กลรักเจ้าหัวใจ

ตอนที่ 35 : บทที่ 12(1)จงใจหรือบังเอิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    13 ส.ค. 61



        ความลับไม่มีในโลก มันคือเรื่องจริงที่ใครๆก็หนีไม่พ้น แม้จะพยายามให้เป็นความลับแค่ไหน แต่สุดท้ายมันก็ต้องถูกเปิดเผยจนได้ ภาพหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังทานข้าวด้วยกันอย่างมีความสุข มันสร้างความขุ่นเคืองใจให้กานดาเป็นอย่างมาก ชลธารเป็นหลานรักของผู้เป็นแม่ ตัวพี่สะใภ้เธอก็เอ็นดูหญิงสาวมาก หนำซ้ำตอนนี้หลานชายที่เธอหวงนักหวงหนาก็กำลังจะหลงเด็กนั่นอีกคน

     "บ้าจริง นี่แม่เผลอนิดเดียวนังเด็กนั่นมันก็ฉวยโอกาสทันที เจ็บใจจริง"
     
     "นั่นสิคะคุณแม่  คุณแม่รู้ไหมคะตอนแรกที่อรเห็น อรก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก คิดว่าเขาคงไปเรื่องงาน แต่ที่ไหนได้แอบไปกินข้าวคุยกันกระหนุงกระหนิง ไม่สนสายตาใครเลย"

     อรอินกล่าวเสริมเมื่อวานหลังเลิกเรียนเธอกับเพื่อนชวนกันไปช้อปปิ้งต่อ ทำให้ได้เห็นพี่ชายต่างสายเลือดควงชลธารไปทานข้าวกัน ท่าทางเหมือนเป็นคนรักกันมากกว่าเจ้านายกับลูกน้องซะอีก อรอินจึงถ่ายรูปเป็นหลักฐานเพื่อมายืนยันกับแม่กานดาของเธอ อยากเห็นท่านฉีกอกมันนัก หึ เธอไม่เข้าใจทำไมทุกคนในบ้านถึงรักและเอ็นดูชลธารนัก เธอรู้ว่าเธอก็ไม่ใช่สายเลือดเทพดนัย แต่ชลธารก็ไม่ใช่เหมือนกันอย่างน้อยเธอก็เป็นลูกเลี้ยงของกานดา แต่ผู้เป็นยายกับเอ็นดูชลธารมากกว่าเธอ

     "ทำแบบนี้ไม่เห็นแก่คุณป้ากับคุณยายเลยนะคะ คุณแม่ว่าถ้าทั้งสองท่านรู้จะว่ายังไงคะที่เด็กกำพร้าอย่างชลธารคิดจะอัพตัวเองขึ้นมาเป็นสะใภ้ของบ้าน"

     "แม่ว่าเราต้องตัดไฟแต่ต้นลม ตอนนี้ทุกคนคงยังไม่รู้ คนที่บริษัทก็ไม่ค่อยมีใครพูดอะไร เป็นไปได้ไหมว่าพี่กรของเราอาจจะไม่ได้จริงจังกับมันถึงยังไม่อยากให้ใครรู้"

     "ก็อาจเป็นไปได้นะคะ"  อรอินพยักหน้าเห็นด้วย

     "แล้วคุณแม่จะทำยังไงต่อไปดีคะ"

     "แม่ขอคิดดูก่อน ว่าแต่เราเถอะไม่ไปเรียนหรือไง สายป่านนี้แล้ว"

     "เอ่อ อ้อ อรมีเรียนบ่ายค่ะ ตอนเช้าเลยกะว่าจะชวนเพื่อนไปซื้ออุปกรณ์ที่จะทำงานส่งอาจารย์น่ะค่ะ คุณแม่ขาอรขอตังค์หน่อยสิ"

     เมื่อมารดาถามถึงเรื่องไปเรียนอรอินก็อึกอักเล็กน้อย ก่อนจะฉีกยิ้มแล้วเดินมาสวมกอดกานดาอย่างออดอ้อน เธอมีเรื่องต้องใช้เงินและที่มารดาให้ในแต่ละวันมันก็ไม่เพียงพอ กานดาส่ายหน้าเบาๆแต่ก็ยอมหยิบเงินให้ลูกสาวคนโปรดไปอย่างไม่ลังเล ตอนนี้เรื่องเดียวที่กานดากำลังคิดคือทำยังไงให้หลานชายหัวดื้อเลิกยุ่งกับเด็กนั่น



      "ตกลง ตามนั้น แล้วเจอกันเพื่อน"

      เสียงเคาะประตูเบาๆตามด้วยใบหน้าหวานหยดของใครคนหนึ่งที่โผล่เข้ามาก่อนตัว ทำให้ณรากรที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ส่งยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนกล่าวลาปลายสายแล้วกดวางโทรศัพท์ ชลธารส่งยิ้มหวานให้ในมือถือถาดใบเล็กที่มีน้ำส้มกับขนมสำหรับณรากร เป็นกิจวัตรประจำของเธออยู่ที่ต้องนำของว่างมาให้ชายหนุ่ม หญิงสาววางไว้ที่โต๊ะแล้วค่อยก้าวถอยออกมาสองก้าว

      "ทานของว่างก่อนนะคะ"

      "ครับผม"

      ไม่ใช่แค่ตอบรับเสียงอ่อนแต่ยังส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้สาวน้อยได้เขินอายอีก แต่แค่นั้นมันคงไม่เพียงพอสำหรับณรากร เมื่อชายหนุ่มชื่นชอบเวลาที่ชลธารเขินอาย พวงแก้มแดงกล่ำ เห็นแล้วทำให้อยากฟัดหนักๆสักที ชายหนุ่มหยิบขนมขึ้นมาชิมแต่สายตายังคงจับจ้องชลธาร จนหญิงสาวต้องคอยหลบตาเป็นพัลวัน

      "จริงๆถ้ามีคนทานด้วยคงจะอร่อยกว่านี้นะ ว่าไหม"

      ชลธารได้ยินแล้วส่ายหน้าอมยิ้มจนแก้มแทบปริ ณรากรชอบพูดให้เธอเขินอายอยู่เรื่อย หลายครั้งที่หญิงสาวถูกหลอกให้เข้ามาในห้องทำงาน และณรากรก็ชอบฉวยโอกาสกอดบ้างหอมบ้าง หนักกว่านั้นคือจุมพิตจนหญิงสาวอ่อนระทวย ตั้งแต่ที่ทั้งสองเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกัน แม้จะยังไม่มีคำว่ารักออกจากปากทั้งเธอและเขา ณรากรก็มักแสดงความรู้สึกผ่านการกระทำมากขึ้น 

      "มานี่สิชล"

      "ไม่ค่ะ ชลต้องออกไปทำงานแล้วนะคะ"  
 
      ชลธารส่ายหน้าหวือ ใกล้ทีไรเสียเปรียบทุกที เรื่องอะไรจะไปล่ะ

      "คิดอะไรอยู่ ฉันจะให้มาดูงาน งานที่เพิ่งเอาเข้ามาส่งก่อนหน้านี้ไง หรือเธอคิดว่าฉันจะทำอะไร " ชายหนุ่มเลิกคิ้ว แล้วเอ่ยถามเสียงล้อเลียนในตอนท้าย

       "ก็.."

       "ก็อะไร ไม่เชื่อก็มาดูสิ"

       ณรากรลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินอ้อมมานั่งพิงขอบโต๊ะด้านหน้า ในมือหยิบแฟ้มงานที่ชลธารเอามาส่งก่อนหน้านั้นจริงๆ  ใบหน้าส่อแววสงสัย ทำให้ชลธารเริ่มลังเล หญิงสาวจึงค่อยๆลากเท้าเข้าไปหาชายหนุ่ม และสุดท้ายแม่กวางน้อยก็ไม่เคยทันเล่ห์เหลี่ยมราชสีห์

      "อุ้ย!"

      เมื่อชลธารเดินเข้ามาใกล้ในระยะช่วงแขน ณรากรจึงตวัดแขนเกี่ยวเอวคอดกระชากเล็กน้อยร่างบางก็เซถลาเข้าสู่อ้อมกอดเต็มรัก เท่านั้นยังไม่พอคนเจ้าเล่ห์ก็ฉวยโอกาสกดจมูกและริมฝีปากลงบนแก้มนวลฟอดใหญ่ คนตัวเล็กกว่าหมดโอกาสป้องกันตัว ทำได้แค่ตีมือไปที่อกแกร่งเบาๆทีสองทีแล้วส่งค้อนให้ชายหนุ่มเท่านั้น
 
     "หอม"

     "ปล่อยเลยค่ะ เดี๋ยวนี้เหลี่ยมเยอะเกินไปแล้วนะคะ"

     ต่อว่าและพยายามขืนตัวออก ด้วยกลัวว่าจะมีใครเข้ามาเห็นเข้าแล้วเขาจะมองไม่ดี แต่ณรากรหาได้สนใจเสียงต่อว่าและแรงขัดขืนอันน้อยนิดของหญิงสาวไม่ ชายหนุ่มเปิดรอยยิ้มชวนหลงไหลมาให้ชลธารได้เขินอายอยู่ตลอด ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่ตนทำสมควรหรือไม่สมควร รู้แค่ว่าอยากอยู่ชิดใกล้ผู้หญิงคนนี้คนเดียว



   


     **********************************
     

     

      

      




     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

83 ความคิดเห็น