ꗰเติมเต็มชานแบค ❥©ⓑ // CHANBAEK

ตอนที่ 1 : เริ่มต้น ๐๑ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

 

 

 

๐๑

 

 

 

 

" แบคฮยอนอย่าเสียงดังดิวะ ครูมองละเนี้ย " เสียงของโด คยองซูคอยเตือนเพื่อนเป็นระยะๆ ในเมื่อเพื่อนเขาชอบชวนเขาคุยในเวลาเรียน เล่นซะเขาเรียนไม่รู้เรื่องเลย

" โถ่ คยองซูจะกลัวครูทำไม เราพูดเสียงเบาจะตาย คิก คิก " ผมไม่ได้พูดเสียงดังสักหน่อยคยองซูอะแหละขี้กลัวไปเอง ถึงผมจะเสียงดังจริงๆก็เถอะ

" นี้เรียกว่าเบาแล้วหรอ ถ้าโดนครูจับย้ายที่ขึ้นมาเราไม่รู้ด้วยนะ " คยองซูละเหนื่อยใจจริงๆที่มีเพื่อนนิสัยดื้อแบบนี้

"ไม่โดนย้ายหรอกน้า บยอนแบคฮยอนซะอย่างครูเขาไม่กล้าหร๊อกกกกกกก " ผมเชื่อว่ายังไงครูก็ไม่ย้ายผมไปไหนหรอก เพราะผมไม่เคยคุยเสียงดังจนทำให้ครูต้องหันมาดุเลยสักครั้ง ก็แค่หันมามองเท่านั้นเอง...

 

 

 

กรี๊งงงงงงง!!

 

ในที่สุดเสียงสวรรค์ที่ผมรอคอยมานานก็ดังขึ้นสักที ได้เวลาที่จะได้กินข้าวแล้ว ผมกับคยองซูรีบลงไปที่โรงอาหารเพื่อที่จะได้ซื้อข้าวเที่ยงเร็วกว่าคนอื่น ผมนะไม่ชอบรออะไรนานๆ ยิ่งเรื่องของกินผมยิ่งรอไม่ได้เด็ดขาด เรื่องอื่นยอมได้แต่เรื่องของกินแบคฮยอนสู้ตาย!

 

หลังจากที่ผมกับคยองซูกินข้าวเสร็จ ผมก็พากันมานั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนๆร่วมห้องที่มานั่งดูการแข่งขันบาสเกตบอลสาเหตุที่ผมมานั่งดูการแข่งขันบาสก็เพราะผมอยากมาดูพี่จุนกิแข่งบาสนั้นเอง แต่กว่าพี่จุนกิจะได้แข่งก็ต้องรอคู่แรกแข็งเสร็จก่อน งั้นผมขอตัวไปซื้อของกินรอดีกว่า

" คยองซู เดี๊ยวเรามานะ เราขอไปซื้อสตรอว์เบอร์รี่ปั่นก่อน " ผมหันไปบอกเพื่อนสนิทที่นั่งออยู่ข้างๆกัน

" แกไม่ได้กินสักวันมันจะตายมั้ยไอสตรอว์เบอรืรี่ปั่นเนี้ย " คยองซูละเบื่อจริงๆกินได้ทุกวี่ทุกวัน

" ก็เราชอบอะกินเท่าไหร่เราก็ไม่เบื่อหรอก แล้วคยองซูจะเอาอะไรมั้ยเดะเราซื้อมาให้ " ผมนะชอบสตรอว์เบอร์รี่มากจนอยากจะเปิดสวนเป็นของตัวเองเลยละ เสียอยู่อย่างเดียวคือไม่มีเงินทำสวนเนี้ยแหละ

" ไม่เอาอะ ไม่อยากกินอะไรจุกจิกเดี๊ยวอ้วนเหมือนแบค :p " คยองซูหันมาแลบลิ้นใส่

" หึยยย เราไม่ได้อ้วนสักหน่อย เขาเรียกว่าคนมีน้ำมีนวลต่างหาก เราไปแล้ว ขี้เกียวเถียงกับคยองซู "

 

 

 

 

ณ โรงอาหาร

 

" เอาสตรอว์เบอรืรี่ปั่นแก้วนึงครับ " ผมสั่งเสียงดังพร้อมยิ้มให้กับแม่ค้าที่มาซื้อประจำทุกวัน

" ผมก็เอาสตรอว์เบอร์รี่ปั่นด้วยครับ "

 

ผมหันหลังไปมองตามเสียงที่สั่งน้ำปั่นเหมือนกันกับผม และคนนั้นก็คือ พี่จุนกิ ที่เขาชอบไปนั่งดูพี่เขาเล่นบาสทั้งตอนพักเที่ยงและตอนเย็นหลังเลิกเรียน ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่จุนกิก็มาซื้อสตรอว์เบอร์รี่ปั่นเหมือนกันกับผม และผมพยายามบังคับตัวเองไม่ให้จ้องหน้าพี่เขามากเกินไป ผมกลัวเหลือเกินว่าพี่จุนกิจะรู้เข้าว่าผมคนนี้แอบปรื้มอยู่ ฮื้ออออ ยังอีก พี่จุนกิยังจะมายิ้มให้ผมอีก แค่ยิ้มตอนเล่นบาสผมก็จะตายอยู่แล้ว แต่นี้พี่เขามายิ้มให้แบบนี้แบคฮยอนคนนี้ก็ไปไหนไม่รอดนะสิ....

 

 

 

 

 

ณ ห้องเรียน 3/2

 

 

" คยองซู เราไม่ไหวแล้วอะฮื้อออ " ผมหุบยิ้มไม่ได้เลยยตั้งแต่ที่พี่จุนกิยิ้มให้ที่โรงอาหาร

" ฉันรู้แล้วว่าแกฟินขนาดไหน แต่แกหวีดเบาๆหน่อยได้มั้ย เพื่อนเขาเรียนกัยอยู่ "

" จะให้เราหวีดเบาๆ ได้ยังไงละคยองซู พี่เขายิ้มให้เราเลยนะ แถมยัง มาสั่งน้ำเหมือนกับเราอีก " แบคฮยอนคนนี้นอนหลับฝันดีแน่ๆเลยคืนนี้ วันนี้จะรีบนอนตั้งแต่หัววันเลคอยดู

" ก็แค่สั่งน้ำปะวะ แกอย่ามาเว่อร์น้าแบคฮยอน " เห้อ ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วกับไอเพื่อนคนนี้

"คยองซู เขาเรียกว่าพรหมลิขิตต่างหากเล่า! " ผมพูดเสียงดัง จนลืมไปว่าตอนนี้อยู่ในคาบเรียนอยู่ เลยทำให้เพื่อนทั้งห้องหันมามองผมเป็นตาเดียว

" บยอน แบคฮยอน! "

" ขอโทษที่เสียงดังครับครู "

" ในเมื่อเธอชอบชวนเพื่อนคุยเสียงดัง เธอก็คงต้องย้ายที่ " งานเข้าแล้วไงแบคฮยอน ไม่น่าหวีดจนลืมตัวพูดเสียงดังเล๊ยย " ถ้าเธอจะพูดเก่งขนาดนี้ เธอก็ต้องย้ายไปนั่งข้างคนที่เงียบที่สุดในห้องแล้วละ "

ฮื้อออ ไม่นะ ผมไม่อยากโด้นย้ายที่ไปนั่งที่อื่นเลย เพราะตั้งแต่ขึ้นมอต้นมาผมก็ไม่เคยนั่งเรียนข้างใครเลยนอกจากคยองซู และก็เฉิน และตอนนี้ผมจะโดนย้ายไปนั่งกับใครก็ไม่รู้

" เธอย้ายไปนั่งข้าง ปาร์ค ชานยอล ก็แล้วกัน เธอจะได้ไม่กล้าชวนเพื่อนคุย "

 

 

 

 

 

 

เห้อ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบยอน แบคฮยอนคนนี้จะนั่งนิ่งได้ขนาดนี้ นี้ผมยังไม่ได้พูดสักคำเลยตั้งแต่ย้ายมานั่งข้างปาร์ค ชานยอลคนนี้อะ หน้าตาเขาก็อยู่ในระดับที่ดีมากๆเลยแหละ แต่เสียงดายที่เขาดูจะโลกส่วนตัวสูงไปหน่อย ผมละอึดอัดเหลือเกิน ผมจะชวนเขาคุยดีมั้ยนะ

" เอ่ออ.. ชานยอล ระ.. เราแบคฮยอนนะ " ผมหันไปแนะนำตัวกับเขาเผื่อว่าความอึดอัดระหว่างเราอาจจะน้อยลงบ้าง

" รู้แล้ว แต่เงียบๆหน่อยได้มั้ย "

" ดะ.. ได้ เราไม่พูดแล้ว " หึยยย ไอชานยอลบ้า ผมอุสาคุยด้วย มันก็ยังจะมาบอกให้ผมอยู่เงียบๆอีก นี้ผมนั่งเงียบมาจะเป็นชั่วโมงแล้วโว้ยยยย

 

" นี่ๆ แบคฮยอน " คิม จงอินที่นั่งอยู่ข้างหลังของผมเอ่ยขึ้น

" มีอะไรหรอ "

" โดนย้ายมานั่งข้างไอชานยอล แล้วระวังจะได้เป็นคนที่ชานยอลชอบนะจ้ะ " จงอินพูดเอ่ยแซวเพื่อนเขาที่นั่งอยู่ข้างผม

" เงียบปากไปไอสัส "

" เอ่ออ.. " ผมนึกว่าชานยอลจะเป็นคนเรียบร้อยซะอีก เห็นนั่งขรึมไม่ค่อยพูดกับใครแบบนี้

 

กรี๊งงงง!

 

ตอนนี้ก็เป็นเวลาพักเบรก 15 นาทีระหว่างรอเรียนคาบสุดท้าย ผมละอยากรู้จริงๆว่าที่จงอินพูดนั้นหมายความว่าอะไร ทำไมถึงนั่งข้างชานยอลแล้วต้องเป็นคนที่ชานยอลชอบด้วย คนแบบนั้นชอบคนอื่นเป็นด้วยหรอ เห็นวันๆนั่งเงียบอยู่แบบนั้น ใครได้เป็นแฟนก็คงต้องใช้ภาษาใบ้คุยกันเลยมั้ง

 

" กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ " ฮี่ๆ ไอชานยอลหูกางมันไปเข้าห้องน้ำแล้ว นี้แหละโอกาสของผม ผมมองตามเขาให้แน่ใจก่อนว่าเขาไปเข้าห้องน้ำแล้วจริงๆรึเปล่า หลังจากนั้นก็...

" นี้ๆ จงอิน เราขอถามอะไรหน่อยได้ปะ "

" ได้ดิ จะถามไรอะ "

" ก็ที่จงอินพูดกับเราอะ ว่ามานั่งข้างชานยอลระวังชานยอลมาชอบนะ มันหมายความว่ายังไงอะ "

" อ่ออ แบคเห็นยูฮีที่ได้ย้ายไปนั่งแทนที่แบคปะ "

" อือ เห็น "

" ก็ยูฮีเป็นแฟนของชานยอลไง เป็นคนแรกของชานยอลเลยนะ "

" อ่าวหรอ แล้วยังไงต่ออะ เราไม่เห็นเข้าใจเลย แล้วจงอินมาแซวเราแบบนั้นเดี๊ยวยูฮีก็เข้าใจเราหรอก "

" ไม่เข้าใจผิดหรอก มันสองคนเลิกกันแล้ว ที่มันคบกันก็เพราะว่ายูฮีเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะที่ทำให้ชานยอลมันยิ้มได้ แต่ไปๆมาๆพอคบกัน ยูฮีมาบอกว่ามันเหนื่อยที่จะต้องชวนไอชานยอลคุยตลอด ส่วนชานยอลก็เอาแต่นั่งเงียบ ยูฮีมันเลยขอเลิก "

" ชะ..ชานยอลเป็นเงียบขนาดนั้นเลยหรอ "

" ไม่หรอก จะพูดมากก็ต่อเมื่อคนที่มันสนิทเท่านั้นแหละ "

" แต่ยูฮีเขาเป็นแฟนเลยนะ ทำไมถึงไม่พูดด้วยละ "

กึกก! เสียงเก้าอี้กระแทกกับโต๊ะ

" ไม่ใช่แฟนฉัน "

" เอ่ออ เราขอโทษนะ " ฮื้ออ มาตอนไหนเนี้ย แล้วได้ยินที่ผมคุยกับจงอินมั้ยนะ เขาจะหาว่าผมสอดรู้เรื่องของเขารึเปล่า...

 

 

 

 

 

 

ณ ห้องเรียนไวโอลิน

 

" เป็นไงละไอแบค ได้ย้ายที่สมใจเลยดิ " คยองซูละสะใจจริงๆ คนอย่างแบคฮยอนมันต้องโดนซะบ้าง

" หึยยย สมใจอะไรละ คยองซูรู้มั้ยว่าเราต้องนั่งเงียบนานแค่ไหน เรานะคันปากยิบๆอยากจะตะโกนออกมาเลยละ " ผมละเกือบอกแตกตายเพราะไม่ได้พูดเลยเนี้ยแหละ ยังดีที่จงอินยังชวนผมคุยบ้าง ไม่งั้นละก็ผมคงได้เป็นใบ้แน่ๆ

" แกนี้ชอบโอเว่อร์เกินจริงไปละ " สำหรับคยองซูแล้วถ้าได้ฟังเรื่องอะไรจากปากแบคฮยอนละก็ เรื่องจริงมีอยู่ 10% ส่วนเรื่องโอเว่อร์คยองซูให้ 80% เลย

" โห้ คยองซูต้องมาเจอของจริง เรานะแค่ขยับปากพูดนิดเดียวชานยอลก็แทบจะกินหัวเราแล้ว "

 

แปะ! แปะ! แปะ!

 

เสียงคุณครูประจำห้องไวโอลินตบมือดังขึ้น เรียกความสนใจจากนักเรียนประจำห้องเป็นอย่างดี " วันนี้จะมีเพื่อนที่เรียนกีต้าร์มาอยู่ด้วยนะทุกคน เพราะว่าคุณครูประจำห้องกีต้าร์เขาไม่อยู่ "

" ครับ " ผมชินแล้วละครับที่จะมีเพื่อนที่เรียนเครื่องดนตรีอย่างอื่นมาอยู่ร่วมห้องด้วย ไม่ว่าจะ ห้องกลองชุด ห้องเปียโน ห้องต่างๆนาๆ แต่คราวนี้มันแตกต่างออกไป เพราะครั้งนี้มันมีชานยอลอยู่ด้วยเนี้ยสิ..

" แล้วก็ครูจะให้เพื่อนที่เรียนกีต้าร์ไปนั่งจับคู่กับเพื่อนที่เรียนไวโอลินนะ เพราะถ้าให้มานั่งจับกลุ่มกัน เดี๊ยวพวกเธอจะคุยกันเสียงดังรบกวนเพื่อนซ้อมดนตรี "

ไม่นะครับครู อย่าทำกับแบคฮยอนแบบนี้...

 

 

 

 

 

 

" ไอชาน มึงไปนั่งข้างแบคฮยอนดิ "

" ทำไมกูต้องไปนั่งกับมันว่า แม้งพูดมากชิบหาย "

" ไม่ไปนั่งกับแบคฮยอนแล้วมึงจะไปนั่งคู่กับใครละ อ่ออออ หรือว่ามึงจะไปนั่งคู่กับยูฮี "

" ไปนั่งกับพ่อมึงมั้ง ไอเหี้ย "

" เอ้า แซวแค่นี้ทำไมต้องมาด่ากันรุนแรงจังเลยครับเพื่อน "

" กูจะไปนั่งกับคยองซู "

" ไอเหี้ยไม่ได้ กูไม่ให้นั่ง กูจองแล้ว "

" มึงมีสิทธิ์อะไรมาห้ามกู "

" ตอนนี้ไม่มีแต่อนาคตกูมีแน่ กูไปละ " จงอินลุกขึ้นเดินไปนั่งข้างคยองซู และผมก็ไม่ทันมันอีกจนได้ ผมก็คงต้องมานั่งข้างแบคฮยอนสินะ

 

 

" ชะ ชะ..ชานยอล แน่ใจหรอที่จะนั่งตรงนี้ "

" อืม " หึ แค่แกล้งดุไม่กี่ครั้งก็กลัวจนหัวหดเลยรึไง

" แล้วอย่ามาบอกว่ารำคาญเรานะ "

" งั้นก็เลิกพูดแล้วซ้อมได้แล้ว "

" อือออ เราจะไม่พูดแล้ว แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่าเรานะเล่นไวโอลินเก่งมาก " ผมอยากจะให้หมดคาบเร็วๆจัง แต่ถึงยังไงผมก็นั่งเรียนข้างเขาอยู่แล้วนี้นา แบคฮยอนท้อแท้เหลือเกินนน

" ให้มันจริงเถอะ อย่าอวดเก่งอย่างเดียวละกัน ถ้าไม่เก่งจริงต่อจากนี้ไปก็ช่วยนั่งเงียบๆด้วย "

" งั้นถ้าฉันเล่นไม่พลาดเลย นายก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามให้ฉันเงียบเด็ดขาด "

" ตกลง "

 

ได้เลยไอหูกาง แกค่อยดูละกัน..

 

 

 

[ https://www.youtube.com/watch?v=790hP5gFquY ]

เราแนะนำให้ทุกคนเปิดฟังน้า เพื่ออรรถรสในการอ่าน

 

 

 

" เล่นดีมากแบคฮยอน จำโน๊ตเพลงได้หมดแล้วนิ แต่วันนี้ทำไมเธอดูเงียบๆละ ทุกครั้งที่มีเพื่อนมานั่งด้วยจะเห็นชวนเขาคุยจนไม่เป็นอันซ้อมเลย "

" วันนี้ผมอยากจะตั้งใจซ้อมให้ครูดูไงครับว่าผมก็เล่นเก่งเหมือนกัน ไม่ใช่ชวนเพื่อนคุยไปวันๆ " ผมหันไปพูดประโยคสุดท้ายใส่ชานยอล ให้เขารู้สะบ้างว่าผมนะไม่ได้เก่งแต่ปากอย่างเดียว

" งั้นซ้อมต่อไปละ ครูจะไปดูเพื่อนคนอื่นต่อ "

" ครับครู " ผมหันไปยิ้มให้ครู แล้วก็ต้องหันกลับมาแอบมองหน้าไอหูกาง เพราะเหมือนผมเห็นมันยกยิ้มมุมปาก แต่ว่าคนอย่างไอชานยอลเนี้ยนะจะยิ้ม เขานะรำคาญผมจะตาย " นายเห็นรึยังว่าฉันเล่นเก่งแค่ไหน ฉันนะเรียนไวโอลินกับคยองซูมา 6 ปีแล้ว แค่นี้ฉันไม่มีพลาดหรอก "

"........."

" โทษที ฉันลืมไปว่านายบอกให้ฉันอยู่เงียบๆ แต่คงจะเงียบให้นานไม่ได้หรอกนะ เพราะฉันไม่ได้เล่นไวโอลินแย่ขนาดนั้นอะนะ นายคงต้องทำใจแล้วละชานยอล "

"........"

หึยยย ไอบ้านี้ นั่งเงียบอยู่ได้ ปล่อยให้ผมพูดคนไปเถอะ หึ แต่ยังไงก็เถอะถือว่าผมพูดกับเสาไฟอยู่ละกัน

 

 

กรี๊งงงง!

 

 

" เอาละทุกคน วันนี้ทุกคนตั้งใจซ้อมกันดีมาก ตอนนี้ก็หมดคาบแล้ว ทุกคนอย่าลืมเก็บเครื่องดนตรีเข้าที่ให้เรียบร้อยละ "

" รับทราบครับ "

 

ในที่สุดเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึงแล้ว ผมละเมื่อยแขนไปหมด เพราะต้องนั่งหลังแข็งตั้งใจซ้อมเพราะมีชานยอลมานั่งดูอยู่ข้างๆเนี้ยแหละ แต่ก็โชคดีหน่อยที่ผมไม่เล่นไวโอลินพลาดจนผมต้องนั่งเป็นใบ้ตลอดไป " หลังจากนี้นายไม่มีสิทธิ์สั่งให้ฉันเงียบแล้วนะชานยอล "

"......."

" นี้! นายจะลุกเดินหนีฉันไปเลยหรอ กะจะไม่พูดอะไรเลยหรือไง "

 

 

" นายเล่นเก่งดีนะ "

 

 

อะไรของไอบ้าชานยอลเนี้ย อยู่ดีๆก็มาชมกันเฉยเลย....

 

 

 

 

 

 

tbc.

 

 

 

 

 

 

 

#เติมเต็มชานแบค

 

 

 

 

 

 

 

เนื้อหาอาจจะสั้นไปหน่อยแต่เราตั้งใจเขียนออกมามากๆเลยนะ หวังว่าทุกคนจะชอบกัน และเราอาจจะมาอัพวันเว้นวัน เพราะเราติดงานเยอะมาก ต้องทำสื่อการสอนออนไลน์ให้กับเด็กอนุบาล เราจะพยายามมาอัพตอนใหม่ให้เร็วที่สุด ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเลยน้า มาเป็นกำลังใจให้เราด้วยน้า

ผิดพลาดตรงไหน ชอบรือไม่คอมเม้นบอกเราได้เลย หรือเข้าแท็กในทวิตเตอร์ได้เลย

Twitter : lililovely_cb

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น