Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 6 : เปิดเผยตัวตน reup

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 ม.ค. 58

ตอนที่ 6

เปิดเผยตัวตน

 

“บ้าน่า...เก่งอะไรอย่างนี้”

อาร์มันนี่เดินถอยหลังด้วยความตกใจก่อนจะล้มลงกับพื้น เขาไม่เคยเห็นการต่อสู้แบบนี้มาก่อนเลย ทั้งๆที่คิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องชนะได้ง่ายๆ การที่ลิลินเอาชนะมิโนทอร์ได้ ก็หมายความว่าเธอสามารถเอาชนะนักสู้ของเขาได้ทุกคนเช่นกัน ชายร่างอ้วนจึงหันไปขอร้องเจ้าชายอสูรที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ท่านซีลอน ได้โปรดให้ผมยืมอสูรสงครามอีกนะครับ”

“ส่งทาทูเนียไป แล้วบอกนางตามนี้...”

ซีลอนเรียกเงาของเขาอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบใส่หูอีกฝ่าย ทำให้อาร์มันนี่สงสัยมากว่าเจ้าชายอสูรวางแผนอะไรไว้ แต่อีกฝ่ายยอมส่งอสูรไปสู้แทนเขาก็ดีใจมากแล้ว ส่วนทางด้านของชาร์ล็อตนั้นก็มองแต่วินดี้ด้วยสายตาโกรธแค้น ทว่าหลังจากที่เห็นฝีมือของลิลินแล้ว เธอก็อดดีใจไม่ได้ที่สาวคนนี้ไม่ได้ลงมือด้วยตัวเองตอนเธอบุกไปที่โบสถ์นั้น

 

“นี่ขนาดไม่ได้ใช้เวทมนตร์เลยนะเนี่ย คุณเก่งมากๆเลยครับ”

เชสมองดูลิลินที่กำลังเดินลงมานั่งข้างๆเพื่อพักผ่อน 5 นาทีตามกฎที่ตั้งเอาไว้ แม้ว่าเธอจะไม่มีเหงื่อออกเลยสักหยดก็ตาม ตอนแรกเชสคิดว่าการที่สนามแห่งนี้มีกฎห้ามใช้เวทมนตร์นั้น จะทำให้เธอต่อสู้ลำบากกว่านี้เสียอีก สมแล้วที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเทพ

“คิดว่าพี่เชสเก่งมากแล้ว พี่ลิลินเก่งกว่าร้อยเท่าเลยครับ”

วินดี้มองนางฟ้าสาวด้วยสายตาเป็นประกาย การต่อสู้ของเธอนั้นดูน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าจริงๆ การต่อสู้ของเชสใกล้เคียงกับนักฆ่าที่อาศัยเงามือในการหลบซ่อนตัว แต่ลิลินนั้นเป็นการพุ่งเข้าชนศัตรูตรงๆด้วยเทคนิคเหนือชั้นที่ดูน่าประทับใจกว่ามาก

“เหลือการต่อสู้อีกหนึ่งครั้ง”

นางฟ้าสาวตอบหลังจากกลับมานั่งบนเก้าอี้ ตอนแรกเธอกำลังจะรักษาเชสด้วยเวทมนตร์ของเธอแต่อีกฝ่ายก็ห้ามเอาไว้ก่อน เนื่องจากกลัวว่าเธอจะเหนื่อยจนมีผลกับการต่อสู้ นอกจากนี้เขายังเป็นเผ่าพันธุ์จากความมืดเต็มตัว ทำให้เวทมนตร์รักษาที่เป็นเวทมนตร์แห่งแสงสว่างรักษาไม่ได้ผล

 “หมดเวลาพักแล้ว ตอนนี้ขอเชิญนักสู้ขึ้นบนเวทีได้เลยครับ”

โฆษกประกาศเรียกให้นักสู้ทั้งสองฝ่ายเดินขึ้นเวที คู่ต่อสู้คนต่อมาของนางฟ้าสาว คืออสูรแมงมุมขนาดใหญ่สูงเกือบสองเมตรที่ทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง มันมีตัวเป็นแมงมุมสีดำน่ากลัวมีส่วนที่คล้ายกับมนุษย์เพศหญิงท่อนบนติดอยู่ที่ส่วนที่ควรจะเป็นหัวของมัน ในมือทั้งสองข้างมีดาบโค้งเล่มใหญ่อยู่ข้างละเล่ม ในหน้าแสยะยิ้มเผยให้เห็นเขี้ยวสีขาวอัดเต็มปากที่ฉีกถึงหู

“แก นังอัปลักษณ์ ตายซะเถอะ”

อสูรแมงมุมตัวใหญ่ชี้ปลายดาบไปยังศัตรูของมัน ก่อนจะพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่มากกว่ามิโนทอร์หลายเท่า ครั้งนี้ลิลินไม่ได้ยกดาบขึ้นต้าน แต่เธอแทงดาบทวนใส่ศัตรูอย่างไม่กลัวเกรง และเป็นอีกครั้งที่เสียงเชียร์เงียบลงเนื่องจากทุกคนตั้งใจดูการต่อสู้ข้างหน้าพวกเขาเป็นอย่างมาก

ฉึก !!!

ปลายดาบแหลมของลิลินแทงทะลุลำตัวของที่เป็นมนุษย์ของอสูรแมงมุม แต่ถึงแม้บนร่างของมันจะมีรูเพิ่มขึ้นก็ตาม การเคลื่อนไหวก็ไม่ช้าลงแม้แต่น้อย มันยังคงใช้ขาทั้งแปดการเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองข้างกวัดแกว่งดาบไปมาเพื่อหวังจะสังหารเป้าหมายให้ได้

แต่ทว่าสิ่งที่มันโจมตีได้นั้นมีเพียงอากาศเท่านั้น ด้วยความเร็วและความใจเย็นของนางฟ้าสาว ทำให้เธอสามารถหลบการโจมตีทั้งหมดได้อย่างหมดจด เธอเร็วจนสามารถหลบได้แม้แต่หลบเลือดของศัตรูที่กระเด็นมาด้วยซ้ำ จนนางแมงมุมต้องใช้ขาของมันช่วยโจมตีด้วย แต่นั้นก็เป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์อยู่ดี

“แฮ่ก...แฮ่ก...ไวนักอย่างนั้นเหรอ”

ทาร์ทูเนียที่ทั้งตัวอาบไปด้วยเลือดพูดกับสาวงามตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น ทั้งๆที่ความเร็วของมันถือเป็นระดับต้นๆของอาณาจักรอสูรแท้ๆ แต่กลับไม่อาจทำร้ายผู้หญิงคนนี้ได้แม้แต่น้อยมันจึงโมโหมาก ขาทั้งแปดย่ำลงพื้นอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่แสงจะปรากฏขึ้นที่ใต้เท้าของมัน

แว่บ...

วงแสงนั้นขยายจนมาถึงใต้เท้าของนางฟ้าสาวด้วย ผลของมันนั้นทำให้เธอไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ก่อนจะเห็นว่าแสงที่เกิดขึ้นนั้นดูเหมือนใยแมงมุมที่ขยายออกไม่มีผิด และลิลินก็เหมือนผีเสื้อที่ดิ้นรนอยู่บนนั้น

 

“แบบนี้ท่านซีลอนต้องได้เธอมาครอบครองแน่ครับ”

อาร์มันนี่ที่นั่งอยู่ข้างบนพูดอย่างอารมณ์ดี ถ้าเกิดอสูรแมงมุมชนะนอกจากที่เขาจะไม่ต้องเสียเงินแล้ว เจ้าชายอสูรก็จะได้สาวที่หมายตาเอาไว้ในกำมือด้วย เรียกว่ามีแต่ได้เลยทีเดียว แต่ชาร์ล็อตที่อยู่ข้างๆไม่คิดแบบนั้น เธอรู้ดีว่าหญิงสาวผมทองคนนั้นเคยป้องกันเวทมนตร์สายฟ้าของเธอเอาไว้ได้ เวทมนตร์จากอสูรผู้โง่เขลาแบบนั้นไม่น่าจะตรึงเธอเอาไว้ได้

“หุบปากแล้วจับตาดูก่อนเถอะ เราจะได้รู้แล้วว่าตัวจริงของเธอเป็นอะไรกันแน่”

ซีลอนแบมือไปทางชายร่างท้วมเพื่อให้เขาหยุดพูด ตอนนี้เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลย เนื่องจากเขาอยากรู้เหลือเกินว่าเธอเป็นคนที่เขาคิดหรือเหล่า

 

“การใช้เวทมนตร์มันผิดกฎการต่อสู้”

ถึงลิลินจะขยับตัวไม่ได้ก็ตามแต่ก็ดูไม่ตกใจเลยแม้แต่เธอ เธอพูดกับอีกฝ่ายที่กำลังเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ แน่นอนว่าตอนนี้อสูรแมงมุมไม่สนแล้วว่าจะผิดกฎหรือไม่

“ผิดกฎแล้วจะทำไม ยังไงข้าก็ชนะอยู่แล้ว”

นางแมงมุมง้างดาบขนาดใหญ่ไปข้างหลัง เพื่อเตรียมจะสังหารสาวงามตรงหน้าที่หลับตาลงอย่างช้าๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายได้ใจมากขึ้นอีกเนื่องจากคิดว่าคงกำลังรอความตายอยู่แน่ๆ

ในพริบตาที่ดวงตาสีทองคู่งามลืมขึ้นมา พลังเวทมนตร์มหาศาลทก็แผ่ออกจากร่างของเธอ จิตสังหารจำนวนมากที่พวยพุ่งร่างบาง ทำให้อสูรแมงมุมที่ตัวใหญ่กว่าเธอเกือบสองเท่าถูกกดดันจนไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่น้อย แสงรูปไยแมงมุมที่พื้นเกิดรอยร้าวไปทั่วก่อนจะแตกกระจายออกจากกัน

พรึ่บ

ปีกสีขาวคู่ใหญ่กางออกจากกลางหลังของเธอ ประกายแสงรูปขนนกฟุ้งกระจายไปทั่วก่อนจะหายไปเมื่อสัมผัสกับพื้น ก่อนที่ร่างของเธอจะลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยเมื่อปีกคู่ใหญ่สีขาวบริสุทธิ์ของเธอกระพือเบาๆ ดาบเรเปียร์ในมือถูกเปลี่ยนเป็นเคียวสีขาวลายสีทองขนาดใหญ่ ที่ใบของมันมีขนาดพอๆกับคนที่กำลังถืออยู่

“เมื่อจะฆ่า ต้องใช้พลังให้เต็มที่”

นางฟ้าสาวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชาและเฉียบขาด แม้แต่ผู้ชมที่ดูอยู่นั้นต่างก็ไม่มีใครเลยที่สามารถขยับตัวได้ เนื่องจากเจอแรงกดดันของเธอกดเอาไว้ ดวงตาของทุกคนมองไปทางร่างอันงดงามที่มีปีกไม่กะพริบ ตามคำสอนที่เธอถูกปลูกฝังมานั้น ความประมาทเป็นสิ่งที่ไม่อาจอภัยได้ ทำให้เมื่อตั้งใจจะลงมือฆ่าใครแล้ว เธอจะใช้พลังเต็มที่เสมอ ครั้งนี้อสูรแมงมุมได้ทำผิดกฎการต่อสู้ที่ห้ามใช้เวทมนตร์ นอกจากนี้ยังใช้มันกับเธออีกด้วย ทำให้นางฟ้าสาวไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะฆ่าอีกฝ่าย

เชสยืนขึ้นมาในทันที ก่อนจะกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ ก่อนจะพูดกับวินดี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เอาจนได้...เรื่องที่ผมกลัวที่สุดเกิดขึ้นแล้ว”

 

“กระแสเวทมนตร์ที่บริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปน ท่วมท้นเหมือนกับมันกดลงให้เราจมลงสู้ทะเลลึก ข้าจำมันได้อย่างแม่นยำ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

ซีลอนเบิกตากว้างมองนางฟ้าสาวที่เผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงออกมาเบื้องล่างด้วยความตื่นเต้น ในฐานะเจ้าชายอสูรเขาได้มีโอกาสไปลอบสังเกตการณ์สงครามที่เกิดขึ้นเมื่อ 200 ปีก่อนด้วยตัวเอง แม้ว่าเขาจะอยู่ไกลออกไปมากทำให้ไม่เห็นหน้าก็ตาม แต่ก็ได้สัมผัสถึงพลังเวทมนตร์ของผู้นำทัพครั้งนั้นได้อย่างชัดเจน

“นางคือ ลิลิน แอล ดิแองเจิ้ล แม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเทพ ในที่สุด...ในที่สุด ข้าก็หานางพบ”

เขาตะโกนชื่อเต็มของลิลินออกมาด้วยความคลุ้มคลั่ง ทั้งรูปลักษณ์อันงดงาม ทั้งพลังมหาศาลที่น่าตกตะลึง สีหน้าเรียบเฉยที่ดูลึบลับ ทุกอย่างของนางฟ้าสาวล้วนแต่ทำให้เขาหลงเธอจนแทบจะบ้า

“เผ่าเทพงั้นเหรอ แล้วทำไม...”

แม้ชาร์ล็อตจะตกใจมากที่หญิงสาวคนนั้นมีพลังและตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้ แต่เธอตกใจเรื่องที่นางฟ้าคนนั้นเดินทางไปกับเผ่าผู้ย่ำเงาและเผ่ามนุษย์หมาป่าที่เป็นเผ่าพันธุ์แห่งความมืดมากกว่า เพราะตามประวัติศาสตร์แล้ว เผ่าเทพจะฆ่าเผ่าพันธุ์แห่งความมืดทันทีที่เห็น

 

“แบบนี้ไม่ไหวแน่...”

ทาร์ทูเนียที่รู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถสู้กับอีกฝ่ายได้เลยนั้น เลือกที่จะหนีอย่างไม่ลังเล ขาทั้งแปดของมันก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่มันได้จะลงจากเวทีนั้น ร่างบางที่มีปีกสีขาวอยู่กลางหลังก็พุ่งเข้ามาในชั่ววินาที ปีกทั้งสองข้างของเธอกางออกกว้าง เคียวขนาดใหญ่ในมือส่องแสงแวววับราวกับดีใจที่ได้ออกมาถูกง้าวไปด้านหลังจนสุดแขน

ปีศาจแมงมุมยกดาบของมันขึ้นมาไขว่เอาไว้เพื่อรับการโจมตีของอีกฝ่าย ที่ถึงใบดาบของมันจะยาวกว่าดาบปกติมากก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับเคียวยักษ์ตรงหน้าแล้ว ก็ไม่ต่างจากมีดหั่นเนื้อธรรมดา

ควับ !!

เมื่อลิลินสบัดมือลงมา ปลายแหลมของเคียวก็แทงเข้าที่ดาบของอีกฝ่ายจนทะลุ ก่อนจะตัดผ่านร่างของศัตรูตามแนวตั้งจนกลายเป็นสองซีก เรียกเสียงหวีดร้องจากผู้ชมผู้หญิงในสนามดังบาดหู จากนั้นไฟสีขาวก็ลุกท่วมซากของทาร์ทูเนียจนหมดไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน โดยที่บนพื้นของเวทีแห่งนี้ไม่มีรอยไหม้แม้แต่น้อย

นางฟ้าสาวเก็บอาวุธและปีกของเธอทันทีที่จัดการศัตรูเสร็จ ตามกฎของสนามต่อสู้แห่งนี้คือถ้าเป็นไปได้ อย่าสู้กันจนถึงแก่ชีวิต เธอจึงไว้ชีวิตของมิโนทอร์ แต่กับนางอสูรแมงมุมที่ทำผิดกฎก่อนนั้น ไม่มีความจำเป็นที่เธอต้องรักษากฏด้วยเช่นกัน สาวสวยหันไปมองกรรมการที่นั่งทำหน้าเหวออยู่ข้างๆเวที

“กรรมการ  ขอคำตัดสินด้วย”

“เอ่อ...คือว่า...”

กรรมการชายวัยกลางคนรู้สึกสับสนมาก เนื่องจากอาร์มันนี่ได้ส่งสัญญาณมาว่า ให้ตัดสินให้นางฟ้าคนนี้เป็นฝ่ายแพ้เนื่องจากใช้เวทมนตร์ แต่ถ้าทำแบบนั้นเกรงว่าอาจจะทำให้กรรมการอย่างเขาถึงแก่ชีวิตได้ และที่สำคัญทาร์ทูเนียเป็นฝ่ายที่ใช้เวทมนตร์ก่อนด้วย ดังนั้นแล้วเขาจึงตัดสินว่า...

“นางฟ้าปีกขาวเป็นฝ่ายชนะครับ และเป็นผู้ชนะเลิศในการต่อสู้ในค่ำคืนนี้ด้วย”

แกร๊งแกร๊งแกร๊ง

 

“คุณลิลิน รีบตามผมมาเร็วๆครับ เราจะไปเอาเงินแล้วก็ออกไปจากที่นี่กันแล้ว”

เชสรีบเรียกนางฟ้าสาวด้วยความร้อนรนก่อนที่คนทั้งสนามจะตั้งตัวทัน เพราะคิดว่าบางทีอาจจะมีคนไม่กลัวตายเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเธอก็ได้ ซึ่งลิลินก็ด้วยการวิ่งตามเขาไปทางประตูของนักสู้ด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับจูงมือของวินดี้ที่ยังตกตะลึงไปด้วย

โชคดีที่การขึ้นเงินนั้นเป็นการขึ้นผ่านเครื่องอัตโนมัติที่โอนเงินเข้าบัญชีได้ทันที ทำให้ไม่จำเป็นต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่อีก ตอนนี้เชสรู้สึกว่าควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เนื่องจากไม่รู้ว่าเจ้าของคอลอสเซี่ยมจะว่ายังไง ที่อยู่ๆก็มีคนมาสร้างเรื่องวุ่นวายแบบนี้ ก่อนที่จะโทรเรียกแท็กซี่ประจำของเขาด้วยความรวดเร็ว

“บลัด รีบมารับด่วน ที่เดิมเลย”

“บอกแล้วไงว่าข้าไม่ว่าง ให้เสี่ยงตายแบบนั้นอีกหนไม่เอาด้วยหรอก”

เสียงของคนขับแท็กซี่แวมไพร์ดังออกมาจากโทรศัพท์มือถือของเชสอย่างเผ็ดร้อน ซึ่งบังเอิญว่าด้วยความสนใจในเรื่องของเชส เขาจึงจอดรถเพื่อดูการแข่งขันเมื่อสักครู่จากในโทรทัศน์ที่ติดอยู่ในรถของเขา ทำให้รู้ว่าสาวสวยที่ติดตามเชสมาด้วยนั้นเป็นนางฟ้าระดับสูง ที่สามารถสังหารอสูรสงครามได้ในครั้งเดียว ไม่ต้องพูดถึงแวมไพร์อดมื้อกินมื้ออย่างเขาเลย

“แน่ใจแล้วเหรอว่าอยากให้นางฟ้าโกรธน่ะ”

เชสข่มขู่เพื่อนของเขาอย่างไม่ลังเล ก่อนจะมองเห็นว่าที่หน้าลิฟท์นั้นมีผู้ชายใส่เสื้อโค้ทสีเทาเข้มแบบเต็มตัวคนหนึ่งยืนขวางอยู่ เขามีผมสีแดงเพลิงใบหน้าหล่อเหลาที่ให้ความรู้สึกดิบเถื่อน ดวงตาสีแดงจ้องมองมาทางสาวสวยที่กำลังวิ่งมาทางนี้ไม่กะพริบ

“ขอเวลาสักครู่นึงสิครับ”

ชายที่ยืนขวางอยู่พูดอย่างสุภาพขัดกับหน้าตาของเขา สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือไอความมืดที่แผ่ออกจากร่าง ที่เป็นลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์แห่งความมืด ซึ่งการที่เชสไม่รู้จักเขาทำให้คิดว่าต้องไม่ใช่เผ่าปีศาจแน่ ก็แปลว่าต้องเป็นเผ่าอสูรแน่นอน

“ไม่ได้ครับ ยังไงช่วยหลีกทางไปหน่อย พวกผมกำลังรีบ”

เชสพูดตอบทันควัน ก่อนจะบอกให้ชายตรงหน้าหลบไป แต่ชายผมแดงกับทำหูทวนลมและไม่มองมาทางเขาแม้แต่น้อยราวกับว่าปีศาจหนุ่มไม่มีตัวตน ก่อนจะกล่าวต่อพร้อมกับยื่นมือมาทางนางฟ้าสาวที่เพิ่งมาถึง

“คุณผู้หญิงจะให้เกียรติร่วมทานน้ำชากับผมสักครู่ได้ไหมครับ”

“ขณะนี้กำลังดำเนินภารกิจอยู่ ขอปฏิเสธ”

ลิลินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบในทันที ที่ทำให้มือที่ยื่นออกมาของอีกฝ่ายค่อยๆหดกลับมาอยู่ข้างๆ แต่ถึงเธอจะปฏิเสธไปแล้วก็ตาม แต่ชายผมแดงก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลีกไปแม้แต่น้อย

ตึกตึกตึก !!!

“อย่าปล่อยให้คนกลุ่มนั้นขึ้นลิฟท์ไปได้นะ”

ชายชุดดำจำนวนมากวิ่งกระหืดกระหอบผ่านทางเดินยาวตามมาอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้นางฟ้าสาวพิจารณาแล้วว่าอสูรตรงหน้ามีเป้าหมายในการขัดขวางการทำภารกิจของเธอ ทำให้เตรียมจะเป่าอสูรข้างหน้าให้กระเด็นไปทันที

“อ้าว !!! ผมขวางทางอยู่เหรอครับ ขอโทษที”

ในตอนนั้นเองชายผมแดงก็ไถลตัวไปด้านข้างด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ก่อนจะกดปุ่มที่อยู่ข้างประตูลิฟท์ทำให้ประตูตรงหน้าเปิดออกในทันที

“รีบไปกับเถอะครับ พวกเขาจะวิ่งมาถึงแล้ว”

วินดี้ดึงมือของเชสและลิลินให้รีบเข้าไปในลิฟท์ เพราะตอนนี้กลุ่มของชายชุดดำจำนวนมากกำลังจะวิ่งมาถึงพวกเขาแล้ว แต่ระหว่างที่นางฟ้าสาวกำลังวิ่งผ่านชายลึบลับไปนั้น เขาก็กระซิบบอกเธอเบาๆ

“ผมชื่อซีลอน ขอให้คุณจำชื่อของผมไว้นะครับ คุณลิลิน”

นางฟ้าสาวหันมามองซีลอนด้วยความแปลกใจ การที่เขารู้ชื่อเธอทำให้ลิลินจำชื่ออีกฝ่ายเอาไว้เช่นกัน ก่อนจะตามเชสเข้าไปในลิฟท์เพื่อรีบออกจากที่นี่

ซีลอนยืนมองตากับลิลินจนกระทั่งประตูลิฟท์ปิดลงและเคลื่อนไปยังด้านบนอย่างช้าๆ ตอนนั้นเองกลุ่มชายชุดดำก็วิ่งมาถึงพอดี โดยมีอาร์มันนี่วิ่งตามมาด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะคุยกับชายตรงหน้าที่เขารู้จักดี

“เอ่อ...ท่านจะไม่ตามจับนางฟ้าคนนั้นมาเป็นของท่านเหรอครับ”

“ไม่จำเป็นหรอก เมื่อถึงเวลา นางจะเป็นฝ่ายมาหาข้าเองและวันนั้นแหละ นางจะต้องเป็นของข้า”

ซีลอนหรี่ตาก่อนจะพูดกับอาร์มันนี่ด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย และเดินผ่านกลุ่มชายชุดดำที่แหวกทางให้เขาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ทางด้านของอาร์มันนี่เองก็มองส่งเจ้าชายอสูรไปจนลิบตา ก่อนจะมองไปยังลิฟท์ที่ถึงบนห้างสรรพสินค้าเรียบร้อยแล้ว เขาจำได้แม่นว่าเด็กหัวสีฟ้าที่วิ่งตามนางฟ้ามานั้นเป็นเด็กที่ชาร์ล็อตหมายหัวเอาไว้ ที่อยู่ในโบสถ์ของใครสักคนที่เขาเพิ่งทำให้ล้มละลายไป ภาพของนางฟ้าสาวที่โบยบินอยู่เหนือเวทียังคงตรึงอยู่ในใจของเขา ที่ทำให้เขาเองก็ต้องการเธอมาครอบครองเช่นเดียวกัน

“เอาเงินไปจ้างอสูรสงครามมา ไม่ต้องผ่านเจ้าชายนะ แล้วเตรียมตัวให้ชาร์ล็อตนำกำลังไปจับมาให้ได้ นางฟ้าคนนั้นต้องเป็นของข้า”

 

หลังจากที่ออกมาจากลิฟท์แล้ว เชส ลิลิน และวินดี้ก็รีบขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแท็กซี่คันนี้ก็เป็นคันเดียวกับที่พวกเขานั่งมานั่นเอง

“เชส...เจ้าทำให้ชีวิตข้าหายไปอีกหลายสิบปีเลยนะ”

คนขับแท็กซี่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง ที่เพื่อนของเขาพาสาวสวยคนนี้ขึ้นรถอีกครั้ง แม้ว่าจะอยากขอค่าโดยสารเป็นเลือดจากคอขาวๆของเธอมากกว่าก็ตาม แต่ปัญหาอยู่ที่เขากลัวมากว่าเธอจะกางปีกออกและฆ่าเขาในพริบตา เหมือนกับที่ทำกับอสูรสงครามเมื่อสักครู่

“แวมไพร์เป็นอมตะ ชีวิตของแวมไพร์จะลดลงได้อย่างไร”

ลิลินพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย โดยไม่รู้เลยว่ามันเป็นคำเปรียบเทียบ ก่อนจะมองไปทางคนขับที่นั่งเยื้องกับเธอเพื่อขอคำตอบ ที่ทำให้คนขับแท็กซี่รู้สึกเหมือนถูกเผ่าพันธุ์บางอย่างที่ทรงพลังมากจ้องมองมาอยู่ สิ่งที่เธอถามนั้นเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน

“อืม...บลัดเขากลัวคุณฆ่าเขายังไงล่ะครับ ประมาณว่ามันมีความเสี่ยงน่ะ”

เชสพยายามอธิบายให้นางฟ้าสาวฟังแบบง่ายๆ ซึ่งเธอเองก็พยักหน้ารับทราบ เพราะโดยปกติแล้วเผ่าเทพจะสังหารเผ่าพันธุ์แห่งความมืดทิ้งในทันที ทำให้ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะคิดว่าเธอเองก็มีแนวโน้มว่าจะฆ่าเขาเช่นกัน ก่อนจะพูดสิ่งที่เธอเพิ่งได้เรียนรู้ออกมา

“คุณบลัดไม่ได้กระทำสิ่งใดผิด ไม่มีเหตุอันใดที่เราจะฆ่าคุณ”

“จะ...จริงเหรอ ผมคิดว่าเผ่าเทพทุกคนจะคิดฆ่าพวกเราเหมือนกันทุกคนเสียอีก”

บลัดแทบไม่อยากเชื่อว่าเขาได้ยินคำพูดนี้จากเผ่าเทพ ที่มองว่าพวกเขาเผ่าพันธุ์แห่งความมืดทุกคนเป็นเหมือนเนื้อร้ายที่ต้องกำจัด ทำให้เขากลัวสาวสวยคนนี้น้อยลงกว่าเดิมมาก

“พี่ลิลินไม่เป็นแบบนั้นสักหน่อย พี่สาวออกจะใจดีไม่มีทางฆ่าใครมั่วซั่วหรอก”

วินดี้ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินความคิดของบลัดที่มีต่อเผ่าเทพอย่างลิลิน ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับเธอ เขารู้สึกว่าเธอช่างสมกับเป็นนางฟ้าจริงๆ เวลาอยู่ด้วยแล้วรู้สึกทั้งสบายใจและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน โดยไม่รู้เลยว่าเชสกำลังนั่งหลังแข็งอยู่ เพราะกำลังคิดถึงวันแรกที่ได้เจอลิลิน ที่ตั้งใจจะฆ่าเขาตั้งแต่แรกเห็นจริงๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เนื่องจากต้องการรักษาภาพลักษณ์ของนางฟ้าที่นั่งอยู่ข้างหลังของเขา

“แล้วถ้าผมขอเลือดเป็นค่าตอบแทนการขับรถล่ะ จะได้ไหม”

เมื่อรู้ว่าลิลินต่างออกไป แวมไพร์หนุ่มก็เผยหางของตัวเองออกมาทันที ก่อนจะเหลือบมองคอขาวๆน่ากินของนางฟ้าสาวผ่านทางกระจกมองหลัง ที่ถูกเชสบิดไปหันมาทางเขาด้วยความรวดเร็ว ทำให้บลัดหันมามองปีศาจหนุ่มด้วยความสงสัย

“นั่นอาจเป็นเหตุที่ทำให้คุณตายได้นะครับ คุณบลัด”

ดวงตาสีดำสนิทของเชสราวกับส่องประกายอะไรบางอย่างออกมา ที่ทำให้บลัดรีบโบกมือปฏิเสธด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะหันไปตั้งใจขับรถอย่างจริงจัง ดูเหมือนว่าคนที่เป็นภัยมากที่สุดจะไม่ใช่นางฟ้าสาวซะแล้ว

“นั่นคือสิ่งตอบแทนที่คุณบลัดต้องการ เราก็จะให้”

แม้ว่าคนขับรถจะตัดใจแล้ว แต่นางฟ้าสาวกลับตอบรับอย่างผิดคาด ที่ทำให้บลัดต้องชั่งใจว่าจะทำอย่างไรดี เพราะเท่าที่ดูเชสดูหวงสาวสวยคนนี้มากทีเดียว

 

“ถึงแล้วครับ พวกเรากลับมาถึงโบสถ์ของซิสเตอร์เชอร์รี่แล้ว”

เด็กหนุ่มพูดขึ้นเสียงดังด้วยความดีใจที่เห็นบ้านของเขา ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดในรถหายไปจนหมดสิ้น นั่นทำให้แวมไพร์คนขับรถแท็กซี่ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะส่งให้ทุกคนลงไปยังจุดหมาย ซึ่งเชสเองก็จ่ายค่าแท็กซี่เป็นเงินก้อนใหญ่ที่ได้มาจากการวทีใต้ดิน ที่ทำให้บลัดรีบออกรถหนีทันทีเพราะจะได้ไม่ต้องทอนเงิน

 

“วินดี้ เป็นยังไงบ้างปลอดภัยรึเปล่า”

ซิสเตอร์เชอร์รี่ที่ยืนรออยู่หน้าโบสถ์ รีบวิ่งเข้าไปหาวินดี้ทันทีที่เห็นเด็กชายลงมาจากรถ และนั่งคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อสำรวจเนื้อตัวเขา ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรเลย

“วินดี้เป็นเด็กดีมากครับไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องเงินซิสเตอร์เอาบัตรใบนี้ไปเบิกได้เลยครับ เงินที่เกินมาทั้งหมดผมขอบริจาคให้กับโบสถ์แห่งนี้ทั้งหมด”

เชสเข้ามาคุยกับซิสเตอร์ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นบัตรของธนาคารที่มีเงินจำนวนมากบรรจุอยู่ให้ ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้เขาได้เงินมาทั้งหมด 30 ล้านเหรียญ ค่าไถ่ถอนโบสถ์แห่งนี้คือ 20 ล้านเหรียญ ที่เกินมา 10 ล้านเหรียญปีศาจหนุ่มบริจาคมันให้เป็นค่าอาหาร และทุนการศึกษาของเด็กๆ

“จะดีเหรอคะ เงินจำนวนมากขนาดนี้แลกกับแค่ที่พักกับอาหารนิดหน่อยแค่นั้น”

ซิสเตอร์เชอร์รี่ถามด้วยสีหน้าหนักใจ แค่เงินที่ใช้ไถ่ถอนโบสถ์นั้นก็เป็นจำนวนมหาศาลแล้ว ยังบริจาคเงินเพิ่มให้อีกแบบนี้ เธอก็อดเกรงใจอีกฝ่ายไม่ได้เธอจึงทำท่าเหมือนจะยื่นบัตรคืนให้กับเชส

“มันเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันแล้ว”

ลิลินเดินออกขวางไม่ให้เชสหยิบบัตรจากมือของซิสเตอร์ได้ นางฟ้าสาวคิดว่าการที่โบสถ์ให้ที่พักและอาหารกับเธอ แลกเปลี่ยนกับที่เธอไปต่อสู้ในเวทีใต้ดินนั้น น่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนที่สมเหตุผลแล้ว ด้วยสีหน้าเฉยเรียบของเธอทำให้ซิสเตอร์เชอร์รี่พูดอะไรไม่ออก ได้แต่รับบัตรใบนั้นเอาไว้เท่านั้น

“ตอนนี้ดึกมากแล้ว พี่ลิลินกับพี่เชสค้างที่นี่อีกวันสิครับ”

วินดี้เข้ามาจับมือของทั้งสองเอาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยายามดึงให้พวกเขาเข้าไปในโบสถ์ที่มีกลิ่นของอาหารเย็นโชยออกมา ที่ผ่านมาเด็กหนุ่มคนนี้มักขี้อายอยู่เสมอ เมื่อเห็นว่าเข้ากับชายหนุ่มและหญิงสาวคู่นี้ได้ดี ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

 

หลังจากทานข้าวแล้วกันเสร็จแล้ว ลิลินกับเชสก็กลับมานอนในห้องเดียวกับที่พวกเขานอนเมื่อวาน วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เชสมองอยู่ในมุมมืดเพื่อมองใบหน้าของนางฟ้าสาวยามหลับใหล เป็นคืนที่สงบเงียบจนความวุ่นวายในวันนี้แทบจะดูเหมือนเรื่องโกหก

แต่ตอนนั้นเองอยู่ๆนางฟ้าสาวก็ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วและลุกขึ้นโดยไม่แสดงความงัวเงียออกมาแม้แต่น้อย ก่อนจะหันไปพูดกับปีศาจหนุ่มอย่างรวดเร็ว

“ไปปลุกทุกคน มีอสูรจำนวนมากกำลังมาทางนี้”

หลังจากพูดจบลิลินก็เดินออกไปด้านนอกทันที ด้านเชสที่รู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่จะพูดเล่นแม้แต่น้อย จึงรีบวิ่งไปปลุกเด็กๆและซิสเตอร์ในทันที ก่อนจะตามออกไปที่ด้านนอกโบสถ์ผ่านประตูบานใหญ่ที่เปิดค้างเอาไว้อยู่แล้ว ด้านหน้าของเขานั้นมีลิลินยืนอยู่ตรงหน้าโบสถ์ โดยตรงกันข้ามมีเด็กหญิงตัวเล็กที่ใส่เสื้อคลุมสีดำทั้งตัว ที่ด้านหลังของเธอมีอสูรจำนวนมากกำลังล้อมโบสถ์แห่งนี้อยู่ ชาร์ล็อตยื่นไม้เท้าของเธอมาข้างหน้าก่อนจะพูดขึ้นเสียงดัง

“หัวหน้าของพวกเราประกาศว่าเธอทำผิดกฎด้วยการใช้เวทมนตร์บนเวที จึงมานี่เพื่อริบเงินคืน แล้วพาตัวเธอไป นอกจากนี้เราจะพาตัวเจ้ามนุษย์หมาป่านั่นไปเป็นดอกเบี้ยด้วย”

“ฝ่ายโน้นใช้เวทมนตร์ก่อนไม่ใช่เหรอ การที่ฝ่ายนี้ใช้บ้างก็ไม่เห็นผิดอะไร”

4602

เชสที่ได้ยินเรื่องที่ชาร์ล็อตพูดพอดีวิ่งมาขวางหน้าลิลินเอาไว้ ก่อนจะเริ่มเถียงแทนนางฟ้าสาวทันที เนื่องจากเขาคิดว่าเรื่องแบบนี้เขาน่าจะเก่งกว่าเธอเยอะ

“ผิดก็คือผิด ทำไมไม่เรียกให้กรรมการเป็นคนตัดสินล่ะ จะตัดสินด้วยตัวเองได้ยังไง”

แม่มดน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้ว่าจริงๆแล้ว ถึงจะเรียกให้กรรมการตัดสิน กรรมการก็จะแกล้งมองไม่เห็นตามคำสั่งของอาร์มันนี่ก็ตาม แต่ยังไงคำสั่งก็คือคำสั่ง อาร์มันนี่เป็นคนรับเลี้ยงเธอหลังจากที่อาจารย์ของเธอตาย ทำให้เธอซื่อสัตย์กับเขามาก

“ถ้ากรรมการจะเอาจริงล่ะก็ ต้องสั่งหยุดตั้งแต่เห็นว่ามีการใช้เวทมนตร์แล้ว ไม่ต้องรอให้มีคนฟ้องหรอก”

ปีศาจหนุ่มเถียงอย่างเผ็ดร้อน คนทั้งสนามเห็นอยู่ว่ามีการใช้เวทมนตร์ แล้วกรรมการที่นั่งอยู่ข้างสนามและมีประสบการณ์มากกว่าคนดู จะมองไม่เห็นเวทมนตร์ใยแมงมุมที่ใหญ่ขนาดนั้นได้ยังไง ทำให้ชาร์ล็อตถึงกับเถียงไม่ออก

ในเมื่อเห็นว่าเหตุผลของตัวเองสู้อีกฝ่ายไม่ได้แล้ว ชาร์ล็อตก็ผลสัญญาณให้อสูรรับจ้างที่ตามเธอมีบุกทันที ส่งผลให้พวกมันพุ่งมาด้านหน้า โดยมีอสูรตัวใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายค้างคาวบินเด่นมาเป็นตัวแรก

ควับ !

ร่างสีขาวขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วจนขนาดเชสยังมองเห็นแทบไม่ทัน พุ่งเข้าไปขวางค้าวคาวที่บินนำมา แสงวาววับจากอาวุธขนาดใหญ่ส่องประกายสะท้อนแสงจันทร์

ตุบ !

สิ่งที่ตกลงมานั้นคือศีรษะของค้างคาวที่มีใบหูขนาดใหญ่ ที่ยังคงทำหน้าตาโหดร้ายเหมือนในขณะที่กำลังบุกโจมตีเมื่อครู่ สิ่งที่ตามมานั้นคือกระแสของเวทมนตร์ที่กดดันให้อสูรทุกตัวหยุดอยู่กับที่ทันที และร่างของนางฟ้าปีกสีขาวบริสุทธิ์ที่ค่อยๆลอยลงมาอย่างช้าๆ ช่างดูงดงามจนราวกับว่าการสังหารเมื่อกี้เป็นเรื่องโกหก

จากนั้นเธอก็เหวี่ยงเคียวลงกับพื้น จนเกิดรอยแยกที่วิ่งไปด้านข้างเองราวกับมีชีวิตไปรอบๆโบสถ์ ซึ่งไม่นานก็เห็นว่ามีรอยแยกขนาดเล็กเป็นวงกลมล้อมรอบโบสถ์แห่งนี้เอาไว้

“ถ้าข้ามเส้นนี้เข้ามา พวกท่านจะถูกจัดว่าเป็นพวกที่มีการกระทำที่สมควรตาย”

ลิลินพูดด้วยเสียงหวานไร้อารมณ์ ที่ฟังดูแล้วไม่มีความน่ากลัวแม้แต่น้อย แต่เหล่าอสูรสงครามที่ถูกจ้างมานั้นกลับยืนตัวสั่นอยู่กับที่ ไม่เหลือเค้าของความน่ากลัวอยู่เลย แม้แต่ชาร์ล็อตที่เป็นคนนำทัพมาก็ยังอดหวั่นไหวไม่ได้ การเผชิญหน้ากับนางฟ้าชั้นสูงแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเลยแม้แต่น้อย

 

“ซิสเตอร์อย่าออกไปเลยครับ ให้พี่เชสกับพี่ลิลินจัดการดีกว่า”

วินดี้พยายามห้ามไม่ให้ซิสเตอร์เชอร์รี่ออกมาดูสถานการณ์ภายนอก เพราะว่าเขาได้กลิ่นของอสูรจำนวนมากที่ไม่เพียงแต่อยู่ด้านหน้าของโบสถ์เท่านั้น ยังมีอีกบางส่วนที่ล้อมรอบโบสถ์แห่งนี้เอาไว้อีกด้วย ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมพวกมันถึงหยุดอยู่ข้างนอกไม่กล้าเข้ามาโจมตี

“ไม่ได้ ยังไงซิสเตอร์ก็ผู้รับผิดชอบของโบสถ์นี้ ปล่อยให้ทั้งสองคนจัดการไม่ได้หรอก วินดี้ไปพาคนอื่นๆเข้าที่ปลอดภัย แล้วรออยู่ตรงนั้นก่อนนะ”

ซิสเตอร์หันกลับมาลูบหัวของวินดี้เบาๆ ก่อนจะหลังหันวิ่งออกไปยังด้านหน้าของโบสถ์ ซึ่งเมื่อมาถึงก็ตกตะลึงเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวสวยที่เธอคิดว่าไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แต่กลับยิ่งไม่ธรรมดาเข้าไปอีกเมื่อร่างบางนั้นมีปีกสีขาวขนาดใหญ่งอกออกมาจากที่กลางหลังด้วย

“ซิสเตอร์ หลบไปอยู่ข้างในก่อนดีกว่าครับ ตรงนี้อันตรายมาก”

เชสเข้ามาขวางเชอร์รี่เอาไว้ทันที เนื่องจากเกรงว่าเธอจะได้รับอันตรายจากอสูรที่ยืนมองอยู่จากด้านนอก ไม่นานเขาก็มองเห็นวินดี้ที่วิ่งตามออกมา หลังจากที่พาเด็กๆคนอื่นไปหลบในที่ปลอดภัยแล้ว แต่ซิสเตอร์กลับมองเด็กหนุ่มด้วยความตกใจ

“วินดี้ ตามมาทำไม”

“เพราะว่าผมได้กลิ่นของเธอ ผมอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงโกรธแค้นผม”

เด็กหนุ่มชี้นิ้วไปทางชาร์ล็อตที่มองมายังเขาด้วยสายตาโกรธแค้น ทั้งๆที่บนตัวของเธอมีกลิ่นที่ติดต่อพ่อเขาเสมอๆแท้ๆ ทำให้คิดว่าเธอน่าจะรู้จักกับพ่อของเขา เขาจึงคิดว่าแม่มดตัวน้อยไม่น่าจะแค้นเขาขนาดนี้

“เป็นเพราะมนุษย์หมาป่าหัวฟ้าอย่างแกน่ะ เป็นคนฆ่าอาจารย์ของชั้นยังไงละ !!!

ชาร์ล็อตที่ปกติเป็นคนเยือกเย็นอยู่เสมอ กลับแสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยวออกมาอย่าไม่ปิดบัง เธอจำเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อนได้ดี ในบ้านของอาจารย์ของเธอที่อยู่ในป่าโปร่งอันสวยงาม วันหนึ่งได้ถูกเผาโดยฝีมือของใครสักคนในขณะที่เธอกับอาจารย์กำลังหลับอยู่ ซึ่งเมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่นอกบ้านแล้ว โดยมีมนุษย์หมาป่าร่างใหญ่ที่มีผมสีฟ้า วิ่งสวนเข้าไปในตัวบ้านที่กำลังไหม้อยู่

ทำให้เธอคิดว่าอาจารย์ของเธอคงเป็นคนที่ใช้เวทมนตร์พาเธอออกมา ซึ่งมนุษย์หมาป่าที่เป็นคนเผาบ้านน่าจะเห็นว่าพวกเธอสามารถหนีออกมาได้ จึงวิ่งตามเข้าไปในบ้านเพื่อสังหารอาจารย์ของเธอ หลังจากที่มนุษย์หมาป่าเข้าไปในบ้านได้ไม่ได้ บ้านหลังนั้นก็ถล่มลงมาและถูกอย่างที่อยู่ในนั้นก็ถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่าน

“ดังนั้นแล้วมนุษย์หมาป่าทุกตัวจะต้องตาย”

เปรี้ยง !!!

แม่มดน้อยกล่าวด้วยโทสะ ก่อนที่ไม้เท้าของเธอจะส่องแสงสีม่วงออกมาสว่างจ้า และเมื่อเธอยื่นมันออกมาด้านหน้า สายฟ้าจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากไม้เท้านั้น โดยเป้าหมายอยู่ที่วินดี้ที่ก้าวออกมาด้านหน้าของซิสเตอร์ด้วยความรวดเร็ว

แต่ทว่าเวทมนตร์ของนางฟ้าสาวนั้นเร็วกว่ามากนัก ทำให้สายฟ้าชาร์ล็อตปล่อยออกมานั้นพุ่งชนกับกำแพงใสก่อนจะเข้าถึงตัวของเด็กหนุ่ม ชาร์ล็อตได้แต่กัดฟันด้วยความไม่พอใจ เพราะเธอรู้ดีว่าตราบใดที่นางฟ้าคนนี้ยังอยู่ เธอไม่มีทางทำอะไรมนุษย์หมาป่าตัวนี้ได้เลย

“อย่ามาขวางนะ เผ่าเทพต้องฆ่าปีศาจสิ ทำไมถึงร่วมเดินทางกันหน้าตาเฉย”

“มันไม่เกี่ยวว่าวินดี้เป็นเผ่าพันธุ์อะไร แต่เขาไม่ได้เป็นคนฆ่าอาจารย์ของเธอ ดังนั้นแล้วเขาไม่ใช่คนเลว วินดี้จึงไม่สมควรตาย”

นางฟ้าสาวกล่าวตามความเข้าใจของเธอเอง ที่เธอคิดว่ามันเป็นเหตุเป็นผลมากที่สุดแล้ว ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ชาร์ล็อตเองก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ถ้าคิดแบบนี้แล้ว ความแค้นที่สุมอยู่ในอกจะระบายได้อย่างไร ทำให้แม่มดน้อยทำเป็นไม่สนใจความจริงนี้ เธอรวบรวมพลังเวทมนตร์เพื่อเตรียมโจมตีอีกครั้ง

“ถ้าคุณจะทำร้ายกันไปมากกว่านี้ ผมเองจะไม่อยู่เฉยๆแล้วนะ”

วินดี้แปลงร่างกลับเป็นครึ่งมนุษย์หมาป่าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินมาเคียงข้างนางฟ้าสาวและเชสที่ยืนขวางศัตรูอยู่ โบสถ์แห่งนี้เป็นที่อยู่ของเขา เขาก็ต้องปกป้องมันด้วยตัวของเขาเอง

 

“เงียบไปเลย !!! ถ้าไม่มีคนผิดงั้นอาจารย์อีเมเนียก็ตายฟรีสิ”

ชาร์ล็อตตวาดเสียงดังอีกครั้ง ดวงตากลมโตของเธอเริ่มสั่นไหวเมื่อคิดถึงการตายของคนที่เธอนับว่าเป็นดั่งแม่คนที่สองของเธอ นอกจากความแค้นที่ผลักดันเธอมาข้างหน้าตลอดแล้ว ความเศร้าและความคิดถึงเองก็มีผลกับเธอไม่น้อยเช่นกัน ทำให้เธอลืมความกลัวที่มีต่อนางฟ้าสาวตรงหน้าและกำลังเดินข้ามเส้นที่ถูกขีดเอาไว้มา

ซึ่งอีกฝ่ายที่ถือเคียวเล่มใหญ่อยู่ก็รับคำท้าทายด้วยการกระชับอาวุธในมือ และกระพือปีกสีขาวที่ส่งให้เธอลอยขึ้นเล็กน้อย ทันทีที่เท้าของอีกฝ่ายเหยียบลงบนรอยแยกเล็กๆนั้น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครเธอก็จะทำตามคำพูดของเธอ

“อีเมเนีย อาจารย์ของเธอชื่ออีเมเนียเหรอ”

ซิสเตอร์เชอร์รี่ตะโกนขึ้นเสียงดังเมื่อได้ยินชื่ออาจารย์ของชาร์ล็อต ชื่อที่แม่มดตัวน้อยพูดออกมานั้น มันช่างคุ้นหูของเธอเหลือเกิน ชื่อนั้นเป็นชื่อเดียวกับเพื่อนของเธอที่ทำให้เธอรู้จักว่านอกเรื่องจากเผ่าพันธุ์ในโลกที่เธอรู้จักแล้ว ยังมีเผ่าพันธุ์จากภพอื่นที่เข้ามาปะปนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับพวกเธออีกด้วย

“ถ้าใช่ แล้วจะทำไม”

ชาร์ล็อตยั้งเท้าของเธอเอาไว้เหนือเส้นที่ถูกขีดเอาไว้และรั้งมันกลับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดกับซิสเตอร์ด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง คนที่ชุบเลี้ยงมนุษย์หมาป่าเอาไว้ก็ต้องเป็นคนผิดด้วยเช่นกัน

“ถ้างั้นก็แปลว่าทุกอย่างเป็นการเข้าใจผิดหมดเลย เดี๋ยวนะคะ อย่างเพิ่งสู้กันนะ ซิสเตอร์มีของจะให้”

ซิสเตอร์กางมือแยกระหว่างแม่มดตัวน้อยกับนางฟ้าสาว ซึ่งลิลินก็พยักหน้าให้เนื่องจาก ถ้าอีกฝ่ายไม่ก้าวข้ามเส้นมาเธอก็จะไม่ทำอะไรเหมือนกัน ทำให้ซิสเตอร์เชอร์รี่วิ่งเข้าไปในโบสถ์ด้วยความรวดเร็ว

“ดูท่าว่าเหตุการณ์จะทรงตัวแล้วนะครับ”

เชสที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ไม่มีใครเห็นว่าลากมาตั้งแต่ตอนไหน หันมาพูดกับนางฟ้าสาวที่ลดอาวุธของเธอลงแล้วเช่นกัน ปีศาจหนุ่มรู้สึกมีความสุขมากที่ได้นั่งท่ามกลางความมืดในคืนที่แสงจันทร์เสี้ยวสาดส่องลงมาแบบนี้ สำหรับเผ่าพันธุ์ผู้ย่ำเงาแล้ว เหมือนกับแหล่งเติมพลังชั้นดีก็ไม่ปาน

 

ไม่นานซิสเตอร์เชอร์รี่ก็วิ่งกลับมาพร้อมกับลูกแก้วใสในมือ ที่เมื่อชาร์ล็อตเห็นมันก็ถึงกับทำไม้เท้าในมือตกทันที ทำให้เชสที่ดูเหตุการณ์อยู่รีบเข้ามาขวางหน้านางฟ้าสาวเอาไว้ เพราะรู้ว่าแม่มดตัวน้อยต้องวิ่งข้ามเส้นที่เธอขีดเอาไว้แน่ พร้อมกับกระซิบหาลิลินเบาๆ

“แม่มดคนนั้นไม่ได้คิดจะสู้แล้ว อย่าลงมือนะครับ”

“เธอไม่ได้ปล่อยเวทมนตร์หรือจิตสังหารออกมา เราเข้าใจ”

 

“นี่มันลูกแก้วของอาจารย์ มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...แล้วเวทมนตร์ที่ถูกผนึกลงบนลูกแก้วนี้...”

ชาร์ล็อตวิ่งข้ามเส้นมาอย่างที่เชสคิด ซึ่งลิลินก็ไม่ได้สังหารเธอ แต่ก็ยังคุมเชิงอสูรที่ทำท่าเหมือนจะก้าวข้ามเส้นตามมา แม่มดน้อยเข้าไปหยิบลูกแก้วในมือของซิสเตอร์เชอร์รี่มาดูใกล้ๆอย่างรวดเร็ว ซึ่งเวทมนตร์ที่ถูกผนึกอยู่บนลูกแก้วลูกนั้น เป็นการลงรหัสเวทมนตร์ที่มีแต่เธอและอาจารย์เท่านั้นที่รู้

“เมื่อห้าปีก่อน มีอยู่คืนนึงที่อยู่ๆเราก็ฝันถึง อีเมเนีย เธอฝากให้เอาลูกแก้วนี้ให้กับลูกศิษย์ของเธอ แล้วจากนั้นเราก็ไม่ได้ข่าวอะไรจากอีเมเนียอีกเลย...เช่นเดียวกับพ่อของวินดี้”

ซิสเตอร์เชอร์รี่ก้มหน้าพูดด้วยความเศร้า แม้ว่าพักหลังเธอกับอีเมเนียจะไม่ได้พบกันบ่อยนักก็ตาม แต่ก็นับได้ว่าเมื่อก่อนเธอกับอาจารย์ของชาร์ล็อตก็สนิทสนมกันมากทีเดียว ส่วนลูกแก้วลูกนี้เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็พบว่ามันอยู่ใต้ผ้าห่มของเธอแล้ว แน่นอนว่าเธอไม่รู้เรื่องเวทมนตร์แม้แต่น้อยจึงไม่รู้ว่าด้านในบรรจุอะไรเอาไว้

“เวทมนตร์อะไรกันเนี่ย”

ชาร์ล็อตถอดรหัสเวทมนตร์เพื่อให้มันทำงานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นว่านี่เป็นเวทมนตร์ที่เธอเองก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งการลงรหัสเวทมนตร์เอาไว้นั่น เป็นสิ่งที่สามารถใช้ป้องกันไม่ให้คนอื่นใช้งานมันได้นั่นเอง และเมื่อรหัสถูกถอดออก ลูกแก้วลูกนั้นก็เปล่งแสงออกมาสว่างจ้าต่อหน้าของแม่มดตัวน้อย

“เกิดอะไรขึ้น คุณลิลินเมื่อกี้มันเวทมนตร์อะไร”

เชสมองไปยังชาร์ล็อตที่หลังจากอาบแสงจากลูกแก้วลูกนั้นแล้ว ก็ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความรวดเร็ว และเอามือกุมศีรษะของเธอไว้ จึงหันไปถามนางฟ้าสาวที่เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์มากกว่าเขา เช่นเดียวกับซิสเตอร์เชอร์รี่และวินดี้ ที่ต่างก็อยากรู้ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน

“มันเป็นเวทมนตร์รักษา ใกล้เคียงกับการถอนคำสาปหรือเวทมนตร์ที่ส่งผลตกค้างอยู่”

แม้ลิลินจะยังคงจับจ้องอยู่ที่อสูรตรงหน้า เธอก็ยังสามารถรับรู้เวทมนตร์ได้จากไอของมันที่แผ่ออกมา จึงสามารถตอบได้ในทันที ก่อนจะอธิบายว่าเวทมนตร์นี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ก่อให้เกิดอันตราย

ไม่กี่นาทีต่อมาชาร์ล็อตก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆ เธอยืนโซเซไปมาอย่างอ่อนแรง ที่ราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ

“ชาร์ล็อตครับ เกิดอะไรขึ้น”

วินดี้เข้าไปประคองร่างของแม่มดน้อยเอาไว้ก่อนที่เธอจะล้ม การเข้าใกล้อีกฝ่ายนั้นทำให้เด็กหนุ่มยิ่งรู้สึกว่ากลิ่นของเธอช่างคุ้นเคยจริงๆ ก่อนที่ชาร์ล็อตจะหันมามองคนที่ประคองเธออยู่และเริ่มร้องไห้ จนไม่เหลือคราบของสาวน้อยผู้เย็นชาอยู่เลย จากนั้นเธอก็อธิบายมันออกมาช้าๆ

“ขอโทษนะวินดี้ ที่เคยโกรธแค้นเธอ ทั้งๆที่มัน...เป็นความทรงจำปลอม”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #261 watch012 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:56
    ขอให้แต่งจนจบด้วยเถอะ สาธุ อ่านๆ ต่อ อ่านต่อ
    #261
    0
  2. #146 qazz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 07:58
    ยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #146
    0
  3. #129 Fateจัง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 14:02
     งืมๆ มีมาต่อแล้ว
    #129
    0
  4. #109 minhai_m* (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 14:47
    ชอบๆๆ ลิลินน่ารัก
    #109
    0
  5. #80 Litter boy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2555 / 17:04

     สุดเยดดดด

    ชอบเรื่องนี้ๆ

    #80
    0
  6. #72 ChoBitS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2555 / 18:22
    เย้ เย้ ในที่สุดก็อัพแล้วววววววว

    นานมากๆเลยอ่ะไรเตอร์

    มาอัพบ่อยๆนะคะ
    #72
    0
  7. #68 OniTheNext (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2555 / 08:36
     รออ่านอยู่นะค้าบ
    #68
    0
  8. #67 logan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 / 18:10
    สนุกมากคะ^^
    #67
    0
  9. #65 น่องไก่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 / 02:11
     รอครับ 
    #65
    0