว่าลูกค้าโต๊ะนี้เป็นเพื่อนเจ้านาย ให้ดูแลอย่าให้บกพร่อง ผู้ชายสองคนที่นั่งชนแก้วกันอยู่ที่โต๊ะกลายเป็นจุดเด่นของร้าน เพราะรูปร่างหน้าตาของทั้งสองนั้น ความหล่อกินกันไม่ลงจริงๆ 

       ยิ่งดึกภายในร้านยิ่งมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย สองหนุ่มที่นั่งดื่มกันอยู่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับบ้านยังคงดื่มคุยกันอย่างถูกคอ บรรดาสาวๆที่ส่งสายตาทอดสะพานมาให้ทั้งสองหนุ่ม ล้วนแต่หน้าม้านไปเป็นแถว เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาตั้งใจมาดื่มกินกันเท่านั้นไม่ได้สนใจโปรยเสน่ห์แต่อย่างใด

      "ไอ้อาการนั่งกดโทรศัพท์ยิกๆกดไปยิ้มไปเนี่ยมันไม่ใช่นิสัยแกนะกร มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้หรือเปล่าเพื่อน หรือกำลังมีข่าวดี?"

      คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน หรี่ตามองเพื่อนเล็กน้อย พอเริ่มดึกภาคินแอบสังเกตว่าณรากรหยิบโทรศัพท์ออกมากดพิมพ์อะไรสักอย่างแล้ววางไว้ สักพักเหมือนมีข้อความเข้าเพื่อนเขาก็รีบหยิบโทรศัพท์มาดูทันที จากนั้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนภาคินอดที่จะแซวเพื่อนไม่ได้ เห็นสีหน้าณรากรแล้วเขาอยากขำ เหมือนพวกที่แอบทำอะไรไว้แล้วโดนจับได้ยังไงยังงั้น

      "ข่าวดีบ้าอะไรล่ะ ก็แค่.. เอ้ย!"

      "ว้าย!"

      "คุณ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"




****************************

      

     
      
     


      

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

83 ความคิดเห็น

  1. #20 ลภัสรดา:laphasrada (@laphasrada99) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 22:20

    ใครมาอ่อย

    #20
    0