Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 33 : หมู่บ้านผู้ย่ำเงา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 มี.ค. 56

ตอนที่ 35

หมู่บ้านผู้ย่ำเงา

 

“คะคะคะ....คนรักเหรอ ลิลินเหรอ เจ้าเป็นเผ่าเทพไม่ใช่หรือไง”

ชายชราพูดติดอ่างด้วยความตกใจ เขารู้เรื่องจากเชสมาแล้วว่ากำลังเดินทางกับเผ่าเทพคนหนึ่งอยู่ ซึ่งผู้หญิงตรงหน้าของเขาก็มีลักษณะตรงกับเผ่าเทพทุกอย่าง แม้จะเตรียมตัวมาตกใจแล้วก็ตาม แต่คำว่าคนรักก็ทำให้เขาแทบเป็นลมล้มทั้งยืนเลยทีเดียว

“ใช่เราคือเผ่าเทพ แล้วเป็นคนรักไม่ได้หรือ”

นางฟ้าสาวมองอีกฝ่ายกลับและถามด้วยความสงสัย ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครบอกเธอมาก่อนเลยว่าเผ่าเทพจะรักกับเผ่าปีศาจไม่ได้ ถ้าอ้างอิงจากวินดี้ที่มีพ่อเป็นมนุษย์หมาป่าและมีแม่เป็นมนุษย์แล้ว จะเผ่าไหนก็น่าจะรักกันได้

นั่นทำให้พ่อของเชสคิดได้ว่าถ้าทั้งสองไม่ใช่คนรักกันจริงๆคงไม่อุ้มกันมาแบบนั้น ถึงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ลูกของเขาหาคนรักได้ก็ตาม แต่ก็รู้สึกแปลกประหลาดไม่น้อยที่อีกฝ่ายเป็นเผ่าเทพ จึงต้องแบ่งรับแบ่งสู้เอาไว้ก่อน

“เอ่อ...อ่า...ข้าไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น เราเข้าไปคุยกันข้างในก่อนเถอะ”

“ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น แล้วหมายความว่ายังไง”

ลิลินถามอีกครั้ง เธอคิดว่าพ่อของเชสคล้ายเชสมากทั้งท่าทางและการพูด โดยเฉพาะการปฏิเสธด้วยการโบกมือไปมาเป็นพัลวันแบบนี้ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไปในหมู่บ้านผู้ย่ำเงา

 

หมู่บ้านผู้ย่ำเงาเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของมหาภพแห่งความมืด เนื่องจากเป็นที่ที่มีพลังแห่งความมืดอยู่มากที่สุด แต่ติดที่มีเพียงผู้ย่ำเงาเท่านั้นที่สามารถเดินทางในความมืดได้ ที่แห่งนี้จึงเป็นของพวกเขาไปโดนปริยาย ที่นี่มีบ้านอยู่กันประมาณ 200 หลังคาเรือน สร้างจากดินในบ่อโคลนมาอัดกันเป็นแผ่น และนำมาต่อกันเป็นบ้านทรงสี่เหลี่ยมหลากหลายแบบ ขนาดของหมู่บ้านใหญ่กว่าเมืองของแม่มดอยู่เล็กน้อย

“สะ..สวัสดีครับ คุณฮาวน์ลิ่ง นะ...นั่นใครเหรอครับ”

ผู้ย่ำเงาคนหนึ่งทักกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่กำลังเดินผ่าน ผู้หญิงที่เดินคู่มากับหัวหน้าเผ่าของเขาดูเปล่งประกายต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัดเจน ตามมาด้วยเปลที่มีเชสนอนอยู่บนนั้น

ในตอนแรกพวกเขากำลังเตรียมตัวอพยพเพื่อหนีภัยสงคราม ก่อนจะเปลี่ยนมาปักหลักอยู่ที่นี่ แต่จากการอธิบายของฮาวน์ลิ่ง ว่าควรรั้งศัตรูให้หยุดอยู่ที่นี่ จนมีกำลังจากทั้งองค์กรและอาณาจักรปีศาจมาสมทบ ก็จะชนะสงครามครั้งนี้ได้โดยเกิดความสูญเสียน้อยที่สุด

“อืม...เป็น...เพื่อนของเชสน่ะ”

ฮาวน์ลิ่งเข้าไปกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายเบาๆ ตลอดทางเขาเจอคนถามคำถามนี้เกิน 10 คนแล้ว ถ้าเขาตอบแบบนี้ให้นางฟ้าสาวได้ยินล่ะก็ เธอจะเข้าไปประกาศให้อีกฝ่ายฟังทันทีว่าเป็นคนรักของลูกชายของเขา และอีกฝ่ายก็จะทำหน้าตะลึงค้างอยู่แบบนั้น

“ออ...เพื่อนใช่ไหมครับ...ฮ่าฮ่าฮ่า”

ผู้ย่ำเงาคนนี้ยิ้มอย่างมีความนัยพร้อมกับชูนิ้วก้อยขึ้นมาให้ชายชราดู ทุกคนในเผ่ารู้ดีว่าหัวหน้าของพวกเขาเป็นคนขี้อายมาก โดยเฉพาะเรื่องรักๆใคร่ๆมักจะตอบเลี่ยงๆตลอด ก่อนจะหัวเราะออกมาเพราะใบหน้าของอีกฝ่ายกลายมีสีแดงปนขึ้นมาเล็กน้อย แล้วจึงเตรียมอาวุธปืนของเขาต่อไป

“ไอ้พวกนี้นี่ หวังว่าเจอพวกอสูรจะทำเก่งได้แบบนี้นะ”

หัวหน้าผู้ย่ำเงาทำท่าทางหงุดหงิดเพื่อแก้เขิน ก่อนจะเดินกลับไปรวมกลุ่มกับทุกคน โดยมีนางฟ้าสาวขี้สงสัยรออยู่แล้ว

“สิ่งนี้คืออะไร”

ลิลินถามพร้อมกับชูนิ้วก้อยเลียนแบบสิ่งที่เห็นมาเมื่อครู่ ที่ทำให้ชายชรารู้สึกปวดหัวไม่น้อยเพราะไม่รู้จะตอบยังไง ได้แต่คิดว่าทำไมเธอถึงได้ขี้สงสัยแบบนี้ จึงโยนภาระไปให้ลูกชายที่สลบอยู่ทันที

“ถามเชสจะได้คำตอบที่ดีแน่นอน”

“เข้าใจแล้ว”

นางฟ้าสาวพยักหน้าเป็นการรับทราบก่อนจะเดินตามไปไม่ห่าง ไม่นานก็มาถึงบ้านของเชสที่อยู่ไม่ไกลจากประตูที่เชื่อมต่อกับหุบเขาแห่งความมืดนัก โดยฮาวน์ลิ่งให้คนพาปีศาจหนุ่มไปนอนในห้องและตามหมอประจำหมู่บ้านมา ในระหว่างนั้นเอง

“นี่...คือเชสใช่ไหม”

ลิลินเดินเข้าไปหยิบรูปที่ตั้งอยู่ขึ้นมาดู มันเป็นรูปของเด็กผู้ชายอายุพอๆกับวินดี้ กำลังถือปลาปีศาจตัวใหญ่อยู่ ข้างๆกันมีคนที่หน้าตาเหมือนเชสยืนอยู่ข้างๆด้วย ซึ่งนิ้วของนางฟ้าสาวก็ชี้ไปทางคนคนนี้นั้นเอง

“นั่นข้าเอง ส่วนเชสก็เด็กข้างๆนั้นไง รูปนั่นถ่ายเอาไว้ตั้งแต่ที่แม่ของเชสยังอยู่เลย อา...กี่ร้อยปีมาแล้วนะ”

ใบหน้าของฮาวน์ลิ่งดูอ่อนโยนขึ้นทันทีที่เล่าเรื่องของลูกชายเขา ซึ่งลิลินก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ เพราะชีวิตของเชสดูต่างจากเธอมาก ตั้งแต่ที่จำความได้เธอก็อยู่กับหนังสือมาตลอด จะได้เจอเผ่าเทพคนอื่นบ้างก็มีแต่วิชาที่ต้องมีคนสอนเท่านั้น เมื่ออีกฝ่ายเล่าจบ เธอก็เดินไปหยิบอีกรูปมาถามชายชราบ้าง

“รูปนี้เป็นตอนที่เชสหัดเคลื่อนในเงาเป็นครั้งแรก มันดันไปโผล่ในกระโปรงของผู้หญิงซะได้ ฮ่าฮ่าฮ่า...ยังมีอีกนะหลังจากนั้นน่ะ...”

ชายชราเล่าต่ออย่างเมามันก่อนจะเดินไปหยิบอัลบั้มรูปที่ลงทุนส่งไปอัดภาพถึงในมหาภพแห่งเสียงออกมา และเริ่มเล่าเรื่องราวของลูกชายคนเดียวของเขาต่อไม่หยุด

 

“แล้วตอนนั้นนะ เชสก็ตกใจจนหงายหลังตกน้ำไปเลย”

“อิอิ เมื่อก่อนพี่เชสก็ซุ่มซ่ามเหมือนกันนะคะเนี่ย”

“ส่วนอันนี้เป็นตอนที่ยังฉี่รดที่นอนอยู่เลย ตลกดีใช่ไหมล่ะ”

“เอ่อ..ผมเลิกฉี่รดที่นอนตั้งแต่สามขวบแล้วนะครับ”

“ฉี่รดที่นอน เป็นปรากฏการณ์ปกติของร่างกาย แต่เราไม่เคยเป็น”

เสียงของคนจำนวน 3-4 คนปลุกให้เชสค่อยๆตื่นขึ้นมา ในห้องของเขาตอนนี้วินดี้ ชาร์ล็อต และลิลินกำลังนั่งล้อมวงดูอะไรบางอย่างอยู่ โดยมีพ่อของเขายืนอยู่กลางวงกำลังพูดอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ ในมือของเขามีรูปถ่ายที่ซีดจนกลายเป็นสีน้ำตาลอยู่ในมือด้วย รูปของเด็กผู้ชายที่ยืนร้องไห้อยู่หน้าที่นอนที่เปียกชุ่ม ทำให้เขาเด้งตัวขึ้นมาทันที

“พ่อ~~~!!! ไหนว่าจะไม่เอาอัลบั้มรูปพวกนี้ออกมาอีกแล้วไงครับ”

ปีศาจหนุ่มพุ่งตัวเข้าไปหมายจะแย่งสิ่งที่อยู่ในมือพ่อของเขาทันที เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเก็บสิ่งน่าอายแบบนั้นเอาไว้ด้วย แล้วยังเอามาโชว์ให้อีก แบบนี้เขาจะมองหน้าทุกคนได้อย่างไร

“ยังไม่ถึงทีเด็ดเลย รูปที่แกแก้ผ้าผูกผ้าคลุมแล้วปีนขึ้นไปบนหลังคาน่ะ”

ฮาวน์ลิ่งหลบมือของลูกชายเขาอย่างชำนาญพร้อมกับโฆษณาถึงตอนต่อไปอย่างร่าเริง ก่อนจะวิ่งออกไปนอกห้องและหนีคนที่ไล่ตามมาอย่างชำนาญ ก่อนจะมาจบในห้องเดิมอีกครั้ง แต่ตอนนี้อัลบั้มรูปได้ย้ายมาอยู่ในมือของเชสแล้ว

“แฮ่ก...แฮ่ก...ทุกคนไม่เห็นอะไรใช่ไหมครับ”

เชสกอดของในมือเอาไว้เพื่อกันไม่ให้พ่อของเขามาแย่งไปอีก ถ้ารูปสุดท้ายนั้นออกสู่สายตาของทุกคนแล้วล่ะก็ ทุกอย่างของเขาคงเป็นอันจบหมดแล้ว ก่อนจะเห็นว่าในมือของลิลินมีของบางอย่างอยู่ และวินดี้กับชาร์ล็อตก็กำลังดูสิ่งนั้นไปพร้อมๆกันด้วย

“เชส นี่เป็นสิ่งมีค่าของฮาวน์ลิ่งเก็บรักษาเอาไว้ดีๆ”

นางฟ้าสาวยื่นสิ่งนั้นให้กับปีศาจหนุ่ม มันคือรูปใบสุดท้ายที่ไม่ได้ให้ใครเห็นมากที่สุดนั่นเอง โดยเชสสลบไปเป็นเวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ระหว่างนั้นเธอก็นั่งฟังเรื่องราวของเขาที่ฮาวน์ลิ่งเป็นคนเล่ามาตลอด ก่อนที่วินดี้และชาร์ล็อตที่เพิ่งมาถึงจะมาสมทบพร้อมกับขนมจำนวนมากที่คนในหมู่บ้านเอามาให้

“พะพะพะ..พี่เชส..มะ...ไม่ต้องห่วงนะคะ ชาร์ล็อตไม่หัวเราะหรอกค่ะ..”

ชาร์ล็อตหันมาคุยกับปีศาจหนุ่มด้วยสีหน้าทรมาน เนื่องจากต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้เต็มที่ ไม่คิดเลยว่าพี่ชายของเธอที่ดูสุขุมเยือกเย็นและใจดี ตอนเป็นเด็กจะซนและไม่รู้เรื่องได้ขนาดนี้

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า พี่ซนกว่าผมอีกนะเนี่ย”

แม้แม่มดตัวน้อยจะพยายามเก็บอารมณ์ก็ตาม แต่เด็กหนุ่มกลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเสียงดัง และลงกลิ้งกับพื้นไปมาด้วยความขบขำ ที่ทำให้เชสถึงกับปั้นสีหน้าไม่ถูก จะมีก็แต่ลิลินที่ยังทำหน้าไร้อารมณ์อยู่เหมือนเดิม ที่ทำให้เขารู้สึกว่าโชคดีที่เธอเป็นคนแบบนี้ขึ้นมา เพราะนางฟ้าสาวจะไม่มีวันหัวเราะเยอะเขาเด็ดขาด...ยกเว้นแต่ตอนเธอดื่มเหล้าเท่านั้น

หลังจากนั้นไม่นานเด็กน้อยทั้งสองคนก็หยุดหัวเราะและสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเข้ามากอดเชสเอาไว้พร้อมกัน

“ครั้งนี้พี่เท่มากๆเลยครับ”

“พี่เชส พี่เก่งมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ”

วินดี้และชมปีศาจหนุ่มจากใจจริง เพราะความทุ่มเทของเชสจึงทำให้ลิลินมีชีวิตอยู่ได้อีกนานพอที่จะจบสงครามครั้งนี้และเดินทางต่อไปยังเหมือนเนโคโพลิช ทั้งสองจึงรู้สึกขอบคุณเขามาก

“...การทำให้ลิลินมีความสุขเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”

เชสตอบขณะยิ้มให้นางฟ้าสาวที่ค่อยๆครี่ยิ้มตอบเขาอย่างช้าๆ สร้างความแปลกใจให้กับปีศาจหนุ่มมากแต่เขากลับดีใจยิ่งกว่าเพราะมันเป็นสัญญาณที่ดีของเธอ

โดยภาพทั้งหมดอยู่ในสายตาของฮาวน์ลิ่งที่มองอยู่จากที่ขอบประตูห้อง ไม่คิดเลยว่าเจ้าลูกชายของเขาจะโตได้ขนาดนี้ ก่อนจะหันไปหาผู้ย่ำเงาคนหนึ่งที่วิ่งมาหาเขาอย่างเร่งรีบและทำสีหน้าเครียดลงทันที

“เฮ้อ...ก็ไม่อยากขัดจังหวะหวานของลูกชายและหลานๆหรอกนะ...แต่กองทัพอสูรใกล้มาถึงแล้ว”
---------------------------------------------------------
คิดว่าหลายๆคนคงเห็นแล้วแต่ผมจะเอาให้ดูแบบใหญ่ๆอีกรอบครับ กับหน้าปกของตำนานนางฟ้าตกสวรรค์เรื่องนี้



---------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #550 Kornfern (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 16:57
    อิอิ จะเป็นไงต่อน้า
    #550
    0
  2. #424 watch012 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 14:26
    อ่านจบตอนก็หลงลิลินไปอีกรอบ เฮ้อ~~ อิ่มอกอิ่มใจ
    #424
    0
  3. #304 kornfern (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2556 / 13:17
    สนุกมากค่ะ น่ารักสุดๆ
    #304
    0
  4. #302 ∑ASVZ-01P_No0 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2556 / 08:39
    ลืมใส่ชื่อตอนนะครับ
    #302
    0
  5. วันที่ 21 มีนาคม 2556 / 06:55
    ลิลินน่ารักเกินไปเเล้ว อ่านเเลัวเคลิัมมากครับ
    #301
    0