เสน่หาซาตานร้อยเล่ห์ [ฉบับรีไรต์ 2015]

ตอนที่ 8 : ข้อตกลง (ฉบับปรับปรุง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5519
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    8 ส.ค. 58

แปดโมงเช้า พิมตะวันเบียดกายนุ่มนิ่มเข้าหาร่างหนาที่ทำหน้าที่เป็นหมอนข้างและผ้าห่มพิเศษ คีตภัทรตื่นได้สักพักแล้ว เขากำลังจ้องมองตุ๊กตาขี้เซาประหนึ่งจะซึมซับทุกรายละเอียดบนใบหน้าหวาน และสัมผัสนุ่มนิ่มที่เขานอนกอดมาทั้งคืน ถ้าหากวันนี้เขาพบน้องตะวันแล้วก็คงต้องปล่อยคนในอ้อมกอดนี้ไปจริงๆ

ทำไมหัวใจถึงรู้สึกหวิวๆ ชอบกลนะ!

อยากภาวนาให้พิมตะวันตรงหน้านี้เป็นตะวันคนเดียวกับที่เขาตามหา ถ้าเป็นอย่างนั้นเรื่องมันก็ง่ายนิดเดียว

“อืม” เสียงครางแผ่วเบาดังอยู่ในลำคอเมื่อคนตัวโตก้มลงจุมพิตปากอิ่มของตุ๊กตาของเขา คีตภัทรเผลอใจฉวยโอกาสกับเธออีกครั้ง ทุกอย่างที่รวมเป็นเธอทำให้เขารู้สึกหลงใหลเสน่หามากกว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยพบ สงสัยเขาคงจะแพ้มนตร์เสน่ห์แม่สาวตัวเล็กตรงหน้านี้แล้วสินะ

“อื้อ” คนตัวเล็กเปล่งเสียงตกใจเมื่อตื่นขึ้นแล้วเห็นว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาพไหน ร่างกายในอ้อมกอด ปากอิ่มถูกเขาครอบครองอย่างอ่อนโยน แถมเธอยังเคลิบเคลิ้มตอบโต้ประหนึ่งว่าอยู่ในความฝัน

นายโรคจิตฉวยโอกาสกับเธออีกแล้ว!

หญิงสาวผละจากร่างหนาทันทีที่รู้สึกตัว ผุดลุกขึ้นนั่งแล้วถอยออกมาให้ไกลจากเขาที่สุดจนแทบตกเตียง

“คุณ! คนฉวยโอกาส คนโรคจิต คุณแตะต้องฉันอีกทำไม” แม่สาวร่างบางตื่นขึ้นมาก็อาละวาดทันที คนที่ยังติดสัมผัสหอมหวนที่ปลายลิ้นเกาหัวแกรกๆ อย่างอับจนคำพูด และเมื่อพิมตะวันหลุบตาสำรวจเสื้อผ้าตัวเองก็ต้องกรีดร้องออกมาสุดเสียง

“กรี๊ด! คุณทำอะไรกับเสื้อผ้าฉัน คุณทำอะไรฉัน ทำอะไรฉันอีก” โวยวายเสียงดัง หมอนนุ่มใกล้มือลอยหวือมาปะทะหน้าหล่อของเขาอย่างจัง

“คนฉวยโอกาส คนไม่เป็นสุภาพบุรุษ คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ฮือ” สมองพานคิดไปถึงสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอบนเตียงแห่งนี้ หญิงสาวตีโพยตีพายซะจนอีกฝ่ายอยากแก้ต่างว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด แต่ต้องทำแข็งใจไว้ ให้เธอเข้าใจว่าเขาเลวแบบนี้ เวลาจากกัน เธอจะได้ไม่ต้องคิดถึงเขาอีกต่อไป แม้จะคิดถึงในแง่ร้ายก็ตาม

“ก็คุณหลับสนิท ผมทำอะไรคุณก็ไม่ยอมตื่น คนอะไรขี้เซาชะมัดเลย” คำพูดกำกวมจากชายหนุ่มดึงดูดโทรศัพท์ข้างเตียงให้ลอยหวือมาที่ศีรษะเขา ดีว่าเขาหลบทัน ไม่อย่างนั้นคงได้แผลเป็นของสมนาคุณจากแม่สาวตุ๊กตาตรงหน้านี้แน่

ถึงเธอจะตงิดใจว่าชุดชั้นในยังอยู่ที่เดิมของมัน มีเพียงชุดเดรสสีเนื้อที่ถูกถอดไป แทนที่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่โคร่งของเขา แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาล่วงเกินเธออีกแล้ว

“ฉันจะกลับบ้าน แล้วคราวนี้คุณก็ห้ามฉันไม่ได้ด้วย เอาชุดฉันคืนมานะ” พูดพลางคว้าหมอนของเขาเตรียมพร้อมไว้เป็นอาวุธ แต่ดันพลาดท่าถูกเขาดึงให้มานั่งอยู่บนตักเสียแทน

“ผมไม่คืนให้หรอก จะเก็บเอาไว้ดูต่างหน้า” เขายั่วเย้าพลางกอดร่างบางให้แน่นราวจะกลั่นแกล้งให้เธอเดือดดาล

“ขอร้องล่ะ คุณปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่มีอะไรจะให้คุณได้อีกแล้ว เลิกทำเหมือนฉันเป็นโสเภณีข้างถนนแบบนี้ได้ไหม” น้ำเสียงเธอจริงจังจนคนฟังใจกระตุกวูบกับคำว่าโสเภณีข้างถนน เขาไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยสักนิด

“ฉันสัญญาว่าจะไม่มาให้คุณเห็น ไม่ทำให้คุณรำคาญตา แล้วก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก คุณจะได้ไม่ต้องหงุดหงิดเพราะว่าฉันไปทำอะไรเกะกะลูกตาคุณ” พิมตะวันสรุปเอาเอง

อย่างที่เขาพูด ว่าเธอเที่ยวไว้ใจคนนั้นคนนี้ แล้วยังไปนั่งคุยกับพัตติยะเพื่อนของเขาอีก คงจะทำให้เขารำคาญตา ถ้าเธอไม่โผล่ไปให้เขาเห็นสักคนคงจะดี

ชายหนุ่มคลายอ้อมกอด อยากเถียงใจจะขาดว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น แต่คิดอีกที ถ้าเธอไม่มาเจอ สักวันเขาก็คงลืมเธอไปเอง แบบนี้คงจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย

“ก็ดี แล้วก็เลิกยุ่งกับไอ้พัตด้วย ไม่งั้นจะหาว่าผมไม่เตือน” คำพูดล้วนตรงข้ามกับหัวใจ การไม่ได้เห็นหน้าเธอเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากทำ แต่เมื่อไม่มีทางเลือก เพราะว่าน้องตะวันรอเขาอยู่ เขาจึงต้องปล่อยให้เรื่องมันเป็นไปแบบนี้

“ชุดคุณอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ผมส่งให้แม่บ้านซักเมื่อคืน เขาเพิ่งเอามาส่งเมื่อเช้านี้” เขาบอกพลางเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้เธอเห็นความเจ็บปวดในดวงตาเมื่อเธอพูดว่าจะไม่มาเจออีก

หญิงสาวขยับไปหยิบชุดของเธอแล้วเปลี่ยนมันในห้องน้ำ ก่อนจะสังเกตได้ว่าธนบัตรใบพันที่เธอแนบไว้ในช่องกระเป๋าด้านข้างหายไป แล้วเธอจะกลับคอนโดได้ยังไงเนี่ย ไม่อยากจะแบมือขอยืมเงินเขาอีกหรอกนะ เพราะถ้าทำอย่างนั้นเธอคงกลายเป็นโสเภณีหากินไปเต็มตัว!

ไม่นานพิมตะวันก็เดินออกจากห้องน้ำด้วยสีหน้าคิดไม่ตก โทรศัพท์ก็ไม่มี เงินก็ไม่มี คราวนี้จะทำอย่างไร

คีตภัทรยืนรอเธอที่กลางห้อง ร่างสูงเดินมาหาเมื่อเห็นสีหน้าเป็นกังวลของเธอ พลางยื่นโทรศัพท์และเงินหนึ่งพันบาทให้หญิงสาว

“นี่คุณเอาโทรศัพท์ฉันไปเหรอ แล้วเงินนี่ฉันไม่ต้องการ ฉันไม่ได้ขายตัว!” เธอบริภาษอย่างเดือดดาล

“โทรศัพท์นี่คุณลืมมันไว้ในห้องน้ำ ผมบังเอิญเก็บได้ แล้วเงินนี่ก็ของคุณ แม่บ้านเอามาคืน ไม่ใช่ของผมซะหน่อย” เขาอธิบายอย่างใจเย็น ตัดพ้อในใจว่าหญิงสาวคงไม่เคยเห็นเขาดีสักครั้งเลยสินะ

“และอีกอย่าง ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นโสเภณี เลิกกล่าวหาตัวเองอย่างนั้นเสียที”

พิมตะวันค้อนขวับ ไม่ยอมรับกับตัวเองว่ามองเขาผิดไป แต่รับของทั้งสองอย่างไว้ก่อนจะก้าวไปทางประตู

“เดี๋ยว” หญิงสาวหยุดกึกเมื่อเขารั้งไว้

จะมาไม้ไหนอีกล่ะทีนี้

“คุณไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมได้ไหม แค่ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย ถ้าต่อไปเราไม่เจอกันอีก อย่างน้อยผมก็จะได้จดจำว่าเคยรู้จักคุณ” เสียงเขานุ่มนวลแทบจะออดอ้อนจนใจคนฟังอ่อนยวบ หากแต่ยังเข้มแข็งพอที่จะปฏิเสธ

“ฉันไม่อยากทานข้าวกับคุณ แล้วก็ไม่อยากจำว่าเราเคยรู้จักกัน เพราะฉะนั้น ไม่ไปค่ะ”

“ถ้างั้นให้ผมไปส่ง ผมไม่ยอมให้คุณนั่งแท็กซี่คนเดียวในชุดแบบนี้หรอก” เขาบอกพลางใช้สายตาประกอบคำพูด ทำให้คนฟังร้อนวูบวาบเพราะสายตาที่โลมเลียของเขา

“ไม่ แท็กซี่ยังไว้ใจได้มากกว่าคุณเสียอีก” แม้ใจจริงจะกลัวอย่างที่เขาว่า แต่เขาก็ร้ายพอๆ กับแท็กซี่นั่นแหละ

“ถ้าไม่ให้ไปส่งผมก็จะขังคุณไว้ที่นี่ล่ะ ไม่ต้องกลับแล้ว” เขายื่นข้อเสนอ คนฟังทำหน้ามุ่ยไม่พอใจในความเอาแต่ใจของเขา

“ก็ได้ แล้วคุณจะไปทั้งชุดนี้เหรอ” พิมตะวันตัดรำคาญ กวาดตาสำรวจเสื้อผ้าชุดนอนของเขาตามคำพูด เสื้อยืดสีเทาพอดีตัวกับกางเกงนอนสีเข้มคงไม่เหมาะที่จะใส่ออกไปเดินเล่นข้างนอกสักเท่าไร

“อ้อ รอแป๊บนึงนะ เปลี่ยนชุดก่อน” เขาตอบพร้อมยิ้มกว้างดีใจที่เธอตอบรับ ถึงแม้จะได้มาด้วยการชักชวนกึ่งบังคับก็ตามที

 

รถของคีตภัทรแล่นเข้ามาจอดในบริเวณร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งระหว่างทางกลับคอนโดพิมตะวัน ทำเอาหญิงสาวเลิกคิ้วแปลกใจ

“ไหนคุณบอกว่าจะไปส่งฉันไง แล้วจอดที่นี่ทำไม”

“จอดร้านอาหารก็มาทานอาหารสิ” เขาเลิกคิ้วกวนอารมณ์ หญิงสาวนั่งนิ่งงอนป่องที่เขาไม่ทำตามคำพูดจนอีกฝ่ายอดแก้ตัวไม่ได้

“ผมไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน คุณก็คงไม่ได้กิน เพราะฉะนั้นเราแวะทานข้าวหน่อยเถอะ เดี๋ยวจะเป็นลมไปซะก่อน”

“คุณทานคนเดียวเถอะ ฉันไม่หิว อยากกลับแล้ว”

“คุณนี่ดื้อจังเลย ลงมาทานข้าวก่อน แล้วผมจะไปส่ง ถ้าคุณไม่ลงมา ผมได้กลับไปส่งคุณที่ห้องผมอีกแน่ๆ” ต้องใช้คำขู่บังคับอีกครั้งจึงได้ผล

คีตภัทรยื่นเสื้อสูทตัวใหญ่ของเขาให้เธอสวมเมื่อหญิงสาวอยู่ในชุดราตรีสีเนื้อซึ่งเขาไม่เห็นด้วยที่จะเดินออกสู่สาธารณชน พิมตะวันเบี่ยงตัวหลบไม่สนแม้แต่จะมอง เจ้าของเสื้อถอนหายใจให้กับคนหัวรั้นแล้วรีบลงจากรถมาเปิดประตูด้านที่เธอนั่ง

“จะใส่หรือไม่ใส่ ทำไมคุณถึงต้องทำให้ผมเหนื่อยด้วยนะ!” เสียงดุๆ ของเขาทำให้เธอจับกระแสความอันตรายได้ จึงผ่อนความรั้นแล้วยอมรับเสื้อมาสวม ก่อนจะเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย

ภัตตาคารอาหารไทยเรือนไม้ถูกตกแต่งด้วยพืชพรรณนานาชนิดให้ความรู้สึกร่มรื่นและอบอุ่น คีตภัทรเลือกมุมที่ยื่นไปในทะเลสาบ รับลมเย็นๆ เอื่อยๆ ให้ความโรแมนติกเป็นพิเศษ แม้แต่พิมตะวันยังอดชื่นชมการตกแต่งที่มีสไตล์ของเจ้าของร้านไม่ได้ บรรยากาศธรรมชาติแบบนี้ ทำให้เธอนึกถึงบ้านพักตากอากาศของบิดาที่เขาใหญ่ขึ้นมาดื้อๆ

“คุณสั่งอาหารให้หน่อยสิ ผมไม่ได้ทานอาหารไทยนานแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้อะไรอร่อยบ้าง” เขาเอ่ยขณะที่บริกรยื่นเมนูอาหารให้ หญิงสาวเลิกคิ้ว แต่ก็ยอมสั่งอาหารสามสี่อย่างให้

“ไม่ได้ทานอาหารไทยนาน คุณไปอยู่ที่ไหนมา?”

“ก็ไปหลายที่ แต่หลักๆ แล้วก็จะอยู่ที่อังกฤษ”

คำตอบของเขาทำเอาคนฟังตาโต อังกฤษเหรอ พี่พัตของเธอก็ไปอังกฤษ อย่างนี้เขาจะรู้จักพี่พัตไหมนะ เราควรจะถามรึเปล่าเนี่ย

พิมตะวันยืดตัวอย่างตื่นเต้น เวลานี้ใครพูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับพี่ชายต่างสายเลือด เธอเป็นต้องหูผึ่งอยู่ตลอด

“เอ่อ” หญิงสาวเปิดปากจะถามอยู่หลายรอบ แต่ก็เงียบไปซะทุกครั้ง คีตภัทรเห็นท่าทางแปลกๆ จึงถามด้วยความสงสัย

“ทำไมเหรอ คุณอยากไปอังกฤษหรือเปล่า ผมพาคุณไปเที่ยวได้นะ” เขาพูดเมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของเธอ

“เปล่า ก็แค่อยากรู้ว่าที่อังกฤษไม่มีอาหารไทยขายเหรอ” เธอเฉไฉ

“มีสิ แต่นานๆ กินที คุณพ่อไม่ค่อยชอบกินอาหารไทย เราก็เลยไม่ค่อยได้กิน”

“แล้วทำไมคุณถึงมีชื่อไทยล่ะ แถมพูดไทยชัดอีก” ตุ๊กตาหน้าหวานเอียงคอถามอย่างใคร่รู้ หากไม่รู้เลยว่าคนฟังมองอย่างเสน่หาในท่าทีน่ารักของเธอ

“ก็ผมเป็นคนไทยนี่ เพิ่งจะย้าย...” ไม่ทันพูดจบ บริกรก็ยกอาหารมาเสิร์ฟ ชายหนุ่มหยุดบทสนทนาแล้วหันมาสนใจกับอาหารที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วเย้าแทน

ต้มยำกระดูกอ่อน ผัดปลาดุกฟู ส้มตำและไก่ทอด!

ชายหนุ่มลืมบทสนทนาไปทันที เขาหันมายิ้มให้คนสั่งที่รู้ใจคนไม่ได้ทานอาหารไทยมานาน ส้มตำกับไก่ทอดคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ ติดตรงที่ว่าเขาไม่ได้กินเผ็ดมานานแล้ว ไม่รู้จะรับไหวหรือเปล่า

คีตภัทรตักส้มตำสีจัดตรงหน้ามาไว้ในจาน ไม่ลืมที่จะตักให้หญิงสาวด้วย เธอเพียงก้มหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ ไม่ยิ้มหรือพูดว่าอะไร แต่ในใจที่เริ่มอ่อนไหวของเธอบอกว่าผู้ชายตรงหน้านี้สุภาพอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าที่เธอเห็น

เป็นไปไม่ได้หรอก เขาก็แค่แสดง อีกเสียงในใจแย้งขึ้น สองเสียงตีกันในหัวให้วุ่นวาย พิมตะวันเผลอส่ายหัวสลัดความฟุ้งซ่านออกไป

“ทำไมล่ะ คุณไม่กินส้มตำเหรอ” เขาถามเมื่อเห็นหญิงสาวส่ายศีรษะดุ๊กดิ๊ก ขณะที่ใบหน้าหล่อก็เริ่มมีสีเมื่อกินส้มตำไปเพียงช้อนแรกเท่านั้น

“กิน...กินค่ะ” เธอละล่ำละลักเมื่อเห็นเขามองมาอย่างนึกขำ หน้าของเธอมันตลกมากหรือไงนะ ถึงได้มองแล้วขำ หญิงสาวตักอาหารที่เขาเสิร์ฟให้เข้าปากแก้เขินที่อีกฝ่ายเอาแต่มอง

คราวนี้เธอขำบ้างเมื่อใบหน้าหล่อเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมาแสดงอาการเผ็ดอย่างเห็นได้ชัด กว่าจะจบมื้อเขาก็เรียกรอยยิ้มขำปนสมน้ำหน้าของเธอไม่รู้กี่รอบ แต่คนตัวใหญ่ก็ยอมเผ็ดแลกกับรอยยิ้มของเธอ ที่เขาไม่รู้ว่าจะได้เห็นมันอีกเมื่อไร

จบมื้ออาหารที่เขาพึงพอใจแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะถ่วงเวลาเธอไว้ได้อีก คีตภัทรจำใจต้องไปส่งเธอตามที่ได้บอกไว้ตั้งแต่แรก

“จอดตรงนี้ค่ะ” พิมตะวันบอกเมื่อทั้งคู่มาถึงบริเวณใกล้กับคอนโดของอนาวิน หญิงสาวไม่ยอมให้เขาไปส่งถึงที่ เพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าเธออยู่ที่ไหนและอยู่กับใคร

ชายหนุ่มมองออกไปด้านนอก ป้ายหมู่บ้านจัดสรรตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ถัดออกไปมีคอนโดสองสามหลัง

“คุณอยู่หมู่บ้านนี้เหรอ ให้ผมไปส่งที่บ้านนะ” คีตภัทรถามแถมรบเร้าเอาใจ หญิงสาวเพียงส่ายหน้าปฏิเสธ

“ฉันเดินเข้าไปเองค่ะ คุณไม่ต้องเข้าไปหรอก” เธอตอบพลางถอดเสื้อคลุมส่งคืนให้เขา

“จะเดินเข้าไปทั้งชุดแบบนี้เนี่ยนะ” เขาอ้าง แต่คราวนี้พิมตะวันไม่สนคำพูดเขาอีกแล้ว คอนโดของอนาวินอยู่ข้างหน้า เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว คงจะไม่มีใครทำอะไรเธอตอนกลางวันแสกๆ หรอก

“เอ่อ ไปนะคะ” เธอบอกก่อนจะปลดล็อกเปิดประตู เดิมทีจะบอกว่าขอบคุณตามนิสัยนอบน้อมของเธอ แต่สำหรับเขาที่เอาตัวเธอมาแล้วฉวยโอกาสต่างๆ นานา ก็ไม่รู้จะขอบคุณเขาเพื่ออะไร เธอไม่จับเขาส่งตำรวจก็ดีเท่าไรแล้ว

คีตภัทรฉวยมือหญิงสาวไว้ได้ก่อนที่เธอจะก้าวลงจากรถ ในใจมีคำมากมายที่อยากพูด แต่ก็ต้องกลืนทุกคำลงคอไปเพราะน้องตะวันของเขาคนเดียว

“คุณ ดูแลตัวเองด้วยนะ ทานข้าวซะบ้าง ถ้าทานแบบเช้านี้ทุกวันคงจะผอมแย่เลย” เขาล่ำลาพลางฝากฝังอย่างเป็นห่วงเป็นใย เธอถอนมือออกช้าๆ พยายามกลั้นใจไม่ให้อ่อนไหวไปกับคำพูดของเขา

เจ้าของร่างบางลงจากรถมาหยุดยืนตรงหน้าหมู่บ้านที่เขาคิดว่าเป็นที่อยู่ของเธอ เขายังไม่ออกรถไปไหนเพราะมัวแต่จ้องเธออยู่ หญิงสาวจึงแกล้งเดินเข้าไปในหมู่บ้านให้ดูเหมือนกลับบ้านจริงๆ

คีตภัทรเคลื่อนรถไปข้างหน้าเมื่อเห็นเธอเดินเข้าไปแล้ว รู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้าย เขาต้องปล่อยเธอไป เธอเกือบจะทำให้เขาลืมน้องตะวัน หัวใจที่แต่ก่อนมีแต่น้องตะวันคนเดียวโดนเบียดพื้นที่ให้สาวน้อยร่างตุ๊กตาคนนี้ไปเต็มๆ เขาจอดรถข้างทางซึ่งเยื้องหน้าหมู่บ้านมานิดเดียว ใบหน้าหล่อหมอบลงกับพวงมาลัยรถ พยายามทำใจให้หายร้อนรุ่มเพราะการจากลา แล้วตั้งต้นออกตามหาน้องตะวันเสียที

ห้านาทีต่อมา ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ถอนหายใจแล้วเข้าเกียร์พร้อมจะออกเดินทาง หากแต่สายตาไปสะดุดกับหญิงสาวที่เดินมาข้างหลัง กระจกมองข้างอาจหลอกตาให้เขาเห็นเป็นภาพเธอ แต่เมื่อเอี้ยวตัวมองไปข้างหลังจริงๆ ก็พบว่าพิมตะวันคนที่เขาเพิ่งจะจากมา เดินก้มหน้าก้มตาผ่านรถเขาไปโดยไม่สังเกตเห็นเขาแม้แต่นิดเดียว

คีตภัทรมองดูทุกย่างก้าวของเธออย่างแปลกใจ ก็ไหนว่าอยู่หมู่บ้านนี้ แล้วออกมาเดินดุ่มๆ กลางแดดในชุดแบบนี้ได้อย่างไร

ความสงสัยของเขาได้รับคำตอบแทบจะทันทีเมื่อหญิงสาวเลี้ยวเข้าคอนโดที่ตั้งอยู่ถัดจากหมู่บ้านนี้ไปเพียงสองร้อยเมตร

เธอปิดบัง คงไม่อยากให้เขารู้ว่าอยู่ที่ไหน ดีที่เขายังไม่ไป ถึงรู้ว่าแท้จริงแล้วเธออยู่ที่คอนโดนี้เอง

ชายหนุ่มขับรถตามไปช้าๆ พอที่จะเห็นเธอเดินเข้าตัวตึก ห้ามใจตัวเองไม่ให้ตามเธอเข้าไป เธอยังไม่สมควรจะรู้หรอกว่าเขารู้ที่อยู่ที่แท้จริงของเธอแล้ว

คีตภัทรยิ้มกริ่ม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์โทรออกล่าสุดที่เธอใช้เครื่องของเขากดหาเบอร์ของตัวเองเมื่อคืน

ที่อยู่ก็รู้แล้ว เบอร์โทรก็มีแล้ว เราคงไม่จากกันง่ายๆ แบบนี้หรอก ยัยตุ๊กตาหน้าหวานของผม

 

“พิม!” อนาวินโผเข้ากอดรูมเมตอย่างลืมตัวเมื่อเปิดประตูให้แล้วเห็นว่าเป็นเธอที่กลับมา แล้วหนุ่มเจ้าของห้องก็ผละออกจากเธอทันทีที่นึกได้ว่าไม่ควรกอดเธอ

“ขอโทษที เราดีใจน่ะ พิมไปอยู่กับเพื่อนที่ไหน ทำไมไม่กลับห้องล่ะ ให้เราไปรับก็ได้ ไม่เห็นต้องไปนอนห้องใครเลย” อนาวินยิงคำถามเป็นชุด ในขณะที่พิมตะวันยังไม่เปิดปากพูดสักคำ

“ว่ายังไงนะ วินบอกว่าพิมไปนอนห้องเพื่อนเหรอ” หญิงสาวถามอย่างแปลกใจ ว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่ไหน

“ก็ใช่สิ” อนาวินเลิกคิ้ว “พิมเป็นคนส่งข้อความให้เราเองเมื่อคืน ลืมแล้วเหรอ”

ส่งข้อความ เมื่อคืน ในที่สุดก็ถึงบางอ้อ เมื่อนึกได้ว่าเมื่อคืนโทรศัพท์ของเธออยู่ที่เขา

“ใช่ เมื่อคืนพิม เอ่อ...เพื่อนพิมชวนไปฉลองน่ะ พิมก็เลยไป แล้วบังเอิญว่าได้โทรศัพท์คืน เลยส่งข้อความหาน่ะ” พิมตะวันแต่งเรื่อง เธอไม่อยากเล่าความจริงให้เขาฟังหรอกว่าเธอไปทำอะไรที่ไหน มันไม่น่าจดจำเลยสักนิด

“เราเป็นห่วงแทบแย่ วิ่งเข้าไปถามคนในห้องน้ำหญิงก็ไม่มีใครเห็นโทรศัพท์พิม แม่บ้านก็ไม่รู้ ก็เลยต้องกลับมาที่รถ เห็นประตูเปิดอยู่ก็ตกใจคิดว่าพิมถูกลักพาตัวไปซะอีก” เขาพูดกลั้วหัวเราะให้กับความฟุ้งซ่านของตัวเอง “เรานี่ฟุ้งซ่านเนอะ ลักพาตัวอะไรนั่นคงจะมีแต่ในละครเท่านั้นล่ะ ใครจะกล้าทำจริงๆ” คนพูดยิ้มขำตัวเอง หากแต่คนฟังหัวใจกระตุกวูบ

ใช่ ลักพาตัวคงจะมีแต่ในละครนั่นล่ะ แล้วบังเอิญว่าเธอก็หลุดไปอยู่ในละครตั้งหนึ่งคืน!’

“เอ้อ วันนี้เรามีเรียนตอนบ่ายจำได้ไหม พิมจะนอนก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวใกล้เที่ยงเราจะปลุก ตอนนี้พิมดูเหนื่อยจังเลย”

“วิน พิมว่าช่วงนี้พิมจะไม่ไปเรียนน่ะ กลัวลุงจะตามไปเจอ พิมยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้”

คนฟังถอนหายใจเมื่อเห็นสีหน้าสลดของคนพูด พิมตะวันผู้รักการเรียนยอมไม่ไปเรียน แสดงว่าเธอต้องเกลียดการถูกบังคับให้แต่งงานมากแน่ๆ

“เราเข้าใจ เอาเป็นว่าเราจะลาป่วยให้แล้วกัน ทำงานส่งเก็บคะแนนก็คงไม่มีปัญหาหรอก ปีนี้เรามีแต่วิชาที่ไม่เน้นชั่วโมงนี่นะ” เพื่อนประเสริฐปลอบใจ สร้างความปลาบปลื้มให้คนฟังเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเธอจะโชคร้ายกับเรื่องที่ผ่านมาช่วงสองสามวันนี้ แต่หญิงสาวก็ยังโชคดีที่มีเพื่อนดีอย่างอนาวิน

“ขอบใจวินมากเลย สำหรับทุกอย่าง ถ้าไม่มีวินพิมก็ไม่รู้จะไปพึ่งใครได้” คำขอบคุณหลุดออกจากปากจิ้มลิ้มอีกครั้ง ทั้งที่คนฟังย้ำว่าไม่ต้องขอบคุณเขาอีกแล้ว แต่เธอก็อดที่จะพูดมันไม่ได้

“ไม่เอาแล้ว ไม่ฟังพิมขอบคุณอีกแล้ว คราวนี้เราจะตั้งกฎว่าถ้าพิมพูดขอบคุณอีกเมื่อไร เราจะให้พิมทำอาหารเป็นการไถ่โทษ โอเค้?”

“งั้นพิมพูดขอบคุณวันละสามเวลา วินจะได้กินฝีมือพิมจนเบื่อไปเลย” หญิงสาวตอบกลับด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้น เรื่องทำอาหารเป็นสิ่งที่เธอถนัดอยู่แล้ว ถึงเขาจะไม่ตั้งเงื่อนไขนี้ เธอก็คิดจะทำอยู่แล้ว



***********************************************

เห็นข่าวลิขสิทธิ์ภาพ ปาริเลยต้องปรี่มาลบรูปอิมเมจรัวๆเลยข่าาาาา ไม่รู้เป็นอะไรยังไงบ้าง แต่ไล่ลบไปก่อนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเนอะ 5555 

สุขสันต์วันอ่านนิยายค่า (เอ๊ะ! 555)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

1,094 ความคิดเห็น

  1. #1094 namsak (@ratchaneekorn42) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 21:20
    อยาก อ่านอะ รอนะคะ รอๆๆๆ
    #1094
    0
  2. #1012 love-you-4ever (@chananthan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 20:09
    แบบนี้ก็หนีไม่รอดล่ะสิ
    #1012
    0
  3. #503 Chayada (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2553 / 00:13
    ถ้าไม่ไช่คนเดียวกัน ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าไห้ต้องเลือกไม่รู้คีย์จะเลือกใคร
    #503
    0
  4. #241 ชิมดุงกิ (@mintun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2553 / 14:56
    สงสารนี้มันนิยายรักเศร้าๆๆชัดๆๆ

    ชอบนางเอกกับพระเอกมากเลย
    #241
    0
  5. #208 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2553 / 15:43
    คุณคี จะเอาไงว่ามา ยึกยัก ไปมาเดี๋ยวก็อดหรอก
    #208
    0
  6. #177 ponpim (@ponpim) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2553 / 13:18

    จริงๆ ก็เหมือนจะชอบๆ กัน
    แต่เป็นเพราะเริ่มต้นไม่สวยเท่าไหร่

    กับอดีตที่น่าจะปล่อยไป เก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ น่าจะ OK
    แต่เพราะไม่ปล่อย ก็เลยต้องมาค้างๆ คาๆ กันอยู่อย่างนี้

    หรือจริงๆ อดีต เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีกำลังใจมาจนปัจจุบัน
    มันเลยเป็นเรื่องยากที่จำ ปล่อยไป

    สับสน (มั้ย?)

    วันนี้มาอ่านอีกตอน เมื่อวานสลบอีกรอบ 555
    สู้ๆๆ เรื่องนี้เครียดกว่าเรื่องที่แล้ว เห็นบ่นๆ ว่าแฟนพันธ์แท้หายไป
    ยังไงก็  พยายามเข้าน้า

    #177
    0
  7. #164 มิ้น (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 16:55
    อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่หากันไม่เจอ
    #164
    0
  8. #71 ~รตา~ (@tichila) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 / 00:02

    โธ่เอ้ย...
    ทำเป็นจะล่ำลา ที่แท้ก็ไปไหนไม่รอดหรอกนายคี อิอิ
    หลงเสน่ห์น้องพิมซะแระ ^^
    #71
    0
  9. #61 คุณเจ้ (@koonja-jaa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2553 / 17:44
    พระเอกเจ้าเล่ห์จริงเชียว
    #61
    0
  10. #53 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2553 / 11:02
    เจอกันแล้วแท้ๆแต่ไม่รู้น่าสงสารจัง
    #53
    0
  11. #52 ~รตา~ (@tichila) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2553 / 09:00

    เอาล่ะ...เข้าสู่โหมด "รักนะ...แต่ไม่แสดงออก" กันอีกคู่แล้ว อิอิ
    จะคอยดูว่าคุณคีจะใจร้ายกับน้องพิมได้มากแค่ไหน หึหึ

    สู้ๆ นะคะลี่ ^^

    #52
    0
  12. #50 chapu (@chapu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2553 / 00:40
    น่าสงสารหนูพิมจัง สงสารทั้งคู่แล้วกันนะ
    #50
    0
  13. #39 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 19:24
    มารอค่ะ
    #39
    0