Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 58 : พลังแห่งแสงสว่างของลิลิมุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 พ.ย. 56

บทที่ 6

พลังแห่งแสงสว่างของลิลิมุ

 

“อย่ามาดูถูกกันนะ !!! พวกเราลุยเลย”

อสูรสิงโตตะโกนเสียงดังก่อนจะชูดาบเล่มใหญ่ในมือตัวเองขึ้น และวิ่งเข้าใส่โกโก้ที่ยืนอยู่นิ่งๆ ในตอนนั้นเองลิลิมุก็ลุกขึ้นมานั่งในสภาพงัวเงียและเอามือขยี้ตาเบาๆ

“ลิลิมุ ระวังด้วยครับ พวกเราเจอศัตรูแล้ว”

ซีลอนเข้าไปปกป้องสาวน้อยทันที เนื่องจากเห็นๆอยู่ว่าอันตรายกำลังเข้ามาใกล้แล้ว แต่ทว่าเธอกลับนอนลงบนตักของชาร์ล็อตที่ยังคงนั่งหลับอยู่อีกด้านและละเมอสั่งงานสัตว์เลี้ยงของเธอ

“โกโก้ ขออีกห้านาทีนะ”

“เอ่อ...พวกเรากำลังอยู่ในอันตรายนะครับ”

ซีลอนที่เห็นสาวน้อยยังหลับต่อแม้จะมีคมดาบจำนวนมากเข้ามาใกล้ ก็ได้แต่ขมวดคิ้วและรวบรวมพลังเพื่อเตรียมรับศึก ก่อนจะมองไปทางวินดี้ที่ยืนมองสาวสวยทั้งสองคนหลับด้วยกัน แทนคำถามว่าเอายังไงต่อดี

“เฮ้อ...ยังไงก็ช่วยกันถ่วงเวลาให้ได้สักห้านาทีแล้วกันครับ เอ้า !!! โกโก้ ได้ยินที่ลิลิมุบอกแล้วนะ”

หมาป่าหนุ่มตอบกลับพร้อมกับยิ้มอย่างจนใจให้ ก่อนจะหันไปมองตัวตะกวดยักษ์ที่พยักหน้ารับคำเขาราวกับฟังภาษาคนรู้เรื่อง

 

“ฆ่าซารามันด้านี่ก่อน จะได้ฆ่าคนข้างในต่อ”

อสูรสิงโตสั่งลูกน้องของเขาเสียงดัง ในขณะที่อสูรควายตนหนึ่งวิ่งง้างค้อนสงครามไปด้านหลังเพื่อเตรียมทุบใส่หัวของโกโก้ ตัวตะกวดอย่างนี้เป็นพาหนะที่พบได้ทั่วไปในมหาภพแห่งความมืด แม้โกโก้จะมีสีที่ต่างออกไปและตัวใหญ่กว่าปกติ แต่เรื่องที่พวกมันต่อสู้ไม่เป็นน่าจะไม่ต่างกัน

ทว่าเมื่อวิ่งมาถึงด้านหน้าของโกโก้ก็รู้ว่าตัวเองคิดผิด เพราะในปากของมันมีแสงไฟสว่างลอดออกมาจากซอกฟันอันแหลมคม เมื่อมันอ้าปากออกเปลวไฟจำนวนมากก็ถูกปล่อยออกมาใส่กลุ่มโจรด้านหน้า จนทำให้พวกเขาหนีไม่เป็นท่าทันที

“บะ...บ้าน่า ปกติมันพ่นไฟไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”

อสูรสิงโตที่อยู่ด้านข้างมองโกโก้พ่นไฟอย่างตกตะลึง ไฟของมันรายแรงจนแม้แต่ผิวหนาของอสูรควายก็ยังโดนเผาจนเกรียม ค้อนสงครามขนาดใหญ่โดนเผาจนเป็นเถ้าถ่าน ที่ทำให้เขารู้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่ธรรมดาแล้ว

“หัวหน้าเอายังไงดีครับ”

อสูรโจรลูกน้องถามหัวหน้าของเขา เมื่อเห็นว่าซารามันด้าที่ปกติไฟของมันใช้ได้แค่ทำอาหารก่อกองไฟเท่านั้น กลับสามารถสร้างความเสียหายได้มากขนาดนี้ นั่นทำให้อสูรสิงโตเปลี่ยนแผน

“เข้าทางด้านข้างเร็ว !!! อย่าไปอยู่ตรงหัวของมัน”

สิ้นคำสั่งกองโจรทำตามอย่างรวดเร็ว พวกเขากระจายตัวกันไปอยู่ทั้งสองด้านของโกโก้เพื่อหลีกเลี่ยงส่วนหัว นั่นทำให้เทพหนุ่มเตือนมนุษย์หมาป่าเสียงดัง เพราะถ้าเป็นแบบนี้โกโก้อาจจะบาดเจ็บได้

“พี่วินดี้...!! พวกมันมาแล้วครับ”

“อย่าเพิ่งออกจากศาลา หาอะไรยึดเอาไว้ เร็ว !!!

วินดี้แบมือขึ้นห้ามไม่ให้ซีลอนออกจากศาลาไปสู้กับกองโจร เนื่องจากเขารู้ดีว่าตัวตะกวดยักษ์จะทำอะไร

กรงเล็บยาวคู่หน้าของโกโก้แทงไปในพื้น ก่อนจะใช้เป็นหลักเหวี่ยงร่างไปด้านข้าง ที่ทำให้หางขนาดใหญ่สีดำสนิทฟาดใส่กลุ่มโจรจำนวนมากจนอสูรร่างยักษ์กระเด็นไปคนละทิศทาง

ซีลอนที่ยึดตัวเองไว้กับเสาศาลาสุดชีวิต มองลิลิมุกับชาร์ล็อตด้วยความตกตะลึง เนื่องจากแม้พวกเธอจะอยู่บนตัวตะกวดยักษ์ที่หมุนไปมาก็ตาม แต่ก็พวกเธอกลับแค่กลิ้งไปมาอยู่บนพื้นศาลาอย่างสบายอารมณ์เท่านั้น ก่อนจะดูโกโก้พ่นไฟสลับกับส่ายหางไปมาด้วยความความสงสัย เพราะดูแล้วมันน่าจะมีประสบการณ์ในการต่อสู้พอสมควร

“โกโก้เป็น...”

“โกโก้เป็นอสูรสงครามครับ”

วินดี้ขยิบตาให้กับเทพหนุ่ม แม้ดูจากภายนอกโกโก้จะดูเหมือนซารามันเดอร์สีดำตัวใหญ่ก็ตาม แต่จริงๆแล้วมันมีสายเลือดมังกรอยู่ด้วย ทำให้ต่อสู้เก่งกว่าซารามันเดอร์ตัวอื่นมาก โดยมันเป็นของขวัญจากลิลิธที่ให้กับลิลิมุเมื่อประมาณ 180 ปีก่อน และกลายมาเป็นพาหนะของสาวน้อยในที่สุด

แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมีการต่อสู้รออยู่ตรงหน้ามนุษย์หมาป่าหนุ่มก็ไม่พลาดโอกาส เขากระโดดลงจาศาลาเข้าใส่กลุ่มของเหล่าโจรที่เริ่มรวมตัวกันได้

“น้องซีลอนจัดการอีกด้านนะครับ แต่ยังไงก็ห้ามฝืนนะ”

“เอ่อ...ครับ”

ซีลอนรับคำก่อนจะกระโดดลงไปเผชิญหน้ากับกลุ่มโจรบ้าง

“พวกคุณยอมแพ้เถอะครับ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา”

เขาเริ่มจากเจรจากับอีกฝ่ายก่อน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาก็ไม่อยากใช้พลังเท่าไหร่ แม้จะให้ลิลิมุเพิ่มพลังให้ใหม่ได้ แต่เขาก็ยังรู้สึกเกรงใจมากอยู่ดี แต่นี่ก็เป็นอีกครั้งที่เผ่าแห่งความมืดยืนนิ่งไปเมื่อเห็นใบหน้าของเขา ก่อนที่โจรคนหนึ่งจะพูดออกมาด้วยความลืมตัว

“บ้าน่า...ราชาอสูรซีลอน”

“ราชาอสูร...ซีลอน ใครเหรอครับ”

ซีลอนถามอย่างสงสัย เนื่องจากเขาไม่เคยได้ยินว่ามีราชาอสูรอยู่เลย ก่อนจะต้องเตรียมตัวต่อสู้เมื่อท่าทีของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป

“ราชาอสูรน่ะ ตายไปแล้ว !!! เจ้านี่อย่างมากก็คงตัวปลอมเท่านั้น”

อสูรสิงโตหัวหน้าโจรตะโกนเสียงดังเพื่อเตือนสติลูกน้องของเขา ก่อนจะง้างดาบในมือเตรียมฟันเข้าใส่เทพหนุ่มตรงหน้าทันที

เมื่ออันตรายอยู่ตรงหน้า ซีลอนก็ไม่ลังเลที่ใช้พลังเต็มที่เพื่อจัดการอีกฝ่าย ปีกสีขาวทั้งสองข้างจึงถูกกางออกทันที ซึ่งนั่นทำให้แม้แต่หัวหน้าโจรก็ยังชะงัก

“บ้าน่า...เผ่าเทพ ในมหาภพแห่งความมืดนี่นะ”

“ใช่ครับ ทีนี้คุณยอมแพ้ได้รึยัง”

“ไร้สาระ เผ่าเทพขี้แพ้น่ะ ไม่อยู่ในสายตาของข้าหรอก”

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาอยู่ในมหาภพแห่งความมืด สถานที่ที่เผ่าพันธุ์แห่งความมืดอย่างพวกเขาได้เปรียบเผ่าพันธุ์แห่งแสงสว่างมาก ก็สลัดความกลัวที่เคยฝังใจทิ้งและเหวี่ยงดาบเข้าใส่ซีลอนทันที

“ไม่อยู่ในสายตางั้นเหรอ”

เทพหนุ่มขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย ขณะที่ใช้พลังสีแดงของเขาห่อหุ้มมือเอาไว้ ถึงเขาจะเลิกคิดแล้วว่าเผ่าเทพนั้นอยู่สูงกว่าเผ่าอื่นก็ตาม แต่การโดนดูถูกแบบนี้ก็ทำให้เขาโกรธไม่น้อย ก่อนจะรับคมดาบด้วยสันฝ่ามือข้างขวาที่เหยียดตรง ซึ่งทันทีที่อาวุธทั้งสองปะทะกัน ผลก็ออกมาในพริบตา เมื่อฝ่ามือของซีลอนตัดผ่านดาบของอีกฝ่ายได้ราวกับอาวุธของอีกฝ่ายทำจากโฟม

แม้อสูรสิงโตจะตกใจมากก็ตาม แต่เขาก็กระโดดถอยหลังออกมาในพริบตา เพื่อหลบคมมีดฝ่ามือที่ฟันมาต่อ ก่อนจะก้มลงมองแผลยาวบนหน้าอกของตัวเอง และหันมามองซีลอนอย่างไม่เข้าใจ

“พลังแบบนี้มัน...เจ้าเป็นใครกันแน่”

“ผมคือคนที่จะมาปราบโจรอย่างคุณไง”

เทพหนุ่มตอบทันควัน ก่อนจะเข้าไปรุกไล่ศัตรูต่อ เนื่องจากเขารู้ดีว่าถึงแผลบนหน้าอกของอีกฝ่ายจะดูน่ากลัวก็ตาม แต่จริงๆแล้วมันตื้นมากเนื่องจากอสูรสิงโตหลบได้ทัน ด้วยความที่ซีลอนต้องการรีบจบการต่อสู้ ทำให้เลือกทำตามคำที่ว่าจับโจรต้องจับหัวหน้าก่อน

“หึ ! นั่นสินะ จะใครมาจากภพไหนก็ไม่สำคัญ เอาล่ะ เตรียมตัวตายได้แล้ว”

อสูรสิงโตแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ถึงอีกฝ่ายจะมีใบหน้าและพลังเหมือนกับราชาอสูรก็ตาม แต่ยังไงเขาก็เป็นโจร ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นคนที่มาปราบโจร ซึ่งผลของมันคงมีแบบเดียว ก่อนจะหยิบดาบอีกเล่มออกมาจากด้านหลัง และกระโจนเข้ามาใช้ฟันดาบใส่เด็กหนุ่มตรงหน้าทันที

“จะกี่ครั้งก็เหมือนเดิม...”

นั่นทำให้ซีลอนฟันฝ่ามือของเขาใส่ดาบของอีกฝ่าย เพื่อหวังทำลายอาวุธในมือศัตรูของเขา ด้วยพลังที่ตัดทุกอย่างได้แล้ว ไม่น่าจะเกินความสามารถ ก่อนจะต้องเบิกตากว้าง เมื่อฝ่ามือดาบของเขาโดนดาบของอีกฝ่ายหยุดเอาไว้ได้

“หึหึหึ อย่าคิดว่าจะทำแบบเดิมได้ตลอดนะ เตรียมตัวตายได้แล้ว !!!

อสูรสิงโตหัวเราะในลำคอ ก่อนจะสะบัดดาบของเขาอย่างแรงเพื่อผลักให้เทพหนุ่มกระเด็นไป ซึ่งนั่นทำให้เห็นว่ารอบๆดาบในมือของหัวหน้าโจร มีไอสีดำห่อหุ้มเอาไว้เช่นเดียวกับฝ่ามือของซีลอน

เมื่อเห็นว่าไม้เด็ดของตัวเองไม่ได้ผล เทพหนุ่มก็ขมวดคิ้วเข้าด้วยกันเล็กน้อย เพราะจุดเด่นของพลังสีแดงของเขาคือการตัดทุกอย่างได้ ซึ่งถ้ามันทำไม่ได้แล้วจะเสียเปรียบอีกฝ่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การต่อสู้ พละกำลัง หรือระยะดาบ เขาก็มีน้อยกว่าทุกอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นเพื่อปกป้องลิลิมุแล้วก็ตั้งใจสู้เต็มที่

“ถึงยังไงผมก็ไม่มีมีทางยอมแพ้หรอกครับ”

ซีลอนกล่าวอย่างกล้าหาญ ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดอีกฝ่าย เนื่องจากอสูรสิงโตใช้ดาบยาวเป็นอาวุธ ถ้าสู้กันในระยะที่อีกฝ่ายสามารถเหวี่ยงดาบได้อย่างสะดวก เขาจะเสียเปรียบเรื่องน้ำหนักดาบมาก

“กล้าไม่เลวนี่ เข้ามาเลย !! ข้าชื่อลีออน อสูรสิงโตสงคราม ลีออน”

เมื่อหัวหน้าโจรเห็นซีลอนเข้ามาประชิดก็ยิ้มและแนะนำตัว ก่อนจะเป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปฟันดาบใส่ก่อนเสียเอง

“ผมชื่อซีลอน เตรียมตัวรับมือครับ”

เมื่อลีออนประกาศชื่อ ซีลอนเองก็บอกชื่อตัวเองตามมารยาทเช่นกัน ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบดาบที่ฟันลงมาไปด้านข้าง แล้วจึงแทงมือเข้าใส่สีข้างของศัตรูตรงหน้า

“เออ ก็คิดเอาไว้แล้วว่าต้องชื่อนี้”

อสูรสิงโตกล่าวขณะกางกรงเล็บบนมือข้างซ้ายและเหวี่ยงมันใส่ซีลอนอย่างรวดเร็ว ด้วยระยะแขนที่ยาวกว่าทำให้เทพหนุ่มต้องรีบหดมือและก้มตัวหลบ ทว่าเมื่อก้มลงไปก็เห็นเข่าหนาของลีออนแทงสวนมาแล้ว

เปรี้ยง !

เสียงการปะทะดังขึ้น พร้อมกับร่างของเทพหนุ่มที่ลอยไปด้านหลัง ก่อนที่เขาจะกางปีกออกและหมุนตัวกลางอากาศและลงพื้นได้อย่างปลอดภัย แม้จะใช้พลังห่อหุ้มแขนซ้ายที่รับการโจมตีของอีกฝ่ายก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นรอยสีม่วงเข้มวงใหญ่อยู่ดี ในขณะเดียวกันลีออนก็ได้แผลที่เข่าขวาเป็นทางยาว ซึ่งเกิดจากฝ่ามือดาบของซีลอนที่แทงเข้าใส่ในจังหวะปะทะ

“ไม่เลวนี่ไอ้หนู”

“สำหรับโจรป่าเองก็ไม่เลวเหมือนกันครับ”

ทั้งสองยิ้มให้กันเล็กน้อยก่อนจะตั้งท่าเตรียมต่อสู้กันต่อ แต่ในตอนนั้นเองเสียงปรบมือก็ดังขึ้น

แปะ แปะ แปะ

“น้องซีลอนไม่เลวเลยครับ ขนาดระยะแขนน้อยกว่ามากยังทำได้ขนาดนี้”

เป็นวินดี้ที่นั่งปรบมือขณะนั่งอย่างสบายๆอยู่บนหัวของโกโก้ เขาชื่นชมซีลอนมากในจุดที่เทพหนุ่มมีความกล้าหาญ แม้จะรู้ว่าตัวเองเสียเปรียบแต่ก็สู้ไม่ถอย โดยนอกจากจะใจกล้าแล้วฝีมือก็ยังไม่เลวอีกด้วย ยังสามารถพัฒนาได้มากกว่านี้มาก

ด้านลีออนก็มองวินดี้ด้วยความสงสัย เพราะอีกด้านน่าจะมีลูกน้องของเขาอยู่แต่เมื่อมองไปก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะตอนนี้ทุกคนต่างลงไปนอนกองกับพื้นกันหมด

“บะ...บ้าน่า ทุกคน”

อสูรสิงโตแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพื่อลูกน้องของเขาเป็นทหารของราชวงศ์อสูรเก่า ทำให้มีฝีมือกันไม่น้อย ไม่คิดว่าจะโดนอีกฝ่ายจัดการได้เร็วขนาดนี้

“คุณแค่คนเดียวเอาชนะพวกผมไม่ได้หรอกครับ คุณลีออน ยอมแพ้ซะเถอะ”

เมื่อเห็นว่าได้เปรียบซีลอนก็พยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายอีกครั้งทันที

“หึหึ อย่าคิดว่ามันจะจบแค่นี้ ในฐานข้ายังมีลูกน้องอีกเป็นร้อย”

ลีออนหัวเราะก่อนจะค่อยๆเดินไปทางประตูหมู่บ้านของเขา โดยไม่ละสายตาจากวินดี้แม้แต่น้อย เพราะเขารู้สึกได้ว่าชายหนุ่มผมสีฟ้าคนนั้นต่างหากที่เป็นอันตรายตัวจริง แต่นั่นเป็นก่อนที่จะมีคนคนหนึ่งก่อนมาจากศาลาบนหลังของซารามันเดอร์สีดำตัวใหญ่

“อา...หลับสบายจังเลย พี่วินดี้ ตอนนี้เราถึงไหนแล้วคะ”

ลิลิมุที่ได้หลับต่อครบ 5 นาทีแล้วเดินออกมาจากศาลาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปถามวินดี้ด้วยความสงสัย โดยไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกเป็นยังไง

“ลิลิมุเข้าไปก่อนครับอย่างเพิ่งออกมา การต่อสู้ยังไม่จบ”

เมื่อเห็นสาวน้อยเดินออกมา ซีลอนก็รีบบอกให้เธอกลับเข้าไปใหม่ทันที เพราะเขาคิดว่าศัตรูคงต้องทำทุกอย่างเพื่อจับเธอเป็นตัวประกันแน่ และถ้าเป็นแบบนั้นจะเป็นอันตรายมาก แต่สาวน้อยกลับเบิกตากว้าง

“คะ...ใครทำแขนของซีลอนเป็นรอยช้ำขนาดนั้น เราบอกแล้วว่าเราจะดูแลซีลอนเอง”

ลิลิมุมองแขนของเทพหนุ่มด้วยความไม่ชอบใจ ก่อนจะมองไปรอบๆ ซึ่งวินดี้ที่นั่งขำอยู่ก็ชี้ไปยังอสูรสิงโตที่กำลังยืนอยู่หน้าเมืองของเขาเอง นั่นทำให้สาวน้อยรู้ตัวการทันทีเธอจึงทำหน้าโกรธที่ดูยังไงก็น่ารักออกมา

“คุณเหรอคะ ที่มาทำร้ายซีลอน ลิลิมุ...โกรธแล้วนะ”

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม เจ้าก็เตรียมตัวเอาไว้เถอะ ข้ายังมีลูกน้องอีกมาก”

ลีออนจำเด็กสาวได้ทันทีว่าเธอเป็นลูกสาวลิลิน ถึงจะได้ยินข่าวลือว่าเธอสวยมากก็ตาม แต่เมื่อมาเห็นตัวจริงก็ยังอดทึ่งไม่ได้ ก่อนจะคิดว่าถ้าจับเด็กสาวที่ดูไม่มีพิษสงคนนี้ได้ คงจะทำให้อาชีพโจรของเขาเจริญก้าวหน้ามากกว่านี้มาก ในตอนนั้นเองลิลิมุก็ตะโกนถามอะไรบางอย่างกับเขา

“นี่ๆ ลูกน้องที่ว่าอยู่ที่ไหนเหรอ”

“หือ...ถามอะไรโง่ๆ ก็ต้องอยู่ในหมู่บ้านนั้นสิ”

อสูรสิงโตตอบคำถามพร้อมกับชี้ไปทางข้างหลังของเขา ซึ่งสาวน้อยก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

“อือ ขอบคุณที่บอกนะ”

ลิลิมุกางปีกทั้งสองข้างของเธอออก ส่งขนนกจำนวนมากให้ลอยฟุ้งในอากาศ จากนั้นก็เรียกไม้คทาสีขาวที่ยาวกว่าความสูงของเธอออกมาจากอากาศ ลูกแก้วที่อยู่บนหัวคทารูปหัวใจติดปีกส่องแสงออกมาสว่าง ที่ทำให้ทุกคนเบิกตากว้าง ไม่เว้นแม้แต่วินดี้ที่พยายามเข้าไปห้ามทันที

“น้องลิลิมุ ใจเย็นๆก่อนดีกว่าครับ อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่าม”

“จะใจเย็นได้ยังไงละคะ ต้องรีบจัดการศัตรูสิ จะได้รักษาซีลอนไง”

สาวน้อยตอบขณะรวบรวมขนนกที่กระจายอยู่ให้เป็นกลุ่มก้อนสีขาวขนาดใหญ่ที่ส่องแสงออกมาสว่าง ก่อนจะปล่อยมันเข้าใส่หมู่บ้านตรงหน้า แล้วจึงปล่อยแสงสีขาวจำนวนมากออกมาจากหัวคทาจนเหมือนกับดอกเบญจมาส ที่พุ่งตามขนนกไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งวินดี้รู้จักเวทมนตร์นี้ดี มันเป็นเวทมนตร์ทำลายล้างที่ลิลินถนัดมากที่สุด โดยลิลิมุได้เรียนมาจากแม่ของเธอโดยตรง ทำให้อำนาจการทำลายของมันไม่แพ้ต้นฉบับทีเดียว นอกจากมนุษย์หมาป่าหนุ่มแล้ว ซีลอนเองก็รู้จักเช่นกัน

“เวทมนตร์แบบนี้มัน...”

เทพหนุ่มได้แต่อ้าปากค้าง เนื่องจากมันเป็นเวทมนตร์แบบที่จะสอนกันเฉพาะระดับแม่ทัพของอาณาจักรเทพเท่านั้น นอกจากจะมีอำนาจการทำลายล้างสูงมากแล้วยังสามารถโจมตีศัตรูทีละมากๆได้อีกด้วย แต่ถึงจะรู้เวทมนตร์ก็ตามก็มีคนจำนวนน้อยมากที่ใช้มันได้ เนื่องจากมันกินพลังเวทมนตร์จำนวนมหาศาลในการใช้แต่ละครั้ง

ในขณะที่กลุ่มขนนกกำลังจะถึงหมู่บ้านนั่นเอง มันก็เฉออกจากเส้นทางของตัวเองเหมือนกับโดนลมพัด ก่อนจะไปตกใส่ก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับหมู่บ้าน ส่งผลให้ลำแสงสีขาวเองก็วิ่งตามมันไปด้วยเช่นกัน และในพริบตาต่อมาทุกคนก็ต้องยกมือขึ้นบังตาของตัวเอง

ตูม !!!

เสียงระเบิดดังกึกก้อง แสงสีขาวจำนวนมากสว่างจ้าจนให้ดูเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นในมหาภพแห่งความมืด พื้นสะเทือนจนกำแพงและหอคอยในหมู่บ้านร้าว สิ่งที่เหลืออยู่ด้านล่างของควันที่ม้วนตัวเป็นรูปดอกเห็ด คือเศษหินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหินขนาดเท่าภูเขา

“อะ...เอ่อ...”

ทั้งวินดี้ ซีลอน และลีออน ต่างก็ยืนอ้าปากค้างกับภาพตรงหน้า ถ้าหากแสงมหาประลัยนั้นโดนหมู่บ้านล่ะก็ คงไม่มีอะไรเหลืออย่างแน่นอน

“แง้~~~ !!! ลิลิมุยิงพลาดอะ แต่ไม่เป็นไร คราวนี้แหละไม่พลาดแน่”

ลิลิมุส่งเสียงร้องไห้ออกมาด้วยความเขิน ที่ทั้งๆที่เป้าหมายอยู่ห่างไปไม่ถึง 30 เมตรแต่เธอก็ยิงพลาด ก่อนจะกระพือปีกอีกครั้งและส่งขนนกกลุ่มใหม่ออกมาอีก

“คุณลีออน ผมว่าคุณยอมแพ้เถอะครับ ก่อนที่หมู่บ้านคุณจะกลายเป็นแบบนั้น”

ซีลอนกลืนน้ำลายก่อนจะหันไปพูดกับอสูรสงคราม ถ้าหากว่าเวทมนตร์ทำลายล้างนั่นทำให้เขาตกใจมากแล้ว การที่ลิลิมุสามารถใช้มันต่อเนื่องกันได้นั้น ทำให้เขาตกใจมากกว่ามาก เช่นเดียวกับลีออนที่จิตใจห่อเหี่ยวลงมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องไว้ลายโจรด้วยการไม่ยอมแพ้

“ถึงข้าจะต้องตาย ก็ไม่ยอมแพ้หรอก”

ลีออนพูดออกมาอย่างกล้าหาญในขณะที่วินดี้ชี้ไปด้านหลังของเขา

“ผมคิดว่าลูกน้องของคุณคงไม่คิดแบบนั้นนะ”

ชายหนุ่มมองไปยังธงสีขาวผืนใหญ่ที่ถูกชักขึ้นบนยอดหอคอย ที่เป็นสัญลักษณ์ว่าพวกเขายอมแพ้แล้ว นั่นทำให้ใบหน้าที่ห้าวหาญของลีออนหมองลงในทันที ก่อนจะนั่งลงกับพื้น

“เอาล่ะ ข้ายอมแพ้ก็ได้”

แม้จะไม่เต็มใจนักแต่เขาก็ยอมแพ้ต่ออีกฝ่ายในที่สุด เนื่องจากถ้าลูกน้องของเขาคิดแบบนั้นเขาก็ต้องทำตาม ซึ่งนั่นทำให้ลิลิมุเอียงคอไปมาอย่างไม่เข้าใจ

“นี่ๆ สรุปว่าไม่สู้กันแล้วเหรอ”

“เอ่อ...ใช่ครับ ยังไงลิลิมุเก็บพลังก่อนดีกว่า จะได้ไม่เปลืองด้วย”

“อือ เข้าใจแล้วจ้า”

ซีลอนหันมาพูดกับสาวน้อยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกลัวว่าเธอจะปล่อยพลังในมือออกมาอีกครั้ง ซึ่งเธอก็ขานรับอย่างว่าง่ายก่อนที่ขนนกที่ฟุ้งอยู่ในอากาศจะหายไป

“ฮ้าว...หลับสบายจัง”

ชาร์ล็อตเดินออกมาจากศาลาเป็นคนสุดท้าย โดยตลอดเวลาที่ทุกคนสู้กันอยู่นั้นเธอหลับไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย

“เอ่อ...ชาร์ล็อตจะนอนต่อก็ได้นะครับ”

วินดี้หันไปมองแม่มดสาวอย่างเหนื่อยใจ ข้อเสียของสาวสวยคือเธอมักจะหลับลึกมากเวลาโดยสารพาหนะอะไรสักอย่างเสมอๆ

“พูดมากน่า พวกนี้แค่นายคนเดียวก็จัดการได้หมดแล้วไม่ใช่เหรอ...เดี๋ยวนะ นั่นมัน...”

ชาร์ล็อตหันไปค้อนใส่อีกฝ่าย ก่อนจะเห็นร่องรอยความเสียดายจากเวทมนตร์ของลิลิมุ ที่ยังมีควันสีขาวลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ที่ทำให้เธอมองต่อไปยังสาวน้อยที่หันกลับมามองเธอเช่นกัน

“น้องลิลิมุค่ะ ไม่เห็นต้องใช้ไอ้นี่เลยนี่คะ”

“ก็...ก็...พวกเขาทำร้ายซีลอนนี่”

ลิลิมุให้เหตุผลที่ทำให้ซีลอนเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงบอกว่าจะปกป้องเขา ก่อนจะบินขึ้นไปพูดกับชาร์ล็อต

“แฮะๆ ยังไงเรื่องก็จบลงด้วยดีแล้วนี่ครับ เพราะพวกเราปราบโจรได้แล้ว”

“ยังไม่จบหรอกนะคะ นี่พวกเรายังไม่ถึงครึ่งทางเลย ยังมีโจรอีกหลายกลุ่มต้องไปปราบ”

แม่มดสาวตอบ กลุ่มโจรของลีออนนี่เพิ่งเป็นยิบย่อยเท่านั้น ยังคงมีอีกหลายที่ที่ต้องแวะไป นั่นทำให้ซีลอนเหนื่อยขึ้นมาทันที เมื่อคิดว่าต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้งไม่ถ้วน

 

หลังจากการต่อสู้จบลง วินดี้กับชาร์ล็อตก็ให้กองโจรออกมารักษาแผลให้กับเพื่อนของพวกเขาที่โดนวินดี้ซ้อมเอา ในขณะที่ลิลิมุก็ใช้เวทมนตร์รักษาแขนให้ซีลอน

“จริงๆ แล้วมันเป็นยังไงกันแน่ครับ เรื่องพลังของคุณ ทำไมที่มหาภพแห่งเสียงถึงควบคุมพลังตัวเองไม่ได้”

เมื่อได้โอกาสซีลอนก็ถามคำถามคาใจเขาทันที เนื่องจากคนที่สามารถใช้เวทมนตร์ที่รุนแรงขนาดนั้นได้ น่าจะมีความเชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์มาก ไม่น่าจะควบคุมพลังตัวเองไม่ได้แบบที่เขาเจอเธอครั้งแรก

“คือ...ถ้าอยู่ในมหาภพนครแห่งความมืด ถ้าเราควบคุมพลังไม่ได้เราจะวิ่งไปหาท่านแม่ให้ท่านแม่ช่วยน่ะ แต่ถ้าอยู่ข้างนอกก็แค่ใช้เวทมนตร์สักทีก็หายแล้ว แต่ในมหาภพแห่งเสียงน่ะ ไม่มีท่านแม่ แล้วก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ด้วยใช่ไหมล่ะ”

ลิลิมุพยายามเรียบเรียงคำพูดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบ เวลาที่เธอควบคุมพลังตัวเองไม่ได้จะเป็นเวลาที่เธอมีพลังมากที่สุด ซึ่งแม่ของเธอบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะในการถ่ายพลังเวทมนตร์

ซึ่งจริงๆแล้วเธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์เก่งอย่างที่ซีลอนเข้าใจ แต่ลิลินให้เธอเรียนเวทมนตร์ที่มีพลังทำลายล้างสูงเอาไว้เพื่อช่วยระบายพลังเวทมนตร์ที่ควบคุมไม่ได้โดยเฉพาะ นั่นทำให้ตอนอยู่ในมหาภพแห่งเสียงเธอต่อสู้ไม่ได้ เพราะคนอื่นจะโดนลูกหลงไปหมดนั่นเอง

“นั่นสิครับ”

“แต่เมื่อกี้ซีลอนใช้พลังไปใช่ไหม ให้ลิลิมุเติมให้นะ”

ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังทำความเข้าใจอยู่นั่นเอง ลิลิมุก็เข้าไปกอดแขนของเขาเอาไว้ก่อนจะจับมืออีกข้างเอาไว้และเริ่มเติมพลังให้เทพหนุ่ม โดยไม่สนเลยว่าตอนนี้กลุ่มโจรจำนวนมากกำลังมองดูการกระทำของเธออยู่ แต่ซีลอนที่ไม่เคยเจอคนอย่างลิลิมุนั้นสนใจสายตาคนอื่นมาก ใบหน้าของเขาจึงกลายเป็นสีแดงเข้ม

“น้องลิลิมุครับ การเตรียมการเรียบร้อยแล้วครับ”

คนที่มาช่วยซีลอนเอาไว้ก่อนที่จะอายจนทนไม่ไหวคือวินดี้ที่เดินมาเรียกลิลิมุ หลังจากที่เขาจัดการให้โจรทุกคนออกมานั่งเรียงกันที่หน้าหมู่บ้านของตัวเองเรียบร้อยแล้ว จึงเห็นว่าโจรทั้งหมดมีเกือบ 100 คน แม้พวกเขาจะไม่เต็มใจทำตามนักก็ตาม แต่เมื่อนึกถึงสาวน้อยที่ใช้เวทมนตร์ทำลายล้างออกมาในเวลาไม่ถึง 10 วินาทีแล้ว ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

“ว้า เสียดายจัง ยังเติมให้ไม่เต็มเลย เดี๋ยวเอาไว้เรามาต่อกันนะ”

สาวน้อยทำแก้มป่องอย่างไม่พอใจ ก่อนจะถูหน้าของตัวเองกับต้นแขนของซีลอนไปมาอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงปล่อยแขนของเทพหนุ่มและเดินไปอยู่ตรงหน้าของแถวที่กลุ่มโจรทั้งหมดกำลังเรียงกันอยู่

วูบ...!

ไม้คทาอันใหญ่ออกมาจากอากาศ พร้อมกับวงเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมอสูรทุกตัวที่อยู่ข้างหน้าของเธอ ซึ่งสร้างความแตกตื่นให้พวกเขามาก เนื่องจากคิดว่าอาจจะเป็นเวทมนตร์โจมตีอะไรบางอย่าง

“ใจเย็นๆ ถ้าพวกนั้นจะฆ่าพวกเรา ตอนนี้ทุกคนคงกลายเป็นปุ๋ยแล้ว”

อสูรสิงโตตะโกนเสียงดัง ที่ทำให้ลูกน้องของเขาสงบลงอย่างมาก ก่อนจะมองไปทางซีลอนที่ฉีกยิ้มกว้างแทนคำขอบคุณให้อย่างไม่พอใจ ไม่นานเขาก็รู้สึกเหมือนมีพลังเวทมนตร์อะไรบางอย่างมาเคลือบตัวของเขาเอาไว้เพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไป ในตอนนั้นลิลิมุก็เลิกใช้เวทมนตร์ของเธอ

“เอาล่ะ เสร็จแล้วจ้า”

“เจ้าใช้เวทมนตร์อะไรกับพวกข้า”

ลีออนถามแทนทุกคนด้วยความสงสัย

“อือ เป็นเวทมนตร์ที่ท่านยายสอนเรามาเอง ถ้าคนที่โดนเวทมนตร์นี้แล้วทำตัวไม่ดีอีก จะโดนลงโทษยังไงล่ะ”

ลิลิมุตอบ เธอเคยตอบคำถามนี้มาหลายครั้งมากๆแล้ว ซึ่งทุกคนก็ล้วนแต่ทำหน้าไม่เชื่อเหมือนกับอสูรสิงโตตรงหน้านี้ จึงต้องยกตัวอย่างให้ดูเสียก่อน

“จริงๆนะ ไม่เชื่อลองทำตัวไม่ดีสิ”

“เชอะ เวทมนตร์อย่างนั้นจะมีได้ยังไง”

อสูรวัวตัวหนึ่งถมน้ำลายลงพื้น เนื่องจากเขามีชีวิตอยู่มาเกือบ 700 ปี ก็ไม่เคยได้ยินเวทมนตร์อะไรที่ใกล้เคียงแบบนี้ จึงคิดว่าเป็นคำขู่เสียมากกว่า ซึ่งทันทีที่ก้อนน้ำลายของเขาโดนพื้น ท้องฟ้าด้านบนก็เกิดประกายแสงขึ้นทันที

เปรี้ยง !!!

สายฟ้าฟาดลงมาใส่อสูรวัวอย่างแม่นยำ จนขนทุกเส้นม้วนหงิกงอ ร่างกายใหญ่โตเกรียมจนกลายเป็นสีดำเหลือแต่ลูกตาที่มองมาทางสาวน้อยเท่านั้นที่ยังเป็นสีขาวอยู่

“ลิลิมุบอกแล้วนะคะ ว่าห้ามทำตัวไม่ดี ถ้าทำไม่ดีอีกสายฟ้าจะแรงกว่านี้ขึ้นเรื่อยๆน้า”

ลิลิมุเอียงคอมองอสูรวัวตัวดำก่อนจะพูดราวกับคุณครูอนุบาลกำลังสอนเด็กเล็กที่ดูไม่น่ากลัวแม้แต่น้อย แต่หลักฐานที่อยู่ต่อหน้ากองอสูรโจรก็ทำให้พวกเขารู้แล้ว ว่าการลงโทษของครูสาวน่ารักคนนี้ น่ากลัวกว่าไม้เรียวหลายเท่า

“เอ่อ..พี่ชาร์ล็อต”

ซีลอนที่ยืนอยู่ด้านหลังลิลิมุ มองไปทางแม่มดสาวเพื่อถามว่าเวทมนตร์ที่ลิลิมุใช้เป็นเวทมนตร์แบบไหน ก่อนจะเห็นว่าชาร์ล็อตแอบถือไม้คทาขนาดเล็กของเธอไว้ด้านหลัง และส่วนปลายของมันมีประกายสายฟ้าประทุออกมาเล็กน้อย ซึ่งเมื่อสาวสวยสังเกตเห็นว่าเทพหนุ่มจับกลโกงที่แท้จริงได้แล้วก็ยกนิ้วขึ้นแตะปาก เป็นสัญญาณที่บอกว่าให้อีกฝ่ายเงียบเอาไว้ก่อน

“เอาล่ะๆ ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าทำตัวดีก็จะไม่มีฟ้าผ่าใส่แน่นอน”

วินดี้ปรบมือเสียงความสนใจของเหล่าอสูร ก่อนจะเริ่มปลอบใจพวกเขาที่กำลังแตกตื่นอยู่

“ใช่ๆแล้วๆ เอาล่ะขอให้ทุกเป็นเด็กดีน้า แล้วเราจะให้รางวัล เอ้า ใครจะยอมเป็นเด็กดียกมือขึ้นน้า”

ลิลิมุพยักหน้าถี่ๆ แล้วจึงพูดอย่างร่าเริง ก่อนจะชูมือขวาของตัวเองขึ้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้เหล่าอสูรหน้าโฉดทำตาม ซึ่งในตอนแรกพวกเขาก็ต่างเขินอายกันอยู่ แต่ทันทีที่ได้ยินประโยคต่อมาต่างก็ยกมือในทันที

“ถ้าไม่เชื่อฟัง จะถือว่าทำไม่ดีนะคะ...แบบนั้นแหละ ดีมาก !!!

“นี่มันอะไรกันเนี่ย”

ลีออนที่ยกมือขวาของเขาอยู่มองลิลิมุอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะทำกับพวกเขาเหมือนเป็นเด็กๆแบบนี้ แต่เขากลับรู้สึกอยากทำตามอย่างบอกไม่ถูก คงเป็นเพราะท่าทางน่ารักของสาวน้อยที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นตึกตัก ไม่ก็เวทมนตร์อะไรบางอย่างที่เธอร่ายใส่พวกเขาเมื่อครู่

“เอาล่ะ ในเมื่อเป็นเด็กดีกันแล้ว ลิลิมุจะให้รางวัลนะ ให้คนละหนึ่งอัน ใครขี้โกงโดนฟ้าฝ่าแน่”

สาวน้อยรับถุงอะไรบางอย่างมาจากวินดี้ก่อนจะส่งมันให้กับลีออนที่รับมันมาอย่างงงๆ ก่อนจะงงมากขึ้นเมื่อด้านในเป็นก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเท่าฝ่ามือที่ส่งกลิ่นหอมหวานออกมา ซึ่งเขาก็เก็บเอาไว้หนึ่งอันก่อนจะส่งให้คนข้างๆ ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานอสูรทุกคนก็มีมันอยู่ในมือ แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเอาไปเกินหนึ่งอันแม้แต่คนเดียว เพราะท้องฟ้าด้านบนส่งเสียงครืนๆออกมาตลอดเวลาราวกับคำขู่

“ชะ...ช็อกโกแลตเหรอ”

เหล่าอสูรโจรแกะห่อขนมออกมาก่อนจะมองมันอย่างงุนงง มันคือช็อกโกแลตแท่งใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมหวานออกมา ซึ่งลีออนที่ได้มันเป็นคนแรกก็ลองกินมันก่อนทันที เนื่องจากถ้ามันมียาพิษหรืออะไรใส่เอาไว้ ด้วยประสาทรับรสชั้นยอดของเขาจะรู้ได้ทันที

ทันทีที่ช็อกโกแลคแท่งนั้นเข้าไปในปาก มันก็ละลายอย่างช้าๆพร้อมกับส่งรสหวานขมกลมกล่อม กลิ่นหอมของช็อกโกแลคลอยออกมาจากจมูก ทั้งหมดทำให้สิงโตตัวใหญ่ทำหน้าอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ดวงตาของเขาหรี่ลง ปากที่เต็มไปด้วยช็อกโกแลตอ้าออก ก่อนจะเอามือจับแก้ตัวเองและส่งเสียงดังออกมา

“อ่า...ฟินนาเร่...”

“ละ...ลูกพี่...เอาว่ะ พวกเรา กินก็กิน”

เหล่าอสูรโจรมองหัวหน้าของพวกเขาด้วยความตกใจ ที่ผ่านมาลีออนเป็นอสูรยิ้มยากหน้าเข้ม ที่ขนาดตอนกำลังกินเหล้ายังไม่เคยยิ้มออกมา แต่ทันทีที่กินช็อกโกแลตเข้าไปกลับแสดงท่าทางออกมาแบบนี้ ทำให้พวกเขาเองก็อยากลองกินบ้างเช่นกัน ซึ่งในเวลาต่อมาไม่นาน เหล่าอสูรโจรก็ต่างมีสภาพไม่ต่างกัน จนซีลอนต้องขยี้ตาตัวเองว่าเขาไม่ได้มองผิดไป

 

ลิลิมุรอให้ทุกคนกินช็อกโกแลตของเธอหมด ก่อนจะชูมือขึ้นและถามเสียงดัง

“เอาล่ะ ใครอยากกินอีกบ้าง ยกมือขึ้นหน่อยเร็ว !!!

“ข้า ข้าอยากกินอีก...”

“ขออีกแท่งนะได้โปรด”

“อ้า ให้ข้าทำอะไรก็ได้ขอกินอีกแท่งเถอะ”

เสียงตอบรับจากกลุ่มโจรทำให้สาวน้อยยิ้มกว้าง ก่อนจะหยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่งและส่งให้กับลีออนที่อยู่ด้านหน้าสุดแล้วจึงอธิบายต่อ

“จะกินอีกก็ได้ แต่ทุกคนต้องทำงานเพื่อชดใช้ค่าเสียหายที่ปล้นหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน ถ้าเป็นเด็กดีอีกไม่นานก็ใช้หนี้หมดแล้ว อันนี้เป็นเอกสารที่ให้ยื่นให้กับทางปราสาทในมหานครแห่งความมืด แล้วท่านแม่จะหางานให้ทุกคนทำเอง จะได้ไม่ต้องเป็นโจรอีก แบบนี้ตกลงไหมค่ะ”

“ถ้าพวกข้าทำงาน แล้วจะมีช็อกโกแลตกินอีกไหม”

อสูรสิงโตที่น้ำลายไหลออกมาจากมุมปากเงยหน้าขึ้นมาถามสาวน้อยอย่างหมดหมาดหัวหน้าโจร

“อือ ที่มหานครแห่งความมืดที่ช็อกโกแลตเยอะแยะเลย แล้วก็ไม่แพงด้วย ถ้าทำงานที่นั่นจะได้กินบ่อยๆเลย”

ลิลิมุพยักหน้าถี่ๆ คำตอบของเธอทำให้เหล่าโจรตาเป็นประกาย

“เข้าใจแล้ว พวกข้าจะเป็นคนดี เอ้า !!! พวกเรา พรุ่งนี้เช้าเริ่มออกเดินทางไปมหานครแห่งความมืดกันเลย”

ลีออนลุกขึ้นและกำหนดการเดินทางเอาไว้เรียบร้อย ที่ทำให้เหล่าโจรต่างส่งเสียงร้องออกมาด้วยความฮึกเหิม

“อือ ยังไงวันนี้ลิลิมุขอค้างที่นี่สักวันน้า ช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วยนะคะ”

สาวน้อยเองก็ชูมือขึ้นทำท่าฮึกเหิมด้วยเช่นกัน ก่อนจะขอค้างในหมู่บ้านนี้ ซึ่งเหล่าโจรกลับใจทุกคนก็ปฏิบัติกับเธอเป็นอย่างดี
----------------------------
ตัวเท่าหม้อแกงเลยแฮะเอิ้กๆ นี่เป็นอีกตอนของเรื่องนี้ที่ผมชอบที่สุดเลยน้า
----------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #534 ChoBitS (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2556 / 13:52
    ตรงย่อหน้าที่ ชาร์ล็อตหันไปค้อนอีกฝ่าย ก่อนจะเห็นร่องรอย"ความเสียดาย"......

    มันน่าจะเป็นร่อยรอย"ความเสียหาย"รึป่าวคะ



    มาอัพต่อเร็วๆนะคะ ตัวหนังสืออ่านง่ายดีค่ะ สู้ๆนะคะ
    #534
    0
  2. #533 รดา (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 15:37
    เอาเชสมาาาาาาาาT^T จะเอาฉากพ่อแม่ลูกกกกกกก
    #533
    0
  3. #531 Roseamanelle Ouka Barsburg (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 / 17:18
    จะรออ่านต่ะนะคะ//เเล้วก็จะรออ่านเเบบหนังสือเเล่มต่อไปด้วยค่ะหวังว่าเล่มต่อไปจะเป็นรูปลิลิมุนะคะ
    #531
    0
  4. #530 The Memorial (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 / 11:11
    รอปกลิลมุ 555
    #530
    0
  5. #529 น้องประภพ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 18:37
    ตัวหนังสือขนาดนี้แหละ เห็นชัดดี แทบไม่ต้องใส่แว่นเลย แต่ว่านะฮะ ตอนนี้น้องลิมุน่ารักมากเลยฮะ
    #529
    0
  6. #528 Goz (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 17:53
    ขอบคุณครับ ติดตามยุนะครับ หนังสือออกซื้อแน่นอนครับ

    #528
    0