Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 7 : ความสงบมาเยือน reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 ม.ค. 58

ตอนที่ 7

ความสงบที่มาเยือน

 

คำพูดของเธอทำให้ทุกคนยกเว้นนางฟ้าสาวต่างมีสีหน้าตกตะลึง ทันใดนั้นเองก็ผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่ากลุ่มของอสูรด้านนอก เดินเข้ามายืนอยู่ที่หน้าเส้นที่ลิลินขีดเอาไว้

แปะ แปะ แปะ

“สมแล้วที่เป็นจอมเวทอีเมเนีย แม้จะตายไปแล้วแต่ก็ยังสามารถฝากเวทมนตร์เอาไว้ในสิ่งของได้ด้วย”

ชายที่พูดอยู่นั้นคือลูกน้องคนหนึ่งของชาร์ล็อต เขาคือลายในชุดสูทสีแดงลายลูกน้ำ ที่มีนิสัยหยาบคายมากนั่นเอง จากนั้นเขาก็เผยร่างที่แท้จริงออกมา เสื้อสีแดงถูกกลืนจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย บนศีรษะทีเขาที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่าพันธุ์งอกออกมา บริเวณขาของเขาอย่างเป็นกลุ่มควันสีดำบางอย่างที่ไม่อาจมองทะลุได้

เชสมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตาไม่กะพริบ เขารู้ดีว่าการสร้างความทรงจำด้วยเวทมนตร์นั้นยากมาก แต่ถ้ามันเป็นความสามารถพิเศษของเผ่าพันธุ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยิ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถอาศัยช่วงเวลาที่อีกฝ่ายไม่อาจป้องกันตัวได้อย่างตอนนอนแล้ว การสร้างความทรงจำปลอมนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเกินความเป็นไปได้เลย

“เป็นเจ้านี่เองสินะ ที่สร้างความทรงจำปลอมให้ชาร์ล็อต เจ้าอสูรความฝัน”

 

“หึ ก็อาจารย์ของมันดันโง่ไม่รับคำเชิญของท่านอาร์มันนี่เองนี่หว่า แล้วการจะควบคุมใครสักคน จะมีอะไรเหมาะไปกว่าความแค้นและบุญคุณล่ะ จริงไหม”

อสูรความฝันหัวเราะในลำคอขณะที่ลอยไปมาอย่างยียวน ก่อนจะทำท่าสบายๆราวกับว่ามันไม่ใช่ความผิดอะไรของมันเลย

“การเอาหัวใจของคนอื่นมาย่ำยี เป็นเรื่องที่ผมรับไม่ได้จริงๆ”

เชสลุกขึ้นยืนก่อนจะล้วงเอาอาวุธของเขาออกมา มันคือปืนพกคู่สีดำที่ดูเป็นงานศิลปะมากกว่าอาวุธ และใช้มันชี้ไปทางอสูรความฝันที่แสยะยิ้มออกกว้าง

“ฮ่าฮ่าฮ่า...รับไม่ได้แล้วจะทำมะ...”

ปังปัง !!

“ก็จะทำแบบนี้ยังไงล่ะครับ”

ยังไม่ทันที่อสูรความฝันจะพูดจบใบหน้าของมันก็เป็นรูหลายรู จากกระสุนปืนที่เชสยิงเข้าใส่อย่างไม่ลังเล ปืนพกของเขามีควันมีเทาจางๆลอยออกมา ตอนนี้ปีศาจหนุ่มมีสีหน้าเอาจริงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่การโจมตีทางกายภาพแบบนี้ไม่อาจทำร้ายอสูรที่เกิดจากการรวมกลุ่มของควันได้ ไม่นานรูบนใบหน้าของอสูรความฝันก็ค่อยๆเล็กลงจนหายไป

“บังอาจนักน่ะ...พวกเราบุกเลย ต่อให้เป็นนางฟ้าปีกพิสุทธิ์ก็รับการโจมตีพร้อมกันทุกด้านไม่ได้หรอก”

อสูรความฝันกล่าวอย่างโมโห ก่อนจะตะโกนสั่งให้ลูกน้องของเขาข้ามเส้นที่ลิลินขีดเอาไว้พร้อมกัน โดยตัวเขาเองพุ่งเข้าไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่าเคียวยักษ์ของนางฟ้าสาวจะร้ายกาจสักเท่าไหร่ มันก็ใช้ไม่ได้ผลกับเขาอยู่ดี เมื่อเห็นหัวหน้าของพวกมันเข้าไปอย่างไม่กลัวเกรงแล้ว เหล่าอสูรที่รายล้อมอยู่ก็พุ่งตามเข้าไปทันที

“เชส พาทุกคนเข้าไปในโบสถ์”

ลิลินพูดกับปีศาจหนุ่มเสียงเรียบ ก่อนที่เธอจะสะบัดปีกของเธอไปด้านหน้า ก่อให้เกิดแรงลมที่พัดอสูรฝันจนแตกหายไปในพริบตา แม้ว่าเชสจะอยากสู้กับอสูรพวกนี้ด้วยก็ตาม แต่เขาคิดว่าทำตามที่เธอบอกจะดีกว่า ทำให้เขารีบพาชาร์ล็อต ซิสเตอร์เชอร์รี่ และวินดี้เข้าไปในโบสถ์ทันที

ซึ่งเมื่อเท้าของเชสก้าวเข้าไปด้านในแล้ว ลิลินก็กระแทกด้ามเคียวของเธอลงกับพื้น เพื่อสั่งให้เวทมนตร์ที่เธอร่ายเอาไว้ทำงาน เส้นที่เธอใช้เคียวขีดเอาไว้รอบโบสถ์นั้น แท้จริงแล้วคือวงเวทมนตร์ชั้นสูงที่เธอร่ายใส่เอาไว้

“บะ...บ้าน่า...รีบถอยเร็วเข้า”

อสูรความฝันที่รวมตัวใหม่อย่างช้าๆ ตกตะลึงกับเวทมนตร์ที่นางฟ้าสาวร่ายเอาไว้ในพริบตา แม้การโจมตีทางกายภาพจะไม่ได้ผลกับเขา แต่ถ้าเป็นเวทมนตร์ก็อีกเรื่องหนึ่ง

บนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มในยามราตรี เหมือนแต่ส่วนที่อยู่เหนือวงกลมนี้เท่านั้นที่เป็นกลางวัน แสงสีทองส่องลอดก้อนเมฆทึบลงมาสว่างจ้า ซึ่งแสงพวกนี้คือพลังแห่งแสงสว่างเข้มข้นที่ถูกกักเก็บเอาไว้ในปีกของนางฟ้าสาว พวกมันเข้ามาลูบไล้ทุกอย่างที่อยู่ภายในวงเวทย์และบริเวณรอบข้างอย่างรักใคร่

สำหรับโบสถ์แห่งนี้การได้อาบพลังงานแบบนี้นั้น เหมือนกับได้พรวิเศษจากนางฟ้าโดยตรงอันเป็นเหตุให้ทุกส่วนของมันเปล่งประกายสีขาวสว่างที่ดูน่าศรัทธาออกมา พื้นหญ้าที่มีแสงสีส่องไปถึงมีดอกไม้ป่าหลากสีบานขึ้นจากพลังชีวิตกันล้นเหลือ บรรดาต้นไม้ใหญ่ก็ต่างผลิดอกออกผลกันอย่างคึกคัก

 แต่กลับเผ่าพันธุ์ที่เกิดจากความมืดอย่างเผ่าอสูรแล้ว การได้อาบพลังแห่งแสงสว่างโดยตรงแบบนี้ เหมือนกับการอาบน้ำกรดอย่างแรงก็ไม่ปาน ส่วนที่บอบบางอย่างดวงตาถูกทำลายทันทีที่เห็นแสงสีขาว ร่างกายบึกบึนโดนเผาไหม้หายไปจนแม้แต่ซากก็ไม่เหลือ ส่วนอสูรฝันที่เกิดจากควันนั้นก็สลายจนกลายเป็นอากาศธาตุในพริบตา

“เอ่อ...โชคดีนะคะที่พวกเราเข้ามาทัน”

ชาร์ล็อตมองไปยังเวทมนตร์ของลิลินผ่านหน้าต่างของโบสถ์ด้วยความไม่เชื่อสายตาของตัวเอง แสงสว่างเมื่อกี้นี้มันไม่ใช้การแปลงพลังเวทมนตร์เป็นการโจมตีในรูปแบบแสง เพราะถ้าทำแบบนี้โบสถ์แห่งนี้คงพังไปแล้ว แต่มันคือการปล่อยพลังเวทมนตร์แห่งแสงสว่างออกมาปกคลุมพื้นที่นี้แบบดื้อๆ ซึ่งถ้าไม่มีพลังมหาศาลจริงๆไม่มีทางทำได้ขนาดนี้ แต่นี่สีหน้าของผู้ใช้เวทมนตร์กลับไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

“คุณลิลินไม่เป็นอะไร ใช่ไหมคะ”

ซิสเตอร์เชอร์รี่เข้ามาถามอาการของนางฟ้าสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างร้อนรน เนื่องจากเธอคิดว่าไม่ว่าสาวสวยจะเก่งสักเท่าไหร่ ก็ไม่น่าจะสู้กับสัตว์ประหลาดจำนวนมากที่รอบโบสถ์แห่งนี้อยู่ได้ ทว่าความจริงแล้วเธอกลับไม่เสียเหงื่อสักหยดด้วยซ้ำไป

“ทุกอย่างปกติดี แต่เรายังมีเรื่องต้องทำต่อ”

ลิลินตอบด้วยน้ำเสียงปกติของเธอ ที่ทำให้ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างสงสัยว่านั่นคืออะไร เป็นเชสที่รับหน้าที่ดูแลเธอเป็นคนถามขึ้น ก่อนจะต้องหงายหลังเพราะคำตอบสุดแสนซื่อของเธอ

“เอ่อ...คุณลิลินจะทำอะไรต่อเหรอครับ”

“ไปนอน ยังพักผ่อนไม่เพียงพอ”

 หลังจากเธอพูดจบแล้วเธอก็เดินกลับห้องและนอนหลับอย่างรวดเร็ว เป็นคนผลทุกคนได้แต่มองหน้ากันไปมา ก่อนจะเดินกลับไปนอนเช่นกัน โดยซิสเตอร์เชอร์รี่ได้ชวนให้ชาร์ล็อตได้พักผ่อนที่นี่ก่อน เรื่องหลังจากนี้ค่อยคุยกันในวันรุ่งขึ้น

 

เสียงของผู้คนจำนวนมากและความสับสนได้ปลุกชาร์ล็อตให้ขึ้นตื่นมา เมื่อคืนนี้เธอนอนคุยกับซิสเตอร์เชอร์รี่เรื่องอาจารย์ของเธอจนกระทั่งหลับไป ตอนนี้ภายในห้องนอนใหญ่ที่เคยมีเด็กผู้หญิงหลายคนนอนเรียงกันมีแต่ความว่างเปล่า เป็นเหตุให้เธอรีบลุกออกไปข้างนอกทันทีเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

แม่มดตัวน้อยมองอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นคนจำนวนมากเข้ามานั่งอยู่ภายในโบสถ์แห่งนี้จนครบทุกที่นั่ง บริเวณที่ว่างริมกำแพงก็มีผู้คนยืนอยู่เต็มไปหมด แม้แต่บริเวณด้านหน้าของโบสถ์ก็มีคนยืนออกันเป็นจำนวนมาก แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันอาทิตย์ก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไรการมีคนมาโบสถ์มากขนาดนี้ก็ดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เธอจับแขนเสื้อของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เดินผ่านเธอมาพอดี ก่อนจะรีบปล่อยเมื่อเห็นว่าเขาคือวินดี้

“นี่มัน...อะไรกันคะ อ้ะ !!!...ขอโทษค่ะ”

“เอ่อ...เป็นเพราะเวทมนตร์ของพี่ลิลินเมื่อคืนน่ะครับ

วินดี้ตอนด้วยสีหน้าจนใจ เพราะนางฟ้าสาวใช้เวทมนตร์ที่เปี่ยมไปด้วยแสงสีขนาดนั้น ทำให้ผู้คนในเมืองต่างแตกตื่นกันกับเหตุการณ์แสงสีขาวสว่างที่ส่องลงมาจากท้องฟ้า ที่เป็นเหตุให้ดอกไม้นานาชนิดและพืชผลนานาพันธุ์ที่ผลิดอกออกผลอย่างรวดเร็ว และตัวโบสถ์ที่เคยเป็นไม้สีขาวหม่นกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเปล่งแสงได้

จึงเป็นเหตุให้มีผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากต่างแห่กันมาเข้าร่วมพิธีในวันนี้ ซึ่งปกติแล้วแม้จะเป็นวันอาทิตย์ก็ตามแต่ก็มักจะไม่มีคนมายังโบสถ์แห่งนี้นัก กลับกลายเป็นมากันมืดฟ้ามัวดินจนซิสเตอร์และเด็กๆรับมือไม่ทัน โดยในมือของเด็กหนุ่มมีอุปกรณ์ในการทำพิธีที่เพิ่งไปซื้อมาเพิ่ม

ซึ่งนั้นทำให้ชาร์ล็อตที่รู้ตัวว่าทำไม่ดีกับโบสถ์แห่งนี้มาหลายครั้ง ต้องการที่จะช่วยงานในวันนี้

“ใช้เราช่วยงานด้วยนะ”

“ดะ...ได้ครับ แต่ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนดีกว่าครับ”

วินดี้ตอบด้วยใบหน้าแดงก่ำ เพราะตอนนี้สาวน้อยอยู่ตรงหน้าเขาในชุดนอนที่ค่อนข้างบางเบา ที่เมื่อยืนตรงบางเดินที่ค่อนข้างสว่างแล้ว คนตาดีอย่างเขาแม้จะไม่อยากมองก็ตาม แต่ยังเห็นเงาของร่างบางที่ทับกับชุดนอนของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

“ยะ...อย่ามองนะ !!!

ชาร์ล็อตเมื่อเห็นสถาพตัวเองก็วิ่งเข้าห้องไปด้วยสีหน้าเขินอาย ก่อนจะรีบเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดสีขาวที่เตรียมเอาไว้ให้คนช่วยงานใส่ที่อยู่ในตู้ เพราะชุดแม่มดของเธอคงไม่เหมาะอย่างมากที่จะใส่เดินไปมาในโบสถ์

เมื่อเดินก็มาก็เห็นเด็กหนุ่มผมสีฟ้ายืนรอเธออยู่ที่หน้าห้อง เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ก็อดหน้าแดงอีกรอบไม่ได้

“นะ...นายไม่เห็นอะไรใช่ไหม”

“ตะ...ตอนนี้พวกเราไปช่วยงานกันก่อนเถอะครับ เมื่อกี้ซิสเตอร์มาเร่งผมแล้ว”

เนื่องจากวินดี้ไม่อยากโกหกพอๆกับที่ไม่อยากโดนฟ้าผ่าตาย เขาจึงรีบเบี่ยงเบนความสนใจของสาวน้อยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินนำเธอไปยังส่วนทำพิธี ที่ทุกคนกำลังยุ่งกันอยู่

“นี้ นายยังไม่ได้ตอบเลยนะ...”

แม่มดน้อยเองก็ไม่ได้หลงกลง่ายๆ แม้เธอจะพอเดาออกจากสีหน้าและการกระทำของอีกฝ่ายก็ตามว่าคำตอบเป็นอย่างไร แต่ก็ยังเข้าข้างตัวเองอยู่ดีว่าเขาคงไม่เห็น ก่อนจะเดินตามเด็กหนุ่มไปยังส่วนทำพิธี ที่มีเก้าอี้ยาววางเรียงกันหลายแถว ภาพที่สะดุดตาเธอที่สุดคงเป็นเชสที่กำลังเข้าคุยกับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่

“ผมรบกวนให้คุณสละที่นั่งให้คุณผู้หญิงคนนี้ได้ไหมครับ”

เชสเข้าไปขอที่นั่งให้กับหญิงชราคนหนึ่ง ที่วินดี้จำได้ว่าเป็นคุณยายที่มักจะมาโบสถ์เป็นประจำทุกอาทิตย์ เนื่องจากที่นั่งไม่พอ จึงมีผู้เข้าร่วมพิธีบางส่วนต้องยืน

“เป็นภาพที่ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ”

ชาร์ล็อตเข้าไปคุยกับปีศาจหนุ่มที่อยู่ในชุดสีขวา ที่ทำให้ผิวสีซีดของเขาดูซีดขึ้นๆไปอีก ถ้าไม่บอกแล้วใครจะเชื่อว่าชายที่ยิ้มตลอดเวลาและเข้ามาช่วยงานในโบสถ์คนนี้ จะเป็นปีศาจตัวจริงเสียงจริงที่ดูไม่เหมือนปีศาจแม้แต่น้อย

ต่างจากสาวสวยในชุดสีขาว ที่เดินตามชายหนุ่มเหมือนเงาตามตัว โดยแม้เธอจะทำสีหน้าไร้อารมณ์ตลอดเวลาก็ตาม แต่ไม่ว่ามองมุมไหนก็เป็นนางฟ้าที่เดินอยู่บนดิน ทุกสายตาของคนที่เข้ามาร่วมงานต่างจับจ้องมาที่สาวสวยคนนี้ ต่างก็พากันคิดว่าเธอเป็นนางแบบหรือนักแสดงที่มาช่วยงานโบสถ์ด้วย ยิ่งทั้งสองคนเดินไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ยิ่งเป็นภาพที่ดูขัดแย้งมากขึ้น

“เชส เรียกคุณลิลินมาช่วยทางนี้หน่อย”

ซิสเตอร์เชอร์รี่ที่วันนี้วุ่นวายผิดปกติจากคนจำนวนมาก ที่แย่งกันมาขอเป็นผู้อุปถัมภ์โบสถ์ต่อ เดินเข้ามาบอกให้เชสพาลิลินไปช่วยทางด้านหน้าของแท่นพิธี เธอเองก็รู้ว่านางฟ้าสาวเป็นคนที่ไม่ค่อยปกตินัก ดังนั้นหน้าที่ที่ได้รับจึงเป็นแค่คนถือของเอาไว้เฉยๆ แต่นั้นก็เพียงพอต่อการเป็นจุดสนใจแล้ว

 

ในที่สุดวันอันแสนวุ่นวายก็จบลง โบสถ์แห่งนี้กลับมาสงบอีกครั้งหลังจากพิธีในวันนี้เสร็จสิ้น วันนี้อาหารเย็นดูพิเศษกว่าธรรมดามาก เพื่อตอบแทนทุกคนที่ทำงานกันจนเหนื่อย หลังจากที่เด็กๆเข้านอนกันหมดแล้ว ซิสเตอร์เชอรี่ วินดี้ ชาร์ล็อต เชส และลิลินก็มานั่งคุยกันในห้องโถงของโบสถ์

บนโต๊ะตัวยาวมีรูปของเผ่าพันธุ์จากภพอื่นหลายใบที่บลัดเอามาให้ โดยคนในรูปได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากในเมืองนี้และเมืองใกล้เคียง ทำให้ปีศาจหนุ่มคิดว่าอาจจะมีอะไรเชื่อมโยงระหว่างอาร์มันนี่และการหายตัวไปนี่ก็ได้

“ชาร์ล็อตเคยเห็นคนในภาพพวกนี้บ้างไหมครับ”

เชสถามแม่มดตัวน้อยที่ตัดสินใจไม่กลับไปที่องค์กรของอาร์มันนี่อีกแล้ว จากที่เธอเล่าให้ฟังว่าอาร์มันนี่มักจะให้เธอติดตามเขาไปเสมอ จึงคิดว่าน่าจะสามารถให้ข้อมูลที่ดีได้ ด้านชาร์ล็อตก็หยิบรูปมาดูด้วยความตั้งใจ ก่อนจะส่งรูปส่วนใหญ่ให้กับเชส แล้วจึงเริ่มอธิบาย

“คนที่อยู่ในรูป หนูเคยเห็นค่ะ เห็นอาร์มันนี่บอกว่าเป็นคนที่ติดหนี้คอลอสเซี่ยม เลยต้องถูกจับไปประมูลขาย เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ที่ก่อขึ้น”

ชาร์ล็อตอธิบายขณะขมวดคิ้วของเธอเข้าด้วยกัน เธอจำได้ดีท่าทางของคนเหล่านี้ขณะอยู่ในกรงขัง หรือแม้ตอนกำลังโดนนำไปประมูลขาย ทำให้เธอก้มหน้าและพูดด้วยความเศร้าไม่ได้ ความแค้นปลอมๆที่ถูกสร้างขึ้นทำให้เธอตัดสินใจพลาดไปมาก

“พวกเขาต่างก็ร้องขอความช่วยเหลือ และบอกว่าตัวเองโดนจับอยู่ค่ะ แต่ตอนนั้นชาร์ล็อต...ไม่เชื่อพวกเขา”

“ไม่ใช่ความผิดของหนูชาร์ล็อตหรอกจ้ะ คนที่ผิดคงเป็นอาร์มันนี่มากกว่า ที่เป็นคนทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้นได้”

ซิสเตอร์เชอรี่ที่นั่งข้างๆแม่มดน้อย เข้าไปกอดเพื่อปลอบใจคนข้างๆอย่างนิ่มนวล โดยเธอไม่ถือเรื่องที่ผ่านมาแม้แต่น้อย เพราะเธอรู้ว่าที่ชาร์ล็อตทำลงไปแบบนั้น เนื่องจากถูกอาร์มันนี่หลอกใช้อยู่

“นะ...หนูขอโทษนะคะ”

ยิ่งอีกฝ่ายไม่โกรธ ยิ่งที่ให้แม่มดน้อยรู้สึกผิดมากขึ้นจนต้องหลั่งน้ำตาออกมา ถึงเธอจะพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากเท่าไหร่ ก็ไม่อาจหนีความจริงที่ว่าเธอเป็นเด็กน้อยที่อายุแค่ 14 ปีเท่านั้นไปไม่ได้ ทำให้ซิสเตอร์กอดเธอแน่นมากกว่าเดิมและลูบผมของสาวน้อยอย่างอ่อนโยน

โดยนอกจากวินดี้ที่มองซิสเตอร์กับชาร์ล็อตด้วยรอยยิ้มแล้ว ยังมีลิลินที่มองการกระทำของทั้งสองคนด้วยความสงสัย ตอนนี้เธอพอรู้แล้วว่าสีหน้าที่ชาร์ล็อตทำนั้น มันเป็นสีหน้าที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เรียกว่าการยิ้มเวลาที่มีความสุข แต่เธอไม่เข้าใจการกระทำของซิสเตอร์เชอรี่เลยแม้แต่น้อย ว่าการทำแบบนั้นไปทำไม

ก่อนจะพิจารณาว่าบางทีการสัมผัสทางกาย อาจจะเป็นอีกวิธีที่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขก็ได้ เพราะตอนที่เธอมีความสุขครั้งแรกก็เป็นตอนที่เฟร่าเข้ามาสัมผัสกับเธอเช่นกัน

“น่าเศร้าจริงๆนะครับ เมื่อคิดว่ามีคนทำกับเผ่าพันธุ์จากภพอื่นเหมือนสิ่งของแบบนี้”

เชสหลุบตาลงต่ำด้วยความเศร้า มีบางคนในรูปที่เขาเคยกินข้าวเย็นด้วยกันด้วยซ้ำ เมื่อคิดว่าคนเหล่านี้โดยจับตัวไปขายแล้วก็อดเสียใจแทนไม่ได้ แล้วตอนนั้นเองเขาก็ได้กลิ่นหอมอันคุ้นเคยลอยมาเข้าจมูกของเขา เมื่อหันไปก็เห็นนางฟ้าสาวเข้ามาใกล้ราวกับพยายามทำอะไรสักอย่าง ทำให้เขาสะดุ้งสุดตัวและเลิกทำหน้าเศร้าทันที ซึ่งนั่นทำให้ลิลินถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากเชสแล้วไม่มีใครที่เห็นเหตุการณ์นี้เลย

“แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อครับ แบบนี้โบสถ์ต้องลำบากแน่ ถ้าพวกเขามาก่อกวนอีกจะทำยังไง”

วินดี้ขมวดคิ้วของเขาเข้าด้วยกันขณะทำหน้าเศร้า เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่รามือง่ายๆ การที่ตอนนี้พวกเขายังปลอดภัยดีอยู่นั้น เป็นเพราะตอนนี้ลิลินกับเชสอยู่กับพวกเขาด้วย ซึ่งเด็กหนุ่มรู้ดีว่าพวกเขาคงไม่อยู่ไปตลอดแน่ ด้านเชสเองก็คิดเหมือนกัน ซึ่งนั่นทำให้เขามองไปทางนางฟ้าสาวที่นั่งอยู่ข้างๆเขา

“คุณลิลิน ผมขอจัดการองค์กรของอาร์มันนี่ก่อนได้ไหมครับ เขาเป็นอันตรายกับทุกคนมากเกินไป”

“เข้าใจแล้ว คนกลุ่มนั้นทำร้ายคนอื่นก่อน เป็นกลุ่มที่ไม่ดี เราจะไปจัดการด้วย”

นอกจากนางฟ้าสาวจะอนุญาตให้ปีศาจหนุ่มทำแล้ว เธอยังต้องการเข้าร่วมภารกิจนี้อีกด้วย เนื่องจากเพื่อความปลอดภัยของโบสถ์แห่งนี้ โดยเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่านี่เป็นภารกิจต่อเนื่องจากครั้งไปคอลอสเซี่ยม ที่ช่วยให้โบสถ์แห่งนี้ปลอดภัย เมื่อมีอันตรายครั้งใหม่มาในเวลาไล่เลี่ยกัน เธอก็ต้องช่วยอีกครั้งเช่นกัน

“ผมเองก็ขอไปด้วยคนครับ อาจจะไม่มากแต่ก็น่าจะช่วยอะไรได้”

วินดี้ยกมือขึ้นสูง เขารู้ดีว่าถึงจะแก้แค้นอาร์มันนี่ไปก็ไม่อาจทำให้พ่อของเขาฟื้นคืนชีพมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ขอเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายองค์กรที่ฆ่าพ่อของเขา เพื่อให้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ในอนาคตอีก แน่นอนว่าแม่มดตัวน้อยเองก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆเช่นกัน

“เรารู้จักเส้นทางภายในนั้นดี ให้เรานำทางให้นะคะ”

ชาร์ล็อตอาสานำทางทุกคนไปยังฐานใหญ่ขององค์กร เธอต้องการไปถามอาร์มันนี่ด้วยตัวเองถึงสาเหตุที่โกหกเธอตลอดมา ซึ่งถ้าคำตอบที่ได้ไม่น่าพอใจล่ะก็ เธอก็พร้อมที่จะสั่งสอนอีกฝ่ายให้รู้สำนึก

 

“เด็กๆรอที่นี่ดีกว่า มันน่าจะอันตรายมากกว่าคราวที่แล้วเยอะนะคะ”

ซิสเตอร์ขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เนื่องจากคราวนี้สถานที่ไปน่าจะอันตรายกว่าครั้งที่แล้วมาก ทำให้เธอเป็นห่วงเด็กน้อยทั้งสองคนเหลือเกิน แต่เหตุผลของทั้งสองคนที่ต่างก็เกี่ยวพันกับคนที่เคารพแล้ว ไม่ว่าจะห้ามยังไงก็น่าจะไม่ได้ผลแน่นอน ทำให้เธอมองไปทางลิลินที่กำลังมองกลับมา

“คุณลิลิน ซิสเตอร์ของฝากทั้งสองคนด้วยได้ไหมคะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ เราจะดูแลทั้งสองคนให้เอง”

นางฟ้าสาวพยักหน้าเบาๆ ซึ่งนั่นก็เป็นเหมือนเครื่องรับประกันแล้ว ว่าทั้งชาร์ล็อตและวินดี้จะปลอดภัยกลับมาแน่นอน ทำให้ความกังวลของซิสเตอร์ลดลงไปมาก เพราะเธอเห็นกับตาแล้วว่าลิลินนั้นเป็นคนที่เก่งมาก

 

“อ่า...ข้าบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ต้องเรียกใช้บริการอีก โธ่โว้ย...คุ้มไหมเนี่ยไปถึงรังพวกมันแบบนี้”

บลัดคนขับแท็กซี่สายพันธุ์ปีศาจแวมไพร์ ส่ายหัวไปมากับลูกค้าประจำของเขา ที่พักหลังมานี้หาเรื่องเสี่ยงตายให้เขาได้ตลอดเวลา แค่มีนางฟ้าระดับสูงอันเป็นเผ่าที่ได้ชื่อว่าสังหารเผ่าพันธุ์จากความมืดทันทีที่เห็นนั่งมาด้วย ก็ทำให้เขารู้สึกถึงความตายที่เข้ามาคลอเคลียอย่างรักใคร่แล้ว

นี่ยังบอกให้เขาขับรถไปที่ไหนก็ไม่รู้ โดยคุยกันในเรื่องที่เขาไม่ควรจะได้ยินอีก จริงๆก็แปลกใจตั้งแต่ที่เชสให้หารูปคนที่หายไปให้แล้ว ไม่คิดเลยว่าจะให้พาไปยังกองบัญชาการขององค์กรนั้นแบบนี้ แม้ว่าเขาจะไม่ชอบการกระทำขององค์กรนี้ก็ตาม แต่จะให้ไปพัวพันด้วยแบบนี้ก็ดูเสี่ยงตายเกินไปหน่อย

“แหม...ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ไม่ถึงตายหรอก”

เชสที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ ยิ้มอย่างอบอุ่นให้กับเพื่อนของเขาที่โวยวายมาตลอดทางไม่มีหยุด ในตอนแรกลิลินเสนอว่าจะควรเดินทางด้วยปีกของเธอ ที่จะทำให้ถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว แต่เขาคิดว่าไม่เหมาะเพราะติดกฎของเผ่าพันธุ์จากต่างภพ ที่ว่าด้วยการปกปิดการคงอยู่ของพวกเขาต่อพวกมนุษย์

“เลี้ยวซ้ายเข้าไปในถูเขาลูกนี้แหละค่ะ”

ชาล็อตชี้ไปยังประตูรั้วขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาขนาดเล็กสองลูก ที่ถูกใช้แทนเครื่องประดับประตูได้อย่างอลังการ เบื้องหลังของประตูเป็นถนนที่ต่อไปยังชายหาดยาวแห่งหนึ่ง ที่ปลายสุดของชายหาดเป็นกลุ่มของสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่หลายหลัง

“โห...ตึกใหญ่จังเลยนะครับ แบบนี้ต้องมีคนอยู่เยอะแน่ๆเลย”

วินดี้พูดด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นกลุ่มตึกข้างหน้า ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องมีศัตรูจำนวนมากอยู่แน่นอน ซึ่งความเป็นจริงนี้เองที่ทำให้คนขับแท็กซี่แทบเลี้ยวรถขับในทันที เพราะกลัวว่าตัวเองจะโดนหมายหัวไปด้วย ตอนนั้นเองนางฟ้าสาวก็เปล่งพลังเวทมนตร์ของเธอออกมา จนบลัดตะโกนด้วยความตกใจเนื่องจากคิดว่าเธอรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

“ยะยะยะ...อย่าครับ ผมไม่หนีแล้ว ผมมีลูกสองเมียอีกสี่ต้องดูแลอีก”

“มีการโจมตีด้วยเวทมนตร์กำลังมา”

ลิลินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ชวนคิดไปว่าลูกไฟที่ลอยเด่นท่ามกลางความมืดนั้น เป็นแค่ต้นไม้ริมทางธรรมดา แต่คนอื่นในรถโดยเฉพาะคนขับผู้ขี้ขลาด กำลังดิ้นราวกับโดนไฟเผาอยู่แล้ว ก่อนจะแทบสลบกับการกระทำต่อไปขอนางฟ้าสาว

ควับ !!!

เสียงของขนาดใหญ่บางอย่างเคลื่อนไหวแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง ก่อนที่สายลมจะพัดเข้ามาในรถคันนี้ได้ เป็นเพราะหลังคาของมันเจอเคียวขนาดใหญ่ในมือของลิลินตัดออกไปแล้ว เป็นเหตุให้รถแท็กซี่คันนี้กลายเป็นรถเปิดประทุนในทันที เสียงของหลังคาที่หล่นกระแทกพื้นนั้นราวกับเสียงตัวใจที่แตกสลายของเจ้าของมันไปด้วย

“ไม่น้า~~~~”

“ดีกว่าตายไม่ใช่เหรอครับ แต่...เอ่อ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นใจคุณนะ”

เชสขมวดคิ้วของเขาเข้าด้วยกันกับการกระทำของสาวสวยในความรับผิดชอบของเขา แต่ก็จะโทษเธออย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะการใช้เวทมนตร์ออกมาจากในรถคงไม่สะดวกนัก ได้แต่คิดว่าคงต้องจ่ายค่าเสียหายให้เพื่อนของเขาแทน ก่อนจะลุกขึ้นใช้ปืนพกของเขาในการยิงสกัดการโจมตีของศัตรู เช่นเดียวกับชาร์ล็อตที่ยิงสายฟ้าขึ้นฟ้าเช่นเดียวกัน

“แต่ใหญ่แบบนี้ไม่ไหวหรอกค่ะ สงสัยอาร์มันนี่จะเตรียมรับมือพวกเราเอาไว้อยู่แล้ว”

แม่มดน้อยมองการโจมตีของศัตรูด้วยความกังวล ถึงลูกไฟของศัตรูจะมีแค่ลูกเดียวก็ตาม แต่มันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนใหญ่กว่ารถคันนี้แล้ว และไม่ว่าสายฟ้าของเธอหรือกระสุนของเชสก็ไม่อาจทำลายมันได้เลย แสดงว่าผู้ใช้ต้องมีพลังเวทมนตร์มากพอสมควรถึงปล่อยลูกไฟระดับสูงแบบนี้ได้ ซึ่งน่าจะถูกจ้างมาเพื่อรับมือพวกเธอโดยเฉพาะ

ตอนนั้นเองก็มีลำแสงสีขาวขนาดเล็กพุ่งเข้าใส่ลูกไฟลูกใหญ่ ไม่น่าเชื่อว่ามันสามารถทะลุผ่านลูกไฟนั้นและทำให้มันระเบิดกลางอากาศไปในทันที คนที่ใช้เวทมนตร์นี้ไม่ใช่ใครนั่นคือลิลินที่ปล่อยแสงออกจากนิ้วชี้ของเธอ

“ค้นพบเป้าหมาย เริ่มการทำลายทันที”

นางฟ้าสาวพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจับใจ เคียวขนาดใหญ่เปล่งแสงขึ้นก่อนจะกลายเป็นคทาเวทมนตร์อันใหญ่ ที่มีลักษณะเหมือนปีกนางฟ้าสีขาวลายทองที่แผ่ออกไปทั้งสองข้าง ลูกแก้วที่ติดอยู่ตรงปล่อยแสงสีขาวออกมาสว่างจ้า พลังเวทมนตร์จำนวนมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมารวมกันเป็นลูกบอลสีขาวขนาดใหญ่ ที่ใหญ่กว่าลูกไฟเมื่อสักครู่เกือบ 2 เท่า

“เอ่อ...คุณลิลินใจเย็นๆครับ ในนั้นอาจจะมีคนดีถูกจับเอาไว้ก็ได้ อย่าเพิ่งใช้เวทมนตร์ออกไปนะครับ”

เชสหน้าซีดลงกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อเห็นเวทมนตร์ของอีกฝ่ายที่ถ้าปล่อยออกไปแล้ว เกรงว่าสิ่งปลูกสร้างของศัตรูจะถูกถล่มในครั้งเดียวอย่างง่ายดาย จุดประสงค์ครั้งนี้นอกจากการมาจัดการองค์กรแล้ว ยังมาช่วยเผ่าพันธุ์จากต่างภพที่ถูกจับอยู่ด้วย

“ชะ...ใช่คะ เราต้องไปเอาเอกสารว่ามีมนุษย์คนไหนได้ประมูลคนที่หายไปไปบ้าง จะได้ให้องค์กรของเราตามตัวถูก ถ้าใช้เวทมนตร์แบบนั้นเอกสารก็โดนทำลายหมดสิคะ ใจเย็นๆนะคะ”

ชาร์ล็อตพยักหน้าถี่ๆขณะทำท่าให้นางฟ้าสาวนั่งลง ตอนแรกที่วินดี้เล่าเรื่องลิลินให้ฟังว่าสาวสวยคนนี้เป็นคนที่ค่อนข้างประหลาดนั้นเธอไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่เมื่อเห็นเข้ากับตาตัวเองเธอก็เชื่อหมดใจแล้ว ดีที่อีกฝ่ายเชื่อฟังเป็นอย่างดีและยอมสลายเวทมนตร์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว

“เข้าใจแล้ว เปลี่ยนเป็นภารกิจแทรกซึม”

ลิลินเก็บพลังก่อนจะนั่งลง ตอนแรกเธอตีความคำว่าจัดการของเชสเป็นภารกิจ “ค้นหาและทำลาย” แต่หลังจากที่ทั้งเชสและชาร์ช็อตอธิบายมา คงเป็นภารกิจแทรกซึมที่ต้องเข้าไปหาศัตรูโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว ตามที่เขียนเอาไว้ในหนังสือว่าด้วยยุทธวิธีการเข้าโจมตี โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ศัตรูทั้งฐานรู้กันหมดแล้วว่าพวกเขากำลังโดนบุก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #147 qazz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 07:59
    ยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #147
    0
  2. #110 minhai_m* (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 15:02
    ลิลินโครตเก่งงงงง
    #110
    0
  3. #102 maruchan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2555 / 21:25
    ลิลินสุดยอดดดดดดด
    #102
    0
  4. #93 vVeb 'HaZard (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กันยายน 2555 / 20:35
    ไรเตอร์ฮ้าบบ แต่งเมอบี้จบแล้วมาต่อเรื่องนี้ดวยนะฮ้าบบ มันหยด - -+

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 กันยายน 2555 / 20:35
    #93
    0
  5. #81 Litter boy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2555 / 17:11
    มันหยดครับ
    #81
    0
  6. #76 เอกเองครับ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 / 18:47
    แสดงฝีมือมาก เดี๋ยวก็ความแตกหรอก หุหุ
    #76
    0
  7. #75 logan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2555 / 17:14
    สนุกมาก
    #75
    0
  8. #74 logan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2555 / 19:01
    ชอบลิลินจังเลย>_<
    #74
    0
  9. #73 ChoBitS (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2555 / 18:47
    อัพด่วนค่ะไรเตอร์

    กำลังลุ้นเลยยยย
    #73
    0
  10. #71 logan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2555 / 12:41
    อัพ อัพ
    #71
    0