Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 59 : พลังแห่งความมืดของลิลิมุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 ธ.ค. 56

บทที่ 7

พลังแห่งความมืดของลิลิมุ

 

หลังจากที่พักอย่างเต็มอิ่มในเมืองของลีออน รุ่งเช้าลิลิมุและทุกคนก็ออกเดินทางต่อ ในขณะที่กลุ่มโจรก็เดินทางไปยังมหานครแห่งความมืดในเวลาเดียวกัน

“อิอิ ซีลอน ลิลิมุเก่งใช่ไหมล่ะ ทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ด้วย”

ลิลิมุที่นั่งอยู่ในศาลาบนตัวโกโก้ พูดออกมาอย่างภูมิใจขณะที่เกาะแขนของซีลอนเอาไว้แน่น

“ครับ ลิลิมุเก่งมากๆเลย เอ่อ...ในช็อกโกแลตนั่นมีอะไรผสมอยู่เหรอครับ”

แม้เมื่อคืนนี้ลิลิมุจะคุยอวดเขาเรื่องนี้ตลอด ที่ทำให้เขาต้องชมเธอนับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังชมอีกครั้งเพราะอยากเห็นรอยยิ้มของเธอ ก่อนจะเริ่มถามสิ่งที่ติดใจมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งต้องรอให้แยกจากพวกลีออนก่อนถึงจะถามได้

โดยก่อนหน้านี้เข้าใจเวทมนตร์เด็กดีของลิลิมุแล้ว ว่าจริงๆเธอแค่ร่ายเวทมนตร์หลอกๆ ก่อนจะให้ชาร์ล็อตใช้เวทมนตร์ฟ้าฝ่าใส่อสูรที่อยากลองของ แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมช็อกโกแลตของสาวน้อย ถึงทำให้อสูรโจรกลับตัวได้แบบนั้น

“เอ๋ ก็ใส่ผงช็อกโกแลต น้ำตาล...แล้วก็...”

ลิลิมุที่เป็นคนทำช็อกโกแลตพวกนั้นเองตอบ เธอสารยายวิธีทำมันอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นตอนกำลังทำต้องคิดว่าอยากให้คนทานมีความสุข ที่ฟังดูแล้วก็ไม่มีอะไรต่างจากช็อกโกแลตธรรมดาเลย

“แล้วทำไมมันถึงทำให้พวกคุณลีออนเป็นแบบนั้นได้ล่ะครับ”

อีกครั้งที่ซีลอนต้องงงกับคำตอบของสาวน้อย ถ้าหากมันไม่มีอะไรพิเศษแล้วทำไมถึงส่งผลได้ขนาดนั้น

“ถ้าให้ตอบตรงๆ คงเป็นเพราะพวกนั้นไม่เคยกินของหวานมาก่อน พอมาเจอของอร่อยเข้าให้ก็เลยเป็นแบบนั้นไง”

ชาร์ล็อตที่นั่งอยู่ด้วยตอบขึ้น ความอร่อยของช็อกโกแลตที่ลิลิมุทำนั้นเลื่องลือไปทั่วทุกภพ นอกจากนี้ส่วนใหญ่แล้วเผ่าอสูรมักจะไม่เคยกินของหวานกัน เนื่องจากในหัวของพวกเขามีแต่การต่อสู้ พวกผลไม้ส่วนใหญ่จะถูกเอาไปหมักกลายเป็นเหล้าหมด

แม้เหตุผลจะฟังดูเรียบง่าย แต่ซีลอนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“คะ...แค่นั้นเองเหรอครับ”

“อือ...ใช่แล้ว”

ลิลิมุพยักหน้าก่อนจะยิ้มหวานให้ซีลอนอย่างไร้เดียงสา ที่ทำให้เทพหนุ่มมองเธอกลับก่อนจะถามต่อ

“ที่ผ่านมา ลิลิมุทำแบบนี้มาตลอดเลยเหรอครับ”

“อือ เราว่าทำแบบนี้ช็อกโกแลตอร่อยที่สุดแล้ว”

“เอ่อ...นั่นก็ใช่ครับ แต่ผมหมายถึงทำกับพวกโจรแบบเดียวกับที่ทำกับพวกคุณลีออน”

เทพหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยกับคำตอบของลิลิมุ ก่อนจะถามให้ชัดเจนขึ้น

“ใช่แล้ว วิธี “เด็กดี” นี่ท่านยาย ท่านแม่ แล้วก็เราช่วยกันคิดขึ้นมา ลิลิมุชอบมากๆเลยนะ ไม่มีใครต้องตาย มีแต่คนมีความสุขด้วย”

สาวน้อยตอบอย่างภูมิใจ เมื่อ 130 ปีก่อนเธอบังเอิญได้ยินเรื่องที่ลิลินและลิลิธคุยกัน เกี่ยวกับจะจัดการกลุ่มโจรยังไงดี ซึ่งลิลินกล่าวว่าบางครั้งโทษของคนพวกนี้ก็ยังไม่ถึงตาย และกำลังคนเป็นสิ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนอาณาจักร ในขณะที่ลิลิธกำลังหาวิธีทำให้พวกเขากลับตัวได้จริงๆ ซึ่งเมื่อรวมกับความคิดเอาช็อกโกแลตให้กินของลิลิมุ ทุกอย่างก็ลงตัวพอดี

“พวกคุณ...ไม่เหมือนที่ผมได้ยินมาเลยจริงๆ”

ซีลอนยิ้มให้กับลิลิมุ ทั้งๆที่ไม่ว่าเธอหรือลิลินก็มีพลังขนาดที่ทำลายศัตรูได้ในพริบตา แต่พวกเธอกลับเลือกวิธีที่ยุ่งยากกว่ามาก เพื่อทำให้เหล่าโจรกลับตัวเป็นคนดี ซึ่งต่างจากที่เขาได้เรียนมาว่าเผ่าแห่งความมืดเป็นเผ่าที่รักความรุนแรงและคลั่งสงครามมาก

“แล้วซีลอนได้ยินมาว่ายังไงเหรอ”

ลิลิมุเอียงคอและถามกลับอย่างไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เคยรู้ว่าเหล่าเทพสอนอะไรเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดอย่างพวกเธอบ้าง ต่างจากชาร์ล็อตที่ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นขณะมองผ่านม่านของศาลาออกไปด้านนอก หลังจากได้ยินคำพูดของซีลอน

 

หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินทางต่อไปปราบโจรอีกหลายกลุ่ม แม้จะโดนลอบโจมตีบ้างแต่ด้วยความร่วมมือระหว่างซีลอนและโกโก้ รวมกับช็อกโกแลตที่ลิลิมุทำ ก็ทำให้พวกนั้นกลับตัวเป็นคนดีได้ไม่ยาก

จนซีลอนเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องเดินทางกันแค่นี้ เพราะถ้ามาเป็นกองทัพคงยากที่จะทำตามแผนแบบนี้ได้ นอกจากนี้ลิลิมุยังมีพลังเวทมนตร์มากขนาดที่ต่อให้อีกฝ่ายมาเป็นกองทัพ เขาก็คิดว่าคงเจอเวทมนตร์ของสาวน้อยเป่าหายไปในเวลาแค่พริบตา

 

หงึก

ศีรษะของซีลอนพะงกลงอีกครั้งหลังจากที่นั่งหลับมาเป็นเวลานาน แต่ครั้งนี้มันทำให้เขาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ พวกเขายังอยู่ในศาลาบนหลังของโกโก้เหมือนเดิม ชาร์ล็อตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังนั่งดูทีวีขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากด้านบน ก่อนที่เทพหนุ่มจะสังเกตว่าบนตักของเขามีใครบางคนนอนอยู่

“เอ่อ...ลิลิมุครับ”

“ซีลอนเรียกเราทำไมเหรอคะ”

สาวสวยลืมตาขึ้นมามองหน้าเขา ที่ทำให้ซีลอนได้เห็นใบหน้าของลิลิมุในเวลาที่เธออยู่ในร่างแห่งความมืดชัดๆเป็นครั้งแรก ถึงจะดูเหมือนกับอีกร่างมากก็ตาม แต่ดวงตาที่มีขนตางอนงามประดับอยู่ยามที่มองเขานั้นดูเย้ายวนกว่ามาก

“อะ...เอ่อ...อีกไกลไหมครับกว่าจะถึง”

ซีลอนยกมือขึ้นเกาคางตัวเองเบาๆ เขาไม่คุ้นกับลิลิมุในร่างนี้นักจึงไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติกับเธออย่างไรดี จึงถามคำถามอย่างตะกุกตะกัก

คำถามของเขาทำให้ลิลิมุลุกขึ้นมาและมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนลงมานอนตักอีกฝ่ายอีกครั้ง

“อีกไม่ไกลค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นมีเรื่องที่เราต้องทำก่อน พี่วินดี้คะ ถ้าเจอคนอื่นเรียกลิลิมุด้วยนะคะ”

“ได้ครับ น้องลิลิมุ”

เสียงขานรับของวินดี้ดังผ่านม่านศาลาเข้ามา

“เท่าที่ดูแล้วเป็นยังไงบ้างคะ น้องลิลิมุ”

ชาร์ล็อตปิดโทรทัศน์ที่เลื่อนหายไปบนหลังคา ก่อนจะหันมาถามหญิงสาวที่ตอบทั้งๆที่ยังนอนอยู่

“การทำปศุสัตว์ไม่น่ามีปัญหาค่ะ สัมผัสของต้นไม้และผืนดินก็อุดมสมบูรณ์ดี”

“หืม...แบบนั้นแปลว่าเขารายงานเท็จสิคะ”

“ไม่ค่ะ อาจจะมีโรคระบาดหรือเหตุผลอื่นๆ คงต้องถามจากคนที่เดินผ่านไปมาดู

แม่มดและลิลิมุคุยกันไปเรื่อยๆ ในขณะที่ซีลอนได้แต่ทำหน้างงว่าพวกเธอคุยเรื่องอะไรกัน

“เอ่อ มีเรื่องอะไรเหรอครับ ลิลิมุ”

“นั่นสิ เรายังไม่ได้บอกซีลอนเลย ครั้งนี้นอกจากปราบโจรแล้วท่านแม่ยังให้งานเล็กๆมาอีกงานด้วยค่ะ”

ลิลิมุยื่นไปสัมผัสใบหน้าของเด็กหนุ่มตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งข้างๆเขาและดึงแขนมากอดไปไว้ อันเป็นเหตุให้ซีลอนต้องใช้สมาธิมากขึ้นในการฟังคำอธิบายของเธอ

“เมืองข้างหน้าของเรารายงานมาว่า ของดส่งภาษีเพราะภาวะขาดแคลนอาหารติดกันหลายปีค่ะ ท่านแม่จึงให้เรามาตรวจดูว่าจริงไหม เพราะไหนๆก็ผ่านมาแล้ว”

“แต่ก็อย่างที่น้องซีลอนได้ยินไปเมื่อสักครู่ ที่นี่อุดมสมบูรณ์ดีจึงน่าจะผิดปกติแน่นอน”

ชาร์ล็อตอธิบายเพิ่มเติม ที่ทำให้เทพหนุ่มพอรู้ว่าทำไมต้องมาตรวจสอบ

“แบบนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน”

“ใช่แล้วค่ะ หน้าที่ของลิลิมุคือหาว่าอะไรคือสิ่งผิดปกตินั้น”

เธอพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะจับแขนของซีลอนเอาไว้แน่นขึ้นเมื่อพาหนะหยุดลงพร้อมกับเสียงเรียกที่ดังเข้ามา

“น้องลิลิมุครับ ข้างหน้ามีคนกำลังให้วัวกำลังกินหญ้าอยู่”

“เข้าใจแล้วค่ะ ไปกันเถอะซีลอน”

ลิลิมุลุกขึ้นจูงมือเทพหนุ่มลงจากโกโก้ ทั้งสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้าสีน้ำเงินที่ทอดยาวออกไปด้านข้าง ที่ทางด้านซ้ายมีกลุ่มสัตว์จำนวนมากกำลังเล็มหญ้าอยู่ พวกมันมีลักษณะเหมือนกับวัวในมหาภพแห่งเสียง แต่ตัวใหญ่กว่า มีเขามากกว่า นอกจากนี้ยังมี 8 ขาอีกด้วย

คนที่เลี้ยงมันอยู่เป็นอสูรสุนัขที่น่าจะเด็กกว่าพวกเขาเล็กน้อย เมื่อเห็นลิลิมุเดินเข้าไปเขาก็มองเธออย่างตกตะลึง

“อะ...เอ่อ...มีอะไรรึเปล่าครับ”

อสูรสุนัขพูดอย่างตะกุกตะกัก ขณะมองเรือนร่างของลิลิมุอย่างหวั่นไหว ซึ่งเป็นอาการปกติของคนที่เพิ่งเห็นเธอในร่างแห่งความมืดเป็นครั้งแรก

“วันนี้อากาศดีนะคะ วัวพวกนี้ก็ดูมีความสุขดีด้วย”

ถึงจะโดนลวนลามทางสายตาก็ตาม แต่ลิลิมุก็ยิ้มหวานให้กับอีกฝ่าย เนื่องจากเธอชินกับสายตาแบบนี้เสียแล้ว และรู้ว่ามันพลังของเซอร์คิวบัสที่ส่งมาทางสายเลือด ที่ทำให้เพศตรงข้ามรู้สึกหวั่นไหวกับเธอมาก ก่อนที่หญิงสาวจะเดินเข้าไปหาวัวตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ที่ทำให้อสูรสุนัขรีบห้ามเธอทันที

“ตัวนั้นไม่ได้นะครับ มัน...”

เขากลืนคำพูดที่ว่ามันดุมากลงไปในลำคอ เมื่อวัวตัวใหญ่ทำสีหน้ามีความสุขขณะที่ลิลิมุกำลังลูบศีรษะของมันเบาๆ

“อะ...แฮ่ม...”

ซีลอนที่ยืนอยู่ด้วยไอออกมาเบาๆ เพื่อเรียกความสนใจจากอสูรสุนัขที่เอาแต่มองลิลิมุไม่วางตา

“ผมได้ยินว่าแถวนี้มีโจรป่าไม่น้อยที่ออกปล้นสะดม ที่เมืองนี้มีไหมครับ”

“เรื่องนั้นไม่มีนะครับ เมืองของพวกเราสงบสุขดีครับ”

อสูรสุนัขตอบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ซีลอนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย แต่ก่อนจะถามอะไรต่อลิลิมุก็เดินมาจับมือเขาก่อน

“ถ้างั้นพวกเราจะได้เดินทางได้อย่างสบายใจ ขอบคุณนะคะ”

เธอกล่าวขอบคุณอสูรสุนัข ก่อนจะเดินพาซีลอนกลับมายังศาลาบนตัวโกโก้ ซึ่งชาร์ล็อตก็ถามเธอทันที

“เป็นยังไงบ้างคะ”

“เขาบอกว่าแถวนี้ไม่มีโจรป่าครับ...ไม่น่าเป็นไปได้”

ซีลอนตอบอย่างไม่เข้าใจ เพราะเมื่อสักครู่วินดี้บอกว่าเมืองนี้อยู่ใกล้กับเมืองนีเธอร์ที่น่าจะเป็นศูนย์กลางของกลุ่มโจรมาก ถ้าพวกนั้นออกปล้นยังไงเมืองนี้ก็ไม่น่าจะรอดได้

“เรื่องนั้นเขาโกหกค่ะ”

ลิลิมุพูดขึ้นมา ที่ทำให้ซีลอนต้องแปลกใจอีกครั้ง

“เขาโกหกเหรอครับ...”

“ไม่ผิดแน่ค่ะ จังหวะการเต้นของหัวใจเขาผิดปกติไปตอนที่ซีลอนถามเรื่องโจรป่า เมื่อรวมกับปศุสัตว์ของที่นี่แข็งแรงดีกับการรายงานเท็จแล้ว คงต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันแน่นอน ซึ่งเรื่องนั้นถามเจ้าเมืองเองคงจะง่ายที่สุด พี่ชาร์ล็อตคะเราได้แจ้งเรื่องที่จะมาขอพักที่เมืองกับเจ้าเมืองรึเปล่า”

“แจ้งค่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นน้องลิลิมุ บอกไปแค่พวกเราเป็นผู้ตรวจราชการเท่านั้น”

ชาร์ล็อตตอบก่อนจะส่งเอกสารให้กับอีกฝ่ายที่รับมันมาอ่าน

“น้องลิลิมุครับ จะถึงเมืองแล้วเอายังไงครับ”

วินดี้เปิดม่านเข้ามา เมื่อมองผ่านช่องว่างไปก็เห็นเมืองสีเทาขนาดกลางตั้งอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าขนาดใหญ่

“พวกเราเข้าไปทำให้เจ้าเมืองประหลาดใจดีกว่าค่ะ แบบนั้นจะจับโกหกได้ง่ายกว่า ทุกคนใส่เสื้อคลุมเอาไว้นะคะ”

“เข้าใจแล้วครับ”

เมื่อได้ยินคำสั่งมนุษย์หมาป่าหนุ่มก็ออกไปบังคับโกโก้ต่อทันที

“เอ่อ...ลิลิมุดูเอาจริงเอาจังขึ้นนะครับ”

ซีลอนที่เงียบมานานพูดขึ้น นอกจากหน้าตาท่าทางของลิลิมุในร่างมืดจะเปลี่ยนไปแล้ว เธอยังใจเย็นและเอาจริงเอาจังขึ้นมาก ซึ่งดูยังไงก็ไม่เหมือนลิลิมุคนเดิมแม้แต่น้อย

“เพราะงี้แหละค่ะ งานนี้พี่ลิลินถึงได้ให้ลิลิมุจัดการตอนอยู่ในร่างแห่งความมืด”

ชาร์ล็อตยิ้มให้กับเทพหนุ่ม ในตอนนั้นเองลิลิมุก็เขยิบเข้าไปนั่งใกล้ๆซีลอนและเบียดร่างกายของเธอเข้ากับเขา

“ซีลอนไม่ชอบลิลิมุแบบนี้เหรอคะ”

สาวสวยผมดำขลับลิลิมุยื่นศีรษะขึ้นไปข้างๆหูอีกฝ่าย ก่อนจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ดวงตาสีดำที่ดูมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่ดูออดอ้อนที่มองมา ก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจดวงน้อยๆของเทพหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ

“ถึงจะเปลี่ยนร่าง แต่นิสัยชอบติดหนึบก็ยังเหมือนเดิม”

วินดี้ที่นั่งอยู่บนคอโกโก้หันไปมองลิลิมุ เธอมีบุคลิกสองขั้วเนื่องจากได้รับผลกระทบจากพลังงานหลักที่ใช้ ถ้าเป็นร่างแสงสว่างจะเป็นสาวน้อยร่าเริงไร้เดียงสา ในขณะที่ร่างแห่งความมืดจะเป็นคนที่ดูมีเสน่ห์และเจ้าเล่ห์กว่าเดิมมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามเธอก็ยังชอบเอาตัวไปติดกับคนที่ชอบเหมือนเดิม โชคยังดีที่เธอในร่างแห่งความมืดจะกอดแต่คนที่ชอบเท่านั้น ไม่ได้กอดไปทั่วอย่างร่างแห่งแสงสว่าง ไม่อย่างนั้นแล้วคงเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน

 

หลังจากนั้นไม่นานโกโก้ก็เดินมาถึงประตูเมือง หลังจากที่วินดี้ยื่นเอกสารบางอย่างให้ทหารยาม พวกเขาก็เปิดประตูให้ทุกคนเข้าไป ก่อนจะชี้ไปยังอาคารสีขาวที่ด้านบนมีโดมขนาดใหญ่

“ตรงนั้นแหละ ที่ท่านเจ้าเมืองอยู่”

“...ขอบคุณครับ”

วินดี้รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ทหารยามดูไม่ให้ความเคารพพวกเขาเท่าไหร่นัก เนื่องจากตามปกติเมืองแบบนี้จะให้การต้อนรับคนจากส่วนกลางเป็นอย่างดี ก่อนจะสั่งให้โกโก้เดินไปยังจุดหมาย ซึ่งชาร์ล็อตก็ลงไปเป็นคนแรก โดยมีลิลิมุกับซีลอนตามมาด้านหลัง พวกเขาทุกคนต่างใส่เสื้อคลุมและใช้ฮู้ดปิดบังใบหน้า

“ท่านผู้ตรวจการใช่ไหม ทางนี้เลยค่ะ”

สาวใช้ร่างใหญ่คนหนึ่งเดินออกมาจากอาคารและนำทุกคนไปยังห้องรับรอง แล้วจึงบอกให้พวกเขารออยู่ก่อนโดยไม่เอาอะไรมารับรองเลย

 

“เอ่อ...พวกเขาไม่น่าทำแบบนี้เลยนะครับ”

ซีลอนมองสาวใช้ที่เพิ่งเดินออกไปอย่างไม่พอใจ ถึงจะไม่ได้บอกว่าพวกเขาเป็นขบวนขององค์หญิงน้อยจากราชวงศ์แห่งความมืดก็ตาม แต่อย่างน้อยก็น่าจะรับรองให้ดีกว่านี้ ต่างจากสองสาวที่ดูไม่คิดมากกับเรื่องนี้นัก

“แบบนี้แหละดีแล้ว จะได้รู้ไปเลยว่าพวกเขาอยู่ข้างใคร”

“ถ้าเป็นตามที่น้องลิลิมุคิด คงมีเรื่องสนุกกันแน่”

วินดี้ที่ยืนพิงกำแพงอยู่เสริมขึ้น ที่เหลือก็แค่รอดูเรื่องสนุกๆที่กำลังจะเกิดขึ้น

หลังจากรออยู่พักใหญ่ในที่สุดก็มีเสียงลอดประตูเข้ามา

“บ้าจริงๆ ผู้ตรวจการอะไรกัน ไร้สาระสิ้นดี ไม่รู้หรือไงว่าการเป็นเจ้าเมืองน่ะมันยุ่งมากแค่ไหน เบื่อจริงๆ”

จากนั้นประตูก็โดนผลักออกคนที่เข้ามาเป็นอสูรที่มีหัวเป็นไก่ใส่ชุดที่ประดับไปด้วยขนนก ที่แม้จะเข้ามาแล้วก็ยังพูดต่อไป

“พวกราชวงศ์จะอะไรกันนักกันหนา...กับ...ภา...ษี...”

คำพูดของเจ้าเมืองขาดห้วงไปทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟารับแขกตัวใหญ่ ในบรรดาคนที่เขาเคยพบนั้นมีไม่กี่คนที่เห็นครั้งเดียวแล้วจะไม่มีวันลืม หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวผมดำขลับที่นั่งมองเขาอยู่ตรงหน้านี้ ที่เจอเธอในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในปราสาทแห่งความมืดเมื่อ 20 ปีก่อน

“อะ...เอ่อ...ท่านลิลิมุ”

“ก็ไม่นี่ค่ะ ถ้ามีเหตุผลที่เหมาะสม ท่านแม่ก็ไม่บังคับให้ต้องจ่ายภาษีหรอกค่ะ”

ลิลิมุนั่งไขว้ขาก่อนจะยิ้มหวานให้เขา แต่ถึงเธอจะทำตัวเป็นมิตรมากขนาดนี้ก็ตาม อีกฝ่ายกลับดูเป็นไก่ตื่นอย่างเห็นได้ชัดเจน

“คะ...ครับ เฮ้ย...!! ไปเอาอะไรมารับรองเร็วเข้า มีอะไรดีๆเอาออกมาให้หมดเลย โธ่ ท่านลิลิมุอุตส่าห์มาไกลขนาดนี้ ต้องรับรองให้ดีที่สุดเซ่”

เจ้าเมืองหันหลังไปดุคนใช้ของเขาเสียงดัง ก่อนจะเริ่มบ่นโน้นนี้ไม่หยุด โดยส่วนใหญ่โทษคนของเขาทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นทำไมไม่รีบบอกว่าเป็นลิลิมุที่มา หรือไม่หาน้ำหาขนมมารับรอง ที่ทำให้สาวใช้ทุกคนต่างทำหน้าเสียกันหมด

ในตอนนั้นชาร์ล็อตก็นั่งลงข้างๆลิลิมุก่อนจะวางเอกสารปึกใหญ่ลงบนโต๊ะ ขณะพูดกับอีกฝ่าย

“ไม่ต้องเอามารับรองมากก็ได้ค่ะ เพราะที่นี้มีปัญหาอาหารขาดแคลนไม่ใช่เหรอค่ะ”

“ชะ...ใช่แล้วครับ แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ แฮะๆ”

อสูรไก่ถูมือที่ปลายปีกไปมา ก่อนจะจัดแจงเอาน้ำชาและของหวานมาเสิร์ฟให้สองสาวที่นั่งอยู่ ด้วยท่าทางนอบน้อมดูราวกับอสูรคนละคนกับตอนที่เปิดประตูเข้ามา

“เอ่อ...เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยนะครับ”

ซีลอนหันไปพูดกับวินดี้ที่เคยยืนอยู่ข้างๆ ปกติแล้วเผ่าอสูรมักตกใจมากเวลาที่เห็นใบหน้าของเขา แต่กับเจ้าเมืองคนนี้ดูเหมือนเขาจะตกใจที่เห็นลิลิมุมากกว่าเสียอีก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่เขาเรียกแต่อย่างไร เมื่อเทพหนุ่มหันไปมองที่ด้านข้างก็เห็นว่ามนุษย์หมาป่าไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

“อ้าว พี่วินดี้”

เทพหนุ่มอุทานอย่างตกใจก่อนจะหันไปทางแม่มดสาวที่นั่งหันมาอยู่ ก็เห็นว่าอีกฝ่ายเอานิ้วชี้ทาบไว้ที่ริมฝีปาก ที่เป็นเครื่องหมายแทนว่าให้เขาเงียบเอาไว้ นั่นทำให้เขามองต่อไปทางลิลิมุและต้องขมวดคิ้วเข้าด้วยกันทันที

 

“แหมท่านลิลิมุช่างงดงามสมคำร่ำลือจริงๆนะครับ ไม่คิดเลยว่าจะมีบุญได้มาเห็นใกล้ๆแบบนี้”

อสูรไก่เยินยอสาวสวยเพื่อหวังให้เธอไม่เอาเรื่องที่ไม่ได้ออกมาต้อนรับเธอ แต่แม้จะกลัวมากก็ตามก็ยังอดมองไปยังเรือนร่างของลิลิมุที่มีเสื้อผ้าปิดบังอยู่น้อยชิ้นไม่ได้ ราวกับเธอมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาหยุดมองเธอไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม น้ำเสียง หรือท่าทางการนั่งของเธอ ล้วนแต่ทำให้เขารู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน

“คิกคิก ขอบคุณค่ะ เมืองนี้สวยดีนะคะ ดูทุกคนมีความสุขดีด้วย ขอบคุณที่ดูแลชาวเมืองเป็นอย่างดี”

ลิลิมุหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องสบายๆ ที่ทำให้สีหน้าของเจ้าเมืองดูดีขึ้นมาก

“โอ้ ขอบคุณครับ เรื่องดูแลชาวเมืองเป็นหน้าที่ที่ผมต้องทำอยู่แล้ว ท่านลิลิมุโปรดวางใจเถอะครับ รับรองว่าไม่มีใครในเมืองไม่มีความสุขแน่นอน”

“งั้นก็แปลว่าที่เมืองนี้คงไม่เจอโจรป่าเข้ามาปล้นสะดมเลยใช่ไหมคะ แปลกจังเพราะที่ลิลิมุเพื่อมาจัดการกับโจรพวกนี้แหละค่ะ”

สายตาของเธอเฉียบคมขึ้นในพริบตา เมื่อพูดเข้าเรื่องสำคัญกะทันหัน ที่ทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อย

“อะ...เอ่อ...เรื่องนั้น...”

“ทางเราได้ยินว่าที่เมืองนีเธอร์ถูกโจรกลุ่มใหญ่ยึดครองอยู่ แล้วเมืองนี้ก็อยู่ใกล้เมืองนีเธอร์มากที่สุด จึงกลัวทุกคนจะได้รับอันตราย”

ชาร์ล็อตพูดขึ้นแทรกขึ้นมา ก่อนจะมองไปทางลิลิมุที่ทำท่าทางหนักใจ

“นั่นสิคะ เพราะเมืองที่อยู่ไกลกว่านี้หลายเมืองก็โดนปล้นไปแล้วด้วย เมืองนี้เองก็คงมีบ้าง แบบนี้ทุกคนคงลำบากแย่เลย”

คำพูดของลิลิมุทำให้เข้าเมืองไก่กลืนคำพูดที่ว่าไม่รู้เรื่องโจรป่าลงไปทันที เพราะมันคงแปลกมากถ้าเมืองที่อยู่ใกล้รังโจรที่สุดไม่โดนปล้น แต่เมืองที่อยู่ห่างไปกลับโดน จึงรีบพูดตามน้ำทันที

“ชะ...ใช่ครับ ที่เมืองนี้ก็มีบ้าง แต่กองทหารประจำเมืองของเขาเข้มแข็งมาก ถึงขนาดที่ไล่พวกมันออกไปได้แล้วไม่กลับมาอีก”

“เอ๋...จริงเหรอคะ เพราะตอนลิลิมุเข้าเมืองมา การป้องกันดูไม่แน่นหนาเลย เลยคิดว่าเองว่าเมืองนี้คงไม่โดนโจรป่าปล้นเสียอีก สรุปว่าเมืองนี้เองก็โดนปล้นใช่ไหมคะ”

สาวสวยทำท่าทางแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดช้าๆโดนเน้นที่พยางค์สุดท้ายเพื่อให้เจ้าเมืองยืนยันข้อเท็จจริง

“ใช่ครับ เมืองนี้เองก็โดนปล้นเหมือนกัน แต่พวกเราป้องกันไว้ได้ครับ”

อสูรไก่ก้มหน้าลงต่ำ การจะปฏิเสธในเวลานี้คงไม่ทันแล้ว แม้สาวสวยตรงหน้าจะยิ้มให้เขาอยู่ก็ตาม แต่กลับรู้สึกเหมือนกับเธอกำลังค่อยๆ ต้อนเขาให้เข้าสู่ทางตัน

ด้านซีลอนก็ได้แต่มองลิลิมุด้วยความตกตะลึง เขาไม่คิดเลยว่าสาวสวยจะช่างสังเกตขนาดนี้ ก่อนจะเห็นเธอดีดนิ้วเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับเป็นสัญญาณบางอย่าง แล้วในตอนนั้นประตูก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง เป็นวินดี้ที่ถือหอกและดาบของทหารเดินเข้ามา

“โอ้ เมืองนี้สร้างอาวุธได้ดีไม่เลวเลยนะครับ”

“ชะ...ใช่ครับ เมืองเรามีแร่เหล็กชั้นหนึ่งที่ทำให้อาวุธของที่มีทนทานกว่าที่อื่นมาก ถ้าท่านสนใจเอากลับไปได้เลยนะครับ”

แม้เจ้าเมืองจะไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มคนนี้ถึงถืออาวุธเข้ามาก็ตาม แต่สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ถ้าไม่รีบเปลี่ยนเรื่องล่ะก็ คงโดนอีกฝ่ายต้อนให้จนมุมแน่ เมื่อมีโอกาสจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที โดยไม่รู้ว่านั่นไม่ต่างอะไรกับขุดหลุมฝังศพตัวเอง

“ถ้างั้นก็แปลกจังนะคะ ระหว่างทางที่ลิลิมุมาที่นี้ เห็นอาวุธที่พวกโจรมีบางชิ้นเหมือนกับอาวุธที่ทหารประจำเมืองนี้ใช้เลย แล้วถ้าลิลิมุจำไม่ผิดแถวนี้มีแค่เมืองนี้เมืองเดียวที่ผลิตอาวุธได้ใช่ไหมคะ ถ้าเมืองนี้ป้องกันตัวเองจากพวกโจรได้ ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะ ว่าอาวุธพวกนั้นไปอยู่ในมือกลุ่มโจรได้ยังไง”

ชาร์ล็อตยิ้มหวานให้กับอสูรไก่ที่ถึงกับทำแก้วในมือหล่นลงพื้น เนื่องจากเขาไม่อาจแก้ตัวโดยไม่ให้ขัดกับคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ได้อีกแล้ว

“แล้วช่วยอธิบายด้วยนะคะ ว่าทำไมเมืองนี้ถึงขาดแคลนอาหาร ในเมื่อเมืองนี้อุดมสมบูรณ์ดี สัตว์เลี้ยงต่างๆก็แข็งแรง ดูยังไงก็ไม่มีโรคระบาดหรือความแห้งแล้ง”

ลิลิมุถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเย้ายวน แต่กับอสูรไก่แล้วคำพูดของเธอเหมือนกับคมมีดของเพชฌฆาตที่กำลังจ่อคอหอยของเขาไม่ผิด สมองของเขาในเวลานี้ไม่อาจคิดข้อแก้ตัวอะไรออกมาได้อีกแล้ว การที่อีกฝ่ายรู้ว่าจะต้อนเขายังไงขนาดนี้คงต้องรู้ความจริงทั้งหมดแล้วแน่นอน นั่นทำให้อสูรไก่ลุกขึ้นและถอยห่างออกไปเล็กน้อย เหลือเพียงสิ่งเดียวที่เขายังทำได้

“ขะ...ข้าน้อยผิดไปแล้วครับ ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย”

เขาคุกเขาลงและก้มหัวลงต่ำจนติดพื้น อสูรไก่รู้ถึงพลังของลิลิมุดี ต่อให้ทหารทั้งเมืองสู้แบบแลกชีวิต ก็ยังสู้ไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้วก้อยของเธอ จึงได้แต่ร้องขอชีวิตเท่านั้น

ในตอนนั้นเองก็มีมือนุ่มๆลงมาจับที่ไหล่ของเขา

“ท่านทำเพื่อชาวเมืองไม่ใช่เหรอคะ ไม่เห็นต้องขอชีวิตแบบนั้นเลย”

เป็นลิลิมุที่เข้ามาพูดกับเขาใกล้ๆ จนอสูรไก่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความงุนงง

“เอ๋...อะไรนะครับ”

“ก็ท่านเจ้าเมืองคงโดนพวกโจรขู่ใช่ไหมละคะ ว่าให้ส่งเสบียงอาหารและอาวุธไปให้ แลกกับที่จะไม่ทำอันตรายชาวเมือง”

สาวสวยยิ้มพร้อมกับแก้ตัวให้อีกฝ่าย ที่ทำให้ซีลอนมองเธออย่างไม่เข้าใจ เพราะเห็นได้ชัดว่าเจ้าเมืองยอมรับผิดแล้วว่าไปเข้ากับพวกโจร

“ชะ...ใช่แล้วครับ โจรพวกนี้น่ากลัวมากๆ เลยแฮะๆ ขอบคุณท่านลิลิมุมากนะครับที่เข้าใจ ขอบคุณครับ”

แน่นอนว่าอสูรไก่ไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือไป เขารีบขอบคุณสาวสวยตรงหน้าหลายครั้งทันที ก่อนจะสังเกตเห็นแววตาทรงเสน่ห์ตรงหน้า ที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง

“แต่ถ้าท่านไปเข้ากับพวกโจรเมื่อไหร่ คงรู้นะคะว่าโทษของมันคืออะไร”

ลิลิมุกล่าวอย่างเฉียบขาดสายตาของเธอที่มองมาทางอีกฝ่ายนั้น สื่อว่าที่จริงแล้วเธอรู้เรื่องราวทั้งหมด แต่ยังให้โอกาสอีกครั้ง จิตสังหารที่แผ่ขยายออกมาอย่างรวดเร็วทำให้อสูรไก่ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบออกมาทั่วแผ่นหลัง ก่อนที่แรงกดดันจะทำให้เขาต้องคุกเข่าลงอีกครั้ง

“แน่นอนครับ ผมจะจงรักภักดีกับราชวงศ์แห่งความมืดตลอดไป”

เจ้าเมืองกล่าวด้วยความกลัว แม้เขาจะไม่เคยเจอกับหัวหน้าโจรก็ตาม แต่คิดว่าคงไม่น่ากลัวไปกว่าลิลิมุในเวลานี้ ที่ราวกับว่าถ้าเขาทำผิดเมื่อไหร่ หัวของเขาจะหลุดออกจากบ่าในพริบตา

ลิลิมุมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาก่อนจะกลับไปนั่งบนโซฟายาวตัวเดิม และหันไปพูดกับชาร์ล็อตที่นั่งรอคำสั่งจากเธออยู่

“พี่ชาร์ล็อตกับพี่วินดี้ เอาตัวท่านเจ้าท่านเมืองไปสอบถามเกี่ยวกับกองโจรทีนะคะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ น้องลิลิมุ”

แม่มดสาวพยักหน้าแล้วจึงเดินออกจากห้อง ตามมาด้วยวินดี้ที่ส่งสัญญาณให้อสูรไก่เดินตามไป

 

เมื่อประตูห้องปิดลงลิลิมุก็ถอนหายใจยาวออกมา

“เฮ้อ...เสร็จงานสักทีนะคะ ซีลอนยืนไม่เมื่อยเหรอ มานั่งข้างๆลิลิมุดีกว่านะ”

สาวสวยหันไปชวนเทพหนุ่มที่ยืนอยู่นานแล้วให้มานั่งข้างๆเธอ ด้วยท่าทางที่แค่มองก็รู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อ

“มะ...ไม่เป็นไรครับ ผมไม่เมื่อยหรอก”

ซีลอนพยายามบ่ายเบี่ยงอย่างสุภาพ ที่ทำให้ลิลิมุขมวดคิ้วเข้าด้วยกันเล็กน้อย

“เมื่อกี้ลิลิมุเพิ่งจัดการเจ้าเมืองที่เอาอาหารกับอาวุธไปให้กลุ่มโจรได้ใช่ไหมคะ”

“ชะ...ใช่ครับ”

“ถ้างั้นซีลอนต้องให้รางวัลลิลิมุสิ เพราะลิลิมุทำดีนี่คะ มาสิ...นั่งตรงนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกค่ะ”

สาวสวยทำท่าทางออดอ้อน ที่ทั้งดูน่ารักและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะหรี่ตามองพร้อมกับเอามือตบเบาะของโซฟายาวที่เธอนั่งอยู่เบาๆ

แม้ซีลอนจะรู้สึกกลัวเล็กน้อยก็ตาม แต่เมื่อเขาหาเหตุผลที่จะปฏิเสธเธอไม่ได้ ก็ได้แต่จำยอมเดินไปนั่งในตำแหน่งที่เธอต้องการเท่านั้น

“แฮะๆ แบบนี้ได้รึยังครับ”

“อือ แบบนี้แหละดีแล้วค่ะ”

ลิลิมุพยักหน้าอย่างอารมณ์ดี แล้วนอนหนุนตักอีกฝ่ายแบบไม่ให้ตั้งตัว

“ทะ...ทำอะไรครับ”

ซีลอนพูดอย่างตะกุกตะกัก เนื่องจากลิลิมุนอนหงายมองหน้าเขา ทำให้ชุดที่ดูน้อยชิ้นของเธอดูเซ็กซี่มากกว่าเดิมอีกขั้น ก่อนที่จะแย่ลงอีกเมื่อเธอยื่นมือมาสัมผัสใบหน้าของเขาเบาๆ

“ไม่สบายตรงไหนรึเปล่าคะ ทำไมหน้าแดงจัง”

“มะ...ไม่เป็นไรครับ แต่อย่างน้อยช่วยเปลี่ยนท่านอนหน่อยได้ไหม”

“ได้สิคะ แบบนี้เป็นไง”

เธอมองเขาอย่างงุนงง ก่อนจะลุกขึ้นและเตรียมนอนคว่ำ ที่ทำให้เทพหนุ่มต้องรีบจัดเธอนอนตะแคงแทนทันที

“แบบนี้ดีกว่าครับ”

“คิกคิก ซีลอนเนี่ย น่ารักดีนะคะ”

ลิลิมุหัวเราะเบาๆ ขณะหรี่ตามองซีลอนอย่างเจ้าเล่ห์ ที่ทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าโดนแกล้งเสียแล้ว

“เฮ้อ... แล้วทำไมถึงไม่ใช่วิธี “เด็กดี” กับเจ้าเมืองเหรอครับ”

เทพหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ จะร่างแสงสว่างหรือความมืดลิลิมุก็ยังรับมือยากไม่เปลี่ยน ก่อนจะพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อแก้เขินทันที

“วิธีนั้นไม่เหมาะกับคนอย่างท่านเจ้าเมืองค่ะ เพราะเขาฉลาดเกินไป คงไม่หลงเชื่อเวทมนตร์อะไรแบบนั้นง่ายๆ”

เธอตอบ วิธีเด็กดีนั้นเหมาะกับอสูรสงครามที่คิดอะไรตรงๆ เท่านั้น แต่กับคนที่มีความคิดซับซ้อนแล้วโอกาสได้ผลแทบจะเป็นศูนย์

ด้านเทพหนุ่มก็พยักหน้าถี่ๆ ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆเธอก็นั่งและยื่นหน้ามาใกล้เขา

“แต่ถึงแบบนั้น ลิลิมุก็มีวิธีที่ใช้ได้ผลกับทุกคนนะคะ อยากรู้ไหมล่ะ ซีลอน”

“มะ...ไม่เป็นไรครับ”

แม้จะอยากรู้ก็ตาม แต่ลมหายใจที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆของลิลิมุที่ไล้ไปบนใบหน้าของเขานั้น ทำให้คิดแต่จะรีบออกไปจากสถานการณ์แบบนี้เท่านั้น เมื่อสาวสวยลุกขึ้นไปแล้วเขาก็รีบลุกขึ้นและเดินออกไปทันที

“ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ”

“อือ พรุ่งนี้เราน่าจะเข้าเขตเมืองนีเธอร์แล้ว พักผ่อนมากๆนะคะ”

ลิลิมุยิ้มและโบกมือให้ซีลอน พร้อมกับเตือนเขาให้รักษาพลังในร่างเอาไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ ก่อนจะหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาอ่านต่อหลังจากเทพหนุ่มออกจากห้องไปแล้ว

 

เที่ยงของวันต่อมา ในศาลาบนหลังของโกโก้ที่เดินอย่างช้าๆ ลิลิมุในร่างแห่งแสงสว่างนั่งทานอาหารกลางวันที่เจ้าเมืองไก่ให้มาอย่างอารมณ์ดี

“ถึงคุณไก่จะขี้โกหกไปหน่อยก็เถอะ แต่อาหารของที่นั่นอร่อยดีน้า”

“ทุกคนทานให้เต็มที่นะคะ อีกเดี๋ยวเราจะถึงถ้ำนีเธอร์แล้ว”

ชาร์ล็อตหยิบอาหารที่เตรียมเอาไว้ออกมาอีก ก่อนจะชี้ไปยังถ้ำขนาดใหญ่บริเวณตีนเขาตรงหน้า โดยภูมิประเทศแถวนี้ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันที่ทอดตัวยาวสลับซับซ้อน อันเป็นปราการธรรมชาติที่ทำให้เมืองนีเธอร์เป็นเมืองที่ยากจะเข้าโจมตีได้

โดยทางเข้าเดียวที่ไม่ต้องบินข้ามเทือกพวกนั้นคือลอดถ้ำนี้ไป จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ลิลินไม่ให้กองทัพแห่งความมืดตามมาด้วย เพราะคงผ่านถ้ำนี้ไปได้ลำบากมาก

เมื่อซีลอนเห็นทางที่พวกเขากำลังจะไปก็ขมวดคิ้วเข้าด้วยกันทันที เนื่องจากสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความมืดจำนวนมากที่แผ่ออกมาจากในถ้ำ ซึ่งสอดคล้องกับข่าวจากเจ้าเมืองไก่ว่าพวกโจรเตรียมรับมือพวกเขาเอาไว้เป็นอย่างดี

“ผมคิดว่าทุกคนน่าจะเตรียมพร้อมเอาไว้นะครับ พวกเราโดนลอบโจมตีแน่”

“ใช่ๆ ยังไงก็ต้องเติมพลังซีลอนให้เต็มเอาไว้ก่อน อิอิ”

ลิลิมุทำตามที่เทพหนุ่มบอกอย่างรวดเร็ว ด้วยการเข้าไปจับมือของเขาเอาไว้และเริ่มเพิ่มพลังให้ สาวน้อยต้องอาศัยจังหวะที่เขาเผลอเพื่อเติมพลังให้ตลอด เนื่องจากซีลอนมักจะเข้าไปต่อสู้กับโจรอย่างเต็มกำลังเพื่อปกป้องเธอ แต่กลับไม่ค่อยยอมให้เธอเติมพลังให้เท่าไหร่ โดยให้เหตุผลว่าเกรงใจเธอมาก ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน

“เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมพักผ่อนมาเต็มที่แล้ว”

ซีลอนขมวดคิ้วของเขาเข้าด้วยกัน ไม่ใช่ว่าเขารังเกียจสาวน้อยแต่อย่างไร กลับชอบด้วยซ้ำที่เธอชอบเข้ามาใกล้ชิดเขามากขนาดนี้ แต่สิ่งที่เขากลัวคือใจของตัวเองมากกว่าเพราะลิลิมุทำให้มันหวั่นไหวไม่หยุด

“ครั้งนี้ยอมน้องลิลิมุดีกว่าค่ะ เพราะในถ้ำคงใช้เวทมนตร์ที่รุนแรงไม่ได้”

ชาร์ล็อตหันมาพูดกับเทพหนุ่ม นอกจากเวทมนตร์ป้องกันและรักษาแล้ว ลิลิมุใช้ได้แต่เวทมนตร์ทำลายล้างเท่านั้น ซึ่งการใช้มันในถ้ำก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย

ด้านของเธอเองก็เช่นกัน การจะใช้เวทมนตร์ที่เกิดจากพลังงานแห่งความมืด ทำร้ายสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดได้นั้น จำเป็นต้องใช้พลังเวทมนตร์มากกว่าปกติมาก ซึ่งถ้าเธอใช้พลังมากขนาดนั้นในถ้ำล่ะก็ ผลที่ออกมาคงไม่ต่างจากที่ลิลิมุใช้

จึงเป็นเหตุให้การต่อสู้ในถ้ำนี้ต้องพึ่งพาการต่อสู้แบบประชิดตัว นั่นก็คือวินดี้กับซีลอนนั้นเอง แต่ยังมีอีกคนที่สู้ได้เช่นกัน

“น้องลิลิมุค่ะ พี่ว่าในถ้ำแบบนี้น้องใช้ร่างแห่งความมืดดีกว่าค่ะ”

“เข้าใจแล้วค่ะพี่ชาร์ล็อต”

สาวน้อยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะเร่งเติมพลังให้กับซีลอนจนเต็ม แล้วจึงแปลงร่างเป็นร่างแห่งความมืดทั้งๆที่ยังเกาะแขนของเทพหนุ่มอยู่ ซึ่งนั่นทำให้เขาตกใจไม่น้อย

“อะ...เอ่อ...ยังไงช่วยปล่อยแขนผมก่อนเถอะครับ”

เทพหนุ่มรู้ดีว่าเวลาที่ลิลิมุใช้ร่างแห่งความมืดแล้วหลายๆอย่างของเธอจะเปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก เสื้อผ้า และร่างกายอีกหลายๆส่วน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสาวน้อยมักจะอยู่ในร่างนี้ตอนกลางคืน และอยู่ในร่างแห่งแสงสว่างตอนกลางวัน โดยบอกว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะสมของแต่ละร่าง

“เอ๋...ตอนเราอยู่ในร่างแห่งแสงสว่าง ไม่เห็นดิ้นแบบนี้เลย ไม่ชอบลิลิมุแบบนี้เหรอ”

ลิลิมุเอียงคอมองหน้าอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ น้ำเสียงของเธอแสดงอย่างชัดเจนว่าแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงดิ้นแรงขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่เลิกทำอยู่ดี

“มะ...ไม่ใช่แบบนั้นครับ แต่ถ้าเกาะกันอยู่แบบนี้แล้วศัตรูมาคงสู้ไม่สะดวกเท่าไหร่”

“หืม...เรื่องสู้น่ะแค่พี่วินดี้คงเดียวก็สู้ไหวนะคะ จริงไหมคะ พี่ชาร์ล็อต”

สาวสวยหันไปถามแม่มดสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามพร้อมกับขยิบตาให้ ในขณะที่ซีลอนมองชาร์ล็อตราวกับลูกหมาที่กำลังขอความเห็นใจ เพราะแขนของเขาจะได้เป็นอิสระหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบของเธอแล้ว

“หึหึหึ พี่วินดี้คนเดียวก็สู้ไหว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แต่ถ้าเข้าถ้ำแล้วต้องปล่อยแขนนะคะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ พี่ชาร์ล็อต”

ลิลิมุยิ้มให้กับพี่สาวของเธอ ก่อนจะหันกลับมามองเทพหนุ่มที่หน้าซีดอยู่พร้อมทั้งเลียริมฝีปากเบาๆ

 

ไม่นานพวกเขาก็เข้ามาในถ้ำนีเธอร์ ที่ทำให้วินดี้เอื้อมมือไปกดเกล็ดอันหนึ่งของโกโก้ ทันใดนั้นเองดวงตาของตัวตะกวดยักษ์ก็เปล่งแสงส่องไปด้านหน้าราวกับไฟหน้ารถยนต์ ที่ทำให้ซีลอนมองอย่างสงสัย ว่าจริงๆแล้วพาหนะที่เขาโดยสารมาเป็นตัวอะไรกันแน่ เขาแน่ใจว่าเคยเห็นชาร์ล็อตเดินไปเปิดเกล็ดด้านท้ายของโกโก้และหยิบน้ำเย็นออกมากินด้วย

“ชาร์ล็อต ขอแผนที่หน่อยสิ ป้ายบอกทางโดนทำลายจริงๆ”

วินดี้หันไปขอแผนที่กับแม่มดสาว เนื่องจากทางในถ้ำนี้ซับซ้อนมาก ซึ่งทางที่ถูกต้องมีทางเดียวเท่านั้น นอกนั้นถ้าหลงเข้าไปแล้วต้องเสียเวลาวนออกมาใหม่ เขาได้ยินจากเผ่าอสูรที่อยู่ในมหานครแห่งความมืดว่าภายในนี้มีป้ายนำทางจนไปถึงทางออก แต่พวกโจรคงทำลายพวกกมันไปหมดแล้ว ทางเดินทุกทางจึงดูเหมือนกันหมด

“อือ...”

ชาร์ล็อตเดินมาส่งแผนที่ให้ขณะที่ยิงสายฟ้าใส่กำแพงเป็นระยะๆ ซึ่งพวกมันก็ติดอยู่กับกำแพงและส่องแสงสีฟ้าอ่อนๆออกมา เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นทางที่ผ่านมาแล้ว

แม้จะเป็นทางที่ถึงเดินเท้าก็ยังลำบากก็ตาม แต่สำหรับโกโก้แล้วไม่ว่าทางแบบไหนมันก็ผ่านมาแล้วทั้งนั้น ทำให้ทุกคนเดินทางลึกเข้าไปในถ้ำอย่างราบรื่น

 

ถึงในถ้ำนี้จะมีหินงอกหินย้อยบ้างก็ตาม แต่ความสวยงามของมันยังห่างไกลจากหุบเขาแห่งความมืดที่ลิลิมุชอบไปบินเล่นมากนัก ทำให้เธอค่อนข้างเบื่อจึงหันไปคุยกับเทพหนุ่มข้างๆแทน

“นี่ ซีลอนชอบลิลิมุแบบไหนมากกว่ากันเหรอ”

“เอ่อ...มะ...ไม่ว่าลิลิมุเป็นแบบไหนผมก็ชอบครับ”

ในตอนแรกเทพหนุ่มจะตอบว่าเขาชอบเธอในร่างแห่งแสงสว่างมากกว่า เนื่องจากไม่ค่อยคุ้นเคยกับลิลิมุในร่างแห่งความมืดมากนัก แต่เมื่อคิดว่าจะแบบไหนก็เป็นลิลิมุเหมือนกันเขาจึงตอบไปแบบนี้ นั่นทำให้สาวน้อยยิ้มให้กับเขา

“ลิลิมุก็ชอบซีลอนเหมือนกันนะ”

เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยที่ยิ่งทำให้ดูเซ็กซี่มากขึ้น ก่อนจะผลักเขาให้นอนลงกับที่นั่งยาวและจึงค่อยๆโน้มตัวลงมาราวกับจะจูบเขา ที่ทำให้เทพหนุ่มต้องกลิ้งหนีจนตกลงบนพื้น

“อิอิอิ แต่ยังไงซีลอนก็อย่าสู้มากนะคะ เพราะเราในร่างนี้เติมพลังให้ไม่ได้นะ”

ลิลิมุมองซีลอนที่นอนแผ่อยู่บนพื้นและหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะบอกเรื่องสำคัญให้เขาทราบ เนื่องจากในร่างนี้เธอไม่มีพลังแห่งแสงสว่างอยู่มากนัก แม้จะเปลี่ยนขั้วพลังได้ก็ตาม แต่ก็ไม่พอกับการเติมพลังให้กับซีลอน เธอจึงไม่อยากให้เขาต่อสู้สักเท่าไหร่

“ไม่ได้หรอกครับ ผมจะให้ลิลิมุสู้คนเดียวได้ยังไง ในถ้ำแบบนี้คุณใช้เวทมนตร์ไม่ได้หรอกครับ”

ซีลอนส่ายหน้าไปมาทั้งๆที่ยังนอนอยู่ ถ้าจะให้ลิลิมุต้องเสี่ยงอันตรายแล้วล่ะก็ เขาขอเสี่ยงอันตรายแทนดีกว่า

ในตอนนั้นเองชาร์ล็อตก็หันมาพูดกับเด็กทั้งสองคน

“ซีลอนลุกขึ้นมา !!! ใครจะสู้หรือใครจะไม่สู้ก็ตกลงกันให้ดี เราเจอศัตรูแล้ว”

แม่มดสาวเรียกคทาของเธอออกมาหลังจากที่โกโก้เดินเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ ที่เธอสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความมืดที่มุ่งร้ายมาได้อย่างชัดเจน ด้านวินดี้ก็สั่งให้โกโก้ดับไฟที่ตาของมันลง

วูบ...

เคียวขนาดใหญ่สีดำออกมาจากอากาศมาอยู่ในมือของลิลิมุ ความยาวด้ามจับของมันสูงกว่าตัวเธอเล็กน้อย ใบเคียวสีดำลายทองงองุ้มลงมาจนเกือบแตะพื้น ที่ทำให้ซีลอนรู้ว่าเธอเตรียมตัวเข้าไปประชิดกับศัตรูเช่นกัน จึงใช้พลังสีแดงห่อหุ้มมือของเขาเอาไว้

“พี่ชาร์ล็อต ธนูมาจากด้านบน !!!

อยู่ๆ สาวน้อยก็วิ่งออกไปนอกศาลาและเตือนแม่มดสาวที่อยู่กับวินดี้ เป็นเหตุให้ชาร์ล็อตชูคทาในมือของเธอขึ้นด้านบนและสร้างกำแพงพลังสีดำขึ้นมาทันที ในขณะที่ซีลอนวิ่งตามออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมองตามขึ้นไปเขาก็เห็นแต่ความมืดเท่านั้น แล้วยังไม่มีเสียงอะไรอีกด้วย แต่ไม่นานเขาก็รู้ตัวว่าคิดผิด

เคร้ง เคร้ง เคร้ง !!!

อยู่ๆก็มีลูกธนูห่าใหญ่พุ่งมาปะทะกับม่านพลังของชาร์ล็อต ที่ทำให้เทพหนุ่มอดตกใจไม่ได้ และทันทีที่ฝนธนูหยุดลง ลิลิมุก็กางปีกสีดำสนิทของเธอออกกว้าง ก่อนจะกระพือมันเบาๆ ที่ส่งให้เธอพุ่งทะยานขึ้นไปและหายไปกับความมืดอย่างรวดเร็ว

“ลิลิมุ !!

ซีลอนเรียกสาวน้อยเสียงดังพร้อมกับกางปีกของตัวเองเพื่อบินตามขึ้นไปด้านบน ในตอนนั้นเองวินดี้ก็จับไหล่ของเขาเอาไว้แน่น

“อย่าตามไป เกะกะน้องลิลิมุเปล่าๆ รับนี่ไป”

มนุษย์หมาป่าหนุ่มพูดอย่างรวดเร็วและส่งหน้าไม้อันหนึ่งให้กับอีกฝ่าย มันเป็นหน้าไม้ที่ติดเครื่องจักรบางอย่างของมนุษย์เอาไว้ หัวลูกศรของมันเป็นสีเงินแวววับ ที่ซีลอนรู้ได้ทันทีว่ามันเคลือบด้วยพลังแห่งแสงเอาไว้ ก่อนที่วินดี้จะหันไปพูดกับชาร์ล็อตที่รวบรวมพลังเวทมนตร์อยู่

“ชาร์ล็อต แฟลช น้องซีลอน เล็งไปทางอสูรที่มาทางนั้นนะครับ”

“อือ รู้แล้ว”

แม่มดสาวขานรับก่อนที่ไม้เท้าของเธอจะเปล่งแสงออกมาอ่อนๆ ซึ่งทันทีที่เธอกระแทกมันเข้ากับตัวโกโก้ ก็มีวงแสงที่สว่างราวกับฟ้าผ่าสว่างวาบและขยายออกโดยมีโกโก้เป็นศูนย์กลาง นั่นทำให้เทพหนุ่มเห็นภาพอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก รอบๆตัวของพวกเขามีอสูรจำนวนมากล้อมอยู่ ที่บนเพดานสูงขึ้นไปก็มีอสูรจำนวนมากถือหน้าไม้อยู่บนเพดาน กำลังไล่ยิงลิลิมุที่บินหลบลูกธนูอย่างรวดเร็ว

ธนูห่าใหญ่พุ่งเข้าใส่ลิลิมุจนแทบไม่มีทางหลบ นั่นทำให้เธอกระพือปีกของตัวเองอย่างแรงเพื่อสร้างลมพัดลูกธนูให้กระจายไป ก่อนจะหมุนตัวเข้ากระชิดศัตรูอย่างรวดเร็ว และวาดเคียวใส่ศัตรูเป็นวงกว้างพร้อมกับปล่อยพลังสีดำทรงจันทร์เสี้ยวออกไปสังหารศัตรูที่อยู่ด้านหน้าเป็นแนวยาว

ความเร็วของลิลิมุนั้นทำให้เธอดูราวกับสายฟ้าสีดำที่เคลื่อนไหวไปมาบนเพดาน ที่ไม่ว่าไปทางไหนศัตรูจะร่วงลงมาเหมือนห่าฝน ซึ่งนั่นทำให้ซีลอนรู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องห่วงเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะลิลิมุมีความสามารถมากกว่าเขามาก

“น้องซีลอน อย่ามัวแต่เหม่อครับ เร็วเข้า”

วินดี้เรียกสติของเทพหนุ่มกลับมา ทันทีที่เขาเห็นหน้าของพวกอสูรที่เข้ามาโจมตีพวกเขา ก็รู้ได้ทันทีว่าทำไมลิลิมุถึงได้ฆ่าอย่างไม่ลังเล เป็นเพราะพวกมันเป็นอสูรที่มีสติปัญญาน้อยจนไม่อาจพูดคุยกันรู้เรื่อง แต่มีข้อดีคือสามารถเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วมาก และลิลิมุคงพิจารณาแล้วว่าตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่ถ้าเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายแล้ว คนสำคัญของเธอจะเป็นอันตราย ก่อนที่เขาจะยิงลูกดอกเข้าใส่อสูรตัวหนึ่งที่หยุดนิ่งอยู่เนื่องจากแสบตาจากเวทมนตร์ของชาร์ล็อต

เผ่ามนุษย์หมาป่าอย่างเขาก็มองเห็นในความมืดได้เช่นกัน แต่ไม่ดีพอที่จะใช้ยิงหน้าไม้ได้อย่างแม่นยำ การที่ให้ชาร์ล็อตใช้เวทมนตร์บทนี้นอกจากจะเป็นการให้แสงสว่างแล้ว ยังหยุดศัตรูได้ชั่วครู่อีกด้วย

แก๊ก แก๊ก

ทันทีที่ลูกดอกถูกปล่อยออกไป เครื่องจักรที่ติดอยู่บนหน้าไม้ก็เริ่มทำงาน มันใส่ลูกดอกลูกใหม่ใส่ในหน้าไม้ ก่อนจะขึงสายให้อยู่ในสภาพพร้อมยิงอย่างรวดเร็ว ที่ทำให้วินดี้ยิงลูกดอกต่อเนื่องไม่ต่างจากปืนกล

“คะ...ครับ”

ซีลอนขานรับก่อนจะพร้อมยิงหน้าไม้ในมือบ้าง แต่ไม่นานแสงสว่างจากเวทมนตร์ของชาร์ล็อตก็ดับลง

“คราวนี้ อย่าเหม่ออีกล่ะ”

ชาร์ล็อตกล่าวอย่างเย็นชาขณะที่ไม้เท้าของเธอจะเรืองแสงขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็กระแทกมันเข้ากับตัวโกโก้ ส่งให้วงแสงสว่างแผ่ออกไปอีกรอบ ซึ่งครั้งนี้เทพหนุ่มจะไม่ให้เป็นแบบเดิมอีกแล้ว เขาจะไม่เป็นตัวถ่วงของทุกคนอย่างเด็ดขาด

ฟุบฟุบฟุบ !!!

ลูกศรหลายดอกถูกยิงอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสามารถของเทพหนุ่มทำให้พวกมันปักเข้าใส่ระหว่างคิ้วของอสูรที่หยุดนิ่งอยู่อย่างแม่นยำ

ทุกครั้งที่ชาร์ล็อตใช้เวทมนตร์ซีลอนจะแหงนหน้ามองขึ้นไปบนเพดานเพื่อมองหาลิลิมุชั่ววินาทีหนึ่งก่อนจะเริ่มยิงลูกศรใส่ศัตรู ภาพที่สว่างขึ้นเป็นระยะๆทำให้เขาอดทึ่งไม่ได้ เนื่องจากสาวน้อยที่ดูไร้พิษสงคนนั้น กำลังต่อสู้กับศัตรูอย่างรวดเร็ว เขาต้องมองหาเธอใหม่ทุกครั้งที่แสงสว่างขึ้น ความเร็วและความเฉียบคมของท่าร่างของลิลิมุนั้นยากที่จะหาคนเปรียบได้

“พี่บอกแล้วว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ลิลิมุในร่างความมืดน่ะ ถนัดการต่อสู้แบบนี้อยู่แล้ว”

วินดี้อธิบาย ลิลิมุมีเลือดของทั้งผู้ย่ำเงาและนางฟ้าตกสวรรค์ผู้ได้รับความรักจากความมืด ทำให้เธอมองเห็นในความมืดได้ดีกว่าใครในอาณาจักร นอกจากนี้ยังหัดวิชาเคียวจากลิลินมาโดยตรง เมื่อรวมกับความเร็วและกำลังมหาศาลเฉพาะตัวแล้ว ก็ยากที่จะหาคนต่อกรกับเธอได้

“เข้าใจแล้วครับ เอ่อ...พี่วินดี้ พวกมันไม่ลดลงเลย ทำยังไงดีครับ”

ซีลอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้จะรู้สึกไม่ดีที่ต้องให้ผู้หญิงมาปกป้องก็ตาม แต่ด้วยความสามารถระดับเขาคงทำอะไรมากไม่ได้ ก่อนจะสังเกตว่าจำนวนของศัตรูไม่ลดลงเลย พวกมันยังคงเดินมาจากปากทางอย่างต่อเนื่อง

“วินดี้ ออกไปนอกถ้ำก่อน จะได้ใช้เวทมนตร์จัดการในทีเดียว”

ชาร์ล็อตที่สังเกตเห็นเหมือนกันพูดขึ้น เนื่องจากลูกดอกมีจำกัดถ้าศัตรูมาไม่หยุดแบบนี้แล้วลูกดอกหมดก่อนคงยากที่จะฝ่าไปได้ จากนั้นจึงตะโกนเรียกลิลิมุที่สู้กับศัตรูอยู่ด้านบน

“น้องลิลิมุคะ กลับมาก่อน”

“มาแล้วค่ะ”

สาวน้อยบินมาอยู่ตรงหน้าโกโก้ในพริบตา ขณะที่ในมือก็ช่วยชาร์ล็อตสร้างกำแพงขึ้นมากันลูกธนู เธอเองก็เห็นว่าพวกอสูรออกมาจากช่องบนเพดานไม่หยุดเช่นกัน

“เราจะฝ่าออกไปรวดเร็วเลยนะครับ จากตรงนี้ไปทางออกทางไม่ซับซ้อนเท่าไหร่”

วินดี้บอกแผนให้สาวน้อยรู้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะตบที่ศีรษะของโกโก้เบาๆ เป็นสัญญาณให้ซารามันเดอร์ตัวใหญ่อ้าปากออกช้าๆ แสงสีส้มสว่างลอดออกมาจากร่องฟัน ก่อนที่โกโก้จะปล่อยลูกไฟขนาดใหญ่ออกมา ที่นอกจากจะเผาศัตรูที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ยังทำให้พวกเขาเห็นทางข้างหน้าอีกด้วย

“ทางนั้น ถ้ำตรงกลางนั่น”

เมื่อเห็นทางข้างหน้ามนุษย์หมาป่าหนุ่มก็บอกทางพาหนะของพวกเขา ส่งผลให้โกโก้วิ่งไปอย่างรวดเร็วโดยพุ่งชนอสูรไปตลอดทาง ในขณะที่ลิลิมุเหวี่ยงเคียวของเธอใส่อสูรบางส่วนที่พยายามจะกระโดดขึ้นมา

เพียงพริบตาพวกเขาก็ออกจากห้องโถงขนาดใหญ่มาอยู่บนทางเดินที่ทอดยาว ที่ด้านหลังของพวกเขามีอสูรจำนวนมากตามมาด้วย โดยเฉพาะอสูรค้าวคาวถือธนูฝูงใหญ่ที่สาดลูกธนูมาไม่หยุด จนแม้แต่ซีลอนเองก็ต้องใช้พลังของเขาสร้างม่านพลังสีแดงขึ้นเพื่อช่วยป้องกันทุกคน

“จะถึงทางออกรึยังวินดี้”

“ทางแผนที่บอกว่าจะถึงแล้ว แต่...ข้างหน้ามันเป็นทางตัน”

วินดี้ตอบคำถามของชาร์ล็อต ถามแผนที่สุดทางข้างหน้าของเขาควรจะเป็นทางออกแล้ว แต่สิ่งที่เขาเห็นมีแต่ทางตันเท่านั้น นั่นทำให้ลิลิมุบินอยู่ข้างๆถามขึ้น

“พีวินดี้แน่ใจไหมค่ะว่าพวกเรามาถูกทางแล้ว”

“แน่ใจครับ พวกนั้นคงเอามาอะไรมาปิดทางออกอย่างแน่นอน”

มนุษย์มหาป่าหนุ่มตอบ หลังจากสังเกตสองข้างทางที่หินงอกหินย้อยจำนวนมากถูกทำลาย ที่น่าจะเกิดจากการเดินทัพขนาดใหญ่ จึงคิดว่าพวกกลุ่มโจรคงต้องการดักพวกเขาให้อยู่ในนี้มากกว่า อีกด้านของทางตันนั้นต้องเป็นทางออกอย่างแน่นอน

“เข้าใจแล้วค่ะ”

ลิลิมุพยักหน้าก่อนจะแปลงร่างเป็นร่างแห่งแสงสว่างกลางอากาศ ที่นอกจากร่างกายของเธอจะเปลี่ยนไปแล้ว เคียวในมือของเธอยังเปลี่ยนเป็นไม้คทารูปหัวใจที่ส่องแสงออกมาอีกด้วย

“โกโก้ พุ่งไปเต็มที่เลย”

สาวน้อยกล่าวขึ้นเสียงดังก่อนจะยิงลูกพลังสีทองสว่างไปด้านหน้า แล้วจึงมายืนอยู่บนศีรษะของโกโก้ พร้อมกับกางปีกทั้งสองข้างของเธอออกกว้าง พลังแห่งแสงสว่างจำนวนมากเอ่อล้นออกมาจากร่างของเธอ ก่อนที่มันจะก่อตัวเป็นกำแพงใสที่เปล่งแสงสีขาวออกมาจางๆ

ตูม !!!

เมื่อลูกพลังสีทองของเธอปะทะเข้ากับปลายทาง ก็เกิดการระเบิดอย่างแรงขึ้นจนเกิดกระแสลมแรงที่มาพร้อมกับก้อนหินจำนวนมากที่กระเด็นมา ก่อนที่พวกมันจะชนเข้ากับกำแพงเวทมนตร์ของสาวน้อยและถูกเบี่ยงออกไป

“กระแสลม...โกโก้ตรงไปเลย”

วินดี้ที่ได้กลิ่นอากาศภายนอกปะปนเข้ามากับกระแสลม สั่งให้ซารามันเดอร์ตัวใหญ่พุ่งเข้าไปในกลุ่มควันอย่างไม่ลังเล ด้วยกำแพงแสงของลิลิมุที่แข็งแกร่งเกือบเท่าของลิลินทำให้ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก พริบตาต่อมาที่พุ่งผ่านกลุ่มควัน เมืองนีเธอร์ที่เป็นเมืองขนาดใหญ่ก็อยู่ต่อหน้าพวกเขา

 

เมืองนีเธอร์ตั้งอยู่บนภูเขาถูกล้อมรอบเอาไว้ด้วยหน้าผาชันสลับกับหุบเขาที่สลับซับซ้อน โดยทางออกของถ้ำนี้อยู่บริเวณตรงกลางของหน้าผาที่สูงชัน ซึ่งปกติแล้วจะมีสะพานหินขนาดใหญ่ที่เชื่อมระหว่างปากถ้ำกับเมืองที่อยู่อีกห่างออกไป ทำให้คนที่เดินทางไม่ต้องเสี่ยงในหุบเขาที่อันตราย ทว่าสะพานนั่นตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว

“พะ...พวกมันทำลายสะพานทิ้ง”

ชาร์ล็อตเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อสะพานยาวที่ทอดผ่านหุบเขาซับซ้อนที่ได้ถูกทำลายลงไปกว่าครึ่ง โดยเฉพาะส่วนที่เชื่อมต่อกับปากถ้ำนั้นถึงกับพังหายไปเป็นระยะทางยาว ด้วยความเร็วของโกโก้ที่พุ่งมาทำให้มันไม่อาจหยุดอย่างกระหันทัน จึงไถลลงไปยังหน้าผาชันอย่างควบคุมไม่ได้

ครึกครึกครึก !!!

เสียงของซารามันเดอร์ตัวใหญ่กำลังพยายามหาที่ยึดเกาะดังไม่หยุด เนื่องจากเมื่อสักครู่นี้โกโก้วิ่งสุดแรงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ตอนนี้มันค่อนข้างเหนื่อยมาก เมื่อมาเจอกับทางชันขนาดนี้แค่พยายามเปลี่ยนทิศทางไม่ให้ชนกับก้อนหินก็เต็มที่สำหรับมันแล้ว

“พวกมันดักรออยู่ด้านล่าง...แบบนี้โกโก้แย่แน่”

วินดี้หรี่ตามองไปยังด้านหน้า ที่ตีนของหน้าผานั้นมีแท่งเหล็กแหลมจำนวนมากปักอยู่กับพื้น โดยมีกองโจรกลุ่มใหญ่กำลังดักรออยู่ ต่อให้เกล็ดของโกโก้แข็งเท่าไหร่ แต่ถ้าไถลลงไปด้วยความเร็วมากขนาดนี้คงไม่อาจป้องกันได้แน่ จึงคิดว่านี่น่าจะเป็นกับดักที่พวกโจรวางไว้อย่างแน่นอน

“ถ้างั้นลิลิมุจัดการเองค่ะ”

“ไม่ได้นะคะ ถ้าน้องลิลิมุใช้เวทมนตร์ทำลายล้าง อาจทำให้หินถล่มลงมาได้”

ชาร์ล็อตรีบห้ามสาวน้อยที่เตรียมใช้เวทมนตร์ของเธอทันที เพราะเมื่อมองไปด้านบนก็เห็นหินก้อนใหญ่จำนวนมากวางอย่างหมิ่นเหม่อยู่บนหน้าผาพร้อมจะตกลงมาทุกเมื่อ

“น้องลิลิมุ ใช้เคลื่อนผ่านเงา”

วินดี้ที่ตัดสินใจให้สาวน้อยใช้การเคลื่อนผ่านเงาที่เป็นเทคนิคเฉพาะของผู้ย่ำเงา แต่ลิลิมุกลับส่ายหน้าไปมา

“ไม่ได้หรอก แบบนั้นซีลอนก็ตายสิ”

เธอพูดตอบกลับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด การพาสิ่งมีชีวิตแห่งแสงสว่างเคลื่อนผ่านเงานั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอไม่สามารถเปลี่ยนซีลอนเป็นพลังแห่งความมืดทั้งๆ ที่เขายังมีชีวิตอยู่ นั่นทำให้ซีลอนรู้ตัวว่าเขากลายเป็นตัวถ่วงอีกครั้ง

“ไม่ต้องห่วงผมครับ ผมดูแลตัวเองได้”

เทพหนุ่มกล่าวออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนจะกางปีกและบินขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครห้ามเขาได้ทัน ต่อหน้าลิลิมุที่มองด้วยความตกตะลึง

“น้องลิลิมุค่ะ ใช้การเคลื่อนเงาเร็วเข้า ไม่งั้นโกโก้จะบาดเจ็บมากๆเลยนะคะ”

ชาร์ล็อตเข้ามาเตือนสติลิลิมุเสียงดัง ที่ทำให้เด็กสาวนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะคิดว่าถึงซีลอนจะสำคัญมากก็ตาม แต่โกโก้เองก็สำคัญไม่แพ้กัน เธอจึงแปลงร่างเป็นร่างแห่งความมืด และเริ่มใช้เวทมนตร์เฉพาะของเผ่าผู้ย่ำเงาทันที

 

“พวกมันมาแล้ว ยกแท่งเหล็กขึ้น”

เหล่าโจรที่มองเห็นซาลามันเดอร์ตัวใหญ่กำลังไถลลงมาจากหน้าผา ก็ยกแท่งเหล็กแหลมขึ้นเพื่อหมายจะสังหารพาหนะของศัตรูกลุ่มนี้ ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่ออยู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงพลังแห่งความมืดมหาศาลที่เข้าครอบคลุมร่างขนาดใหญ่ของซาลามันเดอร์ จากนั้นก็จมลงไปกับเงาสีดำด้านล่าง สิ่งที่เหลืออยู่คือเผ่าเทพกำลังบินลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว

“ฆ่ามันก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน ยิงธนูเข้าไป”

หัวหน้าโจรสั่งการลูกน้องของเขาทันที เป็นผลให้ลูกศรจำนวนมาถูกปล่อยขึ้นไปบนท้องฟ้า ทำให้ซีลอนที่ต้องการบินลงมายังด้านล่างต้องถอยไม่เป็นท่า

“ลิลิมุ...”

ซีลอนกวาดตามองหาสาวน้อยอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้เลยว่าการเคลื่อนเงาเป็นการเดินทางแบบไหน ก่อนจะต้องใช้ม่านพลังสีแดงเพื่อป้องกันตัวจากลูกธนู ซึ่งนั่นต้องใช้พลังมากกว่าการโจมตีมาก จึงทำให้พลังเวทมนตร์ของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว เขารู้ด้วยตัวเองทันทีว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้พลังของเขาคงหมดในไม่ช้า จึงเลือกที่จะบินสูงขึ้นอีกเพื่อออกจากระยะลูกธนู ไม่นานเขาก็บินอยู่เหนือหุบเขาที่มองเห็นปราสาทนีเธอร์อย่างชัดเจน

ทว่าศัตรูของเขาไม่ได้มีแต่เหล่าโจรบนพื้น ตอนนี้อสูรค้าวคาวที่บินตามมาตั้งแต่อยู่ในถ้ำออกมาด้านนอกแล้ว พวกมันบินตามเขามาและยิงธนูใส่ไม่หยุด จนซีลอนตัดสินใจบินเข้าไปในเมืองนีเธอร์ทั้งแบบนี้เลย ปีกสีขาวคู่ใหญ่จึงกระพืออย่างแรง ส่งร่างของเด็กหนุ่มพุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

 

ซึ่งทันทีที่ร่างของซีลอนบินพ้นหุบเขานี้ไป เงาสีดำที่อยู่ด้านหลังของกลุ่มโจรที่มาดักรอพวกลิลิมุอยู่หน้าถ้ำก็เปลี่ยนรูปไป ก่อนที่ซารามันเดอร์ตัวใหญ่จะออกมาจากเงานั้น

“ซีลอนล่ะ”

เมื่อออกมาลิลิมุก็มองหาเทพหนุ่มทันที แต่บนท้องฟ้าตอนนี้มีแต่เหล่าอสูรค้าวคาวจำนวนมากกำลังบินลงมาเท่านั้น ในตอนนั้นเองชาร์ล็อตก็เข้ามาจับไหล่ของสาวน้อยเอาไว้

“ตั้งสติหน่อยค่ะ พี่สัมผัสถึงพลังแห่งแสงสว่างที่เข้าไปใกล้ปราสาทนีเธอร์ได้ เขาปลอดภัยดี ถ้าอยากรีบช่วยเขาเราต้องรีบออกไปจากตรงนี้ให้ได้ก่อน”

แม่มดสาวเตือนสติของลิลิมุอีกครั้ง ซึ่งโชคดีที่เธอในร่างแห่งความมืดมีเหตุผลและใจเย็นกว่าร่างแห่งแสงสว่างมาก จึงพยักหน้าอย่างเข้าใจไม่ยาก

“ถ้างั้นลุยกันเต็มที่เลยดีกว่า”

วินดี้เองก็เห็นด้วยกับชาร์ล็อตเช่นกันจึงแปลงร่างทันที เส้นผมสีฟ้าสว่างยาวขึ้นบนปกคลุมหลัง มือและเท้าขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับมีขนปุกปุยสีฟ้าปกคลุมเอาไว้ แม้ด้วยสายเลือดผสมของเขาจะทำให้ร่างมนุษย์หมาป่าไม่สมบูรณ์ก็ตามที แต่นั่นนับว่าเป็นจุดเด่นที่สร้างชื่อให้เขาก็ว่าได้

ด้านลิลิมุก็กระชับเคียวในมือของเธอเอาไว้แน่นก่อนจะมองสถานการณ์รอบๆ แม้จำนวนของศัตรูจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ แต่ตอนนี้โกโก้กำลังเหนื่อยมากอยู่คงเดินไปไหนไม่ได้สักพัก และชาร์ล็อตกับวินดี้ก็ไม่ได้มีพลังเวทมนตร์มากอย่างเธอ ถ้าโดนอสูรลุมเข้าต้องแย่แน่ๆ จึงได้แต่พูดออกมาเบาๆ

“อดทนเอาไว้นะ ซีลอน”

------------------------------
แต่ละตอนยาวววว มากเลย
------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #544 -.- (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 11:52
    เมื่อไรจะมาาาาาา~
    #544
    0
  2. #542 Kiss love (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 21:28
    เชสล่ะลิลินล่ะ อยากเจอสองคนน้านนนน
    #542
    0
  3. #538 Ouka/Mirai (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 22:04
    พ่อเเม่ของลิลิมุหาย!!!
    #538
    0
  4. #536 น้องประภพ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 22:39
    ลิลินหายไปหนาย แล้วพ่อพระเอกของเราในภาคก่อนล่ะ 
    #536
    0
  5. #535 The Memorial (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 02:13
    ลืลิมุร่ารักจริงๆ ขี้อ้อนมาก

    #535
    0