Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 61 : ราชาอสูรซีลอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    27 ม.ค. 58

บทที่ 8

ราชาอสูรซีลอน

 

ด้านของซีลอนที่กำลังบินไปยังปราสาทนีเธอร์ เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของลิลิมุที่ปรากฏขึ้นมาในก้นหุบเขาที่อยู่เมื่อสักครู่ก็รู้สึกเบาใจลง และตั้งสมาธิให้ตัวเองบินไปยังเป้าหมายให้เร็วที่สุด ด้วยความสามารถของเธอไม่น่าจะมีอะไรทำอันตรายเธอได้ ที่น่าเป็นห่วงคงเป็นตัวเขาเองที่พลังลดลงอย่างต่อเนื่องมากกว่า

ในขณะที่เขากำลังจะบินถึงกำแพงเมืองนีเธอร์นั่นเอง กองโจรจำนวนมากก็ปรากฏตัวขึ้นบนกำแพง อาวุธในมือของพวกเขาคือธนูขนาดใหญ่ที่ขึ้นสายจนตึงกำลังเล็งมาทางเขา ในวินาทีต่อมาลูกศรนับร้อยก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“แย่แล้ว...”

นั่นทำให้ซีลอนเบิกตากว้าง เพราะตอนนี้รอบๆไม่มีที่ที่ใช้เป็นที่กำบังได้เลย จนอดคิดไม่ได้ว่าพวกโจรคงรอให้เขาเข้าไปใกล้แล้วจึงเริ่มยิงธนูใส่ เทพหนุ่มจึงใช้พลังสีแดงสร้างเป็นโล่เล็กๆขึ้นมา ก่อนจะทำให้ปีกลู่ไปด้านหลังเพื่อลดพื้นที่ให้เหลือน้อยที่สุด

ทันทีที่ลูกศรปะทะกับโล่สีแดงมันก็สลายกลายเป็นฝุ่นในพริบตา แต่ด้วยพลังที่มีจำกัดทำให้มันมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ เทพหนุ่มจึงต้องหาทางออกโดยเร็วที่สุด และในเวลานั้นเองทุกอย่างก็แย่ลงไปอีก

ฉึก !!

ธนู 3 ดอกกระจายปักลงบนปีกทั้งสองข้างของซีลอน ที่ทำให้ความเร็วของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปถ้าไม่ตายก็คงโดนจับตัวได้แน่

“ผมจะตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด”

ซีลอนผืนความเจ็บให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะผืนเร่งพลังของเขาขึ้นและใช้พลังทั้งหมดมาห่อหุ้มที่มือทั้งสองข้างเอาไว้ และเมื่อโล่สีแดงหายไปปีกของเขาก็โดนลูกธนูอีกหลายดอก แม้แต่ต้นแขนเองก็มีธนูปักอยู่อีกดอกเช่นกัน ทางรอดที่เขาพอคิดออกในเวลานี้มีแค่ทางเดียว

เทพหนุ่มแทงมือของเขาลงบนพื้นหินและตัดผ่านมันไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดันร่างที่เต็มไปด้วยเลือดสีทองลงไปใต้ดิน ด้วยพลังของเขาที่สามารถตัดผ่านทุกอย่างได้ การใช้มันเจาะชั้นหินลงไปแม้จะเปลืองพลังเวทมนตร์มากก็ตาม แต่ก็มีโอกาสรอดมากกว่าอยู่ในดงลูกธนูแบบนั้น

 

“ซีลอน...พี่วินดี้ พี่ชาร์ล็อต พลังของซีลอนเขา...”

ลิลิมุในร่างมืดที่สัมผัสได้ว่าพลังของเทพหนุ่มเข้มขึ้นกะทันหัน ที่เป็นเครื่องหมายว่าเขาใช้พลังเวทมนตร์มากๆในคราวเดียวพูดขึ้นด้วยความตกใจ สถานการณ์ฝั่งของเธอไม่ดีนักเพราะเธอเลือกที่จะไม่ฆ่าอสูรเหล่านี้จึงเสียเวลาค่อนข้างมาก

“น้องลิลิมุใจเย็นๆไว้ ซีลอนกำลังเข้าใกล้ปราสาทนีเธอร์แล้ว ถ้าเราไปที่นั่นต้องได้เจอแน่ค่ะ”

ชาร์ล็อตที่ยิงเวทมนตร์สายฟ้าไม่หยุดพยายามปลอบลิลิมุ ถึงเธอจะมีประสาทสัมผัสเวทมนตร์ไม่ดีเท่าลิลิมุ แต่ก็พอจับทิศทางได้ว่าซีลอนกำลังเข้าใกล้เป้าหมายไปเรื่อยๆ โดยการเคลื่อนที่ผ่านเงาของลิลิมุนั้นจะไปได้แต่ที่ที่เธอเคยเห็นเท่านั้น นอกจากนี้ยิ่งเธอเคลื่อนของที่มีขนาดใหญ่ หรือเคลื่อนที่ไปไกลเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องใช้เวลาและพลังเวทมนตร์มากเป็นทวีคูณ

ดังนั้นแล้วในหุบเขาที่เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกแบบนี้คงไม่สามารถใช้การเคลื่อนผ่านเงาได้อีก ทางเดียวที่จะไปได้คือต้องเดินลัดเลาะไปจนกว่าจะถึงเมืองเท่านั้น โดยแม่มดสาวคิดว่าถ้าพวกกองโจรนี้ขนแท่งเหล็กแบบนั้นมาได้ แม้จะไม่มีทางเขียนเอาไว้บนแผนที่ก็ตาม แต่มันต้องมีทางเดินต่อไปยังเมืองอย่างแน่นอน

“วินดี้ โกโก้เป็นยังไงบ้าง”

“อีกเดี๋ยวน่าจะวิ่งได้แล้ว”

วินดี้ตอบขณะที่กำลังเอาน้ำป้อนให้พาหนะของพวกเขา ถ้าหากไม่เจอหน้าผาสูงแบบนั้นโกโก้คงไม่โทรมแบบนี้แน่

“เข้าใจแล้ว น้องลิลิมุ จับหัวหน้าของพวกมันมาถามทางไปเมืองดีกว่าค่ะ”

ชาร์ล็อตพยักหน้าถี่ๆ ก่อนจะหันมาพูดกับลิลิมุพยักหน้ารับคำและพุ่งไปด้านหน้าทันที เมื่อครู่นี้แม่มดสาวยิงเวทมนตร์ไม่หยุดอยู่คนเดียวเพื่อให้วินดี้ได้มีเวลาดูแลโกโก้ ในขณะเดียวกันเพื่อให้ลิลิมุรวบรวมพลังแห่งความมืดด้วย

“เอาล่ะ...อย่ามาขวางเรานะ !!!

ลิลิมุพูดเสียงดังขณะที่ปีกของเธอกางออกกว้างและปล่อยพลังเวทมนตร์ให้ไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ก่อนที่พวกมันจะไปหมุนวนรอบใบเคียวจนเหมือนมีพายุสีดำล้อมรอบเอาไว้ จนเหล่าอสูรที่มาขวางต่างหน้าซีดกันหมดในขณะที่เธอปักเคียวลงกับพื้นอย่างแรง

พลังแห่งความมืดมหาศาลที่ย้อมพื้นให้กลายเป็นสีดำสนิทแผ่ขยายออกอย่างรวดเร็ว โดยมันดึงให้ทุกสิ่งที่อยู่ในบริเวณสีดำให้จมลงกับพื้น จากนั้นเธอก็ปล่อยมือและบินไปคว้าตัวอสูรที่ออกแรงขัดขืนมากที่สุดออกมา แล้วหมุนตัวโยนต่อไปให้วินดี้ที่หันกลับมาชกเข้าที่ท้องของอสูรตัวนั้นกลางอากาศ ก่อนจะจับมัดอย่างรวดเร็ว

“ที่เหลือก็พวกที่บินได้สินะ”

สาวน้อยบินกลับไปดึงเคียวของเธอออกจากพื้นที่ทำให้พลังของเธอหายไปด้วย โดยอสูรบนพื้นทั้งหมดต่างก็โดนฝังอยู่กับพื้นจนระดับคอ พวกเขาจึงไม่เป็นอันตรายอีกต่อไป เหลือเพียงแต่อสูรค้าวคาวไร้สติปัญญาจำนวนมากที่ตามพวกเธอออกมาจากถ้ำเท่านั้น

แว่บ...!!!

แสงสีขาวปรากฏขึ้นขณะที่ลิลิมุแปลงร่างกลับเป็นร่างแห่งแสงสว่างและสะบัดขนนกของเธอออกมา ที่เป็นสัญลักษณ์ว่าเธอกำลังใช้เวทมนตร์ถนัดอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยขนนกจำนวนมากกระจายขึ้นท้องฟ้าด้านบน ตามด้วยลำแสงสีขาวอีกจำนวนมาก

ตูมตูมตูมตูม !!!

บนท้องฟ้าปรากฏแสงสีขาวจากการระเบิดอย่างต่อเนื่องไม่หยุดจากเวทมนตร์ที่ลิลิมุปล่อยไม่ยั้ง จนไม่เหลืออสูรบินได้ที่ตามมาอีก นั่นทำให้เหล่าอสูรที่โดนฝังอยู่กับพื้นต่างพร้อมใจกันคิดว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่เอาชีวิตรอดมาได้

“เอาล่ะ พวกเรารีบไปกันเถอะค่ะ”

ลิลิมุบินกลับมายืนบนตัวของโกโก้ ในขณะที่ทั้งชาร์ล็อตและวินดี้ต่างมองเธอด้วยสายตาแปลกๆเหมือนกัน

“เข้าใจแล้วครับ ไปโกโก้ น้องลิลิมุเขากำลังรีบ”

มนุษย์หมาป่าหนุ่มตบคางโกโก้เบาๆ ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งบนคอของซารามันเดอร์โดยหนีบอสูรร่างใหญ่เอาไว้ในแขนข้างหนึ่ง ปกติแล้วลิลิมุจะไม่ใช้เวทมนตร์มากขนาดนี้ นั่นแปลว่าครั้งนี้สาวน้อยคงร้อนใจจริงๆ พลางอดมองไปทางอสูรที่โดนจับตัวอย่างสงสารไม่ได้

“เฮ้อ...ท่าทางพวกคุณจะงานเข้าแล้วล่ะ”

 

ครึ่กครึ่ก...

บนกำแพงหินแห่งหนึ่งอยู่ๆ ก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้น ก่อนที่มือที่เปล่งแสงสีแดงออกมาจางๆจะแทงทะลุมันออกมา ตามด้วยร่างของเด็กหนุ่มที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยบาดแผลและเศษหิน เขาดันตัวเองออกจากกำแพงก่อนจะตกลงบนพื้นอย่างแรง

“แฮ่ก...แฮ่ก...ต้องรักษาแผลก่อน”

ซีลอนพูดกับตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน ขณะที่ทั่วร่างของเขาเปล่งแสงสีขาวออกมาจางๆ ที่ทำให้บาดแผลทั่วร่างทุเลาลงไปได้หลายส่วนแต่ก็ไม่ถึงกับหายดี ก่อนจะมองไปรอบๆ ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน

ตอนนี้เทพหนุ่มอยู่ในทางระบายน้ำที่สร้างจากหิน เขาไม่รู้ว่ามันยาวแค่ไหนเพราะแสงสว่างจากมือของเขาริบหรี่มาก ก่อนจะคลานไปดูทางน้ำที่อยู่ตรงหน้า โชคดีที่มันเป็นน้ำสะอาดเขาจึงดื่มมันเข้าไปและใช้ล้างหน้าได้ จึงรู้สึกดีขึ้นมาก

“พลังเวทมนตร์...จะหมดแล้วจริงด้วย”

เด็กหนุ่มพูดออกมาหลังจากมองพลังของตัวเองที่คอยให้ความสว่าง แสงสีแดงบนมือเขาราวกับเทียนอ่อนแสงที่พร้อมจะดับได้ทุกเมื่อ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเนื่องจากเมื่อสักครู่เขาเพิ่งใช้มันติดต่อกันเป็นเวลานาน จึงดับมันลงเพื่อประหยัดพลังเวทมนตร์เอาไว้ ทำให้ในทางระบายน้ำนี้มืดมิดอีกครั้ง

จากนั้นซีลอนก็ลงไปในน้ำและเริ่มเดินทวนกระแสน้ำขึ้นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากน้ำจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ทำให้สุดทางของทางน้ำนี้ต้องไปออกในเมืองนีเธอร์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างแน่นอน

ซีลอนค่อยๆเดินมาอย่างมั่นคงผ่านทางที่ชันเล็กน้อยและโค้งเป็นวงใหญ่ ด้วยพลังเวทมนตร์ที่ใกล้หมดของเขา ทำให้ไม่สามารถจับสัมผัสอะไรได้อีกแล้ว แค่การเดินแต่ละก้าวก็ทำให้เหนื่อยแทบขาดใจ แต่เมื่อคิดว่าถ้าลิลิมุมาถึงเมืองแล้วไม่เจอเขาเธอจะต้องเสียใจแน่ๆ ก็ทำให้ขาของเขาก้าวเดินไปได้อีกไม่หยุด

หลังจากเดินมาพักใหญ่ในที่สุดซีลอนก็มาถึงส่วนที่เป็นทางแยกออกไปหลายสาย ที่ด้านบนมีแสงสว่างส่องลอดตะแกรงอะไรบางอย่างลงมา เทพหนุ่มจึงเดาว่าเขาคงมาถึงบริเวณเมืองนีเธอร์แล้ว จึงค่อยๆ เดินต่อไปอย่างช้าๆ พยายามทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังพยายามเก็บซ่อนพลังเพื่อเลี่ยงการตรวจจับอีกด้วย

“เร็วไป ส่งกำลังไปเสริมทางทิศใต้ พวกนั้นจะมาถึงเมืองนี้อยู่แล้ว”

“ขนธนูไปอีกเยอะๆ จะให้พวกมันมาถึงไม่ได้”

เสียงของกองโจรดังลอดลงมา เมื่อซีลอนมองขึ้นไปก็เห็นคนจำนวนมากวิ่งไปมาอยู่ ทำให้เขารู้ว่าตอนนี้ในเมืองกำลังวุ่นวายมาก ซึ่งเมื่อดูจากพลังของลิลิมุแล้วเขาก็ไม่แปลกใจนัก

แม้ในตอนแรกเขาจะสงสัยมาก ว่าลิลินเป็นแม่ทัพที่เอาชนะกองทัพเทพเมื่อ 200 ปีก่อนได้จริงหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นพลังของลิลิมุที่เธอบอกว่ามีพลังน้อยกว่าแม่ของเธอมากแล้วเขาก็เชื่อหมดใจ ซึ่งต้องขอบคุณสาวน้อยที่ช่วยทำให้กองโจรปั่นป่วน เพราะแบบนี้ทางนั้นคงไม่ว่างตามหาตัวเขานัก

“แบบนี้คงเบาใจลงได้แล้ว...”

ซีลอนกล่าวกับตัวเองเบาๆก่อนจะขึ้นจากน้ำและมานั่งพิงกำแพงเอาไว้ ตอนนี้เขาแค่รอให้ลิลิมุมาถึงก็น่าจะปลอดภัยแล้ว ก่อนที่จะได้ยินอะไรบางอย่าง

“ถ้าไม่ไหวจริงๆคงต้องเอาตัวประกันออกมาจากปราสาท พวกมันมาจากราชวงศ์แห่งความมืด ต้องไม่กล้าฆ่าพวกนั้นแน่”

“ตัวประกันงั้นเหรอ...”

ซีลอนมองขึ้นไปด้านบนอย่างตกตะลึง เขาแน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินมาไม่ผิดแน่นอน คนที่มีจิตใจดีอย่างลิลิมุต้องไม่กล้าฆ่าตัวประกันแน่ทำให้เขาตัดสินใจจะเดินไปข้างหน้าต่อ เขาต้องช่วยตัวประกันพวกนั้นให้ได้ก่อนที่พวกลิลิมุจะมาถึง

เทพหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปตามทางระบายน้ำต่อไปโดยเลือกทางที่พวกกองโจรวิ่งสวนออกมา เนื่องจากถ้าพวกนั้นใช้ปราสาทเป็นที่มั่นแล้ว พวกเขาน่าจะวิ่งออกมาจากที่นั่น หลังจากนั้นเขาก็ได้ยินพวกโจรคุยกันเป็นระยะๆ แต่ไม่มีข้อมูลอะไรที่น่าสนใจอีก

ที่สุดทางของทางระบายน้ำเป็นทางเล็กๆที่ต้องดำน้ำไป โชคดีที่มีแสงส่องผ่านลงมาที่ทำให้เขารู้ว่าอีกด้านน่าจะมีทางออกไปข้างนอกแน่นอน เขาจึงค่อยๆ มุดเข้าไปและออกมาบริเวณท่อขนาดเล็กที่พอปีนขึ้นไปได้

ทางนั้นนำซีลอนออกมายังน้ำบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำจำนวนมากผุดออกมาจากตรงกลาง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครดักรออยู่เขาก็ชะโงกหน้าออกไปดู  ตอนนี้เขาอยู่ในน้ำพุที่ตั้งอยู่กลางสวนรกร้างขนาดใหญ่ที่มีอาคารล้อมรอบเอาไว้ทุกด้าน ดูจากการก่อสร้างที่แม้จะถูกทิ้งร้างเอาไว้แต่ก็ยังคงความสวยงาม เขาจึงรู้ว่ามาถึงที่หมายแล้ว

ซีลอนคิดว่าส่วนที่เขาอยู่น่าจะเป็นส่วนในของปราสาท ที่มักทำสวนเอาไว้ให้คนระดับสูงพักผ่อน จึงไม่แปลกนักที่จะไม่มีพวกโจรอยู่เลย เพราะพวกนั้นน่าจะอยู่ในปราสาทส่วนนอกที่มีห้องพักผ่อนจำนวนมาก ซึ่งตัวประกันเองก็น่าจะอยู่บริเวณนั้น

แต่เนื่องจากเขาไม่รู้จักทางในปราสาทนี้เลย ซ้ำในมหาภพแห่งความมืดยังไม่มีดวงดาวบอกทิศทาง ทำให้เขาต้องสุ่มเปิดประตูดู ก่อนจะเลือกประตูบานใหญ่ที่สุดที่น่าจะเป็นทางเข้าหลัก แต่ก่อนที่มือของเขาจะได้สัมผัสลูกบิดประตู มันก็เปิดก่อนเสียก่อน

แอ็ด...!!!

“เรายังหาศัตรูอีกคนที่บุกเข้ามาทางหน้าเมืองของเรายังไม่เจอเลยครับ ดินตรงนั้นมันถล่มลงกลบทางไปหมดแล้ว”

“ไม่ต้องไปสนใจ เรียกกำลังทหารทั้งหมดของเราไปทางทิศใต้ เร็วเข้า !!! แล้วรีบยืนยันตัวหัวหน้าศัตรูมาซะ”

“รับทราบครับ !!!

อสูรสองคนเดินออกมาจากประตูบานใหญ่อย่างรีบร้อน เนื่องจากศัตรูของพวกเขาสามารถเดินทางได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้มาก ซึ่งปกติแล้วหุบเขานี้ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 วัน แต่พวกนั้นใช้เวลาแค่ 6 ชั่วโมงก็เกือบมาถึงปราสาทแล้ว

“เดี๋ยวนะ...ข้ารู้สึกว่าที่นี่มีอะไรแปลกๆ”

ในตอนนั้นเองอสูรที่น่าจะเป็นหัวหน้ากลับหยุดเดินและมองไปรอบๆ จนอสูรลูกน้องถามขึ้น

“เอ่อ...มีอะไรเหรอครับ”

“...ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”

หลังจากมองอยู่พักหนึ่งอสูรทั้งสองตนก็เดินไปเปิดประตูอีกบานและหายไปกับทางเดิน

 

“แฮ่ก...แฮ่ก...เกือบไปแล้ว”

ซีลอนค่อยๆ ออกมาจากพุ่มไม้ที่อยู่ติดกับประตูที่อสูรทั้งสองเปิดออกมา โชคดีที่บานประตูบังเขาเอาไว้พอดี ก่อนที่จะรีบเข้าไปแอบในพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ๆกัน เขาต้องประหยัดพลังเวทมนตร์เอาไว้ให้มากที่สุด เพราะคิดว่าการช่วยตัวประกันก็ต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

จากนั้นเทพหนุ่มก็เดินเข้าไปในประตูนั้นและเริ่มสำรวจรอบๆ ถ้าเขาโชคดีอาจจะพบกับห้องหนังสือหรืออะไรที่มีแผนที่ของปราสาทนี้บอกเอาไว้ ถ้าเป็นแบบนั้นการช่วยตัวประกันน่าจะง่ายขึ้นมาก

ในระหว่างการสำรวจเขาไม่พบกับอสูรมากนัก คงเป็นเพราะส่วนใหญ่ออกไปรับมือกับพวกลิลิมุหมดแล้ว เขาจึงสำรวจปราสาทไปได้หลายส่วนทว่าก็ไม่พบกับสิ่งที่เขาต้องการเลย โดยของส่วนใหญ่ในนี้แม้จะมีฝุ่นจำนวนมากเกาะอยู่จากการโดนทิ้งมากว่า 200 ปีก็ตาม แต่แทบไม่มีชิ้นไหนเลยที่บุบสลายจนเขาเองก็ยังแปลกใจ เพราะถ้าคนที่ยึดปราสาทหลังนี้เป็นกองโจรจริงๆ พวกเขาควรจะปล้นทุกอย่างไปหมดแล้ว

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงคนดังขึ้นมาตามทางเดิน

“ท่านแบล็กโคว์ครับ เราระบุได้แล้วว่าคนที่มาคือลิลิมุ ลูกสาวของนางฟ้าตกสวรรค์คนนั้น”

“แล้วพวกมันมากันกี่คน”

เสียงของอสูรคุยกันทำให้ซีลอนรู้ว่าตอนนี้ศัตรูอยู่ใกล้เขามาก ทันทีที่เดินผ่านหัวมุมมาต้องพบเขาอย่างแน่นอน จึงต้องหาที่หลบให้เร็วที่สุด ทว่าห้องที่อยู่ใกล้ที่สุดนั้นอยู่ห่างออกไปมากและเขาไม่แน่ใจว่าจะไปทันหรือไม่

ในวินาทีคับขันนั่นเอง เขาก็สังเกตว่าตู้ที่อยู่ด้านหลังของเขาดูคุ้นตามาก มันมีหน้าตาเหมือนกับตู้ใบที่เขาตามลิลิธเข้าไปในปราสาทในมหานครแห่งความมืด แม้จะดูเป็นเรื่องบังเอิญเกินคาดก็ตาม แต่เขาก็เปิดมันออกเพราะคงเป็นทางรอดเดียวของเขาแล้ว

ซึ่งเขาก็คิดถูก ภายในนั้นเป็นทางลับที่ทอดยาวไปในความมืด เสียงฝีเท้าของอสูรจำนวนมากเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆแล้ว แม้จะไม่รู้ทางแต่ซีลอนก็มุดเข้าไปในนั้นและปิดประตูทันที ก่อนจะกลั้นหายใจและเพ่งสมาธิทั้งหมดไปกับการลบพลังเวทมนตร์ของตัวเอง ฟังจากน้ำเสียงที่ดูมีอำนาจของอีกฝ่ายแล้ว ถ้าถูกพบตัวเข้าคงไม่มีทางรอดแน่นอน

เสียงคุยจากภายนอกที่ดังลอดเข้ามา ยิ่งทำให้เขาต้องนิ่งมากขึ้นเพราะหมายถึงเสียงข้างในก็ลอดออกไปได้เช่นกัน

“พวกมันมากันสี่คนครับ องครักษ์วินดี้ ชาร์ล็อต และลิลิมุ ส่วนอีกคนที่หายไปไม่มีข้อมูลครับ”

“หึหึหึ พวกมันมาแค่นี้เพราะคิดว่าพวกเราคงเป็นแค่กองโจรเล็กๆสินะ ได้เวลาที่พวกนั้นต้องชดใช้แล้ว เตรียมตัวประกันให้พร้อม !!! ใช้มันทำให้ลิลิมุยอมแพ้ซะ ถ้าเราจับตัวองค์หญิงน้อยนั่นได้ ต้องโค่นราชวงศ์แห่งความมืดได้แน่”

ซีลอนที่แอบฟังอยู่ถึงกับเบิกตากว้างในสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยิน ที่ผ่านมาเขาก็รู้สึกมาตลอดว่ากลุ่มโจรกลุ่มนี้ไม่เหมือนโจรแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นจำนวน อาวุธ หรือรูปแบบการต่อสู้ ดูยังไงก็เหมือนกับทหารผ่านศึกมามากกว่า ทำให้เขาไม่คิดว่าพวกนี้คือกองโจรอีก แต่เป็นกบฏที่ต้องการยึดอำนาจจากลูซิเฟอร์

“ทุกอย่างเป็นเพราะเจ้าซีลอนแท้ๆ ที่ตัดหน้าข้าขึ้นเป็นราชาอสูร แล้วทั้งๆ ที่มีอาวุธดีขนาดนั้นแต่กลับไม่เอามันไปทำสงครามด้วย ดูยังไงก็เหมือนตั้งใจไปตายชัดๆ เหอะ !!! ให้นางฟ้าคนนั้นมาเป็นราชินีอสูรเหรอ ข้าแบล็กโคว์ไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด ยังไงตำแหน่งราชาอสูรต้องเป็นของข้า”

“ซีลอน...ราชาอสูรซีลอนงั้นเหรอ”

ซีลอนทวนคำพูดที่เพิ่งได้ยินในใจ เขาไม่เคยได้ยินชื่อราชาอสูรซีลอนมาก่อน เขารู้แต่เมื่อก่อนมหาภพแห่งความมืดแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ก่อนที่จะรวมเป็นหนึ่งได้โดยราชวงศ์แห่งความมืดในปัจจุบัน และเข้าทำสงครามกับเผ่าแห่งแสงสว่างเมื่อ 200 ปีก่อน

 

จากนั้นเขาก็รอจนคนกลุ่มใหญ่ผ่านไปจนหมด ด้วยพลังเวทมนตร์ที่ใกล้หมดเต็มทีของเขาทำให้รอดพ้นจากการตรวจจับโดยสัมผัสมาได้ แต่อย่างไรก็ตามเขาคิดว่าทางลับนี้น่าจะเชื่อมต่อกับห้องสำคัญจึงเลือกที่จะไปตามทางลับอย่างช้าๆ

“อืม...ทางไหนดีล่ะ”

หลังจากคลานตามทางลับมาเขาก็พบกับทางแยกที่มีทางให้ต่อไปอีกหลายทาง ด้วยความที่ไม่รู้ทิศทางแม้แต่น้อยจึงเลือกไม่ถูก เพราะถ้าไปออกผิดที่เขาอาจจะโดนจับตัวได้ และถ้าช่วยตัวประกันไม่ทันลิลิมุต้องตกอยู่ในอันตราย ในตอนนั้นเองเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอะไรบางอย่าง

“พลังแบบนี้มัน...”

ซีลอนกล่าวอย่างตกใจ เพราะพลังที่เขาสัมผัสได้นั้นเป็นพลังเวทมนตร์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับร่างกายกำลังโดนเผาไหม้ ที่เหมือนกับพลังสีแดงของเขาทุกระเบียบนิ้ว ซึ่งนอกจากเขาแล้วไม่น่าจะมีคนที่มีพลังแบบนี้อีก นอกจากนี้ด้วยพลังเวทที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขา เขาก็ไม่น่าจะจับสัมผัสอะไรได้อีกแล้วด้วย

นั่นทำให้เทพหนุ่มเลือกที่จะตามกระแสของพลังนั้นไป แม้มันจะอ่อนแรงมากก็ตาม แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าเข้าใกล้มันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว หลังจากการคลานมาพักใหญ่เขาก็ออกมาจากตู้ใบหนึ่งที่อยู่ในห้องไม่มีหน้าต่างมันจึงมืดมาก นั่นทำให้เขาใช้เวทมนตร์ให้แสงสว่างที่สว่างพอๆกับเทียนเล่มหนึ่งออกมา

พรึ่บ...

สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าคือรูปขนาดใหญ่ของชายคนหนึ่งแขวนอยู่บนกำแพ โดยมีดาบเล่มหนึ่งปักอยู่บนพื้นด้านหน้า ซีลอนไม่มีวันลืมใบหน้าของชายในรูปอย่างเด็ดขาดเพราะมันเป็นใบหน้าของเขาเอง นั่นทำให้เขาเพิ่มพลังใส่แสงไฟในมือมากขึ้นจนมันสว่างขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็มองเห็นชื่อคนในรูปนั้น

นั่นทำให้เขาเข้าใจแล้ว ว่าทำไมคนของมหาภพแห่งความมืดบางคนจึงมองเขาแปลกๆ รวมถึงคำพูดของเอิร์ลเกรย์ที่บอกว่าถ้าเขามาปราสาทนีเธอร์แล้วจะได้รู้ความจริงทุกอย่าง ทั้งหมดเป็นเพราะเขามีใบหน้าเหมือนกับชายคนนี้ ไม่เพียงเท่านั้น พลังที่เขาเรียกมันว่าพลังต้องสาปก็ไหลออกมาจากดาบที่ปักอยู่ตรงหน้าราวกับเรียกให้เขาหยิบมันขึ้นมา

“ดาบแห่งราชาอสูรซีลอน...ดาบ...ของผม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #557 ตัวตลก ปิเอโร่ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 01:49
    หายไปนานเลยยยย    ยังไงก็รีบๆ มาอัพต่าน๊าาาาา  ชอบเรื่องนี้มากกกก  เพนกวินด้วย  เรื่องนี้ตลกดีชอบ
    #557
    0
  2. #555 vetan1 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 23:16
    หายไปนาน..กลับมาแล้ว...เย้............
    #555
    0