Tale of the falling angel : เปิดตำนานนางฟ้าตกสวรรค์

ตอนที่ 30 : เมืองแห่งความโลเล 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 860
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    17 มี.ค. 56

ตอนที่ 14

เมืองแห่งความโลเล

 

หลังจากลิลินผู้ไร้พลัง แสดงการจัดการเผ่าจักรกลตัวใหญ่ในพริบตา ก็ทำให้เชส ชาร์ล็อต และวินดี้ ตั้งใจสู้กับศัตรูมากกว่าเดิม ประกอบกับกำลังพลที่เหล่าหุ่นยนต์ส่งข้ามภพมาได้มีจำกัด ไม่นานพวกมันเกือบทั้งหมดจึงกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไป จะเหลือก็แต่ตัวที่นางฟ้าสาวชี้ว่าเป็นหัวหน้า กำลังต่อสู้กับวินดี้ได้อย่างสูสีในขณะที่หลบเวทมนตร์ของชาร์ล็อตไปด้วย

“ลองเจอแบบนี้เป็นไง...”

เชสวิ่งเข้าไปหาเครื่องจักรกลที่ยังเหลืออยู่ตัวเดียว แม้ท่านี้เขาจะใช้โจมตีระยะไกลได้ก็ตาม แต่จำเป็นต้องปล่อยพลังแห่งความมืดออกมาจำนวนมาก จึงต้องออกห่างจากนางฟ้าสาวเสียก่อนเพื่อไม่ให้เธอได้รับผลกระทบไปด้วย

มือขวาของเขากุมใบหน้าปิดดวงตาข้างซ้ายเอาไว้ สีหน้าเผยรอยยิ้มที่ดูเหมือนบ้าคลั่ง ดวงตาข้างขวาที่จับจ้องไปทางศัตรูมีไอพลังเปล่งออกมาจนราวกับเป็นดวงไฟสีดำที่กำลังลุกไหม้ พลังของเทพเจ้าแห่งความตายได้ทำให้ผู้ย่ำเงาอย่างเขามีพลังมากกว่าเดิมมาก จนถึงขั้นควบคุมเงาที่อยู่ห่างออกไปได้

[…ตรวจไม่พบการโจมตีทั้งกายภาพและเวทมนตร์...ระบบขับเคลื่อนผิดปกติ]

หัวหน้าเผ่าจักรกลถอยห่างเมื่อดูท่าทีของปีศาจหนุ่ม ก่อนจะเริ่มโจมตีต่อเมื่อไม่เห็นการโจมตีของอีกฝ่าย แต่ในขณะที่ล้อของมันเหยียบลงไปบนความมืดทรงกลมที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆบนพื้น มันก็จมลงราวกับกำลังเหยียบลงบนทรายดูดที่ดึงมันลงไปในเงาอย่างรวดเร็ว

[...เกิดความผิดพลาด เกิดความผิดพลาด...]

“อึ่ก...!! แฮ่ก...แฮ่ก...”

หลังจากอีกฝ่ายจมลงไปได้เกินครึ่งตัว เชสก็หยุดใช้เวทมนตร์ของเขาเสียก่อน เพราะกลัวว่าตัวเองจะคลั่งออกมาถ้าหากใช้พลังมากไปกว่านี้ แต่นั่นก็ทำให้หุ่นยนต์ตรงหน้าขยับตัวไม่ได้อีกแล้ว ท่อนล่างของเขาจมอยู่ในมิติที่ผนึกการเคลื่อนไหวเอาไว้อย่างสมบูรณ์

“พี่เชส เป็นอะไรรึเปล่าคะ”

ชาร์ล็อตที่อีเมเนียกำชับมาว่าให้ดูแลเชสเวลาที่เขาใช้พลังให้ดี เข้ามาดูอาการของปีศาจหนุ่มด้วยความเป็นห่วงทันที ก่อนจะใช้สัญญาณวินดี้ที่เข้าไปดูนางฟ้าสาว ว่าตอนนี้ไม่มีแรงกดดันจากพลังแห่งความมืดแล้ว ให้ลิลินเดินเข้ามาได้

[...นางฟ้าพิสุทธิ์ ต้องการนางฟ้าพิสุทธิ์...]

เมื่อเป้าหมายเข้ามาใกล้จักรกลตัวเดิมก็พยายามดิ้นเพื่อหลุดออกมาให้ได้แต่ก็ไม่มีประโยชน์ หุ่นที่เน้นการโจมตีและความเร็วอย่างมันไม่อาจออกมาด้วยตัวเองได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่หยุดอยู่ดี ดวงตาของมันมองไปทางลิลินเขม็ง

“คุณต้องการตัวเธอไปทำไม”

เชสถามอีกฝ่ายขณะกำลังพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง

[พลังงานไร้ขีดจำกัด ต้องการ...พลังงาน]

“แต่พี่ลิลินไม่มีพลังอะไรอีกแล้ว ยังต้องการอะไรอีก”

วินดี้ที่เพิ่งเดินมาพร้อมกับลิลินเข้ามาได้ยินสิ่งที่หุ่นยนต์พูดพอดี ถ้าเป็นตอนที่นางฟ้าสาวยังมีปีกอยู่เขาก็เชื่อว่าเธอต้องมีพลังไร้ขีดจำกัดแน่นอน แต่ในตอนนี้ต่างออกไปมาก

[ร่างกาย...สร้...างพลัง...ไร้ขีดจำกัด...]

คำพูดของเผ่าจักรกลเริ่มขาดช่วง ดวงไฟที่อยู่ทั่วตัวของมันเริ่มติดๆดับๆ เป็นเพราะระบบการทำงานของมันล้มเหลวจากการที่ท่อนล่างอยู่คนละที่กับตัวมัน ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานมันก็ไม่ขยับเขยื้อนอีก

“ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยแท้ๆ”

วินดี้เข้าไปเขย่าร่างโลหะแรงๆหลายครั้ง เพื่อหวังให้อีกฝ่ายตื่นมาตอบคำถามที่ค้างอยู่ให้จบก่อน แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับแม้แต่น้อย

“เผ่าจักรกลมีวิกฤตพลังงานในอาณาจักร สาเหตุที่สองร้อยปีก่อนบุกมหาภพแห่งเสียง ถูกคาดเดาว่ามาจากพลังงานที่พวกมนุษย์สร้างขึ้นได้ ใกล้เคียงกับที่เผ่าจักรกลต้องการ”

ลิลินที่เดินมาหลังสุดอธิบายขึ้น เธอเคยเห็นสภาพในภพของเผ่าจักรกลมาแล้ว มันเป็นแผ่นดินทำจากเหล็กขนาดใหญ่ที่หนาวเหน็บ โดยเผ่าจักรกลเป็นเผ่าที่ขยายพันธุ์ได้เร็วที่สุดเผ่าหนึ่ง แต่จำกัดเอาไว้ด้วยจำนวนพลังงานที่พวกเขาผลิตได้ ดังนั้นแล้วถ้าต้องการเพิ่มจำนวนขึ้นอีกก็ต้องหาพลังงานมาเสริม

“ผมคิดว่าพวกมันน่าจะหมดแล้วล่ะครับ พวกเราเดินทางกันต่อเถอะ”

เชสเก็บอาวุธของเขาก่อนจะเรียกให้ทุกคนเดินทางต่อ โดยเก็บคำพูดเมื่อครู่ของเผ่าจักรกลในคิด ถ้ามีสักเผ่าที่ร่างกายจะสร้างพลังงานได้มากๆ ก็ต้องเป็นเผ่าเทพที่มีพลังมากที่สุดอย่างแน่นอน บางทีแล้วพวกนั้นอาจจะมีแผนอะไรอยู่อีกก็ได้ ก่อนที่กำลังเสริมของเผ่าจักรกลจะมาอีก
***************


ส่วนต่อมาของการเดินทางค่อนข้างเป็นไปอย่างล่าช้า เป็นเพราะรถเข็นที่ให้ลิลินนั่งมานั้นได้ถูกยิงจนพรุนไปทั้งคันระหว่างการต่อสู้เมื่อสักครู่ ทำให้นางฟ้าสาวต้องเดินเท้าเอง

“เอ่อ...เราเดินมาไกลกันพอสมควรแล้วนะครับ ยังไงก็พักกันก่อนไหม”

วินดี้หันไปถามสาวสวยด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากทุกคนเดินติดกันมาเป็นเวลานานเกิน 1 ชั่วโมงแล้ว แม้สำหรับเขาแล้วบรรยากาศที่มืดลงเรื่อยๆจะทำให้ดูสึกดีขึ้นเรื่อยๆก็ตาม แต่กับนางฟ้าสาวแล้วไม่น่าจะเป็นแบบนั้น

“เวลามาตรฐานของการเดินทาง คือเดินสองชั่วโมงพักสิบห้านาที เราเพิ่งเดินมากันแค่สิบห้านาทีจึงควรเดินทางต่อ”

ลิลินตอบเสียงเรียบ โดยเธอควบคุมความเร็วในการเดินและท่าทางให้ประหยัดพลังงานมากที่สุดตามการแนะนำของเชส ทำให้การเดินทางไกลครั้งนี้แม้จะเดินไปได้อย่างช้าๆก็ตาม แต่ก็ไม่สร้างภาระให้ร่างกายเธอเพิ่มแต่อย่างไร

“พี่เชสคะ ข้างหน้าจะมีที่พักหรือเปล่า อาจารย์อีเมเนียบอกไม่ควรให้พี่ลิลินเดินทางตอนกลางคืน”

ชาร์ล็อตถามปีศาจหนุ่มที่เดินอยู่ข้างหน้า เนื่องจากดวงอาทิตย์สีดำที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าคอยปล่อยความมืดออกมาสร้างเวลากลางคืนให้กับมหาภพนี้ แม้จะมีผลน้อยก็ตามแต่ลิลินก็ต้องใช้พลังแห่งแสงสว่างมากขึ้นในการต่อต้านพลังความมืดเหล่านี้ อาจารย์ของเธอจึงบอกให้เดินทางแต่ตอนกลางวันเท่านั้น

“ใกล้ถึงแล้วครับ ข้างหน้าจะมีเมืองเล็กๆที่เป็นที่พักระหว่างทางอยู่”

ปีศาจหนุ่มตอบ ใจจริงเขาอยากจะอุ้มลิลินแล้ววิ่งไปยังจุดหมายด้วยซ้ำ แต่ถ้าทำแบบนั้นแล้วเกิดเจอลอบโจมตีขึ้นมา ก็อาจจะรับมือไม่ทันก็ได้ เพราะเขาไม่คิดว่าจะมีแต่เผ่าจักรกลแค่เผ่าเดียวที่ตามจับตัวลิลินอยู่ โดยเผ่าที่เขากลับที่สุดคือเผ่าอสูร ที่เป็นเผ่าพันธุ์แห่งความมืดเช่นเดียวกับพวกเขา ซึ่งได้รับพลังจากดวงอาทิตย์สีดำเหมือนกัน

 

ถึงเชสจะบอกว่าเป็นเมืองเล็กๆก็ตาม แต่มันเล็กกว่าที่วินดี้และชาร์ล็อตคาดเอาไว้มาก มันมีแค่โรงแรม 1 หลังที่มีร้านอาหารรวมอยู่ด้วย และบ้านของชาวบ้านอีก 2-3 หลังเท่านั้น โดยเชสเปิดประตูโรงแรมเข้าไปทันที

“อ้า เชส...กลับมาจากมหาภพแห่งเสียงแล้วเหรอ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”

ปีศาจตนหนึ่งที่มีลักษณะเป็นจิ้งจอกที่ยืนสองขาแบบมนุษย์ ยืนอยู่หลังเค้าเตอร์ที่ติดกับทางเข้า กล่าวทักทายลูกค้าประจำของเขาอย่างเป็นกันเอง

“เฮ้ย...!!! นั่นเชสนี่ เป็นไงบ้างได้ข่าวว่าไปเล่นหุ้นของพวกมนุษย์อยู่”

“มามามา คราวที่แล้วเจ้าเลี้ยงเหล้าข้า ให้ข้าได้เลี้ยงเจ้าคืนบ้าง”

ลูกค้าที่นั่งกินเหล้าอยู่บนโต๊ะอาหารบริเวณชั้น 1 กวักมือเรียกให้ปีศาจหนุ่มที่เพิ่งมาถึงให้เข้าไปร่วมวงกับเขาด้วย เนื่องเชสจากมักจะเดินทางอาณาจักรปีศาจไปยังมหาภพแห่งแสงที่ต้องผ่านโรงแรมแห่งนี้เป็นประจำ ทำให้สนิทกับนักเดินทางที่มาพักโรงแรมแห่งนี้บ่อยๆ

“สวัสดีครับทุกคน วันนี้คงไม่ได้ครับ คุณเรียวกังช่วยจัดอาหารของมนุษย์ชุดใหญ่ให้สักสี่ชุดสิครับ แล้วช่วยเตรียมห้องพักห้องใหญ่ให้ด้วยครับ”

เชสหันไปทักทายทุกคนอย่างเป็นมิตร ที่นี่นับว่าปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะมักจะมีปีศาจที่เขารู้จักนั่งดื่มกันจนถึงเช้า ถ้ามีเผ่าอื่นเข้ามาในโรงแรมคงไม่กล้าทำอะไรอุกอาจอย่างแน่นอน ก่อนจะหันไปคุยกับจิ้งจอกเจ้าของโรงแรม ที่เลิกคิ้วขึ้นทันทีที่เห็นสิ่งที่ปีศาจหนุ่มแอบโชว์ให้เขาดู มันก็คือตราของราชาปีศาจที่แสดงว่าลูกค้าของเขากลุ่มนี้ กำลังปฏิบัติภารกิจของอาณาจักรอยู่ และต้องการการคุ้มกันเป็นพิเศษ

“เชิญๆๆๆ ห้องพิเศษว่างอยู่พอดี เดี๋ยวให้เด็กๆเตรียมห้องให้ ระหว่างนี้เชิญนั่งที่โต๊ะก่อนเลย”

เรียวกังทำท่าเชิญลูกค้าเข้าร้านเหมือนปกติ การได้ช่วยภารกิจของราชาปีศาจนั้น ถือเป็นเกียรติอย่างสูงที่เอาไปเล่าให้ใครฟังได้อย่างภูมิใจ เขาจึงยินดีช่วยอีกฝ่ายอย่างเต็มที่

“ขอบคุณมากครับ...ทุกคนเข้ามาเลยครับ”

ปีศาจหนุ่มหันไปยิ้มให้กับปีศาจตรงหน้า ก่อนจะหันไปกวักมือเรียกทุกคนที่รออยู่ด้านนอก และพาเข้าไปนั่งยังโต๊ะที่อยู่ตรงกลางร้านอาหารพอดี ซึ่งไม่นานก็เริ่มมีอาหารยกมาส่งที่โต๊ะ

“อาหารของที่นี่อร่อยจัง พี่ลิลินทานเยอะๆนะครับ”

วินดี้หยิบน่องไก่ย่างขึ้นมากัดด้วยความเอร็ดอร่อย เผ่าที่อยู่ด้วยการกินเงาอย่างเดียวก็ได้นั้นมีแต่ผู้ย่ำเงาเท่านั้น ส่วนเผ่าแห่งความมืดอื่นๆยังต้องกินอาหารเพื่อใช้สร้างพลังงานที่เสียไปอยู่ดี แต่ตอนนี้ถึงเชสจะเป็นผู้ย่ำเงาเขาก็ต้องกินอาหารเพราะร่างกายของเขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ส่วนนางฟ้าสาวนั้นต้องกินให้เยอะเป็นพิเศษ

“เอาอาหารมาอีกสองชุด”

ลิลินหันไปบอกเด็กเสริฟ์ที่กำลังมองความสวยของเธออย่างเหม่อลอย ก่อนจะเบิกตากว้างกับคำสั่งของเธอ เนื่องจากอาหารชุดนึงนั้นมากพอให้มนุษย์หมาป่าตัวใหญ่กินอิ่มเลยทีเดียว แต่น้ำเสียงเรียบสนิทของอีกฝ่ายฟังดูจริงจังมาก เขาจึงเข้าไปครัวในครัวอีกทันที โดยนางฟ้าสาวต้องกินข้าวให้เยอะที่สุดเท่าที่เธอจะกินได้ เพื่อให้ร่างกายของเธอสร้างพลังแห่งแสงสว่างออกมาชดเชยให้มากที่สุด

“อูย...เชส พาสาวสวยที่ไหนมาด้วยนั่น กินเก่งน่าดูเลย”

ปีศาจที่มีหัวเป็นปลาตัวเป็นคนที่อยู่ติดกันหันมาชวนปีศาจหนุ่มคุย โดยหัวข้อคงหนีไม่พ้นนางฟ้าสาวที่สวยจนใครก็อดมองเธอไม่ได้ ก่อนจะต้องแปลกใจในปริมาณการกินของเธอที่ไม่รู้ว่าเอาไปเก็บไว้ตรงส่วนไหนของร่างกาย

“อา...เธอเป็นแขกของราชาปีศาจน่ะครับ”

เชสโกหกอีกฝ่ายไป ที่ทำให้ลิลินที่กำลังทานอาหารมื้อใหญ่อยู่เงยหน้าขึ้นมาทันที

“ทำไมเชสต้องโกหก เราชื่อลิลิน เป็นเผ่าเทพ”

 

นางฟ้าสาวพูดขึ้นกลางวงที่ทำให้ทุกคนในร้านหันมามองเธอพร้อมกัน เนื่องจากข่าวใหญ่ในตอนนี้คือมีนางฟ้าคนหนึ่งเดินทางมายังมหาภพแห่งความมืด ในตอนแรกทุกคนต่างคิดว่าเป็นข่าวเหลวไหล เพราะพวกเขารู้ดีว่าเผ่าเทพมีนิสัยเป็นอย่างไร แต่เมื่อเอาคำพูดมารวมกับลักษณะของเธอ ทั้งดวงตาและผมสีทองสว่าง ซ้ำยังเดินทางมากับเชสที่เป็นเผ่าผู้ย่ำเงาที่มักจะได้รับภารกิจสำคัญเสมอๆ ก็ทำให้พวกเขาอ้าปากค้างทันที

---------------------------------
** ขอแก้ตรงท้ายๆนิดนึงเน้อ จะได้แต่งต่อได้ไม่ตัน 555
แต่งต่อไปเรื่อยๆ จริงๆต้องรีไรท์เมอบิอุส 5 6 เลยนะเนี่ย เพราะมันออกติดกันเลย 3 เล่ม 3 เดือน
---------------------------------
โรค 50% กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง  เมื่อวานไปต่างจังหวัดมาเหนื่อยมากๆเลยครับ T^T นี่มาแต่งตอนเช้านะเนี่ย เดี๋ยววันนี้ไปบ้านแม่ยายอีก เอิ้กๆ มันเลยทีนี้
---------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

558 ความคิดเห็น

  1. #421 watch012 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 13:42
    555++ มากะลิลิน ไม่ต้องคิดปกปิดให้เสียเวลา
    #421
    0
  2. #305 The Memorial (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 01:40
    ง่ะ พูดความจริงซะงั้น
    #305
    0
  3. #282 logan (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 08:57
    สู้สู้คะ
    #282
    0