Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 31 : การพักผ่อนชั่วคราว 150%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 842
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 มี.ค. 56

“พะ...พะ...พี่ลิลิน ทำไมไปบอกพวกเขาแบบนั้นละคะ มันอันตรายนะ”

ชาร์ล็อตที่แทบจะพ่นข้าวออกมาหันไปถามนางฟ้าสาวด้วยสีหน้าตกใจ ถึงจะเป็นสถานที่ปลอดภัยแค่ไหนก็ไม่ควรบอกสถานะที่แท้จริงของตัวเองออกไป แต่ถ้าเป็นตอนที่เธอยังมีพลังอยู่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“การโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดี”

ลิลินให้เหตุผลที่ชวนให้คนฟังปวดหัวออกมา นอกจากนี้ยังนั่งมองหน้าของแม่มดน้อยราวกับรอให้เธอชี้แจงเหตุผลเพิ่มอีกด้วย ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คาดเอาไว้สาวน้อยพูดต่อด้วยสีหน้าหนักใจทันที

“ถ้าในนี้มีศัตรูแฝงตัวอยู่จะทำยังไงคะ”

“ถ้าศัตรูมาแฝงตัวอยู่จริง แปลว่าต้องรู้จักเรามาก่อนแล้ว การบอกความจริงไปก็ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงนี้เปลี่ยนแปลง รวมถึงเรายังมีเชส วินดี้ และชาร์ล็อตอยู่ด้วย ดังนั้นจึงไม่อันตราย”

นางฟ้าสาวตอบเหตุผลของชาร์ล็อตด้วยใบหน้านิ่งสนิท ที่ถึงกับทำให้อีกฝ่ายกระพริบตาถี่ๆด้วยความมึนงง ก่อนจะมองไปยังลูกค้าคนอื่นเพื่อดูว่าพวกเขาเป็นยังไง

 

“เหวอ...!!! เผ่าเทพ”

หลังจากอ้าปากพักใหญ่ พวกเขาก็ร้องแทบจะพร้อมกันด้วยความตกใจ แล้วทำท่าจะหนีออกไปจากที่นี่ทันที เพราะปกติแล้วเผ่าเทพจะฆ่าพวกเขาทันทีที่เห็น ซึ่งการที่เธออยู่ตรงกลางของที่นี่นั้นก็อาจจะเป็นเพราะจะได้ปล่อยพลังออกมาทีเดียวก็ได้

เชสแปลกใจเล็กน้อยที่พวกเขายังกลัวนางฟ้าสาวด้วย แสดงว่าข่าวเรื่องที่ลิลินเสียพลังทั้งหมดไปแล้วยังไม่แพร่กระจายเป็นวงกว้าง ถ้าแบบนั้นก็น่าจะปลอดภัยอีกระดับหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นปลอบใจเพื่อนๆของเขา

“เอ่อ...ใจเย็นๆก่อนครับ เธอไม่เหมือนเผ่าเทพคนอื่นๆหรอกครับไม่ต้องห่วง ไม่เชื่อก็ดูสิครับ ผมกับเด็กสองคนนี้เป็นเผ่าปีศาจ แต่ยังมีชีวิตอยู่เลย”

เมื่อได้ยินที่ปีศาจหนุ่มพูด ทุกคนในร้านก็คิดว่าได้น่าจะจริง แต่เพื่อความแน่ใจปีศาจคนหนึ่งหันไปถามสาวสวยที่มองพวกเขาอยู่

“เออ...จริงด้วยแฮะ นี่นางฟ้า เจ้าไม่ฆ่าเผ่าพันธุ์แห่งความมืดจริงๆเหรอ”

“พวกท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่มีเหตุที่ต้องฆ่า”

นางฟ้าสาวตอบเสียงเรียบ ก่อนจะทานอาหารตรงหน้าของเธอต่อไป ที่ทำให้ปีศาจกลุ่มใหญ่ๆค่อยๆนั่งลงกลับที่เดิมอย่างช้าๆ เมื่อพวกเขาเห็นว่าเธอเอาแต่กินไม่สนใจอย่างอื่นอีก ก็เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น และเมื่อมีเหล้าเข้าปากไปเรื่อยๆปีศาจบางคนก็กล้าขึ้นด้วย

“แหม ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าคนอะไรสวยอย่างกับนางฟ้า ก็เป็นนางฟ้าจริงๆนี่เอง”

มนุษย์หมีคนหนึ่งหันมามองลิลินอย่างเหม่อลอย ตอนแรกที่เขาได้ยินว่าเผ่าเทพล้วนหน้าตาดีนั้น ก็ไม่คิดว่าจะหน้าตาดีกว่ามนุษย์หมีผู้หญิงสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้มาเห็นตัวจริงๆแล้วก็รู้ว่าเขานั้นคิดผิดไปเยอะ เพราะหญิงสาวตรงหน้าเขานี้สวยมากจนแทบหยุดมองไม่ได้เลยทีเดียว

“ขอให้ข้าได้เป็นเผ่าปีศาจคนแรกที่ได้เลี้ยงเหล้าเผ่าเทพเถอะ ฮ่าฮ่าฮ่า...”

ปีศาจคนหนึ่งที่ร่างกายปกคลุมด้วยต้นไม้ ยืดมือของเขามาวางแก้วเหล้าข้างๆจานของนางฟ้าสาว ซึ่งเมื่อปีศาจคนอื่นเห็นแบบนั้นต่างก็แย่งกันเอาแก้วเหล้าของตนมาไว้บนโต๊ะของพวกเชสกันยกใหญ่ นอกจากนี้พวกเขาต่างพูดกันเสียงดังขึ้นเรื่อยๆและเริ่มโวยวายกันไม่หยุดแล้ว

“พี่เชสครับ พวกเขารีบไปนอนกันไหมครับ”

วินดี้ขมวดคิ้วถามปีศาจหนุ่มที่เพิ่งปฏิเสธเพื่อนที่ขอเลี้ยงเหล้าเขา มนุษย์หมาป่าตัวน้อยไม่ชอบการกินเหล้านัก เนื่องจากเขาโตขึ้นมาในโบสถ์ ส่วนชาร์ล็อตไม่ชอบที่มีคนไม่รู้จักจำนวนมากมาวุ่นวายกับเธอ

“พี่เชส ชาร์ล็อตเองก็คิดว่าเขาน่าจะเตรียมห้องให้เราเสร็จแล้วนะคะ”

“เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวพวกเราไปพักผ่อนกันเลยดีกว่า”

ปีศาจหนุ่มพยักหน้ารับคำเด็กทั้งสองคน ก่อนจะมองไปทางนางฟ้าสาวที่กินข้าวเสร็จแล้ว และกำลังหยิบแก้วน้ำดื่มน้ำอยู่ ในตอนนั้นเองเชสก็สังเกตว่าในแก้วของเธอไม่ใช่น้ำเปล่า

“ลิลิน คุณดื่มอะไรน่ะ !!!

“เชสเอาแก้วน้ำเราส่งไปให้กับปีศาจตรงนั้น แล้วเขาเลยส่งแก้วของเขากลับมาให้ เป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันแล้ว ถึงน้ำนี่จะมีกลิ่นแปลกๆก็ตาม แต่ทุกคนก็ดื่มดังนั้นมันจึงไม่ได้มีพิษ”

นางฟ้าสาวตอบ เธอรู้ว่ามันคือเหล้าจากที่เคยอ่านในหนังสือ แต่ไม่รู้ว่าทานเข้าไปแล้วจะเป็นยังไง จากการอ้างอิงกฏหมายของมนุษย์แล้ว คนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ควรรับประทาน ซึ่งอายุของเธอก็เกือบ 500 ปีแล้วทำให้น่าจะทานได้สบายๆ

“คุณรู้สึกแปลกๆบ้างไหมครับ”

เชสพอเดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาคงหยิบแก้วน้ำของนางฟ้าสาวไปส่งให้โต๊ะข้างๆ แทนที่จะเป็นแก้วเหล้าที่เขาส่งมาให้ ทำให้ลิลินคิดว่าแก้วเหล้านั้นกลายเป็นของเธอ ซึ่งกว่าจะคิดได้สาวสวยก็วางแก้วที่ว่างเปล่าลงกับโต๊ะแล้ว จึงได้แต่ถามโดยหวังว่าเธอจะไม่เป็นคนคออ่อน

“ไม่ผิดปกติตรงไหน แล้วทำไมเชสถึงถามแบบนี้มัน...”

ลิลินตอบออกมาเสียงเรียบ ก่อนจะหันมาจ้องหน้าของปีศาจหนุ่มอย่างกะทันหัน ที่ทำให้คนถูกจ้องหน้าแดงขึ้นมาทันที ก่อนจะแดงจัดขึ้นไปอีกเมื่อ มุมปากบางบนใบหน้าหวานค่อยยกขึ้น และเผยรอยยิ้มที่ทำให้เธอดูสวยขึ้นมากออกมา ก่อนที่จะทำสิ่งที่เหนือการคาดหมายของทุกคน

“ตลกจัง...อิอิ”

“ดะ...เดี๋ยวนะ ชาร์ล็อตได้ยินอย่างที่ผมได้ยินรึเปล่า”

วินดี้สะกิดเด็กสาวข้างๆโดยไม่ละสายตาออกจากนางฟ้าสาว เมื่อกี้เหมือนเขาได้ยินอะไรบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อเอามากๆ จึงถามเพื่อยืนยันว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ

“วินดี้ก็ตลกเหมือนกัน...อิอิอิอิ”

แต่ยังไม่ทันที่ชาร์ล็อตจะตอบ นางฟ้าสาวก็หันมองมาทางเด็กหนุ่ม ก่อนจะยิ้มและหัวเราะให้เขาดูในระยะประชิด ปกติตอนเธอทำหน้านิ่งๆว่าดูสวยมากแล้ว แต่ตอนที่เธอยิ้มและหัวเราะออกมาเสียงใสนั้นกลับดูสวยกว่าหลายเท่า จนหมดแต่วินดี้เองก็หน้าแดงไปด้วย

“พี่ลิลิน พี่ไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอคะ”

ชาร์ล็อตถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ แม้เธอจะมั่นใจแล้วก็ตามว่าอีกฝ่ายไม่ปกติแน่

“จริง ทุกอย่างปกติดี อิอิอิอิ”

การที่นางฟ้าสาวพยักหน้าตอบว่าเธอปกติดีอย่างร่าเริงนั้น ทำให้ทุกคนแน่ใจว่าตอนนี้เธอผิดปกติอย่างแน่นอน ทั้งสามจึงมองหน้าและเข้าใจกันโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรอีก แม้ทุกคนจะชอบที่ลิลินยิ้มและหัวเราะแบบนี้ก็ตาม แต่ต่างก็รู้สึกว่าคนที่นิ่งสนิทอย่างนางฟ้าสาวอยู่ๆมาร่าเริงแบบนี้นั้น มันให้ความรู้สึกไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่เชสจะจับมือของเธอเอาไว้เพื่อรีบพาอีกฝ่ายไปนอน

“เอาล่ะครับลิลิน ได้เวลานอนแล้ว”

“เข้าใจแล้ว อิอิ...”
***************


โชคดีที่แม้นางฟ้าสาวจะเมาอยู่ก็ตาม เธอก็ยังเป็นคนว่าง่ายเหมือนเดิม การพาเธอเข้านอนถึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างไร โดยห้องนอนที่เรียวกังเตรียมเอาไว้ให้เป็นห้องนอนที่ลงเวทมนตร์ป้องกันเอาไว้อย่างดี มีเตียงนอนจำนวนพอดีคนอยู่ในห้องขนาดใหญ่

 “เชส เชส...”

ในเวลาเช้าเชสรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเขย่าตัวเขาอยู่ พร้อมเสียงไพเราะปานกระดิ่งเงินแต่กับไร้อารมณ์จนดูเย็นชา ทำให้เขารู้ว่าต้องเป็นนางฟ้าสาวอย่างแน่นอน เขาจึงลืมตาขึ้นมาดูว่าเธอเรียกเขาทำไมทันที

“อะ...อรุณสวัสดีครับ”

“เราปวดหัวมากเลย แล้วความจำเมื่อคืนก็ปะติดปะต่อกันไม่สมบูรณ์ คาดว่าสาเหตุเกิดจากเหล้าที่กินไปเมื่อคืน”

ลิลินที่ยืนอยู่ข้างเตียงรายงานความผิดปกติอย่างครบถ้วน เมื่อคืนนี้เธอจำได้ว่าตัวเองดื่มเหล้าเข้าไป แล้วก็รู้สึกร้อนภายในตัวแปลกๆ หลังจากนั้นความจำของเธอก็ขาดๆหายๆ ราวกับสลบสลับกับตื่น แต่ที่เธอจำได้คือรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขแบบแปลกๆ และทุกคนที่มองเธอล้วนแต่ยิ้มกันอยู่ทุกคน ถึงอย่างนั้นอาการปวดหัวที่ตามมาด้วยนี้ ก็ทำให้นางฟ้าสาวไม่คิดลองกินเหล้าอีกแล้ว

“เอ่อ...เดี๋ยวผม เอาน้ำให้ล้างหน้านะครับ ถ้ากินข้าวเช้าแล้วน่าจะดีขึ้น”

ปีศาจหนุ่มเด้งตัวขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ ปกติแล้วการปวดหัวจะเกิดขึ้นเมื่อดื่มเหล้ามากไป ซึ่งเมื่อก่อนเขาก็เป็นบ่อยๆ แต่การที่ลิลินดื่มไปแค่แก้วเดียวก็เกิดอาการนี้ ถ้าเธอไม่เป็นคนคออ่อนมากๆจริงๆ ก็อาจจะเป็นเพราะร่างกายของเธออ่อนแอมาก

แต่อย่างไรก็ตาม ความคิดที่อยากให้เธอดื่มเหล้าอีกในบ้างครั้งก็ต้องยกเลิกไป เพราะถ้ามันทำให้ลิลินปวดหัวล่ะก็เขาก็ไม่อยากผืนเธออีก แม้เขาจะอยากเห็นเธอยิ้มและหัวเราะสดใสแบบนั้นอีกก็ตาม หลังจากนั้นปีศาจหนุ่มก็ปลุกเด็กๆทั้งสองคนเพื่อให้ไปกินข้าวเช้าและออกเดินทางต่อ

 

“พี่ลิลินค่อยๆเดินนะคะ”

ชาร์ล็อตประคองสาวสวยเดินลงบันไดมายังห้องอาหารอย่างช้าๆ เพราะอีกฝ่ายบอกว่ามึนหัวอยู่นิดหน่อย แต่อาการกำลังดีขึ้นตามลำดับ ก่อนจะก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลกไปเมื่อเดินมาถึงข้างล่าง เมื่อคนที่นั่งอยู่ในร้านอาหารดูกำลังเคร่งเครียดกับอะไรบางอย่างอยู่

“มีอะไรรึเปล่าครับ คุณเรียวกัง”

เชสถามเจ้าของร้านที่อยู่หลังเค้าเตอร์บริเวณตีนบันไดทันที แบบนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน ซึ่งปีศาจจิ้งจอกก็ตอบเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เมื่อคืนตอนที่พวกเชสเข้าห้องไปแล้ว มีปีศาจมาจากเมืองแห่งความโลเล เอ่อ...เขาบอกว่าตอนนี้เมืองนั้นโดนเผ่าอสูรทำลายไปแล้ว จากการเดินทัพของเผ่าอสูรที่กำลังเดินทางไปยังอาณาจักรปีศาจ”

เรียวกังตอบด้วยสีหน้าแย่มาก ก่อนจะเล่าสิ่งที่เขาได้ยินมาต่อ โดยเจ้าชายซีลอนได้สังหารพระราชาองค์ก่อนทิ้ง ตามธรรมเนียมของเผ่าอสูรแล้ว คนที่สังหารพระราชาได้จะได้เป็นพระราชาคนต่อไป ซึ่งหลังจากที่เจ้าชายขึ้นเป็นราชาแล้วก็สั่งให้กองทัพอสูรเดินทางไปโจมตีอาณาจักรปีศาจทันที

“เผ่าอสูรก่อสงครามเหรอครับ...”

วินดี้อ้าปากค้างด้วยความตกใจทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ เพราะจุดหมายต่อไปของพวกเขาคือเมืองแห่งความโลเล เพื่อเดินทางต่อไปยังอาณาจักรปีศาจ ซึ่งถ้าให้ลิลินต้องเจอกับกองทัพอสูรเข้าล่ะก็คงแย่แน่

“...แบบนั้นก็หมายความว่า หมู่บ้านของผม...กำลังอยู่ในอันตราย...ไอ้พวกอสูร !!!

เชสรู้ทันทีว่าทำไมคนในร้านถึงที่ท่าทีสลดนัก เป็นเพราะหมู่บ้านของผู้ย่ำเงาได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่อาณาจักรปีศาจ ถ้าจะมีที่แรกที่ต้องถูกทำลาย ก็ต้องเป็นหมู่บ้านของเขาอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกโมโหมาก จนพลังของเทพเจ้าแห่งความตายปะทุออกมาจากร่าง ก่อนจะหยุดจบแทบจะในทันทีเมื่อมีคนมาจับแขนของเขาเอาไว้แน่น

“พี่เชส ควบคุมสติหน่อยค่ะ”

ชาร์ล็อตที่อีกมือจับมือของลิลินอยู่เตือนเขาอย่างรีบร้อน เพราะลิลินที่ปวดหัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมีสีหน้าแย่ลงในทันทีที่พลังของปีศาจหนุ่มออกมา โดยเธอเองก็มีสีหน้าแย่พอๆกัน เนื่องจากเวลานี้เป็นเวลาที่ไม่เหมาะกับการทำสงครามมากที่สุด ไม่ว่าใครจะชนะก็ต้องได้รับความเสียหายมหาศาลแน่นอน

ซึ่งในอีก 1 ปีข้างหน้าอาณาจักรเทพก็จะบุกมาที่มหาภพแห่งความมืดแล้ว ต่อให้กองกำลังของทั้งอาณาจักรอสูรและปีศาจตอนนี้รวมพลังกัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะชนะเลย ไม่ต้องพูดถึงกองทัพที่ได้รับความเสียหายจากสงครามภายใน

 “เชส นายจะเอายังไง พวกเราคิดว่าจะรวมตัวกันแล้วไปตลบหลังกองทัพอสูร เพื่อช่วยอาณาจักรปีศาจ”

มนุษย์หมีลุกขึ้นมาคุยกับเพื่อนของเขาด้วยสีหน้าจริงจัง เนื่องจากคนที่นั่งอยู่ที่นี่เป็นปีศาจทั้งหมด ทุกคนจึงมีความเห็นเหมือนกันว่าต้องช่วยเผ่าพันธุ์ของพวกเขาให้อยู่รอดให้ได้

ด้านผู้ย่ำเงาที่ใจเย็นลงแล้วก็หันมามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าหนักใจ แค่ปีศาจ 20-30 คนคงทำอะไรกองทัพหลักของเผ่าอสูรไม่ได้ เพราะเผ่าอสูรมีร่างกายที่เหมาะกับการต่อสู้มากกว่ามาก ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าจะทำยังไงอยู่นั่นเอง นางฟ้าสาวก็เอาแผนที่ของมหาภพแห่งความมืดออกมากางบนเค้าเตอร์ของเรียวกัง

“พี่ลิลินจะทำอะไรเหรอครับ”

วินดี้ถามด้วยความแปลกใจ เช่นเดียวกับทุกคนที่หันมาสนใจนางฟ้าสาวทันที

“หมู่บ้านผู้ย่ำเงา อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการป้องกัน ถ้าหยุดกองทัพอสูรไว้ได้นานพอ น่าจะระดมกำลังจากอาณาจักรปีศาจมาหนุนได้ รวมกับร้องขอการช่วยเหลือจากองค์กรในมหาภพแห่งเสียง ทำให้เกิดการปะกบโจมตี น่าจะชนะได้โดยเสียกำลังพลน้อยที่สุด”

ลิลินอธิบายแผนที่เธอคิดขึ้นมาทันที โดยที่หน้าหมู่บ้านผู้ย่ำเงานั้นเป็นบึงโคลนขนาดใหญ่ที่บังคับให้คนที่ต้องเดินผ่าน เดินบนทางเดินขนาดไม่กว้างนักมายังหมู่บ้าน เนื่องจากอาณาจักรเทพวางแผนจะโจมตีมหาภพแห่งความมืด เธอจึงได้ศึกษาที่นี่มาพอสมควร

โดยบึงโคลนนี่มีความพิเศษตรงที่มันจะปล่อยพลังแห่งความมืดออกมาตลอดเวลา ทำให้ด้านข้างของทางเดินถูกปกคลุมด้วยความมืด ถ้าหลงเข้าไปแล้วต่อให้เป็นเผ่าพันธุ์ที่มองเห็นในความมืด ก็ยังมองอะไรไม่เห็นอยู่ดี ยกเว้นแต่ผู้ย่ำเงาเท่านั้นที่สามารถมองเห็นทุกสิ่งในนั้นได้อยู่

แม้เมืองเนโคโพลิสที่กองกำลังหลักของอาณาจักรปีศาจจะอยู่ไกลออกไปก็ตาม แต่ที่ด้านหลังของหมู่บ้านผู้ย่ำเงาก็มีหมู่บ้านของอีกหลายเผ่าอยู่ห่างออกไปไม่มาก ทำให้น่าจะส่งกำลังมาช่วยได้เร็วกว่าที่อื่น นอกจากนี้เผ่าปีศาจจำนวนไม่น้อยยังอาศัยอยู่ในมหาภพแห่งเสียงอีกด้วย ซึ่งพวกเขาต่างอยู่ภายใต้องค์กรเดียวกันหมด ทำให้น่าจะรวบรวมกำลังได้ในเวลาไม่นานนัก

 

“ไม่ไหวหรอกครับ เผ่าของผมไม่มีพลังมากพอที่จะหยุดกองทัพได้ทั้งกองทัพหรอกครับ แค่เจอพวกระดับแม่ทัพคนเดียวก็แย่แล้ว”

เชสส่ายหน้าไปมา แผนของลิลินฟังดูดีก็จริงอยู่ แต่เผ่าผู้ย่ำเงาไม่มีพลังในการต่อสู้แม้แต่น้อย ถ้านับจริงๆแล้วเขาเป็นคนที่ต่อสู้เก่งที่สุดในหมู่บ้านตั้งแต่ยังไม่ได้รับพลังของเทพเจ้าแห่งความตายด้วยซ้ำ ซึ่งข้อเท็จจริงนี่เองที่ทำให้ทุกคนที่ดูมีความหวังขึ้นมาแว่บหนึ่งต้องทำหน้าสิ้นหวังอีกครั้ง

“มี คนที่มีพลังมากพอจะเป็นแม่ทัพ มีความเชี่ยวชาญพื้นที่ และสามารถสั่งการผู้ย่ำเงาได้ นั่นคือเชส”

ลิลินพูดต่อก่อนจะชี้ไปทางปีศาจหนุ่ม เขามีพลังของเทพเจ้าแห่งความตายอยู่กับตัว สนิทสนมกับปีศาจแทบทุกคน อยู่ในหมู่บ้านของเขามาตั้งแต่เกิด นอกจากนี้ยังเป็นลูกของหัวหน้าเผ่าอีกด้วย ถ้าดูตามความเหมาะสมแล้วเชสเหมาะกับการเป็นแม่ทัพมากที่สุด

“แต่ถึงมีพลังมากเท่าไหร่ ก็ฝ่ากองทัพอสูรเข้าไปในหมู่บ้านไม่ได้หรอกนะ”

มนุษย์หมีขมวดคิ้วของเขาเข้าด้วยกัน เมื่อสักครู่ตอนที่เชสเปล่งพลังออกมานั้น เขาก็รู้สึกเหมือนกันว่าปีศาจหนุ่มต้องมีพลังเพิ่มขึ้นมากแน่ แต่ด้วยจำนวนของพวกเขาแล้วถึงจะช่วยกันพาเชสฝ่ากองทัพของศัตรูไปก็ตามก็คงเป็นไปไม่ได้แน่

“ได้สิ ถ้าเชสใช้ทางในหุบเขาแห่งความมืดเข้าไปล่ะก็”

เรียวกังพูดขึ้นเมื่อนึกออกว่าเชสเคยเล่าให้ฝัง ถึงทางลับที่มีแต่ผู้ย่ำเงาเท่านั้นจะเดินผ่านได้ เป็นเพราะมันมีพลังแห่งความมืดเข้มข้นอยู่เต็มหุบเขาที่แสนสลับซับซ้อนตลอดเวลา การก้าวพลาดในนั้นหมายถึงความตายเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีแต่ผู้ย่ำเงาเท่านั้นที่สามาถมองเห็นและเดินโดยไม่ตกลงไปได้

“ใช่ใช่ใช่ ถ้าทำตามแผนของนางฟ้า ล่ะก็แบบนี้อาจจะสู้ได้ก็ได้นะ”

ปีศาจคนอื่นที่อยู่ในร้านต่างเห็นด้วยกับแผนของลิลิน เมื่อปัญหาส่วนใหญ่หาทางแก้ได้แล้ว พวกเขาต่างคิดว่าถ้าได้นางฟ้าสาวคนนี้มาช่วยด้วยล่ะก็ ต้องชนะได้อย่างแน่นอน ต่างจากเชสและเด็กทั้งสองคนที่ขมวดคิ้วเข้าด้วยกัน

“เอ่อ...ขอพวกเขาไปปรึกษาอะไรกันเป็นการส่วนตัวหน่อย ไม่ทราบว่าจะเอาอาหารไปส่งที่ห้องได้ไหมคะ”

ชาร์ล็อตที่จับมือของลิลินอยู่ เรียกให้นางฟ้าสาวตามเธอขึ้นไปบนห้องที่เพิ่งลงมาทันที ซึ่งเชสและวินดี้เองก็เห็นด้วยที่ทุกคนจะต้องปรึกษากันเรื่องนี้ก่อน เพราะถึงคนอื่นจะคิดว่าแผนนี้ดูไม่เลวนักก็ตาม แต่สำหรับพวกเขาแล้วมันยังมีจุดบอดขนาดใหญ่อยู่

 

เมื่อเข้ามาในห้องส่วนตัว ทั้งสี่คนก็นั่งลงบนโต๊ะรับแขกกลางห้อง โดยมีลิลินมองทุกคนอยู่ด้วยความสงสัยว่าทำให้ถึงต้องมาคุยกันในห้องแบบนี้ด้วย

“ไม่ว่ายังไง ผมจะรักษาสัญญาที่ให้คุณไว้ ผมจะไม่มีทางปล่อยคุณไว้คนเดียวเด็ดขาด”

เชสพูดกับลิลินด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว จุดบอดใหญ่ของแผนการนี้คือเขาต้องแยกจากทุกคนไปยังหมู่บ้านของเขา เพื่อไปขัดขวางไม่ให้พวกอสูรเดินหน้าต่อได้อีก ถึงเขาจะเชื่อใจวินดี้และชาร์ล็อตมากก็ตาม แต่ถ้าเขาไม่ได้เป็นคนอยู่ดูแลเธอที่เป็นแบบนี้เพราะเขาด้วยตัวเองล่ะก็ เขาต้องเป็นห่วงเธอจนเป็นบ้าไปแน่ๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบกลับในทันที

“เชสควรทำตามแผน การยับยั้งสงครามจะไม่มีประโยชน์ ถ้าหากอาณาจักรปีศาจถูกทำลายตั้งแต่ตอนนี้ แต่การแลกเปลี่ยนที่ให้เชสอยู่ใกล้ๆเรายังมีผลอยู่ เราก็จะไปด้วย”

นางฟ้าสาวตอบกลับ การที่เธอสละพลังทั้งหมดของเธอส่วนหนึ่งเพื่อทำตามข้อแลกเปลี่ยนกับเชสตั้งแต่ตอนแรกสุด นั่นก็คือการหยุดสงครามเอาไว้ให้นานที่สุด แต่สิ่งนั้นจะไม่มีค่าทันทีที่อาณาจักรปีศาจหายไปเสียก่อน ทำให้เธอยืนกรานว่ายังไงปีศาจหนุ่มก็ต้องไปคุ้มครองหมู่บ้านของเขา โดยให้พาเธอไปด้วย

“ไม่ไหวหรอกคะ ถ้าพี่ลิลินเดินผ่าพลังแห่งความมืดขนาดนั้นไป ร่างกายของพี่คงทนไม่ไหวแน่”

ชาร์ล็อตรีบห้ามอีกฝ่ายเอาไว้ทันที แค่นางฟ้าสาวเดินในความมืดธรรมดาก็มีความเสี่ยงแล้ว ไม่ต้องพูดถึงพลังงานแห่งความมืดที่หนาแน่นเสียจนมองทางข้างหน้าไม่เห็น ถึงจะมีเชสนำทางก็ตามแต่คงเดินไปได้อย่างช้าๆเท่านั้น ยิ่งทำให้ต้องอยู่ท่ามกลางความมืดนานกว่าปกติอีก ไม่ว่ายังไงลิลินก็ไม่น่าจะทนได้แน่นอน

“ยังไงพี่ลิลินไปเมืองแม่มดกับผมก่อนดีไหมครับ พี่เชสต้องชนะสงครามได้แน่ ที่นั่นน่าจะปลอดภัยกว่า”

วินดี้พยายามโน้มน้าวให้ลิลินกลับไปยังเมืองที่อีเมเนียอยู่ทันที เพราะเขาเองก็เป็นห่วงสุขภาพของนางฟ้าสาวมากเหมือนกัน ที่นั่นอยู่ห่างจากเขตสงครามค่อนข้างมากน่าจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในมหาภพแห่งความมืดแล้ว

“...”

จริงๆแล้วลิลินเองก็คิดว่าตัวเลือกที่ดีที่สุดในกรณีนี้ คือเธอไปรออยู่กับอีเมเนียให้เชสเดินทางไปพร้อมกับวินดี้และชาร์ล็อต ผ่านหุบเขาแห่งความมืดไปช่วยหมู่บ้านผู้ย่ำเงาสู้กับเผ่าอสูร

แต่เมื่อคิดว่าถ้าเป็นตามนั้นแล้วเธอจะต้องอยู่คนเดียว ภายในหน้าอกของเธอก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา น่าแปลกทั้งๆที่อยู่คนเดียวมาตั้งหลายร้อยปีไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลยสักครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไป  แม้จะน้อยกว่ามากก็ตาม แต่เธอก็รู้สึกเหมือนตอนที่เชสตาย ถึงจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เธอไม่อยากรู้สึกถึงมันอีกแล้ว

“พะ...พี่ลิลินเป็นอะไรรึเปล่าคะ”

ชาร์ล็อตถามนางฟ้าสาวด้วยท่าทางแตกตื่น เป็นเพราะว่าอยู่ๆอีกฝ่ายก็แสดงสีหน้าที่ไม่เคยทำมาก่อน แม้จะใกล้เคียงกับสีหน้าไร้อารมณ์ในเวลาปกติของเธอก็ตาม แต่ดวงตาที่มองต่ำลงอย่างไร้จุดหมาย ริมฝีปากบางที่เปลี่ยนรูปไป บอกว่าตอนนี้ลิลินกำลังเศร้าอยู่ ซึ่งสีหน้านี้เองที่ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ด้วยตกใจมาก

“มีบางอย่างผิดปกติกับร่างกาย ในกรณีนี้การรอกับอีเมเนียเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ไม่...เราไม่ต้องการสิ่งนั้น...เราต้องการไปด้วย แม้จะเป็นทางเลือกที่แย่ที่สุดก็ตาม เรา...รักเชส อยากอยู่ใกล้ๆเชส...ห่างกัน...ไม่ดี...”

นางฟ้าสาวพยายามพูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึกออกมาให้มากที่สุด ด้วยท่าทางที่ดูฝืนอย่างมาก ขอบตาของเธอเริ่มเป็นสีแดงขึ้นมาทีละน้อย ที่ทำให้ปีศาจหนุ่มต้องห้ามไม่ต้องให้เธอพูดต่อ เพราะไม่อยากให้ลิลินรู้สึกไม่ดีไปมากกว่านี้

“ไม่ต้องพูดแล้วครับ ไม่ว่าที่ไหนผมก็จะพาคุณไปด้วย”

เชสรีบเข้าไปจับมือนางฟ้าสาวเอาไว้ เธอเคยบอกว่ายอมสละพลังทั้งหมดของตัวเอง เพื่อจะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา ดังนั้นแล้วถ้าทิ้งเธอไปล่ะก็ เขาก็ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว

“เอ่อ...เข้าใจแล้วครับ”

“พี่ลิลิน...”

วินดี้เองก็พยักหน้าช้าๆ แม้เขาจะอยากห้ามไม่ให้นางฟ้าไปอีกก็ตามแต่ก็พูดอะไรไม่ออก เช่นเดียวกับชาร์ล็อตที่ไม่รู้จะยกเหตุผลอะไรมาพูดต่อเช่นกัน

---------------------------------------------
ว้ากกกกกก...!!! ลิลินโคตรๆขี้อ้อนเลย เจอแบบนี้ใครมันจะไปห้ามได้วะเนี่ย ครึ่งหลังยาวมากกก ยาวกว่า 1 ตอนปกติเต็มๆอีกนะ หวังว่าจะชอบกันนะครับ T^T อุอุ ใครเห็นของดีที่มุมขวาบนหน้าแรกแล้วเงียบไว้ด้วยล่ะ ผมให้พิเศษเฉพาะคนที่อ่านเรื่องนี้เลยนะเนี่ย
---------------------------------------------
พักหลังๆรู้สึกแต่งได้ไม่ค่อยดีเลยแฮะ -*- คงต้องรีไรท์แหลกราญ แต่ถึงแบบนั้นก็ต้องแต่งต่อไป ส่วนหน้าปกผมส่งให้ทาง dek-d ไปละ เดี๋ยวเขาน่าจะอัพและเปลี่ยนสถานะเรื่องนี้เป็นตีพิมพ์แล้ว
ให้ดูก่อนใครเลยนะเนี่ยเอิ้กๆ
---------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #422 watch012 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 14:01
    ประทับใจอ่ะ ความรักบริสุทธิ์ เิกิดมาโตขนาดนี้ยังไม่เคยเห็นเลย ขอเติมเต็มจิตใจด้วยนิยายไรเตอร์ไปก่อน...
    #422
    0
  2. #292 Tawin Chatsomsanga (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 11:04
    เรื่องนี้แยกอสูรกับปีศาจอย่างไรครับ
    #292
    0
  3. #290 Clover (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 10:32
    ลิลินเมาเหล้าแล้วน่ารักมากเลย >^<
    #290
    0
  4. #289 000 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 14:28
    เชส นายคงไม่โดนนางฟ้าปล้ำนะ หุหุ

    เอ๊ะ หรือว่าอยาก
    #289
    0
  5. #288 logan (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 10:15
    ลิลินน่าจะกินบ่อยๆนะ 555
    #288
    0
  6. #287 Tawin Chatsomsanga (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 09:22
    นางฟ้าขี้เมา
    #287
    0
  7. #285 kornfern (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 08:06
    สนุกมากกกก ลิลินน่าร้ากก
    #285
    0