Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 5 : คอลอสเซี่ยม Final

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,641
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    1 เม.ย. 56

ตอนที่ 5

คอลอสเซี่ยม

 

“เดี๋ยวนะครับ ขอผมไปด้วยได้ไหม”

วินดี้ถามเชสด้วยแววตามุ่งมั่น เขาใช้โบสถ์แห่งนี้เป็นบ้านมานาน ถึงอยากทำอะไรเพื่อตอบแทนให้สถานที่นี้บ้าง เขาคิดว่าถ้าไปด้วยน่าจะพอช่วยอะไรได้

“เรื่องนี้ต้องถามซิสเตอร์ดีกว่าครับ”

เชสมองกลับไปยังซิสเตอร์เชอร์รี่ ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กหนุ่ม

“...แล้วมันจะอันตรายไหมคะ”

เธอคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาถามด้านความปลอดภัยกับปีศาจหนุ่ม วินดี้นั้นเป็นเด็กดีที่ขี้อายมาตลอด การที่อยู่ๆกลับมีสายตาที่มุ่งมั่นขนาดนี้แสดงว่ามันต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่ๆ อันเป็นเหตุให้เธอไม่อยากปฏิเสธ แต่ถ้าให้ไปก็ห่วงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นอีก

ด้านเชสก็อึกอักไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี เนื่องจากสนามต่อสู้ใต้ดินผิดกฎหมายนี้ไม่ว่ายังไงก็อันตรายอยู่แล้ว และยิ่งวินดี้เป็นเด็กด้วยยิ่งเป็นเป้าสายตาเข้าไปใหญ่ ก่อนจะมองไปยังสาวสวยข้างกายเขาที่น่าจะเด่นยิ่งกว่าเนื่องจากความสวยของเธอ แม้ว่าความจริงแล้วเธอจะเป็นอันตรายกับสถานที่นั้น มากกว่าที่สถานที่นั้นเป็นอันตรายกับเธอก็ตาม

“คุณลิลิน คุณช่วยดูแลวินดี้หน่อยได้ไหมครับ เรื่องการหาเงินยกให้ผมจัดการเถอะ”

ปีศาจหนุ่มตัดสินใจหันไปขอร้องนางฟ้าสาวข้างๆ ด้วยความเก่งกาจและความรับผิดชอบของเธอ ต่อให้ศัตรูมาเป็นกองทัพเขาก็เชื่อว่าวินดี้ต้องปลอดภัยแน่นอน

“ตกลง เป็นสิ่งตอบแทนที่เชสพาเราไปสถานที่นั้น”

ลิลินตอบรับพร้อมอย่างง่ายดาย เพราะการที่เชสจะพาเธอไปยังสถานที่ที่ไม่ได้ตกลงเอาไว้ตั้งแต่แรกนั้น เธอก็ต้องตอบแทนเขาเช่นกัน

“ถ้าลิลินรับปากแล้วละก็ ไม่ต้องห่วงครับซิสเตอร์ ไม่มีอันตรายแน่นอน”

ปีศาจหนุ่มยิ้มออกมา เนื่องจากนางฟ้าสาวตอบรับตามที่เขาคาดเอาไว้

“เข้าใจแล้วค่ะ ซิสเตอร์เองก็ขอฝากวินดี้ด้วยนะคะ”

ซิสเตอร์ลูบหัวของเด็กหนุ่มเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้เขาวิ่งไปหาสาวสวยที่มองอยู่ แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าจริงๆแล้วลิลินเป็นเผ่าไหน แต่ถ้าเชสบอกว่าเธอไว้ใจได้ก็มีแต่ต้องเชื่อเขาเท่านั้น

“เรารับปากว่าวินดี้จะปลอดภัย”

นางฟ้าสาวยื่นมือของเธอไปจับมือของเด็กหนุ่มที่วิ่งมาหาเธอเอาไว้ เนื่องจากถ้าเป็นแบบนี้เขาจะอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา ทำให้ง่ายต่อการดูแล

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ”

เชสยิ้มเมื่อเห็นเด็กหนุ่มหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยเมื่อจับมือกับนางฟ้าสาว ก่อนจะโค้งให้กับซิสเตอร์เชอร์รี่และชวนลิลินกับวินดี้ให้ออกเดินทางทันที เนื่องจากถ้าพวกเขารีบอาจจะกลับมาไม่ดึกนักก็ได้ เพราะยังไงสนามต่อสู้ใต้ดินก็เปิดตลอดเวลาอยู่แล้ว

ทั้งสามคนเดินออกมาหน้าโบสถ์ก่อนจะหยุดตรงหน้าถนนสายใหญ่ที่มีรถยนต์วิ่งผ่านไปมาอย่างขวักไขว่ นางฟ้าสาวมองหน้าของปีศาจหนุ่มที่เหมือนยืนรออะไรบางอย่างอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามเขา

“เราจะไปกันด้วยวิธีไหน”

“ออ ส่วนมากแล้วพวกมนุษย์มักจะโดยสารรถแท็กซี่น่ะครับ และพวกเราที่ต้องทำตัวกลมกลืนเองก็เช่นเดียวกับ”

เชสตอบ จริงๆแล้วระหว่างที่เขาเดินออกมาเขาได้โทรศัพท์ไปเรียกแท็กซี่ที่ใช้บริการประจำมาแล้ว ที่เขายืนรออยู่ก็คือแท็กซี่นั่นเอง

ปี้น ปี้น

เสียงบีบแตรเบาๆดังขึ้นเพื่อเรียกความสนใจของผู้ที่อยู่ข้างๆ รถยนต์สีเหลืองสดคันใหญ่สะอาดเอี่ยมคันหนึ่ง มาจอดอยู่ตรงหน้าของทั้งสามคนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ ก่อนที่กระจกรถสีดำสนิทจะเปิดออกอย่างช้าๆ

“เชสจริงๆด้วย ขึ้นมาเลย ขึ้นมา”

คนขับรถวัยกลางคนเลิกคิ้วสูงเมื่อเห็นปีศาจหนุ่มที่เขาได้ข่าวว่าถูกมอบหมายให้ไปทำภารกิจสำคัญ จากนั้นจึงกวักมือเรียกลูกค้าของเขาให้ขึ้นมาบนรถ

“คุณลิลินกับวินดี้นั่งข้างหลังนะครับ ผมจะนั่งข้างหน้าเอง”

เชสเปิดประตูด้านหลังให้กับนางฟ้าสาว ซึ่งเธอก็ยอมขึ้นไปแต่โดยดีโดยมีวินดี้ตามมาทีหลัง จากนั้นเขาถึงเปิดประตูแล้วไปนั่งที่นั่งข้างๆคนขับ

“สวัสดีครับ คุณบลัด ไปคอลอสเซี่ยมครับ”

ปีศาจหนุ่มทักทายคนขับอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะบอกชื่อกลางของสนามต่อสู้ใต้ดินที่เป็นจุดหมายในวันนี้

“โฮ่... ไปหาเงินใช้เหรอ แต่เอาเถอะ แล้วพาใครมาด้วยเนี่ย”

บลัดแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินจุดหมายของลูกค้า แต่หน้าที่ของเขามีแค่พาไปส่งยังที่หมายเท่านั้น จึงออกรถด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะสังเกตเห็นว่าคนที่ร่วมเดินทางมาด้วย นอกจากเด็กที่เขาไม่คิดจะสนใจแล้ว ยังมีสาวสวยที่สวยมากๆขึ้นมาด้วย ตอนแรกเขาคิดว่าอาจจะเป็นแฟนของเชสก็ได้แต่พอสังเกตเธอดีๆแล้ว ผมสีทอง ดวงตาสีทอง ใบหน้าดูสวยงามมีเสน่ห์ราวกับนางฟ้า... เมื่อรวมกับข่าวลือที่ว่าราชาปีศาจได้ส่งสายลับเข้าไปสืบความลับในอาณาจักรเทพ ที่น่าจะเป็นเชสแล้ว เธอคนนี้ต้องเป็นเทพแน่นอน

เมื่อดูจากอยู่ๆบลัดก็เงียบไป รวมถึงเหงื่อจำนวนมากไหลที่ออกมาจากทั้งตัวแม้ภายในรถคันนี้แอร์เย็นฉ่ำ ทำให้เชสเดาได้ไม่ยากว่าคนขับรถคันนี้ต้องเดาได้แล้วแน่ๆว่าลิลินเป็นอะไร แต่คงไม่ขึ้นขนาดเดาออกว่ามีตำแหน่งอะไร

“คุณลิลินครับนี่คือบลัดเป็นแวมไพร์ ส่วนบลัดน่าจะรู้แล้วมั้งครับ ว่าคุณลิลินเป็นเผ่าอะไร”

เชสแนะนำให้นางฟ้าสาวได้รู้จักแวมไพร์ตัวเป็นๆที่ผันตัวมาขับรถแท็กซี่

“แวมไพร์หนึ่งในเผ่าพันธุ์แห่งความมืด อาหารหลักคือเลือดของมนุษย์”

นางฟ้าสาวทวนความรู้ของตัวเองเกี่ยวกับคำกว่าแวมไพร์ออกมา ด้วยเสียงไร้อารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ พร้อมกับสบตากับคนขับรถผ่านทางกระจกมองหลัง ดวงตาสีทองที่เปล่งประกายออกมาแว่บนึงนั้นทำให้บลัดกลืนน้ำลายลงคออย่างแรง

“เอ่อ...ถ้าทำแบบนั้นได้ง่ายๆ ผมคงไม่ต้องขับรถแท็กซี่หาเลี้ยงชีพหรอกครับ ถึงผมจะเป็นแวมไพร์ก็เอ่อ... เป็นแวมไพร์ที่ทำอาชีพสุจริตนะครับ”

บลัดที่เหงื่อแตกจนดูเหมือนเพิ่งอาบน้ำมารีบอธิบายเหตุผลทันที เดี๋ยวนี้บ้านเมืองมีกฏหมายเข้มงวดมากขึ้น แถมยังมีหน่วยที่ทำหน้าที่จับกุมเผ่าพันธุ์จากภพอื่นที่ทำผิดมาลงโทษอีกต่างหาก ทำให้เขาต้องทำงานหาเงินไปซื้อเลือดเย็นๆจากโรงพยาบาลมากินเองตลอด แต่ถ้าลูกค้าคนไหนต้องการจ่ายค่าบริการด้วยเลือดอุ่นๆเขาก็ยินดีรับเอาไว้เช่นเดียวกัน

“เอ่อ...พี่ลิลินเป็นเผ่าอะไรเหรอครับ”

วินดี้ที่นั่งจับมือกับนางฟ้าสาวอยู่หันขึ้นมาถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เด็กหนุ่มเองก็สนใจไม่น้อยว่าหญิงสาวที่เชสให้ความเกรงใจอย่างมากคนนี้เป็นอะไรกันแน่

“ลิลินเขาเป็น เผ่าเทพหรือที่น้องรู้จักว่านางฟ้า น่ะครับ”

เชสบอกความจริงเพราะคิดว่าวินดี้น่าจะเป็นเด็กที่วางใจได้

“พี่หมายถึงนางฟ้าจริงๆเลยเหรอครับ”

วินดี้อึ้งไปพักหนึ่งเมื่อรู้ความจริง ถึงจะเคยคิดเหมือนกันว่าเธอสวยราวกับนางฟ้า แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นนางฟ้าจริงๆ แถมยังมากับเชสที่มีกลิ่นอายแห่งความมืดคล้ายกับเขาอีกด้วย ก่อนจะมองหน้าของลิลินที่พยักหน้ายืนยันคำพูดของปีศาจหนุ่ม

 

“เอาล่ะๆ ถึงแล้วคอลอสเซี่ยม บอกไว้ก่อนนะว่าวันนี้ไม่ว่างแล้วมีงานด่วน”

ไม่นานรถแท็กซี่คันใหญ่ก็วิ่งมาถึงหน้าสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่มีสีสันสวยงาม บลัดรีบไล่ผู้โดยสารของเขาลงทันที เนื่องจากเขากลัวเหลือเกินว่านางฟ้าคนสวยจะเปลี่ยนใจฆ่าเขาเสียก่อน แน่นอนว่าเขาไม่บ้าพอที่จะรับผู้โดยสารที่เสี่ยงต่อชีวิตน้อยๆของเขาเป็นครั้งที่สองแล้ว

ตึกขนาดใหญ่ตรงหน้าของทั้งสามคนนั้น เป็นตึกที่วินดี้รู้จักดี มันคือห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในอีกเมืองที่เขาเห็นในโฆษณาทางโทรศัพท์ เบื้องหลังประตูกระจกบานใหญ่นั้นมีผู้คนไม่มากนัก คงเป็นเพราะยังเป็นเวลาเช้าอยู่

“ทางเข้าอยู่ที่สุดทางตรงนั้นครับ”

เชสชี้ไปยังลิฟท์แก้วที่สุดทางเดินยาว ทั้งสองด้านของมันมีร้านค้าขายเสื้อผ้ายี่ห้อดังๆอยู่เต็มไปหมด ก่อนจะเดินนำไปทันทีเนื่องจากคิดว่ายิ่งให้ลิลินอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งอันตรายเท่านั้น แต่ไม่ใช่ฝ่ายนางฟ้าสาวหรอกนะที่อยู่ในอันตราย

“คุณผู้หญิงมาลองเสื้อผ้าของร้านเราก่อนไหมคะ”

พนักงานสาวที่เพิ่งเปิดร้านของตัวเองเสร็จ เชื้อเชิญให้ลิลินเข้าไปในร้านของเธอทันที เนื่องจากไม่ว่าจะดูมุมไหนนางฟ้าสาวก็เหมือนกับคุณหนูกระเป๋าหนักมาก แม้ว่าจะแต่งตัวดูแปลกไปสักหน่อย

“แล้วถ้าลองเราต้องให้อะไรเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน”

นางฟ้าสาวหยุดอยู่หน้าร้านนั้นก่อนจะถามพนักงานสาวด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ จนดูราวกับว่าเธอไม่ค่อยพอใจอยู่ แต่สาวสวยก็ทำท่าจะเดินเข้าไปในร้านนั้นตามคำชวน ที่ทำให้อีกฝ่ายปรับอารมณ์แทบไม่ทัน แต่เชสก็เข้ามาเรียกเธอเอาไว้เสียก่อน

“เอ่อ...คุณลิลินเราไปยังจุดหมายของเราก่อนดีกว่าครับ”

แม้เชสเข้ามาจับมือของนางฟ้าสาวเอาไว้และจูงพาเธอไปยังจุดหมาย ท่าทางไม่รู้เรื่องของลิลินนั้นทำให้เขายิ้มออกได้ทุกครั้ง

“การช่วยเหลือโบสถ์ของเชอร์รี่สำคัญกว่า เข้าใจแล้ว”

ลิลินตอบอย่างจริงจังและเดินออกจากร้านไป ที่ทำให้พนักงานสาวปรับอารมณ์ของเธอไม่ทันอีกครั้ง ไม่นานทั้งสามคนก็เดินตรงไปยังลิฟท์แก้วที่สุดทางทันที และด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้วินดี้เข้าไปในลิฟท์ตัวนั้นเป็นคนแรก ก่อนจะพบว่าภายในนั้นมีพนักงานสาวที่ใส่เครื่องแบบสีน้ำเงินยืนอยู่แล้ว เธอถามเขาอย่างสุภาพ

“ไม่ทราบว่าจะไปชั้นไหนค่ะ”

“เอ่อ...ผมจะไปชั้น...”

วินดี้ที่ไม่ค่อยคุ้นกับการคุยกับคนแปลกหน้าอ้ำอึ้งทันทีที่ถูกถาม เขาไม่รู้ว่าควรพูดออกไปตรงๆเลยไหมว่าจะไปที่คอลอสเซี่ยม เนื่องจากเขายังแยกไม่ค่อยออกว่าใครเป็นมนุษย์จริงๆหรือใครเป็นเผ่าพันธุ์จากภพอื่นกันแน่ แต่เชสที่เดินเข้ามาก็ยื่นอะไรบางอย่างให้พนักงานคนนั้นทันทีโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

“ทั้งหมดสามท่านนะคะ เชิญคะ”

เธอรอให้ทั้งสามคนเดินเข้าลิฟท์แก้ว แล้วจึงเดินออกไปจากลิฟท์ตัวนี้ เมื่อประตูปิดลงมันก็เคลื่อนที่ไปด้านล่างเองโดยไม่มีใครกด

“เมื่อกี้พี่เชสยื่นอะไรให้เขาเหรอครับ”

วินดี้ถามด้วยความสงสัย ก่อนที่เชสจะส่งเหรียญทองให้กับเด็กชายหนึ่งเหรียญ มันเป็นเหรียญที่ใหญ่ประมาณ 1 นิ้ว ทั้งสองด้านของมันมีรูปของชายคนหนึ่งอยู่ แต่เนื่องจากมันเป็นรูปวาดแบบคร่าวๆเขาจึงดูไม่ออกว่าเป็นใครกันแน่ ซึ่งปีศาจหนุ่มก็บอกกับเขาด้วยรอยยิ้ม

“มันเป็นเงินของอาณาจักรปีศาจน่ะครับ”

ทั้งนี้เนื่องจากอาณาจักรปีศาจเป็นอาณาจักรที่มีประชากรมากที่สุด แล้วยังกระจายอยู่ในหลายๆภพ ทำให้มีข้อตกลงว่าเงินของอาณาจักรปีศาจ จะเป็นเงินสกุลหลักในการแลกเปลี่ยนระหว่างภพ แน่นอนว่าที่คอลอสเซี่ยมแห่งนี้ก็เช่นกัน

ไม่นานลิฟท์แก้วก็ลงมาพ้นพื้นหนา ทำให้สามารถมองออกมาด้านนอกได้ จึงรู้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังลงมาจากเพดานสูงของสนามกีฬาขนาดใหญ่ ที่มีเวทีที่ใหญ่กว่าเวทีมวยปล้ำของมนุษย์เกือบ 3 เท่า โดยที่นั่งในสนามกีฬาทรงกลมนี้จัดเรียงแบบลาดลงไปยังตรงกลาง เพื่อให้ผู้ชมสามารถชมการต่อสู้ได้อย่างทั่วถึง

“เฮ...!!! เฮ...!!!

เสียงเชียร์ของผู้คนจำนวนมากดังลอดเข้ามาในลิฟท์ พวกเขาต่างจับจ้องไปยังเวทีตรงกลาง ที่มีสิ่งมีชีวิตร่างใหญ่ตัวสีเหลืองที่มีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์แต่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เขี้ยวภายในปากยาวงองุ้มออกมาด้านนอก ในมือมีกระบองขนาดใหญ่อยู่

ส่วนอีกฝ่ายเป็นเครื่องจักรที่สามารถมองเห็นโครงเหล็กมันวาวได้อย่างชัดเจน ทั่วตัวมีอาวุธประเภทเลื่อยยนต์และใบมีดติดอยู่ แม้มันจะดูตัวเล็กกว่าคู่ต่อสู้ของมันมากก็ตาม แต่แขนกลหลายข้างของมันที่หมุนควงอาวุธไปมาก็ทำให้มันดูน่ากลัวไม่แพ้กัน

“เผ่าอสูรกับเผ่าจักรกล ทั้งสองอย่างนี้ไม่ควรอยู่บนมหาภพแห่งเสียงแม้แต่น้อย”

ลิลินมองไปยังทั้งสองที่อยู่บนเวทีด้วยสายตาที่เย็นชากว่าเดิม เผ่าจักรกลเป็นเผ่าที่วางแผนบุกยึดมหาภพแห่งเสียงมาแล้ว ส่วนเผ่าอสูรก็เป็นเผ่าที่หนังสือเขียนว่าชื่นชอบการต่อสู้อย่างมาก แต่ก่อนที่ทั้งสองจะต่อสู้กันรอบข้างของลิฟท์ก็มืดลงอีกครั้งเสียก่อน ทว่านางฟ้าสาวก็ยังมองออกไปด้านนอกราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ ด้านเชสที่คิดว่าตัวเองรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่รีบพูดขึ้นทันที

“ตอนนี้เราทำภารกิจหาเงินอยู่นะครับ คุณลิลินอย่าเพิ่งคิดเรื่องอื่นนะครับ”

เขาพูดอย่างร้อนรน เนื่องจากความคิดของนางฟ้าสาวนั้นง่ายแสนง่าย ที่เธอไม่ฆ่าปีศาจทุกตัวที่เห็นนั้นเป็นเพราะเธอตกลงกับเขาเอาไว้ แต่ถ้าเธอเป็นเผ่าอสูรหรือเผ่าจักรกลแล้ว เธอน่าจะยึดตามความคิดเดิมที่ให้ฆ่าทันทีที่พบเห็นเหมือนเดิม ซึ่งเขาก็เดาถูกเนื่องจากนางฟ้าสาวกำลังคิดอยู่ว่าจะทำแบบนั้นจริงๆดีหรือไม่อยู่พอดี

“พี่ลิลินคิดอะไรอยู่เหรอครับ”

วินดี้มองไปทางทั้งสองคนอย่างสงสัย เขาเพิ่งพบทั้งสองคนจึงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วลิลินเป็นยังไง แต่สำหรับเขาแล้วนางฟ้าสาวเป็นคนแปลกๆก็จริง แต่กลับใจดีกว่าที่เห็นภายนอกและบางทียังดูซื่อๆอีกด้วย และที่สำหรับที่สุดเธอเป็นคนสวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

ด้านเชสก็หน้าซีดทันทีที่ได้ยินคำถามนี้เข้า ในขณะที่ลิลินตอบด้วยสีหน้าที่นิ่งเป็นน้ำแข็งตามปกติของเธอ

“เรากำลังคิดอยู่ว่าจะฆ่าอสูรกับเผ่าเครื่องจักรดีไหม”

“เอ๋...แบบนั้นไม่ได้นะครับ ซิสเตอร์เชอร์รี่บอกเอาไว้ว่าเราไม่ควรทำร้ายใครก่อน เอ่อ...แต่ว่าถ้าอยู่ในอันตรายก็สามารถป้องกันตัวได้ครับ”

วินดี้พูดด้วยความแปลกใจ เขาคิดว่านางฟ้าสาวคงพูดล้อเล่นมากกว่า เพราะดูจากภายนอกแล้วเธอไม่น่าจะฆ่าใครได้ ก่อนจะพูดคำสอนของซิสเตอร์เชอร์รี่ให้สาวสวยฟัง เนื่องจากเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาซิสเตอร์จึงต้องสอนให้เขาไม่ทำร้ายใครก่อน เพราะถ้าเขาพลาดไปแล้วจะไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้

ติ้ง !

ในขณะที่ลิลินกำลังเอาคำพูดของเด็กชายไปคิดอยู่นั่นเอง ประตูลิฟท์ก็เปิดทำให้ทุกคนเดินตามเชสที่ยิ้มกรุ่มกริ่มออกจากลิฟท์ เนื่องจากเขากำลังคิดว่าโชคดีเหลือเกินที่นางฟ้าสาวเป็นคนหัวอ่อน ที่มักจะเก็บคำพูดของคนรอบข้างไปคิดเสมอ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเธอน่าจะมีอารมณ์เหมือนคนปกติได้ไม่ยาก

ตรงหน้าของทุกคนเป็นล็อบบี้ขนาดใหญ่ที่มีชุดรับแขกจำนวนมากวางเรียงรายอยู่ บนนั้นมีคนจากเผ่าต่างๆนั่งอยู่เต็มไปหมด ความหลากหลายของเผ่าพันธุ์นั้น ขนาดหนอนหนังสืออย่างลิลินยังไม่อาจบอกได้หมด จากนั้นก็มีผู้หญิงในชุดกระต่ายที่เผยให้เห็นเนินอกและขาอ่อน ที่วินดี้มองไปหน้าแดงไปมาดูแลพวกเขาทันที

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่คอลอสเซี่ยม ให้ช่วยเหลืออะไรไหมค่ะ”

“ผมขอแลกเงินหน่อยครับ แล้วก็ขอลงทะเบียนเข้าต่อสู้ด้วย”

เชสตอบกระต่ายสาวคนนั้นอย่างรวดเร็ว เธอทำท่าทางตกใจเล็กน้อยแล้วจึงผายมือเชิญชายหนุ่มให้ตามเธอไป โดยก่อนไปเขาหันกลับมาชี้ไปยังชุดรับแขกตัวหนึ่งที่ยังว่างอยู่

“ทั้งสองคนไปรอผมอยู่ตรงนั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวผมมา”

“เข้าใจแล้ว”

ลิลินขานรับก่อนจะจูงมือวินดี้ไปตามที่บอก โดยไม่ได้สนใจสายตารอบข้างที่มองเธออยู่ เมื่อนั่งลงสาวสวยก็เริ่มพูดกับเด็กชายทันที

“เรื่องที่พูด ว่าห้ามทำร้ายใครก่อน แม้ว่าเป็นเผ่าที่ชั่วร้ายก็ไม่ได้ทำร้ายได้หรือ”

“เอ...เรื่องนี้ผมก็ไม่เคยคิดเหมือนกันครับ แต่ผมไม่เคยเห็นเหล่าพระเอกในทีวีทำร้ายใครก่อนเลยนะครับ คนที่ทำร้ายคนอื่นก่อนนั่นแหละที่ชั่วร้าย”

วินดี้ขมวดคิ้วของเขาเข้าด้วยกัน เรื่องยากๆบางอย่างเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน จึงยกตัวอย่างสิ่งที่เขาเคยเห็นในโทรทัศน์ให้อีกฝ่ายฟัง เมื่อได้ยินลิลินก็นิ่งไปอีกครั้งก่อนจะพูดออกมาราวกับต้องการถามย้ำให้แน่ใจ

“คนที่ทำร้ายคนอื่นก่อน...ชั่วร้าย”

“ใช่แล้วครับ มันไม่น่าจะเกี่ยวหรอกนะว่าเผ่าไหน แต่ยังไงคนที่ทำร้ายคนอื่นก่อนก็ชั่วร้ายแน่นอน”

“ไม่เกี่ยวว่าเผ่าไหน แต่เกี่ยวว่าทำอะไร”

ลิลินพูดทวนอย่างช้าๆ ตอนนี้ภายในหัวของเธอกำลังประมวลผลอย่างหนักในเรื่องที่วินดี้เพิ่งบอกเธอ ถึงมันจะขัดกับสิ่งที่เธอได้เรียนมาอย่างสิ้นเชิง แต่ซิสเตอร์เชอร์รี่และวินดี้ต่างก็เป็นคนที่เธอตัดสินแล้วว่าเป็นคนดี ทำให้ความเห็นนี้ไม่อาจมองข้ามได้ ในตอนนั้นนั่นเองเชสก็เดินกลับมาพอดี

“คุณลิลิน วินดี้ เข้าไปรอข้างในกันเถอะครับ คิวของผมอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง”

“เอ่อ...พี่เชสจะต้องทำอะไรบ้างเหรอครับ”

วินดี้ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามภาษาเด็ก ก่อนที่ปีศาจตอบพร้อมกับขยิบตาให้อีกฝ่ายไปด้วย

“พี่ก็ต้องสู้ครับ บนเวทีที่น้องเห็นเมื่อกี้ไง”

 

ภายในห้องเตรียมตัวนักสู้ เชสกำลังเตรียมตัวอาวุธของเขาอยู่ เนื่องจากอัตราการต่อรองในการต่อสู้ที่ใช้อาวุธนั้น สูงกว่าไม่ใช้อาวุธหลายเท่า และเขาต้องการเงินจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว เขาจึงต้องเลือกการต่อสู้แบบนี้แม้ว่าจะเสี่ยงมากก็ตาม ซึ่งในมือของเขาแต่ละข้างมีมีดที่มีความยาวประมาณหนึ่งคืบอยู่

ส่วนด้านลิลินนั้นกำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างสนใจ โดยมีวินดี้บอกอธิบายว่าอะไรคืออะไร ช่างเป็นภาพที่น่ารักขัดกับสถานที่เหลือเกิน

“ได้เวลาแล้ว เชิญคุณเชสค่ะ”

พนักงานกระต่ายสาวเปิดประตูเข้ามา ก่อนเชิญให้ปีศาจหนุ่มออกไป

“เข้าใจแล้วครับ เอ่อ...จะรออยู่ที่นี่ก็ได้นะครับ”

เชสพยักหน้าให้กับกระต่ายสาวแล้วจึงหันมาคุยกับลิลินที่กำลังเตรียมตัวตามเขาไปเหมือนกัน ที่เขาไม่อยากให้นางฟ้าสาวตามไปนั้น เป็นเพราะว่าการต่อสู้นั้นค่อนข้างโหดร้าย นอกจากนี้ยังกลัวด้วยว่าเธอจะไปไล่ฆ่าเผ่าพันธุ์ที่ชั่วร้ายที่พบทุกคนด้วยไหม

“เราต้องไปด้วย ชีวิตของเชสเป็นของเรา”

ลิลินพูดด้วยสีหน้านิ่ง ข้อความที่เหมือนกับคู่รักพูดกันทำให้เชสอดหน้าแดงไม่ได้ แม้ว่าชีวิตของเขาจะฝากเอาไว้กับเธอก็จริง แต่นั่นไม่ได้มีเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกอยู่เลย สาเหตุจริงๆแล้วเป็นด้านเหตุผลล้วนๆ ที่ทำให้เขาไม่อาจห้ามไม่ให้เธอตามเขาไปได้ และแน่นอนว่าเธอจูงวินดี้ไปด้วย เพราะเธอต้องปกป้องเด็กหนุ่มด้วยเหมือนกัน

“พี่เชสมันอันตรายมากนะครับ แบบนี้จะดีจริงๆเหรอ”

ระหว่างทางเดินยาวไปยังสนามต่อสู้ วินดี้ถามเชสที่ยังอยู่ในชุดสีดำตัวเดิมของเขาด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากเมื่อครู่นี้มีร่างของนักสู้ที่เลือดอาบทั้งตัวถูกหามสวนไป ทำให้เขารู้ว่าการต่อสู้นี้ต้องอันตรายมากแน่นอน

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ปกติไม่โจมตีกันถึงตายกันหรอก แล้วถ้าชนะ 3 รอบติดกันล่ะก็ จะได้เงินมากพอที่จะซื้อโบสถ์กลับมา แล้วยังเหลือให้ทุกคนสบายไปอีกนานด้วยนะ”

เชสหันกลับมายิ้มให้กับวินดี้ เขาใช้ประโยชน์จากภาพลักษณ์ที่อ่อนแอของตัวเอง ในการทำให้อัตราการต่อรองของเขานั้นต่ำมาก นั่นหมายความว่าถ้าหากเขาชนะการต่อสู้ได้ เขาจะได้เงินมากกว่าที่เอาไปเดิมพันมากนั่นเอง แล้วยิ่งเป็นการต่อสู้ 3 รอบติดกันแล้ว เงินที่ได้ยิ่งเพิ่มเป็นหลายเท่า ซึ่งเขาเองก็ค่อนข้างมั่นใจในฝีมือต่อสู้ของตัวเองอยู่พอสมควร

“ผู้ติดตามกรุณารออยู่ด้านนอกของรั้วกั้นนี้นะคะ”

พนักงานกระต่ายสาวนำทางลิลินกับวินดี้มายังเก้าอี้ริมขอบสนาม ที่แม้จะอยู่บริเวณพื้นราบบริเวณตรงกลางของสนามกีฬาทำให้สามารถมองเห็นการต่อสู้ได้อย่างชัดเจนก็ตาม แต่ก็ยังมีรั้วเหล็กเตี้ยที่อยู่ห่างจากเวทีประมาณ 2 เมตรกั้นเอาไว้อยู่ดี ซึ่งทั้งสองคนก็นั่งลงบนเก้าอี้ในขณะที่เชสขึ้นไปบนเวที

คู่ต่อสู้ของเชสคนแรกนั้นเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่ใช้อาวุธเป็นดาบใบหนาที่โค้งงอเล็กน้อย เขาเข้าโจมตีใส่เชสทันทีที่ขึ้นมาบนเวที แต่ปีศาจหนุ่มก็ใช้มีดเล่มเล็กๆของเขารับเอาไว้ได้ทุกครั้ง สร้างเสียงฮือฮาในสนามได้พอสมควรที่ชายหนุ่มจืดจางกลับเก่งกาจผิดคาด

“ปีศาจเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อคนอื่นอย่างนั้นเหรอ”

ลิลินมองการต่อสู้อย่างพิจารณา เห็นได้ชัดว่ามีความเสี่ยงที่เชสจะถูกโจมตีจนตายบนเวที แม้ว่าความเป็นไปได้นั้นจะน้อยมากก็ตามแต่ความเสี่ยงก็ยังคือความเสี่ยง ซึ่งขัดกับสิ่งที่เขียนเอาไว้ในหนังสือว่าปีศาจคือเผ่าพันธุ์ที่เห็นแก่ตัวมาก

 

บนที่นั่งชั้นพิเศษที่อยู่บนชั้นลอยด้านบนนั้น ได้มีชายคนหนึ่งมองลงมายังสนามต่อสู้เบื้องล่างอย่างพิจารณา ทว่าสายตาของเขาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่การต่อสู้ แต่เป็นสาวสวยผมสีทองที่ดูโดดเด่นกว่าใคร แม้จะมองจากระยะไกลขนาดนี้ก็ตามที ทำให้เขาอดหยิบรายละเอียดของคนที่เธอติดตามมาไม่ได้

ข้างๆกันนั้นมีชายรูปร่างอ้วนอีกคนนั่งอยู่ข้างๆ เขาทำท่าชกในอากาศไปมาเพื่อเชียร์นักสู้ของเขาไปด้วย ซึ่งก็คือคนที่เป็นเจ้าของคอลอสเซี่ยมแห่งนี้ ที่ด้านข้างของเขามีสาวน้อยในชุดเสื้อคลุมสีดำนั่งกอดไม้เท้าอยู่บนเก้าอี้

“โธ่...แพ้ซะแล้ว เจ้านั้นเก่งไม่ใช่เล่นเลยนะ”

ชายร่างอ้วนใช้มือทั้งสองข้างของเขากุมศีรษะของตัวเอง เมื่อเห็นว่าเชสใช้มีดสั้นปัดดาบยาวของนักสู้ของเขาจนกระเด็น ก่อนจะจ่อมีดนั้นเข้าที่คอของอีกฝ่าย ที่ทำให้การต่อสู้จบลงทันที

“หึหึหึ ข้าจะให้เจ้ายืมนักสู้สักคนเอาไหม”

ชายที่นั่งอยู่ข้างๆหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับชายร่างอ้วนด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง ชาร์ล็อตที่แม้จะอยู่ไกลออกไปก็ยังอดเบือนหน้าหลบสายตาของชายผู้นี้ไม่ได้

“จริงเหรอครับ ท่านซีลอน”

ชายเจ้าของคอลอสเซี่ยมหันมาตอบกลับด้วยความตื่นเต้น เนื่องจากยากเหลือเกินที่ชายคนนี้จะสนใจอะไรสักอย่าง การที่เอ่ยปากให้ยืมนักสู้แบบนี้จึงไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ส่งผลให้ชายร่างอ้วนพยักหน้าถี่ๆทันที อีกฝ่ายจึงยกมือขึ้นกวักสองสามที ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ

“ได้ยินแล้วนิ ให้มิโนทอร์ออกไปสู้”

“ครับ !!

เสียงตอบรับดังออกมาจากความมืด ก่อนที่ร่างนั้นจะหายไปในทันที ชายร่างอ้วนจึงรีบลุกขึ้นโค้งให้ซีลอนหลายที ก่อนจะพูดขอบคุณเขาไม่หยุดปาก

“ขอบคุณมากครับ ท่านเจ้าชายอสูร ขอบคุณจริงๆครับ”

 

 ที่ด้านล่าง เชสเดินลงจากเวทีแบบสบายๆ ก่อนจะมานั่งข้างๆลิลินกับวินดี้ในที่พักนักสู้ เพื่อรอการต่อสู้รอบต่อไปที่จะเริ่มในอีกไม่นานนี้

“โห พี่เชสเก่งมากๆเลยครับ เร็วจนผมมองแทบไม่ทันเลย”

วินดี้คุยกับเชสด้วยสายตาเป็นประกาย ตอนที่เชสอยู่บนเวทีนั้นเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวเหมือนกับเงาไม่มีผิด และเข้าหลอกล่อคู่ต่อสู้จนทางไม่ถูก ก่อนจะเผด็จศึกด้วยการกระแทกอาวุธในมือของอีกฝ่ายให้กระเด็นไป

“ไม่หรอกครับ พี่ยังต้องฝึกอีกมาก”

ปีศาจหนุ่มยิ้มก่อนจะโบกมือไปมา ถึงแม้ว่าพูดถ่อมตัวอยู่ก็ตามแต่ก็แอบมั่นใจในฝีมือของตัวเองอยู่ไม่น้อย ตอนนี้เงินของเขาเพิ่มเป็น 1 ล้าน 2 แสนเหรียญ แล้วถ้าชนะอีกสองครั้งก็จะกลายเป็น 30ล้าน ซึ่งพอที่จะใช้ซื้อโบสถ์กลับมาและเป็นค่าอาหารให้เด็กๆได้อีกนาน ก่อนจะมองไปทางนางฟ้าสาวและถามความเห็น

“การต่อสู้เมื่อครู่นี้ผมเป็นยังไงบ้างครับ”

“การเคลื่อนไหวที่สูญเปล่ามากเกินไป เชสไม่เหมาะกับอาวุธประเภทนั้น”

ลิลินตอบขณะที่หันไปมองอีกฝ่าย แม้ว่าเธอจะเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องของโลกภายนอกสักเท่าไหร่ แต่เธอถนัดการต่อสู้ทุกชนิดมาก ซึ่งการวิเคราะห์ของเธอก็ทำให้เชสถึงกับทึ่ง เนื่องจากอาวุธจริงๆของเขานั้นเป็นปืนคู่ เพราะมันเกื้อหนุนลักษณะเฉพาะของเผ่าผู้ย่ำเงาของเขา

“ขอเชิญนักสู้ขึ้นบนเวทีเลยได้เลยครับ”

ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงของโฆษกก็ประกาศเรียกให้ขึ้นไปบนเวที ไม่นานเชสก็เห็นคู่ต่อสู้ของเขา มันเป็นอสูรที่มีลักษณะเหมือนมิโนทอร์ในตำนานของมนุษย์ไม่ผิดเพี้ยน หัวเป็นวัวที่มีเขายาวออกมาด้านข้าง ตัวเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่มีความสูงเกิน 2 เมตรไปเล็กน้อย ในมือถือขวานสองคมขนาดใหญ่สีเงินแวววับ พ่นลมหายใจออกมาถี่ๆด้วยความฉุนเฉียวอย่างไร้สาเหตุ จนดูน่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่า

“นี่มันอะไรกัน”

เชสมองคู่ต่อสู้ของเขาด้วยความสงสัย เขาจำได้ว่าในรายชื่อของศัตรูที่ต้องเจอนั้นไม่มีเจ้าตัวนี้อยู่อย่างแน่นอน เนื่องจากมีดเล็กๆในมือของเขาจะไปทำร้ายมิโนทอร์อสูรสงครามที่มีผิวหนาได้อย่างไร ถ้าเขารู้ว่าต้องสู้กับเจ้าตัวนี้ตั้งแต่แรก ก็คงไม่วางเงินเดิมพันทั้งหมดแน่นอน นี่คงต้องเป็นกลโกงของทางคอลอสเซี่ยมแน่

พรึ่บ พรึ่บ

“เมื่อสักครู่นี้ผู้ชมบางส่วนบอกว่าเวทีของเรามืดเกินไปจึงทำให้มองเห็นการต่อสู้ไม่ถนัด ทางคอลอสเซี่ยมของเราจึงขอเพิ่มไฟนะครับ”

แสงไฟจำนวนมากถูกส่องขึ้นมาบนเวที ซึ่งเป็นผลเสียกับเชสที่เป็นเผ่าผู้ย่ำเงามาก เพราะตาของเขาสู้แสงมากๆไม่ได้จนต้องหรี่ตาลงจนภาพข้างหน้าพร่ามัว ในขณะที่มิโนทอร์ที่กำลังวิ่งเข้ามาโจมตีในทันทีที่สิ้นเสียงสัญญาณ

ตูม !!

ร่างของเชสกระเด็นไปตามแรงขวิดมหาศาล จนเข้าไปกระแทกกับเชือกที่ขึงเอาไว้ขอบเวที การจัดสภาพแวดล้อมแบบนี้เป็นผลเสียต่อเขาจนเกินไป แสดงว่าต้องเป็นแผนของใครสักคนแน่นอน

“พี่เชส สู้เขานะครับ อย่ายอมแพ้นะครับ”

วินดี้ที่เห็นปีศาจหนุ่มกำลังเสียเปรียบก็ตะโกนเชียร์สุดเสียง ต่างจากนักพนันคนอื่นๆที่ส่งเสียงเชียร์มิโนทอร์ ด้านเชสก็หันมายิ้มให้เด็กหนุ่มก่อนจะวิ่งเข้าไปหาศัตรูของเขาต่อ ด้วยอาวุธของเขาแล้วการเข้าประชิดตัวอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ส่วนด้านลิลินก็นั่งมองวินดี้ด้วยความแปลกใจ

“วินดี้กำลังทำอะไร”

เธอไม่ได้สนใจการต่อสู้ที่อยู่บนเวทีแม้แต่น้อย แต่กลับสนใจว่าเด็กหนุ่มจะสั่งให้เชสสู้และไม่ยอมแพ้ทำไมมากกว่า

“เชียร์พี่เชสไงล่ะครับ ถ้าทำแบบนี้พี่เขาจะได้มีกำลังใจแล้วชนะได้”

นางฟ้าสาวมองนิ่งไปทางอีกฝ่าย ก่อนจะเริ่มอธิบายความคิดของเธอ

“เชสไม่มีทางเอาชนะการต่อสู้ครั้งนี้ได้เลย การที่สั่งให้เขาไม่ยอมแพ้นั้นอาจทำให้เขาเสียชีวิตได้”

ลิลินกล่าวโดยไม่ละสายตาจากเวทีแล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่อาจจะทำให้เชสตายได้ เธอก็จะเข้าไปแทรกระหว่างการต่อสู้ทันที ข้อแลกเปลี่ยนระหว่างเธอกับเชสเป็นเรื่องที่เธอให้ความสำคัญมากที่สุด

ระหว่างนั้นเองสถานการณ์ของเชสก็แย่มาก แม้เขาจะพอหลบการโจมตีส่วนใหญ่ของมิโนทอร์ได้ แต่ก็ไม่สามารถโจมตีใส่อีกฝ่ายได้เลย แม้จะรู้ดีว่าควรโจมตีตรงไหนก็ตาม แต่ด้วยในสถาพตอนนี้การโจมตีที่ดวงตาหรือใบหน้าของอีกฝ่ายก็ดูจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว

ไม่นานตามตัวของเขาก็มีรอยซ้ำปรากฏขึ้นเต็มตัวไปหมด เนื่องจากยิ่งการต่อสู้ยิ่งยืดเยื้อเท่าไหร่ ความเหนื่อยอ่อนก็ยิ่งทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ช้าลงเท่านั้น

“เชส...”

นางฟ้าสาวมองปีศาจหนุ่มที่กำลังบาดเจ็บอยู่ด้วยความแปลกใจ เธอรู้ดีว่ายังไม่ถึงจุดที่เธอควรเข้าไปหยุดการต่อสู้ครั้งนี้ แต่เธอกลับเกิดความต้องการเข้าไปช่วยเขาทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาอันสมควร เมื่อมองไปยังอาการบาดเจ็บของอีกฝ่าย ภายในหน้าอกของเธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างหนักอึ้งอยู่ในนั้น ที่กดทับหน้าอกของเธอไว้จนหายใจได้ลำบาก

มันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากสิ่งที่เรียกว่าความสุขมาก ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าเชสไม่มีทางเขาชนะอสูรสงครามนั่นได้ก็ตาม แต่ก็ไม่ต้องการเห็นเขาแพ้เช่นกัน ลิลินจึงหันไปถามเด็กหนุ่มที่กำลังตะโกนเชียร์คนบนเวที

“วินดี้ ถ้าเราทำสิ่งที่เรียกว่าการเชียร์แล้ว เชสจะชนะอย่างงั้นหรือ”

“ใช่แล้วครับ ยิ่งมีคนเชียร์เยอะ พี่เชสก็จะมีกำลังใจและเอาชนะศัตรูได้ยังไงล่ะครับ”

วินดี้ตอบก่อนจะหันไปเชียร์เชสต่อสุดแรง เพราะคิดว่าคงเป็นการตอบแทนที่ชายหนุ่มต่อสู้เพื่อโบสถ์ของเขาได้ดีที่สุดแล้ว ด้านลิลินที่ไม่เข้าใจว่ากำลังใจคืออะไร แต่ก็ประมวลผลออกมาว่าในเวลานี้สิ่งที่เธอทำได้คงมีแต่การเชียร์เท่านั้น ทำให้เธอเลียนแบบท่าทางของวินดี้เหมือนโดยไม่ผิดเพี้ยน

นางฟ้าสาวยืนขึ้นก่อนจะชูมือซ้ายขึ้นฟ้าและมือขวาป้องปากเอาไว้ ก่อนจะตะโกนด้วยเสียงไร้อารมณ์ของเธอ

“เชส สู้ อย่ายอมแพ้”

“เสียงของลิลิน เธอ...เชียร์อย่างนั้นเหรอ”

เชสที่หลบการโจมตีไปมาอยู่บนเวที ได้ยินเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของนางฟ้าสาว ที่ไม่ว่าใครถ้าได้ยินไปครั้งหนึ่งแล้วจะไม่ลืมอย่างแน่นอน เสียงที่เพราะราวกับกระดิ่งเงินยามต้องลม แต่กลับไร้อารมณ์และราบเรียบราวกับเครื่องจักร เขาดีใจเหลือเกินที่เธอเชียร์เขาด้วย ทำให้ชายหนุ่มฮึดสู้ขึ้นมาจนลืมอากาศบาดเจ็บหรือสภาพที่ค่อนข้างลำบากของตัวเอง

“ย้าก...!!!

ปีศาจหนุ่มพุ่งเข้าหาอสูรวัวด้วยความเร็วที่ลิลินเองก็ยังแปลกใจ เนื่องจากสภาพของเขาตอนนี้ไม่น่าจะเคลื่อนไหวได้ขนาดนั้น ทำให้เธอคิดว่าบางทีนี่อาจจะเป็นผลจากกำลังใจที่วินดี้บอกก็ได้ เมื่อเชสเข้าประชิดอีกฝ่ายมิโนทอร์ก็ฟันขวานของมันเข้าใส่เขาราวกับสายฟ้าฟาด

แคร๊ง !!!

มีดสั้นของเชสกระเด็นขึ้นฟ้าจากแรงมหาศาล แต่เห็นได้ชัดว่าเขาจงใจปล่อยมือจากมันเอง ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าไปพัวพันปีนไปบนตัวของกระทิงยักษ์อย่างรวดเร็ว และแทงมีดในมือใส่หัวใหล่ของศัตรูอย่างรวดเร็ว แต่ทว่ามิโนทอร์กลับหมุนตัวอย่างแรงจนเขาตกลงมา ทำให้ปีศาจหนุ่มต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าอสูรวัวตัวใหญ่พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบพ้น

ตูม !!!

แก้งแก้งแก้ง

เสียงการปะทะดังลั่นตามมาด้วยเสียงระฆังที่บอกว่าการต่อสู้นั้นจบแล้ว เป็นเชสที่กระเด็นตกเวทีไปและถูกปรับแพ้ไปที่สุด นางฟ้าสาวหันกลับมามองวินดี้ที่กำลังทำหน้าเจื่อนอยู่ ก่อนจะถามเขาด้วยความสงสัยที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับพูดไม่ออก

“เชียร์แล้วไม่เห็นชนะเลย...”

 

เชสที่กระเด็นตกจากเวทีจนสลบ ตื่นขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็ว เขากะพริบตาถี่ๆเพื่อให้สายตาของเขาปรับสภาพกับแสงจ้ากะทันหันได้ เนื่องจากอะไรที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นเจิดจ้าเหลือเกิน ไม่นานก็พบว่าสิ่งนั้นคือใบหน้าของลิลินที่ก้มมามองหน้าเขา ทำให้รู้สึกตัวว่าเขากำลังนอนอยู่บนเก้าอี้ข้าวเวที โดยหัวของเขานอนอยู่บนตักของนางฟ้าสาว อันเป็นเหตุให้เขารีบเด้งตัวขึ้นมาทันที

“เหวอ...ผมขอโทษครับ...อ่ะ จริงสิ ผมแพ้แล้วนี่นา”

ปีศาจหนุ่มรีบขอโทษลิลินที่โยกหลบหัวของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะนิ่งไปพักใหญ่และจำได้ว่าเขาแพ้การต่อสู้แล้ว  นั่นหมายความว่าเขาเสียเงินรางวัลทั้งหมดไปแล้ว เมื่อคิดถึงตอนที่ทำเท่ว่าจะชนะก็ทำให้เขานั่งคอตกในทันที

“พี่เชสไม่เป็นอะไรหรอกครับ มันต้องมีวิธีอื่นแน่ๆ”

วินดี้เข้ามานั่งอีกข้างของเชสและเริ่มปลอบใจอีกฝ่าย ซึ่งเชสก็ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาเนื่องจากแม้จะมีวิธีอื่นก็ตามแต่ด้วยเงื่อนไขเวลาแล้วไม่น่าจะทำได้ทัน

ทันใดนั้นจอโทรศัพท์ขนาดใหญ่หน้าจอที่ถูกผูกติดกันอยู่เหนือเวที ก็ฉายภาพของชายร่างอ้วนที่นั่งอยู่บนชั้นพิเศษที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง

“สวัสดีครับ ผมอาร์มันนี่ เจ้าของคอลอสเซี่ยมแห่งนี้ แหม...น่าเสียดายจังนะครับที่การต่อสู้เมื่อสักครู่นี้ฝ่ายสีดำเป็นฝ่ายแพ้ไป แต่เนื่องจากแขกกิตติมศักดิ์ของเราประทับใจการต่อสู้มากจึงยื่นเงื่อนไขที่จะให้โอกาสพวกคุณอีกครั้งครับ”

จากนั้นกล้องก็ซูมไปยังลิลินที่นั่งอยู่ ภาพของหญิงสาวที่สวยจนคนดูต่างหัวใจเกือบหยุดเต้นถูกฉายขึ้นหน้าจอ ที่ทำให้คนที่นั่งอยู่ในสนามต่างสังเกตว่าผู้หญิงที่มาเชียร์นักสู้สีดำเมื่อกี้สวยมากจริงๆ ใบหน้าไร้อารมณ์ที่ดูเหมือนเย่อหยิ่งของเธอทำให้ดูน่ามองมากยิ่งขึ้น

“แขกกิตติมศักดิ์ของเราขอจ่ายเงินเดิมพันที่เสียไปแทน ทำให้นักสู้สีดำได้รับสิทธิ์แก้ตัวอีกครั้งครับ แต่ว่าถ้าเกิดแพ้อีกทีละก็ สาวสวยท่านนี้ต้องมาอยู่กับทางเรา ไม่ทราบว่านักสู้สีดำยอมรับเงื่อนไขไหมครับ”

อาร์มันนี่ยื่นเงื่อนไขที่ทำให้คนดูทั้งสนามฮือฮา มีคนจำนวนไม่น้อยอยากจะจ่ายเงินเดิมพันแทนแขกที่ว่า เพื่อให้ได้ลุ้นสาวงามขนาดนี้มาครอบครอง แต่แขกกิตติมศักดิ์ของคอลอสเซี่ยมนี้ต้องเป็นคนที่มีอำนาจมากจริงๆ เพราะแค่มีเงินเพียงอย่างเดียวก็ใช่ว่าทำได้ทุกอย่าง

ทางด้านเชสก็ไม่จำเป็นต้องคิดมาก เนื่องจากเขาสิ้นสภาพที่จะต่อสู้ได้แล้ว แต่ถึงจะเป็นศึกที่เขามั่นใจว่าชนะแน่ๆ เขาก็ไม่มีวันเอาลิลินไปเป็นของเดิมพันเด็ดขาด เนื่องจากเธอไม่ใช่สิ่งของที่สามารถเอาไปวางที่ไหนก็ได้ ทำให้เขาตอบปฏิเสธในทันที

“ไม่เอาครับ ไม่เด็ดขาด”

ทันทีที่เชสตอบปฏิเสธผู้คนในสนามก็ต่างโห่ใส่เขา เนื่องจากไม่พอใจที่อดดูเรื่องสนุก ด้านนางฟ้าสาวที่กำลังนั่งคิดอยู่ คิดว่าภารกิจเสริมครั้งนี้คือการช่วยเหลือโบสถ์ของเชอร์รี่ซึ่งยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เนื่องจากเธอรับค่าตอบแทนเป็นที่พักและอาหารมาแล้ว ทำให้คิดว่าควรที่จะรับเงื่อนไขของอีกฝ่าย แต่เชสไม่อยู่ในสภาพที่ต่อสู้ได้ ดังนั้นแล้วเธอต้องเป็นคนขึ้นไปสู้เอง เธอมองไปทางตากล้องที่เดินเข้ามาถ่ายภาพของเธอใกล้ๆ

“ตอนนี้เชสไม่อยู่ในสภาพที่ต่อสู้ได้แล้ว เราจะเป็นคนขึ้นไปต่อสู้เอง ท่านจะยอมรับหรือไม่”

เสียงไร้อารมณ์ของลิลินนั้น เรียกเสียงฮือฮาได้ยิ่งกว่าตอนของเชสกับอาร์มันนี่รวมกันเสียอีก ผู้ชมต่างก็อยากเห็นสาวน้อยคนนี้ตอนต่อสู้เหลือเกิน จนมีใครสักคนที่ตะโกนว่า “ยอมรับ ยอมรับ” แล้วจากนั้นทั้งสนามก็ตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน อาร์มันนี่ที่หน้าซีดลงในทันทีส่งสัญญาณให้ถ่ายภาพไปทางอื่นและตัดเสียงไมค์ของเขาก่อน ก่อนจะหันไปหาซีลอนที่อยู่ข้างๆ

“ท่านซีลอนครับ ถ้าให้เธอสู้เองจะไหวเหรอครับ ผมกลัวว่าเอ่อ...เธออาจจะเสียหายได้นะครับ”

“หึหึหึ...ให้สู้ซะ คนที่ข้าเล็งเอาไว้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน”

เจ้าชายอสูรหัวเราะในลำคออย่างชั่วร้าย ก่อนจะหันไปมองจอภาพที่เอาแต่ฉายภาพของหญิงสาวที่ต้องตาเขาอยู่ เนื่องจากอยู่ไกลขนาดนี้ทำให้ไม่อาจสัมผัสถึงพลังของเธอได้ แต่การที่สีหน้าของเธอไม่เปลี่ยนไปเลยตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมานั้น ถ้าไม่เป็นคนที่ใจเย็นอย่างถึงที่สุด ก็ต้องเป็นคนที่เชี่ยวชาญการต่อสู้อย่างถึงที่สุดแน่นอน

“แขกกิตติมศักดิ์ของเขาอนุญาตครับ ขอเชิญสาวงามผมทองขึ้นบนเวทีได้เลย หวังว่าอสูรสงครามของเราจะออมมือให้เธอบ้างนะ ฮ่าฮ่าฮ่า...”

จากนั้นไม่นานอาร์มันนี่ก็ประกาศเรื่องที่ทำให้ผู้ชมต่างเฮกันลั่น ก่อนจะหัวเราะให้กับมุขของชายร่างท้วม คนที่ไม่พอใจก็คงมีแต่เชสที่นั่งหน้าเสียอยู่ เพราะเขาไม่อยากให้เธอต้องสู้ด้วยเลย ทำให้เชียร์นางฟ้าสาวความรู้สึกผิด

“เอ่อ...คุณตัดสินใจแล้วผมคงเปลี่ยนมันไม่ได้ สู้ๆนะครับ”

“พี่ลิลินสู้ๆนะครับ”

วินดี้ที่ไม่แน่ใจว่าสาวสวยที่ดูผอมบางอย่างลิลินนั้น จะสู้กับอสูรวัวถึกได้รึเปล่าส่งเสียงเชียร์ด้วยน้ำเสียงปนความหวาดหวั่นปนอยู่เล็กน้อย

“รอตรงนี้อย่าไปไหน เสร็จจากการต่อสู้นี้แล้ว เราจะรักษาเชสเอง”

ลิลินหันมามองเชสกับวินดี้ที่นั่งข้างๆกันอยู่ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนเวทีท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนดู เธอชักอาวุธออกมาจากความว่างเปล่า มันเป็นดาบยาวสีเงินทั้งเล่ม ที่มีใบดาบเล็กและแหลมมากแบบที่มนุษย์เรียกว่าดาบแบบเรเปียร์ ซึ่งถ้านับจริงๆแล้วเป็นอาวุธที่ไม่เหมาะกับการสู้กับอสูรสงครามมากกว่ามีดของเชสเสียอีก

เมื่อนางฟ้าสาวขึ้นไปบนเวที มิโนทอร์ก็พุ่งเข้าใส่เธอทันทีก่อนจะเหวี่ยงขวานสองคมอันใหญ่ของมันนำมา ลิลินเคลื่อนตัวไปทางขวา และยกดาบในมือขึ้นรับการโจมตีอันหนักหน่วงโดยที่ปลายดาบชี้ลงพื้น ที่นับว่าเป็นท่ารับที่พิสดารเป็นอย่างยิ่ง

ประกายไฟจำนวนมากออกมาจากจุดปะทะของอาวุธ ก่อนที่ขวานขนาดใหญ่จะไหลลงไปตามใบดาบที่ชี้ลงดิน ในขณะที่ดาบนั้นโค้งงอตามแรงกดมหาศาลเหมือนกับต้นหญ้าที่ลู่ตามลม และเมื่อขวานถูกเบี่ยงปักลงบนพื้น

ควับ !!!

นางฟ้าสาวก็พุ่งไปด้านหน้าในขณะที่สะบัดดาบของเธอเข้าใส่ศัตรูไปด้วย เมื่อความเร็วของเธอรวมกับความเร็วของใบดาบที่ดีดกลับมาจากสภาพที่โค้งงอแล้ว ผู้ชมที่มองอยู่รอบข้างก็เห็นเพียงเส้นสีเงินที่วาดผ่านแขนข้างหนึ่งของมิโนทอร์เท่านั้น

พริบตาต่อมาเลือดสีแดงของอสูรวัวตัวใหญ่ก็พุ่งออกมาจากบาดแผลลึกที่แขน ในขณะที่สาวสวยผมสีทองยืนดูศัตรูของเธอด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

“บังอาจ...!!!

มิโนทอร์ส่งเสียงคำรามออกมาเสียงดังก่อนจะวิ่งเข้าหาลิลินอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิมการโจมตีของมันพลาดเป้า และถูกฟันเข้าที่สีข้าวอย่างจัง มันคลั่งมากขึ้นจนลืมความเจ็บปวดทั้งหมด และพยายามเข้าโจมตีใส่สาวน้อยอย่างสุดชีวิตซ้ำไปมา

เวลาแห่งการต่อสู้ผ่านไปเสียงเชียร์จากผู้ชมเงียบไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ ทุกคนต่างมองการต่อสู้บนเวทีตาไม่กะพริบ แม้แต่ซีลอนที่อยู่บนชั้นพิเศษเองก็ลุกขึ้นมายืนติดกับกระจกด้านหน้า สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่แต่บนร่างของหญิงสาวที่ต่อสู้อยู่บนเวที

ผมสีทองยาวเป็นประกายสะบัดไปมาราวกับมีชีวิต ตามเรือนร่างโค้งมนใต้เสื้อคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ที่เคลื่อนไหวหลบการโจมตีอันหนักหน่วงตรงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ใบดาบสีเงินถูกวาดไปในอากาศผ่านผิวหนังหนาของอสูรวัวสงครามตัวใหญ่อย่างเฉียบขาด เลือดจำนวนจากย้อมจนเวทีกลายเป็นสีแดง ที่บนนั้นมีเพียงรอยเท้าเล็กๆที่เพิ่งย่ำผ่านมันไปเท่านั้น

ในที่สุดมิโนทอร์ก็ล้มลงแทบเท้าของลิลิน ที่ตลอดการต่อสู้ที่ดูราวกับงานศิลปะครั้งนี้ไม่แสดงสีหน้าอื่นนอกจากไร้อารมณ์ออกมาเลย นั่นยิ่งขับเน้นความลึบลับ ความสวยงาม ความน่าหลงใหลของเธอได้หลายเท่าทวีคูณ การต่อสู้จบลงไปแล้วพักใหญ่ กรรมการที่ทำหน้าที่ตัดสินถึงตีระฆังเป็นสัญญาณการสิ้นสุดการต่อสู้

แกร็งแกร็งแกร็ง
-----------------------------------------
ส่วนที่เหลือของเล่ม 1 ขออนุญาตลบนะครับ T^T ตามนโยบายของ สำนักพิมพ์ครับ
-----------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #260 watch012 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:38
    ไรเตอร์ ร้ายกาจจริงๆ ทำเราติดเรื่องนี้งอมแงมเลย
    #260
    0
  2. #145 qazz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 07:58
    ยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #145
    0
  3. #144 qazz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 07:58
    ยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #144
    0
  4. #64 tranatos (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 20:02
     ลองอ่านเล่นๆ แต่ดันติดอ่ะ มาต่อไวๆนะครับ
    #64
    0
  5. #62 Black Dragon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2555 / 20:43
    เชสนิสัยดีมากเลย แล้วลิลินก็เริ่มรู้เรื่องกะเขาบ้างแล้วเนอะ
    อยากอ่านตอนต่อไปจาง
    #62
    0
  6. #60 Fateจัง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 13:02
     งืมๆ อ่านต่อๆ
    #60
    0
  7. #59 MinZ@ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2555 / 22:38
    ดีจัง  ลิลินค่อยๆเรียนรู้ไปเรื่อยๆ
    แต่เชสนี่เป็นเผ่าปีศาจที่ใจดีจริงๆ
    #59
    0
  8. #58 logan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 20:49
    สนุกมากสู้ สู้^^
    #58
    0
  9. #57 Love_sosi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2554 / 13:28
    รออยู่นะครับ
    #57
    0
  10. #56 Дdiemuś (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 00:01
    ยาวนานก็จะรอ ตอนต่อไป... อุอุอุ
    #56
    0
  11. #55 ILC-Pam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 09:59
     ว๊าววว...จะเป็นยังไงต่อน๊อออ
    #55
    0
  12. #54 chonma (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 09:29
    หนุกดีแต่มีข้อคิดเยอะไป ถ้าแทรกทีละเล็กละน้อยน่าจะหนุกกว่านี้ 
    #54
    0
  13. #53 Θάνατος (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 20:32
    ขอบคุณนะครับ
    #53
    0
  14. #52 Lnwlord009 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 20:21
     ไรเตอร์พเรื่องนี้บ่อยๆน้าแต่ต้องน้อยกว่าเมอบี้นะ
    #52
    0
  15. #51 FakeDevil (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 19:09
    ชอบเรื่องนี้มากกว่าเมอบี้อีก ผิดไม๊นะ >
    #51
    0
  16. #50 รัตติกาลสีแดงดำ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 17:18
    thankyou
    #50
    0