Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 51 : ตอนพิเศษ การพบกันอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,003
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 เม.ย. 56

ตอนพิเศษ

การพบกันอีกครั้ง

 

ในเมืองที่วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปมาก รถสปอร์ตดูทันสมัยวิ่งไปบนถนนที่ทั้งสองข้างทางเป็นตึกขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว กระจกทุกบานของรถคันนี้เป็นสีดำสนิทที่ไม่อาจมองเห็นภายในได้ ป้ายข้างบนนั้นบอกว่ารถคันนี้เป็นรถแท็กซี่

“นี่ๆ สวนสนุกเป็นยังไงเหรอคะ พี่วินดี้”

เสียงใสดังออกมาจากเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ที่เบาะหลัง เธอมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตื่นเต้น เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่เธอคนนี้ได้เดินทางมายังมหาภพแห่งเสียง อันเป็นที่อยู่ของพวกมนุษย์ ทว่าคำถามของเธอก็ไม่ได้คำตอบแต่อย่างไร เนี่องจากคนถูกถามมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างอยู่

“เดี๋ยวพี่วินดี้ก็ตอบนะคะ น้องลิลิมุ รอพี่เขาหน่อย”

หญิงสาวแต่งชุดเกาะอกกระโปรงสั้นสีดำดูเซ็กซี่  ปัดผมสีดำสนิทที่ยาวจนถึงพื้นรถไปด้านหลังก่อนจะหันมายิ้มให้กับเด็กสาวที่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย จากนั้นเธอก็หันออกไปมองด้านนอกบ้าง มันเป็นสวนสาธารณะของเมืองที่เคยมีโบสถ์หลังหนึ่งตั้งอยู่ แต่กาลเวลาได้ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ตอนนี้ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นแล้ว

หลังจากนั้นครู่หนึ่งชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหน้า ก็หันมาตอบเด็กสาวพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น

“...สวนสนุกเหรอครับ เป็นที่ที่มีแต่ของสนุกอยู่เต็มไปหมดเลยครับองค์หญิง”   

“บู่~~~...ลิลิมุบอกแล้วไง ว่าห้ามเรียกว่าองค์หญิง ให้เรียกลิลิมุ”

สาวน้อยทำเสียงด้วยความไม่พอใจ และทำแก้มป่องพูดกับอีกฝ่าย เธอไม่ชอบให้คนที่เธอรู้สึกสนิทด้วยเรียกเธออย่างห่างเหิน ทั้งๆที่ชายหนุ่มที่นั่งตรงหน้าเรียกพ่อแม่ของเธออย่างสนิทแท้ๆ แต่กลับเรียกเธออย่างเป็นทางการไม่หยุด

“แฮะๆ ขอโทษครับ น้องลิลิมุ”

คนโดนดุได้แต่เกาศีรษะเบาๆ เขาเป็นชายหนุ่มสูงโปร่งอายุประมาณ 20 ผมสีฟ้าสดและดวงตาสองสีทำให้เขาดูแตกต่างจากคนปกติอยู่มาก ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเป็นคนอ่อนโยนประดับเอาไว้ด้วยยิ้มแทบจะตลอดเวลา ในตอนนั้นเองคนขับรถแท็กซี่ก็หัวเราะขึ้น เขาเป็นชาววัยกลางคนใส่แว่นดำที่ดูดีกว่าคนขับรถทั่วไปมาก

“ฮ่าฮ่าฮ่า ถึงจะหน้าตาเหมือนแม่ก็ตาม แต่นิสัยคนละเรื่องเลยแฮะ คุณหนูลิลิมุ”

คนขับรถแท็กซี่พูดกับเด็กสาวอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอื้อมมือไปปรับกระจกให้กระท้อนภาพของเด็กสาวที่มีผมสีทองสว่างยาวดูโดดเด่น ใบหน้าสวยสมบูรณ์แบบถอดมาจากมารดาไม่ผิดเพี้ยน ยิ่งรวมกับดวงตากลมโตสีทองเป็นประกายดูสดใสและริมฝีปากบางที่เผยรอยยิ้มออกมาตลอดเวลาแล้ว ก็ทำให้คนที่พบเห็นอดเคลิ้มไปกับความสวยน่ารักสดใสของเธอไม่ได้

จากนั้นกระจกก็ถูกหันให้ภาพที่สะท้อนต่ำลงอีก เสื้อเปิดไหล่มีระบายสีขาวประโปรงสั้นที่บานออกดูน่ารักสมวัย ไม่อาจปกปิดรูปร่างที่ดูเกินวัย 15 ของเธอได้แม้แต่น้อย ซึ่งส่วนนี้นับว่าได้ของแม่มาเต็มๆ ก่อนที่กระจกจะถูกหันไปมองหญิงสาวสะพรั่งอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่แทบดูไม่ออกว่าเมื่อก่อนเธอเกือบไม่มีทรวดทรง

“อะ..แฮ่ม...เดี๋ยวผมฟ้องพี่เชสนะครับ...คุณบลัด”

วินดี้กระแอมก่อนจะยกคนขับรถสายพันธุ์แวมไพร์กลัวที่สุดขึ้นมา อันเป็นเหตุให้บลัดมองทางหน้าตรงและไม่ว่อกแว่กอีก เพราะพ่อของลิลิมุมักจะขึ้นมาทำธุระในมหาภพแห่งเสียงเสมอๆ ซึ่งใบหน้าแสยะยิ้มที่ดูเหมือนคลั่งนั้นน่ากลัวจับใจ

 “เอ๋...พี่ชายเคยเจอคุณพ่อกับคุณแม่ของหนูด้วย ยังไงเหรอค่ะ”

เด็กสาวทำตาเป็นประกายเมื่อได้ยินว่าคนขับรถรู้จักกับพ่อแม่ของเธอ แถมยังดูสนิทสนมกับด้วย ด้านของบลัดก็ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจก่อนจะเล่าวีรกรรมของตัวเอง ที่เขาเล่ามาตลอด 200 ปี

“โหย...พี่นี่แหละที่เป็นคนขับรถพาพ่อกับแม่ของน้องไปทำลายองค์กรที่จับตัวเผ่าพันธุ์แห่งความมืดเอาไว้ ตอนนั้นนะ หลบกระสุนปืนกับลูกพลังซ้ายขวาซ้ายขวาแบบนี้เลย

“โม้แล้วค่ะ ถ้าพี่เชสไม่เอาพี่ลิลินมาขู่ มีเหรอคุณบลัดจะยอมไป”

หญิงสาวในชุดสีดำพูดขึ้น ทำให้บลัดที่กำลังขับรถปาดซ้ายขวาไปมาอย่างเมามันส์ถึงกับชะงักกระหันทัน

“โธ่ ชาร์ล็อต ถ้าไม่เพิ่มอะไรเข้าไปมันจะน่าสนใจเหรอ จริงๆแล้วน่ะ ข้าเต็มใจทำนะไม่ได้โดนบังคับ”

“หึหึ งั้นจำได้ไหมครับว่าใครพูดประโยคนี้ โอย~~ เจ้าทำให้ชีวิตข้าสั้นลงหลายสิบปีเลยนะ”

ในขณะที่ผลขับกำลังจะเล่าต่อนั่นเอง วินดี้ที่อยู่ใกล้กันก็พูดขึ้นล้อเลียนอีกฝ่ายที่เคยกลัวแม่ของลิลิมุจนแทบฉี่ราด ที่ทำให้เหงื่อของบลัดไหลออกมาทันทีก่อนจะพูดปากขมุบขมิบ

“เชอะ ถือว่าโตแล้วเก่งเหรอ ถ้าตอนนั้นข้าพูดแล้วจะทำไม”

“นี่ๆ พี่บลัดเป็นแวมไพร์ที่มีชีวิตอมตะไม่ใช่เหรอ ชีวิตพี่จะลดลงไปได้ยังไง”

ลิลิมุเอานิ้วจิ้มที่มุมปากก่อนจะเอียงคอถามสองคนตรงหน้าที่คุยกันอยู่ คำถามของเธอถึงกับทำให้วินดี้หัวเราะออกมาเสียดัง และหันกลับไปขยี้หัวของสาวน้อยเบาๆ

“หึหึ คุณบลัดเขาหมายถึงเขากลัวพี่ลิลินมากๆไงล่ะครับ”

มนุษย์หมาป่าตัวอธิบายให้เด็กสาวฟัง คำถามที่เธอถามเมื่อครู่นั้นเหมือนที่ลิลินเคยถามอีกฝ่ายไม่มีผิด ซึ่งคงเป็นผลจากลิลินติดลูกสาวของเธอมาก แน่นอนว่าลิลิซที่เป็นคุณยายแล้วก็ติดหนึบกับหลานสาวเช่นเดียวกัน ผลคือทำให้เด็กคนนี้มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองเหมือนแม่มาก ในขณะที่มีท่าทางน่ารักเหมือนคุณยายจนทำอะไรใครก็โกรธไม่ลง

“แม่ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหนเลย ออกจะใจดีออก”

ลิลิมุหันไปมาอย่างไม่เข้าใจ ตั้งแต่เธอจำความได้เธอไม่เคยเห็นแม่ของเธอโกรธเลยสักครั้ง ต่างจากคุณยายตัวจิ๋วที่หงุดหงิดเรื่องโน้นนี่ประจำ

“เมื่อก่อนพี่ลิลินน่ากลัวมากๆเลยนะ แต่...อืม...ก็เป็นกรณีไปนะ”

ชาร์ล็อตขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะคิดถึงตอนที่นางฟ้าสาวทำลายกองทัพอสูรเป็นพันคนด้วยเวทมนตร์แค่บทเดียว หรือแม้แต่สงครามระหว่างเผ่าแห่งความมืดและเผ่าแห่งแสงสว่างเมื่อ 200ปีก่อน ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ก็เช่นกัน ตอนนั้นลิลินถึงจะมีพลังไม่เต็มที่ก็ตาม แต่ก็ปกป้องอาณาจักรแห่งความมืดเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนเผ่าเทพต้องเป็นฝ่ายขอสงบศึกเสียเอง

“สุดท้ายก็ไม่ได้คุยเรื่องของข้าเลย เอ้า ถึงแล้วๆ ลงๆๆ เดี๋ยวตอนเย็นเสร็จแล้วโทรเรียกแล้วกัน”

สุดท้ายการนั่งรถครั้งนี้ก็กลายเป็นการเล่าวีรกรรมของลิลินที่เคยทำเอาไว้แทนจนถึงที่หมาย ซึ่งก็คือสวนสนุกขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงประจำเมือง ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดนั่นเอง

 

ตรงหน้าของประตูสวนสนุกขนาดใหญ่ คนจำนวนมากต่างหันไปมองดูกลุ่มของคนสามคนที่ดูเด่นเหลือเกิน เริ่มจากชายหนุ่มร่างโปร่งสุดหล่อที่มีผมสีฟ้าสดใสเด่นเห็นแต่ไกล หรือจะเป็นหญิงสาวใส่ชุดสีดำสุดเซ็กซี่ที่ผมสีดำสนิทของเธอทำให้ดูมีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้

ส่วนที่เด่นที่สุดคนเป็นเด็กสาวที่อยู่ตรงกลาง ใบหน้าสวยหวานที่ดูอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา ผมสีทองสว่างราวกับเปล่งประกายออกมาได้ รูปร่างที่ดูเกินวัยใต้เสื้อสีขาวสวย ทำให้ดูเหมือนคุณหนูสูงศักดิ์ที่ออกมาเที่ยวเล่นพร้อมกับบอดี้การ์ดของเธอ

“ว้าว สวยจังเลย นี่เหรอที่ที่คุณพ่อเล่าให้ฟังบ่อยๆ”

ลิลิมุมองภาพตรงหน้าตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น แม้เธอจะเคยเห็นในรูปมาบ้างก็ตาม แต่เมื่อได้มาเห็นกับตาจริงๆก็พบว่ามันสวยกว่ามาก ในตอนนั้นเองชาร์ล็อตก็เข้ามาจับไหล่ของสาวน้อยเอาไว้ และพูดกับเธอเบาๆ

“น้องลิลิมุคะ ใจเย็นๆเอาไว้นะคะ อย่าลืมว่าห้ามตื่นเต้นเกิน”

“เข้าใจแล้วค่ะ ต้องใจเย็นๆ ต้องใจเย็นๆ”

ลิลิมุพยักหน้าให้อีกฝ่ายก่อนจะซูดหายใจเข้าไปลึกๆเพื่อสงบจิตใจของเธอเอง สาเหตุที่เธอมีอายุถึง 200 ปีแล้วแต่กลับเพิ่งได้มายังมหาภพแห่งเสียงนั่น เป็นเพราะเวลาที่เธอตื่นเต้นเกินไป จะสร้างความเสียหายให้กับสิ่งรอบข้างด้วยเหตุผลบางอย่าง

“ยังไงทานน้ำอัดลมก่อน จะได้ใจเย็นลงดีไหมครับ”

วินดี้ยื่นกระป๋องน้ำให้กับเด็กสาวที่กำลังปรับลมหายใจเพื่อให้เธอผ่อนคลายลง เนื่องจากทั้งสองคนอยู่กับลิลิมุมาตั้งแต่เกิด จึงรู้ดีว่าจะรับมือเรื่องนี้ยังไง โดยเขาคิดว่าสาวน้อยที่กำลังดื่มน้ำอัดลมอยู่อย่างตั้งใจคนนี้นั้น เป็นน้องสาวแท้ๆของเขาเลยทีเดียว จึงเอ็นดูเธอเป็นพิเศษ

“เสียดายจังนะคะ ที่คุณพ่อกับคุณแม่มาไม่ได้”

หลังจากสงบสติอารมณ์ลงไป ลิลิมุก็หันไปคุยกับทั้งสองคนอีกก่อนจะทำปากมุ่ยเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมพวกท่านถึงมาไม่ได้ เป็นเพราะแม่ของเธอต้องดูแลประชาชนจำนวนมาก ส่วนพ่อของเธอก็ต้องทำงานในส่วนของวินดี้และชาร์ล็อตที่มาคุ้มกันเธอพร้อมๆกับได้พักร้อนไปด้วย

“เชื่อพี่ครับ ถ้าน้องลิลิมุมาแล้วไม่ได้เล่นเครื่องเล่นครบทุกอย่าง น้องจะเสียดายมากกว่านี้แน่นอน”

วินดี้หันมาพูดกับสาวน้อยตาเป็นประกาย หลังจากมองไปยังเครื่องเล่นที่ดูน่าหวาดเสียวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟเหอะตีลังกา แท่งขนาดใหญ่ที่จับคนเล่นดิ่งลงมากับพื้น หรือเครื่องเล่นยิงเลเซอร์ใส่เป้าที่น่าตื่นเต้น

“วินดี้ นายไม่ใช่เด็กแล้วนะ เครื่องเล่นตื่นเต้นแบบนั้นจะให้น้องลิลิมุเล่นได้ยังไง”

ชาร์ล็อตส่ายหัวไปมากับท่าทางของมนุษย์หมาป่าหนุ่ม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ยังมีนิสัยเป็นเด็กไม่เปลี่ยน จนเป็นเขาขาดคนดูแลอย่างเธอไม่ได้

“ได้เล่นสิๆ ของแบบนั้นจะไปตื่นเต้นกว่าตอนบินได้ยังไง ใช่ไหมคะพี่วินดี้”

ด้านของลิลิมุที่มองเครื่องเล่นพวกนั้นตาเป็นประกาย เข้าไปกอดแขนของชาร์ล็อตและเขย่ามันเบาๆ เพื่ออ้อนให้อีกฝ่ายให้อนุญาต แน่นอนว่าพี่สาวจอมเฮี้ยบไม่ยอมแน่นอน

“แต่ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่านะคะ น้องลิลิมุ”

ทันทีที่โดนปฏิเสธสาวน้อยก็จับมือของแม่มดสาวเอาเบาๆ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองเธอด้วยดวงตากลมโต ที่มีน้ำตาปริ่มๆราวกับไหลออกมาได้ทุกเมื่อ ที่เมื่อรวมกับใบหน้าสวยแบบเดียวแม่ของเธอแล้ว ก็ทำให้ชาร์ล็อตอดกัดริมฝีปากตัวเองเพราะความน่ารักของเธอไม่ได้

“ให้ลิลิมุเล่นนะ นะ นะคะ”

“มะ...ไม่ได้จ๊ะ ไม่งั้น”

ด้วยการออดอ้อนที่ถ่ายทอดมาจากคุณยายที่ทำให้แม้แต่ราชาของเผ่าแห่งความมืดก็ยังสยบ ทำให้จิตใจของชาร์ล็อตหวั่นไหวในทันที แต่เธอเป็นคนใจแข็งมากจึงยังต้านไว้ได้ แต่นั่นเป็นก่อนที่ลิลิมุจะปล่อยไม้เด็ดที่คุณยายสอนออกมา

“แต่ว่า...แต่ว่า...ถ้าพี่ชาร์ล็อตอนุญาต ลิลิมุจะรักพี่มากกว่าพี่วินดี้นะคะ”

“เอ่อ...งั้น...ก็ได้ แต่เพื่อความปลอดภัยถ้าน้องตื่นเต้นไปพี่จะให้หยุดทันทีเลยนะ”

ในที่สุดหัวใจของแม่มดสาวก็ต้านทานความเอาแต่ใจแสนน่ารักของสาวน้อยไม่ไหว จึงจำยอมอนุญาตในที่สุดในขณะที่วินดี้มองทั้งสองคนอย่างอึ้งๆ

“อ้าว ไหงงั้นล่ะครับ ไหนลิลิมุบอกถ้าพี่ไปอ้อนให้พี่เชสกับราชาลูซิเฟอร์ยอมให้น้องมาเที่ยว น้องจะรักพี่มากกว่าชาร์ล็อตไง”

มนุษย์หมาป่าพูดขึ้นด้วยความตกใจ สาเหตุที่แม้ลิลิมุได้มาเที่ยวครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาไปบอกพ่อกับตาของสาวน้อยว่าควรให้มาดูโลกภายนอกบ้าง จนทั้งสองคนก็ใจอ่อนและยอมให้พาลิลิมุมาในที่สุด

“ก็ความรักที่มีให้พี่ทั้งสองคนมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลยนี่คะ”

สาวน้อยยิ้มกว้างก่อนจะเข้าไปกอดคนที่มาดูแลเธอทั้งสองคน ด้วยเหตุผลที่แม้จะเป็นการแก้ตัวน้ำขุ่นๆก็ตาม แต่ก็ทำให้พวกเขายิ้มไม่หุบเลยทีเดียว ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันไปเล่นเครื่องเล่นที่หมายตาไว้

 

หลังจากการตะลุยเล่นเครื่องเล่นแสนหวาดเสียวมาจนเย็น ทั้งสามก็มาทั้งรวมกันยังม้านั่งยาว ซึ่งหนึ่งในนั้นดูอาการแย่มาก

“โอย~~...นี่มันต่างจากการขี่ไม้กวาดมากเลยนะ พวกเราเล่นกันพอแล้วใช่ไหมเนี่ย”

ชาร์ล็อตนั่งก้มหน้ากุมศีรษะของเธอ จากอาการมึนหัวเพราะเล่นเครื่องเล่นหลายอย่างติดกันเกินไป ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองใช้ไม้กวาดบินไปมาระหว่างมหานครแห่งความมืดกับหมู่บ้านแม่มดบ่อยแล้ว น่าจะมีภูมิต้านทานสักหน่อยแท้ๆ แต่ไม่ใช่แบบนั้นเลย ต่างจากมนุษย์หมาป่าหนุ่มและสาวน้อยที่ยังร่าเริงไม่เปลี่ยน

“อ้า~~ ลิลิมุสนุกจังเลย”

เด็กสาวนั่งแกว่างขาไปมาอย่างน่ารัก นับว่าคิดถูกจริงๆที่ขอให้ทั้งสองคนพาเธอมาเที่ยวที่นี่ ถึงเธอจะบินไปมาแบบเดียวกับที่เจ้าเครื่องพวกนี้ทำได้ก็ตาม แต่แบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบ

“ฝากดูพี่ชาร์ล็อตหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมไปซื้อน้ำก่อน”

วินดี้ที่เห็นแม่มดน้อยอาการไม่ดีขึ้นหลังจากนั่งพัก ก็ตัดสินใจออกไปหาน้ำหวานๆให้เธอดื่มเพื่อให้อาการดีขึ้น ซึ่งเด็กสาวก็ชูนิ้วชี้ขึ้นมา ที่เป็นสัญลักษณ์ว่าให้ซื้อมาเผื่อเธอด้วย 1 กระป๋อง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินหายไปกับกลุ่มคนอย่างรวดเร็ว

ในตอนนั้นเองก็มีอาคารหลังหนึ่งมีไฟติดขึ้นตรงหน้าของสาวสวยทั้งสองคน

“ว้าว...ปราสาทแห่งความมืดเหรอ”

ลิลิมุมองอาคารที่อยู่ตรงข้ามกับที่ที่เธอนั่งอยู่ด้วยความสนใจ ดูเหมือนมันจะเป็นเครื่องเล่นที่เปิดแต่ในตอนเย็นเท่านั้น แน่นอนว่าเพื่อให้ได้ชื่อว่าได้เล่นทุกอย่างเธอจึงกลายเข้าไปเล่นมันมาก ซึ่งตอนนี้คนจำนวนมากกำลังไปต่อแถวเพื่อเข้าใช้บริการแล้ว ที่ทำให้สาวน้อยยิ่งร้อนใจเข้าไปอีก เนื่องจากใกล้ได้เวลากลับเต็มที ถ้าหากเธอไม่ได้เล่นปราสาทแห่งความมืดนี้ล่ะก็ต้องเสียดายจนนอนไม่หลับแน่ๆ

“พี่ชาร์ล็อตคะ พวกเรารีบไปกันเถอะ ไปค่ะๆ”

สาวน้อยรบเร้าให้แม่มดที่กำลังรู้สึกไม่ดีอยู่ให้ไปกับเธอ ถ้าเกิดรอให้วินดี้กลับมาล่ะก็คนต่อแถวเข้าจนยาวเป็นหางว่าวแน่นอน

“หา...ปราสาทแห่งความมืดเหรอ คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง”

ด้านของชาร์ล็อตที่สู้แรงของลิลิมุไม่ได้ ก็ต้องจำใจเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นอย่างช้าๆ โดยเธอคิดว่าด้านในคงเป็นที่ให้เดินเล่นเฉยๆ

 

ภายในปราสาทแห่งความมืดนั้นมืดสมชื่อของมันมาก จนทั้งสองสาวมองไม่เห็นอะไรเลย แต่โชคดีที่พนักงานได้ให้กระบอกไฟฉายอันเล็กเอาไว้ส่องทาง พวกเธอจึงสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างไม่หมด และนั่นทำให้แม่มดสาวค้นพบว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ใช้สำหรับเดินเล่นเสียแล้ว

“นี่มัน...บ้านผีสิงนี่”

ชาร์ล็อตพูดขึ้นเมื่อเห็นบรรยายกาศรอบๆ ที่ดูมืดทึบผิดปกติ ขณะที่สาวน้อยส่องไฟฉายไปโดนหน้าต่างบานหนึ่งนั่นเอง ก็มีมนุษย์ปลาหมึกพุ่งเข้าใส่หน้าต่างบานนั้นอย่างแรง ที่ทำให้ลิลิมุถึงกับอ้าปากค้าง

“นี่ๆ พี่เป็นเผ่าแห่งความมืดเผ่าไหนเหรอ หนูไม่เคยเห็นเลย”

สาวน้อยเข้าไปถามอีกฝ่ายอย่างสนใจ เพราะคิดว่ามนุษย์ปลาหมึกคนนั้นคือเผ่าแห่งความมืดเช่นเดียวกับเธอ แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นแค่พนักงานตาดำๆคนหนึ่งที่มารับหน้าที่เป็นผีในบ้านผีสิงนี้เท่านั้น

“น้องลิลิมุค่ะ เอ่อ...เขาเป็นมนุษย์ค่ะ เป็นพนักงาน...”

ชาร์ล็อตดึงตัวลิลิมุมากระซิบที่ข้างหูเบาๆ เรื่องการมีตัวตนของเผ่าพันธุ์จากต่างภพนั้นเป็นเรื่องที่ยังต้องเก็บเป็นความลับอยู่ นั่นทำให้สาวน้อยหันไปกระซิบกลับเบาๆ

“แล้วลิลิมุต้องทำยังไงเหรอ”

“ก็แกล้งกลัวสักหน่อยแล้วกันค่ะ”

แม่มดสาวตอบกลับด้วยสีหน้าจนใจ เพราะตอนนี้ปีศาจมนุษย์หมาป่าตัวปลอมกำลังยืนนิ่งเหม่อมองพวกเธออยู่ คราวกับกำลังลุ้นว่าทั้งสองคนจะตอบรับการปรากฏตัวของเขายังไง

“อ้าย...กลัวจังเลย...อิอิอิ”

ในตอนนั้นเองลิลิมุก็แสดงท่าทางตกใจกลัวอย่างน่ารัก ก่อนจะวิ่งไปข้างหน้าด้วยความร่าเริงไม่เหมือนคนกลัวแม้แต่น้อย ก่อนที่แม่มดสาวจะเดินตามไปอย่างช้าๆเนื่องจากยังมึนหัวไม่หาย ปล่อยให้พยักงานผู้น่าสงสารคนนั้นเดินคอตกกลับไปอย่างผิดหวัง

 

“ที่นี่สนุกจริงๆด้วย โชคดีจังที่เข้ามา”

การเดินในปราสาทแห่งความมืดนี่ทำให้ลิลิมุสนุกมาก เพราะเธอได้เห็นมนุษย์ที่พยายามทำตัวให้เหมือนปีศาจที่ดูตลกมากกว่าน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็นคนที่เอาหัวปลาขนาดใหญ่มาใส่ ผู้หญิงไว้ผมสาวปิดหน้าใส่ชุดสีขาว ส่วนคนที่ทำให้เธอแทบลงไปขำกับพื้นเลย คือพนักงานทาหน้าสีขาวใส่ผ้าคลุมสีดำมีเขี้ยว ที่ทำตัวให้ดูเหมือนแวมไพร์ที่ไม่เหมือนตัวจริงแม้แต่น้อย

“ค่ะ น้องลิลิมุสนุกก็ดีแล้ว”

ชาร์ล็อตดูแย่ลงกว่าเดิมอีก เพราะอากาศในปราสาทหลังนี้ระบายไม่ค่อยดีนักทำให้มีกลิ่นอับอยู่บ้าง อันเป็นเหตุให้อาการมึนหัวของเธอเป็นหนักมากกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งใช้โทรศัพท์กดโทรหามนุษย์หมาป่าหนุ่มบอกให้เขารออยู่ข้างนอกก่อน ก็ยิ่งทำให้เธอปวดหัวเข้าไปอีก

แล้วในตอนนั้นเอง ก็มีอะไรบางอย่างหล่นลงมาใส่หน้าของลิลิมุที่เดินนำอยู่อย่างกะทันหัน ที่ทำให้สาวน้อยสัมผัสได้ถึงขาหลายข้างที่เต็มไปด้วยขนยุบยับที่สลับกันสะกิดหน้าของเธอเบาๆ ลำตัวสีดำสนิทต่ออยู่ที่ดวงตาของเธอ ทำให้มองดูเหมือนเขี้ยวพิษที่ขยับไปมามีขนาดใหญ่มาก

แม้เธอจะเป็นเด็กสาวที่ไม่กลัวอะไรก็ตาม แต่หากสิ่งนั้นตกลงมาบนใบหน้าอย่างฉับพลันจนไม่ทันตั้งตัว ก็ทำให้สติของเธอกระเจิงได้เช่นกัน และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอร้องลั่น

“กรี๊ด...!!!

เปรี้ยะ...!!!

ทันทีที่สาวน้อยควบคุมสติไม่ได้ สิ่งที่ชาร์ล็อตกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น ไอสีขาวพุ่งออกจากร่างเล็กไปทำลายหลอดไฟที่มีอยู่เพียงน้อยนิด อันเป็นสัญญาณว่าพลังที่ถอดแบบออกมาจากแม่ของเธอกำลังจะปะทุออกมา ซึ่งถ้าเกิดปล่อยไปแบบนี้พลังของเธอจะพุ่งออกมาราวกับโคโรน่าพุ่งออกจากดวงอาทิตย์ และระเบิดกลายเป็นเวทมนตร์ทำลายล้างขั้นสูง ถ้าเหตุการณ์แบบนั้นเกิดที่นี่ต้องทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมากแน่นอน

เหตุการณ์ยังเลวร้ายลงไปอีกเมื่อพลังจากลิลิมุปัดแมลงมุมทิ้งแล้วเธอก็วิ่งเตลิดหายไปอย่างรวดเร็ว

“น้องลิลิมุ !!! น้องลิลิมุ !!!...แย่แล้ว...”

ชาร์ล็อตร้องเรียกให้สาวน้อยกลับมาแต่ก็ไร้ประโยชน์ เธอวิ่งพ้นโค้งและออกไปจากสายตาของเธอแล้ว ด้วยสาเหตุที่ลิลิมุเป็นคนถือไฟฉายเอาไว้ รวมกับหลอดไฟโดนทำลายไปหมดทำให้เธอมองไม่เห็นทางแม้แต่น้อย จนต้องควักเอาคทาขนาดเล็กออกมาเพื่อใช้เวทมนตร์สร้างแสง

“เกิดอะไรขึ้นครับ เป็นอะไรรึเปล่า”

ในตอนนั้นเองก็มีพนักงานคนหนึ่งวิ่งมาจากด้านหลัง เพื่อดูว่าทำไมลูกค้าของเขาถึงได้ส่งเสียงร้องอย่างผิดปกติ อันเป็นเหตุให้ชาร์ล็อตต้องรีบเก็บคทาเข้าไปอย่างรวดเร็ว และหยิบโทรศัพท์โทรหาวินดี้ในทันที

 

ด้านของสาวน้อยที่วิ่งเตลิดไป ก็พุ่งออกจากประตูที่ด้านบนเขียนว่าทางออกฉุกเฉินเพื่อหาที่สงบสติอารมณ์ของเธอ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นล่ะก็พ่อกับแม่ของเธอต้องไม่ยอมพาเธอมาเที่ยวอีกแน่

ตึง !!!

เธอเปิดประตูบานนั้นอย่างแรงและออกมาด้านนอกได้ในที่สุด แต่ข้างนอกนั้นมืดมากประกอบกับเป็นซอกตึกแคบๆที่ค่อนข้างสกปรกและดูน่ากลัว ซึ่งไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แม้จะรู้ว่าควรออกไปจากตรงนี้แต่อยู่ๆขาของเธอก็หมดแรงลง จนต้องทรุดตัวนั่งลงอยู่กับที่

“กลัว กลัว กลัว ลิลิมุกลัว”

ภาพของแมลงมุมตัวใหญ่ที่เกาะอยู่บนใบหน้ายังคงติดตาของเธอ มือทั้งสองข้างกุมใบหน้าเอาไว้เพื่อบอกตัวเองว่าขาที่มีขนเต็มไปหมดไม่ได้อยู่บนใบหน้าของเธอแล้ว พลังแห่งแสงสว่างจำนวนมากเริ่มไหลออกมาจากร่างของเธออย่างรวดเร็ว จนเหมือนกับก๊าซไวไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อถ้าหากมีอะไรมากระตุ้น

ในตอนนั้นเองก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามา เสียงฝีเท้าทำให้ลิลิมุรู้ว่ามีคนกำลังมาจึงตะโกนบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ยะ...อย่าเข้ามานะ...ออกไป...อันตราย”

“นี่มัน...พลังแห่งแสงสว่าง...เธอเป็นเผ่าเทพเหรอ”

นอกจากที่เด็กผู้ชายคนนั้นจะไม่ถอยไปแล้ว เขายังรู้ด้วยว่าไอสีขาวที่กำลังพวยพุ่งออกจากร่างกายของลิลิมุเป็นพลังอะไร ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาอย่างช้าๆ

“อะ...ออกไปสิ เดี๋ยวก็...อ้ะ”

สาวน้อยที่กำลังจะไล่อีกฝ่ายอุทานขึ้น เมื่ออยู่ๆเธอก็โดนสวมกอดโดยใครสักคน ซึ่งเธอก็เดาว่าคงเป็นเด็กผู้ชายที่พูดกับเธอเมื่อครู่นี้

“ใจเย็นๆ ไม่ต้องกลัว ซูดหายใจเข้าลึกๆ...แบบนั้นแหละ”

เขาพูดปลอบใจเธออย่างอ่อนโยนพร้อมกับลูบเรือนผมของเธอไปด้วย สัมผัสของเขาทำให้ลิลิมุรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหน้าอก มันเป็นความอบอุ่นที่แตกต่างจากเวลาที่พ่อหรือแม่ของเธอกอดมาก ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้เธอค่อยๆควบคุมสติเอาไว้ได้

“อะ...อือ...เราดีขึ้นแล้วล่ะ”

ลิลิมุพูดกับอีกฝ่ายที่กอดเธอเอาไว้ ในขณะที่ไอพลังสีขาวที่กระจัดกระจายกลับมาในตัวเธออีกครั้ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะผลักเธอออกเบาๆและเริ่มพูดกับเธอ

“เธอเป็นใครกันแน่ นางฟ้าที่มีพลังมากขนาดนี้ยังไงผมก็ควรจะรู้จักสิ”

เด็กหนุ่มถามเธอด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ได้คำตอบก็มีเสียงดังขึ้นไกลๆเสียก่อน

“น้องลิลิมุ น้องลิลิมุ...”

เสียงของวินดี้กับชาร์ล็อตดังขึ้นมา ทำให้เด็กสาวหันไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็ว ที่ด้านนอกมีชายร่างโปร่งกำลังตะโกนเรียกชื่อเธออยู่ ส่วนสาวสวยกำลังชี้นิ้วมายังซอกที่เธออยู่ อีกไม่นานทั้งสองคนคงมาหาเธอแล้ว เมื่อหันกลับไปลิลิมุก็พบว่าเด็กชายที่มาช่วยเธอกำลังจะไปแล้ว

“นี่...!!! เราชื่อลิลิมุนะ เธอชื่ออะไรเหรอ”

เสียงเรียกของสาวน้อยทำให้เด็กผู้ชายคนนั้นหันกลับมาหาเธออีกครั้ง เธอจึงเห็นว่าเขาเป็นเด็กผู้ชายอายุพอๆกับเธอที่มีผมสีแดงเพลิง ตาสีเดียวกับบนใบหน้าหล่อเหลามองมาทางเธออย่างอ่อนโยน ก่อนที่ดวงตาของลิลิมุจะเบิกกว้างขึ้นเมื่ออยู่ๆที่กลางหลังของเขาก็มีปีกสีขาวสว่างกางออกมา

“ผมคือเทพบุตรผู้มีเส้นผมและพลังดุจเปลวเพลิง ชื่อของผมคือ...ซีลอน”
-------------------------------------------------------
ตอนแรกก็อยากจะลงทีละครึ่งนะ แต่รู้สึกมันเดาได้แน่ๆเลยจัดเต็มไปเลย
ลิลิมุ เป็นลูกของลิลินกับเชส แต่ไม่ได้เชื้อของเชสมาแม้แต่นิดเดียว 555 เรื่องอายุของแต่ละคนนี้ผมต้องแถเลยนะ -*- แบบเส้นกราฟการเจริญเติบโตของเผ่าแห่งความมืดมันไม่เหมือนคนปกติอะไรแบบนี้ ดังนั้นอ่านไปแล้วอย่างคิดมากล่ะ
แจ้งข่าวร้ายหน่อย ที่ผมคุยไว้ว่าเล่ม 2 ออกเดือน 5 นี่เลื่อนนะครับ เลื่อนไปเดือน 6 แทน T^T  
-------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #524 น้องประภพ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 21:32
    ซีลอนหรอ กลับชาติมาเกิดแหงแซะ
    #524
    0
  2. #491 lllllllllllllllllllllllllll l'27'l (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2556 / 06:13
    คู่แท้ซีลอนมาแว้ว......ว



    *ไรเตอร์ทำความฝันเราเป็นจริงแล้ว ฮาฮาฮา
    #491
    0
  3. #488 Angelic Joker (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 21:51
    เหอะๆ ซีลอนมาแว้ว
    #488
    0
  4. #485 blah blah 555 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 19:00
    ซีลอนนนนน

    โอ๊ยยย คิดถึงซีลอนนนนน

    5555
    #485
    0
  5. #478 ... (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 23:45
    ตัดตอนป่ะเนี่ย
    #478
    0
  6. วันที่ 21 เมษายน 2556 / 21:00
    เเง้! อยากได้เรื่องของเชสกะลิลินอ่ะ TwT
    #476
    0
  7. #473 Aika (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 12:08
    อยากจะเห็นตอน ลิลิน ติดลูกจริง จะเป็นไงกันนะ =,.=
    #473
    0
  8. #472 jeffje (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 11:45
    ซีลอนจะเป็นลูกเขยของเชสใช่ใหมนี่
    #472
    0
  9. #470 คนที่ผ่านทางมา (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 08:08
    ซีลอนจุติแล้วว
    #470
    0