นิสัยเสียๆแก้ไม่หาย..ทำอย่างไรดี? - นิสัยเสียๆแก้ไม่หาย..ทำอย่างไรดี? นิยาย นิสัยเสียๆแก้ไม่หาย..ทำอย่างไรดี? : Dek-D.com - Writer

    นิสัยเสียๆแก้ไม่หาย..ทำอย่างไรดี?

    อย่ามัวนั่งมองความโชคดีของคนอื่นด้วยความอิจฉา และสงสัยว่าทำบุญมาด้วยอะไร แต่ขอให้มองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ว่าทุกวันนี้ คุณมีนิสัยที่พร้อมจะเป็นเหตุให้สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตแล้วหรือยัง

    ผู้เข้าชมรวม

    7,488

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    2

    ผู้เข้าชมรวม


    7.48K

    ความคิดเห็น


    30

    คนติดตาม


    10
    หมวด :  จิตวิทยา
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  28 ก.พ. 58 / 18:11 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      เคยรู้สึกไหม..นิสัยเสียๆอย่างเราแก้ไม่มีวันหาย เพราะมันคือความเป็นเรา

      แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าเจ้านิสัยเสียๆนี่แหละ ทำให้ชีวิตเราพังไปมากต่อมาก ทำให้ชีวิตแต่ละวันดำเนินไปด้วยความขรุขระ ทำให้สิ่งแวดล้อมเน่าเหม็น ทำให้บรรยากาศรอบกายไม่น่าหายใจ

      ทำให้คนรอบตัวรู้สึกแย่ และแม้กระทั่งดึงดูดคนที่แย่พอกันเข้ามาไม่หยุดหย่อนจนน่าคลื่นไส้

       

      หลายครั้งที่คุณคิดอยากลองเปลี่ยนนิสัยเสียๆดูสักครั้ง แต่ก็ได้แค่อยากอยู่ลึกๆ

      คืนวันผ่านพ้นไป ก็ลืมเลือนความตั้งใจไปเสียสิ้น พอนึกขึ้นได้อีกทีก็คิดเสียว่า ช่างมันเถอะ

      ไหนๆมันก็เป็นความเคยชินมาแต่กำเนิด หรืออาจจะยาวนานกว่านั้นไม่อาจทราบได้

       

      ฉันเองก็เคยเป็นคนอย่างนั้น..และก็เถียงไม่ได้ด้วยว่า ธรรมชาติน้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ

      ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง มันก็ยินดีจะไถลลงไปเรื่อย และแรงกำลังที่จะต้านแรงน้ำนั้นก็จะยิ่งถดถอยลงไปทุกที

       

      แต่ด้วยความเหลืออดในนิสัยของตัวเอง สิ่งรอบกายที่จะต้องเจอมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

      ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งไม่น่าพึงใจเสียมาก ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากนิสัยเสียของตัวนั่นแหละที่เป็นเหตุ

       

      จนวันนึงฮึดสู้ หรืออาจจะเรียกว่าบ้าดีเดือดก็ได้

      หยิบสมุดเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งมากางออก เปิดไปหน้าว่างเปล่าหน้าหนึ่งแล้วจรดปากกา

      ฉันลงมือลิสต์รายกายนิสัยเสียที่ติดตัวฉันมานาน และไม่เคยได้รับการแก้ไข หรือแม้แต่จะตั้งใจเปลี่ยนแปลงมัน

      โอเคล่ะ..ถ้าคุณจะบอกว่า ความเป็นตัวตนของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน ทำไมเราจะต้องเสียเวลาเหนื่อยตัวเอง เปลี่ยนภาพพจน์ขึ้นมาเพื่อให้คนหลายๆคนยอมรับ

      มันไม่ใช่ฉันเลย..

      นั่นเป็นความคิดฝ่ายแย่ที่คอยสนับสนุนคุณอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

      สร้างความหลังฝังใจจนยากแกะออก ว่านิสัยนี้เป็นคุณ อย่าได้ริอ่านคิดเปลี่ยนแปลงแก้ไขทีเดียวเชียว

       

      วันๆก็ได้แต่นั่งสงสัย ว่าทำไมคนนู้นถึงดีอย่างนี้ เจอแต่เรื่องดีๆ มีแต่คนดีๆเข้ามาในชีวิต

      มีแต่มิตรภาพสวยงามที่หลายคนต่างพากันแห่มามอบให้ ทำไมเราไม่เจออย่างนั้นบ้าง

      ก็คิดไปต่างๆนานาว่า ชาติที่แล้วเขาคงทำบุญมาแยะ

      เรามันทำบุญมาน้อย โชค วาสนาจึงไม่เท่าเขา

      นี่ก็เป็นความคิดเห็นที่พอจะดูสมเหตุสมผลได้บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด

      หลักใหญ่ใจความคุณลองสังเกตดีๆเถิด สิ่งดีๆที่คนเหล่านั้นได้รับ

      ส่วนใหญ่จะสอดคล้องกับนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนๆนั้น

      โดยเฉพาะนิสัยคิดสละออก เห็นแก่ผู้อื่นมากกว่าตัวเอง อันนี้ดูจะเห็นได้ชัดมากเป็นพิเศษ

       

      ฉันเคยมองเพื่อนคนหนึ่งด้วยความอิจฉาและอดไม่ได้ที่จะชื่นชม

      แต่ฉันก็คิดเป็นอื่นไม่ได้เลยว่าเหตุของสิ่งที่เขาได้รับมันก็คือนิสัยที่เขาทำอย่างเคยชินแล้วนั่นเอง

       

      วันนั้นฉันลิสต์รายการนิสัยแย่ๆออกมาได้เป็นสิบ เห็นแล้วน่าตกใจ

      แต่ถ้าคุณซื่อตรงกับตัวเองมากพอ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้

      ฉันเห็นรายการต่างๆแล้วรู้สึกยี้ตัวเอง

      ไม่ล่ะ..ฉันจะไม่ยอมให้นิสัยเสียๆมากำหนดทิศทางชีวิตของฉันให้ลาดลงต่ำต่อไปแล้ว

      สิ่งแย่ๆที่ฉันเจอ มันซ้ำซากเกินพอที่จะบ้าทนรับ

      และก็น่าเขกกะโหลกตัวเองแรงๆด้วย เพราะเห็นได้ชัดเสียยิ่งกว่าชัดว่ามันเกิดจากนิสัยเสียๆของตัวเองโดยแท้ ไม่ต้องมาปวดหัวนึกถึงชาติก่อนชาติไหนให้เสียเวลาฟรี

       

      นิสัยเสียอย่างแรงที่ทำชีวิตฉันแย่มากที่สุดคือนิสัยรักการ "โกหก"

      ขอให้ได้โกหกเป็นพอจะรู้สึกชีวิตไม่ผิดปกติ

      ซึ่งก็ส่งผลให้ฉันได้รับการไม่ไว้วางใจจากคนในครอบครัว

      พ่อฉันถึงกับเคยพูดออกมาว่า ดีนะที่ฉันเกิดมาเป็นผู้หญิง

      นิสัยแย่ๆมันเลยดูซอฟท์ลงไปบ้าง

      ถ้าเกิดเป็นผู้ชายล่ะก็หนักเลย

       

      ฉันถูกนินทาจากคนรอบข้างบ่อยครั้ง

      ฉันไม่ค่อยได้พบกับมิตรภาพที่บริสุทธิ์

      ฉันมักพบกับมุมมองแย่ๆที่คนอื่นมีต่อตัวฉัน

       

      นิสัยเสียรองลงมาจากการโกหก คือนิสัยถือวิสาสะขโมยของเพื่อนไปใช้

      ด้วยคิดว่าเป็นของเล็กน้อย เป็นคนกันเอง

      ก็ไม่คิดว่าคนอื่นเขาจะเดือดร้อน หรือเสียความรู้สึกอะไรมาก

      บอกได้เลยว่าทำจนรู้สึกชินเกินกว่าที่จะรู้สึกตัว

      และก็แน่นอน ชื่อเสียงฉันแอบเน่าเฟะเป็นระยะๆ

      จากการบอกต่อเล่าสู่กันฟังของเพื่อนฝูง

       

      วันนั้นฉันมีความตั้งใจที่แรงกล้ามากมาย

      หนึ่งคือต้องเลิกโกหกให้เด็ดขาด

      สองคือต้องเลิกลักเล็กขโมยน้อยแม้เห็นเป็นคนใกล้ตัวขนาดไหนก็ตาม

      จะต้องขออนุญาตเจ้าของก่อนทุกครั้ง

       

      คุณเชื่อไหม เพียงความตั้งใจอันแรงกล้านั้นฉายชัดขึ้นในมโนสำนึก

      ความสว่างก็จัดจ้าขึ้นมาในตัวฉันทันที

      ฉันรู้สึกได้ถึงใจที่เปิดออก

      ใจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

      และก็รู้สึกว่าไม่มีกำลังใจไหนๆจะดีและมีอำนาจเท่ากำลังใจที่ตนเองเป็นคนสร้าง

      นิสัยเสียฉันมีอีกมากมาย

      แต่ฉันก็คิดล่ะว่าเอาสองข้อนี้ให้ได้ก่อน โดยเฉพาะข้อแรกต้องเลิกให้เด็ดขาด

      ข้ออื่นเดี๋ยวค่อยมาดูกันทีหลัง อ้อ..มีอีกข้อนึงที่ฉันคิดว่าพอจะเริ่มเปลี่ยนแปลงได้ คือการรู้จักจัดข้าวของเครื่องใช้ให้ดูเป็นระเบียบไม่รกรุงรัง

       

      และก็เป็นความจริงที่ว่า เมื่อตั้งใจทำสิ่งดีชนิดไม่เคยทำมาก่อน

      โดยเฉพาะเรื่องใหญ่จัดอย่างการเปลี่ยนแปลงนิสัยเสียๆที่เคยชินมาตั้งแต่ยังจำความได้

      ก็มักมีเหตุการณ์พิสูจน์ใจมากมายมาล่อ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ยั่วยวนทดสอบความสัตย์ซื่อ

      ของน่าล่อตาล่อใจให้หยิบมาใช้ก่อนอย่างถือวิสาสะ เป็นต้น

       

      ฉันสัมผัสถึงแรงต้านที่ยิ่งกว่ากระแสน้ำเชี่ยวกราก เหมือนกำลังเดินทวนเข็มนาฬิกา

      หรือไม่ก็กำลังแหวกว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นไปอย่างหนักอึ้ง

      แต่ด้วยความตั้งใจที่แรงกล้า

      เหมือนมีความสว่างโพลงโผล่ขึ้นมาดักหน้าฉันทุกครั้งก่อนเผลอไปทำอะไรเดิมๆอีก

      และฉันก็คิดว่าเอาน่า ทนฝืนไปช่วงแรก ถ้าทำบ่อยๆเข้าคงเคยชินไปเอง

      และถ้าไม่หนักแน่นที่จะเปลี่ยนตัวเองในตอนนี้ ก็ไม่รู้ฉันจะไปตั้งใจเปลี่ยนใหม่อีกชาติไหน

      ชีวิตแย่ๆ ผู้คนแย่ๆ เรื่องราวแย่ๆ ก็ย้อนกลับเข้ามาให้ปวดหัวอีกตามเคย

      คอยเตือนตัวเองอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าจะมีเรื่องยั่วยวนสักแค่ไหน

      หมั่นพิจารณาตัวเองอยู่บ่อยๆว่าวันนี้ได้ทำผิดไปบ้างหรือยัง

      จนกระทั่งฉันเริ่มตั้งมั่นขึ้นมาได้โดยไม่ต้องเหนื่อยฝืน

       

      รู้สึกเหมือนเป็นคนใหม่

      สัมผัสได้จากใจที่เข้าสู่เขตสว่างเต็มที่

      มันรู้สึกโล่ง และสะอาดอย่างบอกไม่ถูก

      ที่สำคัญคือความภาคภูมิใจ และความนับถือตัวเองหลั่งไหลเข้ามาทบทวี

       

      ฉันรู้สึกเหมือนการพูดความจริงเป็นนิสัยและความเคยชินของฉันไปเสียแล้ว

      แม้บางครั้งมันจะดูเถนตรงไปบ้างก็เถอะ

       

      ฉันรู้สึกการหยิบของที่เจ้าของไม่อนุญาตมาใช้แม้เป็นคนกันเองแค่ไหนก็ตามเป็นความรู้สึกสกปรก น่าขยะแขยง

       

      และเพียงวันเดียวที่ฉันนึกจัดข้าวของในห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ก็มีเพื่อนเดินเข้ามาทักด้วยหน้าาตาบ่งบอกความเหลือเชื่อ และรู้สึกอยากเป็นมิตรกับฉันมากขึ้น

      คนรอบตัวของฉันเริ่มเปลี่ยนแปลงไป บางคนที่แย่อยู่ก็มีนิสัยดีขึ้น

      ส่วนบางคนที่ทนไม่ได้ก็ห่างออกไปเอง

      คนใหม่ๆที่นิสัยดีๆก็หลั่งไหลเข้ามาให้ฉันได้รู้จัก

      ความไว้วางใจและความเชื่อถือในตัวฉันมันอ่านออกได้โจ่งแจ้งตั้งแต่ระดับแววตาที่พ่อมองฉันผิดไปจากเดิม

       

      สังคมใหม่ๆ บรรยากาศใหม่ๆ ที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเลือกเกิดใหม่ได้ในชาติเดียวมันมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

       

      และฉันกล้าบอกอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าชะตาชีวิตลิขิตได้ไม่ยากด้วยปัจจุบันกรรมของคุณเองนั่นแหละ

      เมื่อทำสิ่งใดเป็นนิสัยแล้ว

      สิ่งแย่ๆที่เคยทำแม้จะวนเวียนมาทดสอบใจเราอยู่สม่ำเสมอ แต่เราจะตัดมันได้ตั้งแต่ระดับความคิดเลยทีเดียว แม้ความคิดจะทำสิ่งแย่ผุดขึ้นมา เราก็รู้สึกตัวขึ้นมาเสียแล้ว

      ป่วยการที่จะพลาดไปพูด หรือพลาดไปทำสิ่งแย่นั้นอีก

       

      และเมื่อใดที่ขาดสติมากๆ เผลอพลั้งไปทำสิ่งแย่ใหม่ แม้โดยไม่เจตนา ฉันจะเกิดความรู้สึกผิดรุนแรง

      และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะระวัง ไม่ประมาทอีกขึ้นมาอย่างแรงกล้า

      ทั้งๆที่เมื่อก่อน ฉันรู้สึกเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่เห็นต้องน่ากังวลอะไร

       

      เป็นเวลาไม่ถึงปี ฉันได้กลับมาเปิดสมุดเล่มนั้นดูอีกครั้งแล้วก็ต้องตกใจ

      เพราะตอนแรกฉันตั้งใจแน่วแน่เพียงสองสามข้อ

      แต่ปรากฏว่า นิสัยแย่ๆอีกนับสิบข้อฉันทำมันได้ดีขึ้น หรือแม้กระทั่งละเว้นการกระทำเหล่านั้นได้อย่างเด็ดขาด

      ทำให้ฉันได้เห็นความสำคัญของการมีสติรู้ตัว

      และกำลังใจจากการตั้งตนอยู่ในศีล

      มันทำให้อะไรๆที่เคยดูเหมือนยาก กลับง่ายขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ แม้จะไม่ได้ใส่ความตั้งใจเข้าไปมากก็ตามที

       

      อย่ามัวนั่งมองความโชคดีของคนอื่นด้วยความอิจฉา และสงสัยว่าทำบุญมาด้วยอะไร

      แต่ขอให้มองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ว่าทุกวันนี้ คุณมีนิสัยที่พร้อมจะเป็นเหตุให้สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตแล้วหรือยัง

       

      นิสัยเสียๆแก้ไม่หาย จะทำอย่างไรดี?

      คำตอบก็คือ คุณต้องถามตัวเองว่า..มีความตั้งใจแรงกล้าพอที่จะเปลี่ยนตัวเองแล้วหรือยัง และคุณได้ลงมือทำมันบ้างหรือไม่

      แม้เสี้ยววินาทีของกำลังใจที่สร้างขึ้นด้วยตัวเอง คุณจะสัมผัสได้ถึงความสว่างที่ประตูแห่งการเริ่มต้นได้เปิดแง้มรอรับคุณอยู่

       

       

      เป็นกำลังใจให้ทุกชีวิตริเริ่มสิ่งดีๆด้วยความตั้งใจนะคะ

      ศิลาริน พุทธบุตรี

       

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×