Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 42 : การกลับมาของนางฟ้าปีกพิสุทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    4 เม.ย. 56

“ลิลิน คุณคือลิลินใช่ไหม”

เชสมองนางฟ้าตรงหน้าอย่างตกใจ ตอนนี้เธอดูต่างจากเดิมมากจากสาวสวยที่ดูเย็นชาไร้อารมณ์ กลายเป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่ดูยั่วยวนอย่างแปลกประหลาด คงจะเป็นเพราะชุดของเธอที่ได้รับอิทธิพลจากพลังงานแห่งความมืดจึงออกมาแบบนี้ แม้จากน้ำเสียงไร้อารมณ์อันเป็นเอกลักษณ์ก็ทำให้เขาแน่ใจแล้วว่า นางฟ้าปีกสีดำตรงหน้าเป็นคนคนเดียวกับที่เขาเคยรู้จักก็ตาม แต่ก็ถามอีกครั้งเพื่อความแน่นอน

“ใช่ เราคือลิลิน แอล ดิแองเจิ้ล”

นางฟ้าสาวประกาศชื่อตัวเองออกมา ที่ทำให้เหล่าปีศาจที่ยืนดูอยู่ต่างส่งเสียงฮือฮาออกมา เพราะไอที่ออกจากร่างของลิลินในตอนนี้เป็นพลังแห่งความมืดไม่ต้องสงสัย

“พี่ลิลิน พี่เป็นยังไงบ้างครับ แล้วปีกนั่นมายังไง”

วินดี้เดินเข้าไปหาลิลินอย่างช้าๆ ก่อนจะชี้ไปที่ปีกสีดำที่ดูโดดเด่น และงดงามไม่แพ้ปีกสีขาวของเธอก่อนหน้านี้เลย

“ปีก...เหรอ...”

เธอตอบอย่างช้าๆก่อนจะหันไปมองทางด้านซ้าย ความรู้สึกเคยชินครั้งที่ยังมีปีกสีขาวทำให้เธอยื่นปีกของตัวเองมาด้านหน้า ดวงตาทั้งสองข้างของลิลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะลูบปีกข้างนี้ไปมาอย่างคิดถึง ปีกสีดำนี้มีลักษณะและสัมผัสเหมือนปีกสีขาวของเธอไม่ผิดเพี้ยน

ประสาทสัมผัสด้านเวทมนตร์ของเธอ ไม่ถูกกวนด้วยพลังแห่งความมืดอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกหนักอึ้งที่มีมาตลอดขณะอยู่ในมหาภพแห่งความมืดหายไปอย่างสิ้นเชิง กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่พลังถูกเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา เหมือนอยู่ในมหาภพแห่งแสง

“ศัตรู กำลังมาจากทางนั้น”

ลิลินเงยหน้าขึ้นก่อนจะชี้ไปทางประตูเมือง เนื่องจากสัมผัสได้ถึงพลังจำนวนมากที่กำลังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่เธอพูดไม่นาน เกรย์ก็วิ่งมาอย่างกระหืดกระหอบ...

“แย่แล้วครับ พวกอสูรมันกลับมาอีกครั้งแล้ว แล้วความมืด...ทั้งหมด...หายไปแล้วครับ”

“อืม...ยังไงก็ต้องไปสู้ อีกนิดราชาปีศาจก็จะมาถึงแล้ว”

ฮาวน์ลิ่งกัดฟันยืนขึ้นอย่างช้าๆด้วยความเจ็บปวด ตอนนี้แม้จะมีคนเจ็บเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ตอนนี้เขาคิดว่าเรื่องร้ายๆได้ผ่านไปแล้ว เพราะนางฟ้าสาวได้พลังกลับคืนมา ก่อนจะหันกลับไปมองเธอเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเวทมนตร์ที่ล้นเอ่อออกมา

แว่บ...

อาวุธประจำตัวของนางฟ้าสาวปรากฏขึ้นจากอากาศที่ว่างเปล่า มันคือเคียวขนาดใหญ่ที่สูงกว่าตัวเธอเล็กน้อย ใบเคียวที่เคยเป็นสีขาวประดับทองนั้น มีกลายเป็นสีดำประดับสีทองไปแล้ว เพียงแค่ลิลินสะบัดมันเบาๆ ใบเคียวก็แยกออกจากกันและรวมตัวกันใหม่เป็นคทาเวทมนตร์ ที่หัวคทามีลักษณ์คล้ายปีกนก

“พี่ลิลิน..พลังของพี่...”

ชาร์ล็อตหยุดยืนดูภาพตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น แม้จะไม่เท่าที่เคยมีก็ตาม แต่ตอนนี้ทั้งร่างของลิลินเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอีกครั้ง เมื่อนางฟ้าสาวกระแทกคทาของเธอลงกับพื้น วงเวทขนาดใหญ่ก็ขยายออกอย่างรวดเร็วกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้าน และเมื่อเธอกระแทกคทาลงอีกที ก็มีละอองแสงสีดำเป็นประกายลอยขึ้นมาจากพื้น

“นี่มัน...เวทมนตร์รักษา”

ฮาวน์ลิ่งกล่าวอย่างตกตะลึง เมื่อแผนของเขาค่อยๆหายไปหลังจากโดนละอองแสงพวกนี้ ซึ่งหมายความได้อย่างเดียว สิ่งนี้ทำให้เขาทึ่งมากเพราะปกติแล้วพลังแห่งความมืดจะไม่สามารถนำมาใช้เป็นเวทรักษาได้ แต่ลิลินคนนี้กลับทำได้ ซึ่งด้วยเวทมนตร์บทนี้เอง ทำให้เหล่าปีศาจที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ต่างก็หายดีในพริบตา สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนมาก

“ดีล่ะ ทุกคนเข้าประจำที่ เอาให้พวกอสูรหนีหางจุกตูดไปเลย เทพธิดาแห่งชัยชนะอยู่ข้างเดียวกับพวกเราจะต้องกลัวอะไรอีก”

ปีศาจชราปลุกให้ปีศาจทุกคนที่มาร่วมต่อสู้ฮึกเหิมขึ้น ซึ่งพวกเขาก็เห็นแล้วว่าลิลินที่อยู่ข้างเดียวกับพวกเขามีพลังมากเพียงไร จึงต่างก็ส่งเสียงขานรับเสียงดังเพื่อเตรียมทำสงครามต่อ แต่ก่อนที่ทุกคนจะไปไหน ก็ต้องหันกลับมาเสียก่อน

พรึ่บ...!!!

ปีกสีดำสนิทกางออกกว้างก่อนจะเปล่งแสงสีดำออกมาจางๆ ทำให้เหล่าปีศาจที่มองอยู่ต่างมองอย่างตกตะลึง ปีกนั้นมีขนนกสีดำเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ลักษณะของมันงามสง่าอย่างไร้ที่ติ ราวกับนางฟ้าผู้ได้รับความรักจากพลังแห่งแสงสว่างมากกว่าใคร จนปีศาจชราคนหนึ่งพูดชื่อที่แทบไม่มีคนรู้จักออกมา

“นางฟ้าปีกพิสุทธิ์”

 

ไกลจากกำแพงสูงของหมู่บ้านผู้ย่ำเงา อสูรแพะกับอสูรจระเข้ที่ยืนคู่กันอยู่บนเนินดินสูง กำลังมองกองทัพอสูรเกือบๆ 5,000 ตนกำลังวิ่งโจมตีเข้าใส่เป้าหมายที่ไม่มีความมืดคอยปิดบังที่สองข้างทางอีกแล้ว

“เอิร์ลเกรย์ แบบนี้นางฟ้าพิสุทธิ์จะไม่ตายก่อนเหรอ อสูรต้องโทษพวกนี้ควบคุมไม่ได้เลยนะ”

อสูรจระเข้พูดกับเพื่อนของเขาอย่างเป็นกังวล พวกเขารู้ดีว่าเป้าหมายของการโจมตีอาณาจักรปีศาจครั้งนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการจับตัวนางฟ้าพิสุทธิ์ให้ได้ก่อน โดยอสูรต้องโทษที่พวกเขาส่งไปโจมตีหมู่บ้านนั้น คืออสูรที่ต้องโทษร้ายแรงและมีนิสัยชอบการฆ่าฟันมากเสียจนอยู่ร่วมกับอสูรตนอื่นไม่ได้ นอกจากฝีมือการต่อสู้ที่ดิบเถื่อนแล้ว ยังมีความกระหายเลือดอย่างมากด้วย เขาจึงคิดว่าพวกมันน่าจะถล่มหมู่บ้านเล็กๆและฆ่าทุกสิ่งไม่มีเหลือ

“เราได้แต่เชื่อราชาของเราเท่านั้น ท่านสั่งเราก็ต้องทำ”

เอิร์ลเกรย์ตอบเพื่อนของเขา ขณะหรี่ตาลง เมื่อสักครู่ในหมู่บ้านมีปีศาจที่มีพลังแห่งความมืดมหาศาลปรากฏตัวขึ้นก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาคิดว่าอีกฝ่ายคงเก็บพลังของตัวเองไปแล้ว ถ้าไม่ใช่ผู้ย่ำเงาที่มีพลังมหาศาลนั่น ก็คงต้องเป็นราชาปีศาจอย่างแน่นอน

“หึ !!! ไม่รู้ว่าทำไมท่านราชาถึงหลงนางฟ้านั่นนัก ถ้าตายไปการครองมหาภพแห่งความมืดคงเร็วกว่านี้”

อูหลงส่ายหน้าไปมา จริงๆแล้วพวกเขาควรใช้อสูรต้องโทษเหล่านี้โจมตีเมืองนี้ตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ เพราะอสูรกลุ่มนี้จะโจมตีโดยไม่สนกการป้องกันตัวเอง ทำให้ฆ่าศัตรูได้เร็วกว่าเหล่าราชองครักษ์มาก ทว่าซีลอนกลับให้พวกเขาไปสู้เพื่อถ่วงเวลาเอาไว้ส่วนตัวเองเดินทางไปเพื่อหาตัวนางฟ้าสาวมาก่อน แต่ในตอนนั้นเองพวกเขาก็เห็นแสงสีดำพุ่งข้ามกำแพงหมู่บ้านมา

“นั่นมัน...อะไรน่ะ...น่ะ...นางฟ้าปีกสีดำเหรอ”

ทั้งสองมองด้วยความสงสัย ก่อนจะตกใจจนอ้าปากค้าง เมื่อแสงนั้นคือสาวสวยที่มีปีกอยู่กลางหลัง พวกเขารู้ว่าฝ่ายปีศาจมีเผ่าเทพอยู่ด้วยจึงไม่ตกใจในเรื่องนี้มากนัก แต่เรื่องที่พวกเขาตกใจมากนั่น คือปีกที่กลางหลังของอีกฝ่ายเป็นสีดำสนิท ที่ไม่น่ามีเทพคนไหนมีได้อย่างเด็ดขาด จากนั้นร่างของเธอก็ลอยลงกับพื้นอย่างช้าๆ ตามมาด้วยผู้ย่ำเงาที่ออกมาจากเงาของเธอพร้อมกับเด็กอีกสองคน

วู้ม...!!!

พลังเวทมนตร์จำนวนมหาศาลเปล่งออกมาจากนางฟ้าสาว จนเห็นแผ่นดินสะเทือนเป็นวงกลมขยายออกด้วยความรวดเร็ว เคียวขนาดใหญ่กว่าผู้ใหญ่ปรากฏขึ้นในมือของเธอก่อนที่ร่างของเธอจะหายไป ในชั่ววินาทีต่อมาร่างบางก็มาปรากฏอีกครั้งตรงหน้าของกองทัพอสูรที่อยู่ห่างจากกำแพงเมืองไปประมาณ 100 เมตร เคียวในมือของเธอเปล่งแสงสีดำออกมาขณะง้างไปด้านหลัง

ฉัวะ...!!!

เสียงของการฟันดังมาถึงจุดที่หัวหน้าราชองครักษ์ทั้งสองยืนอยู่ ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างเมื่อเป็นอสูรต้องโทษตายเป็นบริเวณกว้าง จากพลังที่เปล่งออกมาจากเคียวของนางฟ้าสาวจนดูราวกับมันยาวขึ้นหลายเท่า เป็นเหตุให้อสูรจำนวนมากเปลี่ยนวิธีเป็นโจมตีเธอด้วยเวทมนตร์และอาวุธระยะไกลของพวกเขาแทน แต่ทั้งหมดก็โดนหยุดเอาไว้ด้วยกำแพงแสงบางๆที่ปรากฏขึ้นในพริบตา

เธอป้องกันตัวอยู่กับที่แค่ประมาณ 2-3 วินาที ก่อนจะปล่อยลูกบอลสีดำสนิทกระจายเข้าใส่กลุ่มอสูรตรงหน้า และเกิดการระเบิดขนาดใหญ่เกิดขึ้น

“...เวทมนตร์หน่วงเวลา”

อสูรแพะพูดขึ้นช้าๆด้วยความตกตะลึง เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เวทมนตร์ที่รุนแรงขนาดนี้ได้ในเวลาอันสั้น นอกจากจะใช้เวทมนตร์หน่วยเวลาเข้าช่วย ซึ่งดูแล้วอีกฝ่ายสามารถใช้กำแพงป้องกันไปพร้อมๆกับเวทมนตร์อื่นได้ด้วย แล้วความรุนแรงของเวทมนตร์ก็ทำให้เหล่าอสูรหายเป็นวงกว้าง

หลังจากนั้นการสังหารหมู่ก็ยังดำเนินไปโดยนางฟ้าปีกดำ ที่ทุกครั้งที่เคียวของเธอถูกตวัดศีรษะของอสูรจำนวนมากก็จะหลุดออกจากบ่าในพริบตา เวทมนตร์ที่รุนแรงขนาดทำให้แผ่นดินสะเทือนถูกปล่อยออกมาไม่หยุด

 “เอิร์ลเกรย์ ข้าเข้าใจแล้ว ว่าทำไมราชาของเราถึงอยากได้นางฟ้าคนนี้เป็นราชินี”

อสูรจระเข้พูดกับเพื่อนของเขา ขณะที่ไม่อาจถอนสายตาออกมาจานางฟ้าสาว ที่ทุกการเคลื่อนไหวทุกท่าทางของเธอดูพลิ้วไหวอ่อนช้อย ปีกสีดำ ชุดที่ค่อนข้างเปิดเผย และรูปร่างหน้าตาสวยงามสมบูรณ์แบบทำให้ยากจะคิดว่าเธอกำลังต่อสู้กับอสูรต้องโทษจำนวนมากเพียงลำพังอยู่

“ใช่ ไม่มีใครเหมาะกับการเป็นราชินีอสูรเท่ากับนางฟ้าคนนั้นอีกแล้ว”

เอิร์ลเกรย์พยักหน้าเห็นด้วยกับอีกฝ่าย ขณะเก็บภาพของลิลินเข้าไว้ในความทรงจำให้มากที่สุด ถ้าจะมีใครสักที่เขายอมอยู่ใต้การปกครองนอกจากซีลอนแล้วล่ะก็ ก็ต้องเป็นนางฟ้าสาวที่สามารถสังหารศัตรูได้อย่างงดงามคนนี้
------------------------------
แต่งๆแล้วตันแฮะ แต่ตันไม่ได้ เพราะต้องรีบส่ง สนพ. -*-
------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #386 ZweiSeal (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 23:23
    เย ในที่สุดลิลินก็กลับมาแล้ว (อยากเห็นรูปลิลินในร่างนี้แฮะ)
    #386
    0
  2. #382 YasiaNaria (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 18:08
    งืมๆ ลิลินออกมาสู้คนเดียวเลยเหรอ
    #382
    0
  3. #381 น่องไก่ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 10:16
    สนุก ^_^
    #381
    0
  4. #380 Master Of Dragon Knight (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 10:08
    ลิลินสุดยอดดดดดดดดดดดด
    #380
    0
  5. #379 เอริก้า (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 07:05
    สู้่ๆนะไรเตอร์ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะเออ =w=
    #379
    0