คัดลอกลิงก์เเล้ว

The Relic : Tale of iusticia (กำเนิดใหม่มหาจักรวรรดิ์)(OLD)

ในวันเกิดปีที่17ของเลนก้า เขาได้เสียคนที่เขารักไปอย่างไม่มีวันหวนคืน เเละเพื่อเอาตัวรอด เเละตามหาความหมายของชีวิต เขาจึงได้ออกเดินทางไปพร้อมกับกุยโด้ อัศวินในตำนานผู้สาบสูญ ในโลกอันบิดเบี้ยวนี้ สุดท้ายเเล้ว สิ่งใดกันเเน่ ที่เรียกว่าความยุติธรรม

ยอดวิวรวม

364

ยอดวิวเดือนนี้

44

ยอดวิวรวม


364

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


17
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 25 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  5 ก.ย. 63 / 21:38 น.
นิยาย The Relic : Tale of iusticia (ԴҨѡô)(OLD) The Relic : Tale of iusticia (กำเนิดใหม่มหาจักรวรรดิ์)(OLD) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 

     เรื่องย่อ

สิบหกปีหลังจากที่จักรวรรดิ์เจมิไนด์ล่มสลาย ในวันเกิดปีที่สิบเจ็ดของเลนก้า เเทนที่จะเป็นการล้อมวงกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา กลับกลายเป็นการวิ่งหนีตายจากการโจมตีของกองทัพดำที่พรากชีวิตของคนที่เขารักไปตลอดกาล ด้วยความช่วยเหลือจาก กุยโด้ อัศวินในตำนานผู้สาบสูญ เขาจึงได้ออกเดินทางเพื่อที่จะเอาตัวรอด เเละแก้แค้น!! ถึงแม้ว่าศัตรูของเขาจะเป็นประเทศทั้งประเทศก็ตาม

ทำไมเขาจึงถูกตามล่าจากกองทัพดำ? ทำไมพวกมันต้องมารุกรานบ้านเกิดของเขาตั้งเเต่เเรก? คำตอบเหล่านั้น มีเพียงเวลาเเละประสบการณ์เท่านั้นที่จะตอบเขาได้


เวลาอัพ

ทุกวันศุกร์ 19.00 น.


หมายเหตุ

- บางตอนที่มีลิ้งค์ไว้ที่ต้นตอน จะเป็นเพลงประกอบสำหรับตอนนั้นๆนะครับ โดยผมจะแปะไว้เป็นลิ้ง youtube,spotify ครับ



สารบัญ 25 ตอน อัปเดตล่าสุด 5 ก.ย. 63 / 21:3825 ตอน

ตอน
ชื่อตอน
สถานะ
อัปเดตล่าสุด

ผลงานอื่นๆ ของ The_Relic_Master

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 10:44

    ขออนุญาตมา follow-up เกี่ยวกับเรื่องเซ็ตติ้งหลังไปนั่งคิดนอนคิดมาสองสามวัน แล้วก็เพราะเห็นคอมเม้นต์หกพูดได้น่าสนใจ

    ส่วนตัวเรามองว่าโลกแฟนตาซีไม่จำเป็นต้องพัฒนาไปในแนวทางเดียวกับโลกจริง ๆ ของเรา ดังนั้นการใส่ช่วงเวลาระบุยุคอาจจะไม่จำเป็น นอกจากจะอยากให้คนอ่านได้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่าจะคาดหวังเกี่ยวกับเซ็ตติ้งว่าเป็นยังไง และด้วยความบ้านนอกของเซ็ตติ้ง ก็นั่นแหละค่ะ เราเลยนึกถึงยุคกลางอ่านะ

    แต่ไม่ใช่แค่นั้นเพราะมันมีอย่างอื่นเช่นความเป็นอัศวินของลุงอัศวินด้วย 555

    //กลับเข้าเรื่องแปบ

    คืองี้ค่ะ ที่ว่าโลกไม่จำเป็นต้องพัฒนาไปแบบเดียวกับโลกของเราคือแบบ มันไม่จำเป็นต้องไปบอกว่านี่คือยุคกลาง หรือยุคเดินเรือ หรือเรเนซ็องต์ เพราะนักประวัติศาสตร์ยังแบ่งไม่เหมือนกันเลย 555 แต่อยากให้คิดไว้ว่าถ้ามีของอย่างนึงที่ดีกว่ามาแทนอีกอย่าง ของที่ถูกแทนสมควรจะถูกเลิกใช้ แบบสมัยนี้ขับรถแทนขี่ม้า จะเก็ทมั้ยเนี่ย 555

    ทีนี้เราเลยมองว่ามันดูยุคกลาง ๆ เพราะเลยยุคกลางไปถึงสิ่งที่เรียกว่า Early Modern Period สิ่งที่น่าจะต้องมีคือ (แบบไม่นับว่าเป็นปี 1492 ที่โคฃัมบัสล่องเรือไปเจออเมริกาแบบที่หนังสือเรียนไทยชอบอ้าง เพราะจะเตอหรือไม่มันก็ไม่ส่งผลอะไรกับยุโรปส่วนใหญ่)

    - การแพร่กระจายของความรู้ แบบยุคกลางจริงจะมีอุตสาหกรรมโรงพิมพ์

    - เปลี่ยนวิธีการรบ จากคนถือหอก/อัศวินขี่ม้าวิ่งชนกัน เป็นธนู หน้าไม้ ปืนใหญ่ ไม่ก็ทหารรับจ้าง ว่าง่าย ๆ คือเลิกใช้อัศวิน

    - อันนี้สำคัญ คนชั้นกลางชั้นชาวนาเริ่มแคร์ชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเอง เช่น Jean d'Arc ที่อยู่ ๆ ก็มา "กอบกู้" ฝรั่งเศสในสงครามร้อยปี

    นั่นแหละเหตุผลที่เรายังมองว่าเรื่องมันดูยุคกลาง 555

    #7
    6
    • 8 สิงหาคม 2563 / 20:14
      ครับ ผมทราบครับว่าโจนออฟอาร์คอยู่อีกช่วงหนึ่ง ผมหมายถึงว่าเรฟได้ใกล้เคียงกับที่เป็นอยู่ครับ พิมคลุมเครือไปหน่อย555
      #7-5
    • 9 สิงหาคม 2563 / 00:34
      อุ้ฟ ขอโทษด้วยค่ะ สงสัยอ่านตอนมึน ๆ 555
      #7-6
  2. วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 18:03

    สวัสดีค่ะ ตามมาจากบอร์ดแต่ไม่ได้เม้นท์เอาไว้ในนั้น เลยมาลงที่นี่เลย


    จะขอพูดรวมๆนะคะ จากที่อ่านแบบคร่าวๆ และดูที่ไรต์เขียนตอบท่านอื่น คิดว่าจะรอจนกว่าจะแก้น่าจะดีกว่า

    ข้อ1 เลย บรรทัดค่ะ มันห่างกันมากเกินไป เราไม่แน่ใจว่าคุณเซ็ตระยะห่างบรรทัดเท่าไหร่ในเวิร์ด แต่ส่วนตัวคิดว่าอ่านยากต้องเลื่อนเม้าท์มายาวๆ ทางที่ดีใช้แบบดีฟอลต์ก่อนน่าจะดีนะคะ ถ้าจะเอาไปปรับเป็นA5 หรือทำอะไรต่อค่อยว่ากันทีหลัง

    ข้อ2 เรามองว่าเนื้อเรื่องในตอนนี้จืดเกินในขณะที่การเล่าบรรยายเน้นความอลัง ว่าง่ายๆคือไม่สมดุลกัน เราไม่มีปัญหากับการบรรยายเลย ภาษาสวยมากแต่ก็มีนิดนึงคือถ้าบทมันแน่นไปพร้อมๆกับภาษา องค์ประกอบของเรื่องจะชวนให้น่าอ่านมากขึ้นค่ะ (เราชอบที่เห็นคุณยอมรับและมองเห็นปัญหาของตัวเอง วันเสาร์หลังคุณลงรีไรต์จะเข้ามาดูอีกที่ค่ะ)

    ข้อ3 ข้อนี้อาจทำให้คุณเครียดก็ได้ ช่วงเวลาที่กล่าวถึงไม่ชัดเจนอาจจะทำให้คนอ่านงงได้ว่า ตกลงเรื่องนี้ใช้ธีมไหนดำเนินเรื่อง ไรต์บอกว่ากะอยู่ในช่วงศตวรรษ16-17 แสดงว่าช่วงนั้นพ้นยุคกลางมาแล้ว เป็นยุคเดินเรือ จนถึงฟื้นฟูศิลปฯ เลยทำให้เราไม่เข้าใจนิดหน่อยว่าบ้านพระเอกต้อง 'บ้านนอก'ขนาดไหนที่ยังติดๆยุคกลางในเมื่อมันผ่านช่วงนั้นเป็นหลายสิบปีแล้ว ไหนจะเรื่องของเวทที่ ทำให้ดูเจริญ อะไรคือความต่างตรงนี้เหรอคะ (เราเข้าใจที่อธิบายเรื่องมีความยุคกลางหลงเหลือ แต่อยากให้มันเข้าใจง่ายกว่าหน่อยนึง) อีกข้อคือภาษาโบราณ ใช้ภาษาอะไรเป็นเรฟเหรอคะ เมื่อครู่เราลองเสริชคำว่า Echt te ra maledicta ในกูเกิ้ลทรานดูหาไม่เจอ

    ข้อ4เรื่องตัวละครขอยังไม่พูดถึงนะคะ เอาแค่บทก่อน สิ่งสำคัญก็คือในบทแรกๆคุณจะบอกอะไรกับผู้อ่าน ถ้าเป็นเด็กหนุ่มแก้แค้น มันก็ต้องชัดจนรู้สึกได้ เราบอกไรต์ได้แค่ในฐานะผู้อ่านเท่านั้นค่ะ ในเมื่อปมสำคัญมันคือความแค้นแต่เป็นความแค้นที่อ่านแล้วไม่รู้สึกหนัก มันก็ไม่ได้ใช่ไหม...

    #6
    8
    • 7 สิงหาคม 2563 / 18:57


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 สิงหาคม 2563 / 19:53
      #6-7
    • 7 สิงหาคม 2563 / 19:52
      ขอลบสองอันบนนะคะ ปวดหัวมากกับระบบ5555
      #6-8
  3. วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 15:38

    สนุกดีค่า
    #5
    1
  4. วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 02:16

    มาแล้วตามสัญญา \(^0^)

    บอกก่อนว่าจริง ๆ เล็งเรื่องนี้ไว้นานแล้วแต่ไม่ได้เข้ามาอ่านซักทีเพราะชื่อพระเอกกับชื่อตัวประกอบ 555 ชื่อเรื่องด้วยก็ส่วนหนึ่ง แต่วันนี้มาอ่านแล้ว 555


    สไตล์เรื่องเป็นแนวที่เราชอบอ่ะนะ เพราะฉะนั้น ไรต์เตรียมใจอ่านคอมเม้นต์ยาว ๆ ได้เลย


    - ชื่อเรื่อง: จริง ๆ คำว่า relic มันเป็นคำที่คนใช้ผิดความหมายกันเยอะอ่ะนะ ยิ่งสมัยที่หลาย ๆ อย่างถูกเผยแพร่ผ่าน pop culture อันนี้ไม่รู้ว่าไรต์รู้รึเปล่าว่า relic แปลว่าไร แต่น่าจะรู้แหละ

    - บทนำ: ชอบที่ไม่ได้บอกชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นที่อาณาจักรนั้น แต่บอกชัดเจนว่าเพราะคนกันเอง แถมมี motif ของ "ไฟ" อยู่เต็มไปหมดที่เราอ่านแล้วรู้สึกว่าโอเคมาก ๆ บอกเลยว่าชอบการบรรยายแบบในบทนำของเรื่องนี้มาก ไรต์บรรยายได้สวย มีแทรกอะไรที่ดู philosophical นิด ๆ ซึ่งเราชอบมาก เพราะมันทำให้เรื่องมีสตอรี่ที่เป็นได้มากกว่าพล็อต

    - แถมตามมาด้วยตอนต่อจากบทนำที่ชื่อ "Reborn from cinder" อีกที่ยังคงมี motif ของไฟ

    - ไรต์จัดโฟลว์การเขียนได้ดีนะคะ แบบ จังหวะช็อคคือช็อค พอสให้คนอ่านต้องอ่านคำอธิบายยาว ๆ ของอะไรที่เกิดขึ้นแวบเดียว (แบบตอนอาจารย์โดนฆ่า)

    - ถ้าถามว่าชอบอะไรที่สุดของเรื่องนี เราตอบได้เต็มปากเลยว่าคือบทของเพชรที่ว่า (นี่คือ relic ในชื่อเรื่องรึเปล่านะ?) ส่วนตัวคิดว่าไรต์แนะนำเพชรอันนี้ได้ดีมาก คือบอกว่าเป็น "มณีเทวะ" แต่ไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับตัวมัน บอกแต่พลังอำนาจของมันที่สรุปสั้น ๆ คือ อำนาจเกินกว่าจะพรรณา 555 ตรงนี้ทำให้เรามองว่าสรุปเพชรที่ว่านี่มีจริงรึเปล่าหรือเป็นแค่ไอเดีย แต่ต่อให้เป็นแบบไหนก็ตาม เราอยากรอดูต่อว่าสรุปเพชรอันนั้นจะมีความสำคัญอะไรกับเรื่องต่อไป ย้ำอีกรอบ การที่ไรต์แนะนำเพชรอันนั้นขึ้นมา ไรต์ทำได้ดีมาก ๆ ค่ะ :)


    ปัญหาบางอย่างที่เราเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

    - ปัญหาของการบรรยายเล็กน้อยที่บางตรงมันดูลอยออกมา คือสตอรี่ก็แบบยุคกลาง (ยุคเก่า ๆ) อ่ะนะคะ โทนการบรรยายด้วย พอมีคำที่ดู "ใหม่" หลุดมามันเลยดูผิดที่ผิดทางจริง ๆ เช่น "เซลล์" (พารากราฟสี่สิบสองของบทนำ) หรือแม้แต่การใช้อะไรที่เราเห็นในปัจจุปันไปบรรยายสิ่งต่าง ๆ ในเซ็ตติ้ง เช่น "เซเบอร์ขนาดมาตรฐาน" (บทนำ พารากราฟสี่สิบ) อะไรคือมาตรฐาน? อีกอย่างก็ "คุณลุง" เราว่าในเซ็ตติ้งแบบนั้นไม่น่ามีใครนับญาติกับคนไม่ใช่ญาตินะคะ แล้วก็ "รับราชการทหาร" สมัยก่อนไม่น่ามีคอนเซ็ปต์ของสิ่งที่เรียกว่าราชการอ่ะค่ะ ทุกอย่างนั่นรวมกันกับอีกหลาย ๆ อย่างทำให้เรารู้สึกหลุดออกมาจากโลกของนิยายที่ไรต์ตั้งใจเขียนมาอย่างดี คำแนะนำจากเราคงเป็นว่าอาจจะต้องการปรับ mindset ให้เข้ากับเซ็ตติ้งด้วยตอนเขียน แบบ อย่าเอาเรื่องของสมัยนี้ไปไว้ในเรื่องที่เซ็ตในยุคเก่า ๆ น่ะค่ะ

    - อันนี้ต่อเนื้องจากข้อที่แล้วคือเช็คการใช้คำศัพท์แบบ "เอกราช" หรือ "รัฐบาล" หรืออะไรประมาณนั้นว่ามันหลุดจาก context ของเรื่องมั้ยน่ะค่ะ คือถ้าเป็นเราเราจะหาคำอื่นมาแทน

    - บอกตรง ๆ เราว่าจังหวะของตอนแรกมันดูเร่งไปอ่ะค่ะ โดยเฉพาะตอนที่อยู่ ๆ อาจารญืก็วิ่งเข้ามาบอกว่าศัตรูมา คือแบบ ว้อท 555 แล้วไรต์ก็เลือกจะสรุปสภาพของโลกนี้ในพารากราฟเดียว (พารากราฟที่ขึ้นว่า "สิบหกปีก่อน...") คือเราเองก็อยากเห็นภาพเหมือนกันว่า "พออยู่กันได้" ที่ว่าหมายความว่ายังไง เพราะดูเหมือนชีวิตของสองครอบครัวนี้ก็ดูมีความสุขกันดี คำแนะนำของเราคงเป็นอยากให้ไรต์ให้ภาพของชีวิตคนที่นั่นมากกว่านี้น่ะค่ะ เช่นชีวิตประจำวันลำบากมาก ๆ ต้องเดินสิบกิโลไปตักน้ำจากบ่อน้ำกลางที่ไปแล้วยังต้องจ่ายเงินแพง ๆ (อันนี้ตัวอย่างมั่ว คิดสด) หรือเนื้อตุ๋นหม้อนั้น ราคาเนื้อคือเก็บตังค์สามเดือนกว่าจะซื้อได้ (ตัวอย่างมั่วอีกเช่นกัน 555) ทั้งนี้ทั้งนั้นหมดนี่คือคหสต.

    - อีกอย่างคือคำสอน คำปลุกใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อาจารย์บอกพระเอก ส่วนตัวคือมันดูผิดที่ผิดทางเอามาก ๆ ค่ะ ก็รู้แหละว่าถ้าไม่พูดจะไม่ได้พูดอีกแล้ว แต่มันดูพอดี๊พอดีเกินไปอ่ะค่ะ แบบมายืนพูดกันอยู่ซักพักใหญ่ ๆ พูดจบเสียงระเบิดมาทันที จนเรารู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องไปเก็บของ คือก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าต้องหนี ของก็ไม่น่ามีเยอะหรอกดูจากที่บอกว่าบ้านจน การตัดสินใจที่เม้คเซ้นส์ที่สุด (และเราเชื่อว่าทุกคนในที่นั้นยังมีสติมากพอจะตัดสินใจ ดูจากบทสนทนา) คงเป็นหนีทันทีน่ะค่ะ

    - แถมคำสอนมันดูซ้ำซ้อนกับที่ลุงอัศวินพูดในตอนต่อไป แต่แปลกจัง ลุงไม่เห็นแนะนำตัว 555

    - สุดท้ายเกี่ยวกับปัญหาที่เราเห็นคือ "กระบวนท่า" ที่พูดถึงกับที่ใช้ในฉากแอคชั่นน่ะค่ะ คือส่วนตัวเราอ่านแล้วนึกถึงพวกนิยายกำลังภายใน มันดูหลุดจากความเป็นแฟนตาซียุโรป ๆ ไปเลย แต่อันนี้ปัญหาน่าจะเป็นที่คนอ่าน (เรา) เอง 555


    ขอคอมเม้นต์เกี่ยวกับพระเอก

    - ทำไมรู้สึกว่าเสียครอบครัวไปแล้วพระเอกดูไม่ช็อคเลยค่ะ คือก็เข้าใจแหละลุงอัศวินสั่งห้ามร้องไห้ แต่แบบ ฉากนั้นดูเป็นโอกาสที่ดีที่จะให้พระเอก reflect เกี่ยวกับตัวเองและครอบครัว แต่ฉากนั้นกลับเต็มไปด้วยบทสนทนา เกือบ ๆ จะเป็นลุงอัศวินพูดอยู่คนเดียวด้วยซ้ำ แถมเราแทบไม่เห็นเลยว่าพระเอกมีรีแอคชั่นยังไงกับที่ลุงอัศวินพูด เราคิดว่าถ้าไรต์เพิ่มตรงนี้จะเป็นการให้คาแร็คเตอร์ของพระเอกที่สมบูรณ์ขึ้นค่ะ

    - พอมาเจออสูรแปลงร่างเป็นครอบครัวก็แค่เฉย ๆ ไม่มีรีแอคชั่นอะไรเลยที่บ่งบอกว่าพระเอกยังคิดถึงครอบครัวอยู่ จนกลายเป็นว่าเรามองว่าพระเอกเป็นคนที่คิดเป็นอยู่แล้ว ทีนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะทำให้ "พัฒนาการ" ของพระเอกในตอนต่อ ๆ ไปที่เรื่องดำเนินไปดูด้อยค่าลงหรือเปล่าน่ะค่ะ


    ส่วนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ

    - หน่วยวัด: เห็น SI ปนกับ imperial แล้วขัดตามาก เมตรกับฟุตไม่น่าไปด้วยกันได้ 555

    - คอมแบ็ตของการใช้โล่: ขอคอมเม้นต์นิดนึงว่ามันไม่เม้คเซ้นส์เลยค่ะที่โล่จะ "คม" เพราะขอบโล่แฉลบโดนตัวได้ง่ายมาก ๆ แต่ชอบค่ะที่ใช้โล่สู้ 555

    - ยังรู้สึกแปลก ๆ ที่เลือกใช้คำว่า "เด็กชาย" พูดถึงคนอายุสิบเจ็ด ไม่รู้ว่าไรต์ตั้งใจเพราะจะเน้นความเป็นเด็กอ่อนต่อโลกของพระเอกรึเปล่า

    - ตอนกุยโด้โผล่มาท้าย Ep.1. คืออยู่ ๆ พอขึ้นตอนสองคือชื่อโผล่มาเลย ตามไม่ทันกันทีเดียว 555 หรืออยู่ ๆ ตอนที่มีชื่อ "โคกะ" โผล่มา เราแบบ เดี๋ยว ชื่อใคร

    - จะว่าไปโดมอสนี่มีชื่อเรียกตัวเองอย่างอื่นที่ออกยุ่น ๆ รึเปล่า คงไม่เรียกตัวเองว่าโดมอสนะ 555

    - ส่วนตัวอยากให้ไรต์เล่าให้มันดูตกใจกว่านี้อ่ะค่ะตอนเฉลยชื่อพ่อพระเอก อันนี้มันดูราบเรียบ+เดาง่ายไปปปป 555

    - สรุปลุงอายุเท่าไหร่เนี่ยทำไม Ep.3. มีคำว่า "อัศวินหนุ่ม" หลุดมา

    - สุดท้ายค่ะในชื่อเรือง iusticia นี่ชื่อเฉพาะ สมควรขึ้นด้วยพิมพ์ใหญ่นะคะ (ทั้งนี้ทั้งนั้นบนชื่อหนังสือ คำนามควรขึ้นพิมพ์ใหญ่อยู่แล้ว อันนี้เราพูดตามมาตรฐานเวลาเขียนเอสเสส่งครู)


    เห็นไรต์ตั้งกระทู้ถามทำไมไม่ค่อยมีคนอ่าน เราเดาไม่ได้หรอกนะคะแต่เท่าที่เห็นคือ

    - ภาษาที่ใช้ในบทนำค่อนข้างจะต่างจากสตอรี่หลัก บทนำมันดูภาษาอลัง เพราะฉะนั้นคนที่อยากอ่านอะไรเบาสมองอาจจะปิดตั้งแต่ตรงนี้

    - กลับกัน ถ้าคนชอบนิยายที่ภาษาอลัง ๆ ผ่านบทนำไปมาเจอตอนแรก อาจจะปิดเพราะโทนการเล่าเรื่องเปลี่ยนน่ะค่ะ

    - อีกอย่างที่เห็นคือชื่อเฉพาะเช่นชื่อสัตว์อสูรอะไรพวกนี้มาเต็ม ทำให้คนอ่านอาจจะมึนและตามไม่ทันค่ะ

    - ส่วนคำวิจารณ์ก็ตามข้างบนค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นคนส่วนใหญ่ไม่น่าอ่านละเอียดเท่าที่เราอ่าน เลยอยากบอกไรต์ว่าเลือกเอาไปแต่ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์แล้วกันนะคะ :)

    - เราไม่สนับสนุนการลงทีละครึ่งตอน เป็นคนอ่านแล้วปวดหัวน่ะค่ะว่าแบบต้องมาตามว่าเมื่อไหร่จะลงครบ


    สุดท้าย (จริง ๆ ละ) ก็สู้ ๆ นะคะ จากคนเขียนนิยายสายเดียวกัน ว่าง ๆ แวะมาอ่านของเราบ้างได้มั้ยคะเนี่ย 555 (ไม่ว่างไม่เป็นไรจริง ๆ น้า) แอบมองว่าแอบมีส่วนคล้ายคือมีเด็กกับเมนเท่อที่เป็นอัศวิน ถึงเมนเท่อจะเพิ่งออกก็ตาม 555

    ปล. พิมพ์ซะยาว ไม่ถูกใจตรงไหนขอโทษด้วยนะคะ แต่เฟบละ

    #4
    2
    • 4 สิงหาคม 2563 / 10:04
      ขอบคุณมากสำหรับคำติชมครับ ในจุดแรก The relic เป็นชื่อของชุดซีรีส์ครับ ทำนองเดียวกับ Fate หรืออะไรเทือกนั้นอะครับ คืออยู่ในระบบหลักบางอย่างที่เป็นอย่างเดียวกัน แต่เส้นเรื่องไม่เกี่ยวข้องกัน ดังที่จะสังเกตได้ว่ามีเรื่องอีกเรื่องนึงในไอดีนี้ ซึ่งก็มีคำนำหน้าว่า The Relic เหมือนกัน

      ส่วนเรื่องสถานะของพระเอก เอาจริงๆตอนแรกผมกะจะนำเสนอพระเอกที่ไม่ได้มากจากรากหญ้าจนจัดๆขนาดนั้น ผมกะจะนำเสนอพระเอดที่มาจากชนชั้นกลาง กล่าวคือไม่ได้ยากจนข้นแค้น และก็ไม่ได้รวยล้นฟ้า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนหนีจากความจนหรือเกมการเมือง ทำให้ตัวของเลนก้าเองไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองเท่าไหร่นัก ว่าง่ายๆตามสมัยนิยมคืออิกนอแรนต์นั่นเอง จนกระทั่งมาเจอเรื่องเข้ากับตัวเองจึงค่อยๆเปลี่ยนความคิดไป ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมเฮนริคถึงบ่นว่าพออยู่กันได้ทั้งๆที่มีความสุขดีนั้น (สปอยล์)

      ส่วนเรื่องของเชื้อชาตินั้น ผมว่าผม Mention ได้อ่อนเกินไป (ซึ่งก็พยายามแก้ไขอยู่ครับ) ว่าเจมิไนด์นั้นเป็นทวีปหนึ่งที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีชาติพันธ์ที่หลากหลาย เพียงแต่ว่าโซนที่เล่าเรื่องอยู่หลักๆในตอนนี้(ภาค1)มันเป็นโซนที่ Represent ยุโรปเท่านั้นเอง โดมอสเองก็เช่นกัน พวกนิงรอน (หรือก็คือญี่ปุ่น) นั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และก็มีเรื่องราวของตนเองที่ซับซ้อนเสียด้วย

      ส่วนเรื่องความไม่เมคเซนส์ต่างๆที่เกิดขึ้นช่วงต้นเรื่องนั้น เป็นความมือไม่ถึงล้วนๆเลยครับ ซึ่งหลังจากที่ผมปั่นตอนใหม่ไป ผมจะย้อนกลับไปแก้ตอนเก่าๆ (แก้สำนวน แก้คำบรรยาย อุดPlot Hole ฯลฯ) และจะพยายามแก้ห้าตอนแรกให้ได้พร้อมกับตอนใหม่ที่จะออกในเสาร์นี้ครับ

      ช่วงเวลาในเรื่อง อันนี้อาจจะยังดูไม่ชัด แต่ช่วงเวลาในเรื่องพ้นช่วงยุคกลางไปแล้วครับ กะๆเอาจะอยู่ช่วงคริสตศตวรรศที่16-17 แต่เผอิญว่าบ้านพระเอกมันบ้านนอกจัดๆน่ะครับ ก็เลยยังดูมี Element ของยุคกลางอยู่ แถมบางจุดยังมีวิทยาการทางเวทมนตร์มาเสริมทำให้ลํ้ายุคขึ้นไปอีกด้วยซํ้า และก็เรื่องวิทยาการนี่ล่ะ ที่ทำให้(สปอยล์) ส่วนคำพูดที่ฟังดูสมัยใหม่เกินนั้นผมก็คิดว่าขัดๆเหมือนกันครับ จะดำเนินการแก้ตามที่ได้กล่าวไปข้างบนครับ

      ในเรื่องเล็กๆน้อยๆนั้น ผมจะทยอยแก้ไปทีละจุดครับ หลายๆจุดเป็นจุดที่ผมไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยด้วยซํ้า ต้องขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากๆครับ

      ปล.เรื่องของคุณวาตะ ผม Fav ไปหลายสัปดาห์แล้วครับ แต่ยังไม่มีโอกาสไปอ่านยาวๆเลย ส่วนตัวประทับใจกับการเปิดเรื่องมากครับ
      #4-1
    • 4 สิงหาคม 2563 / 11:52
      อ๊ะ จริงด้วยค่ะ เพิ่งเห็น
      ว่าง ๆ ก็มาคอมเม้นต์คุยกันได้นะคะ เหมือนนักเขียนแนว ๆ เดียวกันก็จะอ่านงานของนักเขียนแนวเดียวกันด้วยกันเอง 555
      #4-2
  5. #3 แมวทะเลทราย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 17:00

    คนเขียนได้เเรงบันดาลใจมาจากหัวขโมยแห่งบารามอสไหมนี่ เราชอบการบรรยายนะ คมชัดไม่เอื่อย ละเอียดดีด้วย :) สู้ๆ

    #3
    2
    • #3-1 The_Relic_Master (@The_Relic_Master) (จากตอนที่ 1)
      3 สิงหาคม 2563 / 17:17
      ขอบคุณมากสำหรับคำชมครับ ส่วนเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจหลักๆเลยของผมคือเรื่อง Monster Soul Online ครับ หัวขโมยแห่งบารามอสนี่ผมก็ว่าจะหามาอ่านอยู่เหมือนกัน
      #3-1
    • #3-2 แมวทะเลทราย (จากตอนที่ 1)
      4 สิงหาคม 2563 / 03:45
      ควรอ่านหัวขโมยแห่งบารามอสมากๆ เป็นผลงานที่เราชอบที่สุดในด้านผลงานวรรณกรรมในไทย ที่ทักเพราะ ในบารามอส มีเมืองที่ชื่อว่าเจมิไนแล้วก็ฝ่ายดินแดนปีศาจ (สีดำ) ยังชื่อเดมอส ไปคล้ายในเรื่อง แต่จริงๆก็ไม่มีปัญหาหรอกแค่นึกถึงเฉยๆ ถ้าจะมีอะไรขาดในเรื่องนี้คงเป็นอารมณ์ขันล่ะมั้ง เราอ่านแค่บทต้นๆ กำลังทยอยอ่านอยู่
      #3-2
  6. #2 ButlerofLOVE (@beethsy2001) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 19:25

    เป็นกำลังใจให้นะคะ เขียนได้ดีค่ะ ลองปรับเกริ่นนำหน่อย จะเวิร์คมากเลย :) แล้วลองเช็คขนาดอักษรอีกนิด เพราะมันตัวเล็กมากกก จัดเป็น 16 หรือ 18 น่าจะอ่านสบายตากว่า

    #2
    1
    • #2-1 The_Relic_Master (@The_Relic_Master) (จากตอนที่ 1)
      2 สิงหาคม 2563 / 19:39
      ขอบคุณมากสำหรับคำติชมครับ เดี๋ยวจะขยายฟอนท์ขึ้นมานะครับ
      #2-1
  7. #1 (@thepongpol) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 19:07

    ทำไมผมไม่เจอเรื่องนี้ให้เร็วกว่านี้เนี่ย5555 อ่านเพลินมากจริงๆ ชอบการใช้ภาษาในการบรรยายเหตุการณ์มากครับ ผมลองอ่านตอนแรกทั้งแบบไทยและอังกฤษแล้ว ส่วนตัวชอบแบบอังกฤษมากกว่า น่าจะเป็นเพราะมันใช้บรรยายได้เห็นภาพชัดเจน แต่โดยรวมแล้วชอบทั้งหมดเลยครับ ติดตามแล้วนะครับผม สู้เขานะครับ!

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-01.png

    #1
    1
    • #1-1 The_Relic_Master (@The_Relic_Master) (จากตอนที่ 1)
      2 สิงหาคม 2563 / 19:12
      ขอบคุณมากครับ เม้นแรกมาละมีกำลังใจปั่นตอนใหม่ทันทีเลย
      #1-1