Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 57 : ภารกิจจากลูซิเฟอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 พ.ย. 56

บทที่ 5

ภารกิจจากลูซิเฟอร์

 

ในระหว่างที่ลิลิมุกำลังคุยกับซีลอนเพลินนั่นเอง ชาร์ล็อตก็เข้ามาสะกิดข้างหลังของเธอเบาๆ

“น้องลิลิมุคะ ท่านลูซิเฟอร์เรียกแล้วค่ะ”

“คะๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละคะ”

ลิลิมุมองตามนิ้วของชาร์ล็อตไปยังราชาแห่งความมืดที่กวักมือเรียกเธออยู่ ในขณะที่เหล่าขุนนางคนอื่นๆมองเธอโดยพร้อมเพียงกัน ที่ทำให้เธอพอเดาออกว่าตาของเธอคงเรียกเธอนานแล้วแต่เธอไม่เห็น เพราะมัวแต่คุยเล่นอยู่จึงวิ่งไปด้านหน้าแท่นสูงก่อนจะบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย

“แฮะๆ คุณตามีอะไรเหรอค่ะ”

“แสดงว่าเมื่อกี้ไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม”

ลูซิเฟอร์ฉีกยิ้มให้กับหลานสาวของเขา ที่แม้จะอยู่ระหว่างการประชุมก็ตาม แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย ดูๆไปก็เหมือนกับสาวน้อยที่เขาอุ้มอยู่ไม่มีผิด

“นั่นสิ เมื่อกี้ลูพูดเรื่องอะไรอะ”

ลิลิธเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความสงสัย ก่อนที่เผ่าแพะที่เคยออกมาพาเพื่อนเขากลับไปจะออกมาอธิบายแทน

“ตอนนี้มีกลุ่มโจรเข้าไปยึดปราสาทในเมืองนีเธอร์ และสร้างความเดือดร้อนให้กับคนแถวๆนั้น ท่านราชาลูซิเฟอร์จึงอยากขอแรงองค์หญิงลิลิมุเพื่อจัดการโจรกลุ่มนั้น รวมถึงกลุ่มโจรที่กระจายกันอยู่ในฝั่งตะวันตกของมหาภพแห่งความมืดด้วยครับ”

“เอ๋ ได้สิ เราไม่เคยไปเมืองนีเธอร์เลย”

ด้านลิลิมุเมื่อได้ยินก็ทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย เมืองนีเธอร์เป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรอสูร ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของมหาภพแห่งความมืด ซึ่งเธอไม่เคยไปเลยสักครั้งเพราะได้ยินว่ามันเป็นเมืองร้าง จึงตอบรับอย่างไม่ลังเลเพราะคิดว่าจะได้ไปเที่ยวด้วย

“แบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่ทั้ง”

ซีลอนที่ยืนรออยู่ที่เดิมพูดขึ้นเบาๆด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากตอนที่อยู่ในมหาภพแห่งเสียงเขาสังเกตว่าลิลิมุไม่ได้ร่วมต่อสู้ด้วย แม้จะอยู่ในที่ลับตาคนอย่างกลางป่าก็ตาม ทำให้เขาคิดว่าเธอคงต่อสู้ด้วยตัวเองไม่ได้ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะพลังของเธอน่าจะเหมาะกับการรักษามากกว่า นอกจากนี้โจรที่ยึดปราสาทได้น่าจะมีจำนวนมากและเก่งกาจไม่น้อย

จึงไม่ควรให้ลิลิมุรับภารกิจนี้แม้แต่ก่อน ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าจริงๆแล้วลูซิเฟอร์น่าจะให้เธอนำทัพที่มีแม่ทัพเก่งๆไปด้วยมากกว่า พอปราบศัตรูได้ก็จะได้ชื่อเสียงไปด้วยแม้จริงๆจะไม่ได้ทำอะไรก็ตาม แต่เขาก็อยากขอตามไปด้วย จึงก้าวออกไปข้างหน้า

“ขอโทษนะครับ ให้ผมไปด้วยได้ไหมครับ”

“อืม...คงไม่ดีมั้ง”

เมื่อได้ยินว่าซีลอนจะไปด้วย ลูซิเฟอร์ก็ขมวดคิ้วเข้าด้วยกัน เนื่องจากห่วงความปลอดภัยของตัวเทพหนุ่มเอง เพราะเขาเป็นเผ่าแห่งแสงสว่าง ที่จะอ่อนแรงลงมากในมหาภพแห่งความมืด

ในตอนนั้นเองอสูรแพะที่ยืนอยู่นอกแถวอยู่แล้วก็พูดต่อ

“ท่านราชาลูซิเฟอร์ ผมคิดว่าครั้งนี้ควรให้เขาไปนะครับ บางทีเราอาจจะได้เห็นเรื่องอะไรน่าสนใจก็ได้...ที่ปราสาทนีเธอร์”

“ปราสาทนีเธอร์ อืม...เรื่องนั้นสินะ เอิลเกรย์”

ลูซิเฟอร์ทำท่าเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก ก่อนจะพยักหน้าถี่ๆ ปราสาทนีเธอร์เป็นที่อยู่ของราชาอสูรซีลอน ถ้าหากซีลอนคนนี้ไปที่นั่นบางทีอาจจะมีเรื่องอะไรสนุกๆรออยู่ก็ได้

“ท่านพ่อคะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ลิลิมุจะปกป้องเขาเอง”

ด้านของลิลิมุที่อยากให้เทพหนุ่มไปด้วย ก็อาสาตัวปกป้องอีกฝ่ายด้วยท่าทางขึงขัง ที่ทำให้ทุกคนอดยิ้มไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาองค์หญิงน้อยคนนี้มักจะเอาแต่เล่นตลอด แต่ครั้งนี้กลับดูเอาจริงเอาจังมาก แม้ทุกคนจะคิดเหมือนกันว่าครั้งนี้เธอก็เอาแต่เล่นเหมือนเดิมก็ตาม

“อิอิอิ ลิลิมุจะปกป้องซีลอนเหรอ เหมือนใครน้า...”

ลิลิธที่โดนลูซิเฟอร์อุ้มอยู่หัวเราะอย่างน่ารัก เนื่องจากดูแล้วเหมือนกับตอนพ่อกับแม่ของลิลิมุไม่มีผิด ที่ฝ่ายผู้หญิงต้องคอยปกป้องผู้ชาย ซึ่งเหล่าขุนนางที่ได้ยินคำพูดของสาวน้อยก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดต่อไปของลิลิน ที่ยืนนิ่งโดยสีหน้าไปเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

“การที่คนที่มีพลังมากกว่าจะปกป้องคนที่มีพลังน้อยกว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว”

นอกจากลิลินแล้วยังมีซีลอนอีกคนที่ขำไม่ออก เพราะเขาไม่รู้ว่าเหล่าเผ่าแห่งความมืดกำลังตลกเรื่องอะไรกัน แต่การจะให้สาวน้อยอย่างลิลิมุมาปกป้องเขาก็ใช่ที่ จึงพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก

“อ่า...ผะ...ผมจะปกป้องลิลิมุเองครับ”

“งั้นเหรอ ถ้างั้นฝากด้วยน้า...”

นั่นทำให้ลิลิมุกระโดดเข้ามาจับมือของซีลอนเอาไว้อย่างร่าเริง เท่านี้การเดินทางครั้งนี้คงสนุกขึ้นมากกว่าเดิมมาก

 

หลังจากนั้นการประชุมก็ดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว มีทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ หัวข้อเรื่องค่าเงินของมหาภพแห่งความมืดที่เริ่มแข็งค่ามากเกินไป บริษัทของมนุษย์มาขอเข้าตลาดหุ้นของอาณาจักร หรือแม้กระทั่งการส่งความช่วยเหลือไปภพแห่งวารีที่กำลังขาดแคลนอาหาร

โดยระหว่างการประชุมนั้นลูซิเฟอร์ที่เป็นราชาเอาแต่เล่นกับลิลิธอย่างไม่สนสายตาใคร โดยปล่อยเรื่องทั้งหมดให้เป็นการตัดสินใจของลิลิน ซึ่งบางส่วนเป็นวิชาการบริหารของอาณาจักรเทพที่เขาเคยได้เรียน จนอดคิดไม่ได้ว่าจริงๆแล้วนางฟ้าสาวที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมานี้เป็นใครกันแน่ ฟังจากชื่อไม่น่าจะเป็นตระกูลของเทพ เพราะเขาไม่เคยได้ยินคนที่มีนามสกุล “แอล” มาก่อน

ซึ่งหลังจากการประชุมครั้งนี้ ลิลินก็ประกาศว่าจะให้ลิลิมุออกเดินทางในวันพรุ่งนี้เลย เนื่องจากระยะทางเดินทางนั้นค่อนข้างไกล และยิ่งปล่อยเวลาให้นานเท่าไหร่ ก็จะมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมากเท่านั้น

 

วันรุ่งขึ้นเมื่อซีลอนเดินออกมายังจุดนัดหมายที่อยู่หน้าด้านปราสาทก็ต้องตกตะลึง เมื่อมีกองทหารจำนวนมากยืนเข้าแถวอยู่บริเวณลานกว้างหน้าปราสาท โดยพวกเขาต่างก็ดูน่าเกรงขาม อาวุธในมือและชุดเกราะส่องแสงแวววับ พลังในตัวทหารแต่ละคนก็อยู่ในระดับสูง

“คงไม่ต้องห่วงจริงๆด้วยสินะ”

เทพหนุ่มพูดกับตัวเอง แบบนี้อย่าว่าแต่กองโจรเลย ต่อให้กองทัพจากภพอื่นมาบุกก็สู้ได้ เท่านี้การเดินทางครั้งนี้คงเป็นภารกิจที่ไม่ยากนัก ในตอนนั้นเองก็มีมือมาแตะบ่าของเขา

“เป็นไงบ้างครับ กองทัพหลักของอาณาจักรแห่งความมืด”

อสูรแพะพูดกับเทพหนุ่มด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่อีกฝ่ายจำเขาได้เนื่องจากเหตุการณ์ในห้องประชุมเมื่อวาน จึงจะโค้งให้ทันที

“เอ่อ...สวัสดีครับคุณเอิลเกรย์”

“มะ...ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรหรอกครับ ผมก็แค่ขุนนางปลายแถวคนหนึ่ง”

เอิลเกรย์เข้ามาจับตัวของซีลอนเอาไว้ เพื่อไม่ให้โค้งให้เขาทันที นั่นสร้างความแปลกใจให้กับเทพหนุ่มมาก จึงเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหว

“ทำไมเผ่าแห่งความมืดบางเผ่าถึงตกใจเมื่อเจอผม รวมถึงมีท่าทางแปลกๆด้วย”

ซีลอนถามอย่างไม่เข้าใจ เขาสังเกตว่าตั้งแต่มาที่นี่จะมีบางคนตกใจเมื่อเห็นเขา ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าเผ่าไหนตกใจ ก็มักจะตกใจกันยกเผ่า เว้นก็แค่เด็กๆของเผ่านั้น ที่มองผู้ใหญ่ของพวกเขาอย่างไม่เข้าใจ

“...คำตอบนั้นอยู่ในปราสาทนีเธอร์ครับ ผมบอกได้เท่านี้”

อสูรแพะตอบ แม้สิ่งที่ลิลินบอกพวกเขา จะทำให้ค่อนข้างแน่ใจมากว่าราชาอสูรซีลอนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องทางวิญญาณกับเทพหนุ่มซีลอนคนนี้แน่นอน แต่นางฟ้าสาวบอกต่ออีกว่าต้องให้เทพหนุ่มรู้ด้วยตัวเอง เพราะมีโอกาสที่ผิดพลาดอยู่ ถ้าหากบอกไปแบบนั้นอาจเกิดความเข้าใจผิดได้

“...เข้าใจแล้วครับ เอ่อ...แล้วคุณรู้ได้ยังไงเหรอครับ”

ซีลอนพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะถามอสูรแพะต่อ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นขุนนางที่ดูได้รับความไว้วางใจวางลิลินแม่ของลิลิมุมากก็ตาม แต่เขาไม่เคยรู้จักหรือเกี่ยวข้องกับเอิลเกรย์เลย จึงคิดว่ามันค่อนข้างน่าสงสัย

ซึ่งคำถามนั้นก็ทำให้อสูรแพะยิ้มออกมาอย่างจะพูดต่อ

“คุณเชื่อในเรื่องของโชคชะตารึเปล่า”

เทพหนุ่มนิ่งไปทันทีที่ได้ยินคำถามที่แสนทิ่มแทงใจนี้ ก่อนจะตอบมันอย่างช้าๆแต่หนักแน่น

“ผมเชื่อครับ ว่าโชคชะตาอยู่ในกำมือของผมเอง”

“ถ้าแบบนั้นก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วครับ ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวก่อน”

เอิลเกรย์ยิ้มออกมาอีกครั้ง จากนั้นก็โค้งให้กับเทพหนุ่มอย่างสุภาพก่อนจะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

ในเวลานั้นเองเสียงใสๆก็ดังขึ้น

“ซีลอนตื่นเช้าจังเลย มารอนานรึยังเอ่ย”

ลิลิมุในร่างผมสีทองวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระโดดกอดอย่างแรงจนคนโดนกอดเกือบหงายหลัง ที่ทำให้ซีลอนถึงกับหน้าแดง เนื่องจากเธอเอาใบหน้ามาถูกับหน้าอกของเขาเบาๆ ที่ทำให้เขาแทบหยุดที่ที่จะเอื้อมไปกอดเธอไม่ไหว

“อะ...เอ่อ...ยังไม่นานครับ แต่แบบนี้ไม่เหมาะนะครับ”

เทพหนุ่มพยายามบอกให้เธอปล่อยแบบเลี่ยงๆ ซึ่งนั้นไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อยยังไงสาวน้อยก็ไม่ยอมเอาร่างกายที่มีพลังโจมตีสูงมากออกห่างจากร่างของเขาสักที

“เอ๋...ซีลอนไม่ชอบเหรอ แต่ท่านแม่กับท่านย่าชอบมากๆเลยนะ หรือว่า...”

ลิลิมุเงยหน้าขึ้นมามองเทพหนุ่มด้วยความสงสัย เพราะตั้งแต่เด็กเธอก็เห็นลิลิธกอดกับลูซิเฟอร์แทบจะตลอดเวลา หรือแม้แต่แม่ของเธอที่ปกติเป็นคนนิ่งมากก็แทบจะไม่ออกห่างจากพ่อของเธอเวลาที่เขาอยู่บ้านเลย นอกจากนี้ไม่ว่าลิลิธหรือลิลินก็ชอบกอดเธอทั้งนั้น ทำให้เธอคิดว่ากอดกันเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนจะพูดต่อช้าๆด้วยน้ำเสียงที่เศร้าลง

“...ซีลอนไม่ชอบเราเหรอ”

“มะ...ไม่ใช่แบบนั้นครับ”

เทพหนุ่มตอบอย่างตะกุกตะกัก ความรู้สึกของเขาที่มีให้เธอตั้งแต่แรกเห็นนั้นอยู่ตรงข้ามกับคำว่าไม่ชอบแบบคนละขั้ว ที่ผ่านมาเขาต้องพยายามอยู่คนเดียวเพื่อปกปิดความลับของเขา ทำให้เมื่อเธอสาวน้อยที่เกาะเขาไม่ปล่อยแล้วยังน่ารักจนหัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก

“อิอิ งั้นก็แปลว่าชอบเราสินะ”

ลิลิมุสรุปผลด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นอีก จนเทพหนุ่มหน้าแดงเป็นลูกตำลึง และเหมือนพยายามจะพูดอะไรออกมา

“มะมะ...”

“ผมว่าน้องซีลอนอย่าพูดคำนั้นก็มีเลยครับ เชื่อเถอะว่ามันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก ชอบก็บอกลิลิมุไปว่าชอบเถอะครับ”

วินดี้ที่เพิ่งมาถึงพูดแทรกขึ้นมาและทำให้ซีลอนชะงักไปทันที เนื่องจากอีกฝ่ายนั่งอยู่บนคอของตัวตะกวดสีดำขนาดยักษ์ ที่บนหลังของมันมีศาลาสีเดียวกันตั้งอยู่ ซึ่งเมื่อลิลิมุเห็นเข้าเธอก็ปล่อยมือจากเทพหนุ่มและเดินเข้าไปหาตัวตะกวดตัวนั้นทันที

“โอ้ะ...สวัสดีจ้า โกโก้”

สาวน้อยเข้าไปทักทายพาหนะของเธอ ก่อนที่มันจะหมอบตัวลงกับพื้น จนส่วนใบหน้าของมันอยู่ระดับเดียวกับสาวน้อยที่รู้ว่ามันต้องการอะไรทันที จึงล้วงมือไปหยิบช็อกโกแลตแท่งใหญ่ในกระเป๋า ก่อนจะแกะกระดาษห่อและป้อนให้โกโก้ แล้วจึงลูบจมูกของมันอย่างอ่อนโยน

“อ้าม...อิอิ เป็นเด็กดีนะ”

นั่นทำให้ตัวตะกวดยักษ์ครางออกมาอย่างมีความสุข ไม่เหลือเค้าของความน่ากลัวอยู่เลย

“น้องลิลิมุ น้องซีลอน ขึ้นมาได้แล้วค่ะ พวกเราจะได้ไปถึงที่พักก่อนมืด”

ชาร์ล็อตที่ออกมาจากศาลาบนหลังของโกโก้เรียกเด็กทั้งสองคนให้ขึ้นไปบนศาลากับเธอ ซึ่งทำให้ลิลิมุกางปีกออกและบินขึ้นไปบนนั้น ตามมาด้วยซีลอนที่กระโดดขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว

“เอาล่ะ โกโก้ ไปกันเลย”

เมื่อเห็นทุกคนขึ้นกันหมดแล้ว วินดี้ก็เอามือตีที่คอของโกโก้เบาๆ ที่ทำให้มันยกตัวขึ้นและเดินไปตามทางสายหลักของเมือง ที่มีเผ่าแห่งความมืดจำนวนมากตั้งแถวรอส่งพวกเขาอยู่

“องค์หญิงลิลิมุ โชคดีนะคะ”

“เดินทางปลอดภัยนะครับ”

“จ้า...ขอบคุณทุกคนมากๆน้า”

ลิลิมุเองก็ออกไปยืนอยู่ด้านหลังของวินดี้และโบกมือทักทายทุกคน ปล่อยให้ซีลอนกับชาร์ล็อตรออยู่ในศาลา ซึ่งเทพหนุ่มก็มองไปด้านหลังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“น้องซีลอน เป็นอะไรเหรอคะทำหน้าเครียดเชียว

แม่มดสาวที่นั่งหวีผมของตัวเองอยู่ถามอีกฝ่าย เธอไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นักที่ให้ซีลอนตามมาด้วย เนื่องจากคิดว่าเขาน่าจะสู้ได้ไม่เต็มที่ แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรเนื่องจากลิลิมุอยากให้เขามาด้วย

“คือ กองทัพหลักไม่ได้ตามมาครับ เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า”

เทพหนุ่มตอบหลังจากที่เห็นว่าด้านหลังของตัวตะกวดที่เขาโดยสารอยู่ ไม่มีกองทหารเดินตามมาแม้แต่คนเดียว เพราะปกติแล้วเวลาแบบนี้ควรเอากองทหารมาเดินเพื่อแสดงถึงแสงยานุภาพมากกว่า

“ไม่นี่คะ พวกเขาไม่ตามมาก็ถูกแล้ว”

ชาร์ล็อตตอบอย่างไม่เข้าใจว่ามีตรงไหนผิดปกติ เมืองนีเธอร์เป็นเมืองที่อยู่เกือบตะวันตกสุดของมหาภพแห่งความมืด ทำให้ความเจริญยังไปไม่ถึง การเดินทางด้วยโกโก้นับเป็นทางที่สะดวกที่สุดแล้ว

ฝั่งของซีลอนเองก็ยังพยายามคิดในแง่ดีต่อไป แม้จะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่ามันเป็นไปได้ยากมากก็ตาม

“พวกเราจะไปปราบกลุ่มโจรไม่ใช่เหรอครับ ทำไมกองทหารถึงไม่ตามไปด้วย หรือพวกเขาไปรออยู่ที่เมืองด้านหน้า”

“เปล่าคะ ไปปราบโจรพวกนั้นแค่พวกเราก็พอแล้ว ถ้าเอาทหารไปเยอะๆ คงไม่เป็นการฝึกหรอกค่ะ”

ชาร์ล็อตส่ายหน้าไปมาที่ยิ่งทำให้เทพหนุ่มงงมากขึ้นอีก

“แต่ลิลิมุเขาสู้ไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ”

“หา...น้องลิลิมุเนี่ยนะคะ สู้ไม่ได้”

แม่มดสาวเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนค่อยๆสงบลงเมื่อคิดว่าการที่อีกฝ่ายเข้าใจแบบนี้ก็ไม่แปลกอะไร เพราะในมหาภพแห่งเสียงลิลิมุเอาแต่หลบอยู่ด้านหลังเธอจริงๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ น้องลิลิมุน่ะ ดูแลตัวเองได้แน่ น้องซีลอนนั่นแหละที่น่าเป็นห่วงที่สุด”

ชาร์ล็อตสะบัดของเธอไปด้านหลัง ก่อนจะหรี่ตามองเทพหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม ที่ทำให้อีกฝ่ายต้องหลบสายตาของเธอทันที เนื่องจากแม่มดสาวเองก็เป็นสาวสวยมากคนหนึ่ง นอกจากนี้เธอยังไม่สนอีกด้วยว่าเขาจะเห็นอะไรของเธอบ้าง เวลาที่เธอสลับขาขณะนั่ง

 

เมื่อออกไปนอกเมือง ลิลิมุก็แหวกม่านกลับมานั่งในศาลา

“เป็นยังไงบ้างค่ะ น้องลิลิมุ”

“อื้อ ! ทุกๆคนน่ารักเหมือนเดิมเลยค่ะ”

เด็กสาวตอบคำถามของชาร์ล็อต ก่อนจะเดินไปนั่งเบียดข้างๆ ซีลอน

“อิอิ ต้องสนุกแน่ๆเลย”

ลิลิมุหัวเราะอย่างอารมณ์ดีที่จะได้ออกเดินทางไกลไปเมืองที่ไม่เคยไปพร้อมกับเทพหนุ่มและองครักษ์ทั้งสองของเธอ ซึ่งปกติแล้วเธอมักจะไม่ไปไกลจากมหานครแห่งความมืดมากนัก

“เอ่อ...เราจะไปทำภารกิจปราบโจรนะครับ แล้วยังเป็นโจรกลุ่มใหญ่ที่ยึดปราสาทได้ทั้งหลังด้วย ยังไงก็ระวังเอาไว้หน่อยดีกว่าครับ”

ซีลอนขมวดคิ้วพูดกับลิลิมุ สำหรับเขาแล้วไม่ว่ายังไงภารกิจนี้ก็ดูอันตรายไม่น้อย

“ใช่แล้วค่ะน้องลิลิมุ ยังไงเราควรเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อนนะคะ”

ชาร์ล็อตเองก็หันมาพูดกับสาวน้อยด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะก้มลงไปหยิบอะไรบางอย่างจากช่องเก็บของด้านหลัง

“เห็นไหมครับยังไงก็ควรระวังตัวเองไว้บ้าง...”

ซีลอนรู้สึกอย่างน้อยถึงลิลิมุจะดูเป็นคนไม่ค่อยระวังตัวอะไรเลยก็ตาม แต่ยังดีที่ชาร์ล็อตเป็นคนเอาจริงเอาจัง ซึ่งเขาคิดว่าเธอคงหยิบแผนที่หรืออาวุธออกมาแน่ แต่ความเป็นจริงก็ต้องทำให้ต้องหงายท้องไปอีกรอบ เมื่อสิ่งที่ชาร์ล็อตหยิบออกมาเป็นกล่องใส่อาหารกล่องใหญ่ที่มีอาหารหลายแบบใส่อยู่

“ยังไงก็ทานอาหารว่างกันก่อนเถอะค่ะ อันนี้เห็นว่าพี่ลิลินทำเองเลยนะคะ”

ชาร์ล็อตหยิบเค้กออกมาใส่จานก่อนจะส่งให้ลิลิมุที่รับไปด้วยความดีใจ เนื่องจากเห็นนิ่งๆแบบนั้นแต่จริงๆแล้วแม่ของเธอเป็นคนทำอาหารอร่อยมาก และที่น่าทึ่งที่สุดคือไม่ว่าจะทำกี่ครั้งเธอจะทำออกมาได้รสเดียวกันเสมอ สาวน้อยจึงกินมันอย่างเอร็ดอร่อย

“เฮ้อ... จริงสิ ยังมีพี่วินดี้อีกคน”

เทพหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะนึกออกว่ายังมีผู้ใหญ่อีกคนที่มาเข้าร่วมการเดินทางนี้ จึงชะโงกหน้าออกไปมอง ซึ่งภาพที่เห็นก็ถึงกับทำให้เขากุมขมับ เพราะตอนนี้วินดี้กำลังนอนหลับอาบแดดแถมยังกรนอยู่บนคอของโกโก้เรียบร้อยแล้ว ที่ถึงกับทำให้เทพหนุ่มทำคอตกในทันที

“สรุปแล้วมีแต่ผมที่ตื่นเต้นไปเองคนเดียวใช่ไหมครับ...”

หลังจากนั้นซีลอนก็ต้องอึ้งเมื่อลิลิมุหยิบของเล่นจำนวนมากออกมาเล่นฆ่าเวลาไปด้วย โดยศาลาหลังนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน มีแม้กระทั้งทีวีเกมที่ออกท่าทางไปในเวลาเล่นด้วย ที่ทำให้เขาคิดว่าดูยังไงก็ไม่เหมือนมาทำภารกิจอันตรายแม้แต่น้อย ก่อนที่ลิลิมุจะนอนหลับบนตักของเทพหนุ่ม ที่ไม่นานเขาเองก็หลับไปด้วยเช่นกัน

 

“ทุกคนตื่นกันได้แล้วครับ เราถึงที่หมายแล้ว”

เสียงของวินดี้เรียกให้ทุกคนที่หลับอยู่บนศาลาตื่นขึ้น ซึ่งคนที่รู้สึกตัวคนแรกคือซีลอนที่นั่งหลับอยู่ เมื่อเขามองไปรอบๆก็เห็นว่าตอนนี้พวกเขาได้มาหยุดอยู่ที่หน้าหมู่บ้านขนาดใหญ่ ที่กำแพงของมันสร้างจากหินสีดำจำนวนมาก มีหอคอยสังเกตการณ์สูงสร้างจากหินแบบเดียวกัน ประตูหมู่บ้านดูแข็งแกร่งเหมือนกับประตูปราสาทขนาดย่อมๆเปิดต้อนรับพวกเขาอยู่

รอบๆหมู่บ้านนี้เป็นที่โล่งๆที่มีก้อนหินเล็กใหญ่จำนวนมากวางกระจายอยู่ ที่โดดเด่นคือหินขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนภูเขาขนาดย่อมที่ตั้งอยู่ด้านข้างเมือง

“ลิลิมุครับ ถึงเมืองที่พักแล้ว”

ซีลอนเขย่าร่างของสาวน้อยที่นอนตักเขาเบาๆ เทพหนุ่มคิดว่าอย่างน้อยแผนการเดินทางครั้งนี้ก็ถูกวางมาอย่างดี การทำภารกิจอันตรายแบบนี้ควรพักในสถานที่ที่ดูแข็งแรง ซึ่งหมู่บ้านนี้แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่กลับดูแข็งแกร่งมาก คงพักผ่อนได้อย่างสบายใจ

ในตอนนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นว่ามีชาวบ้านจำนวนมากมาต้อนรับพวกเขา โดยทุกคนล้วนแต่มีหน้าตาดุร้ายและร่างกายบึกบึนสูงใหญ่เหมือนกับทหาร ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังถืออาวุธครบมือมาต้อนรับเขาอีกด้วย ทำให้ซีลอนคิดว่ากลุ่มชาวบ้านอาจจะเข้าใจผิดว่าพวกเขาเป็นกลุ่มโจรที่ออกปล้นหมู่บ้าน  จึงทำให้เขาชะโงกหน้าออกไปอธิบายทันที

“ทุกคนไม่ต้องกลัวนะครับ พวกเราไม่ใช่กลุ่มโจรหรอกครับ พวกเรามาปราบโจรต่างหาก”

“ห่ะ !!! ว่าไงนะ มาปราบโจรอย่างงั้นเหรอ กล้ามากนะ”

อสูรที่มีรูปร่างคล้ายกับสิงโต ที่ดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านพูดขึ้น พร้อมกับชี้ดาบขนาดใหญ่ในมือกลับ ทำให้ซีลอนขมวดคิ้วเข้าด้วยกัน

แปะ แปะ แปะ

“น้องซีลอนใจกล้าดีจังครับ แบบนี้คงไว้ใจได้สิเนี่ย”

วินดี้ปรบมือพร้อมกับกล่าวชมเชยเทพหนุ่ม ที่ทำสีหน้างงงวยกลับมาเนื่องจากไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดถึงอะไร

“เอ่อ...ไว้ใจทำอะไรเหรอครับ แล้วใจกล้าเรื่องอะไรเหรอครับ”

“ก็น้องเพิ่งประกาศตัวไม่ใช่เหรอครับ ว่าจะมาปราบโจร”

“เอ่อ...ใช่ครับ แล้วมันเกี่ยวกันยังไง”

“ก็พวกนี้แหละครับโจรที่ว่า”

ชายหนุ่มชี้ไปยังกลุ่มคนที่ซีลอนคิดว่าเป็นชาวบ้านเมื่อครู่นี้ ที่ทำให้อีกฝ่ายมองตามทันที ไม่นานเทพหนุ่มก็ชี้ไปยังอาคารที่ดูเหมือนหมู่บ้านที่ด้านหลัง

“อ่า...แล้วนั่นไม่ใช่เมืองที่พักเหรอครับ”

“อืม...ตอนนี้ยังไม่ใช่หรอก มันเป็นฐานที่มั่นโจรน่ะ แต่ไม่ต้องกลัวนะ พอจัดการพวกมันเสร็จก็คงได้พักกันแล้วล่ะ”

วินดี้ตอบเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้พวกเขาทุกคนอยู่ในจุดสังเกตการณ์ร้างที่ราชวงศ์อสูรสร้างทิ้งเอาไว้ ที่โดนพวกโจรยึดเป็นฐานทัพไปนานแล้ว และตอนนี้กลุ่มโจรที่ว่านั้นก็กำลังล้อมพวกเขาอยู่ ที่ทำให้เทพหนุ่มพูดขึ้นมาด้วยความเหนื่อยใจ

“ทำไมพี่วินดี้ไม่รอให้พวกมันฟันผมก่อนสักแผลแล้วค่อยปลุกละครับ”

“อือ ได้สิ เอาไว้คราวหน้านะครับ”

“...”
----------------------------------------------
ลงเรื่อยๆ (นานๆที) แง้ๆ
----------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #526 พิมพ์สีทอง (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 16:46
    555555555 สนุกเหมือนเดิมค่าาา รอ รอ รอ
    #526
    0
  2. #525 จุ๋มจัง (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 16:37
    55555555 สนุกเหมือนเดิมค่าา รอ รอ รอ ^^
    #525
    0
  3. #523 The Memorial (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 04:52
    ประกาศตัวแบบไม่ได้ตั้งใจซะงั้น
    #523
    0
  4. #522 FREEK (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 20:52
    เราจะรอจร้า
    #522
    0
  5. #521 Roseamanelle Ouka Barsburg (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 18:47
    จะรอเรื่อยๆนะคะสนุกค่ะ
    #521
    0